เซียมซีเสี่ยงรัก [จบ]

ตอนที่ 4 : บทที่ 4 ดอกไม้งามแห่งวังหลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 164 ครั้ง
    6 มิ.ย. 59

พอยามเช้าใกล้จะมาเยือนฮ่องเต้หนุ่มก็ค่อยๆลืมตาขึ้นก่อนจะทำหน้ายิ้มแย้มจ้องมองหญิงงามที่ส่งสายตาเคียดแค้นมาให้ตนเอง “สนมรักตื่นเช้ายิ่งนักดูท่าเจ้าคงจะอยากอยู่กับเรานานๆใช่หรือไม่”

พอผ้าที่มัดมือและปากถูกปลดออกเท่านั้นแหละหวิ๋นเสียนก็แทบจะล้มตัวลงนอนไปในทันทีถ้าไม่ใช่เพราะนางปวดเมื่อยขาไปหมดจนต้องนั่งนวดขาตนเองเบาๆ หวิ๋นเสียนในตอนนี้ไม่มีอารมณ์หรือแรงมากพอที่จะต่อล้อต่อเถียงกับคนตรงหน้า กระทั่งแทบไม่มีเสียงสำหรับดุด่าว่าเขาด้วยซ้ำ

ฝ่ายฮ่องเต้นั้นตั้งแต่ตื่นมาก็เอาแต่จ้องหญิงสาวด้วยรอยยิ้มทั้งยังหัวเราะเบาๆไปมาเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางน่าสงสารของนาง เดิมทีเมื่อคืนเขากะจะแกล้งหญิงสาวตรงหน้านิดหน่อยเท่านั้นคาดไม่ถึงว่าตนเองจะเผลอหลับยาวไปแทนซะนี่ในฝันของเขานั้นเหมือนกับจะได้ยินเสียงอู้อี้เบาๆแต่น่าแปลกที่ยิ่งเสียงของนางเบาบางลงยิ่งชวนให้เขารู้สึกใจสั่นไหวนัก ดูท่าเสียงนั้นคงจะเป็นนางที่พยายามเรียกร้องให้คนมาช่วยทั้งคืนล่ะมั้ง

“สนมรักให้เราช่วยเจ้านวดดีหรือไม่” ชายหนุ่มถามขึ้นพร้อมกับโอบเอวบางให้เข้าใกล้ตัว

“ฝ่าบาท ทรงล้อหม่อมฉันเล่นแล้ว” หวิ๋นเสียนพูดขึ้นด้วยเสียงที่แหบและสั่นเครือ ส่วนอีกฝ่ายนั้นยังคงยิ้มแย้มตอบนางกลับมาว่า “เราจะหลอกเจ้าไปทำไมกัน” พูดจบยังไม่วายขยี้ผมนางเล็กน้อยก่อนจะทำตาเป็นประกายแล้วพูดต่อว่า “ในเมื่อเจ้าไม่อยากจากเราไปแบบนี้ทำไมไม่ไปเดินเล่นเป็นเพื่อนเราสักหน่อยเล่า”

ใครไม่อยากจากท่านกัน! หวิ๋นเสียนได้แต่คิดโต้แย้งอยู่ในใจแต่ในความเป็นจริงนางก็ไม่ได้พูดแบบนั้นออกมาเนื่องจากตอนนี้หวิ๋นเสียนอยากจะหลีกเลี่ยงอะไรก็ตามที่จะทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างนางกับฮ่องเต้ให้ได้มากที่สุด เพราะตอนนี้นางอยากพักมากเหลือเกิน!

“ฝ่าบาทหม่อมฉันไม่ไปได้หรือไม่” หวิ๋นเสียนถามออกไปพร้อมกับทำหน้าน่าสงสาร

“เจ้าไม่ยินดีไปกับเรางั้นรึ” ฮ่องเต้ใช้เสียงอันทรงอำนาจถามนางขึ้นอีกครั้ง ทำให้หวิ๋นเสียนได้แต่ต้องตอบด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “หม่อมฉันยินดีเพคะ”

