ตราบาปนางบำเรอ

ตอนที่ 21 : บทที่ 9 ครอบครัวสุขสันต์ 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 803
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    1 พ.ย. 57

บทที่ ครอบครัวสุขสันต์ 30%

เมื่อถึงสวนสัตว์สิงคโปร์นิลอรก็อยากจะบ้าตาย ด้วยว่าแม่หนูเจสสิก้าออกอาการดื้อกับเธอ แม่หนูไม่ยอมลงจากแขนบิดา เธอจะไม่ว่าเลยหากในอ้อมแขนผู้เป็นพ่อจะไม่มีหนูน้อยอลิเซียอยู่แล้ว

“ไม่เป็นไรหรอกน่าแองจี้ เด็กๆ ตัวเบานิดเดียวฉันอุ้มไหว” สามีหนุ่มใหญ่แต่หัวใจฟิตเปรี๊ยะบอกกล่าวกับภรรยาที่รักให้คลายกังวล นางฟ้าคนดีคงกลัวว่าเขาจะเหนื่อยกระมัง

“อย่าห่วงเลยค่ะคุณแองจี้ คุณคิงส์เขายังฟิดเปรี๊ยะค่ะ อุ้มเด็กๆ สองคนทัวร์จนทั่วสวนสัตว์ยังไหว” เอลิซเอ่ยเอาใจอดีตสามี เขาแข็งแรงมากเมื่อตอนที่เขาและเธอเคยโรมรันกันอยู่บนเตียง ซึ่งแม้ว่าจะนานมาแล้วเธอก็ไม่เคยลืม แต่ก็นั่นแหละ เขาเก่งเรื่องอย่างว่าแต่กลับไม่ค่อยมีเวลาให้เธอจนเธอต้องไปหาเอาจากนอกบ้าน และนั่นเป็นสิ่งที่เธอนึกเสียใจมาตลอด หากไม่เป็นเพราะความกระสันรัญจวนเธอคงไม่ต้องมาตกอยู่ในฐานะอดีตภรรยาเป็นแน่

“ฉันรู้ค่ะคุณเอลิซว่าสามีฉันฟิตแค่ไหน เพราะเขาออกจะพิสูจน์ให้ฉันรู้อยู่ทุกๆ คืน แต่นั่นมันไม่ได้หมายความว่าเขาต้องมาลำบากอุ้มเด็กถึงสองคนในขณะที่พวกเขายังมีขาเดินนี่คะ” นิลอรจวกอดีตภรรยาของสามีซะเกือบหน้าหงาย ตาแก่ของเธอไม่ใช่นักยกน้ำหนักทีมชาตินะจะได้อุ้มเด็กตัวจ้ำม่ำน่าหยิกน่ากอดถึงสองคนพร้อมกัน แม้ว่าเขาจะบอกว่าไม่หนักแต่เธอไม่เชื่อเด็ดขาด

โจนาธานรีบปรามคุณแม่ยังสาวทั้งสองคนไม่ให้ฟาดฟันกันด้วยวาจา เขาสามารถอุ้มสาวน้อยทั้งสองได้อย่างไม่มีปัญหาแน่ๆ จนกว่าหนุ่มน้อยทั้งสองจะขอแจมโน่นล่ะเขาถึงจะออกปากว่าไม่ไหวจริงๆ

เอลิซยิ้มเย้ยภรรยาของอดีตสามี หล่อนจูงพ่อลูกชายคนเก่งให้เดินไปพร้อมๆ กับโจนาธาน ในขณะที่นิลอรยังยืนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ที่เดิม

“มามี้ค้าบ?”

“วาไงคะลูก” นิลอรขานรับพ่อลูกชายก่อนจะจูงเขาฝ่าฝูงชนทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล็กเด็กโต ที่รวมใจกันมาเที่ยวในวันหยุดพักผ่อนเช่นนี้ เกาะเล็กๆ ที่คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวจึงมีสภาพไม่ต่างจากงานปาร์ตีที่จัดอย่างสวยหรูบนผืนพรมที่มีขนาดเท่าผ้าเช็ดหน้า

“ทำไมแด็ดดีต้องอุ้มอาลิเซียด้วยล่ะ” เจคน้อยถามมารดาพลางทำหน้าครุ่นคิด เขาต้องกระโดดหย็องแหย็งในบางจังหวะเพื่อจะมองให้เห็นร่างสูงหนาของบิดา

