เซียมซีเสี่ยงรัก [จบ]

ตอนที่ 5 : บทที่ 5 เยือนตำหนักรักนิรันดร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,090
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 133 ครั้ง
    6 มิ.ย. 59

           “หลางไฉเหรินหยุดร้องไห้เสียเถิดเจ้าค่ะ ดูสิตาของท่านบวมแดงไปหมดแล้ว” ปิ่นเล่อพูดขึ้นขณะเดินเข้ามาเอายาบำรุงให้หวิ๋นเสียนดื่มหลังจากนางพึ่งฟื้นขึ้นมา ก่อนจะได้แต่ถอนหายใจเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่ภาพของหวิ๋นเสียนที่นั่งร้องไห้คร่ำครวญอยู่ทุกเช้านั้นเริ่มจะกลายเป็นภาพชินตาของนางไปซะแล้ว

“ทำไมกัน ทำไมชีวิตข้าถึงได้โชคร้ายเพียงนี้” หวิ๋นเสียนได้แต่คร่ำครวญฟุบหน้าร้องไห้อยู่ข้างขอบเตียง ตั้งแต่นางตื่นขึ้นมาหลังจากสลบไปไม่กี่ชั่วยามก็ต้องแปลกใจกับสายตาแปลกๆที่แลดูชื่นชมและเปี่ยมไปด้วยความหวังของเหล่านางกำนัลและขันทีในตำหนักยิ่งนัก ถามไปถามมานางถึงได้รู้ว่าพวกเขาคิดว่าอนาคตของนางต้องรุ่งโรจน์เป็นแน่หลังจากผ่านค่ำคืนอันดุเดือดเผ็ดร้อนกับฮ่องเต้มา ซ้ำฮ่องเต้ยังเอ็นดูนางยิ่งนักถึงขนาดสั่งมู่กงกงไม่ให้ถวายยานางเพื่อให้นางมีสิทธ์ตั้งครรภ์พระทายาทได้ แค่รู้ถึงตรงนี้หวิ๋นเสียนก็ช็อคจนไม่รู้จะพูดยังไงดีแล้ว แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือเรื่องพวกนี้มันดันกระจายไปจนจะทั่ววังหลังแล้วนี่สิอะไรจะกระจายไปเร็วขนาดนั้นได้กัน

ตายๆ ชื่อเสียงของนางย่อยยับไม่มีเหลือแล้ว ตอนนี้หวิ๋นเสียนแทบไม่กล้าสู้หน้าใครนางรู้สึกอายจนอยากจะเอาหน้ามุดแผ่นดินหนีนัก ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ก็ดูเหมือนฮองเฮาจะไม่ชอบหน้านางอีก แล้วนี่นางจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไรกัน

กว่าปิ่นเล่อจะกล่อมหวิ๋นเสียนให้สงบลงและยอมอาบน้ำเปลี่ยนชุดได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พอปิ่นเล่อออกไปได้ไม่นานนักนางก็รีบกลับเข้ามาหาหวิ๋นเสียนใหม่ด้วยสีหน้ากระวนกระวายเสียจนชวนให้ผู้ที่เห็นต้องแปลกใจ “หลางไฉเหรินๆ เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะๆ”

หวิ๋นเสียนที่ดูราวกับคนปลงตกที่ตัดขาดกับโลกภายนอกไปแล้วได้แต่พูดขึ้นมาด้วยเสียงที่เหม่อลอยว่า “เรื่องใหญ่อะไรกัน หรือชีวิตข้ากำลังจะดับลงแล้วรึไง”

“เหตุใดจึงพูดเช่นนั้นกันเพคะ ลี่เฟยส่งคนมาเชิญท่านไปตำหนักรักนิรันดร์ต่างหากเล่าเพคะ” ปิ่นเล่อตอบกลับไปอย่างเร่งร้อนก่อนจะรีบเดินเข้ามาจับหวิ๋นเสียนไปนั่งหน้ากระจกเพื่อจัดการเกล้าผมที่เละเทะของนาง

“ลี่เฟยงั้นเหรอ” หวิ๋นเสียนถามขึ้นด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง นางแลดูตกใจยิ่งนัก เมื่อเห็นแบบนั้นปิ่นเล่อจึงลองถามขึ้นว่า “ท่านจะไปหรือไม่”