มู่กงกงได้แต่แอบสังเกตฮ่องเต้ซึ่งนับจิบชาอยู่ด้วยความแปลกใจที่พระองค์ทรงอารมณ์ดีไม่น้อย แถมยังมีกะจิตกะใจมานั่งรอให้หลางไฉเหรินแต่งตัวเพื่อไปเดินเล่นกับพระองค์ด้วยซ้ำ หรือนี่ก็จะเป็นเพียงอีกหนึ่งแผนการของพระองค์เพื่อให้ลี่เฟยหึงหวงกัน แต่จะใช่แน่อย่างงั้นรึเมื่อคืนนี้เกิดสิ่งอันใดขึ้นบ้างในห้องด้านในผู้อื่นอาจไม่ทราบเพราะฮ่องเต้ทรงสั่งไว้ไม่ให้ใครเข้าใกล้หรือแอบฟังยกเว้นเพียงแต่มู่กงกงที่เฝ้าอยู่ไม่ไกลเท่านั้น เสียงเบาๆของหญิงสาวที่มู่กงกงได้ยินแทบทั้งคืนนั้นชวนให้คิดว่าเมื่อคืนห้องด้านในต้องดุเดือดเผ็ดร้อนยิ่งนัก ยิ่งเห็นหลางไฉเหรินที่เดินขาสั่นออกมาด้วยแล้วเขาก็ยิ่งมั่นใจในความคิดของตน

“ฝ่าบาทจะให้หลางไฉเหรินรับยาหรือไม่” มู่กงกงหันไปถามฮ่องเต้ คำถามนี้ของเขานั้นก็คือการถามว่าพระองค์ทรงต้องการให้หลางไฉเหรินตั้งครรภ์พระทายาทหรือไม่ พอมู่กงกงพูดจนจบฮ่องเต้ก็ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาท่าทางของเขาทำให้มู่กงกงได้แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

เมื่อเห็นท่าทางของมู่กงกง ฮ่องเต้จึงได้แต่ส่ายหัวไปมาอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับบอกว่า “ไม่ต้องๆ”

คำตอบนี้ของพระองค์ถึงกับทำให้มู่กงกงต้องตกใจอีกครั้ง แบบนี้ไม่ได้หมายความว่าฮ่องเต้อนุญาตให้หลางไฉเหรินมีสิทธิ์ตั้งครรภ์ได้หรอกเรอะ ขนาดเยี่ยเจาหรงที่ได้รับความโปรนปรานรองลงมาจากลี่เฟยยังไม่ได้รับโอกาสนี้เลยด้วยซ้ำ ดูท่าตอนนี้หลางไฉเหรินจะสำคัญอยู่ไม่น้อยในพระทัยของฮ่องเต้เลยล่ะมั้ง มู่กงกงได้แต่วิเคราะห์อยู่ในใจ

หลังจากเวลาผ่านไปไม่นานหวิ๋นเสียนก็ออกมาพร้อมกับชุดและผมที่เรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนที่นางและฮ่องเต้จะมุ่งหน้าไปอุทยานหลวงด้วยกัน หวิ๋นเสียนนั้นเดินแต่ละก้าวไปกับฮ่องเต้ด้วยความยากลำบากทำให้การเดินเล่นของทั้งคู่ช้ายิ่งนัก แต่จะไม่ให้เป็นแบบนั้นได้อย่างไรเล่าก็เมื่อคืนนางโดนฮ่องเต้นอนหนุนตักจนขยับไปไหนไม่ได้ทั้งคืนย่อมต้องปวดขามากแน่อยู่แล้ว

“สนมรักเหตุใดจึงไม่ยิ้มแย้มเลยเล่า ดอกไม้เหล่านี้ไม่งดงามงั้นรึ” ฮ่องเต้ถามขึ้นหลังจากทั้งคู่เดินไปได้สักพัก

“งดงาม งดงามมากเลยเพคะ” หวิ๋นเสียนตอบด้วยเสียงลอดไรฟันท่าทางของนางเหมือนคนอดทนอดกลั้นเต็มที่ แต่ก็ยังคงพยายามยิ้มบางๆไว้ตลอดเวลา ดอกไม้งามแล้วอย่างไรเล่าตอนนี้นางมีอารมณ์มาเดินเล่นชมต้นไม้ใบหญ้าที่ไหนกัน นางต้องการเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นคือการได้พักผ่อนเสียที!

