เซียมซีเสี่ยงรัก [จบ]

ตอนที่ 9 : บทที่ 9 ช่วงเวลาแห่งความสงบสุข

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,771
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 178 ครั้ง
    29 พ.ค. 59

                เหตุการณ์ที่ฮ่องเต้ออกจากตำหนักรักนิรันดร์และไปค้างคืนที่ตำหนักรุ่งรวีได้สะเทือนเลือนลั่นไปทั้วทั้งวังหลัง แม้เหตุการณ์นี้จะทำให้ลี่เฟยเสียหน้าเป็นอย่างมากแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีง้องอนฮ่องเต้หรือไม่พอใจแต่อย่างใด หลังจากเหตุการณ์นี้เองฮ่องเต้ก็มักจะเสด็จไปหาลี่เฟยที่ตำหนักรักนิรันดร์เสมอ อีกทั้งช่วงนี้แม่ทัพเยี่ยพี่ชายของเยี่ยเจาหรงพึ่งจะรบชนะกลับมาทำให้ฮ่องเต้ย่อมต้องไปค้างตำหนักเยี่ยเจาหรงบ้างไม่น้อย ทำให้ช่วงนี้เมื่อฮ่องเต้เสด็จมาวังหลังมักจะไปหาแค่ลี่เฟยไม่ก็เยี่ยเจาหรงเท่านั้นส่วนตำหนักอื่นๆนั้นทรงเสด็จไปบ้างบางครั้งบางคราว

                หวิ๋นเสียนเองเท่าที่จำได้ครั้งสุดท้ายที่นางได้เจอฮ่องเต้ก็เหมือนจะเป็นครึ่งเดือนก่อนเสียล่ะมั้ง พระองค์ทรงเสด็จมาถามไถ่ไม่นานก็ทรงจากไป เมื่อฮ่องเต้ไม่ได้เสด็จมาตำหนักรุ่งรวีก็เริ่มเงียบเหงาลงทุกวัน แม้จะเป็นเช่นนั้นก็ยังมีข้อดีก็คือไม่มีใครพุ่งเป้ามาที่ตำหนักแห่งนี้แถมนางยังได้อยู่อย่างสงบสุขอีกด้วย

                “พระสนมช่วงนี้ทรงดูมีความสุขยิ่งนัก” ปิ่นเล่อพูดขึ้นเมื่อเห็นหวิ๋นเสียนนั่งอยู่ในสวนเล็กๆข้างตำหนักมองกลุ่มนกที่นางพึ่งให้อาหารไปบินหยอกเย้ากันไปมาด้วยท่าทางอารมณ์ดี  หวิ๋นเสียนที่ได้ยินดังนั้นหันหน้ากลับมาตอบปิ่นเล่อด้วยรอยยิ้มว่า “จะไม่ให้ข้ามีความสุขได้เช่นไรเล่า ในเมื่อตำหนักสงบสุขเช่นนี้”

                “พระสนมท่านเอาแต่อยู่ในตำหนักไม่ออกไปไหนจนจะกลายเป็นหมีจำศีลอยู่แล้ว” ปิ่นเล่อพูดขึ้นขณะจ้องมองไปยังเพื่อนรักอย่างถอดถอนใจ เนื่องจากเป็นเวลาเกือบเดือนแล้วที่หวิ๋นเสียนไม่ออกไปไหนวันๆเอาแต่นั่งเล่นชมนกชมไม้อยู่ในตำหนักไปเท่านั้นเอง

