ตราบาปนางบำเรอ

ตอนที่ 19 : บทที่ 8 แผนรักนางมารร้าย 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 784
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    27 ต.ค. 57

บทที่ 8 แผนรักนางมารร้าย 60%

“ค่าเทอมของเด็กๆ ติดขัดหรือเปล่าเอลิซ” เขาถามขณะเดินกลับมาที่ประตู เอลิซรีบขยับมาคุยกับเขา นัยหนึ่งเพื่อรั้งให้เขาอยู่ในห้องนานๆ

“ไม่ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันมาตลอด เราเป็นหนี้คุณมากเหลือเกิน” เอลิซเอ่ยออกมาพลางน้ำตาคลอเบ้า ในข้อนี้เธอมิได้เสแสร้งแกล้งทำแต่รู้สึกซาบซึ้งในความเมตตาของอดีตสามีจริงๆ

“เหลวไหลน่าเอลิซ เราเป็นเพื่อนกันนี่ เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนเป็นธรรมดา” หนุ่มใหญ่กล่าวเสียงทุ้มอ่อนโยนจนคนฟังหัวใจแกว่งไกวด้วยความรู้สึกผิด เธอไม่น่าทอดทิ้งเขาไปเลย ไม่อย่างนั้นตอนนี้เธออาจจะกลายเป็นแม่ของเด็กฝาแฝดนั่นก็ได้

“ฉัน...ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดีค่ะ คุณ...ดีกับฉันจนฉันละอายใจ ฉันไม่น่าทิ้งคุณไปเลย ฉันมันโง่จริงๆ โจนาธาน..”

เอลิซร้องไห้เบาๆ อย่างเสียอกเสียใจและเสียดาย โจนาธานอดไม่ไหวดึงร่างสั่นระริกเข้ามากอดปลอบ

“ไม่เอาน่าเอลิซ เลิกพูดเรื่องเก่าๆ เถอะนะ ผมลืมมันไปหมดแล้วล่ะ ตอนนี้คุณเป็นเพื่อน เป็นน้องสาวคนหนึ่ง แถมยังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงที่ผมไว้ใจ ผมต้องดูแลคุณกับลูกๆ ให้ดีที่สุดอยู่แล้วอย่ากังวลเรื่องไม่เรื่องเลย ยังไงผมก็ยังเห็นคุณเป็นคนในครอบครัวเสมอเอลิซ”โจนาธานปลอบใจม่ายสาว หรืออดีตภรรยาที่เขาเคยรัก

“คุณไม่โกรธฉันบ้างเลยหรือคะ ฉันยิ่งรู้สึกผิดที่ทิ้งคุณไปโจนาธาน”

เอลิซยังคร่ำครวญไม่หยุด โจนาธานผลักหล่อนออกอย่างสุภาพเพราะหล่อนเริ่มจะกอดรัดเขาแน่นเกินไป มันคงไม่เหมาะนักเพราะนิลอรอาจจะโผล่มาฉีกอกเขาเอาได้ทุกเมื่อ

“ถ้าผมโกรธ ผมจะยอมให้อภัยคุณหรือเอลิซ ผมต่างหากที่มัวแต่ทำงานจนไม่มีเวลาให้คุณ ผมผิดที่ทิ้งคุณให้เหงาอยู่บ้านลำพัง และดีใจด้วยซ้ำที่คุณอยากออกไปมีความสุขกับคนที่คุณรัก และคุณก็ทำให้ผมอิจฉาได้ทุกครั้งที่มองเห็นครอบครัวอันอบอุ่นของคุณ”

“แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว...ครอบครัว...ของฉัน” เอลิซเอ่ยออกมาอย่างสิ้นหวังหวลคิดถึงสามีที่ล่วงลับไปนาน

“ผมนี่ไงเอลิซ ครอบครัวของคุณ ผมจะเป็นพี่ เป็นเพื่อน เป็นหัวหน้าครอบครัวที่จะคอยปกป้องคุ้มครองคุณเอง ทำใจให้สบายนะ พรุ่งนี้เราจะได้พาเด็กๆ ไปเที่ยวสวนสนุกกัน”