“หากเจ้าไม่ชอบดอกไม้เหล่านี้เราพาเจ้าไปดูดอกไม้แบบอื่นดีหรือไม่ พวกมันมีสีสันสดใสแสบตานักเจ้าต้องชอบมากเป็นแน่” ฮ่องเต้พูดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับหันมายิ้มให้หวิ๋นเสียนก่อนจะจูงมือนางให้เดินตามตนเองไป

หวิ๋นเสียนได้แต่ยิ้มไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ นางเพียงแค่อยากกลับตำหนักพักผ่อนใจจะขาดเหตุใดคนตรงหน้านี้ทั้งๆที่เหมือนจะรู้แต่ก็ยังคิดจะลากนางไปที่อื่นกัน เดินไปอีกพักใหญ่ขบวนของทั้งคู่ก็มาถึงตำหนักอันใหญ่โตตำหนักหนึ่ง

“ฝ่าบาทที่นี่คือ” หวิ๋นเสียนถามขึ้นด้วยความลังเล นางที่เคยเป็นเพียงนางกำนัลตัวเล็กๆอ่านหนังสือไม่ออก จึงไม่อาจทราบได้ว่าตำหนักนี้ชื่อว่าอะไร ฮ่องเต้ไม่ได้ตอบคำถามนั้นเพียงแต่พาหวิ๋นเสียนเดินเข้าไปด้านในด้วยกัน ทันทีที่เข้าไปในตำหนักนั้นก็เห็นหญิงสาวสองคนนั่งคุยกันอยู่

“ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท” ทันทีที่ทั้งคู่เห็นผู้ที่เดินเข้ามาก็รีบลุกขึ้นทำความเคารพทันที ฮ่องเต้โบกมือเป็นเชิงให้พวกนางลุกขึ้นเล็กน้อย ตอนนี้เองที่หวิ๋นเสียนได้มองเห็นหน้าตาของหญิงสาวทั้งสองได้อย่างชัดเจน

คนแรกนั้นเป็นหญิงสาวหน้าตาคมเข้มในชุดสีน้ำเงินน้ำทะเลใบหน้าและท่าทางของนางดูมีสเน่ห์ยั่วยวนใจยิ่งนัก ตำแหน่งของนางน่าจะสูงอยู่ไม่น้อยหากดูจากเครื่องประดับและลวดลายของชุดที่นางใส่มา ส่วนอีกคนเป็นหญิงสาวหน้าตางดงามที่ให้ความรู้สึกถึงความน่าเกรงขาม ดวงตาเรียวยาวของนางคู่นั้นก็ชวนให้รู้สึกราวกับจะสามารถจ้องทะลุเข้าไปในใจคนได้เป็นอย่างดี ปิ่นปักผมรูปหงส์ที่ถูกปักไว้บนเส้นผมของนางเองก็บ่งบอกสถานะให้รู้และเข้าใจได้โดยง่ายหวิ๋นเสียนจึงยอบกายทำความเคารพคนตรงหน้าทันที “ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ”

หลังจากแสดงความเคารพฮองเฮาเสร็จแล้วหวิ๋นเสียนจึงหันไปจะแสดงความเคารพหญิงงามอีกนางหนึ่งแต่เพราะยังไม่รู้ว่าคนตรงหน้านั้นคือพระสนมพระองค์ใดจึงไม่รู้จะทำอย่างไรดี ก่อนจะได้ยินเสียงอันเปี่ยมเมตตาของฮองเฮาพูดขึ้นว่า “นางคือหรูซิวอี๋” หวิ๋นเสียนจึงพอจะทำความเคารพสตรีตรงหน้าได้

 “ฝ่าบาท นี่คงเป็นหลางไฉเหรินใช่หรือไม่เพคะ” ฮองเฮาถามขึ้นด้วยรอยยิ้มบางๆขณะจ้องมองหวิ๋นเสียนไม่วางตาทำให้นางอดก้มหน้าลงไปเล็กน้อยไม่ได้

“ถูกต้องแล้ว” ฮ่องเต้ซึ่งเดินไปนั่งจิบชาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ตอบก่อนจะกวักมือเรียกหวิ๋นเสียนให้เข้าไปใกล้ๆ “มานั่งลงข้างๆเราสิ”

