ยากูซ่าพลังผู้กล้า

ตอนที่ 116 : เด็กสาวในความทรงจำ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,423
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 216 ครั้ง
    3 ต.ค. 61

เวลาได้ล่วงเลยเข้าสู่ยามพลบค่ำของวันโดยมีแสงแดดโพล้เพล้อ่อนแอลงจนทำให้เกิดความสลัวจวนมืดมิดและเริ่มมองเห็นผู้คนหลากหลายบ้านกำลังเปิดหลอดไฟให้ความสว่างขึ้นมาแทน บนเส้นทางที่ผู้คนเดินไปมานั้นได้มีเด็กชายดูมอมแมมคนหนึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้ยาวด้วยท่าทางหนาวสั่นและตามเนื้อตัวของเขาต่างมีบาดแผลน้อยใหญ่ให้เห็นอีกด้วย ถึงทุกคนจะมองเห็นเช่นนั้นแต่ก็ไม่มีใครสนใจเข้าไปปลุกหรือกระทำการช่วยเหลือแม้แต่คนเดียว พวกเขาเพียงแค่ปล่อยทิ้งเด็กชายทิ้งไว้เพียงเท่านั้น และเดินจากไปอย่างไม่ใยดี

 

อึก…” เวลาผ่านไปสักพัก ร่างของเด็กหนุ่มก็เริ่มขยับเขยื้อนตัวขึ้น พร้อมกับมีอาการเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วทั้งร่างให้รู้สึก

 

นี่เราอยู่ที่ไหน จำได้ว่าถูกพวกนั้นซ้อม แล้วเอาเงินไปนั่นเงินสุดท้ายที่มีด้วย

 

หลังจากที่มองไปรอบๆ เด็กชายก็เริ่มจำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้ และพูดถึงเงินที่ถูกชิงไปด้วยความอาลัย เพราะเขาจะนำเงินนั้นไปซื้อของที่ใกล้หมดอายุที่ร้านสะดวกซื้อแถวบ้านและเอามาเก็บตุนไว้นั่นเอง

 

อึก!” จินในวัยเด็กพยายามจะลุกขึ้น แต่ก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมากระทันหันทำให้เขาต้องทิ้งตัวลงนั่งที่เดิม

 

สงสัยต้องอดทนรออีกสักพัก จินพูดกับตัวเองด้วยความทรมานอย่างเบาแรงด้วยความถอนใจ

 

แม้เขาจะเจ็บป่วยหรือทรมานแค่ไหนก็ไม่มีทางไปหาหมอเด็ดขา นั่นก็เพราะว่าเขาไม่มีเงินพอที่จะจ่ายค่ารักษาหรือค่ายา จึงได้แต่อดทนให้ความทรมานมันทุเลาและหายไปเพียงเท่านั้น

 

จินนั่งกุมท้องมองเหล่าผู้คนที่เดินไปมาตลอดทางด้วยสายตาเหม่อลอย เขาไม่ได้ต้องการความสงสารหรือเวทนาแต่อย่างใด เขาเพียงมองพวกเขาเหล่านั้น เพื่อตามหาเหตุผลให้เขาสักข้อและเป็นแรงให้ได้สู้ต่อไปในวันพรุ่งนี้เพียงเท่านั้น

 

ตื่นแล้วเหรอ นี่ฉันให้!”

 

เสียงของเด็กสาวคนหนึ่งดังเข้ามายังโสตประสาทของจิน จนทำให้เขาหันไปมองด้านข้างด้วยความแปลกใจ

 

“…”

 

เขานิ่งอึ้งไปทันที ไม่คิดว่าในยามนี้จะมีคนเห็นตัวตนของเขาด้วยซ้ำ แต่กลับเด็กสาวที่หน้าตาน่าารักจิ้มลิ้มคนนี้กลับมองเห็นและหยิบยื่นขนมปังน่ากินมาให้เขาอีกด้วย

 

ยังไม่รับไปอีก หรือว่าไม่ได้ยินเหรอ เด็กสาวไร้เดียงสาคนนั้นโน้มตัวลงมามองหน้าจินในระยะประชิด และพูดด้วยความใสซื่อ

 

พะ พูดกับฉันเหรอ?” จินเอนตัวหลบและพูดตะกุกตะกักออกมาพลางชี้นิ้วมาที่ตัวเองด้วยความรนราน

 

ใช่นะสิ! ไม่ให้ฉันคุยกับนาย แล้วให้ฉันคุยกับใคร เด็กสาวกลับมายืดตัวตรงและหันหน้ามองซ้ายมองขวาให้จินมองตาม

