ยอดพธูคู่หทัย (สำนักพิมพ์สถาพร)

ตอนที่ 31 : หมูขี้เกียจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    20 พ.ค. 62

การติดตาม ไม่เหมือนกับการตามใจ นางติดตามเขา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยอมตามใจเขาไปเสียทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องไม่ถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณี

“นอนห้องเดียวกันไยต้องแยกเตียง”

หงจูเชวี่ยถามในสิ่งไม่ควรถามได้อย่างไร้ยางอาย กู่ซานคาดว่าหากนางตอบโดยอ้างอิงถึงความเหมาะสม เขาต้องมีข้อโต้แย้ง แล้วก็ไม่ผิดไปจากที่นางคิดเอาไว้

“ต่อให้ข้านอนเตียงเจ้านอนตั่งแต่คนข้างนอกก็ยังรู้ว่าเรานอนร่วมห้องอยู่ดี จะข้าวสารเป็นข้าวสุก จะไม้กลายเป็นเรือ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์ใจของเราจะไปคำนึงถึงคนอื่นให้มากความทำไม”

“แล้วข้ากับท่านไม่นอนร่วมเตียง เกี่ยวอันใดกับคนนอก” กู่ซานย้อนถามกลับ แล้วคาดว่าหงจูเชวี่ยผู้มีวาจาร้ายกาจจะต้องหาข้อโต้แย้งมาให้นางจนคำพูด แต่ครั้งนี้เขาทำนางผิดคาด

“จริงของเจ้า ถ้าเช่นนั้นข้านอนตั่งเจ้านอนเตียง” กล่าวไปเขาก็เดินมานอนบนตั่งยาวซึ่งรองรับความสูงของเขาไม่ดีนัก ก่อนจะเอ่ยมาประโยคหนึ่งแล้วพลิกตัวนอน

“ข้านอนละนะ”

แค่นี้เองหรือ ไม่โต้แย้งต่อหรือ กู่ซานรู้สึกเหมือนชกเต็มแรงลงไปบนปุยนุ่น ไม่ให้ทั้งความรู้สึกสมใจหรือพึงพอใจใดๆ ตรงข้ามแม้บรรลุจุดประสงค์กลับทำให้นางหงุดหงิดใจ

“ท่านจะนอนบนนั้นจริงๆ หรือ”

“ซานเอ๋อร์ ข้าบอกจะนอนแล้ว เจ้าอย่ามากวนใจ” หงจูเชวี่ยทำเสียงรำคาญ แล้วพลิกกายหันหน้าเข้าข้างฝา เผยแผ่นหลังให้กู่ซาน

เหตุใดนางกลายมาเป็นฝ่ายพูดไม่รู้เรื่อง เซ้าซี้เขา กู่ซานไม่รู้ว่านางควรรู้สึกเช่นไร ยินดี ละอาย มีโทสะ หญิงสาวเดินไปทางเตียงหนึ่งก้าว หันกลับไปมองหนึ่งครั้ง จะล้มตัวลงนอนยังจ้องมอง นอนลงไปแล้วก็ยังเผลอลุกขึ้นมอง ก่อนจะพบว่าตนระแวงมากไป นางปลดม่านมุ่งห่มผ้า ขณะตาหลับก็นึกได้เรื่องหนึ่ง

หรือนี่จะเป็นการแสร้งจับเพื่อปล่อย กู่ซานผวาลุก แล้วมองไปทางหงจูเชวี่ย เขายังคงนอนนิ่งเช่นเคย แต่นางฝึกวรยุทธ์มามากกว่าเขา หากอีกฝ่ายใช้กำลังข่มเหง นางมั่นใจว่าจะเอาชนะได้ ไตร่ตรองแล้วนางก็ล้มตัวนอนอีกรอบ กำลังจะเคลิ้มหลับก็ต้องสะดุ้งตื่น

“ซานเอ๋อร์” อยู่ๆ ก็มีเสียงเรียกท่ามกลางความเงียบ

“เรียกทำไม!!!” กู่ซานตวาดถาม เพราะเสียงเรียกของหงจูเชวี่ยทำเอานางสะดุ้งตื่นมานั่งกุมคว้ากระบี่พร้อมจัดการผู้คิดไม่ซื่อเช่นเขา

“นอนทีหลัง ทำไมไม่ดับไฟ”

“...” สมองของกู่ซานไร้ความสามารถในทันที แล้วก็เห็นหงจูเชวี่ยพลิกตัวกลับมามองนาง ตามด้วยยิ้มเยาะ

“ทำท่าเช่นนั้นหมายความอย่างไรกัน รูปงามเช่นข้าต้องสิ้นเปลืองแรงปล้ำเจ้าด้วยหรือ จุ๊ๆๆ ข้าต่างหากที่ต้องระวังตัว ไม่ให้เจ้าใช้กำลังข่มเหงข้า”

