สามีอิมพอร์ต

ตอนที่ 34 : ขอหน่วยกู้ภัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 888
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    19 พ.ย. 62

ไม่ใช่ทุกคนที่อยากให้ครอบครัวตามมายังที่ทำงาน หรือบางทีสุพรรณิการ์คิดว่าเธออยากจะให้มีทนายความตามเข้ามาในที่ทำงาน ระหว่างที่เธอพบว่าสร้อยสุดาเข้ามาในโรงแรมที่เธอรับหน้าที่หัวหน้าฝ่ายทั่วไป ซึ่งฝ่ายนี้ดูแลทุกเรื่องโดยเฉพาะแขกที่ทำตัวยุ่งยาก แต่นั่นก็ไม่ช่วยเตรียมความพร้อมให้เธอสำหรับการรับมือญาติที่กำลังหิวเงิน หรือร้อนเงินตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง

“ฉันให้มันไปกู้มาให้แค่หมื่นเดียว จะรู้ได้ยังไงว่ามันจะเอาลายเซ็นฉันไปกู้เงินเพิ่มเป็นแสน ถ้าไม่มีเงินไปส่งดอกฉันต้องโดนเจ้าหนี้นอกระบบซ้อมตายแน่” 

สร้อยสุดาเรียกร้องความเห็นใจเสียงดังระหว่างที่สุพรรณิการ์พยายามพาป้าออกไปให้ห่างแขกที่มาเข้าพักและพนักงานโรงแรมคนอื่นๆ ที่สำคัญไปให้ห่างกุ๊กไก่ โชคดีที่เพื่อนร่วมงานสังเกตเห็นปัญหาของเธอ และจัดการพาเด็กหญิงไปยังมุมอื่น

“แล้วป้าไปกู้เงินนอกระบบทำไม เขาก็ประกาศกันปาวๆ ว่าพวกนี้มันออกดอกเบี้ยโหด” 

ที่สุพรรณิการ์ออกปากตำหนิญาติผู้ใหญ่ก็เพราะไม่เชื่อเรื่องที่สร้อยสุดาอ้างว่าโดนฉ้อโกง

ทุกสองสามเดือนสุพรรณิการ์จะป้องกันการมาเยือนของสร้อยสุดาด้วยการโอนเงินจำนวนหนึ่งไปให้ เธอจึงไม่คิดว่าป้าจะมาหาหลังจากเพิ่งได้รับเงินไป แต่จากที่สร้อยสุดาอ้าง ป้าไปกู้เงินนอกระบบหนึ่งหมื่นบาทโดยให้ลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งเป็นคนจัดการ แล้วฝ่ายนั้นเปลี่ยนยอดกู้ยืมจากหนึ่งหมื่นเป็นหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นโดยพลการ หลังจากได้เงินไปก็หายหน้า ปล่อยให้ป้าต้องเป็นฝ่ายชำระหนี้ 

สุพรรณิการ์พร้อมจะพนันด้วยชีวิตตนเองว่าสร้อยสุดาโกหก ไม่ใช่ครั้งแรกที่ป้าใช้เงินไปกับการพนันจนหมดเนื้อหมดตัว แต่ครั้งนี้สุพรรณิการ์จะไม่ยอมเป็นคนชำระหนี้สินแทน

“เอ๊ะ! แกจะไปเข้าใจอะไร แกมันมีเงินเดือนใช้ ฉันมันหาเช้ากินค่ำ  หาไม่ได้ก็ต้องกู้มากินสิ จะให้ฉันอดตายข้างถนนหรือไง” 

เสียงของสร้อยสุดาดังพอจะเรียกความสนใจจากคนรอบข้าง สุพรรณิการ์แน่ใจว่าป้าทำเพื่อให้เธออับอายจนยอมจ่ายเงินให้พ้นจากปัญหาชั่วคราว 

“เบาๆ หน่อยป้า ฉันไม่อยากโดนไล่ออก” 

“หน้าบางนักนะแก ไล่ออกก็ไล่ออกสิ อยู่ที่นี่แล้วหาเงินช่วยเหลือคนที่บ้านไม่ได้ ก็ออกมันซะ จะได้กลับบ้านไปช่วยกันทำมาหากิน” 

สร้อยสุดาไม่ลดเสียลงเลย และจากแววตาละโมบของป้า สุพรรณิการ์พอจะเดาได้ว่าในสมองชั่วร้ายของอีกฝ่ายกำลังคิดแผนการว่าจะขายทั้งเธอและกุ๊กไก่ไปพร้อมๆ กันอย่างไรบ้าง เพราะการทำมาหากินของป้าก็คือการขายบริการซึ่งมีป้าทำหน้าที่เป็นแม่เล้า