 

ซึ่งเขาก็มองตามอย่างง่ายดาย และค่อยๆ เอื้อมมือไปรับขนมปังที่ถูกยื่นมาโดยเด็กสาวตรงหน้า

 

ขะ ขอบคุณนะ ฉันจะรีบใช้คืนเธอ กินพูดทันทีที่หยิบมาถือและเงยหน้าพูดกับเด็กสาวด้วยท่าทางเกรงใจ

 

ไม่เป็นไรหรอก ดูเหมือนนายจะหิวมาก เห็นกุมท้องอยู่ตลอดเวลาด้วย เด็กสาวยิ้มน่ารักออกมา ชวนให้จินมองตาค้างขึ้นทันที

 

ยามมืดมิดและไร้ซึ่งแสงใด เพียงแค่แสงจากหิ่งห้อยที่มองเห็นก็อาจเปรียบดังความหวังของคนหนทาง เขาได้คำตอบเสี้ยวหนึ่งแล้วทันทีที่เห็นรอยยิ้มนั้นของเธอ

 

นั่งด้วยคนนะ เด็กสาวทำท่าจะนั่งลง แต่ถูกห้ามไว้โดยเด็กชาย

 

มันสกปรกนะ จินกล่าวออกมาเบาๆ

 

ไม่เป็นไรหรอกน่า เป่าๆ ก็สะอาดแล้ว ฟู่ว! เห็นไหม!” เด็กสาวยิ้มแย้มและเป่าปากไร้ฝุ่นด้วยความน่ารัก พร้อมกับนั่งข้างเด็กชายอย่างไม่รังเกียจแต่อย่างใด

 

งับ! …จินอ้าปากงับขนมปังคำโตด้วยความหิว

 

นาย! ทำไมต้องร้องไห้! มีอะไรงั้นเหรอ!” เด็กสาวพูดจาเสียงดังด้วยความตกใจ จู่ๆ เธอก็เห็นเด็กชายด้านข้างเธอกินไปร้องไห้ไป ทำเอาคนรอบข้างที่ได้ยินต่างหยุดเดินหันมาดูก่อนจะไม่สนใจและเดินไปต่อ

 

มันอร่อยมาก ขอบคุณนะ จินพูดขอบคุณด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตาให้กับเธอ ทำเอาเธอแปลกใจมองเขาอย่างงงๆ พร้อมกับยังมีอาการหน้าตาตื่นของเธอให้เห็นอยู่

 

อร่อยแล้วทำไมร้องไห้ด้วย นายทำฉันงงไปหมดแล้ว เด็กสาวกล่าวออกมาพลางยิ้มที่มุมปากของเธอ

 

มันอร่อยมาก อร่อย…” จินกัดไป ยิ้มไป ร้องไห้ไป

 

ทำไมนายถึงไม่สู้พวกนั้นกลับล่ะ เด็กสาวที่นั่งด้านข้าง เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก่อนหน้านี้และก็เป็นเธออีกนั่นแหละที่ลากเขาให้มานอนบนเก้าอี้ตัวนี้

 

ธะ เธอ อะ อุ้ก!”

 

น้ำๆๆ เด็กสาวรีบเอาน้ำข้างตัวเปิดฝาให้เด็กชายยกดื่ม พลางเอามือช่วยลูบหลังช่วยเขาอีกด้วย

 

ขะ ขอบใจมาก นึกว่าจะตายแล้วสะอีก จินกล่าวออกมาหลังจากที่กลืนขนมปังลงคอแล้ว พร้อมกับมีท่าทีโล่งอกจากเด็กสาว

 

แล้วทั้งสองก็นั่งนิ่งเงียบไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักพัก พร้อมกับจินที่นั่งก้มหน้าด้วยความอาย เงียบจนได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาก้องเข้ามาในหัวของทั้งสอง

 

เธอเห็นด้วยงั้นเหรอ จินก้มหน้าพูดอย่างอับอายที่คนอื่นมาเห็นความอ่อนแอของตัวเอง

 

อื้อ เห็นตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่สิ ตั้งแต่ต้นจนหลังจบเลย เด็กสาวพยักหน้ากล่าวเสียงใส

 

งั้นคงเป็นเธอสินะ ที่พาฉันมานอนที่นี่ จินคาดเดาออกมา

 

ใช่ เด็กสาวหันมามองและพยักหน้าตอบเขา

 

เธอไม่น่ามาเห็นเลย จินเอามือปิดหน้าตัวเองก้มลงอย่างไม่กล้ามองหน้าเด็กสาวข้างกาย

 