โจนาธานพยายามปลอบขวัญมารดาของบุตรบุญธรรม เขาไม่เคยใจร้ายกับเอลิซได้สักทีเพราะหล่อนอ่อนหวานและอ่อนโยนเสมอ แล้วคนอย่างนี้หรือจะกล้าทำเรื่องร้ายกาจได้ลงคอ ไม่มีทางหรอก นิลรต้องเข้าใจอะไรผิดไปแน่ๆ

ขณะที่โจนาธานกำลังปลอบประโลมอดีตภรรยาที่ร้องไห้เป็นเผาเต่าอยู่นั้น เขาไม่มีโอกาสล่วงรู้เลยว่าภรรยาคนปัจจุบันยืนกำหมัดแน่นที่หน้าประตู นิลอรหายใจหอบถี่ด้วยความโกรธกรุ่น ถ้าเขายังรักยัยปีศาจเอลิซแล้วเขามายุ่งวุ่นวายกับเธอทำไมกัน

ร่างอรชรหมุนกายกลับทางเดิม นิลอรทนไม่ไหวแล้ว ถ้าอยู่ต่อไปคงได้เข้าไปกระชากฉีกร่างคนทั้งสองออกจากกันแน่ๆ

ปลายเท้ามนบนรองเท้าแตะนุ่มนิ่มก้าวเร็วๆ ไปยังอีกฝั่งของบ้าน แต่ทว่าพอเลี้ยวตรงหัวมุมทางเดิน ขาของหล่อนก็ต้องสะดุดเพราะความคิดบางอย่างสว่างวาบเข้ามาในสมอง

“ทำไมฉันต้องเป็นนางมารร้ายด้วยล่ะเอลิซ ฉันต้องเป็นนางเอกสิถึงจะถูก ฉันจะไม่ยอมให้เธอมาแย่งพ่อของลูกฉันไปอย่างเด็ดขาด!” คิดได้ดังนั้นนิลอรก็หันหลังกลับทางเก่าด้วยฝีเท้าที่เร็วกว่าขามาเกือบเท่าตัว ด้วยกลัวว่าทั้งสองจะเลิกอยู่ในโหมดโอบกอดปลอบประโลม เพราะถ้าทั้งสองผละจากกันแล้วจริงๆ แผนการปูทางสู่การเป็นนางเอกของเธอมันก็ไม่สมบูรณ์แบบน่ะสิ

นับว่าโชคยังเข้าข้างคุณแม่ลูกสอง เพราะนิลอรกลับมายืนนิ่งที่หน้าประตูได้ทันท่วงที เป็นจังหวะที่เอลิซกำลังจะโผเข้ากอดสามีเธออีกรอบ แต่เธอจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด

ก๊อกๆ ๆ

เสียงเคาะบานประตูเป็นสัญญาณก่อนที่ประตูซึ่งเปิดแง้มไว้จะค่อยๆ เปิดกว้างขึ้นทีละน้อย โจนาธานตัวชาดิกไม่ไหวติง เขาต้องตายแน่ๆ เพราะแม่คุณคนดีคงเห็นอะไรๆ ต่อมิอะไรจนเข้าใจผิดไปอย่างไม่ต้องสงสัย

“โอ...เปล่านะแองจี้ ฉันกับคุณคิงส์ไม่ได้กำลังกอดกันอย่างที่เธอคิดหรอกนะ”

เอลิซพยายามอธิบายแต่ใช้คำพูดที่นิลอรได้ฟังแล้วเจ็บจี๊ดไปถึงขั้วหัวใจ โจนาธานเองก็อยากจะบ้าตายเช่นกัน ถ้าเอลิซจะอธิบายอย่างนี้เขาว่าหล่อนไม่ต้องพูดอะไรเลยจะดีกว่า

เอลิซยิ้มกริ่มขณะทอดสายตาเจ้าเล่ห์มองนางฟ้าของโจนาธาน นิลอรดูสวยคมขำแม้ไม่มีเครื่องปรุงแต่งใดๆ บนใบหน้า มันน่าริษยานัก แต่ดูเหมือนว่านาทีนี้ความสวยคมขำจะไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงความจริงที่สองตาของเจ้าหล่อนแลเห็นหรอก

“เอ่อ...แองจี้ คือว่าฉัน...” โจนาธานเดินเข้าไปหาภรรยาที่รักที่ยืนอึ้งอยู่กับที่ เขาคงต้องโดนตบแรงๆ ที่แก้มหรือไม่ก็โดนพายุอารมณ์ของเจ้าหล่อนเหวี่ยงใส่อย่างแน่นอน เขาเตรียมใจไว้แล้วล่ะ

“กลับห้องได้แล้วค่ะ พรุ่งนี้ต้องพาเด็กๆ ไปเที่ยวนะคะ”

นิลอรพูดพลางยิ้มพลางแต่น้ำตาไหล มันไหลออกมาเพราะความเคืองใจ สามีที่รักตั้งท่าจะแก้ต่างกลบเกลื่อนความผิด นั่นแสดงว่าเขารู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองผิดจริงกระมัง

“โธ่แองจี้ฉันขอโทษที่รัก ฉันขอโทษ..”

