END [9SPIRITS] Dreams Come True อยากตื่นมาเห็นหน้าเธอ

ตอนที่ 3 : DREAM EPISODE 2 : [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    21 เม.ย. 61

EPISODE 2

Image result for gif sehun
Image result for gif yoona

          อย่าเพิ่งทำอะไรจนกว่าฉันจะพร้อมนะคะ…” เธอที่อยู่ในอ้อมกอดของชู้รักเอ่ยปากกับเขา แม้ว่านี่จะล่วงเลยเวลาตื่นนอนมามากแล้ว แต่เธอกลับรู้สึกเหนื่อยกับบทเรียนรักเมื่อคืนจึงขอโอบกอดเขาไว้เพราะไม่อยากออกไปเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าเธอคบซ้อน

          แม้แต่แฟนตัวจริงของเธอยังไม่มีโอกาสได้สัมผัสร่างกายของเธอทั้งคืนเหมือนเขาคนนี้ที่เธอมอบทั้งกายและใจให้เขาแม้ว่าจะรู้ว่ามันผิดมหันต์ เธอส่งสายตาหวานปนขมไปยังเขาก่อนที่ทั้งสองคนจะมอบจูบอันอ้อยอิ่งให้กันและกัน เขาลากลิ้นชุ่มไปทั่วเพื่อตักตวงความหวานของเธอ อารมณ์ที่ค้างคาเริ่มคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งจนเธอต้องเป็นฝ่ายผละเขาออกก่อนที่จะเกินเลยไปมากกว่านี้

          ตอบฉันสิเธอละจูบอันแสนอ่อนหวานออกมาแล้วถามคำถามเดิม เขาขมวดคิ้วหนาเป็นปมก่อนจะถามเธอ

          ทำไมคุณต้องไปสนใจเขาอีก หรือคุณยังรักเขาอยู่?” เขาจับมือเล็กที่กำลังเกาะหน้าอกแน่นของเขาเบาๆ อีกข้างโอบเอวเล็กของอีกฝ่ายเพื่อให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น เธอไม่ตอบอะไร เพียงแต่ซุกตัวกอดเขาอย่างที่เคย มือของเขาลูบไหล่มนของเธอช้าๆ ก่อนจะเอ่ยปากพูดต่อผมไม่ได้ทำอะไรเขาซักนิด เขาทำตัวเอง

          คุณคิดว่าฉันไม่รู้รึไงว่าคุณตัดสายเบรคของเขา!” เธอผลักอกของเขาออกก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงแล้วพันผ้าเช็ดตัวเพื่อปกปิดร่างกาย เธอโกรธเขาที่ทำอะไรโดยไม่ปรึกษาเธอก่อน เธอไม่ได้รักเขาแล้ว ใจของเธอมีแต่เพียงเขาคนนี้เท่านั้น แต่เธอก็ทิ้งเขาอีกคนไม่ลงเช่นกัน เธอกลัวว่าเขาจะต้องโดดเดี่ยวเพราะต้องอยู่คนเดียว กลัวเขาจะไม่เหลือใคร กลัวว่าเขาจะรู้สึกแย่ที่ใช้ชีวิตโดยขาดฉันคนนี้ ผู้เปรียบเสมือนเสาหลักในจิตใจของเขาฉันเป็นทั้งแม่ พี่สาว น้องสาว เพื่อน แฟน แต่ตอนนี้ฉันจะกลายเป็นคนที่เขาเกลียดที่สุด แม้ว่าใจจะผลักไสเขาเท่าไหร่แต่มันก็ยังมีความเป็นห่วงเขาอยู่เหมือนกัน

          ฉันไม่อยากเสียเขา..ทั้งสองคน

          คุณเป็นห่วงผมบ้างมั้ย เหม่ยเขาลุกขึ้นมาจากเตียงแล้วโอบกอดฉันจากด้านหลังโดยสภาพเปลือยเปล่าทั้งด้านบนและด้านล่าง เขากระซิบข้างหูของเธอ ลิ้นหนาอันซุกซนลากจากใบหูเล็กจนถึงคอจนเธอเคลิบเคลิ้มไปกับลีลาของเขา

          อืมฉันไม่อยากให้คุณเจ็บนะที่รักเธอพลิกตัวหันหน้ามาหาเขา มือเรียวเล็กจับเบาๆ ที่แผลเป็นบนขมับซ้ายของคนรัก ก่อนจะไล้มือจากไรผมมาแก้มนวล เธอหยุดมือที่ริมฝีปากบางของเขาก่อนจะพูดอย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงอีกได้มั้ย