“ขะ ข้าไม่อยากไป” หวิ๋นเสียนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือพร้อมกับใช้สายตาวิงวอนเต็มที่ ชวนให้ปิ่นเล่ออยากจะตบหัวเพื่อนรักตรงหน้าแรงๆสักทีนักถ้าไม่ติดว่าตอนนี้นางเป็นพระสนมที่ค่อนข้างโปรดปรานโดยฮ่องเต้อยู่ไม่น้อยล่ะก็ ปิ่นเล่อจึงได้แต่พูดย้ำอย่างเสียงดังฟังชัดให้หวิ๋นเสียนฟังว่า “ท่านไม่ไปได้ด้วยงั้นหรือ นั่นคือลี่เฟยนะเพคะ ลี่เฟยผู้ซึ่งเป็นที่โปรดปรานสูงสุดเหนือใครน่ะ!

พอเจอคำพูดประโยคนี้ของปิ่นเล่อเข้าไปหวิ๋นเสียนก็ถึงกับต้องนั่งคอตกอย่างหมดหวังในทันที

“ลี่เฟยนางเป็นคนยังไงกัน” หลังจากนิ่งเงียบไปได้สักพักหวิ๋นเสียนก็ถามขึ้นอีกครั้ง

“ว่ากันว่านางทั้งงดงามและอ่อนหวาน อีกทั้งยังเปี่ยมไปด้วยเมตตา ไม่สนใจเรื่องราวข่าวลือใดๆและเก่งในทุกๆด้านอีกด้วยเพคะ” ปิ่นเล่อตอบขณะที่ยังคงยุ่งอยู่กับการสางผมอันยุ่งเหยิงของหวิ๋นเสียน ก่อนจะพูดออกมาเสียงเบาว่า “แต่นั่นก็แค่สิ่งที่ได้ยินมา”

พอได้ยินดังนั้นหวิ๋นเสียนที่ตอนแรกดูจะใจชื้นขึ้นหน่อยก็หน้าถอดสีทันที นั่นหมายความว่าตัวจริงอาจจะไม่เหมือนที่ร่ำลือกันก็ได้สินะ แล้วนี่นางจะทำอย่างไรดีเนี่ยหวังว่าลี่เฟยคงจะไม่รู้เรื่องที่นางเคยทำผ้าแพรขาดหรอกมั้ง หรือจะเกลียดนางที่เป็นพระสนมซึ่งถูกแต่งตั้งโดยฮ่องเต้เพื่อเอาคืนลี่เฟยหรือไม่ แล้วไหนจะยังข่าวลือพวกนั้นอีกเล่าลี่เฟยคงไม่รู้ใช่หรือไม่ โอ้สวรรค์ขอให้ลี่เฟยนั้นงดงามทั้งยังตัดขาดจากเรื่องราวใดๆในโลกดั่งเช่นเทพเซียนด้วยเถิด เพื่อที่ชีวิตน้อยๆนี้จะได้ยืนยาวขึ้นอีกสักนิดหนึ่ง หวิ๋นเสียนพร่ำพรรณนาอยู่ในใจ

เมื่อจัดการทำผมและแต่งตัวให้เรียบร้อยได้เป็นที่น่าพอใจแล้วปิ่นเล่อก็รีบลากหวิ๋นเสียนให้เดินทางไปยังตำหนักรักนิรันดร์ทันที ระหว่างที่เดินอยู่นั้นปิ่นเล่อก็พูดเตือนขึ้นว่า “หลางไฉเหรินจำไว้นะเพคะพูดให้น้อยๆ อย่าเผลอตอบอะไรไปมาก” หวิ๋นเสียนพยักหน้ารับไม่หยุดด้วยท่าทางหวาดกลัวเล็กน้อยนางดูราวกับจะวิ่งหนีกลับตำหนักไปได้ทันทีหากไม่มีปิ่นเล่อคอยเดินประกบอยู่ข้างๆ 

ยิ่งเห็นท่าทางตัวสั่นงันงกของหวิ๋นเสียนปิ่นเล่อก็อดกำชับเข้าไปอีกไม่ได้ว่า “แล้วก็ห้ามกลัวจนตัวสั่นหรือทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ด้วย”