โจนาธานพยายามเอ่ยวาจาให้ภรรยาอภัยให้แต่เจ้าหล่อนกลับเอาแต่ยิ้มแล้วก็ส่ายหน้า เอลิซเองก็ดูตกใจกับปฏิกิริยาของนิลอร เจ้าหล่อนจะมาไม้ไหนกัน

“มันไม่มีอะไรจริงๆ นะแองจี้ คุณคิงส์แค่ช่วยกอดปลอบใจฉันเท่านั้นเอง”

เอลิซราดน้ำมันลงไปในกองเพลิงเพื่อหวังว่าเพลิงกองใหญ่ที่เธอสุมไว้รอท่า มันจะคุโชนจนนิลอรใช้มันแผดเผาโจนาธาน และเมื่อเขาบาดเจ็บจากพระเพลิงกองนี้เธอก็จะได้โอกาสเป็นผู้สมานแผลให้เขาอย่างแนบเนียน

“เหรอคะ ถ้า...คุณเอลิซมีเรื่องทุกข์ใจมากนักก็ปรึกษาภรรยาของเขาได้นะคะ ฉันพร้อมเสมอที่จะช่วยโอบกอดปลอบระโลมคุณ ได้โปรดอย่าทำอะไรที่มันชวนให้ฉันเข้าใจผิดนักเลย ฉันเจ็บนะคะ แต่มันคงเจ็บกว่านี้ถ้าหากลูกๆ จะเห็นสิ่งที่คุณทั้งสองกระทำต่อกัน แค่ลูกถามฉันว่าคุณเอลิซเป็นใคร เป็นของมามี้อีกคนหรือเปล่า ฉันก็ไม่รู้จะอธิบายกับลูกว่ายังไงแล้ว ฉันรู้ว่าพวกคุณอาจจะรักกันอยู่แต่ช่วยแสดงออกในที่ทางที่มันมิดชิดกว่านี้ได้ไหม ฉัน...ฉันไม่น่ากลับมาที่นี่เลย...ขอโทษด้วยนะคะ...”

นิลอรน้ำตาหยดเผาะๆ ขณะเอ่ยประโยคทิ่มเทงหัวใจของคนทั้งสอง เอลิซเองก็รู้สึกผิดนิดๆ ในข้อนี้ เธอลืมนึกถึงเด็กๆ ลูกของนิลอรไป ถึงเธอจะหมายมั่นปั้นมือว่าต้องเอาอดีตสามีกลับมาเป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ใจร้ายกับเด็กตาดำๆ หรอกนะ เธอพร้อมจะเป็นมารดาให้กับเด็กๆ เสมอหากพวกเขาต้องการมารดาคนนี้

นิลอรหมุนกายออกจากหน้าห้องนั้นเธอตั้งใจเดินช้าๆ เพื่อรอให้สามีตามมา

“ตามไปเถอะค่ะ คุณแองจี้คงเข้าใจผิดจริงๆ ขอโทษด้วยนะคะ”

เอลิซกล่าวอย่างสำนึกผิด ทว่าพออดีตสามีหายลับร่างที่หน้าประตู รอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก อย่างน้อยแผนการเล็กๆ ของเธอในวันนี้ก็ได้ทำให้ศัตรูล่วงรู้แล้วล่ะว่าเธอยังมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของโจนาธาน และหวังว่าครั้งต่อไปเธอจะเติมความขุ่นข้องหมองใจใส่หัวใจของนิลอรได้มากกว่านี้ เธอหวังเช่นนั้นจริงๆ

 

โจนาธานออกเดินตามหลังภรรยา หล่อนเดินหายไปตรงสุดทางเดินแล้วและป่านนี้คงใกล้จะถึงห้องนอนแล้วกระมัง

“แองจี้!

