Forbidden Boss 'ของสูง' [ yaoi ]

ตอนที่ 8 : CH7 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 393
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    29 ธ.ค. 59



Chapter 7

 

[หายไป]



 

 


อ่า...”  เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากเตียงกว้าง เปลือกตาหนากระพริบถี่เพื่อรับแสงแดดที่สะท้อนเข้าตาบ่งบอกถึงตอนเช้าตรู่ ข้อมือหนาคว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดจอเพื่อดูเวลาเป็นเวลากี่โมง

 

12:00 pm

 

เหอะ...” เช้ากับผี...ชาร์ลีสะบัดหัวไล่ความมึนงง โยนสมาร์ทโฟนทิ้งแล้วยันตัวขึ้นจากเตียงแบบระมัดระวังเพื่อเดินไปที่ห้องน้ำ

 

หายช้าชะมัด” ชาร์ลีบ่นเบาๆ สายตาจ้องมองไปที่กระจก ร่างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นถูกประดับไว้ด้วยรอยแผลลึกพาดยาวไปทั่วทังตัว บางจุดถูกแปะทับด้วยผ้ากอซจนดูเหมือนเขาเป็นโรคผิวหนังอะไรซักอย่าง แต่ถามว่าเจ็บไหม...ก็ให้ความรู้สึกแปลกดีเวลาเอานิ้วลูบน่ะนะ...

 

“Sh*t!!!” แต่จะมีแค่บางที่เท่านั้นที่มันเจ็บจนแทบจะขว้างปาข้าวของระบายอารมณ์

          ชาร์ลีก้มลงมองจุดต่ำสุดที่เจ็บแปลบขึ้นมาทุกครั้งที่ใช้งาน ลูบมันเบาๆราวกับจะปลอบประโลม เขายังจำสีหน้าของหมอได้ติดตาหลังจากเปิดลูกชายให้ดูแบบหมดเปลือก

 

        ‘เอ่อ...

 

        ...

 

        ‘จะทำอะไรก็ระมัดระวังหน่อยนะครับคุณชาร์ลี ตรงนี้มันบอบบาง

 

        ครับ...

 

        ‘การมีเพศสัมพันธ์ในรูปแบบพิเศษ ซึ่งหมอเข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้ แต่หมอผมแนะนำให้อย่ารุนแรงเกินไปนักถ้าหากว่าคุณยังอยากใช้งานต่อจนแก่ รอยยิ้มของหมอมันชวนเขาหน้าชามากๆจนต้องรีบรับคำและเฉไฉไปจนจบการตรวจ

 

        สาบานได้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แอชตันจะไม่ได้เล่นงานลูกชายเขาอีก!

        

        ชาร์ลีคิดในใจ หลังจากที่ทำธุระส่วนตัวเสร็จ เดินไปเปิดโน้ตบุคเพื่อเช็คไฟล์เอกสารที่แผนกฝ่ายบุคคลส่งมาให้  นี่ก็เข้าวันที่5แล้วที่ชาร์ลีไม่ได้เข้าบริษัทและเป็นวันที่5 ที่ไม่ได้เจอกับแอชตันอีกเลย

 

          Rrrrrrr……

 

ครับ

 

คุณชาร์ลี” น้ำเสียงคุ้นเคยดังมาจากปลายสายสร้างความเบื่อหน่ายขั้นสุดให้กับเขามาก มิสนาตาเซีย...

 

ครับ

 

อาการป่วยเป็นยังไงบ้างคะ” ทันทีที่เขาขานรับอีกรอบ เธอพูดตอบกลับมาด้วยเสียงเป็นกังวล

 

ดีขึ้นครับ คิดว่าพรุ่งนี้คงเข้าบริษัทได้”  

 

งั้นหรอคะ โล่งอกไปที ฉันเป็นห่วงมากเลยล่ะ

อ่า...ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับ” ถ้าไม่นับว่าโดนฟาดลูกชายอักเสบจนไปทำงานไม่ได้มั่งล่ะ...