“ข้าจะทำแบบนั้นได้ยังไงกันๆ” หวิ๋นเสียนรีบหันมาตอบนางรู้ดีว่าปิ่นเล่อตั้งใจจะบอกนางว่าอะไร ในวังหลวงนี้หากตนเองนั้นดูอ่อนแอและหวาดกลัวมากเกินไปอาจจะรักษาชีวิตตนเองได้ไม่ง่ายนัก แต่ถึงจะรู้แบบนั้นหวิ๋นเสียนก็ไม่อาจหยุดร่างกายที่สั่นเทาของตนเองได้เลย

ทันทีที่ถึงตำหนักรักนิรันดร์แล้วนางกำนัลคนหนึ่งก็ออกมารับและเดินนำหวิ๋นเสียนเข้าไปยังด้านในตำหนัก ที่นั่นหวิ๋นเสียนได้เห็นหญิงสาวที่มีรูปโฉมงดงามคนหนึ่งนั่งรออยู่ ใบหน้าของนางที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มน้อยๆนั้นช่างดูอ่อนหวานและเปี่ยมเมตตายิ่งนัก ประกอบกับชุดสีขาวซึ่งถูกปักลายเมฆสีน้ำเงินไว้ยิ้งทำให้นางดูบริสุทธิ์ผุดผ่องเสียยิ่งกว่าเทพเซียนเสียอีก เครื่องประดับที่ไม่มากไปบนผมและการแต่งหน้าที่ไม่จัดจ้านนั้นก็ทำให้นางดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น ถ้าจะให้พูดแล้วคงต้องบอกว่าช่างเป็นหญิงสาวที่เพียงแค่เห็นก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลายสบายใจได้ดีจริงๆ ชั่วขณะที่ยืนมองหญิงสาวตรงหน้านั้นทำให้หวิ๋นเสียนลืมความกลัวและสิ่งต่างๆที่คิดอยู่ในใจไปจนหมดสิ้น กว่าจะรู้สึกตัวก็ตอนที่ปิ่นเล่อแอบสะกิดนาง

“หม่อมฉันหลางไฉเหรินคารวะลี่เฟยเพคะ” หวิ๋นเสียนรีบทำความเคารพสตรีที่อยู่ตรงหน้าตนทันที

ลี่เฟยเมื่อเห็นดังนั้นก็รีบเดินเข้ามาประคองนางไว้แล้วพูดอย่างเป็นกันเองว่า “รีบลุกขึ้นเถิดๆ น้องหญิงพึ่งเป็นลมไปร่างกายไม่แข็งแรงอย่าได้คุกเข่านานไปนัก”

ตอนแรกนั้นหวิ๋นเสียนรู้สึกเบาใจไม่น้อยเมื่อเห็นว่าลี่เฟยช่างดูอ่อนหวานและงดงามสมคำเล่าลือยิ่งนักแต่เมื่อได้ยินประโยคเมื่อกี้จนจบก็ทำให้หวิ๋นเสียนใจกระตุกเล็กน้อย

ลี่เฟยรู้ข่าวเรื่องที่นางเป็นลมด้วยงั้นรึ แบบนี้ข่าวลืออื่นๆเองก็คงมาถึงหูลี่เฟยหมดแล้วเหมือนกันล่ะมั้ง หวิ๋นเสียนได้แต่คิดอย่างสิ้นหวังอยู่ในใจ นางหันไปจ้องมองหน้าลี่เฟยที่ยังคงรอยยิ้มงดงามเล็กน้อย

ทั้งอ่อนหวานและงดงามปานนี้มิน่าเล่าฮ่องเต้จึงโปรดปรานยิ่งนัก แต่ลี่เฟยเป็นที่โปรดปรานถึงขนาดนั้นจะไม่นึกโกรธที่จู่ๆก็มีคนอย่างนางมาได้รับความโปรนปรานของฮ่องเต้ไปจริงๆรึ หวิ๋นเสียนคิดได้เพียงแค่ว่าการที่ลี่เฟยจะไม่เคยนึกไม่พอใจนางเลยนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่พอเห็นท่าทางอ่อนหวานเป็นกันเองของลี่เฟยแล้วก็ทำให้ความคิดนี้ของนางสั่นไหวขึ้นมา