                “ฮ่องเต้ไม่เสด็จมาแบบนี้อนาคตพระสนมจะลำบากเอาได้นะเพคะ” ปิ่นเล่อพูดขึ้นอีกครั้ง

                ในวังหลังแห่งนี้ไร้ซึ่งความโปรนปรานจากฮ่องเต้ก็ยากที่จะมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย แม้ตอนนี้พวกนางจะยังมีชีวิตแบบปกติสุขไปได้วันๆแต่ช่วงเวลาแบบนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหนกัน อาจจะอีกวัน สองวัน อาทิตย์หรืออีกเดือน เรื่องนั้นก็ไม่อาจรู้ได้ ยิ่งหวิ๋นเสียนไร้ซึ่งที่พึ่งพิงด้วยแล้วยิ่งยากที่จะทำการสิ่งใด ทั้งในวังหลังแห่งนี้เองก็มีพระสนมอีกไม่น้อยที่ต้องตายลงอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว คงพูดได้เต็มปากว่าการที่หวิ๋นเสียนไม่มีที่พึ่งพิงนั้นเป็นจุดอ่อนอันใหญ่หลวงยิ่งนัก เยี่ยเจาหรงมีแม่ทัพเยี่ย ลี่เฟยมีท่านอัครมหาเสนาบดี ขนาดครอบครัวของฮองเฮากับหรูซิวอี๋ก็ยังเป็นขุนนางใหญ่แล้วหวิ๋นเสียนเล่านางมีสิ่งใดกัน ถ้าไม่ใช่เพราะตำหนักแห่งนี้มีองครักษ์และข้ารับใช้ที่ฮ่องเต้ส่งมาคอยตรวจสอบพวกยาพิษและอันตรายอยู่มากมายหวิ๋นเสียนก็คงไม่อาจจะรักษาชีวิตตัวเองให้รอดได้แล้ว

                แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นในเมื่อฮ่องเต้คืนดีกับลี่เฟยแล้ว เขาจะมีเหตุผลอะไรที่ต้องมาหานางกัน

                “ฮ่องเต้จะมีเวลามาหาข้าได้อย่างไรกัน” หวิ๋นเสียนพูดขึ้นเสียงเบาหลังจากนิ่งเงียบไปนาน เมื่อปิ่นเล่อเห็นดังนั้นก็ได้แต่ทำสีหน้าเศร้าใจตามไปด้วยเล็กน้อย หวิ๋นเสียนที่เห็นสีหน้าของเพื่อนรักจึงรีบเปลี่ยนท่าทางให้สดใสขึ้นมาในทันที

                “พระองค์ไม่เสด็จมาก็ดีแล้ว ดูสิตอนนี้ข้าไม่ต้องหวาดกลัวกับสายตาทิ่มแทงที่แทบจะส่งมาตลอดเวลานั้นเลยด้วยซ้ำ” หวิ๋นเสียนพูดพลางยืนขึ้นอ้าแขนออกและหมุนตัวไปมา ราวกับจะรับบรรยากาศอันสงบสุขนี้เข้ามาไว้ในตัว

ใช่ ไม่มานั่นแหละดีแล้ว! หวิ๋นเสียนคิดในใจ ถึงฮ่องเต้ไม่มานางก็ไม่ได้เหงาเลยสักนิด หากเขาจะมาแล้วแกล้งนางไม่หยุดหย่อนจนมีแต่รังสีอาฆาตพุ่งมาที่ตำหนักแห่งนี้ล่ะก็อย่ามาเลยจะดีกว่า

            “พระสนม..” ปิ่นเล่อได้แต่มองเพื่อนรักอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี

“แค่กๆ” ยืนได้เพียงสักพักหวิ๋นเสียนก็ไอขึ้นมาเล็กน้อย ปิ่นเล่อเมื่อเห็นดังนั้นรีบเข้าไปประคองนางแล้วพูดขึ้นว่า “พระสนมอยู่ด้านนอกนานไปไม่ดีนะเพคะ”

“นั่นสินะ” หวิ๋นเสียนพึมพำขึ้นมาเสียงเบาก่อนจะหันไปบอกกับปิ่นเล่อว่า “ปิ่นเอ๋อข้าจะพักผ่อนเสียหน่อยอย่าได้ให้ใครมารบกวนล่ะ”

