Forbidden Boss 'ของสูง' [ yaoi ]

ตอนที่ 9 : CH 8 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    11 ธ.ค. 59




Chapter 8

 

[เป็นห่วง]

 



 

อะหลังจากนั้นไม่นาน ร่างทั้งร่างก็ถูกผลักออกไปติดประตูอย่างแรงจนได้ยินเสียงกระแทกของแผ่นหลังกับประตู

 

หึ...”  แอชตันก้มลงหยิบข้าวของขึ้นมาถือไว้ในมืออีกครั้ง เขาพึ่งสังเกตว่าเจ้าตัวหอบถุงที่คิดว่าข้างในน่าจะเป็นของกินมาด้วย

 

นั่นอะไรชาร์ลีถาม

 

ไม่ถามซักคำผมคงไม่หักเงินเดือนคุณหรอกนะชาร์ลี

 

แอชตันสวนกลับ ถอดรองเท้าแล้วเดินเข้าไปในโซนห้องครัว วางถุงพวกนั้นลงจากนั้นก็ถอดเสื้อสูทตัวนอกและพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นมาถึงข้อศอก

 

อ่า..ท่านประธานคงไม่ใจร้ายกับผมขนาดนั้น

 

ชาร์ลีเดินเข้ามาส่วนเค้าเตอร์เดียวกันกับแอชตัน แผ่นหลังที่ไม่ได้กว้างไปมากกว่ากันสัมผัสกันเบาๆ  เขาเอื้อมมือไปหยิบถุงพวกนั้นมาเปิดดูก็เจอเข้ากับเนื้อ เกรดดีนอนแอ้งแม้งอยู่

 

แอชตัน อย่าบอกนะว่าคุณจะ...ไม่ทันได้พูดจบ ถุงเนื้อในมือก็โดนดึงกลับไป

 

ถ้าคุณฉลาดพอ คงไม่ต้องถามอีกนะว่าผมจะทำอะไร

 

มุมปากสวยยิ้มเยาะ ร่างสูงโปร่งหยิบเนื้อที่ได้มาวางบนเขียง ใบหน้าที่เริ่มคมขึ้นจากไรหนวดหันกลับมาอีกรอบ

 

Quelle cuisson pour votre viande* ”

 

        สำเนียงฝรั่งเศสชัดถ้อยชัดคำดังขึ้นมาจากริมฝีปากบาง ชาร์ลีขมวดคิ้วแน่น ก้มมองเนื้อบนเขียงนิ่งๆ

 

rare*

 

งั้นเชิญออกไปนั่งรอครับ เกะกะ

 

          แล้วชาร์ลีก็เบี่ยงตัวเองออกมาจากเคาท์เตอร์ครัว นั่งลงกับโต๊ะทานอาหารที่เยื้องอยู่ด้านข้างทำให้สามารถมองเห็นอะไรๆได้ชัดเจน

 

                 

เขากอดอกมอง ท่าทางของแอชตันตอนนี้มันต่างจากตอนที่ทำของหวานด้วยกันแบบลิบลับ ทั้งการหยิบจับอะไรต่างๆมันดูเป็นธรรมชาติเสียเขายังแปลกใจ ไม่เห็นเค้าความหงุดหงิดในอารมณ์เลยซักนิดเดียว

 

เคยได้ยินคำว่ายิ่งมองก็ยิ่งเพลินไหม? เขาเชื่อว่ามันใช้ได้จริงเพราะตอนนี้เขาเอาแต่จ้องอีกฝ่ายแบบไม่ละสายตา

 

          กึก

 

อ่า...”        

 

          โดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมๆของเนื้อโชยออกมานิดๆเรียกน้ำย่อยในกระเพาะของชาร์ลีไม่มากก็น้อย เขาก้มลงมองจานตรงหน้านิ่งๆ ผิวเนื้อสีน้ำตาลอมเทาของเนื้อสเต๊กเกรดดีที่ถูกย่างไฟในเวลาไม่กี่นาทีมันล่อตาล่อใจของเขาเป็นพิเศษ ยิ่งเลยเวลามื้อเย็นมาซักพักด้วยแล้ว รับรองว่าเขาแทบจะหยิบมีดขึ้นมาหั่นเลยด้วยซ้ำ

 

มองอะไร?”

