Forbidden Boss 'ของสูง' [ yaoi ]

ตอนที่ 5 : CH 4 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 494
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    29 ธ.ค. 59

 

 

 

Chapter 4

 

[ความลับไม่มีในโลก]

 



 

 


นี่เอกสารที่คุณขอผมไว้” 


ขอบคุณครับ ชาร์ลีเอื้อมมือไปหยิบเอกสารที่ขอมิสเตอร์แซ็กส์ไว้ในตอนเช้า เปิดสำรวจความเรียบร้อยของงาน เมื่อไม่เจออะไรที่ผิดจุดอีกเขาถึงออกปากให้อีกฝ่ายกลับไปทำงาน  ตั้งแต่เมื่อคืน แอชตันอ่านข้อความแต่ไม่ได้ตอบ อาจจะกำลังเขินหรือไม่ก็ยั้วะเมื่อเขาไปพูดแหย่แบบนั้น

 

หึ...

 


คุณชาร์ลีคะ


ครับ?”


การประชุมย่อยวันนี้ คุณคลินน์จะไม่มาเข้าร่วมนะคะ แต่ท่านประธานใหญ่จะมาแทน


อ่า แบบนั้นหรอครับ แล้วมิสเตอร์คลินน์ไปไหน  ชาร์ลีหันกลับไปถามมิสซิสลอเรนซ์ด้วยสีหน้าสงสัยเล็กน้อย  ผู้หญิงอายุสี่สิบต้นๆเธอแต่งงานแล้วกับสามีที่มีอาชีพพนักงานบริษัททั่วๆไป ครอบครัวดูสุขสันต์ แอชตันบอกกับเขาว่าเธอเข้ามาทำงานเป็นเลขาของพ่อก่อนจะถูกสั่งให้มาเป็นเลขาของแอชตันแทน


คุณคลินน์มีนัดเจรจากับทางบริษัทของลูกค้าค่ะ


ขอบคุณที่มาบอกผมนะครับเขาตอบกลับตามมารยาท หันกลับไปทำงานในส่วนของตัวเองต่อ  มิสซิสลอแรนซ์มองเขาอยู่ครู่หนึ่ง เธอดันแว่นขึ้นไปชิดสันจมูก น้ำเสียงเรียบๆเอื่อยๆที่เธอใช้ประจำถูกเอ่ยขึ้นอีกครั้งจนผมต้องหันไปมอง


คุณชาร์ลี


ครับ


อย่าหาว่าก้าวก่ายเลยค่ะ แต่....


“…”


คุณคลินน์น่ะ  อันตรายนะคะ


ครับ ผมรู้ ไม่งั้นเขาคงคุมคนในบริษัทนี้ไม่ได้ชาร์ลีขำนิดๆ แต่สายตาคมๆที่จ้องมาใต้กรอบแว่นทำให้เขาหยุดขำลง


ฉันรู้ว่าคุณรู้อยู่แก่ใจ ว่าอะไรที่อันตราย


“…”

ในฐานะเพื่อนร่วมงาน ไม่สิ ฐานะเลขาของคุณคลินน์”  เธอจงใจกดดันเขาใช่ไหม ให้ตายสิ จะใช้ชีวิตยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับเธอไม่ใช่หรือไงกัน ชาร์ลีแอบเหนื่อยหน่ายใจเบาๆ แต่ก็ยังฟังอยู่ดีเพราะอยากรู้ว่าเธอจะพูดให้คนอันตรายน่ากลัวแค่ไหน



อยากจะรู้ว่าอันตรายเท่าที่เขาเจอมั้ย...


คุณคลินน์น่ะ เขามีความลับ


“…”


เขาถูก...