ลี่เฟยพาหวิ๋นเสียนมานั่งยังโต๊ะที่จัดชุดชาและขนมวางไว้ ก่อนจะบอกให้พวกนางกำนัลออกไปเพื่อไม่ให้รบกวนการพูดคุยของพวกนาง หวิ๋นเสียนได้แต่มองปิ่นเล่อที่เดินออกไปอย่างกังวลใจไม่น้อยเพราะนางไม่อยากอยู่ด้านในกับลี่เฟยเพียงแค่สองคนเลยจริงๆ

“ลี่เฟยเรียกหม่อมฉันมาไม่ทราบว่ามีเรื่องอันใดเพคะ” หวิ๋นเสียนถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่พยายามปรับให้ดูปกติมากที่สุดพร้อมกับยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่ลี่เฟยจะตอบกลับมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างเป็นมิตรเช่นเดิมว่า “ข้าแค่อยากจะคุยเล่นทำความรู้จักกับน้องหญิงบ้างก็เท่านั้น”

สักพักลี่เฟยก็แสร้งทำใบหน้าน้อยใจแล้วพูดขึ้นว่า “หรือน้องหญิงจะรังเกียจข้ากัน”

“ย่อมไม่มีทางเป็นเช่นนั้นแน่” หวิ๋นเสียนรีบส่ายหัวพร้อมกับตอบกลับทันที คำตอบนั้นทำให้ลี่เฟยพยักหน้าอย่างพึงพอใจเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือไปกุมมือของหวิ๋นเสียนอย่างสนิทสนมไว้แล้วพูดต่อว่า “เหตุใดน้องหญิงจึงทำท่าทางห่างเหินเช่นนั้นเล่าเรียกข้าว่าพี่สาวสิ ถึงอย่างไรพวกเราเหล่าพระสนมในวังหลังก็นับว่าเป็นพี่น้องกัน”

“หม่อมฉันมิกล้า” หวิ๋นเสียนตอบเสียงเบาถึงแม้คนตรงหน้านางนั้นจะดูอบอุ่นอ่อนโยนมากมายนักแต่ไม่รู้ทำไมหวิ๋นเสียนถึงรู้สึกเหมือนบรรยากาศรอบกายช่างเย็นยะเยือกนิดๆจริงๆ นั่นอดไม่ได้ที่จะทำให้หวิ๋นเสียนเริ่มตัวสั่นขึ้นมาเล็กน้อย ฝ่ายลี่เฟยเองเมื่อได้ยินคำตอบของหวิ๋นเสียนแบบนั้นก็ได้แต่ทำท่าถอนหายใจออกมา “น้องหญิงช่างเคร่งครัดในกฏระเบียบยิ่งนัก ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจน้องหญิงแล้วกัน จริงๆแล้วการจะเรียกกันอย่างสนิทสนมนั้นก็คงไม่เหมาะสมจริงๆ”

คำพูดนี้ของลี่เฟยทำให้หวิ๋นเสียนรู้สึกราวกับโดนมีดแทงลงไปกลางอก ลี่เฟยคงไม่ได้หมายถึงที่ฮ่องเต้ให้นางเรียกชื่อเขาตรงๆหรอกมั้ง หวิ๋นเสียนพยายามมองโลกในแง่ดี

“ตาของน้องหญิงบวมแดงเช่นนี้เพราะอะไรกันเล่า” ลี่เฟยถามขึ้นอีกครั้งด้วยท่าทางสงสัยและเป็นห่วงหวิ๋นเสียนมากในขณะที่มือของลี่เฟยเองก็ยังกุมมือของหวิ๋นเสียนไว้ราวกับจะไม่ให้นางลุกหนีไปไหนได้

“หม่อมฉันโดนฝุ่นเข้าตาเล็กน้อยเพคะ” หวิ๋นเสียนพยายามตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม

“คงเพราะน้องหญิงเอาแต่เดินไม่ระวังล่ะมั้งถึงได้เป็นเช่นนี้” ลี่เฟยทำท่าตกใจเล็กน้อยก่อนจะเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นมาลูบหน้าของหวิ๋นเสียนอย่างเป็นห่วงเป็นใยแล้วพูดขึ้นว่า “ยิ่งหากน้องหญิงแพ้ง่ายแล้วล่ะก็อย่าไปเดินที่อุทยานหลวงให้มากนักจะดีกว่าเพราะที่นั่นมีเกสรดอกไม้มากมายมันอาจจะปลิวมาเข้าตาน้องหญิงทำให้เจ้าแพ้ก็เป็นได้”

พอได้ยินประโยคนี้แล้วใจของหวิ๋นเสียนก็รู้สึกเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ไม่รู้ทำไมคำพูดที่แลดูเหมือนเป็นห่วงของคนตรงหน้าช่างชวนให้นางรู้สึกหวาดผวามากกว่าอบอุ่น ความรู้สึกนั้นทำให้หวิ๋นเสียนรีบดึงมือออกมาจากมือของลี่เฟยทันที

“ที่ข้าพูดเพราะเป็นห่วง เหตุใดน้องหญิงจึงทำท่าราวกับกลัวข้าแบบนั้นเล่า” ลี่เฟยพูดขึ้นอีกครั้งด้วยใบหน้าที่ยังคงดูเป็นมิตรและเป็นห่วงหวิ๋นเสียนยิ่งนัก

หวิ๋นเสียนที่รู้ว่าตนเองคงดูแปลกไปเป็นแน่แล้ว รีบพยายามควบคุมร่างกายให้นิ่งและเค้นเสียงพูดออกมาด้วยรอยยิ้มซาบซึ้งใจ “ขอบพระทัยลี่เฟยที่ทรงเป็นห่วงหม่อมฉันเพคะ”

“ข้าเผลอนึกว่าที่น้องหญิงตาบวมแดงแบบนี้เป็นเพราะโดนฝ่าบาทแกล้งเสียด้วยซ้ำไป” ลี่เฟยพูดขึ้นอีกครั้งอย่างเป็นธรรมชาติราวกับว่าอาการหวาดกลัวของหวิ๋นเสียนที่นางเห็นเมื่อกี้นั้นไม่เคยเกิดขึ้น แม้คำพูดนี้จะทำให้หวิ๋นเสียนรู้สึกเหมือนโดนมีดแทงอีกครั้งแต่นางก็รีบตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มว่า  “ฮ่องเต้ย่อมไม่ทำอะไรเช่นนั้นเป็นแน่”

“น้องหญิงพูดถูกแล้ว” ลี่เฟยพยักหน้าเห็นด้วยทั้งรอยยิ้ม

หวิ๋นเสียนที่ทนอยู่พูดคุยกับลี่เฟยต่อไม่ไหวถือโอกาสที่ยังไม่ได้ต่อบทสนทนาเรื่องใหม่นี้รีบพูดขึ้นว่า “หม่อมฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าใดนัก ต้องขอตัวกลับตำหนักก่อนเพคะ”

ลี่เฟยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้รั้งนางไว้เพียงแต่พูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงว่า “ถ้าอย่างงั้นเจ้าก็รีบกลับเถิด”

ทันทีที่เดินออกมาจากตำหนักรักนิรันดร์แล้วหวิ๋นเสียนก็รีบเร่งฝีเท้าทันที ปิ่นเล่อได้แต่รีบเข้ามาถามนางด้วยความเป็นห่วงว่า “พระสนมเป็นอะไรมากหรือไม่”

ตั้งแต่ออกจากตำหนักรักนิรันดร์มานั้นหวิ๋นเสียนก็ไม่พูดไม่จาเอาแต่รีบเดินอยู่อย่างเดียวซ้ำยังตัวสั่นอยู่ไม่น้อย นี่พอจะทำให้ปิ่นเล่อทายได้ว่าลี่เฟยคงจะไม่ได้เป็นดั่งแม่พระเหมือนเช่นข่าวลือเป็นแน่ นางจึงอดเป็นห่วงเพื่อนรักไม่ได้จริงๆด้วยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้านในขณะที่ทั้งคู่พูดคุยกันอยู่บ้าง