ปิ่นเล่อที่ได้ยินดังนั้นก็อดหัวเราะออกมาและหยอกล้อเพื่อนรักของตนไม่ได้ว่า “ดูสิเพคะวันๆเอาแต่นอนเยอะแบบนี้จะไม่ให้เข้าใจว่าเหมือนหมีจำศีลได้อย่างไรกัน” หวิ๋นเสียนเมื่อได้ยินดังนั้นก็หันมาถลึงตาใส่คนด้านข้างเล็กน้อย ก่อนที่ปิ่นเล่อจะรีบตอบกลับอย่างอารมณ์ดีว่า “หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ”

พูดจบปิ่นเล่อก็ประคองหวิ๋นเสียนกลับเข้าไปในตำหนัก แต่ละวันของหวิ๋นเสียนนั้นผ่านไปแบบเดิมๆตื่นเช้ามาเล่นกับนกอย่างมีความสุข นั่งชมนกชมไม้ยามบ่ายก่อนจะงีบเมื่อใกล้เย็น วันนี้เองก็เช่นกันกว่าหวิ๋นเสียนจะตื่นขึ้นมาพระอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว

“พระสนมหากวันๆท่านยังคงไม่ทำอะไรเอาแต่กินๆนอนๆอยู่ในตำหนักจะอ้วนได้นะเพคะ” ปิ่นเล่อพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนรักของตนค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นแล้ว

หวิ๋นเสียนได้แต่ขยี้ตาไปมาแล้วจึงลุกนั่งขึ้นก่อนจะถามคำถามเดิมๆด้วยท่าทางขี้เกียจว่า “มีเรื่องอะไรบ้างรึเปล่า” ปิ่นเล่อที่ได้ยินดังนั้นก็ตอบกลับไปดั่งเช่นทุกวัน “ไม่มีเพคะทุกอย่างก็เหมือนเดิม ฮ่องเต้เสด็จไปหาเยี่ยเจาหรงเพื่อเสวยพระกระยาหารก่อนจะทรงเสด็จไปคุยเล่นและค้างที่ตำหนักรักนิรันดร์ของลี่เฟยเพคะ”

หวิ๋นเสียนพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้เล็กน้อย “ข้าเข้าใจแล้ว” จากนั้นหวิ๋นเสียนก็ลุกขึ้นก่อนจะบิดตัวไปมา “เฮ้อ สงบสุขดีจริงๆ”

“แค่กๆ” ลุกขึ้นได้ไม่นานหวิ๋นเสียนก็ไอออกมาเล็กน้อย

หลายวันมานี้หวิ๋นเสียนถือโอกาสที่ฮ่องเต้ไม่เสด็จมานั่งๆนอนๆอยู่ในตำหนัก เพื่อให้ข่าวต่างๆเกี่ยวกับนางซาลงและให้ผู้คนหันไปสนใจตำหนักรักนิรันดร์แทนจึงชวนให้รู้สึกเบื่อหน่ายอยู่ไม่น้อย พอไม่ได้ออกไปด้านนอกเองสุขภาพของนางก็แลดูจะไม่ดีเท่าใดนัก วันนี้นางจึงคิดทำอะไรที่ต่างออกไปจึงหันไปบอกกับปิ่นเล่อว่า “วันนี้ข้าอยากออกไปเดินเล่นเสียหน่อยเจ้าช่วยข้าแต่งตัวแล้วเราออกไปด้านนอกกัน”

“แต่นี่ก็เริ่มมืดแล้วนะเพคะ” ปิ่นเล่อถามขึ้นด้วยท่าทีแปลกใจ หวิ๋นเสียนเมื่อได้ยินดังนั้นก็หันมาตอบด้วยรอยยิ้มว่า  “แบบนี้สิดีจะได้ไม่ต้องเจอคนมาก”

คำตอบนั้นทำให้ปิ่นเล่อได้แต่ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า “เข้าใจแล้วเพคะ”

