ยอดพธูคู่หทัย (สำนักพิมพ์สถาพร)

ตอนที่ 14 : คนเช่นนั้นจะลืมหรือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,038
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 171 ครั้ง
    15 เม.ย. 62

ยามที่วังหลวงเดือดพล่าน หงจูเชวี่ยกระเหี้ยนกระหือรืออยากสั่งการนำทัพไปฆ่าคน ฟากจวนสยบอุดรก็ร้อนรุ่ม เจ้าของจวนกู่เฟยก็สลัดความสุขุม ร่ำๆ จะคว้าดาบไปบั่นคอคนไม่ต่างกัน

“คิดบังคับน้องสาวของข้าให้แต่งงานด้วย เห็นข้าเป็นคนตายหรือไร ยังไม่เลิกวุ่นวายข้าจะไปสังหารซะให้จบเรื่องกันไป”

กู่เฟยอายุไม่มากก็ได้ขึ้นเป็นแม่ทัพสยบแดน นั่นเพราะเขาไม่เพียงเก่งกาจเชิงบู๊ยังมีความสามารถเชิงบุ๋นรวมถึงความอดทนอดกลั้นเหนือผู้คน ทว่านั่นสำหรับกรณีนอกเหนือจากสารขอสมรสที่ส่งมาติดต่อกัน โดยเพิ่มถ้อยคำเร่งรัดหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ หลังสุดถึงขั้นกล้าเอาความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นมาข่มขู่  

“พี่ใหญ่อย่าเพิ่งมีโทสะ สุนัขเห่าล้วนไม่กัด จะฆ่ามันให้เปลืองแรงทำไม”

กู่ซานออกปากเกลี้ยกล่อมให้พี่ชายใจเย็น แต่พี่สะใภ้ที่กำลังตั้งครรภ์สองเดือนตบโต๊ะดังปั้งจนสองพี่น้องพากันสะดุ้ง กลัวนางจะทำลูกในท้องเสียขวัญ

“ไม่ฆ่าได้หรือ!!!” เยี่ยชิงเหมยตวาดก้องด้วยโทสะ กู่เฟยต้องรีบเปลี่ยนท่าทีมาปลอบให้ฮูหยินของตนใจเย็นๆ แต่นางมีหรือจะข่มกลั้นไหว

หากเป็นสตรีอื่นเจอปัญหาเช่นนี้หากไม่แก้ปัญหาด้วยปัญญาก็แก้ด้วยน้ำตา แต่พี่สะใภ้ใหญ่บ้านนี้มีฉายาว่าอสรพิษแห่งวังหลวง ย่อมมีวิธีแก้ปัญหาที่เฉียบขาดกว่านั้น

“เฟย ท่านนำยาพิษที่ข้าปรุงไปจัดการสังหารเชื้อพระวงศ์ซาเป่ยชาติสุนัขให้เรียบ ใครมีปัญหาก็จัดการไปพร้อมๆ กันซะ ฆ่าพวกมันเสียให้หมดดูสิจะมีใครกล้ามาบังคับคนในบ้านเราให้แต่งงานอีก” การแต่งงานจะเปลี่ยนจากสงครามเป็นการฆ่าล้างแว่นแคว้น เล่นเอาคนฟังเหงื่อตก

กู่เฟยทางหนึ่งปลอบภรรยาไม่ให้ใช้โทสะจนทำร้ายตนเองกับบุตรในครรภ์ อีกทางก็ได้แต่ทอดถอนใจ ดังคำกล่าวที่ว่าผิดที่ครอบครองหยก[1] ต่อให้จัดการปฏิเสธการสู่ขอคราวนี้ได้ ผ่านไปไม่นานก็คงมีพวกตาไร้แววไม่รู้จักที่ตายเสนอตัวมาใหม่อีก เพียงเพราะคำว่าผลประโยชน์ล่อตาล่อใจ 

รูปลักษณ์ของกู่ซานไม่อาจเรียกได้ว่าโฉมงามล่มเมือง หนำซ้ำอายุยังใกล้จะเลยวัยเหมาะสม แต่ความคงอยู่ของนางมีผลต่อแว่นแคว้น  ไม่ว่าด้วยฐานะน้องสาวของขุนศึกใหญ่แห่งแคว้นต้าถัง หรือฐานะกุนซือกู่ผู้ออกอุบายแยบยลช่วยเหลือราชสำนักนับครั้งไม่ถ้วน หากได้ตัวนางไป ไม่พูดถึงว่าจะทำประโยชน์ให้ฝ่ายตรงข้ามได้หรือไม่ แต่ย่อมส่งผลต่อกิจการในแคว้นเป็นแน่