          ถ้าผมไม่ทำเราจะลำบากนะครับเขาจับมือของเธอที่กำลังจับริมฝีปากของเขาก่อนจะพูดต่อแผลแค่นี้ไกลหัวใจ ผมเจ็บที่ต้องแย่งแฟนคนอื่นมาแล้ว ผมทนได้ทุกอย่าง

          อย่าพูดแบบนั้นสิ ฉันรักกับคุณมาก่อนจะคบกับฌอห์นนะ

          เขาซุกใบหน้าลงกับซอกคอขาวของคนตรงหน้าพร้อมกับขบกัดไล้ลงมาจนถึงเนินอก เขาปลดปมผ้าเช็ดตัวของเธอจนเธอร่างขอลทั้งสองเปลือยเปล่าเหมือนกัน เขามองร่างงดงามของหญิงสาวข้างหน้าด้วยแววตาวาวโรจน์ไปด้วยกามอารมณ์

          ทุกวันนี้ผมสงสัยมากกว่าว่าคุณจะไปคบกับเขาทำไมในเมื่อคุณมีผมอยู่แล้วเขาบีบมือเล็กเบาๆ ก่อนจะขยับใบหน้าคมเข้าไปใกล้ชิดกับหูของคนตรงหน้าแต่ตอนนี้ผมไม่สนแล้ว

          “..”

          เพราะผมสงสัยในตัวคุณมากกว่าว่าทำไมผมถึงได้ติดใจมากขนาดนี้

          และบทเพลงรักของเขาและเธอก็เริ่มขึ้นอีกครั้งและอีกครั้ง



          ผมเดินกระโดกกระเดกไปยังห้องน้ำข้างหน้าช้าๆ เพราะอาการมึนหัสโลกหมุนยังไม่หายดีนัก เขาจับผนังหน้าห้องน้ำก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อหาคำตอบให้กับตัวเอง เขาหลับตาจับผนังเดินเข้าไปและหยุดเมื่อมั่นใจว่าเขาอยู่หน้ากระจกแล้ว

          “…” เขาลืมตาขึ้น และได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาซักที

          ไม่จริงน่า!!

          ใบหน้าของเขาผิดแปลกไปมาก แต่ที่เป็นจุดที่เขาสนใจที่สุดก็คงจะเป็นดวงตาที่แดงมากจนเขาไม่เชื่อตัวเอง เขาตบหน้าตัวเองไปมาหลายทีจนความเจ็บแสบแปรเปลี่ยนเป็นอาการชา มือหนากอบกุมใบหน้าคมของตัวเองไว้อย่างไม่เชื่อสายตา ผมไม่เชื่อหรอกว่าจะมีเรื่องแบบนี้เปิดขึ้นบนโลก ไม่มีหลักฐานยืนยัน ไม่มีงานวิจัยหรือหลักอ้างอิงใดใดที่จะให้คำตอบกับเขาได้ตอนนี้นอกจากตัวเขาเองที่ต้องถามตัวเองว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นกับเขาได้ยังไง?

          พราะร่างกายนี้ไม่ใช่ของผม! นี่มันไอ้เอซ!

          ผมพลิกใบหน้าไปมาอย่างไม่เชื่อตัวเอง เขามีใบหน้าที่คล้ายไม่สิ เหมือนไอ้เอซไม่มีผิด ดวงตาคมเจ้าเล่ห์ที่ตาขาวแทบจะเป็นสีแดงของมันทำให้ผมจำได้แน่ชัดว่าต้องเป็นไอ้เอซแน่นอน ทำไมกัน ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้!

          ใบหน้าคมได้รูปถูกพันแผลไว้ที่หน้าผากจนเก็นเลือดซึมออกมาจากขมับขวาเล็กน้อย จมูกคมมีรอยแผลฟกช้ำจากการกระแทก ปากบางเข้มชัดและสันกรามคมที่มีไรหนวดขึ้นเป็นตอเพราะขาดการทำความสะอาด ใบหน้าที่ดูมืดมนไร้ราศีนี้ไม่ใช่ของเขาแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ไม่ใช่เลย

          ผมจำเหตุการ์ณในคืนนั้นได้ลางๆแต่รายละเอียดลงลึกนั้นผมนึกไม่ออกเท่าไหร่ ผมรู้แค่ว่าผมต้องหาเหม่ยให้เจอ แต่สติของผมก็ดับวูบไปพร้อมกับเสียงของบางสิ่งชนกันอย่างแรง รู้ตัวอีกทีก็รู้สึกปวดเนื้อตัวไปหมดที่โรงพยาบาลแล้ว

          และถ้าผมมาอยู่ในร่างของไอ้เอซจริงมันก็ต้องอยู่ในร่างของผม!