 

แน่ใจนะคะ ยังไงวันนี้เลิกงานฉันขอ...

 

มิสนาตาเซีย ผมคิดว่าอาจจะไม่สะดวก” ชาร์ลีพูดเสียงเข้ม

 

หรอคะ อ่า งั้นขอโทษด้วยนะคะ ฉันขอตัวก่อน

 

ครับ

 

          อีกฝ่ายวางสายไป ชาร์ลีกดปิดมือถือแล้วโยนไปไว้กลางเตียงด้วยความหงุดหงิด ตอนสายเข้า เขาไม่ทันได้มองและรีบรับเพราะคิดว่าอาจจะเป็นคนที่เขารออยู่เกือบ5วันติดต่อมา แต่กลับกลายเป็นยัยป้าขี้หงุดหงิดเสียแทน

 

          เขาปิดโน้ตบุคลงทันทีเมื่องานทั้งหมดที่ได้รับจากอีเมลล์เสร็จสิ้น มองนาฬิกาก็พบว่าเวลามันล่วงเลยมาถึงช่วงเย็น เสียงร้องในท้องตัวเองก็เริ่มประท้วงเหมือนกับเตือนว่าเขาสมควรจะไสหัวออกไปหาอะไรมาทานได้แล้ว

 

          เขาเลือกที่จะหยุดเพิกเฉยต่อเสียงร้องของตัวเอง เดินกลับไปเปิดตู้เย็นเพื่อหาว่าพอมีอะไรที่จะยัดเข้ากระเพาะได้บ้าง แต่ก็ต้องผิดหวัง เนื่องจากของสดในตู้นั้นหมดแทบทุกสิ่ง หมดจนขนาดที่ว่าน้ำเปล่าซักขวดยังไม่มี

 

          ชาร์ลีกลอกตา มือควานหากุญแจรถ หากยังปล่อยไว้แบบนี้ โรคกระเพาะคงถามหาเข้าสักวัน และนั่นทำให้เขาต้องขับรถไปซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อหาอะไรมายัดท้อง เพราะเขาไม่ชอบทานอาหารจากร้านเท่าไหร่หากไม่จำเป็น

 

 

          ชาร์ลีใช้เวลาเพียงแค่สิบนาทีในการขับรถไปซุปเปอร์มาร์เก็ต ถามว่าแค่สิบนาทีทำไมไม่เดินไป... เอาเถอะ ถ้ายังอยากให้ลูกชายเขาใช้งานก็ควรงดเดินซักระยะ

 

         

          ในเวลาไม่นาน ชาร์ลีเลือกซื้อของสดสำหรับตุนตู้เย็นพื้นที่กว้างขางจนพอใจ ในระหว่างที่กำลังเดินไปโซนของใช้ส่วนตัว สายตาดันเหลือบไปเห็นกลุ่มผมสีน้ำตาลที่คุ้นเคย

 

          แอชตัน...

 

        เคยคิดไหมว่าบางทีมนุษย์ก็มักจะห้ามความสงสัยไว้ไม่อยู่ เขาเดินตามเจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิท ยิ่งได้มองนาฬิกาข้อมือยี่ห้อดังบนข้อมือขนาดพอดีก็ทำให้ยิ่งแน่ใจว่าใช่คนที่เขากำลังคิดอยู่แน่

 

        Fresh food department

 

        อาหารสดเนี่ยนะ?? เขามองป้ายแผนกอีกครั้งให้แน่ใจขณะที่ขายาวๆยังก้าวตามอีกคนที่เดินนำห่างไปหลายเมตรพอสมควร หยุดเท้าลงเมื่อเห็นว่าแอชตันหยุดยืนที่โซนเนื้อ  จากใบหน้าที่เรียบเฉยเริ่มมีปมอยู่กลางคิ้วยามที่มองเนื้อแต่ละชิ้นด้วยสายตาที่ดูก็รู้ว่าหงุดหงิด

 

