ตราบาปนางบำเรอ

ตอนที่ 20 : บทที่ 8 แผนรักนางมารร้าย 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 853
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    30 ต.ค. 57

บทที่ 8 แผนรักนางมารร้าย 100%

นิลอรปาดน้ำตาพลางลอบมองใบหน้าเคร่งเครียดของสามี

“ฉันมีแค่ร้านกาแฟเล็กๆ ของฉัน แต่เชื่อไหมคะว่ามันทำเงินให้ฉันเดือนละหลายหมื่นทีเดียว ร้านเล็กๆ ที่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงด้วยตัวเอง เราจะมีความสุขมากกว่ากิจการใหญ่โตที่ต้องให้คนอื่นช่วยทำแต่ต้องมานั่งกลุ้มใจที่หลังนะคะ ฉันไม่ได้ว่าลูกน้องของคุณหรือคนที่คุณไว้ใจที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา แต่นั่นเพราะฉันมั่นใจว่าคุณคงไม่ได้รู้เห็นเป็นใจกับการฟอกเงินในครั้งนี้ เพราะถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่ทำผิดจริงๆ คุณคงไม่มานั่งกลุ้มใจอย่างนี้หรอกใช่ไหม”

หนุ่มใหญ่ยิ้มอ่อนโยนส่งให้ภรรยาที่รัก นิลอรบางทีก็ช่างเข้าอกเข้าใจเขาจนน่าตกใจ หล่อนมีวิธีคิดที่เขาต้องยอมรับเลยว่าประทับใจเหลือเกิน

“แองจี้...” เขาครางชื่อหล่อนสองมือกอบกุมวงหน้าที่ชื้นด้วยหยาดน้ำตา

“คะ” นิลอรขานรับคำสามี แล้วหล่อนก็ได้รับจุมพิตหวานละมุนเนิ่นนานอย่างไม่มีเหตุผล จู่ๆ เขาก็จูบเธออย่างอ้อยอิ่งจนเธอแทบจะละลายกับจุมพิตอ่อนหวานหนนี้

“ฉันไม่เสียใจสักนิดแองจี้ที่ได้เธอมาเป็นแม่ของลูกฉัน ฉันไม่ผิดหวังจริงๆ”

หนุ่มใหญ่พร่ำคำเยินยอภรรยาคนงามไม่หยุดปาก ก่อนจะบรรจงจุมพิตหล่อนอีกครั้ง อย่างอ่อนหวานเช่นเดิมและทวีความเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดทั้งคู่ก็หลงลืมไปชั่วขณะว่ากำลังคุยเรื่องใดกันอยู่ ไฟพิศวาสที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนพัดพาเอาความไม่สบายใจ ความน้อยอกน้อยใจ และความขุ่นเคืองใจออกไปจนหมดสิ้น เรือนกายขาวโพลนของหนุ่มใหญ่นำพาเอาเรือนกายอรชรเนียนลออของฝ่ายภรรยาด่ำดิ่งสู่อารมณ์หวามอันล้ำลึกสุดวาบหวาบรัญจวน

หลังจากเปลวเพลิงที่โหมแรงจนเตียงแทบพังได้มอดดับลงไป สิ่งที่เหลือจึงมีเพียงเถ้าถ่านแห่งความอิ่มเปรมเกษมสันต์ที่อุ่นซ่านอยู่ในครรภ์ของแม่แองจี้น้อยนิลอร รอวันเติบใหญ่เป็นเจ้าเนื้ออ่อนน้องเล็กคนสุดท้องของสองแฝดแสนซน

 

อรุณรุ่งเช้าวันใหม่

เช้าวันนี้สองสามีโปรยยิ้มละไมให้กันตั้งแต่เดินลงมาจากชั้นบนทางบันไดฝั่งปีกขวา อลิเซียและอันโทนี่รีบวิ่งไปรับบิดาบุญธรรมของพวกเขาอย่างดีอกดีใจ ทั้งสองแต่งกายเสร็จเรียบร้อยพร้อมเที่ยวอย่างเต็มที่ แต่ลูกๆ ตัวจริงของโจนาธานกลับยังไม่มีใครตื่นขึ้นมาจากเตียงเลย