          ผมต้องไปทวงร่างของผมคืน!

          แต่ขาเจ้ากรรมดันไม่ทำตามที่สมองสั่งเพราะความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่ศีรษะเริ่มคืบคลานเข้ามาอีกครั้งเพราะการยืนนานเกินไป ทำได้แค่ประคองตัวเองไปที่เตียงแล้วคิดทบทวนเรื่องคืนนั้นอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งและอีกครั้ง แต่ก็จำอะไรไม่ได้มากกว่าเดิมเลย มันน่าจะมีทางสืบเรื่องพวกนี้สิ ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วผมก็คงต้องทำใจเชื่อมัน

          คู่กรณี?

          ใช่! คู่กรณี!!

          คนที่ชนผมเขาอยู่ที่ไหนกัน? ผมไม่มั่นใจว่าผมชนเขาหรือเขาชนผมเพราะมันมืดมาก แต่ตอนนี้ผมมั่นใจแล้วว่าผมอยู่ในร่างของเพื่อนตัวเองอย่างแน่นอน ตอนนี้ผมยังทำอะไรไม่ได้นอกจากใจเย็นและรอญาติของเอซมาเยี่ยมแล้วค่อยถามอีกทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น

          พี่เอซ!” เสียงเล็กของหญิงสาวที่เขาไม่รู้จักดังขึ้นจากหน้าประตู เธอเดินเข้ามาพร้อมกับถือของพะรุงพะรังมาวางที่โต๊ะก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งข้างผมแล้วกอบกุมมือของผม ผมไม่อยากจะทำให้เธอตกใจก็เลยเลือกที่จะนอนนิ่งๆ อยู่แบบนั้นดีกว่า

          ไม่เคยรู้เลยว่าไอ้เอซมีน้องสาว

          เธอดูเด็กมากเพราะเธออยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลาย ผมยาวถูกมัดรวบตึงขึ้นแล้วผูกโบว์สีเดียวกับกระโปรง ใบหน้าอ่อนเยาว์แสนทะเล้นของเธอดูไม่คล้ายกับไอ้เอซซักนิด ดวงตากลมโตแสนซุกซนจ้องมองมาที่ผม ปากจิ้มลิ้มพูดอะไรออกมามากมายแต่ผมไม่ทันได้ฟัง จับใจความได้เล็กน้อยว่าคุณหมออนุญาตให้ผมกลับบ้านได้แล้ว

          เดี๋ยวหนูพาพี่กลับบ้านนะเธอกล่าวก่อนจะยื่นถุงกระดาษที่บรรจุอะไรบางอย่างไว้ยื่นให้ผมพี่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนละกันเดี๋ยวหนูพาไปส่งบ้าน หนูเอารถหนูมาเดี๋ยวขับไปส่ง

          รถ?” ผมรับถุงกระดาษมาแล้วพึมพำเบาๆ

          อายุแค่นี้มีรถขับแล้ว?

          อาอายเด็กจังแฮะ ผมมีรถก็ตอนยี่สิบต้นๆ นู่นเลย (-_-)

          พี่เป็นคนซื้อให้เจนเองนี่นา จำไม่ได้เหรอ?เธอฉงนใจกับคำพูดของผม นี่ไอ้เอซมันรวยขนาดที่ซื้อรถให้น้องได้เลยเหรอ? ไม่ยักรู้ ผมรีบเดินไปที่ห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนชุดทันทีไม่ให้เธอถามอะไรไปมากกว่านี้เพราะผมก็ไม่ได้รู้เรื่องของเพื่อนสนิทของตัวเองมากเท่าไหร่ เวลานี้ทำตัวเงียบๆ แล้วยอมรับความจริงไปดีกว่า