 

คุณชาร์ลีคะ ได้เวลาเข้าประชุมแล้วค่ะ


ครับ เดี๋ยวผมจะออกไปจู่ๆเสียงมิสนาตาเซียก็ดังขึ้น เขาตอบรับและหันกลับไปหยิบข้อมูลสำหรับการประชุมที่พร้อมไว้แล้วขึ้นมา เขาไม่ได้สนใจว่ามิสซิสลอแรนซ์จะพูดว่าอะไรนัก อย่างว่า ปากของคนนอก จะสู้ปากของเจ้าตัวเองได้ยังไง




ชาร์ลีขำในลำคอ หันกลับไปลามิสซิสลอแรนซ์อีกครั้ง ขณะที่กำลังจะเดินออกไป ข้อมือหนาๆใต้เสื้อสูทก็ถูกคว้าเอาไว้ เขาหันกลับไปมองเลิกคิ้วขึ้นเป็นคำถามอีกรอบ


ฉันหวังดีนะคะ อย่ายุ่งกับคุณคลินน์ให้มากถ้าไม่อยากเดือดร้อน


ผมว่าท่านประธานใหญ่น่าจะมาแล้ว คุณควรออกไปต้อนรับท่านชาร์ลีแย้งขึ้นมาด้วยสีหน้ายิ้มๆ แกะข้อมือออกจากการจับของมิสซิสลอแรนซ์เบาๆแล้วเดินไปทางห้องประชุมทันที ใบหน้ายิ้มแย้มค่อยๆลดลงจนกลายเป็นนิ่งสนิท ชาร์ลีกำลังหัวเสีย เขาไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ยัยป้าแก่ๆนั้นพูดว่าให้เขาเลิกยุ่งกับแอชตัน

 

คุณคลินน์น่ะ เขามีความลับ...

 

ชักอยากจะรู้ขึ้นมานิดๆ ว่าไอความลับบ้านั้นมันคืออะไร แต่คงจะยาก เขานึกถึงเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนกับใบหน้ายิ้มๆนั่น ถึงจะยิ้มง่าย มันก็เป็นรอยยิ้มที่เสแสร้ง ขนาดอยู่ด้วยกันมาหลายเดือน แต่เหมือนว่าแอชตันจะยังมี อะไรบางอย่าง ที่จงใจเก็บไว้ไม่ให้เขารู้  หรืออาจจะไม่ให้คนอื่นรู้ด้วย...

 

          แต่ถึงอย่างนั้นเขาจะไม่ก้าวก่าย ไม่ว่าเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ถ้าแอชตันอยากจะบอกก็คงบอกเอง เขาคิดแบบนั้น เลิกสนใจคำของมิสซิสลอแรนซ์มาคิดให้รกสมอง เดินเข้าห้องประชุมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนเดิม ปรับท่าทีให้ดูเหมือนปกติ เข้าไปนั่งประจำที่ผู้จัดการแผนกฝ่ายบุคคลนิ่งๆ ยิ้มรับและทักทายจากหัวหน้าแผนกอื่นเข้ามาด้วย  จนกระทั่งประตูห้องประชุมถูกเปิดอีกครั้ง ทั่วทั้งห้องประชุมกลับเงียบกริบ ไร้เสียงพูดคุยเฮฮาเมื่อกี้อย่างสิ้นเชิงเมื่อมีร่างๆหนึ่งเดินเข้ามา

         

          ชายวัยกลางคนในชุดสูทหรู ด้วยส่วนสูงที่เกือบจะ190เซนติเมตร ผมสีน้ำตาลเข้มถูกเซ็ตขึ้นอย่างดี ดวงตาสีเทาสว่างดูดุดัน ใบหน้าคมคายแต่ทว่าดูมีอายุกับริมฝีปากที่เรียบสนิท  บรรยากาศรอบตัวดูกดดันทำให้เขาเห็นเค้าลางของแอชตันได้เป็นอย่างดี 

 

ไม่ต้องรออะไร พวกเขาทั้งหมดในห้องต่างโค้งหัวลงเพื่อเป็นการทักทายและให้ความเคารพกับท่านประธานใหญ่ของบริษัทอย่าง อัลเบิร์ต คลินน์ ด้วยความพร้อมเพียง ชาร์ลีเหลือบมองอีกฝ่าย รอยยิ้มจากมุมปากที่แผ่ความกดดันเรียกความคุ้นเคยให้เขาได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไรเยอะแยะ เขาเห็นใบหน้าของแอชตันซ้อนทับขึ้นมาในความคิด รีบสะบัดใบหน้านั้นออกจากหัวทันทีเมื่ออีกฝ่ายพูดขึ้นกลางห้องประชุม

 

          บรรยากาศกดดันแบบนี้มันถ่ายทอดกันได้ทางดีเอ็นเอด้วยรึไงนะ...