          เขาเข้าใจแล้วว่าแอชตันคิดจะทำอาหาร แต่นึกถึงเหตุการณ์ที่ได้เข้าครัวกันรสชาติของเรดเวลเว็ดเค้กมันก็ฉาบปลายลิ้นเรียกอาการฝืดคอทันที

 

มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”

 

อ่า...ผมอยากทำอาหารน่ะครับ แต่ไม่รู้ควรจะเลือกเนื้อชนิดไหนดี” 

 

          ชาร์ลีมองรอยยิ้มกว้างแบบการค้าที่ส่งให้กับพนักงานประจำแผนก และเพราะรอยยิ้มแบบนั้น เลยไม่เคยมีใครรอดมือของแอชตันสักรายรวมถึงเขาด้วย ชาร์ลีกลอกตาในเป็นรอบที่ร้อยของวัน ใจอยากจะเดินเข้าไปหาแล้วแสดงความสนิทสนมให้พนักงานคนนั้นเห็นรู้แล้วรู้รอด แต่จู่ๆ ใบหน้าเรียบสนิทและสายตาเย็นชาของแอชตันในวันนั้นก็แวบขึ้นมาทำให้ตัวยังยืนอยู่ที่เดิม

 

สำหรับครอบครัวหรอคะ?” พนักงานสาวผมบรอนด์ฉีกยิ้ม เขาเห็นว่าหล่อนเดินเข้าไปยืนข้างๆแอชตันมากขึ้น

 

คนพิเศษครับ” แต่คำตอบก็ทำให้เจ้าหล่อนยิ้มค้าง กระถดตัวออกมาจากร่างโปรงนั่นกระทันหัน รวมถึงเขาที่ยืนฟังอยู่ห่างๆขมวดคิ้วทันที

 

          ถ้าให้เดาเล่นๆ ชาร์ลีคิดว่าคนพิเศษที่ว่าอาจจะมีหลายแง่ เพื่อน พี่น้อง แต่แอชตันไม่มีเพื่อน และเป็นลูกคนเดียว คนพิเศษก็กลายมาเป็นคำจำกัดความที่ทำเอาเขานิ่งได้หลายนาที

 

คนพิเศษของแอชตัน??


          และยิ่งได้เห็นรอยยิ้มเล็กๆตรงมุมปากนั่นก็ยืนยันได้ดีกว่าคนพิเศษในแง่ที่เขาคิดไว้มันมีจริง

 

อ๋อ...ค่ะ หญิงสาวข้างๆตัวแอชตันรับเสียงแห้งๆแต่ก็ได้ไม่นาน เธอรีบพูดต่อเพื่อการบริการที่ดี  แล้วคนพิเศษของคุณชอบทานเนื้อชนิดไหนคะ ทางเราจะได้คัดให้

 

ผมรู้แค่ว่าเขาชอบทานเนื้อ

 

ค่ะ งั้นทางเราขอแนะนำเนื้อที่เกรดดีกว่านี้ถ้าหากคุณสนใจ เชิญไปทางแผนกนำเข้าได้เลยค่ะ

 

ครับ

 

 

 

          ปัง!

 

          หลังจากที่มองแอชตันกับพนักงานสาวเดินไปด้วยกันจนลับสายตา สมองเขาก็เหมือนจะหยุดสั่งการชั่วขณะ ลากร่างตัวเองไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ และขอขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เขาขับรถจากซุปเปอร์มาร์เก็ตกลับคอนโดได้โดยไม่ไปเสยกับรถคันอื่นเข้า

 

          เขาปิดประตูห้อง จัดของสดที่ซื้อมาใส่ตู้เย็นและนำส่วนที่ต้องใช้งานออกมากองไว้หน้าเคาท์เตอร์ครัวลวกๆ ชาร์ลีเตรียมหยิบเนื้อเกรดดีที่ได้มานำไปล้างและหมัก

 

          เนื้อหรอ?