             ระหว่างที่ปิ่นเล่อช่วยหวิ๋นเสียนอยู่นั้น หวิ๋นเสียนก็ไอออกมาอีกหลายรอบทำให้ปิ่นเล่ออดพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ว่า “พระสนมช่วงนี้ท่านดูสุขภาพไม่ค่อยดีเท่าใดนักทำไมเราไม่เรียกหมอหลวงมาเสียหน่อยเล่าเพคะ”

หวิ๋นเสียนที่พอจะเข้าใจความหมายของปิ่นเล่อพยักหน้าตอบช้าๆว่า “ก็ดี พรุ่งนี้เจ้าค่อยไปเรียกมาก็แล้วกัน”

             “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ” หวิ๋นเสียนพูดขึ้นเมื่อเห็นหน้ากังวลใจของปิ่นเล่อ ก่อนจะพูดขึ้นต่อด้วยท่าทางยิ้มแย้มว่า “บางทีข้าอาจจะแค่เป็นหวัดเล็กน้อยก็เท่านั้นหากออกไปเดินเล่นเสียหน่อยอาจจะดีขึ้นก็ได้ใครจะรู้”

             “นั่นสินะเพคะ” ปิ่นเล่อที่เห็นเพื่อนรักทำหน้าแบบนั้นได้แต่ยิ้มตอบออกไปเล็กน้อย แม้จะยิ้มไปแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะกังวลใจ เพราะแม้ที่ตำหนักรุ่งรวีแห่งนี้ฮ่องเต้จะสั่งให้มีองครักษ์มากมายคอยเฝ้าไว้ทั้งยังมีนางกำนัลและขันทีคอยตรวจพิษมากมายจากอาหารและสิ่งของที่ถูกส่งมาตลอดเวลานางก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดี เพราะก่อนหน้านี้ช่วงที่ฮ่องเต้ขยันเสด็จมานั้นก็มีรังสีอาฆาตมากมายส่งมาที่ตำหนักนี้อยู่ไม่น้อย

             “ไปกันเถอะ” เสียงของหวิ๋นเสียนที่พูดขึ้นทำลายความคิดฟุ้งซ่านมากมายของปิ่นเล่อ ก่อนที่ปิ่นเล่อจะพยักหน้ารับและไปหยิบเสื้อคลุมมาคลุมให้กับหวิ๋นเสียนเพื่อกันความหนาวไว้

             “แค่กๆ” หวิ๋นเสียนเดินออกจากตำหนักไปได้เพียงนิดเดียวนางก็ไอขึ้นอีกครั้ง ทำให้ปิ่นเล่ออดถามขึ้นอย่างเป็นห่วงไม่ได้ว่า “พระสนมทรงเป็นอันใดไปเพคะ”

             หวิ๋นเสียนเองก็ไม่รู้ว่านางเป็นอะไรนางได้แต่ไอหนักขึ้นจนเริ่มจะเจ็บคอ มือที่จับปิ่นเล่อไว้จึงเผลอกำแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว สักพักหวิ๋นเสียนก็เริ่มรู้สึกวิงเวียนอยู่ไม่น้อย จึงพยายามพูดบอกคนด้านข้างขึ้นอย่างยากลำบากว่า “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน พาข้ากลับเข้าไปในตำหนักเถิด”

ปิ่นเล่อเมื่อเห็นท่าไม่ดีก็รีบเรียกนางกำนัลมาช่วยประคองหวิ๋นเสียนเข้าตำหนักไป แต่ไปถึงได้แค่เพียงหน้าประตูเท่านั้น หวิ๋นเสียนก็ไอหนักขึ้นมาทันทีนางทรมานจนทรุดลงไป ก่อนจะไอต่อไปไม่หยุดปิ่นเล่อได้แต่ตื่นตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า เหล่าข้ารับใช้และองครักษ์ที่เห็นเหตุการณ์ก็เช่นกัน “พระสนมเพคะทรงเป็นอะไรไปเพคะ”