 

ไม่ต้องมากเรื่อง นั่งลงเถอะน้ำเสียงแหบทุ้มตามวัยของเจ้าตัวเอ่ยขึ้น สายตาสีเทาสว่างกวาดตามองไปรอบห้องนิ่งๆ มิสเตอร์คลินน์นั่งลงกับเก้าอี้ตำแหน่งท่านประธานของห้องประชุม พกวเขานั่งลงตามตำแหน่งเก้าอี้ตัวเองเรียบร้อยเพื่อเริ่มเข้าสู่การประชุม

 

          ในระหว่างการประชุม การพูดคุยถกเถียงกันเรื่องต่างๆในส่วนงานของแต่ละคนที่จะต้องรับผิดชอบดังขึ้นเป็นระยะๆ สายตาเขาเหลือบมองไปทางมิสเตอร์คลินน์นิ่งๆในขณะที่หูก็ฟังหัวหน้าแผนกฝ่ายจัดซื้อไปด้วย ในส่วนฝ่ายบุคคลที่เขารับผิดชอบ เขาไม่ได้รับคำพูดติชมอะไรมากมายเป็นพิเศษหลังจากที่พรีเซ็นต์ในส่วนนั้นไป มีเพียงแค่สายตาดุดันที่ส่งมาให้นิ่งๆกับรอยยิ้มมุมปากนั่นเท่านั้น

 

          ซึ่งมันก็ดูน่าขนลุกไม่ต่างจากคนลูกเลยซักนิด....

 

        แต่อย่างน้อยๆเขาก็คงไม่ต้องถูกมิสเตอร์คลินน์คนพ่อฟาดด้วยแส้หรอกน่า...ชาร์ลีคิดอะไรเงียบๆคนเดียวในหัว ฝ่ามือหน้าหมุนควงปากกาในมือไปพลางๆ เริ่มหันไปสนใจกับมิสเตอร์โจนส์ที่กำลังทำหน้าไม่ถูกเมื่อโดนยิงคำถามจากคนที่นั่งหัวโต๊ะเล่นๆ  จริงๆแล้วว่าชาร์ลีไม่ได้ตั้งใจจะมานั่งทำงานในบริษัท แต่ก็เป็นเพราะแอชตันที่บังคับให้เขาเข้ามาทำในส่วนนี้เนื่องจากเหตุผลห่วยๆที่พูดตอกหน้าเขาขณะกำลังมีเซ็กส์กัน

         

        ผมอยากเจอหน้าคุณที่ทำงานทุกวันน่ะ

 

        ยิ่งนึกกลับไปก็เหมือนเขาเป็นคนใจง่ายที่ยอมทุกอย่างตามที่แอชตันสั่ง  เขาเข้ามาทำงานในตำแหน่งหัวหน้าแผนกฝ่ายบุคคล ทำงานไปวันๆแบบง่ายๆและมีเซ็กส์กับแอชตันทุกคืนวันศุกร์กับระหว่างวันเสาร์ เพราะอะไรเขาถึงยอมเจ้าของรอยยิ้มเสแสร้งแบบนั้นได้หลายเดือนก็ไม่รู้เหมือนกัน ความรู้สึกที่ได้เจอหน้าก็เหมือนๆกับกำลังหัดจีบสาวไฮสคูลตอนตัวเองอายุสิบห้าสิบหก เพียงแค่เห็นรอยยิ้มของอีกฝ่ายหรือท่าทางที่เป็นตัวของตัวเองตอนอยู่กับเขาใจมันก็เต้นแรงแทบจะระเบิดออกมาข้างนอก  ก็พอรู้ใจตัวเองอยู่เหมือนกันว่ารู้สึกยังไง  แต่คิดว่ามันคงยากซักนิดในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้เปิดโอกาสขนาดนั้น

 

          มันก็แค่เซ็กส์...