หวิ๋นเสียนไม่รู้จะทำตัวอย่างไรดี ต่อหน้าฮองเฮาและหรูซิวอี๋แบบนี้เหตุใดฮ่องเต้ต้องจงใจเรียกนางไปนั่งข้างๆด้วยกัน แต่จะขัดรับสั่งหรือพูดค้านขึ้นมาก็ไม่กล้าแม้ฮ่องเต้จะไม่เคยถือโทษโกรธนาง แต่ฮองเฮาเล่าหากนางทำความประพฤติที่ไม่เหมาะสมจะไม่โดนพระนางลงโทษจริงหรือ หวิ๋นเสียนจึงได้แต่ปิดปากเงียบแล้วเดินก้มหน้าไปนั่งลงข้างๆฮ่องเต้ ขาที่สั่นของนางดึงดูดความสนใจของหญิงงามทั้งสองได้ไม่น้อยเล่นเอาหวิ๋นเสียนไม่รู้จะสู้หน้าทั้งสองคนอย่างไรดี

หลังจากหรูซิวอี๋ ฮองเฮาและฮ่องเต้พูดคุยกันไปได้สักพัก หรูซิวอี๋ก็มองมาทางหวิ๋นเสียนแล้วพูดขึ้นว่า “น้องหญิงช่างหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก แถมยังเปี่ยมไปด้วยโชควาสนาช่างโชคดีเสียจริงๆ”

คำพูดประโยคนี้ของหรูซิวอี๋เหมือนคำชมแต่กลับไม่ทำให้หวิ๋นเสียนรู้สึกดีใจเลยสักนิด นางรู้สึกเหมือนตนเองกำลังถูกเอามีดมาจี้คออยู่มากกว่า

“เหตุใดหรูซิวอี๋จึงกล่าวเช่นนั้นเล่า หรือเพราะฝ่าบาทเอาใจหลางไฉเหรินหรูซิวอี๋จึงเกิดน้อยใจขึ้นมากัน” ฮองเฮาแสร้งพูดขึ้นด้วยท่าทางทีเล่นทีจริง ทำให้หรูซิวอี๋ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะรีบตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มว่า “ฮองเฮาทรงล้อหม่อมฉันเล่นแล้วเพคะ”

ทั้งสามคนพูดคุยกันได้อีกไม่นานนักหรูซิวอี๋ก็ขอตัวกลับตำหนักไปเสียก่อน เมื่อเห็นนางเดินออกจากตำหนักไปแล้วฮ่องเต้จึงถามขึ้นว่า “เหตุใดฮองเฮาจึงต้องไปแกล้งหรูซิวอี๋เช่นนั้นด้วยเล่า”

ฮองเฮาหันมามองจ้องฮ่องเต้ด้วยรอยยิ้มก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงว่า “หม่อมฉันเพียงพูดตามสิ่งที่เห็นเท่านั้นเพคะ”

พอได้ยินดังนั้นมือที่ถือถ้วยชาไว้ของฮ่องเต้ก็ชะงักเล็กน้อยก่อนจะตอบอย่างเบื่อหน่ายว่า “เราเข้าใจแล้ว” พูดจบก็ดึงมือหวิ๋นเสียนให้ลุกขึ้นทำท่าจะเดินออกจากตำหนักไปในทันที

“ฝ่าบาทจะเสด็จกลับแล้วหรือเพคะ” ฮองเฮารีบร้อนถามขึ้น ฮ่องเต้เพียงหันมาพยักหน้าให้น้อยๆก่อนจะดึงมือหวิ๋นเสียนให้เดินออกไปอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้ก้าวพ้นออกจากตำหนักหวิ๋นเสียนก็ได้ยินเสียงของฮองเฮาดังขึ้นอีกครั้งว่า “เหตุใดหลางไฉเหรินไม่อยู่พูดคุยกับเราอีกสักหน่อยเล่า”

ไม่ทันต้องรอให้หวิ๋นเสียนคิดหาคำตอบคนที่ยืนอยู่ข้างกายนางก็รีบตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีให้ว่า “นางปรนนิบัติเรามาทั้งคืนทั้งยังต้องตื่นเช้ามาเดินเล่นกับเราอีก ควรจะกลับไปพักผ่อนได้แล้ว”