“อาลิเซียจาไปดูนกบินพั่บๆๆ แด็ดดีพาอาลีเซียไปดูนกสวยๆ ด้วยนะค้า”

หนูน้อยซึ่งมีเรือนผมสีเดียวกับพี่ชายและมารดาของเธอเอ่ยกับบิดาบุญธรรมอย่างประจบ นิลอรต้องแยกจากสามีชั่วครู่เพื่อที่เขาจะได้ก้มลงไปอุ้มเอาแม่หนูน้อยอลิเซียวัยเกือบห้าขวบมาไว้ในอ้อมแขน ส่วนอีกมือก็จับจูงมือขาวผ่องของอันโทนี่แล้วพาเดินเข้าสู่ห้องนั่งเล่นของบ้าน เขาคงหลงลืมไปกระมังว่าตอนลงจากบันไดมาเขามิได้เดินลงมาเพียงลำพัง

“หลงกันจริงนะกับเด็กๆ เนี่ย เดี๋ยวจะมีให้ซักโหลเลย ดูซิว่าจะมีเวลาไปโอ๋ลูกชาวบ้านอยู่อีกรึเปล่า ชิ!

นิลอรยืนกอดอกอยู่ที่บันไดขั้นสุดท้าย หล่อนตัดสินใจไม่เดินตามเข้าไปในห้องนั่งเล่นแต่เดินขึ้นบันไดทางปีกซ้ายเพื่อไปดูว่าลูกๆ ของตนลุกจากที่นอนหรือยัง

 

ภายในห้องนอนของสองแฝด

“อ๊ากกก!!! ม่ายอาบน้ำนะ! มันหนาวเจคม่ายอาบ โฮๆๆ” สุดหล่อของอรุณฉัตรทำเรื่องให้หญิงสาวได้วุ่นตั้งแต่เช้า เพราะหลังจากที่เธอวิ่งไล่จับเจ้าตัวแสบรอบห้องมากว่าครึ่งชั่วโมงเธอถอดได้แค่เสื้อนอนของเจ้าหนูเท่านั้น และตอนนี้เธอก็ขอยอมแพ้นั่งหอบแฮ่กๆ อยู่ที่ปลายเตียง

“โอเคค่า ไม่อาบก็ไม่อาบ ถ้างั้นวันนี้ไม่ต้องมาให้พี่เอลลี่อุ้มเลยนะ น้ำก็ไม่อาบเหม็นจนไม่อยากอยู่ใกล้แล้ว”

“ฮ่าๆๆ เจคตัวเหม็นเป็นเจ้าตูบโฮ่งๆ เจ้าตูบเห่าโฮ่งๆ” ฝาแฝดคนสวยของเจค็อบล้อเลียนขณะนั่งให้สาวใช้นางหนึ่งถักเปียคู่ให้จนเรียบร้อย

“ใครเกเรไม่ยอมอาบน้ำคะ?”

มารดาคนงามเอ่ยถามทันทีที่เปิดประตูเข้ามา และได้พบว่าเจ้าเจคตัวแสบไม่ยอมน้ำอาบแต่โดยดี

“มามี้! คิดถึงมามี้ที่สุดเลยค่า”

นิลอรทำตาโตเมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกของบุตรสาว ไม่ใช่เพราะเสียงแจ๋วๆ ของเจ้าหล่อนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะสำเนียงและการออกเสียงที่ชัดเจนขึ้นของแม่หนูต่างหาก

“โอ้โห! แค่อาทิตย์เดียวเองแต่ครูเอลลี่สอนนางฟ้าของมามี้พูดชัดขึ้นตั้งเยอะนะเนี่ย”

อรุณฉัตรแก้มแดงเมื่อถูกชมซึ่งๆ หน้า หล่อนขอยกความดีความชอบให้กับแม่หนูเจสสิก้าจะดีกว่า เพราะแม่หนูตั้งอกตั้งใจเรียนผิดกับเจ้าตัวแสบผู้เป็นพี่ชายลิบลับ