เห็นรอยยิ้มเยาะของเจ้าชีวิต กู่ซานก็ตัดสินใจแน่วแน่ นางจะติดตามปกป้องหงจูเชวี่ยเพื่อสังหารเขาด้วยมือตนเอง ยิ่งยามเช้าเห็นเขาแช่มชื่น เพราะตอนกลางคืนนอนอย่างเบิกบาน ส่วนนางกังวลตลอดคืนจนใต้ตาดำคล้ำ นางยิ่งตั้งใจมั่น

 

 

กลางคืนใครจะเบิกบาน ยามเช้าใครจะแช่มชื่นล้วนไม่เกี่ยวกับหงหนานปิง ช่วงนี้เขามีงานต้องทำมากมายกองเป็นภูเขา ฮ่องเต้หนีออกจากวังง่ายๆ แต่ไม่มีอะไรง่ายเลยกับการรับมือปัญหาตามหลัง

ความจริงแล้วหงจูเชวี่ยก็ไม่ได้ไร้จิตสำนึกไปเสียหมด ก่อนหนีไปเขาได้ร่างราชโองการแต่งตั้งหงหนานปิงเป็นผู้สำเร็จราชการชั่วคราวแล้ว โดยอ้างว่าตนไม่สบายต้องการพักรักษาตัว มีเต้อซาคอยสนับสนุนในท้องพระโรงย่อมปิดปากขุนนางได้เป็นอย่างดี ทว่าไม่ได้ช่วยให้งานเบาขึ้น

หนังสือกราบทูลมีทุกวัน ฎีกามีคนยื่นตลอด แต่ก่อนหงหนานปิงอ่านและสรุปส่งให้หงจูเชวี่ยตัดสิน ตอนนี้ถึงเขาจะเป็นผู้สำเร็จราชการก็ใช่ว่าจะตัดสินแทนได้ทุกอย่าง ไม่นับว่าขาดฮ่องเต้ไป ท่านอ๋องอย่างเขาก็ขาดที่ปรึกษาคนสำคัญ มาวันนี้เขาเองก็เพิ่งรู้ว่าเหนือหัวกวนประสาทที่คอยแต่จะโยนงานให้เขารับมือ ไม่ได้นั่งๆ นอนๆ อยู่อย่างสบาย แต่ก็ทำงานหนักไม่แพ้กัน

แต่งานหนักแค่ไหน ก็ยังมีหนักขึ้น มีเรื่องอยู่แล้ว ก็ยังมีเรื่องต้องคิด แน่นอนว่าไม่เกี่ยวกับบัลลังก์ที่เขามีราชโองการอยู่ในมือ แต่เกี่ยวข้องกับการไม่รับมันเอาไว้

‘หากไม่อยากให้ใครรู้ชาติกำเนิดของเจ้า รีบมาพบข้าโดยเร็ว’

จดหมายนี้ไม่ได้ลงนามเอาไว้ แต่หงหนานปิงรู้ดีว่ามีไม่กี่คนที่รู้ชาติกำเนิดแท้จริงของเขา ว่ามิใช่โอรสของอดีตฮ่องเต้ คนส่วนใหญ่ตายไปแล้ว แต่มีหนึ่งคนยังคงมีชีวิตอยู่ และยังกระหายในสิ่งที่ไม่ใช่ของตน หนำซ้ำยังคิดจะให้เขาช่วงชิงบัลลังก์ของหงจูเชวี่ย 

 

 

“ท่านทิ้งราชสำนักออกมานานๆ ไม่กลัวว่าหงหนานปิงจะชิงสิ่งที่เป็นของท่านไปหรือ” คำถามของกู่ซานไม่ทำให้หงจูเชวี่ยเป็นกังวลสักนิด ตรงข้ามเขายกมุมปากยิ้มด้วยซ้ำ

“หนานปิงขี้เกียจจะตาย แค่ให้ช่วยงานเล็กน้อย เขาก็โอดครวญว่าข้าไม่ทำหน้าที่ของตน เขาหรือจะอยากได้ตำแหน่งฮ่องเต้”

“ท่านต่างหากที่ขี้เกียจ เท่าที่ข้ารู้ ท่านให้ไป๋อ๋องดูแลงานทั้งหกกรม แล้วยังให้เขาช่วยสะสางราชโองการยิบย่อยจนเขาแทบจะต้องทำทุกอย่างแทนท่านแล้วด้วยซ้ำ” อยู่กันตามลำพังสองคน กู่ซานไม่จำเป็นต้องเกรงใจอะไรหงจูเชวี่ย

ก่อนออกจากเมือง กู่ซานรับหน้าที่วิเคราะห์การเดินทางข้างหน้า อีกไม่ไกลจะเดินทางถึงเมืองเฉิ่นตง ในเมื่อเจตนาของหงจูเชวี่ยคือสำรวจหาข้อมูลชายทะเล ตรวจสอบขุนนางท้องถิ่น พวกเขาก็ไม่สมควรแหวกหญ้าให้งูตื่น นางจึงคัดเอาทหารฝีมือดีออกมาสองร้อยนาย ปลอมแปลงเป็นคาราวานพ่อค้าเครื่องหนังกับสมุนไพรทางเหนือซึ่งออกมาสำรวจเส้นทางการค้าทางตะวันออก ส่วนที่เหลือกระจายตัวออกคอยคุ้มกันห่างๆ