 

ไม่มีอะไรครับ...และยิ่งเงยหน้าขึ้นมอง แอชตันที่ล้างอุปกรณ์ครัวทุกอย่างเสร็จแล้วก็ล้มตัวนั่งฝั่งตรงข้ามกัน เท้าคางมองเขาแล้วถามด้วยเสียงสบายๆ

 

มันทานได้ เชื่อผมเถอะชาร์ลีแอชตันหัวเราะเบาๆแล้วเพยิดหน้ามาทางจานของเขาเพื่อยืนยันคำพูด

 

ก็พอเดาได้ชาร์ลีตอบ ผมจำได้ว่าครั้งล่าสุดที่คุณทำเค้ก มัน...

 

ชู่วววว

 

...เขาเงียบเสียงลงอีกครั้งเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำเสียงแบบนั้น

 

จะไปสนใจอดีตทำไมกัน

 

แอชตันว่าเสียงเอื่อยๆ เอื้อมมือมาเพื่อแตะส่วนน้ำซอสเกรวี่ที่เลอะขอบจานออกไปแล้วแลบลิ้นเลียปลายนิ้วช้าๆ

 

ตอนนี้มันกินได้ก็น่าจะพอแล้ว

 

ก็จริงของคุณชาร์ลีจำต้องกลืนความสงสัยไว้ในลำคอ

 

          เสียงมีดจรดบนผิวเนื้อเป็นสิ่งที่ชาร์ลีได้ยินเป็นอย่างแรกหลังจากการหั่นมีดลงไป ชาร์ลีมองเนื้อในของสเต๊กที่ถูกย่างแบบแรร์ซึ่งคงความสดของเนื้อในไว้ได้อย่างดี ตัวเนื้อมีความชุ่มฉ่ำและคงสีของเนื้อไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ และเขามั่นในว่ามันกินได้

 

          ทันทีที่ส่งเนื้อสเต๊กเข้าปาก ความชุ่มฉ่ำละมุนลิ้นของรสเนื้อก็แตกซ่านในปาก กลิ่นหอมของเนยและใบไทม์ยิ่งทานคู่กับซอวเกรวี่ที่แอชตันทำมันก็ยิ่งดันรสชาติของเนื้อให้ลึกล้ำมากขึ้น

 

อะ...

 

เป็นยังไง?”

 

“…อร่อย

 

อร่อยก็ทานเยอะๆ คำตอบรับเรียกรอยยิ้มจากมุมปากสวยได้ดี แอชตันเริ่มดันตัวลงไปนอนแนบกับโต๊ะโดยที่ตายังมองเขาอยู่

 

ครับ

 

          แล้วเขาก็นั่งทานอยู่แบบนั้น โดยมีแอชตันนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามและเอาแต่จดจ้องกับการกินอาหารจนกระทั่งมันหมดจาน แต่เขาก็ต้องค้นพบความน่าประหลาดใจอีกอย่างเมื่อจานถูกแย่งไปวางไว้ที่อ่างล้าง

 

นั่นคุณจะล้างจาน?”

 

คุณเห็นว่าผมซักผ้าอยู่หรือเปล่าล่ะครับ?” ไหล่ของแอชตันตกลง เหมือนกับวาว่าอาการประหม่าจะหายไป บรรยากาศเดิมๆเริ่มกลับมาอีกครั้งซึ่งทำให้ชาร์ลีพอใจไม่น้อย

 

“’แบบนั้นมั้งครับเขาเดินเข้าไปใกล้มากขึ้น เอาคางเกยไหล่อีกฝ่ายไว้เฉยๆ

 

หึ

 

อีกฝ่ายส่ายหัว หันกลับไปล้างจานและอุปกรณ์ทำอาหารแต่ละอย่าง เขาลอบมองหลายครั้ง และเห็นว่าแอชตันทำมันได้ดี

 

คุณไปฝึกเข้าครัวมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

 

ผมจำเป็นต้องตอบ?”