 

        มือที่กำลังถือมีดชะงัก คำพูดของแอชตันดังขึ้นเพื่อย้ำว่าเขากำลังคิดอะไรในตอนนี้

 

 

ผมรู้แค่ว่าเขาชอบทานเนื้อ   

 

ไม่ทันได้สังเกตตัวเอง เขาชอบทานเนื้อ และยิ่งเป็นเนื้อนำเข้า แต่ขอเถอะ ญี่ปุ่นก็ขึ้นชื่อเรื่องเนื้ออยู่แล้ว มีคนที่ชอบทานเนื้อญี่ปุ่นแบบเขาอยู่เยอะแยะ

 

หลังจากมือเย็นจบลง ชาร์ลีใช้เวลาส่วนตัวในและไปโรงพยาบาลเพื่อล้างแผลตามที่หมอกำหนด ถึงจะรู้ว่าตนเองก็มีความหน้าหนาพอสมควร แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมาเปิดอะไรๆให้คนแปลกหน้าเห็นทุกวัน

 

เรียบร้อยแล้วครับ

 

ครับ

 

เขาตอบนายแพทย์หนุ่มหลังจากที่ทำแผลเสร็จ ชาร์ลีลุกขึ้นเพื่อไปเปลี่ยนกางเกงและกลับมาที่คอนโดอีกครั้งในเวลา 3 ทุ่ม กลับมาทำธุระส่วนตัวอีกรอบและเข้านอน

 

          ฟึ่บ!

 

แต่จนแล้วจนรอดท่ามกลางความเงียบสงัดมันไม่ได้ช่วยให้หลับลงได้เลยเมื่อหัวเอาแต่นึกถึงคำพูดของแอชตันในซุปเปอร์มาเก็ต ซึ่งมันวนลูปซ้ำๆจนเขาต้องคว้ามือถือขึ้นมาเปิดแอพแชทฯและเลื่อนหารายชื่อที่ทำให้เขาข้องใจตลอดช่วงเย็น

 

Charlie>>> ......

 

          แล้วข้อความที่ตั้งใจจะพิม์ทั้งหมดก็ถูกแทนที่ได้จุดสามจุดจนสุดท้ายเขาก็ลบทิ้งและปิดหน้าจอไป ชาร์ลีล้มตัวนอนอีกครั้งด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเล็กๆที่ไม่สามารถจะพิมพ์อะไรหาอีกคนได้อย่างใจนึกเนื่องจากครั้งสุดท้ายเจอกันก็ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ดีเท่าไหร่

 

          อารมณ์เย็นเมื่อไหร่ก็คงได้คุยเอง

 

 

        แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะได้คุยวะ!

 

หลังจากที่เขามัวแต่คิดว่าพอแอชตันอารมณ์เย็นลงคงได้คุยกัน นี่ผ่านมาเกือบ2อาทิตย์แล้ว ดูก็รู้ว่าคงไม่ลางานตลอด2อาทิตย์หรอก แอชตันมาทำงาน  แต่แม้แต่ผมซักเส้นเขาก็ยังไม่เห็น  ได้ยินผ่านๆจากพนักงานทั้งในและนอกแผนกก็พูดกันว่ามาทำงานตามปกติ แถมยังอารมณ์ดีส่งยิ้มจนสาวระทวยไปทั่วทั้งตึกอีกด้วย

 

ผมมาขอพบท่านประธาน

 

คุณคลินน์ไม่สะดวกให้เข้าพบค่ะ

 

และเมื่อเดินขึ้นไปถามแบบหน้าด้านๆที่ชั้นผู้บริหารก็ดันโดนสายตาเชือดเฉือนจากมิสซิสลอแรนซ์ทั้งๆที่เมื่อก่อนเขายังขึ้นมาชั้นนี้แทบจะทุกวันเลยก็ว่าได้

 

