CHANGE MY MIND สลับหัวใจให้ลงล็อก [Last Memories] Ch.65

ตอนที่ 68 : [[,,,Chapter 53,,,]] Friend [100% + Unverified]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 203
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ส.ค. 57

JJ♕




53

Friend

 

            การกลับมาของคนคนนั้นเพิ่มบรรยากาศที่ตึงเครียดในคณะอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยความกดดันที่เพิ่มมากขึ้นทุกคณะทั้งไม่ว่าจะเป็นรุ่นน้องที่ดูตื่นตัวจากสถานการณ์ความขัดแย้งนี้และกลุ่มปีสามที่เพิ่งทราบเรื่อง

            เพียงเรือนร่างของผู้มาใหม่ย่างกรายเข้ามาถึงที่นี่ทุกลมหายใจก็เงียบสนิท เสียงฝีเท้าแผ่วเบาสัมผัสลงบนพื้นปูนเย็นยะเยือกดึงดูดทุกคนให้หันมองเขา

            “...อาชิ”

            หมวยกลืนน้ำลายลงในลำคออย่างยากเย็น เมื่อมองสบกับสายตาเย็นชานั้น ภายในดวงตาตี่เล็กสีดำสนิทเป็นประกายนั้นไม่หลงเหลือเอาไว้ซึ่งความเป็นมิตรเหมือนเมื่อก่อน อะไรบางอย่างบ่งบอกเธอว่าคนตรงหน้าดูแปลกไปราวกับไม่ใช่อาชิตะ

            ในมือของผู้มาใหม่ถือซองใส่เอกสารบางอย่างมาด้วยแต่นั่นก็ไม่น่าสนใจเท่ากับสายตาที่เขามองดูพวกกลุ่มปีสามที่ยืนอยู่ก่อนเดินเลี้ยวเข้าไปในห้องของอาจารย์ที่ปรึกษาซึ่งอยู่ภายในส่วนธุรการของคณะหรอก...

            ...

            “...”

            แค่เพียงเห็นผู้ที่เข้ามาใหม่อาจารย์ที่ปรึกษาที่นั่งทำงานก็ถึงกับนิ่งเงียบ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าทั้งที่เขารู้สึกแปลก ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยินดีให้คนตรงหน้าเข้ามานั่ง

            “...เอ่อ ทำไมถึง”

            “เขาขอร้องให้แต่งตัวแบบนี้มาน่ะครับ... ถ้ามาธุระที่นี่ใส่ชุดของที่นี่มาน่าจะสะดวกกว่า” อากิระตอบเงียบ ๆ ก่อนจะวางซองเอกสารสีน้ำตาลที่ภายในบรรจุเอกสารเล่มหนาไว้บนโต๊ะตรงหน้าของคู่สนทนา

            “...ตั้งแต่วันที่กลับไปที่บ้านแล้วบอกกับทุกคนที่บ้านว่าอยากลาออกพวกเราก็พอรู้ว่าเขาต้องมีปัญหากับเพื่อน เพราะว่าไม่เข้าใจกันแต่ถึงอย่างนั้นก็คงโทษใครไม่ได้น่ะครับ น้องชายผมเป็นคนที่ไม่ยอมบอกใครเองว่ามีปัญหาสุขภาพ สุดท้ายเลยกลายเป็นไม่เข้าใจกันไปหมด... แต่ว่าอาชิแคร์อาจารย์มากนะครับ เขาเล่าให้ผมฟังหมดว่าอาจารย์ขอเอาไว้ว่าอยากให้เขาทำโปรเจ็คนี่ให้จบก่อน เขาเองก็หวังเหมือนกันว่ามันน่าจะเป็นต้นแบบอะไรให้กับรุ่นน้องได้ ก็เลยทำเอาไว้ช่วงก่อนป่วยน่ะครับ...”

            เมื่อได้ยินแบบนั้นก็ดูเหมือนภายในดวงตาของอาจารย์หนุ่มจะรื้นไปด้วยม่านน้ำตาบาง ๆ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเปิดซองเอกสารนั้นออกช้า ๆ

            รูปเล่มโปรเจ็คหนาถูกจัดรูปเล่มเอาไว้อย่างดีพร้อมกับแผ่นดีวีดีในกล่องหนาซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นไฟล์งานทั้งหมด นอกเหนือจากนั้นก็เป็นใบลาออกที่อาชิตะแนบเอาไว้ด้วย

            “...”

            ไม่มีคำพูดใด ๆ นอกจากความเงียบงันภายในห้องพักอาจารย์ ถ้อยคำที่กรอกด้วยลามือบรรจงเป็นภาษาอังกฤษบอกเขาหมดสิ้นถึงเหตุผลที่จำเป็นในครั้งนี้และเหตุผลนั้นก็ทำให้เขารู้สึกสงสารอย่างถึงที่สุด

            ภาพวันเก่า ๆ ที่เขาเจอกับลูกศิษย์เจ้าปัญหาคนนี้ยังฝังลึกอยู่ในความทรงจำ... ทั้งที่รู้แก่ใจมาตั้งแต่แรกว่าเรื่องแบบนี้มันต้องเกิดขึ้น...

            “ผมแนบชื่อโรงพยาบาลและหมายเลขห้องพักไว้ให้ในโน๊ตแล้วนะครับเพราะถ้าไปถามด้านหน้าที่เคาน์เตอร์พยาบาล ทางเราสั่งห้ามไม่ให้บอกใครเรื่องที่พักของอาชิตะน่ะครับ เพราะตอนนี้กำลังมีปัญหาหลายอย่างพอสมควร”

            อาจารย์หนุ่มพยักหน้าช้า ๆ อย่างเข้าใจ ทั้งสองสนทนากันต่อไปเพียงไม่นานก่อนที่อากิระจะตัดสินใจขอกลับหลังจากเอกสารลาออกของอาชิตะถูกอนุมัติเรียบร้อย ตอนนี้ที่แห่งนี้ไม่มีนักศึกษาชายที่ชื่อ อาคิโมโตะ อาชิตะ อีกต่อไปแล้วและทุกอย่างนั้นอากิระก็เชื่อว่ามันจะจบลงได้อย่างดี

            ถ้าหาก...