 

นี่มันนอกเวลางาน และผมก็ไม่ใช่ลูกน้องคุณ เพราะฉะนั้นจำเป็นมาก

 

...อืมแอชตันวางจานใบสุดท้ายลง หันกลับมาแล้วใช้ท่อนแขนโอบรอบคอของเขาเอาไว้ นิ้วเรียวสอดเข้าใต้กลุ่มผมแล้วขยำเบาๆสร้างความรู้สึกดีให้เขาไม่น้อย

 

ก็...หลังจากที่กลับจากคอนโดคุณครั้งล่าสุดล่ะมั้ง

 

          อ่า...คำตอบที่ได้ยินทำเอาตกใจไม่น้อย แสดงว่าที่ผ่านมาแอชตันก็ฝึกทำอาหารมาตลอดทั้ง2อาทิตย์แน่ๆ

 

          ชาร์ลียิ้มออกมานิดๆ ดึงฝ่ามือขนาดพอดีมาเพื่อกดจูบย้ำๆ แต่ต้องชะงักซะก่อนเมื่อเห็นรอยแผลหลายรอยบนฝ่ามือไปจนถึงปลายนิ้วยาว คิ้วเรียวขมวดมุ่นเงยหน้ามองแอชตันที่ยิ้มแบบไม่ทุกข์ร้อนอยู่

 

แผลนี่...เพราะผมหรือเปล่า?”

 

อะไรของคุณ

 

แอชตัน รอยมีดบาดกับรอยน้ำมันนี่มันเพราผมใช่ไหม?”

 

          เขาถามจริงจัง แล้วได้คำตอบคือการพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มกวนๆอีกครั้ง

 

อยากไถ่โทษหรอ?”

 

คิดว่าคนแบบผมจะทำอย่างนั้นหรือไง?” แอชตันหัวเราะเบาๆ

 

ผมคิดว่าแบบนั้นแหละ คุณกำลังไถ่โทษให้ผม เขาสวนกลับ ทำให้ใบหน้ามีเสน่ห์นั่นหุบรอยยิ้มลงในที่สุด

 

ก็...คงแบบนั้นดวงตาสีเทาอ่อนเบนมองไปทางอื่น เสียงทุ้มต่ำตอบกลับมาแผ่วเบา อาการประหม่ากลับมาอีกครั้งอย่างชัดเจน

 

แล้วก็ปล่อยไว้?” ให้ตายเถอะ เขากลอกตาอีกรอบ ดึงอีกคนให้เข้าไปในห้องนอนแล้วหยิบอุปกรณ์ทำแผลที่ซื้อมาด้วย

 

ผมไม่ใช่ผู้หญิง ชาร์ลี มันจะหายเองแอชตันว่าเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย พยายามดึงข้อมือกลับแต่เขายึดไว้แน่นจนขยับไม่ได้เลยได้แต่ตีหน้าโหดใส่

 

ผมรู้ แต่ให้ผมทำเถอะ...เป็นห่วง

 

จะทำอะไรก็ทำ

 

          และเป็นอีกครั้งทีเขาเห็นว่าใบหน้าคมหวานนั่นหันหนีพร้อมความใบหูที่แดงขึ้นมาเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น แต่อยู่ด้วยกันมาหลายเดือน เขารู้ดีถึงแม้ว่าจะพึ่งเคยเห็นก็ตาม...

 

          เขินจนหูแดงขนาดนี้ดูไม่ออกก็คงเป็นคนบ้าแน่ๆ 


[[ ASHTON PART ]]

 

ผมรู้นะว่าคุณทำเพื่อไถ่โทษ แต่ระวังตัวบ้างเถอะ

 

ช่วยหุบปากก็ไม่มีใครว่าหรอกชาร์ลีเขาเหวี่ยงเสียงขุ่นๆ

 

          หลังจากทำแผลเสร็จ ชาร์ลีกับเขาก็มานั่งข้างกันที่โซฟา โดยเสียงแหบๆนั่นบ่นอยู่ข้างหูตลอดเวลาจนเขารำคาญขึ้นมานิดหน่อย

 

ลูกน้องที่ดีควรห่วงเจ้านาย คุณไม่คิดแบบนั้นหรอ?”