“กลับ รีบกลับตำหนักเถอะ” หวิ๋นเสียนเพียงตอบปิ่นเล่อไปแค่นั้นก่อนจะรีบมุ่งหน้ากลับไปยังตำหนักรุ่งรวีอย่างเดียวจนปิ่นเล่อแทบจะเดินตามไม่ทัน

เมื่อกลับมาถึงตำหนักแล้วหวิ๋นเสียนก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง นั่งตัวสั่นอยู่ข้างเตียงได้แต่คิดทบทวนถึงบทสนทนาที่พึ่งได้พูดคุยกับลี่เฟยมา

ทุกอย่าง นางรู้ทุกอย่าง! นั่นคือบทสรุปที่หวิ๋นเสียนได้ ไม่ใช่แค่เรื่องเรียกชื่อฮ่องเต้ เรื่องที่ฮ่องเต่ชอบแกล้งนางก็รู้ เรื่องที่อุทยานหลวงก็ด้วยเหมือนกัน แล้วยังคำพูดที่ราวกับจะข่มขู่กันอีก น่ากลัว คนๆนี้จะน่ากลัวเกินไปแล้ว! หวิ๋นเสียนตะโกนร่ำร้องอยู่ในใจ

เกิดมาชาตินี้นางพึ่งจะเคยพบเจอว่าปีศาจในคราบเทพบุตรกับนางมารในร่างเซียนเป็นเช่นไร เหตุใดสวรรค์ต้องให้นางพบเจอเรื่องแบบนี้ด้วยกัน!

“พระสนมคืนนี้ฮ่องเต้จะเสด็จมาท่านจะทำตัวหวาดกลัวอยู่เหมือนตอนนี้ไม่ได้นะเพคะ” ปิ่นเล่อที่เห็นท่าทางหวาดกลัวของหวิ๋นเสียนรีบพูดเตือนขึ้น เนื่องจากคืนนี้ฮ่องเต้บอกจะเสด็จมาหาแต่ถ้ามารู้เข้าว่าหวิ๋นเสียนหวาดกลัวสนมคนโปรดของพระองค์ขนาดนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไร ยังไงซะลี่เฟยก็ยังคงเป็นลี่เฟย หวิ๋นเสียนไม่ควรจะแสดงว่าไม่ชอบหรือหวาดกลัวลี่เฟยต่อหน้าฮ่องเต้ขึ้นมา

เรื่องนั้นหวิ๋นเสียนก็พอจะรู้ดี นางจึงพยักหน้าตอบเพื่อนรักอย่างตั้งใจ “ข้าเข้าใจแล้ว”

ยังไม่ทันได้หายใจหายคอหรือคิดอะไรต่อมากนักหวิ๋นเสียนก็ได้ยินเสียงขันทีประกาศขึ้นว่า “ฮ่องเต้เสด็จ” เท่านั้นแหละนางก็ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจรีบหันไปถามปิ่นเล่อทันที “ไม่ใช่ว่าฮ่องเต้จะเสด็จมาคืนนี้หรอกเรอะ”

ปิ่นเล่อไม่ทันจะได้ช่วยจัดแจงสภาพของหวิ๋นเสียนหรือตอบอะไรมากนักก็เห็นร่างอันองอาจของฮ่องเต้รีบก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้องแล้วนางจึงรีบถอยออกไปทันที ฮ่องเต้ที่เข้ามาถึงห้องด้านในอย่างรวดเร็วนั้นทำเอาหวิ๋นเสียนตกใจอยู่ไม่น้อย นางถึงกับทำอะไรไม่ถูกเพราะปรับตัวตามสถานการณ์ไม่ทัน

แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรฮ่องเต้ก็รีบเดินเข้ามาหาหวิ๋นเสียนด้วยสีหน้าเบิกบานพร้อมกับจับตัวนางไว้ราวกับจะไม่ให้หนีไปไหนแล้วถามขึ้นอย่างตื่นเต้นว่า “เจ้าได้เจอลี่เฟยมาแล้วใช่หรือไม่นางเป็นเช่นไรบาง”

คำถามนี้ทำเอาหวิ๋นเสียนชะงักไปเล็กน้อย ที่แท้ฮ่องเต้ก็รีบมาเพื่อถามเรื่องลี่เฟย!