            “...นายลาออกจริง ๆ เหรอ” เสียงดังของพวกจอร์จดังขึ้นทันทีที่อากิระเดินลงมาด้านล่าง ภาพตรงหน้าที่ชายหนุ่มได้เห็นหลังจากลงบันไดเลื่อนมาเป็นสายตาของคนมากมายที่จ้องมองเขาแทนคำตอบ

            “มันเกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่”

            คำถามมากมายประดังประเดเข้ามาจนเลือดร้อนที่เจ้าตัวสะกดไว้แอบเดือดปุด  อากิระเบิกตาตี่เล็กของตนมองไปรอบ ๆ ก่อนจะเอ่ยถาม

            “ปีสามคนไหนชื่อจอร์จ แทน เดย์ หมวย...”

            คำถามนั้นหลุดรอดออกมาริมฝีปากของอีกฝ่าย อากิระปราดมองไปรอบ ๆ ในขณะที่จอร์จเป็นคนแรกที่โผเข้ามากระชากคอเสื้อด้วยกำลังแรง

            “วันนี้เล่นมุขปัญญาอ่อนอะไรอีก! ถามก็ตอบมาสิวะว่าลาออกรึไง!

            “...” ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาจากคนถูกถาม อากิระจดจ้องใบหน้าอีกฝ่ายเงียบ ๆ ก่อนที่เขาจะใช้แรงเพียงนิดเดียวเพื่อผลักคนตรงหน้าให้ล้มกองต่อหน้าคนอื่นที่กรูกันเข้ามา

            “อย่ามาทำเหมือนฉันเป็นเพื่อนเล่น ...อาชิตะฝากฉันเอานี่มาให้”

            สมุดโน้ตปกแข็งท่าทางหนาพอสมควรในมือที่เคยอยู่รวมในซองเอกสารถูกปาใส่หน้าอีกคน อากิระเหลือบมองจอร์จด้วยหางตาในขณะที่เสียงฮือฮาดังไปทั่ว

            “มันจะมากไปแล้วนะไอ้อาชิ!” ร่างใหญ่กว่าที่นอนกองบนพื้นตะคอกใส่ แต่อากิระกลับไม่ได้สนใจเขาอีก ดวงหน้าขาวปราดมองเดย์กับแทนที่เดินเข้ามาแทน

            “เกิดอะไรขึ้นกับนาย”

            “...ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้” เขาตอบแบบไม่ยี่หระใด ๆ อากิระจัดเนคไทที่หลุดลุ่ยบนคอก่อนจะฉีกยิ้มให้กับอีกฝ่าย แน่นอนว่ามันไม่ใช่ยิ้มที่เป็นมิตรอะไรนัก... “ดูไม่ออกจริง ๆ เหรอ มิตรภาพที่คบกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง...ว่าฉันไม่ใช่เพื่อนนาย”

            “...”

            ไม่มีใครตอบ มีเพียงเฮเซลที่เดินมาหาอากิระแบบกล้า ๆ กลัว ๆ เท่านั้น...

            “...นายเป็นฝาแฝดสินะ” แทนเอ่ยถาม น้ำเสียงนั้นดูอ่อยลงเพราะเมื่อคิดดูดี ๆ แล้วคนตรงหน้าก็สูงใหญ่เกินกว่าจะเป็นอาชิตะไปได้แม้ทรงผมจะเหมือนกัน แม้หน้าตาที่เหมือนกันราวกับแกะแต่ความรู้สึกนั้นก็แตกต่างจนไม่อยากเชื่อ

            “ใช่”

            แค่เพียงเท่านั้นปริศนาก็ถูกคลี่คลายลงไปได้ แต่...

            “...มันหายหัวไปไหน” เดย์เอ่ยถามต่อไป นัยน์ตาของเขาจับพิรุธคนตรงหน้าราวกับอยากเอาคืน ธรรมดาก็ไม่ได้ชอบพวกมาดเยอะอยู่แล้วและยิ่งมาเจออากิระก็รู้สึกยิ่งขัดอารมณ์ คำถามมากมายเกิดขึ้นภายในหัวเกี่ยวกับการหายไปของอดีตเพื่อนสนิท

            “...เหนื่อยที่ต้องตอบ”

            “อย่ามากวน...”

            “เป็นเพื่อนกันไม่สังเกตบ้างเหรอ ถามจริง ๆ เถอะ มิตรภาพความเป็นเพื่อนพวกนายมันคืออะไรกันแน่ การมีค่าแค่ลอกข้อสอบ หรือการเป็นคนที่ไว้ใจปรับทุกข์ของกันและกัน? พวกนายไม่ใช่เด็กอนุบาลแล้วฉันก็อายุเท่าพวกนายแล้วฉันคิดว่าคนวัยนี้เขาก็คิดกันได้ทั้งนั้น”

            “...”

            “...โน๊ตที่ฉันปาใส่หัวไอ้อ้วนนั่นเมื่อกี้เป็นของที่อาชิตะเขียนเอาไว้ให้ตั้งแต่ก่อนเกิดเรื่อง มันบอกให้ฉันเอามาให้เพราะมันคงไม่ได้ใช้แล้ว ที่เหลือจะทิ้งหรือจะรักษาเอาไว้ก็เรื่องของพวกนายแล้วกันนะ” ชายหนุ่มยักไหล่ช้า ๆ ก่อนจะเลี่ยงกลุ่มนักศึกษาหวังเดินออกไป

            “เดี๋ยว!

            แรงนั้นสัมผัสและดึงรั้งข้อมืออีกฝ่ายอย่างไม่ตั้งใจ อากิระปราดมองดูมือเล็กที่รั้งเขาเอาไว้ ใบหน้าขาวของนักศึกษาที่เขาไม่รู้จักชุ่มเหงื่อเต็มใบหน้า เธอปล่อยมือเขาออกแล้วรวบรวมความสงสัยทั้งหมดก่อนจะอ้าปากถาม

            “...ถ้าอย่างนั้นแล้วอาชิตะจริง ๆ หายไปไหน ทำไมถึงกลายเป็นนายที่มาที่นี่?”

            “...”

            “จริงหรือเปล่าที่หมอนั่นติดยา”

            “เธอก็เห็นแล้วจะถามทำไม?” เสียงของอีกฝ่ายตอบ อากิระหัวเราะในลำคอก่อนจะแยกยิ้ม “ตอนคิดว่าใครพวกนายก็คิดกันไปเองแล้วจะมาถามเอาความจริงไปเพื่ออะไร? ตอนที่มันอธิบาย ตอนที่มันอยู่กับพวกนาย มันเป็นแบบนั้นหรือเปล่า เลิกเถอะที่จะถามอะไรโง่ ๆ แบบนี้”

            “...”