“อืม...อลิเซียก็เป็นลูกของแด็ดดีเหมือนกับเจคไงคะลูก”

“อ้าว!...ง้านเจคม่ายเอาแด็ดดีคนนี้ก็ด้าย เจคม่ายชอบมีแด็ดดีเหมือนคนอื่น แค่ต้องแบ่งแด็ดดีให้เจสซี่เจคก็จายกว้างเป็นทะเลแล้ว ฮึ่ม!” หนูน้อยครางฮึ่มฮั่มอย่างขัดใจ ทำเอานิลอรอธิบายไม่ถูก พ่อลูกชายช่างแก่แดดได้ใจ

“อืม...อันนี้มามี้คงแล้วแต่ลูกนะคะเพราะมามี้ก็ไม่ชอบแบ่งแด็ดดีให้ใครเหมือนกัน แต่มามี้ไม่รู้จะทำยังไงดีค่ะลูก มามี้สงสารอลิเซีย แด็ดดีจริงๆ ของอลิเซียไปอยู่บนสวรรค์แล้ว อลิเซียเลยต้องขอยืมแด็ดดีของเจคแล้วก็เจสไงคะ”

เจค็อบพยักหน้าเข้าใจแต่เขาก็ยังไม่ชอบใจอยู่ดีที่ถูกแย่งความสำคัญ ถ้าหากบิดาต้องอุ้มเด็กสองคนพร้อมกันหนึ่งในนั้นก็ต้องเป็นเขาสิ ไม่ใช่ยัยอาลิเซียหัวทองเหมือนการ์ตูนคนนั้น

“เดี๋ยวเจคจาช่วยมามี้เอง!” เจค็อบร้องบอกขณะลากมารดาให้เดินเร็วขึ้นเพื่อจะได้ทันบิดาที่เดินล่วงหน้าไปก่อน

แสงแดดยามสายทอดผ่านอากาศลงมาสัมผัสใบหน้าของทุกคนที่เดินเที่ยว บ้างก็ซื้อข้าวของและเล่นเกมกันตามรายทาง ภายในสถานที่ท่องเที่ยวที่เรียกได้ว่าใครที่มาสิงคโปร์หากไม่แวะมาที่ Resorts World Sentosa ก็ถือว่ายังมาไม่ถึง  เพราะฉะนั้นวันนี้จึงมีผู้คนพลุกพล่านจนเกือบจะเรียกได้ว่าเบียดเสียดเลยก็ว่าได้

โจนาธานตัดสินใจว่าจะพาเที่ยวในเจ็ดโซนที่เป็นไฮไลท์ของ Resorts World Sentosa  เพราะเวลาที่จำกัดอาจทำให้เด็กๆ เที่ยวไม่ครบ ส่วนสวนสัตว์นั้นคงต้องเป็นทริปหน้าแล้วล่ะ อย่างน้อยก็ต้องหลังจากเที่ยวเจ็ดโซนบนเกาะนี้จนทะลุปรุโปร่งแล้วเสียก่อน ซึ่งเจ็ดโซนนี้ประกอบไปด้วย 1. Hollywood Zone 2. New York Zone

3. Sci Fi City 4. Ancient Egypt 5. Lost World 6. Far Far Away 7. Madagascar

 

นิลอรพักเหนื่อยที่หน้าร้านเมลส์ไดรฟ์อิน ร้านแฮมเบอร์เกอร์สไตล์อเมริกันซึ่งอยู่ในโซนแรกที่เหยียบย่างเข้ามา คุณแม่ลูกสองไม่ชอบกลิ่นเอียนๆ ของมันจึงขอออกมานั่งรออยู่ข้างนอกซึ่งเยื้องจากบริเวณหน้าร้านพอสมควร ขณะที่สามีและอดีตภรรยาของเขาพาเด็กๆ นั่งรับประทานแฮมเบอร์เกอร์กันอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ด้านใน

กลิ่นผู้คนหลากหลายเชื้อชาติที่เดินขวักไขว่ผ่านไปมาคนแล้วคนเล่าทำให้นิลอรมึนศีรษะขึ้นมาดื้อๆ เมื่อคืนเธอกับโจนาธานคงพากันรำลึกความหลังหนักไปกระมัง พอไม่ได้นอนอย่างเต็มที่และต้องมาเจอกลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นแฮมเบอร์เกอร์เลยทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด

“อุ๊บส์!