 

        ชาร์ลีเอียงตัวหลบให้กับพนักงานเสริฟของว่าง แขนเสื้อสูทถูกกระตุกเบาๆเรียกความสงสัยให้เขาก้มมองก็พบกับกระดาษเล็กๆใบหนึ่ง หันกลับไปหาพนักงานที่เข้ามาเมื่อกี้ก็เดินออกไปแล้ว เขาก้มลงมองกระดาษที่ถูกเขียนด้วยลายมือเรียบๆ คิ้วหนาขมวดขึ้นเมื่อเห็นข้อความในกระดาษ

 

         

                   You want to know a secret, right?

I can help you, too

 



                                                                Library of Congress

 Thomas  Jefferson Building 18 : 00 PM

                       Hamlet Price of Denmark



                คุณชาร์ลีน่ะ เขามีความลับ

 

 

        จู่ๆคำพูดของมิสซิลลอแรนซ์ก็แวบขึ้นมาในหัว กระดาษในมือถูกกำแน่นขึ้นพร้อมๆกับคิ้วที่เริ่มขมวดเป็นปมมากกว่าเดิมจนมิสเตอร์จอนห์ที่นั่งอยู่ข้างๆต้องหันมาถามด้วยสีหน้าตื่นๆ

 

 “คุณโอเคนะชาร์ลี?”

 

 “ครับ

 

 “มีปัญหาอะไรรึเปล่า คุณชาร์ลี?”  เสียงของมิสเตอร์คลินน์ดังขึ้นมาเรียกเอาทุกสายตาให้หันกลับมามองที่เขาทั้งหมด ชาร์ลียืดตัวขึ้น กระดาษในมือถูกเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงเงียบๆในขณะที่ใบหน้ายุ่งเริ่มเปลี่ยนเป็นส่งรอยยิ้มนิดๆ

 

ผมแค่คิดว่า มิสเตอร์โจนส์ทำงานดีขนาดนี้คงต้องได้โบนัสเพิ่มแน่ๆครับชาร์ลีพูดขึ้นแบบติดตลก เสียงหัวเราะของคนในห้องประชุมดังขึ้นรวมถึงมิสเตอร์คลินน์ด้วย มุมปากที่นิ่งสนิทกระตุกยิ้มกว้างมากขึ้นแต่ก็ไม่ได้ลดบรรยากาศกดดันลง

 

 “ดีใจแทนคุณจริงๆที่มีเพื่อนร่วมงานอยากให้คุณได้โบนัสนะคุณโจนส์คุณคลินน์พูดขึ้น ถึงปากจะบอกว่าดีใจ แต่สายตาดุๆที่พร้อมจะเชือดคนทิ้งได้เพียงแค่มองกลับจ้องมิสเตอร์โจนส์ราวกับจะบอกว่ามันไม่ใช่แบบนั้น คุณโจนส์พยักหน้ารับเพียงเล็กน้อย หันกลับมามองเขาแบบไม่สบอารมณ์ทั้งที่ใบหน้ายิ้มจืดชืด

 

          สงสัยคงจะโดนคนเกลียดขี้หน้าเพิ่มแน่ๆ

 

 

 

18 : 00 PM

Library of Congress

Thomas  Jefferson Building

 

       

        ชาร์ลีหยุดยืนอยู่ตรงหน้าตึกหอสมุดขนาดใหญ่ สถานที่ที่น่าท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของวอชิงตัน เขามองไปที่ตึกด้วยสายตาเรียบนิ่งขณะที่ท่อนขายาวใต้ชุดสูทค่อยๆเดินเข้าไปภายใน ผ่านเครื่องสแกนต่างๆเข้าไปทีละชั้นทั้งที่ในหัวมันตื้อๆ หลังจบการประชุม ชาร์ลีรีบออกมาก่อนเวลาเลิกงานโดยให้เหตุผลว่ามีธุระ  ตาก้มลงมองนาฬิกาข้อมือเมื่อพบว่ามันถึงเวลานัด  ท่อนขาแข็งแกร่งภายใต้ชุดสูทเดินตรงเข้าไปในส่วนตึกของ Thomas  Jefferson เป็นตึกที่ใช้บรรจุหนังสือนับหลายล้านเล่ม ผู้คนหลากหลายทั้งนักศึกษาหรือวัยทำงานต่างก็มาใช้บริการห้องสมุดแห่งนี้

