ยอดพธูคู่หทัย (สำนักพิมพ์สถาพร)

ตอนที่ 15 : ไม่เห็นแก่ตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,687
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 144 ครั้ง
    17 เม.ย. 62

“วังหลวงเป็นสถานที่อย่างไรกัน ให้ซานเอ๋อร์แต่งเข้าราชวงศ์ ไม่เท่ากับให้นางกระโดดลงบ่องูพิษหรือ นี่จะได้เวลาสองปีแล้วใช่ไหม ไม่ได้การข้าจะชิงเขียนจดหมายไปปฏิเสธก่อน”

เหมยเยี่ยเซียงมองหากระดาษพู่กันเตรียมร่างจดหมายทันที ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่หงจูเชวี่ย ท่านอาผู้มีพระคุณ เชื่อได้เลยว่านอกจากกระดาษพู่กัน นางจะหายาพิษไร้รูปไร้รสเคลือบจดหมายไปด้วยให้อีกฝ่ายเป็นโรคลับไม่ต้องการสตรีตลอดกาล

“เจ้าใจเย็นๆ ก่อนได้หรือไม่  หากเขาลืมไปแล้วล่ะ เจ้าเขียนจดหมายไป มิเท่ากับทำให้เขานึกขึ้นได้หรอกหรือ” คำพูดของกู่เฟยช่างมองโลกในแง่ดี จนเหมยเยี่ยเซียงเค้นเสียงเยาะใส่สามี

“ท่านคิดว่าคนเช่นนั้นจะลืมหรือ ที่เงียบไปเช่นนี้ มีแต่จะกำลังวางแผนอยู่”

“...” กู่เฟยไร้คำพูด นิสัยอย่างหงจูเชวี่ยไม่มีคำว่าลืมเลือนความตั้งใจ มีแต่จะวางอุบายให้คนกระอักเลือดมากกว่า

“จริงของพี่สะใภ้ เป็นข้ากับพี่ใหญ่ที่กระทำผิดพลาดส่งสารไปแจ้งหนังสือสู่ขอ เพื่อป้องกันไม่ให้ขุนนางอื่นเพ็ดทูลว่าพกวเรามีใจเข้าหาแคว้นซาเป่ย คนเช่นเขาไม่รอโอกาสนี้อยู่จะรอโอกาสไหนอีก”

ฟังคำพูดของกู่ซาน กู่เฟยอยากจะเอาศีรษะโง่ๆ ของตนโขกกำแพง เหมยเยี่ยเซียงด่าไปเขียนจดหมายไป ส่วนเจ้าตัวก็ถอนใจ ไม่นึกเลยว่าฉายากุนซือกู่จะไร้ความหมายเจอปัญหาเช่นนี้ สามคนยังไม่ทันคืนสติจากความผิดพลาดก็มีราชโองการด่วนมาให้อกสั่นขวัญหาย

“ให้กู่ซานเข้าเมืองหลวง ปรึกษาราชกิจ” กู่เฟยสรุปราชโองการออกมาสั้นๆ แต่เรียกสีสันหลากหลายขึ้นบนใบหน้าคนฟัง ทั้งแดงก่ำ เขียวคล้ำ และดำมืด

“พี่สะใภ้ไม่ต้องกังวล ทุกอย่างย่อมคลี่คลายได้ การเรียกตัวข้าเข้าเมืองหลวงก็อาจเพราะเหนือหัวมีความต้องการให้ข้าหลีกปัญหาทางนี้”

กู่ซานรีบปลอบใจเหมยเยี่ยเซียงก่อนที่พี่สะใภ้จะหาทางส่งยาพิษไปให้หงจูเชวี่ย อย่างไรคนผู้นั้นก็เป็นฮ่องเต้ แต่พูดไป นางก็หาได้เชื่อวาจาของตัวเองสักนิดไม่ ขณะเดียวกันก็หวนคิดไปถึงตอนที่ตนเข้าสู่วัยปักปิ่น ซึ่งเป็นเวลาเหมาะสมให้สตรีเริ่มเตรียมแต่งงานเมื่อสามปีก่อน

หวังเพียงว่าเวลาผ่านไปหลายปี เขาจะไม่กล้ายื่นมือมาก้าวก่ายการแต่งงานของนาง

 

 

“ฝ่าบาท การแต่งงานของแม่นางกู่ หาใช่เรื่องที่พระองค์จะก้าวก่ายได้นะพ่ะย่ะค่ะ” ฉางเฉินกล่าวขึงขังแต่ตัวเขาเองยังไม่เชื่อเลยสักนิดว่าจะสามารถเกลี้ยกล่อมฮ่องเต้ได้

“ข้าไม่ได้พูดสักคำว่าจะก้าวก่ายเรื่องแต่งงานของกุนซือกู่”

หงจูเชวี่ยพูดไปก็เขียนจดหมายไป ยิ่งเขียนยิ่งไหลลื่น อาจเพราะเขากำลังเขียนเหน็บแนมองค์ชายของแคว้นซาเป่ยเป็นสุนัขที่สมควรถูกเชือดเอาไปตุ๋นอยู่ก็เป็นได้

“แล้วการที่ฝ่าบาทเขียนสารไปถึงเจ้าของแคว้นซาเป่ยว่าให้อบรมบุตรชายให้ดี อย่าริอ่านหมายปองแม่นางกู่ซาน นั่นมิได้เรียกว่าก้าวก่ายการแต่งงานของนางหรือพ่ะย่ะค่ะ” มีแคว้นไหนบ้างที่เจ้าแผ่นดินกระโดดเข้าไปขวางการสู่ขออย่างเต็มตัวเช่นนี้