“ลี่เฟยนางงดงามมากเพคะ” หวิ๋นเสียนพยายามยิ้มตอบกลับไป ได้ยินดังนั้นฮ่องเต้ก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจเป็นเชิงเห็นด้วยก่อนจะถามต่อด้วยดวงตาที่เป็นประกายว่า “นางดูเหงาหรือเศร้าเสียใจบ้างหรือไม่ นางต่อว่าเจ้าบ้างรึเปล่า”

ยังไม่ทันที่หวิ๋นเสียนจะคิดหาคำตอบฮ่องเต้ก็ถามคำถามขึ้นอีกครั้ง

“แล้วนางดูผอมไปหรือไม่หรือว่าอ้วนไป แล้วเหล่านางกำนัลเล่าพวกนั้นดูแลนางดีหรือไม่”

คำถามที่ถามมาเป็นชุดนั้นไม่รู้ทำไมถึงชวนให้หวิ๋นเสียนรู้สึกราวกับหัวใจโดนบีบรัดนิดๆนัก นางจึงเผลอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ราวกับจะน้อยใจว่า “ฝ่าบาทจะมาถามหม่อมฉันทำไมกัน ไม่ไปเจอลี่เฟยด้วยตัวเองเลยเล่าเพคะ”

คำถามนั้นทำเอาฮ่องเต้ถึงกับชะงักก่อนจะปล่อยมือออกจากตัวหวิ๋นเสียน ใบหน้าที่แลดูตื่นเต้นและเป็นประกายของเขาเองก็พลันดูหมองลงในพริบตาก่อนจะพูดขึ้นว่า “หากไปเจอได้เราก็คงไปเจอนางแล้ว”

นี่มันอะไรกัน ไอ้ท่าทีแบบนี้เนี่ย! แล้วทำไมนางต้องมาคอยตอบคำถามคนตรงหน้าด้วยกัน ตอนนี้สิ่งที่ควรจะคิดและห่วงมากที่สุดควรจะเป็นชีวิตของนางเองมากกว่ามั้ง ในเมื่อตอนนี้นางมีแต่คนเกลียดขี้หน้าทั้งยังเหมือนจะโดนตรีตราเป็นศัตรูจากทั้งฮองเฮากับลี่เฟยอีก  แต่ดูสิคนตรงหน้ากลับสนใจแต่เรื่องของสนมคนโปรดของตัวเองก็เท่านั้น

สวรรค์เหตุใดท่านถึงได้โหดร้ายกับข้าเช่นนี้ ช่วยบอกคนตรงหน้านี่ทีเถิดว่าชีวิตของข้าตอนนี้ลำบากเพราะเขามากเพียงใด หวิ๋นเสียนได้แต่ร้องไห้กับเรื่องที่นางไม่อาจจะพูดออกมาได้อยู่ในใจก่อนจะกลับมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริง


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แก้คำผิดครั้งที่ 1 06/06/2016...



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 133 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,262 ความคิดเห็น

  1. #2255 Buaanong (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 19:48
    โกรธฮ่องเต้แล้ว..น้องหวิ๋นหลอกให้หลงหัวทิ่มไปเลยนะจร้า
    #2,255
    0
  2. #2010 nuaumniim (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 00:01
    ฮ่องเต้นี่แบบ.....
    #2,010
    0
  3. #1861 Asahi_san (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 02:22
    นางมารในร่างเซียน...หาคำเปรียบได้ใช่มาก! ฮองเฮายังดูไม่ร้ายขนาดนั้นเลย! แฃ้วฮ่องเต้นี่ก็น่าตบซะเหลือเกิน ไม่รักก็ไม่เป็นไร แต่ทำไมต้องทำร้ายกันขนาดนี้~~~~~ ฮือๆๆๆ สงสารหวิ๋นเสียนอ๊าาา อยากจะถีบผู้ชายประเภทนี้ลงเหวนัก!
    #1,861
    0
  4. #412 เมมฟิส (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 12:33
    เห็นด้วยกับคห. ที่  92  มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ... 
    และหวิ๋นเสียนน่าสงสารสุดๆเป็นห่วงหวิ๋นเสียนด้วย   ฮ่องเต้ไม่รู้เท่าทีนยัยลี่เฟย
    #412
    0
  5. #241 sonsawan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 21:31
    ไรท์จ้าที่จริงพวกพระสนมเวลาจะจิกใครมันต้องดูเนียนๆ จิกแบบเป็นมิตรอ่ะค่ะ จิกกันแบบเป็นห่วงเป็นใยแบบคนอ่านตามไม่ทันอ่ะค่ะ แบบนั้นแหละคือนางใน
    #241
    0
  6. #152 snantaza (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 10:54
    นางเอกน่าสงสาร
    #152
    0
  7. #93 diamant (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 15:31
    โหวตๆ เอาฮ้องเต่ไปเก็บ
    #93
    0
  8. #92 ตามอ่าน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 15:27
    ไรท์กลับมาก้อนนนนน รีดอยากรู้ต่อไปมักๆๆ><