 

          ในขณะที่กำลังกวาดสายตามองไปรอบๆ ผู้คนที่เข้ามาใช้บริการห้องสมุดล้วนก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือตรงหน้าเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัว แต่กลับมีโต๊ะในมุมที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างนั้น

 

          ชาร์ลีมองไปที่โต๊ะนั้น ผู้ชายในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์แบรนด์ดัง ทรงผมเซทปัดขึ้นกับใบหน้าคมๆออกแนวหวานประดับด้วยแว่นตาทรงเด็กเนิร์ด อายุน่าจะน้อยกว่าเขา อาจจะประมาณสิบหกสิบเจ็ด  ในจังหวะที่กำลังมอง สายตาเขาดันเหลือบไปเห็นหนังสือในมืออีกฝ่ายที่ถืออยู่ถึงได้ตรงไปที่โต๊ะนั้นทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา

 

                    Hamlet Price of Denmark...

 

 “คุณชอบแฮมเล็ทไหม?”  ทันทีที่เขานั่งลงไปที่ฝั่งตรงข้าม น้ำเสียงแผ่วเบาก็ดังขึ้น ชาร์ลีเลื่อนสายตาเพื่อกลับไปสังเกตใบหน้าคนถามให้ชัดๆ

 

ใบหน้าขาวใสออกแนวหวานมากกว่าคมเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนดูเป็นประกายภายใต้แว่นตาเด็กเนิร์ดกำลังจ้องเขาไม่วางตา จมูกโด่งเป็นสันรั้นเชิดขึ้นตรงปลายเล็กน้อย ริมฝีปากบางอมชมพูระเรื่อแย้มยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มสดใส มองดูรวมๆก็ไม่ได้เหมือนเด็กเนิร์ดเพราะทรงผมที่คนตรงหน้าทำมันเซทแบบเสยขึ้นให้เห็นกรอบหน้าชัดเจนแบบสมัยใหม่

 

ไม่ได้ชอบมาก”  ชาร์ลีตอบกลับห้วนๆ

 

งั้นหรอ แล้วเชกสเปียร์ล่ะ?”

 

คุณอยากจะพูดอะไรก็พูดมาตรงๆ ผมรอฟังอยู่

 

อืมมมม...”  คนตรงหน้าลากเสียงยาวในลำคอพลางมองเขาไปด้วย ท่าทางดูกวนประสาทไม่เหมาะกับแว่นเฉิ่มๆบนหน้าเลยซักนิด

 

ผมชื่ออลัน

 

“…”

อลัน  แคลเลคแฮน” 

 

ชาร์ลี”  เขาไม่ได้ยื่นมือออกไปจับมือขาวๆที่ส่งมาให้ แต่ก็ยอมตอบชื่อเพื่อไม่ให้เสียมารยาท

 

อ้อ... ชาร์ลี  ชื่อคุณโหลมากเลยนะครับรู้ตัวไหม

 

          แต่ก็คิดว่าเสียมารยาทกับเด็กปากหมาคงไม่เป็นไร...

 

 “เข้าเรื่องซักที ผมไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น

 

 “อาฮะ ไหนมีคนบอกว่าคุณใจเย็นถ้าเจอเด็กปากหมาแบบนี้ใครก็เย็นไม่ลงทั้งนั้น

         

          เขาเลือกเงียบแทนการต่อปากต่อคำกับคนตรงหน้า เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ใส่ใจ ยังพูดเล่นไปเรื่อยๆเหมือนกับประวิงเวลา

 

 “ไม่ต้องรีบหรอก เรื่องที่คุณอยากรู้น่ะ ได้รู้อยู่แล้ว…อีกฝ่ายพูดขณะตามองตัวอักษรในหนังสือวรรณกรรมไปด้วย

 

ผมมีธุระต่อ หวังว่าจะเข้าใจ

 

ไม่เอาน่า ห้องสมุดคองเกรสนี้ใช่ว่าจะเปิดง่ายๆนะ ไม่อยากซึมซับไว้ซักหน่อยหรอ

 

          ไม่ต้องรอให้เสียเวลา ชาร์ลีคิดว่าอาจจะเป็นแผนปั่นประสาทจึงตัดสินใจลุกออกจากโต๊ะ แต่ก็ถูกอลันคว้าแขนไว้ซะก่อน

 

อะไรกัน จะรีบกลับแล้วหรอครับ?”