          ชาร์ลีเก็บข้าวของตัวเองแล้วลงไปทานมื้อเที่ยงตามคำชวนของมิสนาตาเซีย ดูเหมือนเธอจะดีใจมากที่เขายอมมาด้วยถึงได้ทำหน้าแดงหูแดงไปหมด ไหนจะท่าทางบิดๆเหมือนกับวัยรุ่นที่พึ่งโดนผู้ชายจีบนั่นอีก  เขาถอนหายใจออกมานิดหน่อยพยายามฟังคำถามของมิสนาตาเซียแล้วตอบไปตามมารยาทที่ดีทั้งที่ในหัวคิดได้แต่เรื่องที่แอชตันหายไปซะเฉยๆ

 

ช่วงนี้ผมไม่ค่อยเห็นบอส เขาไปไหนคุณทราบหรือเปล่าครับ?” ชาร์ลีถามเลียบเคียงเกี่ยวกับเรื่องของคนในความคิดกับคนตรงหน้า และดูเหมือนว่าความช่างสอดรู้สอดเห็นของมิสนาตาเซียจะเป็นประโยชน์ได้บ้าง เธอรีบตอบกลับมาทันทีเมื่อเห็นว่าเขาเริ่มชวนเธอคุยก่อน

 

ฉันก็เห็นอยู่ทุกวันนะคะ แต่เขาจะไม่ค่อยเดินเฉียดเข้ามาในแผนกนี้เท่าไหร่ เจอกันแค่ในตึกตอนช่วงเช้านั่นแหละค่ะ” 

 

อ่า...ครับชาร์ลีพยักหน้ารับคำ คำตอบแบบนี้เขาได้ยินมาจนเบื่อตลอด2อาทิตย์ ซึ่งมันมันทำให้เธอไร้ประโยชน์มากกว่าเดิมที่จะพูดคุย

 

มีธุระอะไรกับบอสหรือเปล่าคะ เห็นท่าทางคุณดูจะสนใจมากเป็นพิเศษแต่ความช่างสอดรู้สอดเห็นของมิสนาตาเซียยังทำงานได้ดี เธอถามขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทีเขาถอนหายใจ

 

ไม่มีอะไรครับชาร์ลีตอบปัด

 

ค่ะ

 

          และหลังจากนั้น หล่อนก็ชวนเขาคุยต่อจนกระทั่งหมดเวลาพักเที่ยง ชาร์ลีกลับมาเข้างานด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเล็กๆ ที่เขาลงไปทานข้าวกับมิสนาตาเซียก็เพราะอยากจะถามถึงเรื่องแอชตัน แต่คำตอบที่ได้มันก็ดันไม่ได้ช่วยอะไรมากกว่าเดิม อย่างน้อยๆชาร์ลีก็คิดว่าคงจะต้องรอ ต่อไป

 

 

6:00 pm

 

            ชาร์ลีกลับมาได้เกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว เขาหอบเอาเอกสารต่างๆกลับมาทำที่บ้านด้วยเนื่องจากไม่อยากขลุกอยู่กับที่บริษัทให้หงุดหงิดมากกว่านี้

 

            วันนี้มีประชุมบอร์ดบริหารนี่ ได้ยินว่าคงประชุมต่อถึงดึกแน่ๆ

 

          ก็รู้อยู่หรอกว่ามาทำงาน แต่แบบนี้มันจะไม่จงใจหลบหน้าเขาเกินไปหน่อยหรือ?

 

            ชาร์ลีคิดในใจในขณะที่สายตายังคงไม่ละจากเอกสารต่างๆ ถึงจะไสหน้าออกไปที่ห้องประชุมใหญ่แต่เชื่อเถอะ เขาคงได้รับสายตาประมาณพวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านจากมิสซิสลอแรนซ์อีกแน่

 

 

            ก๊อกๆๆๆ

 

            คนส่งของ?’