ทันทีที่ฮ่องเต้พูดจบหวิ๋นเสียนก็รู้สึกเย็นวาบขึ้นมาจนอดตัวสั่นไม่ได้ นางเงยหน้าขึ้นเพียงเล็กน้อยก็เห็นเพียงฮองเฮาที่จ้องมาด้วยใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มจางๆอยู่ เหตุใดฮ่องเต้ต้องพยายามสร้างศัตรูให้นางด้วยกัน นี่เขาไม่อยากให้นางมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้วใช่หรือไม่ หวิ๋นเสียนตะโกนอยู่ในใจ

ฮองเฮาเดินออกมาส่งทั้งคู่ถึงหน้าตำหนัก เมื่อถึงแล้วหวิ๋นเสียนก็ทำท่าจะเดินแยกจากฮ่องเต้กลับตำหนักเองเพราะถึงอย่างไรเขาก็คงต้องไปที่ห้องทรงพระอักษรที่น่าจะอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้เท่าใดนัก แต่คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายกลับยังคงจับมือนางไว้ไม่ปล่อยแล้วพูดขึ้นว่า “เราจะพาเจ้ากลับตำหนักเอง”

หวิ๋นเสียนได้ยินดังนั้นแทบจะใจหล่นวาบนี่คนตรงหน้าลืมไปแล้วหรือไงว่าฮองเฮายังยืนอยู่นี่ นางจึงรีบเค้นเสียงและความกล้าที่มีออกมาตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มทันที “ไม่เป็นไรเพคะหม่อมฉันกลับเองได้”

พอได้ยินดังนั้นฮ่องเต้ก็รีบพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานพร้อมกับลูบมือนางเบาๆตอบแทน “เราจะทิ้งให้เจ้าเดินกลับเพียงคนเดียวได้อย่างไรกัน”

หวิ๋นเสียนถึงกับนิ่งอึ้งไปกับท่าทีของคนตรงหน้า ก่อนจะได้ยินเสียงของฮองเฮาที่เหมือนจะสั่นเครือเล็กน้อยดังขึ้นบ้างว่า “ฝ่าบาททรงโปรดหลางไฉเหรินยิ่งนัก”

คำพูดนี้ของฮองเฮาทำเอาหวิ๋นเสียนรู้สึกอยากจะรีบวิ่งหนีไปจากตรงนี้ยิ่งนัก ถ้าไม่ใช่ว่าตอนนี้แค่เดินนางก็แทบแย่แล้วแถมคนที่ก่อเรื่องให้นางยังใช้มือข้างหนึ่งจับมือนางไว้แน่นแล้วตอนนี้ก็กำลังเอามืออีกข้างมาลูบหัวนางด้วยใบหน้าที่เสแสร้งว่าเอ็นดูนางสุดๆนี่สิ “นางน่าเอ็นดูขนาดนี้เราจะไม่ชื่นชอบนางได้อย่างไรกัน”

คำตอบและท่าทางของฮ่องเต้ถึงกับทำให้รอยยิ้มที่เคยประดับใบหน้าฮองเฮาแข็งค้าง แม้นางจะพอดูออกว่าฮ่องเต้แกล้งทำแต่ตลอดชีวิตที่นางรู้จักกับเขามาเขาก็ไม่เคยแกล้งทำอะไรถึงขั้นนี้!

หลังจากนั้นไม่นานฮ่องเต้ก็พาหวิ๋นเสียนเดินจากไป การก้าวเดินของทั้งคู่ยังคงเชื่องช้าเช่นเดิมเนื่องจากขาของหวิ๋นเสียนที่ยังคงปวดไม่หาย หวิ๋นเสียนรับรู้ได้จากสายตาอันเฉียบคมที่แทงลงมาว่าทุกๆการเคลื่อนไหวทุกๆการกระทำของนางฮองเฮาล้วนจ้องมองและจำได้ขึ้นใจจนกระทั้งพวกนางทั้งคู่ลับสายตา

              นางจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกกี่วันหนอ หนึ่งวัน สองวัน หรืออาจจะไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ขณะที่หวิ๋นเสียนกำลังคิดอยู่ดีๆ จู่ๆนางก็รู้สึกว่าตัวของนางลอยขึ้น