เธอไม่น่ามาเห็นสภาพน่าสมเพชของเราเลย จินคิดในใจอย่างปวดร้าว

 

แล้วทำไมไม่สู้พวกนั้นกลับล่ะ เด็กสาวไม่รู้จะตอบเด็กชายยังไง

 

เธอลองดูสภาพฉันสิ จะให้ไปสู้กับพวกนั้นด้วยสภาพแบบนี้เหรอ อีกอย่างพวกนั้นก็มีตั้ง 3 คน จินพูดอย่างเบาเสียงออกมาพร้อมกับยังนั่งกุมหน้าตัวเองไว้

 

มันดูเหมือนเป็นข้ออ้างที่ทำให้นายไม่สู้เท่านั้นนะ เด็กสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

สู้ไปฉันก็ไม่ชนะหรอกน่า เด็กชายเริ่มมีน้ำเสียงสั่นครอน

 

สู้หรือไม่สู้ยังไงพวกนั้นก็จะต้องเอาเงินของนายไปอยู่ดี ไม่คิดลองสู้กลับบ้างดูล่ะ ถึงแม้ผลมันจะไม่ได้ดีขึ้นแต่อย่างน้อยมันก็เป็นเครื่องยืนยันว่านายพยายามแล้วนะ โอ้ะ! มาพอดี งั้นฉันไปก่อนนะ!” เด็กสาวพูดจาอย่างผู้ใหญ่ออกมาและพูดด้วยเสียงดังสดใสในตอนท้ายเมื่อเธอมองเห็นอะไรบางอย่างมาหยุดด้านหน้า

 

ทันใดนั้นก็มีรถคันหนึ่งแล่นมาจอดไม่ไกลจากที่พวกเขาทั้งสองนั่งกันอยู่ เด็กสาวหันมาบอกคนด้านข้างก่อนที่จะลุกเดินออกไป

 

เดี๋ยวก่อน!” จินหาญกล้าเอื้อมมือไปจับแขนของเธออ

 

หื้ม!?” เด็กสาวหันมามอง เมื่อจินเห็นเธอหันมามองก็คลายมือตัวเองออกกลัวทำเธอเจ็บ

 

เอ่อขอบคุณมากนะ จินยิ้มสดใสให้เธอ

 

ไม่เป็นไร อีกอย่างฉันคิดว่าความอ่อนแอไม่ใช่เรื่องน่าอายหรอกนะ เงยหน้าและสู้กับมันสิ ช่วยตอบแทนให้คุ้มกับขนมปังที่ฉันให้นายด้วยนะ เด็กสาวยิ้มให้จิน ไม่รู้ว่าเพราะเขาอ่อนแอหรือเพราะเขาเหนื่อยล้า มันทำให้รอยยิ้มที่เธอมอบให้นั้นเปรียบดังแสงสว่างจากปลายอุโมงค์เลยล่ะ จินเหม่อลอยไปชั่วขณะและพอได้สติก็เห็นเธอเดินไปไกลแล้ว

 

เดี๋ยวก่อน! อึก!” จินลุกขึ้นและตะโกนออกไปแต่ก็ต้องหยุดชะงักลงเพราะว่าความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามา

 

แล้วเขาก็มองเห็นรถที่เด็กสาวคนนั้นขึ้นแล่นออกไป ท่ามกลางความเสียดายที่ฉายชัดบนดวงตาของเขา

 

ทำไมโง่อย่างนี้จิน ยังไม่ได้ถามชื่อของเธอเลย จินพูดกับตัวเองปนด่าไปด้วย

 

จินสบถและสะบัดหน้าลง แต่สายตาเขาก็ไปสะดุดกับอะไรบางอย่างบนพื้น จินค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้น เขาเดินไปเก็บสิ่งนั้นขึ้นมาดู สลับกับมองทางที่รถของเด็กสาวนั่นแล่นผ่านไปและเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงของตัวเอง ก่อนที่จะลุกขึ้นและเดินซวนเซกลับบ้าน

 

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มนัยน์ตาสีทองอร่ามจดมองสิ่งที่อยู่ในมือและลูบมันด้วยความอ่อนโยนซึ่งสังเกตได้จากรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้า ถึงแม้ทั่วทั้งห้องจะปกคลุมไปด้วยความมืดที่หนาวเย็น แต่ภายในใจของเขากลับอบอุ่นและมีความสุขยามได้มองสิ่งสำคัญชิ้นนี้ ถึงแม้ใบหน้าของเธอจะเลือนลางจนเขาจำไม่ได้ แต่รอยยิ้มและคำพูดของเธอก็ช่วยให้เขาฝ่าฟันอุปสรรคหลายๆ อย่างมาจนถึงทุกวันนี้ได้