          กระโตกกระตากไปจะเหนื่อยเปล่าๆ หาทางกลับไปร่างเดิมดีกว่า

          ฉันอยากรู้จริงๆ เลยว่าพี่ขับรถไปชนเสาบ้านได้ยังไงหลังจากที่ผมเปลี่ยนชุดเสร็จ เธอก็พาผมมารับยาแล้วขึ้นรถ ผมไม่เคยเห็นผู้หญิงมอปลายขับรถมาก่อน ยิ่งเธอมาอยู่ข้างๆ ยิ่งอึดอัดเข้าไปใหญ่

          “…”

          พี่รู้มั้ยว่าพ่อพี่ไม่คิดจะมาเยี่ยมพี่ด้วยซ้ำ ยังกินเหล้าเมายาเหมือนเคยเธอกล่าวแล้วหักพวงมาลัยเข้าซอยที่ดูเปลี่ยวมากกว่าเดิม ส่วนแม่พี่ก็เกลียดหนู ไม่ยอมให้หนูไปหาพี่ แต่ถ้าหนูไม่ไปหาพี่ใครจะไปล่ะจริงมั้ย?

          ไอ้เอซไม่มีคนคบขนาดนี้เลยหรอวะ

          รถหยุดลงที่หน้าบ้านที่ดูเก่าจนเขาไม่คิดว่านี่คือบ้านที่เขาจะต้องอยู่ไปอีกนาน ผมไม่เคยมาบ้านไอ้เอซซักครั้งแต่วันนี้ทำให้ผมแปลกใจกับสภาพบ้านที่ดูเก่าจนไม่คิดว่าจะมีคนอยู่ได้

          มันซื้อรถให้น้อง มีรถดีๆ ขับแต่ไม่มีปัญญาซื้อบ้านใหม่?

          บ้านสองชั้นที่ผนังของบ้านเริ่มหลุดลอก ตะไคร่น้ำเกาะตามพื้น หยากไย่ที่เกาะจนน่ากลัวบริเวณรั้ว เสาด้านหน้าของตัวบ้านมีรอยผุเป็นรอยโบ๋จนสังเกตได้ชัด นั่นน่าจะเป็นรอยจากการชนอย่างที่เธอบอก แต่ที่ฉงนใจมากกว่านั้นก็คือเสียงของใครบางคนที่กำลังตะหวาดกันอยู่ในบ้าน ดูท่าแล้วเขาทั้งสองน่าจะอารมณ์เสียไม่น้อย ผมได้แต่ยืนงงงวยอยู่หน้าบ้าน ใจนึงก็อยากเข้าไปดู อีกใจนึงก็กลัวโดนลูกหลง

          เข้าไปดิพี่เธอจอดรถหน้าบ้านโดยเสียบกุญแจคาไว้แล้วจับแขนของพาเข้าไปในบ้าน แต่ทันทีที่จะเปิดประตูไม้เก่าๆ เพื่อเข้าบ้าน มันกลับผุแล้วเป็นรอยร้าวต่อหน้าเราสองคน ก่อนที่มันจะพังลงต่อหน้า...

          (-_-)

          สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้ตกใจยิ่งกว่าเดิม สภาพภายนอกแย่แล้ว ภายในแย่กว่าประมาณสิบเท่า ดูเหมือนบ้านร้างมากกว่าจะเป็นบ้านคน จานข้าวที่มีหนอนไต่ย้วยเยี้ยเต็มไปหมด ฝุ่นละอองลอยคละคลุ้งในอากาศ กลิ่นบุหรี่เหม็นฟุ้งจนอดเบือนหน้าออกไม่ได้ นี่คือบ้านที่ผมจะต้องอยู่จริงๆ เหรอ ไอ้เอซ มึงตอบกูที

          ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยลำบาก มีกินมีใช้ตลอด ได้เกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะการเงินที่ดี มีความสุขกับการเย่อหยิ่งผลาญเงินไปวันๆ เงินเป็นเพียงแค่เศษกระดาษที่ผมสามารถฉีกหรือทำลายมันตอนไหนก็ได้แต่ตอนนี้ผมเข้าใจสภาพของคนที่เขาลำบากจนอยากฆ่าตัวตายหรือหายไปจากโลกที่โหดร้ายนี่