สารด่วนที่ส่งให้ฮ่องเต้ก็เพื่อป้องกันปัญหาในวันหน้า หากมีใครคิดใช้เรื่องนี้ยุแหย่ความสัมพันธ์ระหว่างขุนนางกับเหนือหัว แต่มิได้คาดหวังทางออกใดๆ เพราะต่อให้ฮ่องเต้เป็นจอมมารมากเล่ห์ไร้ยางอายเช่นไร กู่เฟยก็ไม่คาดหวังว่าหงจูเชวี่ยจะหาทางแก้ได้

“ปฏิเสธคราวนี้ได้ แต่ไม่อาจปฏิเสธตลอดไป” กู่ซานมองตาพี่ชายก็เข้าใจความลำบากของเขา เอ่ยปากออกมาเอง

“ทำไมพูดเช่นนี้ จวนสยบอุดรแห่งนี้ขาดแคลนทหารหรือไรกัน เจ้าพอใจแต่งก็แต่ง ไม่พอใจก็ไม่ต้องแต่ง ทหารสกุลกู่ไม่ได้มีดีแค่รบ ยังมีพิษของข้าช่วยหนุน ข้าไม่เชื่อว่าจะมีคนกล้าไม่รับฟังคำปฏิเสธของเจ้า” เหมยเยี่ยเซียงถนัดพิษไม่ถนัดเรื่องแผนการย่อมไม่รู้ความลำบากใจในเรื่องนี้

“ความหมายของซานเอ๋อร์ก็คือครั้งนี้เป็นเพียงการสู่ขอเพื่อเชื่อมไมตรี แต่เห็นได้ชัดว่าต่อไปจะใช้เป็นข้ออ้างในการโจมตีแคว้นเรา”

ให้รบกู่เฟยไม่ปริปาก แต่ให้เป็นชนวนในการรบทัพจับศึกสูญเสียชีวิตผู้คน พวกเขาจะไปสู้หน้าบรรพบุรุษในปรภพได้อย่างไร

เหมยเยี่ยเซียงฟังแล้วก็ให้อึดอัดไปทั้งตัว นางอยู่ในฐานะพี่สะใภ้ของกู่ซานมาหลายปี รู้สึกเหมือนน้องสามีเป็นทั้งน้องสาวและสหายแท้ๆ เห็นอีกฝ่ายไม่มีท่าทีจะแต่งงานก็ไม่คิดบังคับ จวนสยบอุดรมีทั้งเงินตราและอำนาจ ไม่จำเป็นต้องใช้การแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องแต่งเพื่อหนีปัญหา แต่เมื่อเกี่ยวพันถึงความเป็นอยู่ของชาวบ้านตาดำๆ นางก็จำต้องลดความแข็งกร้าวลง

“หากจะไม่ให้ผู้ใดบีบบังคับซานเอ๋อร์ เราก็ควรให้นางได้แต่งงานกับคนที่ชอบ” พี่สะใภ้ใหญ่เหมือนมารดา ในเมื่อกู่ซานไร้บิดามารดาแล้ว เหมยเยี่ยเซียงก็จำต้องคิดอ่านจัดการเรื่องนี้ แต่คิดไปคิดมานางก็นึกไม่ออกเลยว่าน้องสามีจะมีใครที่พอจะชอบพอบ้าง

“เอาเช่นนี้ดีกว่า ขอแค่คนที่เจ้าพอจะชอบๆ บ้าง หรือหากไม่มีจริงๆ ก็เลือกคนที่เข้าท่าสักคนมาแต่งเข้าบ้านดีหรือไม่”

“แต่งเข้างั้นรึ ก็ดีนะ ทหารที่ข้าฝึกมาล้วนแข็งแรงซื่อสัตย์ วันหน้าจะได้ปกป้องซานเอ๋อร์ได้”

กู่เฟยคิดว่าวิธีนี้ดีมาก ไม่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ยังป้องกันไม่ให้น้องของเขาต้องแยกเรือนไปไหนด้วย ในสมองพิจารณาคนที่พอจะใช้ได้ไปมา กู่ซานมองท่าทางกระตือร้อร้นต้อนคนเข้าบ้านของพี่ชายแล้วรีบเอ่ยปากห้าม เพื่อป้องกันไม่ให้เหล่าชายโสดในค่ายต้องได้รับความลำบาก