 

ผมจะไม่เสียเวลาไปเปล่าๆกับการมานั่งจ้องคนแบบคุณหรอกชาร์ลีพูดเสียงเรียบ

 

ที่พูดว่าเสียเวลาน่ะคิดดีแล้วหรือครับ  ความลับของคนที่คุณอยู่ใกล้เขามานานหลายเดือนน่ะ...รอยยิ้มเสแสร้งถูกวาดขึ้นบนใบหน้า ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองเขาด้วยประกายตาแบบคุ้นเคยตามแบบที่เขาเห็นจากแอชตันเวลาไม่พอใจทำให้เขายอมหยุดมอง

 

อะไรบางอย่างกำลังบอกเขาว่าผู้ชายคนนี้เหมือนแอชตัน  มันเป็นความรู้สึกคล้ายคลึงที่เขาสนใจจนต้องนั่งลงกับโต๊ะเหมือนเดิม เรียกรอยยิ้มสดใจให้กลับมาที่ใบหน้าหวานอีกครั้ง

 

ไม่ลุกแล้วหรอครับ??” แถมยังกลายเป็นเด็กกวนประสาทเหมือนเดิมซะด้วย

 

เมื่อไหร่ที่คุณหยุดพูดจบ ผมจะลุกทันทีเมื่อเป็นเรื่องของแอชตัน สมองเขาเหมือนกับสั่งการว่าให้ใจเย็นลงกับอลัน ถึงแม้ว่าการที่ได้รู้อะไรจากปากมันจะจริงหรือไม่จริง แต่อย่างน้อยๆเขาก็ได้รู้ว่าใครคิดยังไงกับแอชตันบ้าง

 

ไม่สนุกเลยนะ”  อลันยู่ปากทำหน้าไม่พอใจแบบเด็กๆใส่เขา

 

แอชตัน คลินน์  อายุ 25 ปี เขาเกิดขึ้นมาในครอบครัวของ อัลเบิร์ต คลินน์ และ มิสซิสเลร่า คลินน์ ชีวิตวัยเด็กของเขาเป็นเด็กน่ารัก ใครๆก็รักใครๆก็หลง จนกระทั่งเขาเปลี่ยนไปกลายเป็นคนละคน...  จู่ๆอลันก็วางหนังสือในมือลงและพูดสิ่งที่ควรจะพูดออกมา

 

          แอชตัน คลินน์ เด็กอายุ15ปี ที่มีปัญหาทางด้านอารมณ์ เขารุนแรง..และป่าเถื่อน เขาทำร้ายคุณโสมีระดับที่ซื้อมาหลายคนด้วยประแจ ค้อน ไขควงและอุปกรณ์ช่างต่างๆจนปางตาย...

 

          “แต่พออายุย่างได้ 20 เขาพยายามลดความรุนแรงลง จากจำพวกเครื่องมือช่าง กลายเป็นอวัยวะในร่างกาย หมัดและเท้าถูกใช้ทำร้ายคุณโสที่ซื้อมารายเดือนแทบทุกครั้งที่มีเซ็กส์กัน และเมื่อก่อนมาเจอคุณได้ 3 ปี เขาเริ่มที่จะควบคุมอารมณ์ของตนเองได้และเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเสแสร้งใช้บังหน้า กลายเป็นคนอบอุ่นชวนเข้าใกล้ของพนักงานสาวๆในบริษัทตัวเอง เขาเริ่มหันมาสนใจอุปกรณ์ทางเพศอย่างเช่น ไวเบรเตอร์ แส้ โซ่ เชือก เทป หรือเครื่องทรมานอื่นๆ เขาเริ่มกวาดหาคุณโสที่ยอมรับกิจกรรมที่เขาทำได้โดยไม่เดือดร้อน และอยู่ดีๆ คุณโสก็หายไป อลันทำมือในอากาศเหมือนกับกำลังแสดงให้ดูว่ามันหายไปจริงๆ