 

ตามมาด้วยสัมผัสหนักๆตรงหัวไหล่ ริมฝีปากหนาของอีกคนประทับจูบลงมาเพิ่มความวาบหวามในอกมากขึ้น

 

อยากห่วงแบบไร้เงินเดือนไหมล่ะ?” เขายิ้มเยาะ

 

คุณก็รู้ว่าผมอยู่ได้

 

...บรรยากาศเงียบๆกลับมาอีกครั้ง เขาขยับตัวแบบอึดอัดนิดหน่อย

นี่

 

หืมเขาขานรับ สายตาจ้องมองจอโทรทัศน์ดำสนิทนิ่งๆ

 

ผม...รู้ได้หรือเปล่า

 

อยากรู้อะไรล่ะ?”

 

เรื่องของคุณน้ำเสียงจริงจังดังขึ้นข้างๆตัว แอชตันหันกลับไปมองก็พบว่าใบหน้าที่เคยติดรอยยิ้มเสมอมันไม่เหมือนเดิม

 

          สีหน้าและแววตาสีดำสนิทสะท้อนให้เห็นถึงตัวเขาเองได้อย่างน่าประหลาด

 

        สิ่งที่ทะท้อนอยู่    มันคือความขี้ขลาดของเขาเอง

 

เขารู้ดีในสิ่งที่ชาร์ลีอยากรู้ แต่มันก็เป็นความขี้ขลาดที่ไม่กล้าพูดเรื่องราวของตัวเองให้ฟังอย่างเปิดเผย ทำได้ก็แค่หนีปัญหา

         

ชาร์ลี ผม...

 

ไม่เป็นไร

 

“…”

 

โอเค ผมรู้ตัวว่าสิ่งที่ทำมันก้าวก่ายคุณเอามากๆ น้ำเสียงสบายๆดังขึ้น ชาร์ลีเอนตัวพิงไปกับโซฟา รอยยิ้มมุมปากเสริมให้ใบหน้านั่นดูมีเสน่ห์มากกว่าเดิม

 

แต่แอชตัน คุณรู้ดี ว่าผมคิดยังไงกับคุณ

 

          เป็นคำพูดที่มีความหมาย และแอชตันรู้ดีที่สุดถึงข้อนี้ และเพราะรู้ ถึงได้ไม่คิดที่จะพูดออกไป

 

        ชาร์ลีเป็นสิ่งที่เขาไม่คิดจะเสียไป ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไรก็ตาม

 

หึ ถ้ารู้แล้วมันจะทำไม?” เขาถามเสียงเข้มขึ้น อะไรมันจะเปลี่ยน?”

 

มันจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปทั้งนั้น

 

“…”

 

ผมแค่อยากรู้ ถ้ามันทำให้ผม...รู้สึกถึงคุณให้มากกว่านี้

 

ชีวิตของเราไม่ได้มีแค่เซ็กซ์ แอชตัน ผมเรียกมันว่าความสัมพันธ์

 

“…”

 

คุณเชื่อใจผมหรือเปล่า?”

 

ฮะๆ

 

ให้ตายเถอะมิสเตอร์คลินน์ ตอนนี้ผมซีเรียส

 

ฮ่าๆๆๆ  ไม่รู้ทำไม หลังจากที่ชาร์ลีพูดจบ เขาถึงกับกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่

 

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ!! อืม...

 

          เสียงหัวเราะหายไป กลายมาเป็นเสียงอื่นเมื่อชาร์ลีคว้าต้นคอของเขาเอาไว้แล้วล็อกเข้าหาตัว ริมฝีปากหนาหยักลึกประกบจูบลงมาแผ่วเบา บดเบียดริมฝีปากเขาซ้ำๆแล้วแทนที่ด้วยปลายลิ้นร้อนชื้นตวัดเลียไปตามขอบปากและส่งเข้าโพรงปากเพื่อช่วงชิงเสียงหัวเราะออกไป

 

          และถ้าหากคิดว่าคนอย่างแอชตันจะยอมมันก็คงไม่ใช่ ฝ่ามือขนาดพอดีเลื่อนขึ้นไปกุมใบหน้าของชาร์ลีเอาไว้หลวมๆ ลำตัวช่วงล่างขยับเข้าเกยไว้บนตักแกร่งโดยที่ริมฝีปากบางที่ยังไม่ผละจากกันก็เริ่มจะรุกกลับบ้าง

 

          รสจูบที่เต็มไปด้วยความร้อนแรง ดูดดื่ม ละเลียดบดเคล้าและอยากเอาชนะของเรียวลิ้นชื้นทั้งสองเกาะเกี่ยวกันไปมา  และเป็นรสจูบ...ที่ทำให้แอชตันตัดสินใจ

 

        เขายอม...