โจนาธานอุทานออกมาอย่างตกอกตกใจเมื่อเห็นร่างภรรยาทรุดฮวบลงกับพื้นที่หน้าห้องนอน เขารีบเข้าไปอุ้มหล่อนแล้วพาเข้าห้องทันที

“แองจี้! เธอเป็นอะไรมากหรือเปล่าที่รัก ทำไมถึงล้มลงไปอย่างนั้นฉันใจหายหมดเลย”โจนาธานละล่ำละลักถามไถ่ภรรยา หัวคิ้วสองข้างขมวดเข้าหากันเป็นโบว์อันใหญ่ซ้อนทับกันจนหน้ายุ่งไปหมด

นิลอรรู้สึกผิดนิดๆ ที่ได้เห็นความห่วงใยส่งผ่านนัยน์ตาสีฟ้าครามคู่นั้น แต่ช่วยไม่ได้ ในเมื่อเขาทำผิดเขาก็ต้องรู้สึกผิดตอบแทนเป็นรางวัลมันถึงจะสาสมกับการกระกระทำอันไร้หัวใจเมื่อครู่นี้

“ฉันแค่เวียนหัวนิดหน่อยค่ะอย่างห่วงเลย” ตอบเบาๆ และนอนตะแคงข้างให้ แน่นอนว่าตาแก่สุดที่รักก็ตามมาง้อจนได้นั่นแหละ

“แองจี้เธออย่าทำแบบนี้สิ เธอโมโหก็อาละวาดใส่ฉันเถอะนะฉันจะได้สบายใจ เธอเล่นร้องไห้เงียบๆ แบบนี้มันเหมือนไม่ใช่เธอเลย ฉันห่วงเธอนะที่รัก” หนุ่มใหญ่พยายามปลอบขวัญด้วยความห่วงใยภรรยาสาว เขาอยากให้หล่อนตบตีเขา ตะโกนร้องด่าใส่หน้าเขา ให้หล่อนวีนเหวี่ยงสารพัดยังดีกว่าสิ่งที่หล่อนเป็นอยู่ในขณะนี้

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ แค่...รู้สึกว่าตัวเอง...มาเป็นส่วนเกินของพวกคุณเท่านั้นเอง” ตอบพลางกัดริมฝีปากเอาไว้เพราะกลัวว่าจะทนไม่ได้กรีดร้องออกมาให้สมกับความคับแค้นใจ

“ฉันขอโทษเธอจากใจจริงแองจี้ แต่ฉันสาบานว่าไม่ได้คิดกับเอลิซเป็นอื่นนอกจากความหวังดีอย่างเพื่อนและคนในครอบครัว ฉันคิดกับเอลิซแค่นั้นจริงๆ”

โจนาธานพยายามอธิบาย เขารั้งร่างอรชรของภรรยาที่รักมากอดรัดจนรับรู้ได้ถึงเรือนกายอบอุ่นของหล่อน ปลายจมูกโด่งคมสูดดมกลิ่นกระหม่อมหอมกรุ่นของหล่อนเข้าปอดแรงๆ ประหนึ่งว่าการกระทำเช่นนั้นจะช่วยทำให้วาจาของเขาดูมีมนต์ขลังพอที่จะทำให้นิลอรเชื่อใจได้

“นอนเถอะค่ะ พรุ่งนี้อุตส่าห์ได้พักทั้งทีจะได้มีเวลาอยู่กับลูกๆ บ้าง คุณรู้หรือเปล่าว่าเอาเวลาให้กับงานมากเกินไปแล้ว”

นิลอรเสเปลี่ยนเรื่องด้วยว่าไม่อยากให้สามีเซ้าซี้มากไปกว่านี้ เพราะต่อให้เขากราบกรานอ้อนวอนให้เลิกโกรธหล่อนก็เลิกไม่ได้อยู่ดี นาทีนี้มันต้องตาต่อตาฟันต่อฟันจึงจะสามารถถล่มคู่แข่งได้ ในเมื่อเอลิซอยากตั้งตัวเป็นนางเอกผู้น่าสงสารมากนักก็ลองมาแข่งกันดู ว่าใครมันจะแน่กว่ากัน