“ฝ่าบาท จะทรงทำอะไรเพคะ” หวิ๋นเสียนรีบถามขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าฮ่องเต้อุ้มตนขึ้นมา ในขณะที่อีกฝ่ายเพียงแต่ตอบกลับมาว่า “เราก็จะอุ้มเจ้ากลับตำหนักไงเล่า”

อุ้มกลับตำหนัก! หวิ๋นเสียนแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยิน

“ฝ่าบาทปล่อยหม่อมฉันลงเถิดหากมีคนมาเห็นเข้าชีวิตของหม่อมฉันต้องสั้นลงอีกเป็นแน่” หวิ๋นเสียนพูดขึ้นพร้อมกับมองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง แต่เมื่อเห็นว่าฮ่องเต้ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยนางลงหวิ๋นเสียนจึงได้แต่ยอมรับชะตากรรมของตนเอง

สักพักหวิ๋นเสียนก็ทำลายความเงียบโดยการถามสิ่งที่สงสัยขึ้นอีกครั้ง “ฝ่าบาทเหตุใดจึงต้องจงใจพาหม่อมฉันมาที่ตำหนักของฮองเฮากันเพคะ” ฮ่องเต้เพียงหันมามองนางด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า “เราก็บอกไปแล้วไม่ใช่รึว่าพาเจ้ามาชมดอกไม้อย่างไรเล่า”

“ฝ่าบาทจริงๆแล้วจงใจแกล้งหม่อมฉันเล่นชัดๆ” หวิ๋นเสียนพูดขึ้นเบาๆด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเท่าใดนัก ชมดอกไม้อะไรกันคนๆนี้ดูเหมือนจะอยากแกล้งนางเล่นเสียมากกว่าด้วยซ้ำไป แถมยังเป็นการแกล้งที่ถึงตายเลยด้วยซ้ำ

ทันทีที่กลับมาถึงตำหนักรุ่งรวีฮ่องเต้ก็วางนางลงบนที่นอนในห้องนอนด้านในก่อนจะพูดกำชับกับนางว่า “พักผ่อนให้มากๆเจ้าเหน็ดเหนื่อยมาทั้งคืนเดี๋ยวจะเป็นลมเอาได้”

หวิ๋นเสียนได้แต่จ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเคืองๆ ดูสิพอกลับมาถึงตำหนักเขาก็แกล้งนางอีกแล้วคำพูดเมื่อกี้พูดขึ้นเสียงดังชัดถ้อยชัดคำนักแล้วเหล่านางกำนัลกับขันทีที่ได้ยินอย่างชัดเจนจะไม่คิดไปไกลได้อย่างไร ทั้งๆที่เมื่อคืนไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเลยแท้ๆ หวิ๋นเสียนได้แต่ก่นด่าคนตรงหน้าอยู่ในใจถ้าไม่ใช่ว่าตอนนี้นางรู้สึกเหนื่อยยิ่งนักก็คงจะออกแรงฟัดกับเขาอีกสักรอบ

แล้วประโยคถัดมาที่ฮ่องเต้พูดขึ้นก็ทำให้หวิ๋นเสียนถึงกับต้องหน้าแดงก่ำ “เหตุใดสนมรักจึงจ้องเราเช่นนั้นเล่าไม่อยากให้เราจากไปงั้นรึ ไม่ต้องห่วงคืนนี้เราย่อมต้องกลับมาหาเจ้าอีกเป็นแน่ เล่นกับเจ้าสนุกยิ่งนักเจ้าเก่งยิ่งกว่าสนมทุกคนของเราจริงๆ” พอพูดจบฮ่องเต้ก็หันหลังเดินจากไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทันที

“ท่านๆ ท่านมันคนเจ้าเล่ห์คืนนี้อย่าได้กลับมาอีกนะ” หวิ๋นเสียนได้แต่ตะโกนไล่หลังฮ่องเต้ที่เดินหัวเราะอย่างสบายอารมณ์ออกไป แม้จะมองไม่เห็นร่างของอีกฝ่ายแล้วนางก็ยังคงได้ยินเสียงของเขาดังตอบกลับมาว่า “สนมรักพูดเช่นนี้คืนนี้เราย่อมรีบกลับมาหาเจ้าอยู่แล้ว”