          อ้าว ไอ้ลูกเวร!” ผู้ชายที่ดูแก่กว่าผมเยอะหันมาหาผม สภาพของเขาพอดูออกว่าน่าจะเมาจนไม่ได้สติ ผมเผ้ารกรุงรังและเนื้อตัวที่ดูสกปรก เขายิ้มให้ผมพร้อมกับเดินมาตบบ่าเบาๆ ก่อนจะพูดข้างหูจนผมได้กลิ่นแอลกอฮอลล์จากปากของเขาไม่ได้เจอกันนานมีสาวมาด้วยเหรอว้า~”

          ไอ้ผัวเวร! มึงเลิกยุ่งกับลูกกูเดี๋ยวนี้!” เธอที่อยู่ข้างหลังวิ่งเข้ามากระชากผู้ชายที่เธอเรียกว่าสามีออกไปจนเขากระเด็นไปอยู่ที่พื้น เขาร้องโอดโอยพลางจับที่หลังของเขา สายตาของเขาจับจ้องที่ผู้หญิงตรงหน้าของผมก่อนจะเอื้อมมืออีกข้างไปหยิบแจกันแล้วปาใส่หัวเธอ

          โอ๊ย!”

          นั่นก็ลูกกู! กูเป็นคนทำให้มันเกิดมา มึงนั่นแหละอย่ายุ่ง!” เขาชี้หน้าด่าคนที่ผมคิดว่าเป็นภรรยาของเขาอย่างไม่สนใจว่าเลือดที่หัวของเธอจะไหลออกมามากแค่ไหน

          “…คุณครับ ผมว่า…” ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบ เขาทั้งสองก็เริ่มด่ากันต่อไปจนผมอดสงสารเธอที่เลือดออกขนาดนั้นสามีกลับไม่ห่วงใยเธอแม้แต่น้อย แต่กลับกระทำเธอด้วยตัวเองด้วยซ้ำ คุณมันไม่ควรเกิดมาเป็นผู้ชาย ผู้ชายที่ทำร้ายผู้หญิงไม่สมควรได้เรียกว่าเป็นผู้ชายจริงๆไอ้เอซ มึงทนอยู่กับคนแบบนี้ไปได้ยังไง

          แต่เขาเรียกผมว่าลูก?

          นี่พ่อแม่ไอ้เอซงั้นเหรอ?

          พี่รีบขึ้นไปข้างบนเถอะน้องสาวไอ้เอซกระตุกแขนเสื้อผมก่อนจะพาผมขึ้นไปชั้นบนของบ้าน ผมอดเป็นห่วงเขาสองคนไม่ได้แต่ผมก็คงช่วยอะไรไม่ได้เหมือนกัน

          เพราะมันคือเรื่องของผัวเมียยังไงล่ะครับ

          ปกติพี่ไม่เคยมองพ่อตัวเองด้วยซ้ำ รถชนทีเดียวพี่สมองกลับเลยหรอเธอประคองผมไปนั่งบนฟูกแข็งที่ดูเหมือนไม่ได้ใบ้มานาน เธอเปิดไฟและเปิดพัดลมเก่าๆ ให้กับผมก่อนจะนั่งลงข้างๆ ผมพี่รู้มั้ยว่าฉันเป็นห่วงพี่แค่ไหน ทำอีท่าไหนถึงได้ขับนถชนเสาบ้านได้กันเนี่ย

          “…”

          หรือพี่ติดลมบนเรื่องคืนนั้นของเราสองคนกันน้า?~” เธอปลดกระดุมเสื้อนักเรียนออกช้าๆ จนเห็นผิวขาวด้านในที่กำลังถูกเปิดออกน้อยๆ ผมรีบเอามือไปจับเสื้อเพื่อให้ไม่มห้เห็นอะไรไปมากกว่านี้ เธอจับมือผมก่อนจะขำออกมานี่พี่เป็นอะไรเนี่ย หนูกำลังจะให้ของขวัญพี่น้า~ ไม่ชอบเหรอ?”

          มันผิด…” ผมแกะมือเธอออกก่อนจะเบือนหน้าไปอีกทาง ผมรู้สึกทะแม่งๆ กับเธอคนนี้ที่ผมคิดว่าเป็นน้องสาวไอ้เอซ เป็นพี่น้องกันแต่มีอะไรกันนี่มัน…”เราเป็นพี่น้องกันนะ

          พี่น้อง?” เธอขำออกมาดังลั่นแล้วเลื่อนมือไปติดกระดุมเสื้อนักเรียนของเธอให้กลับมาเรียบร้อยเหมือนเดิมเราเป็นแฟนกันนะพี่ แล้วก็ทำแบบนี้มาหลายรอบแล้วด้วย

          หลายรอบ?” ผมย้ำคำเธออีกครั้งแล้วคิดทบทวนกับตัวเองว่าไอ้เอซมันมีเมียเด็กขนาดนี้ได้ยังไง ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ!