“เจคก็พูดช้าด” เจค็อบโอ้อวดแต่ได้เสียงหัวเราะครื้นเครงของสาวๆ เป็นคำชม

“ไปกันเถอะค่ามามี้ เจสซี่อยากให้แด็ดดีอุ้มแล้วค่า” แม่หนูคนสวยออดอ้อน เดือดร้อนพี่ชายที่ยังไม่ได้ย้ายร่างไปอาบน้ำแต่อย่างใดต้องกระโจนเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน

“อย่าเพิ่งปายน้า เจคอาบน้ำแป๊บเดียวเท่านั้นเอง”

พ่อหนูตัวแสบวิ่งปรู๊ดเข้าห้องน้ำปิดประตูเงียบ ก่อนที่เสียงซู่ซ่าจะดังตามมาในอีกราวสองนาทีกว่าๆ

“ไม่ต้องล็อกประตูนะคะ” อรุณฉัตรร้องบอกที่หน้าห้องน้ำ หล่อนยืนถือผ้าเช็ดตัวรอคุณหนูตัวน้อยๆ อยู่ และนั่นก็ทำให้นิลอรต้องอ้าปากหวออีกรอบด้วยความประหลาดใจ พ่อลูกชายตัวดีอาบน้ำเองได้แล้วอย่างนั้นหรือ?

“เธอไม่ต้องเข้าไปช่วยเจคอาบน้ำหรือ?” นิลอรถามครูพี่เลี้ยง

“เด็กๆ อาบน้ำเองได้แล้วค่ะ เพิ่งจะเมื่อวานนี่เอง เอลลี่จำได้ว่าวันแรกๆ แทบจะปล้ำกันทีเดียวแต่ดูตอนนี้สิคะ  อย่าได้คิดว่าใครจะได้เห็นแผงอกคุณเจคอีกเลยค่ะ คิกๆ”

อรุณฉัตรเอ่ยแล้วหัวเราะเสียงใส เธอเริ่มต้นเป็นพี่เลี้ยงในแบบฉบับของคุณครูที่ต้องการให้เด็กพัฒนาการมากกว่าจะเป็นแขนขาให้เด็กๆ มันช่วยให้เด็กพึ่งพาตัวเองได้และแน่นอนว่าช่วยลดภาระให้เธอได้มากโข

“ขอบใจมากคุณครูพี่เลี้ยง ฉันชักจะชอบวิธีการของเธอแล้วล่ะ ตามสบายเลยนะฉันไม่ก้าวก่ายงานของเธอแน่ๆ ยกเว้นแต่ว่ามันจะเกิดขอบเขตที่ฉันวางเอาไว้ ฉันจะลงไปแล้วนะรีบๆ เข้าล่ะ เธอไปด้วยก็ดีเหมือนกันไปช่วยกันดูเด็กๆ หน่อย ลูกฉันซนเป็นลิงแล้วไหนจะลูกๆ แม่เอ...เอ่อ ลูกๆ คุณนายเอลิซอีกน่ะ วันนี้สงสัยคนจะเยอะแน่ๆ วันหยุดด้วย ”

“ค่ะ เอลลี่จะช่วยเต็มที่เลยค่า” อรุณฉัตรรับคำพลางยิ้มให้นายสาวที่จับจูงคุณเจสสิก้าออกนอกห้องไป และพอหันกลับมาก็ได้พบมือน้อยๆ ของเจค็อบโบกไหวๆ อยู่ตรงช่องประตูที่แง้มอยู่

“คูเอลลี่เอาผ้ามาเล็วๆ เจคจาลีบไปหาแด็ดดี”

“ค่าๆ ค่อยๆ เดินนะคะมันลื่น”

ครูพี่เลี้ยงคนสวยเตือนลูกศิษย์ตัวน้อยของตัวเองเพราะพื้นห้องน้ำที่ชื้นแฉะอาจทำให้เกิดอบัติเหตุได้ เธอช่วยเจค็อบแต่งตัวด้วยความรวดเร็วขณะที่สาวใช้ที่แต่งกายราวหลุดออกมาจากนิยายย้อนยุคเดินเข้าไปเก็บความเรียบร้อยในห้องน้ำ ไม่รู้ว่ากะละมังใบเล็กที่เธอใส่น้ำเอาไว้พ่อหนูเจคจะทำเละสักแค่ไหน