            “เพราะลึก ๆ มันไม่มีใครอยากเชื่อไง!” เป็นหมวยที่ตะโกนออกมา ทั้งคณะที่ยืนฟังเงียบกริบในขณะที่อากิระถอนหายใจแล้วมองหน้าเฮเซลเหมือนว่าเขาเบื่อแล้ว

            เบื่อที่จะต้องตอบ...


            “...”

            “...รุ่นพี่อาชิตะเขาไม่ได้ติดยาหรอกครับ” เป็นน้องสายรหัสที่ตัดสินใจพูดหลังจากที่เด็กหนุ่มยืนตัวสั่นกลัวมานาน เฮเซลหายใจลึก ๆ ก่อนจะตัดสินใจที่จะระบายความอัดอั้นทั้งหมด “ผู้ชายคนนี้ชื่อคุณอากิระ เป็นพี่ชายฝาแฝดของรุ่นพี่อาชิตะ ผมเป็นคนที่เรียกเขามาเองครับ แล้วเขาก็เลยถือโอกาสมาลาออกให้รุ่นพี่อาชิตะ”

            แล้วทำไมถึงเพิ่งมาพูดเอาป่านนี้วะ!" จอร์จหันไปตะคอกใส่ ใบหน้าใหญ่นั้นเต็มไปด้วยเหงื่อที่เริ่มผุดพรายออกมาเพราะความกดดัน เขากลืนน้ำลายช้า ๆ

            “ผมมันคนขี้ขลาดไงครับ! ถ้าผมพูดไปผมจะกลายเป็นถูกต่อต้านจนต้องออกจากที่นี่เหมือนรุ่นพี่เขาไหม? ...ผมรู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่ารุ่นพี่อาชิตะไม่สบายหนักตั้งแต่ช่วงต้นเทอมที่เขาหายไป เพราะผมนี่แหละที่เป็นตัวแทนของคณะ และถือกระเช้าไปเยี่ยมมาเองกับมือ!

 

            เฮเซลนิ่งไป ชายหนุ่มคิดถึงภาพในวันที่เขาได้พบกับเมรินที่มาตามหาอาชิตะที่นี่ ในตอนนั้นที่เขากลับมาจากโรงพยาบาลและได้เห็นว่าดาวมหาวิทยาลัยคนสวยหลงมาที่คณะซึ่งไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามา

          ตอนนั้นเขาพยายามเนียนจีบเธอเพราะไม่รู้ว่าเธอเป็นของ ๆ ใคร...

          เขาจำได้ว่าเธอไม่เล่นด้วยก็เลยจำต้องถอยทัพมาก่อน...

 งั้นก็โชคดีแล้วกันนะ ฉันต้องรีบกลับเข้าคณะแล้วล่ะ พี่รหัสไม่สบาย เพิ่งกลับจากเยี่ยมไข้มาเนี่ย เหนื่อยสุด ๆ เลยเมริน คณะนี้ก็แปลก ๆ จับพี่รหัสมั่วไปหมด ฉันเลยได้พี่รหัสอยู่ปีสามปีสี่โน่นแน่ะ

พี่รหัสเหรอ? อื้ม งั้นนายก็พักเถอะ ก็อย่างนี้แหละชีวิตเด็กปีหนึ่ง แค่ที่นี่ไม่มีรับน้องรุนแรงก็ดีแค่ไหนแล้ว เพราะเมฮิเมะเรียนโหดจนไม่มีเวลาว่างอย่างที่คิดเยอะเลยล่ะ

ใช่ ไอซีทีก็ยากสุด ๆ เลย...ไม่ไหวจริง ๆ ถ้าไม่ใช่พวกระดับเทพ คงถูกรีไทร์ตั้งแต่ปีหนึ่งแน่ ๆ ยิ่งเป็นเดือนยิ่งปวดหัวสุด ๆ อ่ะ จะไม่เป็นอันเรียนอยู่แล้วเมริน อะไร ๆ ก็ต้องฉัน ต้องถือกระเช้าจากคณะไปเยี่ยมคนโน้นที คนนี้ที ล่าสุดนี่ก็รุ่นพี่...

ในตอนนั้นเขาแค่อยากอวดว่าตัวเองเป็นตัวแทนของคณะไปเยี่ยมอดีตเดือนมหาวิทยาลัยแต่ติดตรงที่ว่าเพื่อนในคณะต่างก็อยากรู้เสียก่อนเขาถึงรีบไปบอกคนอื่น แต่... ในตอนนั้นกลับมีเหตุที่ทำให้ไม่ทันได้พูดเพราะเซนที่ติดต่อเข้ามา...

ความลับทั้งหมดจึงตกอยู่กับเขา... ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องหลังจากนั้นเพราะสุดท้ายด้วยกิจกรรมรับน้องใหม่ก็ทำให้ทุกคนลืมกันไปหมด จึงมีแค่เขาคนเดียวที่ได้เห็นกับตาในตอนนั้นว่าอาชิตะนอนอยู่ในไอซียู และข้าง ๆ เตียงก็เป็นอากิระฝาแฝดของเขาที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์...

 

ตั้งแต่นั้นมา เด็กหนุ่มก็แอบมองพฤติกรรมของ เหยื่อที่ถูกหมายหัวมาตลอด... แต่ในตอนนั้นเขาก็ไม่รู้หรอกว่าเพราะอะไร คิดไปเรื่อยเปื่อยว่าน่าจะมาจากการ ไม่ชอบหน้ากันเท่านั้น

ที่ค่ายนั่น...

คำสั่งสังหารจากคนที่เขารู้จักดีบอกให้เขาลอบ แทงพี่รหัสตัวเองในคืนแรกท่ามกลางความวุ่นวาย เซนยื่นมีดปอกผลไม้ให้กับเขาในตอนนั้น... แน่นอนว่าเขาต้องมีอารมณ์ร่วมเพราะเรื่องเมื่อสาย ๆ ที่เซนมีเรื่องชกต่อยกับอาชิตะ เฮเซลจึงคิดและเชื่อว่าอาชิตะนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุของทุกอย่าง

แต่จนแล้วจนรอดก็หาโอกาสไม่ได้...