“ข้ากำลังแสดงความเมตตาอยู่ต่างหากล่ะ พวกเจ้ากลัวว่าประชาชนจะเดือดร้อน ท้องพระคลังจะไม่มีกำลังช่วยเหลือไม่ใช่หรือ”

ฉางเฉินกรอกตาใส่เพดานห้องทรงพระอักษร หมั่นไส้ฮ่องเต้ที่เอาดีเข้าตัวเกินจะกล่าวออกมาเป็นคำพูด หากหงหนานปิงไม่ข่มขู่ว่าจะฆ่าตัวตายหากเหนือหัวทำท้องพระคลังว่างเปล่า ไหนเลยหงจูเชวี่ยจะรามือไม่คิดนำกำลังทหารไปบดขยี้แคว้นซาเป่ย เปลี่ยนมากระทำเรื่องล่วงเกินผู้อื่นหน้าตาเฉยแทน

แต่เชื่อเถิดว่าหากวัดเรื่องไร้ยางอาย เจ้าครองแคว้นไหนก็ไม่อาจจะสู้ต้าถัง หงจูเชวี่ยถึงขั้นลำเลิกบุญคุณที่อดีตฮ่องเต้เคยส่งเสบียงไปช่วยอุทกภัยหนาวยี่สิบปีก่อน ทั้งที่ความเป็นจริง คือส่งไปเพื่อไม่ให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนจากต่างแคว้น เร่ร่อนเข้ามาก่อความวุ่นวายในแคว้นของตน

“ดูเจ้าสิ หน้าตายับย่นไปหมดแล้ว หรือเจ้าจะบอกว่าข้าเป็นคนเห็นแก่ตัวที่ทำเช่นนี้” พอถูกเหนือหัวเอ่ยถาม ขันทีชราก็กลับจนพูด

การไม่ให้กุนซือแต่งงานกับคนต่างแคว้น นับเป็นเรื่องไม่ดีตรงไหนกัน และยิ่งไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวด้วย ฉางเฉินยังไม่ทันได้ตอบ หงจูเชวี่ยก็ชิงตอบเสียเอง

“หากข้าเห็นแก่ตัว คงบังคับให้นางแต่งงานกับข้า แต่มาป่านนี้แล้ว ข้าจะไม่มีวันทำเช่นนั้น” น้ำเสียงเยาะหยันในชะตาตนของหงจูเชวี่ย ทำฉางเฉินถอนใจ ไม่อาจพูดอะไรได้อีก ปล่อยให้เหนือหัวทำตามใจตนเองไป เพราะคงมีไม่กี่อย่างที่เขาจะทำได้

ความทุกข์ของมนุษย์มีแปดประการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย นั้นสามัญ แต่ที่มักทำให้เจ็บปวดใจมิรู้วายก็คือ ใกล้ศัตรู ไกลมิตร ผิดหวัง และสูญเสีย

ทั้งหมดนั่นหงจูเชวี่ยเผชิญมาเกือบหมดแล้ว แก่ตัวเขาคงไม่ได้ประสบ แต่ความตายนั้นคงยากจะหลีกหนี และนี่คือเหตุผลที่เขาจะกีดกันทุกคนให้ห่างกู่ซาน แม้ว่าสุดท้ายเขาจะไม่ได้ครอบครองนางก็ตาม

ผ่านเวลาไปครู่ใหญ่ หงจูเชวี่ยก็วางพู่กันหันไปหยิบปิ่นปักผมอันหนึ่งขึ้นมากวัดแกว่งเล่น มองส่วนปลายที่ประดับขนหางจิ้งจอกส่ายไปมา ฉางเฉินจำปิ่นอันนี้ได้แม่น เพียงแต่ไม่รู้ว่าผ่านมาสามปี เหตุใดมันจึงกลับมาอยู่ในมือของหงจูเชวี่ยอีกครั้ง

 

......................................

โปรดติดตามตอนต่อไป

#ยอดพธูคู่หทัย

มีความรู้สึกว่าตอนนี้มันสั้นไปไหมคะ แว่นเองก็รู้สึก555 กำลังแก้ฉากต่อไปอยู่ แก้เสร็จจะอัพต่อนะคะ ไม่น่าเกินวันนี้ จะอัพเป็นพิเศษค่ะ แทนคำขอบคุณที่เพื่อนๆ ติดตามให้กำลังใจเสมอ รักนะคะ จุ๊บๆๆ

ฝากเสี่ยวเจี่ยด้วยนะคะ โหลด #ขันทีตัวปลอมจอมใจตัวจริง ในรูปแบบ E-Book ได้แล้วค่ะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTA3MDY2NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjkxODg1Ijt9

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 144 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

235 ความคิดเห็น

  1. #30 InthiraP (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 12:44

    รู้สึกสงสารอิเต้นิดๆ

    #30
    0
  2. #29 mooklinlava2505 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 09:18
    แล้วจะทรมานความรู้สึกของตัวเองทำไมล่ะ อิเต้โรคจิตเหรอ งง
    #29
    0
  3. #28 OuWate (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 07:37
    สงสารฮ่องเต้จริงๆ นางน่าสงสารที่สุดเลย
    #28
    0