ผู้ที่ได้สติก่อนใครคือหัวหน้าองครักษ์เมื่อเห็นว่าเกิดเหตุร้ายขึ้นเขาก็รีบสั่งเหล่าองครักษ์ให้ปิดตำหนักไม่ให้ผู้ใดเข้าออกทันที ก่อนจะให้คนรีบไปแจ้งข่าวแก่ฮ่องเต้

“ปิ่นเอ๋อ ข้า...” หวิ๋นเสียนยังพูดไม่ทันจบจากที่ไออยู่นั้น ก็กลายเป็นนางกระอักเลือดออกมาแทน เจ็บจนแทบจะสลบแต่ก็ไม่อาจสลบลงไปได้เมื่อราวกับมีอะไรบางอย่างบังคับให้นางต้องกระอักเลือดออกมาเรื่อยๆ หวิ๋นเสียนในตอนนี้คิดอะไรไม่ออกและไม่อาจพูดสิ่งใดได้ นางรู้สึกได้เพียงอย่างเดียวคือความทรมาน

"หมอหลวง ไปตามหมอหลวง" ปิ่นเล่อที่เริ่มได้สติตะโกนออกมา

“พระสนมเพคะ พระสนม! กะ กรี๊ด” นางกำนัลข้างกายร้องเรียกหวิ๋นเสียนอย่างตกอกตกใจ เหล่าข้ารับใช้ในตำหนักเองก็ต่างวุ่นวายไปหมด ปิ่นเล่อเมื่อเห็นองครักษ์เริ่มปิดตำหนักแล้วก็รีบหันไปตะโกนสั่งนางกำนัลและขันทีแถวนั้นออกไปทันทีว่า “ตามหมอหลวง ข้าสั่งให้เจ้ารีบไปตามหมอหลวงมา!! แล้วก็เจ้ารีบไปรายงานฮ่องเต้”

ก่อนที่จะให้ข้ารับใช้แถวนั้นช่วยนางพยุงหวิ๋นเสียนไปนอนที่เตียง ตำหนักรุ่งรวีในตอนนี้วุ่นวายยิ่งนัก ทางเข้าออกทุกทางถูกองครักษ์ประจำตำหนักปิดไว้ไม่ให้ผู้ใดเข้าออกเว้นเสียแต่ขันทีที่ปิ่นเล่อสั่งให้ไปตามหมอหลวงและแจ้งข่าวแก่ฮ่องเต้เท่านั้นเอง ส่วนในห้องด้านในตำหนักนั้นเต็มไปด้วยผ้าที่เลอะเลือดและถังน้ำมากมายเหล่านางกำนัลและขันทีได้แต่ไม่รู้จะทำเช่นไรนอกจากพยายามนำน้ำให้พระสนมของตนดื่มมากๆและเช็ดเลือดที่เลอะอยู่บนกาย แต่ยิ่งเห็นพระสนมของตนได้แต่กระอักเลือดออกมาใจของพวกเขาก็ยิ่งเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

 

ในขณะเดียวกันที่ตำหนักรักนิรันดร์

ลี่เฟยที่กำลังชงชาอยู่อย่างละเมียดละไมเอ่ยถามคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างกายขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า “ช่วงนี้ฝ่าบาททรงมาหาหม่อมฉันบ่อยยิ่งนักไม่กลัวเหล่าพี่สาวน้องสาวจะเหงาเอาหรือเพคะ”

ฮ่องเต้เมื่อได้ยินดังนั้นก็ค่อยๆละสายตาจากหนังสือตรงหน้าแล้วหันมาตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “แล้วเจ้าไม่ชอบที่เรามาหาหรืออย่างไร”

“ย่อมไม่มีทางเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วเพคะ” ลี่เฟยที่ได้ยินดังนั้นรีบตอบกลับไป ฮ่องเต้เมื่อเห็นว่านางชงชาเสร็จแล้วก็ค่อยๆยกขึ้นมาดื่มเล็กน้อยสายตาก็มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเคลิบเคลิ้ม “เราย่อมต้องมาหาเจ้าอยู่แล้วในเมื่อชาที่เจ้าชงช่างรสชาติล้ำเลิศทั้งยังทำให้เราผ่อนคลายได้ถึงเพียงนี้”