เพราะอาชิตะไม่ได้ออกจากค่ายเพียงลำพัง แต่ในคืนนั้นเขาออกมาพูดกับเมรินด้านนอก เฮเซลพอจำเค้าลางได้ว่าเกี่ยวกับบาร์บีคิวปลาหมึกแล้วทั้งสองก็สนทนาประโยครักวาบหวาม

อาชิตะบอกกับเมรินว่าตั้งใจจะร้องเพลงที่โดนสั่งให้โชว์เพื่อเมริน และนั่นคือท่าทางราวกับคนเจ้าชู้ที่เขารู้สึกเกลียด... เซนบอกกับเขาว่ามีดปอกผลไม้นั่นแทงดี ๆ โรคหัวใจอย่างอาชิตะไม่เจ็บแผลตายก็ตายเพราะตกใจจนช็อค

ใช่... ตอนนั้นน่ะ เขาเห็นด้วย

แต่ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปจนหมด เพราะความดีและใสซื่ออย่างกับผ้าขาวนั่น...

         

 “มาอยู่ที่นี่แบบนี้จะไม่เป็นไรแน่เหรอครับ? ผมรู้นะว่าทำไมรุ่นพี่อาชิตะถึงต้องเข้าโรงพยาบาลน่ะเขาจำได้ดีว่าถามอีกฝ่ายเพราะความสงสัยในตอนที่กิจกรรมช่วงหัวค่ำเสร็จสิ้นลงโดยทั้งสองได้นอนในเต้นท์เดียวกัน

           “แหม ไม่เป็นไรมากหรอกน่า เดี๋ยวนี้เด็กน้อยเฮเซลดูจะเป็นห่วงพี่จังแฮะ ฮะ ๆ

 “ก็พี่เป็นพี่รหัสผมนี่นา ผมน่ะดีใจมากเลยที่รุ่นพี่อาชิตะคอยดูแลทุกอย่าง ทั้งกองชีทเอกสารเป็นตั้งที่อุตส่าห์หอบมาให้ผมยืมอ่าน แล้วยังช่วยติวข้อสอบทุกวิชาจนผมสอบผ่าน ไหนจะให้แนวข้อสอบไฟนอลมาอีก

ใช่พอยิ่งมาคิดดูก็จริง คนคนนั้นเป็นคนดีมากเหลือเกิน จนเขาอดที่จะแอบรู้สึกผิดไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อรับปากเป็นมั่นเหมาะแล้ว...

ฮะ ๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า

           “อ๋อ ยังหรอกครับ...ที่จริงผมอยากชวนรุ่นพี่อาชิตะออกไปเดินเล่นข้างนอกน่ะครับ

           “หืม เดินเล่นเหรอ? มืด ๆ แบบนี้มันอันตรายนะ พี่ว่าอย่าดีกว่าน่า

           เมื่อได้ยินแน่นอนว่ามืดสังหารจำเป็นอย่างเขาก็แอบไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดต่อรองให้มีพิรุธอีกเขาเลยรับปากอีกฝ่ายแบบขอไปที...

           “ครับ...ก็ได้ครับ

           “อื้ม ไว้พรุ่งนี้ค่อยไปแล้วกันนะ คืนนี้นอนกันดีกว่าเนอะเขารู้ว่าพี่รหัสพยายามตัดบทอย่างรักษาน้ำใจที่สุด อาชิตะเหมือนมองออกไปข้างนอกก่อนจะทานยาบางอย่างลงไป ไม่มีคำตอบใด ๆ ออกมาจนกระทั่งเขาเก็บมันลงไปใส่กระเป๋าอย่างเก่า

          วินาทีนั้นแหละที่เขาได้เห็นชื่อบนฉลากยาที่แม้จะไม่ได้ร่ำเรียนมาก็รู้จักเป็นอย่างดีเพราะเขาเคยรู้จักกับคนที่เป็น

          ว่ากันว่า... มันถูกเรียกว่ายาบำรุงหัวใจ แต่แท้ที่จริงแล้วมันเป็นยาที่อันตรายเพราะถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ให้กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวสูบฉีดเลือดต่อไป เป็นยาต้องห้ามสำหรับคนที่หัวใจปกติและแน่นอนว่าถ้าหากใช้เกินขนาดก็เหมือนกับดาบสองคมดี ๆ นี่เอง

          เขาคิดภาพไม่ออกจริง ๆ ว่าคนตรงหน้าเก็บเรื่องแบบนี้ไว้ได้อย่างไร ในตอนนั้นหลาย ๆ อย่างประดังประเดเข้ามาเหลือเกิน

          สงสาร? เกลียด? ริษยา? แต่ก็แอบพอใจที่รู้จุดอ่อนของอีกฝ่าย ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่ตอนบ่ายที่ทั้งสองชกต่อยกันบนหาด เซนถึงพยายามกระทืบแต่บนอกของอาชิตะ

ตามจริงแล้วหากกระทืบหรือมีอะไรที่กระทบแรง ๆ กับทรวงอก หัวใจที่อยู่ด้านในของคนเราก็อาจจะหยุดเต้นได้ ...เขารู้สึกว่ามันดูรุนแรงไป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจริง ๆ เซนกะเอาให้ถึงตายตั้งแต่ตอนนั้น

แต่เขาต้องจ้องดูเหยื่อนานไปแน่ ๆ

 

เฮเซลเองก็ชอบคุมะเหรอ? น่ารักใช่ไหมล่ะ ที่บ้านพี่มีเยอะมากเลยนะ เดี๋ยววันหลังจะเอามาให้สักตัวดีไหม?

            ใบหน้าขาวใสยิ้มให้กับเขา วงแขนของอาชิตะกอดกระเป๋านั้นไว้แน่นราวกับเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสา...ช่างบริสุทธิ์เหลือเกิน...บริสุทธิ์และใสซื่อจนไม่อาจรับรู้ได้ถึงพิษภัยความริษยาที่มาพร้อมกับการเข่นฆ่าทำลายเลยแม้แต่น้อย

            “ดีกับผม...ขนาดนั้นเลยเหรอ

            “เอ๋ก็แหงสิ ก็เราเป็นพี่น้องรหัสกันนี่นา เคยแต่เป็นน้องเขา พอได้มีน้องของตัวเองแล้วรู้สึกดีใจมากเลยล่ะนะ

            เขาหลุบตาลงต่ำด้วยเริ่มรู้สึกผิดบางอย่างในใจ ทั้งที่อาชิตะดูไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครแต่กลับต้องเอาชีวิตมาสังเวยที่นี่อย่างนั้นเหรอ

แผนการบางอย่างที่เขาต้องทนเก็บมันเอาไว้...และมันโหดร้ายเกินกว่าจะสารภาพออกมา

ทั้ง ๆ ที่พี่ดีกับผมแล้วก็ทุก ๆ คน แต่เพราะผม พี่ถึงต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่...