    ฮ้องเต่กับลี่เฟยนิเหมาะกันดีนะ ปีศาจในคราบเทพบุตรกับนางมารร้ายในร่างเซียน ฮึ

    ปล่อยนเสียนเอ๋อไปเถอะ ของให้นางสตรองเข้าไว้ เปลี่ยนพระเอกด่วน

    อ๊ะหรือว่าฮ้องเต่จะไม่ใช่พระเอก55555 แอบคาดหวัง><
    #92
    0
  9. #91 sangkie (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 14:29
    เจ็บอ่ะ
    #91
    0
  10. #89 Pilawan Noorach (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 11:13
    เริ่มหม่นไส้ฮ่องเต้แล้ว #หาผู้ชายคนใหม่มาจีบนางเอกเลย
    #89
    0
  11. #88 พู่กัน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 10:37
    เราไม่ชอบพระเอกเลย บางทีการทำแบบนี้ช่างเห็นแก่ตัวนัก ทำไมต้องเอานางเอกให้มาเป็นหนังหน้าไฟแบบนี้ด้วย ไม่เอาเขาอ่านแล้วเสียใจแทนนาง T_T #เปลี่ยนพระเอกทันไหม #หาใครมาแทนพระเอกที //อินหนักมาก
    #88
    0
  12. #87 nooku (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 10:35
    ฮ่องเต้มันน่าฆ่าให้ตายนัก

    #87
    0
  13. #86 วัวพันปี (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 09:47
    นางเอกเราเหมือนตัวประกอบ
    #86
    0
  14. #85 มู่หลาน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 09:46
    ชั่งน่าสงสารนัก
    #85
    0
  15. #84 Chalee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 09:43
    สงสารหวิ๋นเสียน อะ ฮ่องเต้ ไปไกลๆๆเลย คิดถึงแต่ลี่เฟยไปหาเองเลยไป
    #84
    0
  16. #82 00309 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 08:46
    น่าสงสารอ่ะ 555
    #82
    0
  17. #81 olive (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 08:43
    ฮ่องเต้สนใจแต่ลี่เฟย งอนแล้วนะ
    #81
    0
  18. #80 ใบชาาา^O^ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 08:02
    สงสารหวิ๋นเสียน ฮ่องเต้นะฮ่องเต้ ต่อไปอย่ามาหลงรักหวิ๋นเสียนของเค้านะ!!! เคืองอ่ะไม่ยกนางให้หรอก
    #80
    0
  19. #79 Miss D (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 07:39
    ยกนิ้วกลางให้ฮ่องเต้
    #79
    0
  20. #78 janjirasuso (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 06:13
    เศร้าเลย
    #78
    0
  21. #74 suwimon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 03:33
    สุ้ๆๆๆค่ะไร
    #74
    0
  22. #73 Funny cute Bunny (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 02:02
    รอค่าา สนุกมาก หมั่นไส้เฮียฮ่องเล็กๆ ดี๊ด๊าเหลือเกิน ทั้งสนมทั้งฮองเฮาของหล่อนนะมันร้ายกาจจ #มีความอิน 5555555555
    #73
    0
  23. #12 Jinjerbell (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 23:54
    ถถถถ ทำไมโชคร้ายอย่างเน้
    #12
    0
  24. #11 golffly (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 23:26
    รู้สึกสงสารหวิ๋นเสียน 5555
    รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #11
    0
  25. #9 ราชา เค.โอ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 23:14
    ต่อออออ
    #9
    0