ลี่เฟยเมื่อได้ยินดังนั้นก็หน้าแดงก่อนจะทำท่าทีเอียงอาย “ฝ่าบาททรงชมหม่อมฉันมากเกินไปแล้วเพคะ”

ระหว่างที่คนทั้งคู่กำลังดื่มด่ำเพลิดเพลินอยู่กับบรรยากาศนั่นเองมู่กงกงก็รีบเดินเข้ามาด้วยสีหน้ากระวนกระวาย ฮ่องเต้ที่เห็นดังนั้นก็ได้ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่มู่กงกงจะรีบรายงานขึ้นว่า “ฝ่าบาทมีรายงานมาว่าหลางไฉเหรินถูกวางยาพิษพะยะค่ะ”

พอได้ยินดังนั้นถ้วยชาในมือของฮ่องเต้ก็หล่นลงทันทีสีหน้าของเขาแลดูซับซ้อนก่อนจะรีบลุกออกไป ลี่เฟยเมื่อเห็นดังนั้นก็ได้แต่รีบตามออกไป เมื่อออกมาจากตัวตำหนักแล้วฮ่องเต้ก็เห็นขันทีคนหนึ่งที่โดนเหล่าองครักษ์ประจำตำหนักกันไว้กำลังพยายามฝ่าวงล้อมเข้ามาเมื่อพอจะจำหน้าได้ว่าเป็นคนของตำหนักรุ่งรวี ฮ่องเต้ก็ออกคำสั่งเสียงดังทันทีว่า “พวกเจ้าทำอะไรกัน ปล่อยตัวขันทีผู้นั้นซะ!

เมื่อเห็นท่าทีโกรธเกรี้ยวของฮ่องเต้เหล่าองครักษ์ประจำตำหนักก็รีบปล่อยตัวขันทีผู้นั้นทันที ขันทีผู้นั้นพอโดนปล่อยตัวแล้วก็รีบวิ่งเข้ามาคุกเข่าข้อร้องฮ่องเต้ด้วยน้ำตานองหน้าว่า  “ฝ่าบาทโปรดช่วยหลางไฉเหรินด้วยๆ พระสนมถูกคนวางยาพิษยังคงกระอักเลือดไม่หยุดเลยพะยะค่ะ”

 “ฝะ ฝ่าบาท..” ลี่เฟยที่ได้ยินดังนั้นแสร้งทำสีหน้าตกใจ

ฮ่องเต้เมื่อได้ยินเสียงกังวลใจของลี่เฟยพูดขึ้นมาเพียงแค่ว่า “เจ้าอยู่ที่นี่” โดยไม่แม้แต่จะหันมามองเลยด้วยซ้ำ เพียงแต่รีบหันไปออกคำสั่งกับมู่กงกงและมุ่งหน้าไปยังตำหนักรุ่งรวีทันที ทิ้งให้ลี่เฟยได้แต่ยืนอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายจ้องมองเขาอยู่ที่เดิม เมื่อเห็นฮ่องเต้ลับสายตาไปอย่างรวดเร็ว ลี่เฟยก็หมุนตัวกลับเข้าตำหนักไปพร้อมกับรอยยิ้มหยันเล็กๆที่มุมปากนาง



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 178 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,262 ความคิดเห็น