หวิ๋นเสียนโกรธจนตัวสั่นแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไป นางก็พลันรู้สึกหน้ามืดขึ้นมาภาพที่เห็นก็เริ่มไม่ชัดเจนก่อนที่จะรู้สึกว่าสติสัมปชัญญะของตนเองจะขาดหายไป

“หลางไฉเหรินๆเป็นอะไรไปเพคะ” ปิ่นเล่อรีบเข้ามาประคองเพื่อนรักที่ล้มลงไปก่อนจะรีบตะโกนสั่งนางกำนัลข้างกายว่า “รีบตามหมอหลวงเร็ว”

นางกำนัลออกไปได้แปปเดียวก็เดินกลับเข้ามาพร้อมกับหมอหลวงอายุมากท่านหนึ่ง ท่านหมอผู้นั้นรีบแนะนำตัวขึ้นมาด้วยเสียงแหบแห้งว่า “ข้าคือหมอหลวงโหลว”

“ท่านหมอโหลวเหตุใดจึงมาเร็วนัก” ปิ่นเล่อได้แต่ถามออกไปด้วยความแปลกใจ ก่อนที่หมอหลวงโหลวจะตอบกลับมาว่า “ฝ่าบาทสั่งให้ข้ามารอตรวจหลางไฉเหรินตอนเช้าข้าจึงเฝ้าอยู่ที่หน้าตำหนักมาสักพักแล้วหากเจ้าไม่มั่นใจก็ส่งคนไปถามมู่กงกงได้”

เมื่อเห็นหมอหลวงโหลวตอบได้อย่างมั่นคงไม่มีอาการพิรุธแม้แต่น้อยปิ่นเล่อจึงยอมให้หมอหลวงโหลวเข้ามาตรวจหวิ๋นเสียนได้ในทันที หลังจากตรวจเสร็จแล้วหมอหลวงโหลวก็หันมาบอกปิ่นเล่อเพียงแค่ว่า

“หลางไฉเหรินไม่เป็นอะไรมากเพียงแค่เหน็ดเหนื่อยจากการใช้แรงมากไปเท่านั้นพวกเจ้าก็ขยันนวดให้หลางไฉเหรินเสียหน่อยแล้วก็ให้นางกินยาบำรุงก็พอ”

คำตอบนี้ทำให้ผู้ที่ได้ยินรวมทั้งปิ่นเล่อพากันคิดผิดไปไกลยิ่งนักพวกเขาต่างคิดว่าเมื่อคืนหลางไฉเหรินต้องปรนนิบัติฮ่องเต้เป็นอย่างดีมากแน่แท้เช้ามานางจึงได้เหนื่อยจนเป็นลมไปได้แบบนี้ กว่าหวิ๋นเสียนจะตื่นมารับรู้หรือทันได้แก้ตัวเรื่องพวกนี้ข่าวลือถึงค่ำคืนอันเผ็ดร้อนของนางก็ได้กระจายออกไปไกลจนรู้กันแทบทุกตำหนักแล้ว เมื่อได้ยินดังนั้นหวิ๋นเสียนก็ได้แต่ร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลังให้ปิ่นเล่อฟังถึงชีวิตอันขมขื่นของ


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แก้คำผิดครั้งที่ 1 06/06/2016...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 164 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,262 ความคิดเห็น