สายตาของสุพรรณิการ์ตวัดมองไปทางประตูหน้าของโรงแรม ภาวนาให้ปรากฏเงาของนิโคลัสโดยไว เธอเพิ่งจะส่งข้อความไปหาเขาเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ยังอีกหลายนาทีกว่าเขาจะมาถึง และไม่แน่ด้วยว่าเขาจะช่วยเธอจัดการกับปัญหาตรงหน้าได้ แต่อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องเผชิญหน้ากับญาติหิวเงินตามลำพัง

“กระเป๋าผ้าสวยดี ขอใบนึงนะ” เสียงแหบพร่าเพราะถูกทำลายด้วยควันบุหรี่ดังจากหลังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีชั้นสำหรับวางของที่ระลึกให้แขกที่มาเข้าพักวางอยู่

“เออ สวยดี เก่งเอาให้ป้าใบนึงด้วย” สร้อยสุดาไม่สนใบหน้าที่เกร็งเขม็งด้วยความโกรธของสุพรรณิการ์สักนิด ร้องขอของที่ระลึกราคาแพงด้วยอีกคน

“ออกมานะ! เข้าไปได้ยังไง แล้วกระเป๋านั่นให้แขก ไม่ได้แจกฟรี” 

ขณะตวาดสั่ง สุพรรณิการ์ตรงเข้าไปดึงญาติห่างๆ ให้ออกจากจุดที่ติดป้ายชัดเจนว่าเฉพาะพนักงานเท่านั้น แต่มือข้างที่ว่างจากการถือกระเป๋าผ้าสกีนลายโรงแรมของเก่ง เอื้อมไปหากระเป๋าอีกใบโดยปราศจากความเกรงใจ 

หญิงสาวดึงใบที่สองออก และกำลังจะดึงใบแรกที่เขาคล้องไว้ที่ไหล่คืนมา ก็ถูกสร้อยสุดาเข้ามาขวางผลักเธอให้พ้นจากหลานห่างๆ หนำซ้ำยังหยิบกระเป๋าผ้าส่งไปให้เพิ่มอีกหลายใบ 

“โอ๊ย! จะงกอะไรนักหนาแค่กระเป๋า แกทำงานที่นี่แค่ให้กระเป๋าป้าสักใบสองใบจะเป็นอะไร” มีบางคนบนโลกที่ไม่รู้จักคำว่าละอายใจ และสร้อยสุดาเป็นหนึ่งในนั้น

“ฉันทำงานที่นี่แต่ไม่ใช่เจ้าของที่นี่นะป้า”

สุพรรณิการ์พยายามดึงตะกร้าใส่กระเป๋าผ้ากลับคืนมาพร้อมกับให้เหตุผลทั้งที่รู้ว่าไร้ผลกับคนอย่างสร้อยสุดา

“เออๆ ฉันขอแค่นี้จะโวยวายอะไร ตกลงจะให้ไหมเงินน่ะ หรือจะปล่อยให้ฉันลำบากเพราะแกไม่ช่วย ที่ฉันลำบากทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะหาเลี้ยงแกมาก่อนเหรอ” 

สร้อยสุดาอ้างบุญคุณเก่าก่อนทั้งที่มันผ่านมาเป็นสิบปีแล้ว และเท่าที่จำได้สุพรรณิการ์หอบของกินไปขายริมชายหาดพัทยาหาเงินเลี้ยงตัวเองและยังต้องเอากำไรจากการขายของส่วนใหญ่ให้ป้าตั้งแต่เธออายุเพียงเก้าขวบ

ทว่าตอนนี้หญิงสาวกลายเป็นฝ่ายถูกชี้หน้าด่าข้อหาเนรคุณ เพราะไม่ยอมจ่ายหนี้นอกระบบจากการพนันให้ป้า 

ทำไมเธอกลายเป็นคนผิดเพราะการไม่ยอมจ่ายเงินที่ถูกขูดรีด สุพรรณิการ์หาเหตุผลจากเรื่องนี้ไม่ได้เลย

ปัญหาของหญิงสาวขยายวงกว้างขึ้นไปอีกเมื่อเห็นจากหางตาว่าอุทัยวรรณ ผู้จัดการใหญ่กำลังตรงมาทางนี้ พร้อมด้วยท่าทางเอาเรื่อง

ความสัมพันธ์ระหว่างสุพรรณิการ์กับเพื่อนร่วมงานเป็นไปได้ดีทีเดียว ยกเว้นกับผู้จัดการใหญ่ เพราะอุทัยวรรณไม่ได้เป็นเพียงพนักงานเท่านั้น ยังเป็นภรรยาเจ้าของกิจการ เธอมีนิสัยขี้หึงอย่างหนัก และจากนาทีแรกที่รู้จักกันสุพรรณิการ์ก็ถูกมองว่าเป็นพนักงานที่ชอบอ่อยนายจ้าง โดยเฉพาะเมื่อมีกุ๊กไก่มาอยู่ด้วยและได้ความเอ็นดูจากเจ้าของโรงแรมหนุ่ม ยิ่งตอกย้ำความเชื่อของอุทัยวรรณว่าพนักงานทั่วไปคนนี้ต้องการแย่งชิงตำแหน่งของเธอ