อรุณฉัตรช่วยพ่อหนูน้อยแต่งกายจนหล่อเฟี้ยวพร้อมเที่ยวอย่างเต็มที่ หล่อนพาเขาลงไปรวมกลุ่มกับบรรดาคนที่จะร่วมคณะเที่ยวด้วยกัน ซึ่งประกอบด้วยคุณเอลิซกับลูกๆ ของเธอ สองสามีภรรยาผู้เป็นเจ้าของบ้านและเขา...ชาร์ลส์ คิงส์

หญิงสาวเอ่ยขอตัวเพื่อไปช่วยยกข้าวของที่จำเป็นในห้องครัวโดยไม่รู้เลยว่ารถยนต์ของเจ้าบ้านมุ่งหน้าสู่สถานท่องเที่ยวของเด็กๆ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหตุเพราะว่าเจสสิก้าเง้างอนที่บิดาโอบอุ้มเอาแม่หนูอลิเซียไม่ยอมอุ้มตนเจ้าหล่อนเลยงอนใส่และบัญชาการให้ไปเที่ยวในนาทีนั้นและเมื่อนางฟ้าตัวน้อยบัญชาโจนาธานก็รีบไปดังที่โดนประกาศิต เขาสั่งโรเบิร์ตให้มาช่วยขับรถแทนชาร์ลส์เพราะผู้ช่วยหนุ่มต้องอยู่รอคุณครูเอลลี่ที่ยังเตรียมของไม่เสร็จ

“อ้าว! ไปไหนหมดแล้วล่ะ โซเฟีย?”

อรุณฉัตรถามสาวใช้ที่ชื่อโซเฟียที่ยืนอยู่หน้าบ้าน สองตาแลหาไม่เจอทุกคนก็มั่นใจแล้วว่าตัวเองคงถูกลอยแพ เธอถือตะกร้าปิ๊กนิกด้วยมือซ้าย ส่วนมืออีกข้างถือตะกร้าเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นของเด็กๆ นี่ถ้าป้ามาเรียไม่ขนทุกอย่างใส่ตะกร้าของกินให้เธอเธอก็คงไม่ถูกทิ้งแน่ๆ แล้วเธอจะไปทันเจ้านายได้อย่างไรล่ะนี่

“นายให้คุณครูไปพร้อมกับคุณชาร์ลส์ค่ะ”

โซเฟียตอบแล้วกลับเข้าบ้านไป อรุณฉัตรยืนเคว้งอยู่หน้าบ้านอยู่ราวนาทีกว่าๆ ชาร์ลส์ก็ขับรถยุโรปสีเดียวกับดวงตาของเขาเข้ามาเทียบถึงปลายเท้าเธอเลยทีเดียว

“ขึ้นรถสิแม่คุณ หรือต้องให้ลงไปอุ้มขึ้นมา” ชายหนุ่มเลื่อนกระจกรถลงเพื่อแขวะครูพี่เลี้ยงเล็กน้อยพลางเหล่ตามองทรวงอกอวบอิ่มที่ซุกซ่อนอยู่ใต้เสื้อสายเดี่ยวที่ปกปิดเนินอกพอดิบพอดี คลุมทับอีกชั้นด้วยเสื้อเชิ้ตที่ไม่ได้ติดกระดุม ชายเสื้อเชิ้ตถูกเจ้าของรวบขึ้นมาผูกไว้ที่เอว ส่วนกางกางเกงนั้นเป็นยีนห้าส่วนและมีรองเท้าผ้าใบสีแดงแจ๋ลายสตรอว์เบอรี่...ก็ดูน่ารักสดใสไปอีกแบบ

“ปากดีจริงๆ เลยผู้ชายอะไรวะ เห็นหน้าทีแรกนึกว่าจะเงียบๆ ขรึมๆ”

อรุณฉัตรบ่นพึมพำขณะอ้อมไปขึ้นรถแล้วปิดประตูแรงๆ เป็นการประชดคืนถ้อยคำของเขา

“ฉันไม่ว่าหรอกนะที่เธอจะปิดประตูรถฉันจนมันพัง แต่ฉันว่าแน่ๆ ที่เธอนินทาฉัน ฉันได้ยินนะจะบอกให้”