“การแต่งงานจะใช้วิธีบังคับได้อย่างไรกัน ที่สำคัญข้าไม่มีใครในใจ” กู่ซานตอบกลับอย่างหนักแน่น แต่ในใจกลับหวั่นไหว คล้ายๆ จะมีเงาใครบางคนมารบกวนจิตใจ

“แต่ก็มีบางคนที่เก็บเจ้าไว้ในใจ” คิดถึงใครคนนั้นแล้วกู่เฟยก็ถอนใจ  

“ใครหรือ ทำไมข้าไม่รู้” เหมยเยี่ยเซียงประหลาดใจ มองหน้ากู่ซานพบว่านางหลบตา หันไปมองกู่เฟย เขากลับพูดสิ่งที่ทำให้นางยิ่งงุนงง

“คนผู้นั้นให้เวลาสองปี เขากล่าวว่าหากเจ้าพอใจใครก็แล้วไป หากไม่ เขาจะมาสู่เขาเจ้า”

หน้ากำแพงเมืองวันนั้น คำพูดที่ออกจากปากของหงจูเชวี่ยยังคงชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง แม้จะกล่าวด้วยท่าทางไม่จริงจัง แต่หนักแน่นทุกคำ กู่เฟยไม่ได้นับเวลารอ แต่จดจำได้ว่าผ่านกำหนดไปแล้ว ความโปรดปรานของฮ่องเต้เปลี่ยนได้ในพริบตา และข้อนี้ไม่มีเพียงเขาที่รู้

เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ อีกสองปีซานเอ๋อก็อายุสิบแปด หากไม่มีผู้ใดมาสู่ขอ ข้าจะมาถามใหม่

 ตอนนั้นหงจูเชวี่ยถามทีเล่นทีจริง แต่กู่เฟยคิดจริงๆ ว่าจะก่อกบฏหากฮ่องเต้กล้ามาสู่ขอ เห็นสีหน้าพี่ชายที่กลายเป็นถ่านขณะกล่าวเรื่องนี้ กู่ซานก็รีบเอ่ยปลอบ

“ถ้าเขาจะมาจริงไหนเลยจะรอเวลาสองปี วันเวลาล้วนเปลี่ยนแปลงผู้คนได้”

หินแหลมคมตกอยู่กลางกระแสน้ำ ช้าเร็วยังถูกกัดเซาะทำลายเหลี่ยมมุมจนโค้งมน คนทุกคนก็เช่นกัน ต่างถูกกาลเวลาอันโหดร้ายลบเหลี่ยมมุมอย่างเงียบเชียบ  องค์ชายปีศาจของนางผ่านเวลาไปสิบกว่าปี ไหนเลยจะไม่รู้จักดูสถานการณ์

ที่กู่ซานคิดกับหงจูเชวี่ยเช่นนี้ เพราะนางก็เป็นดั่งหินก้อนหนึ่งในลำธารที่ชื่อว่ากาลเวลา ความอวดดีในวัยเด็ก ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ คิดว่าฟ้าเหนือจวนสยบแดนกว้างขวาง โตขึ้นค่อยพบว่าสถานที่ที่ตนอยู่ เป็นเพียงผืนดินหนึ่งภายใต้ฟ้ากว้างของต้าถัง ตัวนางที่เคยทระนงว่าเก่งกาจ ก็เป็นเพียงสตรีคนหนึ่งเท่านั้น โชคดีที่นางรู้ความจริงได้เร็ว และเชื่อว่าการเงียบหายไปของเขา คือการคิดได้แล้วเช่นกัน

“อย่าบอกนะว่าผู้ที่พวกท่านเอ่ยถึงเป็นท่านอาของข้าคนนั้น” ความเงียบของสองพี่น้องเป็นคำตอบที่ดีที่สุดให้แก่เหมยเยี่ยเซียง

ตอนนี้อดีตอสรพิษแห่งวังหลวง ไม่เพียงอึดอัดไปทั้งกายแต่อึดอัดแน่นหัวใจอยากด่าทว่าด่าไม่ออก อาสิบสามของนางช่วยเหลือนางออกจากวังหลวงที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมกินคน ทั้งยังช่วยส่งเสริมให้นางได้ครองคู่กับชายคนรัก บุญคุณของเขาเหนือกว่าบิดาของนางที่จากไปตั้งแต่นางเพิ่งลืมตาดูโลกเสียอีก แต่จะมากขนาดช่วยส่งเสริมให้เขาได้สมรสกับน้องสามีหรือไม่ คำตอบคือ ไม่