คุณแม่ลูกสองรีบหาที่ทางสำรอกเอานมหนึ่งแก้วที่รับประทานแทนมื้อเช้าออกมา เธอเวียนศีรษะและกำลังจะเป็นบ้าเพราะอาการมันคุ้นเคยชอบกล แต่บางอย่างในสมองก็ค้านว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ในเมื่อวันแรกที่เขาและเธอมีปฏิสัมพันธ์มากกว่าการจับมือและจ้องตากันนั้นเพิ่งจะผ่านมาสองอาทิตย์กว่าๆ เท่านั้นเอง ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ นี่คงเป็นสัญญาณร้ายแรงที่บอกให้เธอเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าได้เลย งานนี้เธอคงเจอศึกหนักอย่างแน่นอน

“คุณแองจี้!?” เสียงของครูเอลลี่กระมังที่กำลังร้องเรียกเธออยู่ แล้วสักพักฝ่ามืออบอุ่นของใครบางคนก็มาลูบหลังให้เธอพร้อมกับส่งขวดน้ำให้บ้วนปาก

“เป็นยังไงบ้างคุณแองจี้ ยังไหวอยู่รึเปล่า” นิลอรเงยหน้าขึ้นมาเมื่อบ้วนปากจนเสร็จเรียบร้อย ที่แท้คนที่ลูบหลังให้คือชาร์ลส์หรอกหรือ

“หวะ...ไหว...ไหวสิฉันแค่นอนน้อยน่ะ” หล่อนบอกพลางส่งขวดน้ำคืนให้ครูสาวที่ยืนถือตะกร้าสองใบ เดาว่าคงจะเป็นสัมภาระของพวกเด็กๆ

“ไปนั่งตรงนั้นเถอะค่ะ” อรุณฉัตรแนะ ชาร์ลส์ช่วยประคองเจ้าหล่อนไปนั่ง ดูสีหน้าภรรยาเจ้านายไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย

“ขอบใจทั้งสองคนมากนะ ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วล่ะ แต่ไม่อยากเป็นตัวถ่วงให้เด็กๆ อดเที่ยว” คุณแม่ลูกสองบอกแล้วเอามือปิดปากเพราะรู้สึกผะอืดผะอม อรุณฉัตรรีบหาอะไรในตะกร้าที่พอจะช่วยเจ้าหล่อนได้ พอเจอก็รีบเอามาส่งให้นายสาว

“มะขามคลุกบ๊วยค่ะ เอลลี่หอบมาจากเมืองไทยเลยนะคะ”

นิลอรยิ้มด้วยความดีใจก่อนจะรับมะขามคลุกบ๊วยที่รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ มารับประทานแก้อาการที่เป็น

ชาร์ลส์ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าสตรีทั้งสอง สายตาเขาทอดผ่านมวลอากาศไปยังใบหน้าซีดเซียวของนิลอรด้วยความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง เจ้าหล่อนมีอาการคล้ายกับเมื่อหลายปีก่อนไม่มีผิด ไม่รู้ว่าเขาจะดีใจหรือเสียใจดีหากว่ามันเป็นความจริงขึ้นมา

“ฉันแค่พักผ่อนไม่เพียงพอ เธอไม่ต้องไปบอกเจ้านายจอมตื่นตูมนะ ฉันยังไม่อยากถูกจับฉีดยา” นิลอรเอ่ยขำๆ แต่ชาร์ลส์ไม่ขำด้วย เขาแลหาร่างของเจ้านายที่รักเมื่อเจอก็เดินดุ่มๆ เข้าไปในร้านแฮมเบอร์เกอร์โดยไม่ฟังเสียงร้องห้ามของนิลอรเลย

“ชาร์ลส์! เดี๋ยวก่อนสิ โธ่เอ๊ย! ฉันบอกว่าไม่เป็นไรไงเล่า” คุณแม่ลูกสองออกอาการฮึดฮัดขัดใจเพราะมือขวาคนสนิทของโจนาธานวิ่งแจ้นไปรายงานอาการของเธอให้เขาทราบแล้ว เธอไม่อยากถูกมองว่าอ่อนแอไม่ว่าจะต่อหน้าหรือว่าลับหลังโจนาธานและผู้หญิงคนนั้น