เขาแจ้งแก่ครูสาวขณะเคลื่อนรถออกไปช้าๆ

“ได้ยินก็แล้วแต่คุณสิ ฉันไม่ได้ปิดหูคุณไว้นี่นาถ้าคุณจะได้ยินก็ไม่เห็นจะแปลก”

หล่อนลอยหน้าตอบอย่างท้าทาย ไม่รู้ว่าเวรกรรมหรือสวรรค์ลิขิตให้เธอต้องมาเดินทางไปกับเขาตามลำพัง แต่ถ้าเป็นสวรรค์จริงๆ ท่านคงเบลอชั่วขณะกระมังถึงได้นำพาให้นางฟ้าอย่างเธอต้องมาเจอกับพ่อเทพบุตรซาตานปากร้ายเหลือคนนี้

เสียงถอนหายใจดังออกมาก่อนที่ชายหนุ่มจะเหลียวมองครูสาวแวบหนึ่งอย่างอดไม่ได้

“คาดเข็มขัดด้วยเอลลี่” เขาสั่งแต่อรุณฉัตรเชิดใส่ หล่อนเอี้ยวกายเอาตะกร้าสองใบที่วางบนหน้าตักไปวางไว้ที่เบาะหลังก่อน เขาตาบอดหรือเปล่าถึงไม่เห็นว่าเธอดันเอาตะกร้ามานั่งด้วยแทนที่จะวางมันไว้ข้างหลังตั้งแต่ทีแรก

“เอลลี่ถ้าเสร็จแล้วช่วยคาดเข็มขัดทีก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว เธอไม่ใช่เด็กแล้วนะทำไมถึงพูดไม่ฟังฮึ” ชาร์ลส์สั่งขณะเริ่มเคลื่อนรถคันหรูไปตามเส้นทางเบื้องหน้า

“ก็ฉันไม่ใช่เด็กนะสิคุณถึงอย่ามาสั่ง ถ้าฉันอยากคาดฉันก็คาดเองนั่นแหละ เมื่อกี้ฉันยืนรอคุณตั้งนานกว่าคุณจะมา โดนทั้งแดดทั้งน้ำทะเลทั้งเหนื่อยทั้งร้อน ขี้เกียจคาด”

หญิงสาวแถไปเรื่อยด้วยเหตุผลข้างๆ คูๆ ซึ่งเหตุผลแท้ที่จริงนั้นมีอยู่เพียงอย่างเดียวก็คือไม่อยากรับคำสั่งคนบ้าอำนาจก็เท่านั้น

รถยนต์สมรรถนะเยี่ยมสีเทาหม่นจอดเลียบเข้าข้างทางเมื่อครูสาวไม่ยอมปฏิบัติตามที่เจ้าของรถร้องขอ

“อ้าว! จอดทำไมล่ะ ฉันรีบนะ เด็กๆ ยังไม่ได้ทานอะไรเลย” อรุณฉัตรโวยวายทันทีที่เขาจอดรถ มองไปนอกหน้าต่างก็เห็นรถยนต์คันอื่นแล่นผ่านไปเป็นขบวน วันนี้ดูท่าคนจะเยอะสงสัยรถติดแน่ๆ

“ก็เธอชอบทำตัวเป็นเด็กไม่มีหัวคิดนะสิฉันเลยต้องจอดแล้วทำแบบนี้ไง”

ชายหนุ่มโน้มกายจากที่นั่งหลังพวงมาลัยไปช่วยสาวเจ้าคาดเข็มขัดนิรภัย แต่มือเขายังไม่ทันได้แตะสายเบลด้วยซ้ำคุณครูเอลลี่ก็ร้องโวยวายราวกับว่าเขากำลังจับหล่อนเปลื้องผ้า

“ว้าย!!! อีตาบ้า! จะทำอะไรห๊ะ ออกไปไกลๆ ฉ้าน!!!