  1. #2034 nuaumniim (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 02:58
    ลี่เฟยแกมันร้าย
    #2,034
    0
  2. #1865 Asahi_san (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 03:19
    นังหนูลี่เฟยยยยยย ฝีมือแกเองซินะะะะ!
    #1,865
    0
  3. วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 13:02
    ลี่เฟยตอแหล
    #1,308
    0
  4. #559 Sasisand (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 00:26
    ลี่เฟย ร้ายไปป่าวค่ะ
    #559
    0
  5. #518 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 22:36
    อ๊ายนางร้ายลี่เฟย
    #518
    0
  6. #416 เมมฟิส (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 13:18
    ฝีมือยัยลี่เฟยแน่ๆ   เป็นห่วงหวิ๋นเสียนมากๆ   ยัยลี่เฟยเป็นสยมที่รักมาก   และฮ่องเต้ยังไม่รู้เท่าทันเล่ห์มารยายัยลี่เฟยเลยซักนิด    ไรท์จ๋าไม่เอาฮ่องเต้โง่งี่เง่าไม่รู้เท่าทันเล่ห์มารยายัยลี่เฟยแบบนี้น่ะค่ะ
    #416
    0
  7. #307 ใบชาาา^O^ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 00:40
    เกลียดลี่เฟยอ่ะ
    #307
    0
  8. #257 16062535 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 23:19
    นางเอกโดนของและพระเอกโดนทำเสน่ห์???
    #257
    0
  9. #256 sonsawan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 22:56
    ฉันเกลียดแกนังลี่ สตอเบอรี่
    #256
    0
  10. #255 MozartTx (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 22:48
    ว่าแล้วเชียว ลี่เฟยนี่ก็หนึ่งในบอสลับนี่เอง 
    สนมน้อยเราจะรอดไปได้ซักกี่นํ้า เฮ้อ 
    #255
    0
  11. #253 แคปพลีส (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 22:35
    ลี่เฟยตัวร้าย ย ย
    #253
    0
  12. #252 chaleeskill (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 22:27
    ว่าแล้วนางร้ายกาจ
    #252
    0
  13. #249 Latae_panisa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 22:04
    อยากให้นางเอกstrong!กว่านี้
    #249
    0
  14. #248 Nonglallaaa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 21:56
    ชิ เกลียดฮ่องเต้
    #248
    0
  15. #245 diamant (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 21:36
    กำลังสนุก ขออีกตอนนนน
    ปล. อยากถ้าฮ่องเต้รู้ตัวคนทำจะทำยังไง อยากเห็นจริงๆ ค้างมากมายToT
    #245
    0
  16. #244 ;★ Boccacio (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 21:36
    ค้างมาก ลี่เฟยอยู่เบื้องหลังใช่ไหม? ยิ่งแสนดียิ่งร้ายยยย 55
    #244
    0
  17. #243 ตามอ่าน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 21:34
    ลี่เฟยนิเป็นหญิงที่รักแรงปละน่ากลัว เราเข้าใจนะ แต่ยิ่งร้ายผู้ชายมันจะตีจากเอาได้

    ค้างมาเจ้าขา ไรท์กลับมาก้อนนนนนน><

    ขออีกสักตอนนนนน
    #243
    0
  18. #242 ploy_aphinya (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 21:33
    ลี่เฟยนางใจร้ายมากๆเลย ฮ่องเต้ต้องรักนางเอกโดยไม่รู้ตีวแน่เลย????????
    #242
    0
  19. #240 อิงะเดะมอ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 21:16
    ลี่เฟย นี่มันเข้าเค้า คนสวยใจทรามเลยนะ!
    #240
    0
  20. #237 Jinjerbell (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 21:04
    ลี่เฟยแน่ๆ ยิ้มร้ายขนาดนี้
    #237
    0
  21. #236 Pakjira Srikaw (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 20:57
    สนุกมากเลยยยย
    #236
    0
  22. #234 ราชา เค.โอ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 20:49
    เออ...ลี่เฝยชัว!!!
    #234
    0
  23. #233 t_g_k (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 20:37
    ลี่เฟยนี่มั้งตัวการ ว่าแต่นางเอกจะเข้มแข็งขึ้นมั้ยเนี่ยย ไม่งั้นอยู่ไม่รอดแน่ๆเลย
    #233
    0
  24. #231 Mono001 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 20:28
    นางร้านจิงๆ
    #231
    0
  25. #230 (warrior" *c*) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 20:23
    เอาแล้วไงลี่เฟยยยยย ! เผยร้ายออกมาแล้วสินะ
    #230
    0