ขอโทษนะครับ...ถึงเมื่อหัวค่ำผมจะไม่กล้าลงมือก็เถอะ

แต่ผมก็บอกกับพี่ไม่ได้จริง ๆ อภัยให้ผมเถอะนะ...

รุ่นพี่อาชิตะ ผมน่ะ...ทนอยู่ต่อหน้าคนดี ๆ อย่างพี่ไม่ได้อีกแล้ว!

มันเพราะเขาเองที่เตลิดออกมาด้วยความรู้สึกไม่อยากทำร้าย แต่ก็กลายเป็นการล่อเหยื่อออกมาให้เซนลวงไปเชือด...

ใช่... ความขี้ขลาดโง่เขลาของเขานี่แหละที่ทำลายชีวิตอาชิตะ!

 
 

            “...” กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงแห่งพิธีสารภาพบาป... เฮเซลเหลือบมองหน้าอากิระที่ยืนนิ่งก่อนที่จะเริ่มพูดต่อไป

            “...รุ่นพี่อาชิเป็นโรคหัวใจ ตั้งแต่ตอนไปค่ายก็เห็นต้องกินยาตลอด ตอนแรกผมคิดว่าพวกพี่ที่เป็นเพื่อนกันก็น่าจะรู้ แต่ดูเหมือนไม่มีใครเลยที่จะเชื่อ ทุกคนถูกปั่นหัวเล่นไปตามเกมของพี่เซนจนหมด! ...จะด่าจะว่าผมก็ได้แต่ผมเองก็เคยเป็นคนหนึ่งที่ถูกพี่เซนใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเอาชีวิตพี่เขา!” เด็กหนุ่มตะโกนลั่นด้วยความเจ็บปวด เรื่องราวมากมายที่เขาเก็บเอาไว้มานานถูกระเบิดออกในขณะที่พวกเพื่อนปีสามต่างมองหน้ากัน

            “จริงเหรอวะเดย์?”

            “...” ไม่มีเสียงตอบกลับแทนนอกจากท่าทีกลืนน้ำลายอันยากเย็นเช่นเดียวกับนักศึกษาที่เดินเข้ามามุงดูเรื่อย ๆ

            “พวกพี่อาจจะไม่รู้อะไร แต่เอาเข้าจริง ๆ พี่เซนน่ะเขาตั้งใจฆ่ารุ่นพี่จริง ๆ ผมเองก็เคยเป็นคนที่เขาสั่งให้เอาชีวิตรุ่นพี่ในค่าย ...ผมมันน่ารังเกียจแต่ช่วยเชื่อผมเถอะนะ! ผม... ผมเห็นผมรู้มาตลอดว่ากลุ่มนักศึกษาคณะเราเนี่ยแหละที่ไปทุบรถเขา เป็นพวกเราเองที่ถูกพี่เซนหลอกใช้ พี่ลองคิดดูดี ๆ สิครับว่าทั้งหมดที่เราเกลียดรุ่นพี่อาชิตะมันก็เพราะข่าวที่มาจากพี่เซนไม่ใช่เหรอ!

            เริ่มมีปฏิกิริยาพยักหน้าช้า ๆ จากกลุ่มนักศึกษาที่เงียบเสียงมานาน หลายคนเริ่มฉายแววสลดใจไม่น้อยแต่บางกลุ่มก็ตัดสินใจถาม

            “งั้นที่วันนั้นเราเห็นรุ่นพี่อาชิตะเหมือนคนติดยาก็...”

            “...มันหนีออกจากโรงพยาบาลมา” อากิระตอบช้า ๆ ก่อนจะถอนหายใจ “จะไม่เชื่อก็ได้นะ แต่ฉันก็คิดอยู่แล้วล่ะว่าไอ้ปมติดยาเนี่ยมันมาจากใครเป็นคนต้นคิด...”

            “...”

            “ตอนนั้นอาชิตะหนีออกมาจากโรงพยาบาล ที่พวกนายเห็นอาจจะเป็นรอยเข็มให้น้ำเกลือมากกว่า” อากิระนึกภาพในตอนที่เขาเห็นเข็มและสายน้ำเกลือมีเลือดจาง ๆ ติดเขาก็คิดว่าต้องเป็นสาเหตุนี้แน่นอน

            “อา...”

            “งั้นทำไมมันไม่ยอมบอกพวกเราตรง ๆ ล่ะ? ทำไมต้องมาเรื่องมากให้เกิดการเข้าใจผิด?” เดย์ถามย้ำ

            “...เขาอยากให้พวกพี่เกลียดเขาเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียใจที่เห็นหรือรู้ข่าวตอนเขาจากพวกเราไปไงครับ...”

            แค่เพียงคำพูดนั้นที่ทุกคนในคณะนิ่งเงียบจนหมด อากิระถอนหายใจช้า ๆ ก่อนจะเดินออกไปด้านนอกโดยมีเฮเซลติดตามไปเพราะต้องการคุยธุระต่อ มันเป็นความเงียบงันที่ไม่ใช่การเงียบเพราะหวาดกลัวหรือกังวลใด ๆ แต่มันกลายเป็นความรู้สึกผิดมากมายที่กำลังเอ่อล้นหัวใจของคนที่ยังอยู่...

            ถ้าเป็นเรื่องจริง พวกเขาก็ทำร้ายคนบริสุทธิ์ตลอดมา...

            “...มันอาจจะจ้างเฮเซลพูดกะ... ก็ได้...” จอร์จเอ่ยขึ้นมาเสียงสั่น ร่างใหญ่ทรุดนั่งพิงผนังอย่างอ่อนแรง มือหนาค่อย ๆ เปิดอ่านไดอารี่ซึ่งเขียนสรุปแนวข้อสอบและเนื้อหาที่ได้เรียนไปในขณะที่แทนและเดย์ก้มหน้านิ่ง มีเพียงหมวยที่ยืนมองหน้าจอร์จเพียงคนเดียว

            “...ฉันเชื่อพวกนั้น”

            “...”