  1. #2209 9namfon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 14:23
    ช่างแกล้งจริงๆ
    #2,209
    0
  2. #2007 nuaumniim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 23:52
    ฮ่องเต้แอบมีความกวนนะเพคะ
    #2,007
    0
  3. #1860 Asahi_san (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 02:07
    เจ้าฮ่องเต้!!!! ว๊ากกกกก ทำไมถึงทำตัวได้กวน***แบบน่าฟัดแบบนี้!! 
    #1,860
    0
  4. #1478 sugarmale (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 01:52
    5555 น่ารักมากอ่ะ
    #1,478
    0
  5. #911 Maya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 21:55
    55555 ^^
    #911
    0
  6. #681 Franglover (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 14:05
    น่ารักอะ
    #681
    0
  7. #516 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 21:35
    55555ฮ่องเต้น้า หาเรื่องตายให้นางเอกตลอด!!!
    #516
    0
  8. #411 เมมฟิส (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 12:25
    เป็นห่วงหวิ๋นเสียน   นี่ขนาดไม่ได้เจอลี่เฟยน่ะ     เป็นห่วงหวิ๋นเสียนเรื่องลี่เฟยมากๆ    ยังไงลี่เฟยคือสนมที่ฮ่องเต้รัก      หวิ๋นเสียนห้ามรักฮ่องเต้เด็ดขาดน่ะ    ห้ามรัก
    #411
    0
  9. #356 มายเมจิ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 09:31
    55555 ตลกอ่ะ ขำมากเลยคู่นี้
    #356
    0
  10. #239 sonsawan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 21:07
    5555555+
    #239
    0
  11. #197 น้องพริกหวาน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 01:34
    สนมใหม่ชักเยอะอะไรก็โวยวายไม่อะไรก็ร้องไห้ ดูไม่รู้จักตั้งตัวสักที ฮ่องเต้ไม่ค่อยเจอแแบบนี้ก็สนุก แต่เป็นนักวางแผนการณ์มากๆ ถึงชีวิตสนมใหม่น่าเป็นห่วง แต่การจ้วงจาบฮ่องเต้นี่เกินงามไปมากแล้ว น่าจะรู้ได้แล้วว่าไม่ใช่นางกำนันโรงซักล้างแล้ว การพูดจาน่าจะระมัดระวังบ้างค่ะไม่ใช่เอะอะอยู่ตลอด
    #197
    0
  12. #146 t_g_k (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 09:22
    ฮ่องเต้ก็ขี้แกล้งงง 5555
    #146
    0
  13. #72 김하윤เป้ย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 22:23
    สนุกค่ะ...รอนะค่ะอัพไวๆและเยอะๆนะค่ะเป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #72
    0
  14. #71 janjirasuso (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 21:34
    สนุกมากชอบๆๆ
    #71
    0
  15. #70 แคปพลีส (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 21:05
    อ้ะโห ห เจอศึกหนักเลยสนมใหม่ 555
    #70
    0
  16. #69 chaleeskill (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 20:26
    5555 น่าสงสารจริง
    #69
    0
  17. #68 frida/จินเหลียนฮวา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 19:45
    สู้ๆน๊า >< อิอิ ติดตามๆ
    #68
    0
  18. #66 metawan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 14:59
    โดนฮ่องเต้แกล้งหนักเลย พระสนม
    #66
    0
  19. #64 pengkanyas (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 12:31
    นางเอกจะน่าโดนแกล้งอะไรขนาดนี้ 5555555
    #64
    0
  20. #63 ตามอ่าน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 12:30
    น่าสงสารมากอ่ะ55555 นินางยังไม่เจอตัวแม่เลยนะ เฮอออ

    ปล.ว่าแต่ว่าสงสัยว่าลี่เฟยนั้นงอนอะไรฮ่องเต้นัก

    แล้วถ้าทั้งสองกลับไปคืนดีกันแล้ว เสียนเอ๋อของข้าหละ ตายแน่ บรือ>w<
    #63
    0
  21. #61 ใบชาาา^O^ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 10:30
    ถถถถถถถ ช่างน่าสงสารอะไรอย่างนี้ ฮ่องเต้ก็นะแกล้งนางจัง 5555
    #61
    0
  22. #60 Yuipha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 09:27
    โถๆๆ น่าสงสารนางจริงๆ5555
    #60
    0
  23. #59 Mono001 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 08:22
    นางน่าสงสารฝุดๆ จะรอดไหมเนี้ย
    #59
    0
  24. #58 tiny (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 08:09
    สนุกจังค่ะ ขอบคุณนะค่ะ
    #58
    0
  25. #56 มะมะหม๊าววว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 06:23
    โอ้ยยยย... 5555 ฮ่องเต้ขี้เเกล้งอ่ะ เเต่ก็นะ นางเอกดูน่าแกล้งจริงๆ นั่นเเหละ ไม่เเปลกที่ฮ่องเต้จะเอ็นดู(?) เป็นพิเศษ
    #56
    0