          ช่วงหลังมานี้ผมไม่ค่อยได้ติดต่อกับมันจนไม่ค่ยรู้เรื่องของมันซักเท่าไหร่ รู้แค่ว่ามันได้แฟนคนใหม่แล้วแต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นคนนี้..สายตาของเธอมันเกินวัยไปแล้ว มันดูน่ารักปนเซ็กซี่แปลกๆ เหมือนมีบางอย่างซ่อนอยู่ในดวงตาคู่นี้ของเธอ สายตาแบบนี้ผมเคยเห็นที่ไหนมาก่อนก็นึกไม่ออกเป็นสายตาที่คุ้นเคยและเมื่อก่อนจะได้เห็นดวงตาแบบนี้ในทุกๆ เช้าที่ตื่นนอน

     เธอมีดวงตาเหมือนเหม่ยลี๋

          นิสัยของเธอที่ดูคล้ายคลึงกับเหม่ยมาก เธอดูน่ารักแบบผู้ใหญ่ สีหน้าเคร่งขรึมของเธอมันเหมือนเหม่ยมาก ตอนแรกผมก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นดวงตาคู่นี้ที่ไหนแต่เพิ่งมานึกออกตอนได้เห็นใบหน้าของเธอใกล้ขนาดนี้

          สติของผมหลุดลอยไปจนเห็นใบหน้าของแฟนไอ้เอซเป็นเหม่ยลี๋แฟนของผม มือหนาค่อยๆ เลื่อนไปประคองใบหน้าเล็ก เธอดูแปลกใจกับการกระทำของผม ผมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอก่อนจะค่อยๆ เลื่อนใบหน้าเข้าไปประกบจูบแบบแผ่วเบา เธอไม่ขัดขืนแม้แต่น้อยแต่กลับจูบตอบแบบร้อนแรงจนผมตามไม่ทัน เธอขบกัดริมฝีปากล่างของผมก่อนจะเลื่อนมือเรียวลงไปถอดกระดุมเสื้อเชื้ตขาวของผม เหม่ยผมคิดถึงคุณ

          แต่นี่ไม่ใช่เหม่ย!

          ผมผลักเธอออกแล้วกุมศีรษะของตัวเองที่มันดันปวดขึ้นมาตุ้บๆ อย่างรุนแรง เธอคงตกใจที่ผมผละจูบออกไปทั้งอย่างนั้น เธอยืนขึ้นแล้วพูดเสียงดังใส่ผมที่ตอนนี้ไม่มีสติอีกต่อไป

          พี่เป็นอะไรอ่ะ! เดี๋ยวก็เงียบเดี๋ยวก็จูบ นี่ยังจะมาทำตัวแปลกๆ อีก พี่เป็นอะไรพี่เอซ!”

          “…ผมไม่ใช่เอซ

          พี่เป็นบ้าอะไรวะ เจนเบื่อนะเว้ย!”

          ขอโทษผมพึมพำเบาๆ หวังว่าเธอจะได้ยิน

          พี่ว่าไงนะ?..พี่ไม่เคยบอกคำว่าขอโทษกับเจน! จะเป็นจะตายยังไงก็ไม่เคย ทำไมเวลานี้มาขอโทษเจน? พี่แปลกอ่ะพี่เอซ พี่แปลกไปมากผมอ้ำอึงกับคำพูดของเธอจนพูดอะไรไม่ออก ผมไม่รู้ว่าผมไปจูบเธอได้ยังไงผมทำได้แค่ขอโทษ และขอโทษเธอ แต่เธอกลับหาว่าผมแปลกเอซไม่เคยพูดคำว่าขอโทษ?