 

ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันต้องมีเหตุผลของมัน ดั่งที่เธอได้ช่วยทำให้ฉันลุกขึ้นอีกครั้งในวันนั้น จินหยิบสร้อยคอสีเงินที่มีจี้เป็นรูปดอกไม้สีน้ำเงินสวยและมีอัญมณีตรงกลางสีฟ้าครามขึ้นมาสะท้อนแสงจันทร์ดู

 

น่าเสียดายที่วันนั้นฉันไม่ได้ถามชื่อเธอออกไป เธอจะสบายดีหรือเปล่าน้า…” จินยิ้มพูดกับสิ่งนั้น

 

หื้ม?” พอจินได้สติกลับคืนมาครบ เขาก็สัมผัสถึงบางอย่างเคลื่อนไหวรอบๆ คฤหาสน์ได้ ซึ่งเวลานี้ได้เข้าสู่ช่วงดึกยามเข้านอนแล้ว คงไม่มีใครเดินเพ่นพ่านด้านนอกแน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

แน่ใจนะว่าห้องนี้เสียงของชายที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้ากลุ่มพูดขึ้น

 

บนหลังคาที่สามาถมองเห็นหน้าต่างของห้องทำงานของจินในตอนนี้กำลังมีร่างของกลุ่มคนปริศนาที่บุกรุกเข้ามาด้วยกันสี่คนเฝ้ามองอยู่ และแต่ละคนนั้นต่างสวมชุดสีดำรัดกุมปกปิดใบหน้าพร้อมกับมีอาวุธครบมือกันทุกคน

 

แน่ใจครับ! สายของพวกเราที่แฝงตัวเข้าไปได้แจ้งมาว่า มันชอบใช้เวลาอยู่ที่ห้องนี้คนเดียวตอนดึก ชายอีกคนที่น้ำเสียงแหลมๆ พูดตอบกลับออกมาด้วยความมั่นใจและจ้องไปยังห้องนั้นด้วยสายตาแน่วแน่

 

ดี! งั้น---”

 

มีอะไรงั้นเหรอ ผมอยู่นี่แล้ว

 

ขวับ! …ทุกคนต่างหันไปมองต้นเสียงด้วยความตกใจ

 

ซึ่งทั้งสี่คนต่างกำลังเห็นจินนั่งอยู่บนหลังคาที่อยู่ไม่ไกลด้วยท่าทางสบายคล้ายออกมารับลมรับอากาศยามค่ำเพียงเท่านั้น แต่สายตาสีทองคู่นั้นที่จ้องมายังพวกเขากลับทำให้รู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก

 

ชิ้ง! …ทั้งสี่คนต่างชักอาวุธมีคมออกมาพลางตั้งท่าพร้อมรบทันที

 

นายท่านค่ะ!” มากิโผล่มายืนด้านหลังของจินด้วยความรีบร้อนที่ฉายชัดบนใบหน้า ซึ่งเธอเพิ่งสัมผัสจิตสังหารได้เมื่อกี้นี่เอง

 

ไม่เป็นไรๆ รู้สึกช่วงนี้มีงานเยอะจนขี้เกียจออกกำลัง คงได้เวลายืดเส้นยืดสายสักที จินยิ้มให้มากิ

 

ค่ะ มากิพยักหน้ารับทราบ และก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว มองดูจินที่ลุกขึ้นยืนอย่างห่างๆ

 

ใครส่งพวกคุณมางั้นเหรอ จินยิ้มพูดกับพวกเขาอย่างสุภาพ

 

“…” แกร๊ก พวกนั้นทั้งสี่คนไม่ตอบ แต่กลับกระชับอาวุธในมือแน่นและตั้งท่าโจมตี

 

พรึ่บ! …พร้อมกันนั้นแสงหลากสีต่างลอยปกคลุมทั่วทั้งร่างของพวกเขาทั้งสี่

 

จินเลิกคิ้วมอง และตอบคำถามภายในใจของตัวเองว่า กลุ่มพวกนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน แต่ก็ไม่เก่งกาจถึงขั้นต้องยืดเยื้อ

 

ไม่ต้องตอบก็ได้ เดี๋ยวให้ความตายของพวกคุณตอบแทนเอง จินพูดเสร็จก็เผยออร่าสีเหลืองของตัวเองออกมาบ้าง พร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนไปชั่วขณะของพวกนั้น