 

อ่า...

 

          กระทั่งริมฝีปากของคนทั้งคู่ผละออกจากกัน ปรากฏรอยเชื่อมสีใสไหลเยิ้มออกเล็กน้อย ชาร์ลีกดจูบซ้ำอีก2-3ทีจากนั้นก็ซุกหน้าเข้าที่ซอกคอของเขา

 

นี่

 

ครับ

 

ผมจะบอก...แต่ไม่ทั้งหมด

 

เข้าใจผมนะชาร์ลี

 

แล้วแต่ที่คุณต้องการเลย

 

          พอพูดจบ ใบหน้าคมก็ซบลงเงียบๆ ท่อนแขนตวัดโอบช่วงเอวสอบของแอชตันเข้าหาตัวมากขึ้น ชาร์ลีไม่พูดอะไรอีก ราวกับเพื่อรอสิ่งที่มันกำลังจะออกจากปากของเขาเท่านั้น

 

          ลมหายใจถูกผ่อนออกมาแผ่วเบา แอชตันสอดมือลูบกลุ่มผมสีดำสนิท ออกแรงดึงเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความรู้สึกของเขามากที่สุด

 

          ความกลัวที่จะต้องสูญเสีย

 

“…”

 

อยากฟังเรื่องไหนก่อนดีล่ะ?”


100%


มาต่อแล้วววว 5555!! เอ่อ ครึ่งหลังมันก็ออกมึนตามสไตล์คู่นี้แหละนะ 555 หรือมันมาจากคนเขียนก็ไม่รู้ เอาเป็นว่า ตอนหน้า แอชตันจะยอมเปิดปากพูดเรื่องของตัวเองมาแค่ไหนก็มารอดูกันเนอะ แต่คงพูดชนิดที่ว่าอลันน้อยของเราต้องกลับมามีบทแน่นอน ซึ่งตอนนี้ปล่อยให้นางอยู่คนเดียวไปก่อน555 

ปล. อยากได้ How to เขียนฉากจูบอย่างไรให้ได้อรรถรส 5555


 *Quelle cuisson pour votre viande ภาษาฝรั่งเศษ อารมณ์ประมาณว่า อยากกินเนื้อสุกขนาดไหน ซึ่งจะมีหลายระดับค่ะ

*Rare  การย่างสเต๊กประมาณ 1 นาที สุกพอประมาณ แบบว่า เนื้อยังแดงเถือก 555 แต่ไม่ถึงขั้น บลูแแรร์ที่สุกแต่ด้านนอกนะคะ อันนี้ยังสุกบ้าง เนื้อดิบประมาณ 75 % ให่รสชุ่มฉ่ำดี 



 
ยอดอ่าน 2600 แล้ว ดีใจมาก!! 

คำผิดเยอะมาก เบลอค่ะบอกเลย  5555 บอกได้น้า จะได้รีบแก้เลย ^^ 




ขอบคุณทุกเฟบ ทุกคอมเมนต์ทุุกยอดวิวและทุกกำลังใจด้วยค่ะ


ฝันดีค่ะทุกคน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

139 ความคิดเห็น

  1. #136 My.sister (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 17:25

    นี่ก็ได้อรรถรสแล้วค่ะ
    #136
    0
  2. #46 Som O Usanee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 20:56
    แอชตันนี่เย้ายวนใจเสมอเลย งื้อออออออ
    #46
    0
  3. #45 oosiak (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 19:14
    ดีงามสุดๆ
    #45
    0
  4. #44 swag_rabbitz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 19:06
    มีงงมีง้อ
    #44
    0
  5. #43 oosiak (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 14:34
    จัดว่าเป็นเมียที่ดีย์
    #43
    0
  6. #42 Som O Usanee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 13:27
    ชาร์ลีจะได้ชิมฝีมือแอชตันไหมคะ ฮื้มมมมมมม? อิอิ
    #42
    0