 

“…”

 

กลายเป็นคุณแทนยังไงล่ะชาร์ลีรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่เขาไม่เคยเห็นจากแอชตันมันมาจากอลัน สายตาของเด็กนั่นมันประกายไปด้วยความคุกรุ่นและโกรธเคือง

 

คุณคงไม่ได้โดนเขายัดอะไรเข้าไประหว่างมีเซ็กส์ใช่ไหมล่ะ? ดูหน่วยก้านคุณไม่น่าจะรับอะไรแบบนั้นได้ คุณเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้ทะลวงเขานะ!” อลันกลับมายิ้มสดใสอีกครั้ง

 

ชาร์ลีนิ่งคิดในสิ่งที่อลันเล่าให้ฟัง  ดวงตาสีสนิมเลื่อนลงมองข้อมือของตัวเองด้วยหัวตื้อๆ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเขารู้ว่าแอชตันเป็นพวกที่ชอบใช้กำลังในการมีเซ็กส์กับคนอื่น นิสัยเสแสร้งนั่นเขาก็รู้ รู้ดียิ่งกว่าใคร ว่าภายใต้หน้ากากนั่นมันซ่อนอะไรที่เร้าใจสำหรับเขาอยู่

 

แต่...สาเหตุที่แอชตันกลายเป็นแบบนี้เขาไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง และนี่อาจจะเป็นความลับที่แอชตันจงใจปิดเขา แต่คิดได้ไม่นาน เสียงอลันก็ดังขึ้นอีกครั้ง และมันตรงประเด็นกับที่เขาคิดไว้ได้แบบแม่นยำ

 

อยากรู้มั้ยล่ะ อดีตของคุณคลินน์...”  เขาเลือกที่จะเงียบ จ้องใบหน้าอลันนิ่ง ความคิดเริ่มตีรวนในหัวจนไม่เป็นระบบ

 

ว่าไง?”

 

ผม....

 

ผมจำได้นะว่าคุณควรจะอยู่ที่คอนโดในเวลานี้ มิสเตอร์ชาร์ลี :)


100%



ชาร์ลี มีคนมาตามอะ! 5555


ครบ 100% แล้ววว เอิ่ม...แอชตันนางอาจจะน่ากลัวนิดๆ แต่จริงๆแล้วเขาอ่อนโยนมากเลยจริงๆนะคะ (?)   ส่วนตอนหน้า ชาร์ลีแอบหนีมาเที่ยว...เดี๋ยวมาดูบทลงโทษกัน 5555  มาเปิดตัวละครใหม่ด้วยย อลัน ของเรา... เขาเป็นใคร ติดตามไปอีกหลายๆตอนก็จะรู้เองงง มีคำผิดสามารถแจ้งได้นะคะ จะรีบแก้เลย อ่านตรงไหนขัดๆก็บอก จะพยายามปรับแก้ให้ค่ะ ^^ 


          ขอขอบคุณทุกคอมเมนต์ ทุกยอดวิว ทุกยอดเฟบ ทุกๆกำลังใจค่ะ ตอนที่5 กำลังจะมา ใจเย็นๆนะคะ5555 ฝันดีค่ะนักอ่านทุกคนน



                 

               1 เฟบ 1 คอมเมนต์ 1 ร้อยล้านกำลังใจนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

139 ความคิดเห็น

  1. #133 My.sister (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 16:52

    เจ้านายมาแล้ว
    #133
    0
  2. #31 Som O Usanee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 / 07:06
    อลันนี่ไม่ชอบแอชตันหรือ? หรือชอบแต่แอชตันไม่เอา? คือมันแปลกที่อยู่ ๆ ก็มาเล่าเรื่องของแอชตันให้ชาลีฟัง นางต้องการอะไรกัน
    #31
    0
  3. #26 nonichan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 06:51
    รอลุ้นความลับแอชตันค่ะ
    #26
    0
  4. #24 nonichan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 23:09
    หวีดมาก ตอนแรกคิดว่าเซ็กส์เฟรนด์ธรรมดา นี่มีสวีทฮาร์ทกับมายฮันนี่ คงต้องคิดใหม่
    #24
    0