            “มีเรื่องหนึ่งที่ฉันถูกมันเหยียบเอาไว้ไม่ให้บอก พอมาคิด ๆ ดูมันก็ทำตัวแปลก ๆ จริง ๆ นั่นแหละ... ตอนปี 1 นายว่าแปลกดีไหมที่มันสอบหมอติด แต่กลับมาเรียนที่นี่... มันไม่ลงวิชาพละเลยนะทั้งที่พวกเราล้อมันว่าเพราะมันเป็นคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ...ไหนจะเรื่องงานวันสปอร์ตเดย์ที่มันเดินขบวนแล้วเป็นลมหามเข้าโรงพยาบาลนั่นอีก พอมาคิด ๆ ดูฉันก็เริ่มเชื่อ...” หมวยอธิบายช้า ๆ เธอเองก็เป็นคนหนึ่งที่โดนความเป็นจริงตบเสียจนหน้าชา แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ควรถึงเวลาต้องพูด

            “มันอ้างกับพวกเราว่ามันว่ายน้ำไม่เป็นเลยไม่ยอมลงเรียนวิชาว่ายน้ำ... แต่ตอนนั้นที่พวกนายไม่อยู่ ขาฉันเป็นตะคริวแล้วก็ได้มันนี่แหละที่โดดลงไปช่วย”

            แค่คิดภาพเก่า ๆ น้ำตาก็ไหลรินออกมาเป็นสาย หมวยจำวินาทีที่ทั้งปากทั้งจมูกเต็มไปด้วยกลิ่นน้ำและคลอรีนได้เป็นอย่างดี มันเหมือนเธอกำลังจะขาดใจตายแล้วจมหายไป แต่ในตอนนั้นก็มีเพียงเขานี่แหละที่กระโดดลงมาช่วย

            คนว่ายน้ำไม่เป็นพาเธอมาถึงขอบสระอย่างไม่ทุลักทุเลอะไร ในขณะที่เธอนั้นนั่งไอเพราะสำลักน้ำอยู่ข้าง ๆ

            “...ขอบคุณนะ ที่มาช่วย”

            เขาไม่ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้า อาชิตะเหลือบมองดูเสื้อนักศึกษาที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำก่อนจะยิ้มเหนื่อยให้

            “ไม่เป็นไร... แต่อย่าไปบอกใครนะว่าฉันว่ายน้ำเป็น”

            ตอนนั้นเธอไม่ได้ฉุกใจคิดอะไรเพราะเอาแต่หวาดกลัวเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไป อาชิตะเองก็ดูจะรีบร้อนเดินออกไปโดยเอามือปิดบริเวณแผ่นอก

            เธอคิดว่าเขาอาย รู้จักกันมานาน ไปเที่ยวกันมานานแต่อาชิตะไม่เคยเปลือยท่อนบนให้ใครเห็นสักครั้ง...

            แล้วเมื่อมาเจอความจริงวันนี้ งั้นเธอก็พอเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงโกหก...

 

            ทั้งหมดในคณะเงียบเสียงลงเพราะความรู้สึกผิด เช่นเดียวกับจอร์จที่กอดสมุดโน๊ตเล่มนั้นไว้แนบอกน้ำตาคลอ เอแคลร์เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับพวกเขาและยืนกรานมาตลอดว่าอาชิตะคือแพะรับบาป คือคนบริสุทธิ์ที่ถูกบีบให้เบี่ยงเบนความสนใจและความผิดทั้งหมดมาจากเซน...

            และเพราะความโง่เขลา...พวกเขาเกือบจะได้ฆ่าเพื่อนที่แสนดีคนนั้นไปแล้ว...

 





 

 

            ดวงอาทิตย์ยามเย็นทอแสงอ่อนลงไปทุกครั้งท่ามกลางความเงียบงันในมหาวิทยาลัย ไฟประดับตกแต่งถูกเปิดให้แสงสว่างตลอดทางเดินที่แสนเงียบงัน อากิระนำเฮเซลไปที่รถด้วยท่าทีหงุดหงิดรำคาญใจไม่น้อยจากเหตุการณ์เพิ่งผ่านไป ชายหนุ่มไม่คิดเลยว่าความเกลียดชังของเซนจะทำให้ปัญหาแห่งความขัดแย้งทวีได้มากถึงขนาดนี้...

            ด้านนอกอาคารท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มแก่ใกล้มืดเต็มทีในขณะที่รถซึ่งทั้งสองนั่งไปด้วยกันนั้นจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากบริเวณคณะไป

            “...”

            ภายในห้องโดยสารเงียบสงัด ไม่มีใครเลยที่ต้องการเป็นฝ่ายเริ่มพูดเรื่องสำคัญนี้ก่อนกันเพราะต่างก็เพิ่งผ่านพ้นจากวงล้อมแห่งความขัดแย้งเมื่อครู่มาทั้งนั้น แต่ถึงอย่างนั้น...

            การนัดคุยครั้งนี้ก็สำคัญกับพวกเขาเกินกว่าที่จะทนเก็บงำความสงสัยเอาไว้

            “ผมไม่รู้จะเริ่มเล่าให้คุณฟังยังไงดี” เป็นเฮเซลที่เริ่มพูดออกมาคนแรก ชายหนุ่มรุ่นน้องเหลือบมองชายที่นั่งอยู่ตำแหน่งคนขับก่อนจะหลุบตาลงต่ำเพราะความรู้สึกผิด

            “...”

            “ตั้งแต่ที่ผมเข้าคณะนี้มาใหม่ ๆ ผมก็ได้เป็นน้องในสายรหัสของพี่อาชิกับพี่เอแคลร์ จริง ๆ พี่เขาดีกับผมมาก แต่ว่าตอนนั้นมันเหมือนอะไรสักอย่างที่มันรู้สึกไปเองว่าพี่เขาโดดเด่นกว่าผมที่เป็นเดือนทั้งที่ยุคที่เขาเป็นเดือนมันก็จบไปตั้งนานแล้วแท้ ๆ ...ตอนนั้นผมแอบชอบเมริน เพราะเห็นว่าถ้าเดือนกับดาวรักกันกระแสก็คงจะดี” เด็กหนุ่มค่อย ๆ ตัดสินใจอธิบายมาทีละน้อย ๆ ความกลัวอากิระที่เกิดขึ้นในจิตใจนั้นช่างบีบคั้นหลาย ๆ อย่างที่ปากกำลังจะพูดเหลือเกิน

            “แล้วไปรู้จักไอ้เซนได้ยังไง”

            “...ผมเคยเรียนพิเศษคอร์สเดียวกับพี่เขาน่ะครับก่อนที่จะเข้ามหาลัยนี่ เป็นคอร์สภาษาอังกฤษสำหรับการเรียนอินเตอร์เพราะผมเคยเรียนแต่หลักสูตรไทย พี่เขาช่วยเหลือผมเรื่องการเรียนมาตลอด เราสองคนเลยสนิทกันมาตั้งแต่ตอนนั้น ก่อนเจอรุ่นพี่อาชิตะด้วย...”