“วังหลวงเป็นสถานที่อย่างไรกัน ให้ซานเอ๋อร์แต่งเข้าราชวงศ์ ไม่เท่ากับให้นางกระโดดลงบ่องูพิษหรือ นี่จะได้เวลาสองปีแล้วใช่ไหม ไม่ได้การข้าจะชิงเขียนจดหมายไปปฏิเสธก่อน”

เหมยเยี่ยเซียงมองหากระดาษพู่กันเตรียมร่างจดหมายทันที ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่หงจูเชวี่ย ท่านอาผู้มีพระคุณ เชื่อได้เลยว่านอกจากกระดาษพู่กัน นางจะหายาพิษไร้รูปไร้รสเคลือบจดหมายไปด้วยให้อีกฝ่ายเป็นโรคลับไม่ต้องการสตรีตลอดกาล

“เจ้าใจเย็นๆ ก่อนได้หรือไม่  หากเขาลืมไปแล้วล่ะ เจ้าเขียนจดหมายไป มิเท่ากับทำให้เขานึกขึ้นได้หรอกหรือ”

คำพูดของกู่เฟยช่างมองโลกในแง่ดี จนเหมยเยี่ยเซียงเค้นเสียงเยาะใส่สามี

“ท่านคิดว่าคนเช่นนั้นจะลืมหรือ ที่เงียบไปเช่นนี้ มีแต่จะกำลังวางแผนอยู่”

“...” กู่เฟยไร้คำพูด นิสัยอย่างหงจูเชวี่ยไม่มีคำว่าลืมเลือนความตั้งใจ มีแต่จะวางอุบายให้คนกระอักเลือดมากกว่า

......................................

โปรดติดตามตอนต่อไป

#ยอดพธูคู่หทัย

ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ติดตามค่ะ กอดดดด ส่วนพี่สือซานจะไปสู่ขอซานเอ๋อร์หรือไม่ จะเฉลยในตอนหน้านะคะ บอกได้แค่ว่า ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด แต่จะอย่างไร ต้องติดตามค่ะ กดแอดแฟนตอนนี้ อัพปุ๊บรู้ทันทีนะคะ

ระหว่างวันหยุดฝากเสี่ยวเจี่ยด้วยนะคะ โหลด #ขันทีตัวปลอมจอมใจตัวจริง ในรูปแบบ E-Book ได้แล้วค่ะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTA3MDY2NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjkxODg1Ijt9



[1] มาจากสำนวนเต็มที่ว่า “ชาวบ้านไม่ผิด ผิดที่ครอบครองหยก” หมายถึง ผิดที่มีของมีค่าจึงถูกมุ่งร้าย หากไม่มีความสามารถในการคุ้มครองตนเอง ครอบครองสิ่งดีมักจะมีภัย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 171 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

235 ความคิดเห็น

  1. #148 pemipond (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 19:27
    มาขอข้าแทน
    #148
    1
    • #148-1 กาน (จากตอนที่ 14)
      10 กรกฎาคม 2562 / 10:02
      เอาเลยนะตระกูลที่มีลูกสาวและยังมีอำนาจช้าเร็วก้อต้องแต่งแต่จะแต่งกับใครก้อไม่ต่างกันเพราะกฏบ้านมันอยู่กับผู้นำตระกูลนางแต่งไปกับตระกูลใหญ่เขารับเมียรองอนุได้ก้อต้องยอมแม้ไม่อยากเกี่ยวข้องเราเห็นว่่ามันไม่ต่างกันเลยกับต้องแต่งเข้าวังเวลานี้ดีไม่ดีมีอำนาจเหนือผู้คนแถมฉลาดเป็นกดตะเอาตัวเองไม่รอดเชียวหรือ
      #148-1
  2. #27 Angiemammy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 14:05

    เหมยยังคือเหมยชอบนาง คลอดลูกมาคงแสบน่าดู 55

    #27
    1
    • #27-1 วาณี ซิงซิน แว่นฟ้า(จากตอนที่ 14)
      17 เมษายน 2562 / 07:18
      ลูกสาวของอสรพิษวังหลวง ก็คือเจ้าแห่งอสรพิษค่ะ555
      #27-1