“จะพาญาติมาเยี่ยมชมโรงแรมก็ได้ค่ะ แต่ช่วยรักษาความสงบหน่อยสิคะ แขกตกใจกันหมดแล้ว” ท่าทีของอุทัยวรรณเป็นมิตรแต่แววตากับน้ำเสียงดูหมิ่นสุดๆ

“เอาละๆ ฉันขอโทษ ฉันกลับก่อนแล้วกัน” 

อยู่ๆ สร้อยสุดาก็ยอมถอยโดยง่าย สร้างความประหลาดใจและสังหรณ์ร้ายให้แก่สุพรรณิการ์ แล้วอุทัยวรรณก็ช่วยยืนยันมันออกมาด้วยเสียงแหลมสูง

“ว้าย!!! อะไรน่ะ ขโมยของเหรอ” 

ขโมย!!! สุพรรณิการ์ใจหายวาบรีบกวาดสายตาไปทางญาติห่างๆ พบว่าวินาทีเดียวกันนั้นเก่งกำลังเบี่ยงกระเป๋าผ้าของโรงแรมที่คล้องบ่าไปทางด้านหลัง เธอพลาดเองที่ไม่ได้สังเกตเห็นแต่แรกว่าก้นกระเป๋ามีน้ำหนักของบางอย่างถ่วงเอาไว้

“ขโมยอะไรนี่มันของผม กระเป๋านี่ก็พี่ฝ้ายคำเป็นคนให้” เก่งโบ้ยความผิดมาทางสุพรรณิการ์อย่างช่ำชอง

หายนะมาไวเกินกว่าจะคาดคิด สุพรรณิการ์แทบจะเห็นเลยว่าในสมองของอุทัยวรรณดีใจเพียงใดที่หาทางเอาผิดเธอได้ 

“มาจับขโมยเร็ว!!!”

อุทัยวรรณไม่เคยตะโกนในที่ทำงานเพราะเธอคิดว่านั่นเป็นพฤติกรรมต่ำๆ ที่ไม่ควรมีในโรงแรม ดังนั้นเธอทำเพียงเพื่อจัดการสุพรรณิการ์ หนามรกตาให้เด็ดขาด 

พนักงานหลายคนกรูกันมาตามเสียงเรียก พร้อมด้วยแขกชาวต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่สนใจในเรื่องชาวบ้าน ต่อจากนั้นก็คือการโต้แย้ง ตามด้วยการใช้กำลัง 

ทุกวินาทีที่ผ่านไป หญิงสาวพบว่าสถานการณ์พัฒนาจากเลวร้าย ไปยังหายนะ หนทางในการแก้ปัญหาของเธอมืดมิดไปหมด สิ่งที่เธอต้องการตอนนี้ก็คือนิโคลัส สามีชั่วคราวของเธอ ซึ่งเธอไม่รู้ว่าเขาจะมาทันช่วยชีวิตการทำงานของเธอไหม 

หรือต่อให้เขาปรากฏกายขึ้นมาในวินาทีนี้ สุพรรณิการ์ก็ยังมองไม่ออกว่าจากสามีอิมพอร์ต เขาจะแปลงกายเป็นฮีโร่ได้อย่างไร

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!” แล้วในวินาทีสิ้นหวังฮีโร่ของเธอ หน่วยกู้ภัยที่ชื่อว่านิโคลัสก็ยืนขวางหน้าระหว่างเธอกับปัญหา

………………

โปรดติดตามตอนต่อไป

#สามีอิมพอร์ต

        ตอนนี้เอามาจากเรื่องจริงของเพื่อนนักเขียนค่ะ เนื้อหาไม่ตรง แต่ความน่าด้านตรงสุดๆ บางทีญาติก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าระอา เป็นยิ่งกว่าศัตรูคู่อาฆาตซะอีก ทำดีสุดได้ก็แค่กรวดน้ำ

แว่นไม่แน่ใจว่าทางสำนักพิมพ์ปิดพรีออเดอร์ “สามีอิมพอร์ต” ไปหรือยังนะคะ ลองจิ้มลิ้งก์ด้านล่างดู แต่ถ้าสนใจหนังสือพร้อมลายเซ็นติดต่อแว่นได้เสมอค่ะ อิอิอิ

https://web.facebook.com/photo.php?fbid=2722906624437905&set=a.106220192773241&type=3&theater

        #เลขาลาพักร้อน เล่มก่อนจะเป็นสามีอิมพอร์ตตอนนี้ขายดีทุกร้าน รับประกันโดยงานมหกรรมหนังสือ(นายอินทร์) และซีเอ็ดค่ะ ใครยังไม่มีสั่งได้เลยนะคะ

https://www.satapornbooks.co.th/SPBecommerce/product_details/5797/The-Love's-Vacation-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%AF-%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

98 ความคิดเห็น