            อากิระพยักหน้าเข้าใจ ชายหนุ่มพอจำเรื่องราวในตอนนั้นได้ลาง ๆ สมัยคบกับเซน พอรู้ว่าเซนซึ่งเรียนหลักสูตรภาษาไทยมาไม่สันทัดเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษนักก็มีเพียงเขานี่แหละที่เป็นคนสนับสนุนและออกเงินส่งเสียให้อีกคนได้เรียน

            “พอเราสนิทกันผมก็เลยมารู้ว่าพี่เซนเขาไม่ชอบหน้ารุ่นพี่อาชิตะ มันอาจจะเหมือนคนฟังมาก ๆ แล้วไม่คิดน่ะครับที่ผมเลยพาลรู้สึกอคติไปด้วย... เพราะงั้นตอนเข้าค่ายก็เลยกลายเป็นว่าเป็นหมากที่เขาใช้ให้ฆ่ารุ่นพี่อาชิตะไปซะเลย”

            “...ทำไมถึงคิดเอาถึงตาย” ฝ่ายผู้ถามเลิกคิ้วสงสัย อากิระจอดรถในมุมหนึ่งด้านหลังมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสวนกว้างแถมถัดไปไม่ไกลก็ยังเป็นเขตก่อสร้างหอประชุมแห่งใหม่ ดังนั้นที่นี่ยามเย็นไม่ค่อยมีนักศึกษานักเหมาะกับการพักรถเพื่อพูดคุย

            “...ถ้าฆ่าพี่เขาไม่ตาย ผมก็ไม่รอดสิครับ ก็... มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าพวกคุณไม่น่าใช่คนธรรมดา ดูจากลักษณะที่ผมเห็นตอนที่ไปเยี่ยมรุ่นพี่ผมก็แอบคิดมาตลอดว่าพวกคุณเหมือนมาเฟียหรืออะไรสักอย่าง แต่ผมไม่เคยคิดแบบนั้นกับรุ่นพี่อาชิตะ พอไปถึงค่ายผมเห็นพี่เซนชกต่อยกับพี่เขาด้วยเรื่องพี่ไอชา ผมก็เลย...”

            “...อืม ฉันพอเข้าใจแล้ว แต่ที่สงสัยคือเซนมีพฤติกรรมแปลก ๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

            เด็กหนุ่มเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถก่อนจะถอนหายใจเงียบ ๆ ด้วยแววตาสำนึกผิดครู่หนึ่งก่อนจะติดสินใจพูดออกมา เขารู้ดีว่าเขากำลังทรยศต่อเซนที่จะไม่บอกใคร แต่เพื่อความถูกต้องแล้ว...

            “ตั้งแต่ช่วงที่มีข่าวว่าคุณประสบอุบัติเหตุ ตอนนั้นพี่เซนได้รับการติดต่อให้ทำงานอะไรบางอย่างแล้วผมก็เพิ่งมารู้ว่ามันคืองานส่งยาเสพติดให้กับเอเย่นรายหนึ่งแถว ๆ จังหวัดที่เราไปเข้าค่าย ผมไม่มีหลักฐานอะไรหรอกครับ... แต่พี่เขาทำหลังจากซ้อมรุ่นพี่หมดสภาพแล้ว ตอนนั้นผมไม่ได้ส่วนแบ่งอะไรหรอกครับ เพราะว่าพี่เซนก็ดูโกรธ ๆ แถมบอกว่าจะปิดปากผม กลับมาจากค่ายเลยเหมือนคนบ้าเลย...ไปสารภาพกับพี่เมก้ามาแล้วคนหนึ่ง”

            อากิระเอนตัวพิงเบาะด้วยท่าทางเหนื่อยล้า มือข้างหนึ่งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตอบกลับข้อความในไลน์ของไอชาที่บอกกับเขาว่าหากติดธุระก็ให้เคลียร์ให้เรียบร้อยไปก่อนเพราะตนจะกลับไปเอาของที่อพาร์ตเมนท์

            “นายรู้ชื่อสารเสพติดนั่นไหม?”

            “น่าจะเป็นยาไอซ์ครับ ผมไม่รู้ว่าจำนวนเท่าไหร่แต่เงินที่พี่เซนได้คราวนั้นก็เป็นแสน ๆ น่ะครับ... จากตอนนั้นพี่เขาก็เข้าวงการได้เพราะเส้นของคนที่เป็นนายใหญ่ เหมือนว่าจะเป็นคนในธุรกิจบันเทิงน่ะครับ ถ่ายโฆษณาแถมมีแพลนว่าจะถ่ายหนัง แถมก็ทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้กับคน ๆ นั้นไปในตัว ...ผมพอทราบเท่านี้น่ะครับ” เฮเซลบอกน้ำเสียงเครียด มือผอมของชายหนุ่มล้วงหยิบถุงกระดาษในย่ามออกมายื่นให้กับอากิระ

            “...?”

            “พี่เอแคลร์เอานี่มาให้ผมก่อนที่พี่เขาจะลาออกจากคณะ เธอบอกกับผมไว้ว่ามันเกี่ยวกับพี่เซน แล้วก็อาจจะช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ของรุ่นพี่อาชิตะได้ด้วย ผมคิดว่าผมจะให้มันกับคุณน่ะครับ”

            แม้ภายในใจจะยังแอบอคติในตัวเอแคลร์อยู่บ้างแต่ชายหนุ่มก็รู้ดีว่าเธอคนนี้เองก็รักและหวังดีกับน้องชายของตนไม่ต่างจากใคร อากิระพยักหน้าพอเป็นพิธีก่อนรับถุงกระดาษนั้นเอาไว้ก่อนจะมองหน้าคนที่มอบมันให้กับเขา

            “แล้ว... ไม่กลัวเหรอกับเซนที่มีแต่ความทะเยอทะยานแบบตอนนี้น่ะ ถ้าเกิดว่าหมอนั่นรู้ว่านายมาเจอฉัน นายอาจจะพาลซวย”

            “...” เด็กหนุ่มรุ่นน้องก้มหน้ายอมรับ เฮเซลถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ “...ก็ไม่เสียใจหรอกครับ ถ้าเกิดว่าผมได้ไถ่บาปที่ทำกับพวกคุณ... ถึงจะเป็นคุณ หรือเป็นรุ่นพี่อาชิตะเก็บผมในตอนนี้ ผมก็คิดว่าคงไม่รู้สึกเสียใจน่ะครับเพราะว่าก็ทำไว้เยอะ...”