“เขาห่วงคุณมากนะคะ ฉันมองออก” จู่ๆ อรุณฉัตรก็โพล่งออกมาโดยไม่รู้ตัว หล่อนเจ็บที่หัวใจอย่างประหลาดเมื่อได้เห็นเขาจดจ้องนายสาวเช่นนั้น มันมากกว่าการแสดงออกของเจ้านายและลูกน้อง มากกว่าการห่วงใยเช่นคนในครอบครัว เอื้ออาทรยิ่งกว่าคนรู้จักเช่นเธอ หรือว่าคนที่อยู่ในใจเขาก็คือคุณแองจี้คนนี้ ถ้าอย่างนั้น...ความรักสามเศร้าสี่เศร้าก็กำลังอุบัติขึ้นอย่างเงียบๆ นะสิ

“ฉันหวังว่าคุณคิงส์จะตาบอดจนมองไม่ออกเหมือนเธอนะเอลลี่”

นิลอรประชดนิดๆ อย่างเป็นกังวล เธอพยายามไม่คิดแล้วนะในเรื่องนี้แต่เจ้าหล่อนก็ทำให้เธอคิดขึ้นมาจนได้

ห้านาทีถัดมาร่างสูงหนาของโจนาธานก็พรวดพราดออกมาจากร้านขายเบอร์เกอร์ เขาแลหาภรรยาที่รักกระทั่งพบว่าหล่อนนั่งอยู่ไม่ไกลจากเขามากนักโดยที่ข้างๆ มีครูสาวนั่งอยู่ด้วย

“โอ...แองจี้ เธอเป็นอะไรมากหรือเปล่าที่รัก ฉันขอโทษที่ทำให้เธอต้องอดนอนเมื่อคืนนี้ฉันควรจะให้เธอได้พักบ้าง อย่างน้อยฉันน่าจะสำนึกว่าวันนี้เราต้องพาเด็กๆ มาเที่ยวและ...”

“อะแฮ่ม! ไม่ต้องพูดถึงสาเหตุของการที่ฉันไม่สบายจะดีไหมคะคุณคิงส์ ฉันนั่งอยู่คนเดียวหรือคะคุณถึงได้พูดเอาพูดเอา ฉันอายเป็นนะตาแก่” ภรรยาสาวบ่นอุบที่สามีเผลอเอ่ยเรื่องบนเตียงออกมาโดยไม่รู้ตัว เจ้าหล่อนหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย ส่วนครูสาวหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู

“อ่า...คือ คือว่าเอลลี่ไปหาเด็กๆ ก่อนนะคะ ขอวางตะกร้าไว้ตรงนี้แล้วกัน”

ครูสาวรีบหลบไปทันทีที่กล่าวจบ ใบหน้าหล่อนเห่อแดงและร้อนผ่าว เจ้าตัวยิ้มเขินไปตามทางเดินที่มุ่งสู่ร้านเบอร์เกอร์ชื่อดัง และด้วยความรีบเร่งจึงทำให้ดวงตาที่เอาแต่มองเท้าของตัวเองไม่ทันได้แลเห็นร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่เดินมาอย่างรีบเร่งเช่นกัน

โครม! ตุ้บ!

“ว้าย!” อรุณฉัตรร้องเสียงหลง แอบขัดใจเล็กน้อยที่ชายหนุ่มผู้ประสบเคราะห์กรรมเดียวกันไม่สามารถรับร่างเธอไว้ในอ้อมแขนได้ ตรงกันข้ามเขากลับล้มไม่เป็นท่าโดยมีร่างของเธอเกยอยู่บนร่างเขา พนักงานในร้านและลูกค้าบางส่วนพากันชี้ชวนให้มองออกมาที่นอกร้านตรงบริเวณที่เธอและเขาประสบอุบัติเหตุร่วมกัน

 “โอ...ตายแล้วชาร์ลส์! เอลลี่ขอโทษ!