          แต่พอมาคิดดูดีๆ แล้ว

          มันก็จริงที่ไอ้เอซไม่เคยพูดคำว่าขอโทษกับใครเลย

          ตั้งแต่ผมรู้จักกับมัน มันรู้จักแค่คำว่าขอบคุณและสวัสดีมันไม่เคยบอกขอโทษใครแม้แต่ตัวมันเอง แม้ว่ามันจะทำผิดแค่ไหนมันก็ไม่เคยกล่าวคำนี้ออกมาจากปากของมัน ไม่รู้ว่าอีโก้สูงหรือในหัวมันไม่รู้จักคำนี้กันแน่ กระทั่งอาจารย์มี่มันเคารพที่สุดมันยังไม่เคยพูดคำว่าขอโทษออกมาเมื่อมันทำผิด

          พราะว่าคำว่าขอโทษไม่ได้อยู่ในพจนานุกรมของไอ้เอซมันเคยบอกผม

          เอซเป็นคนที่สนุกสนานและร่าเริงตลอดเวลา มันดูเข้ากับคนอื่นได้ง่าย สาวๆ ติดมันตรึมเพราะมันเป็นคนแบบนี้นี่แหละ นักกีฬาโรงเรียน นักดนตรีโรงเรียน ตัวป๊อบในโรงเรียน แล้วก็เรียนห่วยที่สุดในโรงเรียน มันไม่เคยจีบผู้หญิงคนนั้นแล้วนก เอาง่ายๆ คือทุกคนใฝ่ฝันที่จะได้เป็นเมียผู้ชายที่ชื่อเอซ

          แต่เวลามันร้ายมันก็น่ากลัวพอๆ กัน มันไม่เคยยอมใคร เรื่องนี้คงมีแค่ผมกับไอ้ตัลล่ะมั้งที่รู้ มันเกือบโดนพวกรุ่นพี่ยกพวกตีตายเพราะมันไม่ยอมพูดขอโทษรุ่นพี่ แต่มันรอดมาได้เพราะมันสู้ขาดใจจนพวกรุ่นพี่กากๆ พวกนั้นถอยทัพกลับไม่ทัน นับแต่นั้นมาผมก็นับถือมันเป็นเพื่อนที่ดีคนนึงเลย

          ผมไม่ใช่คนที่อยากจะสู้กับใคร อยากจะเก็บตัวอยู่นิ่งๆ คนเดียวซะมากกว่า บางครั้งก็อยากจะตายแล้วหายไปจากโลกนี้เร็วๆ เพราะก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมเหมือนกัน อยู่ไปก็ไม่มีความสุข มีแต่ทุกข์ ถ้าตายคงสบาย ไม่มีห่วง ไม่มีใครต้องดูแลแต่เพราะเพื่อนทำให้ผมมีกำลังใจในชีวิตต่อไป

          ตอนนี้ผมอยากเจอพวกมันที่สุด

          พี่เอซพี่เอซ!”

          “…” ผมหันไปทางเธอเมื่อเธอเรียกผมอยู่หลายคราแต่ผมก็ไม่ได้ขานรับ เธอมีทีท่ารำคาญผมไม่น้อยเพราะผมเป็นคนไม่ค่อยพูดผู้หญิงจะเบื่อก็ไม่แปลก

          พี่พูดเป็นป่ะ เปิดปากพูดอ่ะ ออกเสียงอ่ะเธอดีดนิ้วป๊อก ป๊อกข้างหน้าผมเพื่อเรียกสติ

          “…”

          ไม่ต้องหุบปากตลอดเวลาก็ได้! เฮ้อพี่นี่ก็เออใช่ เพื่อนพี่ที่ชื่อฌอห์นอ่ะออกข่าวใหญ่เลยเธอกอดอกนั่งไขว่ห้างก่อนจะพูดถึงผม..ที่อยู่ในร่างไอ้เอซเห็นเขากำลังทำคดีกันอยู่ สภาพรถเน่ามากอ่ะพี่ คู่กรณีเห็นว่าเป็นผู้หญิงส่วนรถทั้งสองคันก็ยังไม่เคลื่อนย้ายเลยเพราะมันอยู่บนถนนที่เขาไม่ค่อยใช้กันพอดี

          ขอยืมรถหน่อยนะผมรีบเดินออกไปจากห้องทันทีที่เธอพูดจบ แต่เมื่อลงมาเห็นเลือดเต็มพื้นบ้านไปหมดขามันก็แข็งจนไม่รู้จะเดินต่อยังไง กลิ่นเลือดปนกลิ่นเหล้าลอยคละคลุ้งในอากาศจนรู้สึกอยากอาเจียน เวียนหัวไปหมด ผมรีบก้าวออกจากบ้านหลังนี้แล้วขึ้นรถขับรถไปที่ถนนเส้นนั้น

          เพราะที่นั้นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องบ้านี่

          ถ้าผมไปที่นั่นผมคงจะจบเรื่องนี้ได้เช่นกัน!