 

พรึ่บ! …จินมาโผล่กลางวงของทั้งสี่คน

 

ทันใดนั้นก็มีร่างหนึ่งฟันเข้ามาหาเขาทันที จินเบี่ยงตัวหลบและชักนำให้ดาบนั้นไหลไปตามแรงของเขาจนแทงเข้ากลางหน้าอกอีกคนหนึ่งที่กำลังจะวิ่งเข้ามาจนตายไปในดาบเดียวของฝีมือเพื่อนตัวเอง

 

แก!” เสียงผู้ชายภายใต้หน้ากากคนนั้นที่สังหารเพื่อนตัวเองพูดออกมาพร้อมกับจ้องเขม็งไปที่จินด้วยดวงตาถลน เขาบิดข้อมือไปอีกด้านและทำการสลับมือใช้ดาบฟันจิน

 

ฉัวะ! …แต่จินไหวตัวทัน ทำการหลบมาด้านหลังชายดังกล่าวและยืมดาบที่ฟันมาของชายผู้นั้นฟันเข้าที่คอของตัวเองตกตายไปอีกคน

 

อึก!” จินยืนซวนเซไปมากับความทรงจำที่เข้ามาอย่างกระทันหัน พลางสะบัดหัวไล่ความเจ็บปวด

 

ย๊าก!” ร่างอีกคนกระโดดลอยกลางอากาศฟันลงมา

 

ฉัวะ! ฉัวะ! …จินเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนทุกคนมองไม่เห็น สังหารร่างทั้งสองที่เหลือด้วยความง่ายดาย และไม่อาจบ่งบอกกระบวนท่าได้เลย เห็นเพียงดวงตาของทั้งสองที่เหลือกลอยกับร่างที่ไร้วิญญาณตกลงที่พื้นหลังคาเพียงเท่านั้น

 

ตุ้บๆ! ตุ้บ! เสียงจังหวะการเต้นของหัวใจของชายที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้ากลุ่มคนพวกนี้กำลังเต้นอยู่ในมือของจิน

 

อึก!” จินปามันทิ้งลงที่พื้น ก่อนที่จะเอามือทั้งสองของตัวเองกุมหัวที่มีเส้นเลือดปูดบวมขึ้นพร้อมทั้งยังทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าที่หลังคาด้วยความเจ็บปวด

 

นายท่าน!” มากิเดินเข้ามาหาจินด้วยน้ำเสียงและหน้าตาที่เป็นห่วง พร้อมกับนำผ้าเช็ดหน้าของตนออกมาเช็ดคราบเลือดตามตัวจินออก

 

จนเวลาผ่านไปนานราวเกือบครึ่งชั่วโมง อาการของจินก็เริ่มดีขึ้นจนเห็นได้ชัด และเขาก็ลุกขึ้นสูดลมหายใจชมบรรยากาศอันเงียบเชียบยามค่ำคืนนี้ พร้อมกับมีมากิคอยประคองร่างให้ลุกขึ้นด้วยท่าทีที่เป็นห่วง

 

เมื่อเห็นอาการของมากิ จินก็หันไปยิ้มให้เธอก่อนที่จะหันไปมองพวกนั้นทีละคน และรับรู้ถึงตัวการของเรื่องในครั้งนี้ด้วย

 

สงสัยต้องไปเยี่ยมแก๊งหมาป่าเหมันต์สักหน่อยแล้ว

 






     Have a good time...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 216 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,434 ความคิดเห็น

  1. #1319 Miyasaki (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 13:03
    จินปวดระหว่างสู้เพราะไม่ใส่หน้ากาก
    #1,319
    0
  2. #1187 Fikusa (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 11:05
    ทำไมเจ้าจินมันเริ่มปวดระหว่างสู้ล่ะเนี่ย
    #1,187
    0
  3. #1170 Polsilp Pumprasert (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 12:59
    ตอนแรกๆสู้จนจบแล้วค่อยปวดหัว หลังๆปวดหัวเรี่ยราดมากอ่ะ
    #1,170
    0
  4. #1063 joelamtan (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 22:40
    ขอบคุณครับ
    #1,063
    0
  5. #1061 sorawitbai (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 22:17

    ตกลงเรื่องนี้ใครเป็นนางเอกกันเเน่นะ?

    #1,061
    0
  6. #1060 Nazzga2 (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 21:59
    แล้วไอแซ็กก็โดนพ่อมันด่าอีกรอบ
    #1,060
    0
  7. #1059 Ton1412 (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 21:43
    เธอคือใครรรร
    #1,059
    0