“เอลลี่! เธอนี่ซุ่มซ่ามไม่เลิกเลยจริงๆ” ชาร์ลส์รีบผลักร่างของครูสาวออกจากแผ่นอก เขาไม่ได้เจ็บเนื้อตัวมากมายแค่ตกใจเท่านั้นเอง ก็เจ้าหล่อนไม่ได้ชนเปล่าๆ แต่ยังส่งเสียงร้องจนชาวบ้านชาวช่องหันมาให้ความสนใจ และที่สำคัญก็คือหน้าอกหน้าใจที่มันทับลงกับแผงอกแกร่ง มันกำลังจะทำให้อารมณ์บางอย่างของเขาเตลิดเปิดเปิง

“แหะๆ แบบว่าขอโทษจริงๆ นะชาร์ลส์ ฉันไม่ได้ตั้งใจนี่นา”

อรุณฉัตรทำหน้าแหยๆ ขอโทษขอโพยพ่อเทพบุตรสุดหล่อของตัวเองเป็นการใหญ่ เวลาที่เขาโกรธหรือหัวเสียเธอแทบอยากจะไปกระโดดทะเลฆ่าตัวตายให้รู้แล้วรู้รอด

“คูเอลลี่คนฉวยค้าบบบ!!!

เสียงของเจ้าเจคตัวแสบของครูสาวเรียกขานเป็นการใหญ่ หนูน้อยมีของเล่นรูปตัวการ์ตูนอยู่ในมือทั้งสองข้าง หนูเจสสิก้าคนงามและสองพี่น้องทายาทตระกูลเกรย์ก็เช่นกัน ต่างมีของติดไม้ติดมือกันคนละชิ้นสองชิ้น

“ว่าไงคะคนเก่ง มาหาครูเอลลี่เร็วเข้าคิดถึงจังเลย” อรุณฉัตรลุกนั่งยองๆ ก่อนอ้าแขนรอรับร่างจ้ำม่ำของเจ้าเจคตัวเสบ พ่อหนูร้องเรียกเธอตั้งแต่โผล่ออกมาจากร้านแฮมเบอร์เกอร์

นาทีถัดมาเด็กๆ กับเอลิซก็มาสมทบกับชาร์ลส์และอรุณฉัตร เอลิซเกรย์แลหาร่างของคนที่สมควรจะอยู่ที่นี่ เขาหายไปไหนกัน?

“โจนาธานไปไหน?” ม่ายสาวถามเพราะตอนที่กลับมาจากห้องน้ำเธอไม่เห็นเขาแล้ว

“อยู่...เอ่อ...อยู่ทางโน้นค่ะ” อรุณฉัตรชี้มือไปอีกทางที่สองสามีพะเน้าพะนอแอบอิงซบร่างกันอยู่ การกระทำของคนทั้งสองที่เกิดขึ้นเพราะสายใยแห่งความรัก เรียกสายตาอิจฉาจากบรรดานักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมา และไม่เว้นแม้แต่คนในครอบครัวอย่างเอลิซและชาร์ลส์

เอลิซ เกรย์ มองอดีตสามีเฝ้าประคองร่างอ่อนแรงของนิลอรแล้วให้ขัดใจเป็นล้นพ้น เจ้าหล่อนแย่งเอาบทบาทคนสำคัญของวันนี้ไปครองอย่างหน้าตาเฉย ทั้งๆ ที่เธอลงทุนช่วยเขาดูแลเด็กฝาแฝดนั่นแต่สุดท้ายเขาก็แวบมาเอาใจยัยสำออยคนนี้จนได้

ชาร์ลส์มองภาพนั้นแล้วหัวใจกระตุกวูบไหว สองมือของเจ้านายผู้มีพระคุณกำลังสัมผัสแตะต้องภรรยาที่รักอย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา ทำไมนะ ทำไมความอิจฉาริษยาถึงได้ก่อตัวในหัวใจเขาไม่รู้จักจบสิ้น เขาอยากประณามสามัญสำนึกของตัวเองจริงๆ ที่คอยแต่จินตนาการไปว่าสองมือของโจนาธานที่แตะต้องสัมผัสร่างของนิลอรอยู่คือสองมือของตัวเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #19 มุจลินทร์ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 00:30
    อิชาร์ล อยากโดนฝ่าเท้าเหรอยะ
    เดี๋ยวปั๊ดส่งเกย์ไปรุมโทรมซะเลย

    #19
    0
  2. #18 faii (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 23:02
    เมื่อไหร่แม่อดีตภรรยาจะไปๆซักทีไม่ชอบเลย -*-
    #18
    0