            คำพูดนั้นเรียกรอยยิ้มเย็นจากเรียวปากของอากิระได้เป็นอย่างดี  เรียวปากสีอ่อนจากนั้นเผยอจนเห็นเขี้ยวขาวโผล่พ้นออกมา นัยน์ตาตี่เล็กของอีกฝ่ายเหลือบมองอีกฝ่ายแล้วค่อย ๆ ขับรถออกจากที่จอดเรื่อย ๆ

            รถเก๋งสีดำคันหนึ่งดูเหมือนจะตามเขามาอย่างที่คิดจริง ๆ และหากเดาไม่ผิด...

            “นั่นรถพี่เซนนี่ครับ!” เด็กหนุ่มในรถร้องเสียงหลง นัยน์ตาคู่นั้นดูเบิกกลัวเมื่อเห็นว่ารถคันหลังนั้นตีระยะห่างเข้ามากระชั้นชิดเสียจนแทบต่อชนท้าย แต่โชคยังดีนักที่รถของอาชิตะที่เขานั่งนั้นติดฟิล์มกันแดดเสียจนกระจกมืดสนิท อีกฝ่ายจึงไม่น่าจะมองเห็นผู้โดยสารด้านใน

            ดูท่าแล้วก็คงคิดว่านี่เป็นรถของคู่อริตัวเองนั่นแหละถึงได้มาหาเรื่อง หรืออย่างมากก็แค่อยากมาตาม เก็บ

            “...”

            ไม่มีคำพูดใดหลุดรอดออกมาจากปากของอากิระที่นั่งเงียบ นัยน์ตาตี่เล็กนั้นฉายแววท้าทายและโกรธแค้น มือขาวที่เกร็งจับพวงมาลัยนั้นที่บังคับรถที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงราวกับอยากหนีแต่กลับตีวงเลี้ยวดริฟท์กลับไปเพื่อประจันหน้ากับรถที่ตามมาแบบไม่มีใครกลัวใคร

            ภาพรถของเซนอยู่ตรงหน้าเขาที่ยังหวาดกลัว เด็กหนุ่มทำได้เพียงหาที่ยึดเกาะภายในรถเพื่อตั้งหลัก ในเวลานี้ที่ท้องฟ้ามืดสงบไฟหน้ารถทั้งสองคันที่หันหน้าเขาหาถูกเปิดฉายใส่กัน อากิระเลื่อนมือไปปลดล็อกเข็มขัดนิรภัย ใบหน้าไร้อารมณ์นั้นกดวางสายเรียกเข้าจากแฟนสาว เขาเอื้อมหยิบวัตถุบางอย่างที่พอจะเดาออกว่าน้องชายฝาแฝดตัวเองซุกซ่อนเอาไว้ในรถมานานตั้งแต่ช่วงถูกทุบรถออกไปด้วย

            “ถ้าไม่อยากโดนลูกหลงตายก็อย่าสะเออะลงมา”

นี่เป็นคำพูดสุดท้ายที่เฮเซลได้ยินจากพี่ชายฝาแฝดของรุ่นพี่ในสายรหัส อากิระสอนให้เขารู้ว่าฝาแฝดนั้นไม่จำเป็นต้องเหมือนกันเสมอไปทุกเรื่องและหนึ่งในนั้นก็คือความน่ากลัวนี้ที่เขาสัมผัสได้ก็คือความกดดันใต้ใบหน้าเรียบนิ่งนี้...

            เพราะเคยได้ยินมาว่าพิษของความรักนั้นร้ายแรงยิ่งกว่าอะไร การเผชิญหน้าของคนทั้งสองคนที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็น คู่ขาแล้วจบลงตรงคำว่า ศัตรูจึงมีกลิ่นคาวว่าอาจจะเกิดโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ในไม่ช้า หากว่าต่างฝ่ายต่างร้อนรนเป็นไฟเช่นนี้...

 

            คนหนึ่งเป็นเอเย่นรายใหญ่ของวงการยาเสพติด แถมอีกคนก็เป็นลูกเจ้าพ่อที่มีอาวุธอยู่ในมือ... นี่น่ะหรือจุดสิ้นสุดแล้วสำหรับอดีตรักที่หลอกลวงของคนทั้งสอง ?




 

_______________________________
หายไป 10 วันได้ ขอโทษที่ช้านะคะ
ตอนนี้เปิดเทอมแล้ว เพิ่งเคลียร์ตารางนั่นนี่หมด
เปลี่ยน - แอดเพิ่มวิชาเรียนใหม่เสร็จอาทิตย์ที่แล้วจากนั้นก็ไม่สบาย
ฮรืออ ขอโทษที่ให้รอนะคะ หลังจากนี้จะขยันกว่านี้น๊า ขอโทษจริง ๆ ค่า

พาร์ทท้ายนี้ยังไม่ได้เช็คสำนวนให้ดีแต่ขอเอามาลงก่อน
ถ้าเจอคำผิดนี่ต้องขอโทษมาก ๆ นะคะ
แล้วก็ขอบคุณมาก ๆ ค่ะสำหรับทุกคอมเมนต์
<3 ติได้นะคะ 




 

337 ความคิดเห็น

  1. #309 kmt123 (@kamontip-123) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 06:32
    อาชิตะน่าสงสารมากเลย ชีวิตดราม่ามาตลอด ในที่สุดก็ปรับความเข้าใจกับเพื่อนได้สักที!!
    อากิระกับเซนจะฆ่ากันจริงๆน่ะเหรอ เฮ้อ... ดราม่าจริงๆTT
    #309
    0
  2. #275 โรส (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2557 / 11:11
    ชีวิติอาชิดราม่าสุด ๆ ถ้าทำเป็นละครคงจะบ่อนำ้ตาเเตกเเน่เลย

    สนุกมากค่ะ อัพเยอะๆนะค่ะ
    #275
    0