“ก็งานมันยุ่งนี่นา” สามีหนุ่มใหญ่อมยิ้มน้อยๆ กับอารมณ์ของเมียรักที่เปลี่ยนอย่างปัจจุบันทันด่วน หล่อนกำลังบอกเขาเป็นนัยใช่ไหมว่ากรุณาอย่าพูดถึงเรื่องเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วอีกเป็นอันขาด

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ ฉันพอช่วยอะไรได้บ้างไหม”

หญิงสาวลุกมานั่งมองใบหน้าหล่อเหลาของสามี นาทีนี้มันเคร่งเครียดจนเธอนึกโกรธตัวเองที่ทำให้เขาต้องนึกกังวลเรื่องงานอีกจนได้

“เรื่องภายในองค์กรณ์น่ะ เธออย่ารู้เลยเดี๋ยวไม่สบายใจเปล่าๆ” เขาบอกปัดเพราะไม่อยากให้หล่อนไม่สบายใจไปด้วย ดึงหล่อนให้ลงมานอนหนุนแขน โอบกอดหล่อนไว้อีกครั้งด้วยความสุขเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่กับการได้ครอบครองเรือนกายอบอุ่นสีน้ำผึ้งนวลเนียน

“เพราะฉันเป็นคนนอกหรือคะคุณถึงบอกไม่ได้ คุณยังเห็นฉันเป็นคนนอกทั้งๆ ที่ฉันเป็นแม่ของลูกๆ คุณหรือคะโจนาธาน...” หยดน้ำตาหลั่งมาอีกระลอก นาทีนี้นิลอรมิได้เสแสร้งแต่อย่างใด หล่อนน้อยใจที่สามีเอ่ยเช่นนั้นจริงๆ

“โอ...ที่รัก ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะ ฉันแค่เกรงว่าเธอจะไม่สบายใจจริงๆ”

“แต่ฉันเป็นเมียคุณนะคะไม่ใช่นางบำเรอที่มีค่าแค่เวลาขึ้นเตียง ฉันยังพอมีความสามารถนะคะ ถึงมันจะเล็กน้อยแต่ฉันก็อยากช่วยคุณจริงๆ คุณพูดแบบนี้ฉัน...เสียใจเหลือเกิน...”

โจนาธานกอดรัดร่างนิลอรแน่นขึ้นจนหล่อนแทบหายใจไม่ออก เขากลัวว่าหล่อนจะโกรธเกลียดเขาจริงๆ ที่ทำให้หล่อนต้องเสียน้ำตาเช่นนี้

“เรื่องธนาคารที่ต่างประเทศน่ะ เราถูกตรวจพบว่าฟอกเงินให้ประเทศที่สหรัฐคว่ำบาตร ตอนนี้กำลังดำเนินการเรื่องคดีความอยู่ มันทำให้ฉันเครียดมากๆ เพราะหากเราแพ้คดีเราต้องสูญเงินมหาศาลเป็นค่าปรับ แม้ว่าหุ้นที่ฉันถืออยู่จะไม่ถึงกึ่งหนึ่งของหุ้นทั้งหมดแต่เชื่อเถอะว่าหากธนาคารสูญเงินจำนวนนี้เพื่อชำระค่าปรับจริงๆ หุ้นส่วนที่เหลือต้องระดมทุนกันมากโขทีเดียวเพื่อที่จะได้ดึงเอาความมั่นอกมั่นใจของพวกนายทุนกลับมา และเงินจำนวนนั้นมันอาจทำให้กระทบต่อธนาคารเล็กๆ ที่ฉันเป็นเจ้าของอยู่ ฉันกลัวว่าจะหมุนเงินไม่ทัน มันจะขาดสภาพคล่องหากโยกย้ายเงินที่นี่ไปจ่ายค่าปรับ ฉันอาจต้องขายทรัพย์สินบางส่วนเพื่อแลกกับความเชื่อมั่นของนักลงทุน”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #17 ไรเฟิล (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 17:09
    นางเอกเยี่ยมค่ะ อย่าโง่กว่านางร้ายเลย เอาลึกล้ำกว่าไปเลย
    ยังแค้นอันเก่าไม่หาย ยังตะเกียกตะกายจะแย่งเค้าอีก อินางน่าตบคว่ำมาก
    #17
    0
  2. #16 Paula P Nisaidee (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 11:39
    แองจี้ เยี่ยมมาก ได้จัยมากเลย มารยาหญิงขนมาให้หมดเลยล่ะกาน5555555
    #16
    0