แม้จะเสียเวลาไปกว่าครึ่งค่อนเดือนกับการจัดหาข้าวของตบตาคนนอก รวมถึงการเดินทางที่ล่าช้ากว่าควบม้าตามเดิม แต่ก็มั่นใจได้ว่าจะไม่กระตุ้นความสนใจจากคนนอก

ตอนนี้หงจูเชวี่ยใช้แซ่เดิมแต่ชื่อปลอมว่าหงสือซาน เถ้าแก่หงผู้มาจากแดนเหนือ ส่วนนางใช้ชื่อเดิมแต่สถานะใหม่ เป็นฮูหยินหง หรือหงกู่ซื่อ  การจัดการเช่นนี้สะดวกต่อการคอยอารักขาเขา แต่ข้อเสียคือนางตะขิดตะขวงใจ ทว่าน่าแปลกที่เขากลับไม่ใช้ข้อได้เปรียบนี้ก่อกวนใจนาง

“เอาล่ะๆ ข้ามันหมูขี้เกียจ ถ้าอย่างนั้นข้าจะนอนแล้ว อย่ามากวนใจ” กล่าวจบหงจูเชวี่ยก็พลิกกายนอนหลับตัดบทสนทนาเอาดื้อๆ

ระหว่างนั่งรถม้าไปด้วยกันหงจูเชวี่ยก็เอาแต่นอน กู่ซานมองความผิดปกตินี้ออก เสียดายที่ว่าเขามิใช่คนประเภทยอมตอบทุกอย่างที่ใครถาม นางจึงได้แต่พยายามชวนสนทนาหวังจะหาเงื่อนงำความผิดปกติ ซึ่งกลับกันจากแต่ก่อนที่เขาจะเป็นคนชวนนางพูดคุยไม่หยุด ถึงขั้นที่เรียกได้ว่ากวนใจ

“ท่านนอนเช่นนี้ตลอดช่างน่าเบื่อ ข้าออกไปขี่ม้าดีกว่า”

กู่ซานรู้ดีว่าคนเช่นหงจูเชวี่ย เสแสร้งได้เก่งเพียงใด แต่นางยังใช้ยุทธวิธีล่อหลอกเพราะสังหรณ์บอกว่าเรื่องที่เขาปิดบังน่าจะหนักหนา เสียดายที่ไม่สำเร็จสักนิด

“เจ้าจะไปก็ไป จะบอกทำไม ข้าจะนอน” หงจูเชวี่ยตอบกลับง่วงๆ ก่อนจะแผดเสียงออกมาดังลั่นรถม้า เพราะมีมือข้างหนึ่งตีก้นเขาเต็มแรง

“โอ๊ย!!! เจ้าตีข้าทำไม”

“ข้าตีแมลงวันที่บินมาตอมหมูขี้เกียจ” ถ้าเป็นคนอื่นคงโดนตัดมือไปแล้ว แต่มือนี้เคยต่อยทว่าไม่เคยถูกตัดดังนั้นไม่มีอะไรต้องกลัว

นั่นทำให้หงจูเชวี่ยมีปฏิกิริยาตอบโต้ขึ้นมาบ้าง เสียดายกู่ซานไม่ได้รับคำตอบอะไรเลย ซึ่งย้ำปัญหาให้น่าสงสัยมากขึ้น

 

......................................

โปรดติดตามตอนต่อไป

#ยอดพธูคู่หทัย

        ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ติดตามอ่านและช่วยคอมเม้นต์นะคะ ช่วยแว่นได้เยอะเลย เพราะเวลาแว่นเหนื่อยๆ หรือล้าจากเรื่องอะไรก็ตามมาอ่านคอมเม้นต์ก็จะมีกำลังใจพุ่งขึ้นมาอยากจะเขียนต่อไปอีก ขอบคุณมากๆ ค่ะ

ฝาก โหลด #ขันทีตัวปลอมจอมใจตัวจริง ในรูปแบบ E-Book ด้วยนะคะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTA3MDY2NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjkxODg1Ijt9

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

235 ความคิดเห็น

  1. #150 pemipond (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 10:52

    พี่เค้าใกล้ตายแล้ว แต่ไม่ได้เพราะพิษนะ โดนตีตาย

    #150
    0
  2. #121 กาญจนา (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 19:39

    อีกนานไหมน้อกว่าน้องกู่จะรู้ว่าเต้โดนพิษอยากให้น้องรู้ไวๆจะได้หาทางช่วย

    #121
    0
  3. #119 InthiraP (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 10:46

    พิษกำเหริบป่าว

    #119
    0
  4. #118 Goody2526 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 07:19
    เต้นอนบ่อยๆเพราะฤทธิ์ยาพิษอ่ะเป่า

    ...สงสารเต้ เชียร์ๆๆๆ
    #118
    0