ชาร์ลส์ยกมือขอยอมแพ้ เขากลับมานั่งที่เก่าก่อนที่แก้วหูและเส้นประสาทจะแตกเพราะเสียงแว้ดๆ ของครูสาว

“ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก...ยัยแห้ง

คนที่ถูกเรียกว่ายัยแห้งหันขวับในทันใด นัยน์ตาคู่คมเขม้นมองบุรุษตรงหน้าราวอยากจะฆ่าให้ตาย

“ถ้าฉันแห้งจริงก็อย่ามาเผลอมาแตะฉันล่ะ พ่อคนช่างเลือก ชิ!

“โอ...ขอโทษครับคุณครูเมื่อครู่ผมผิดไปแล้วครับ”

ชาร์ลส์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ขณะเอ่ยคำขออภัยกับเอลลี่ เขาไม่รู้ว่าเอ่ยมันออกมาได้อย่างไร แต่กับครูสาวคนนี้เขาไม่เคยควบคุมอะไรๆ ในร่างกายได้ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์เลยสักครั้ง

“อ้าว! ทำไมขอโทษเร็วจัง อย่างนี้ฉันก็เสียเปรียบสิ ฉันยังงอนได้ไม่ถึงนาทีเลยนะ?” หล่อนว่า ใบหน้าสวยหงิกงออย่างขัดใจ เขาเล่นขอโทษหลังจากหลอกว่าเธออย่างนี้แล้วเธอจะเอาความงอนไปลงที่ใครล่ะ ไม่ได้นะเอลลี่ไม่ยอม!

“ก็ฉันกลัวไม่ได้แตะเธอนี่นาเอลลี่ หึๆๆ”

ชาร์ลส์ยิ้มกว้างให้คุณครูคนสวยก่อนจะฉวยเอามือเจ้าหล่อนมาดมเล่นเสียอย่างนั้น ขณะที่เจ้าของมือได้แต่อ้าปากหวอพูดไม่ออกเพราะพ่อเทพบุตรซาตานสุดหล่อเลิศ หุ่นล่ำ แสนดี เพอร์เฟกต์ โอ๊ย!!! คนอะไรเลิศไปซะทุกอย่าง สวรรค์นะสวรรค์ช่างส่งคนมากระทำชำเราหัวใจดวงน้อยๆ ของเอลลี่ได้ ตอนนี้เอลลี่ตกหลุมรักเขาจนไม่สามารถกระดิกกระเดี้ยไปไหนได้ สงสัยว่าศรรักมันจะปักหัวใจอยู่ฉึกๆ ลึกลงลึกลงจนถอนถอดไม่ทันเสียแล้ว

“นะ...นี่ เอามือฉันคืนมานะ!

อรุณฉัตรหน้าแดงก่ำพยายามชักมือกลับมา ชาร์ลส์ยอมปล่อยมือหล่อนแต่โดยดี 

บุรุษหนุ่มนัยน์ตาชวนฝันยินยอมปล่อยมือน้อยให้เป็นอิสระ เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่อาจห้ามใจได้อีกต่อไป เขาคงรังแกหล่อนเหมือนตอนที่อยู่ในห้องนอนแน่ๆ  เขาไม่รู้ว่าพลังกระตุ้นอันรุนแรงมันก่อกำเนิดมาจากที่ใด หรือว่าเอลลี่จะพามันมาด้วยนะ เพราะทุกครั้งที่แลเห็นวงหน้าเนียนใสของหล่อนเขาต้องมีอารมณ์พิศวาสปรารถนาในทันที และมันเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างน่าประหลาดใจ เขาคงห่างสตรีเพศมานานกระมังถึงได้เป็นเอามากขนาดนี้ เห็นทีว่าคืนนี้ต้องจัดหนักกับสุดสวยที่บาร์สักคนแล้วล่ะ

อรุณฉัตรเห็นชาร์ลส์หยิบแว่นสีชาเข้มมาสวมก็นึกในใจว่าผู้ชายอะไรอารมณ์เปลี่ยนเร็วชะมัด ชั่วเวลาเพียงเสี้ยวนาทีเขากลับไปเป็นพ่อเทพบุตรสุดเคร่งขรึมของเธออีกแล้ว น่าดีใจเสียนี่กระไร นั่งเงียบไปตลอดทางเลยยิ่งดีนะพ่อคุณ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น