    

               ชาร์ลีขมวดคิ้ว คนร่างสูงลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ประตูเพื่อมองออกไปยัง Digital Peephole ว่าใครที่มาเคาะประตูในเวลาแบบนี้ แต่คิ้วยาวก็ยิ่งขมวดหนักขึ้นอีกเมื่อเห็นว่าคนที่มายืนเกาะประตูเป็นใคร


            และแน่นอน สาบานว่าเขาไม่ได้ตาฝาด แอชตันยืนเคาะประตูทั้งที่วันนี้มีประชุมบอร์ดบริหาร

 

          แต่ไม่นาน ใบหน้านิ่งสนิทของแอชตันก็ดูจะหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย มือเริ่มควานหาของในเสื้อสูทซึ่งชาร์ลีคิดว่าน่าจะเป็นคีย์การ์ดของห้องเขาแน่

 

 

                    แกร๊ก!

 

...

 

มีอะไรหรือเปล่าครับคุณคลินน์

         

          หลังจากเปิดประตู ชาร์ลีก็ลอบมองสังเกตอีกฝ่ายคร่าวๆ ใบหน้าคมหวานดูเหมือนจะมีไรหนวดขึ้นมานิดหน่อย เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนนั้นยาวขึ้นจนเลยระดับต้นคอ ทุกอย่างโดยรวมไม่มีอะไรเปลี่ยนไปซักอย่างติดแต่ตรงแววตา...และเขาเห็นความประหม่าในนั้น

 

เปล่า

 

อ่า...ครับ

 

หลบ

 

            ร่างสูงโปร่งแทรกตัวเข้ามาตรงที่เขายืนขวางประตู เขาเบี่ยงตัวหลบแต่ทว่าหัวไหล่กว้างก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกสัมผัสหนักๆที่ไหล่ เมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็นแอชตันที่ซบลงมา

 

แอชตัน...

 

            แอชตันโขกศรีษระกับหัวไหล่เขาเบาๆแล้วนิ่งไปอีกครั้ง  ท่ามกลางบรรยากาศเงียบๆ แต่กลับเป็นความเงียบที่ทำให้ชาร์ลีโล่งใจที่สุดใน2อาทิตย์ ไม่มีแววตาเชือดเฉือน น้ำเสียงเย็นๆและสายตากรุ่นโกรธ

 

            มีแค่เพียงน้ำเสียงและแววตาเรียบนิ่งที่เขารู้ดี ว่าภายในมันซ่อนความประหม่าเอาไว้มากมายขนาดไหนในการเจอหน้าเขาครั้งนี้

 

ครับ

 

            ลมหายใจถูกพ่นออกมาช้าๆและชาร์ลีเลือกที่จะยกมือลูบแผ่นหลังกว้างของแอชตันไว้เบาๆก็ไม่รู้เพราะอะไร ความรู้สึกไม่เข้าใจกึ่งโล่งใจตีขึ้นมาในอก

 

            แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน...






100%


แอชตันจะทำอาหารล่ะทุกคน!!


มาแล้วค่ะ 100 %  ตอนนี้ก็ อารมณ์ประมานว่า...make up กันอะ 5555 เคยมีคนถามมาว่า อิเรื่องนี้กี่ตอนจบ... จากพลอตแล้วคงไม่น่าจะเกิน30ตอนนะคะ เพราะว่าเป็นเรื่องแรกที่แต่งเลย ประสบการณ์ยังน้อยนัก 555 แต่สารภาพว่า คิดเรื่องต่อไปเรียบร้อยแล้ว เป็นคนขับรถกับคุณหนูใจแตก //เดี๋ยวก่อน แกควรตั้งสติใหม่ เอาอันนี้ให้รอดก่อน555


ขอบคุณทุกเฟบ ทุกคอมเมนต์ ทุกยอดวิวและทุกกำลังใจ สำหรับคืนนี้ฝันดีค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

139 ความคิดเห็น

  1. #41 Som O Usanee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 13:26
    ยังจำวันที่ทำเรดเวลเวทได้ พอพูดถึงแอชตันจะทำอาหารเราถึงกับหลุดหัวเราะเลย 55555 แอชตันต้องใช้ความพยายามมากกับการเข้าครัวนะเออ
    #41
    0
  2. #40 Som O Usanee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 16:33
    มารอดูสภาพชาลี อิอิ
    #40
    0