          เมื่อฉันฟื้นตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล จิตใจของฉันก็พะวงเกี่ยวกับไอ้ฌอห์นจนต้องขอออกจากโรงพยาบาลก่อนเพราะไอ้หมอแก่นั่นจะบังคับให้คนอย่างคริสตัลจ่ายค่าห้องนอนโรงพยาบาลต่อทั้งๆ ที่อาการฉันไม่ได้ปางตายขนาดนั้น แค่ฟกช้ำแค่นั้นเอง ฝ่ายญาติที่บ้านก็แห่มาเยี่ยมฉันจนฉันต้องบอกว่ายังอยู่ดีครบสามสิบสองจ้าพร้อมกับชูสองนิ้วยิ้มแหยๆ ให้ (^_^;)\/

          แต่เหมือนเรื่องจะไม่จบแค่นี้ เพราะคุณตำรวจนัดฉันไปสอบปากคำพรุ่งนี้เรื่องอุบัติเหตุเมื่อคืน แม้ฉันจะขอร้องเขาว่าให้ฉันเขาไปดูอาการเพื่อนสนิทของฉันได้มั้ย แต่เหมือนเขาจะไม่ยอมและมองฉันด้วยสายตาประมาณว่ายัยฆาตกร

          อืมเอาจริงๆ แล้วฉันรู้สึกผิดมากที่ขับรถชนมัน แทนที่จะปกป้องกลับกลายเป็นคนที่ทำให้เรื่องมันเกิดซะเอง ป่านนี้มันจะเป็นยังไงบ้างแล้วก็ไม่รู้

          แต่เหมือนโชคชะตากำหนด ถ้าตอนนั้นฉันเลือกที่จะนอนอยู่บ้านหรือไปแจ้งตำรวจ ผลมันก็เท่ากันกับตอนนี้หรืออาจจะแย่กว่าด้วยซ้ำ พรที่พระเจ้าให้กับฉันมันไม่สามารถหยุดได้แม้ว่าฉันจะพยายามหยุดมันซักแค่ไหนผลมันก็จะออกมาตามที่ฉันได้เห็นในความฝัน ฉันสามารถเลือกที่จะบิดเบือนบางส่วนให้มันแย่น้อยลงหรือทำให้มันแย่มากขึ้น นี่เป็นข้อนึงที่ฉันรู้และเข้าใจในพรวิเศษที่ฉันได้รับมา

          ฉันเลือกให้ตัวฉันเองเป็นคนก่อมัน

          หากคนอื่นชน ไอ้ฌอห์นอาจจะตายไปแล้วก็ได้ แต่ตอนนี้..ไอ้ฌอห์นเป็นเจ้าชายนิทรา มันยังมีชีวิตอยู่ แม้จะโดนตราหน้าว่าเป็นคนเลวแต่ก็ดีกว่าเห็นมันอยู่ในสภาพที่แย่กว่านี้ หากฉันบิดเบือนส่วนไหนตอนจบก็จะเหมือนเดิม เปลี่ยนแปลงเพียงแค่ ‘Good Ending’ หรือ ‘Bad Ending’ อะไรแบบนั้น

          ฉันเพิ่งค้นพบความจริงข้อนี้เมื่อสองปีก่อนจากเหตุการ์ณหมาตาย ในความฝันของฉันมันตายเพราะถูกรถเหยียบแต่ฉันพยายามบิดเบือนมันเลยให้มันกินยาเบื่อแล้วตายไปอย่างสงบๆ ดีกว่าฉันเพิ่งจะนึกความจริงข้อนี้ได้เมื่อคืนหลังจากเกิดเรื่อง และฉันมั่นใจว่าฉันบิดเบือนมันได้ถูกจุด เส้นทางของมันเลยไปจบอยู่ที่ฌอห์นยังมีชีวิต

          ฉันเพิ่งได้ยินจากยัยข้าวหลานสาวของฉันว่าไอ้เอซเพื่อนสนิทอีกคนเมามากแล้วขับรถชนเสาบ้านตัวเองในวันเดียวกัน คนอย่างมันบ้าได้เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ แฮะ ฉันบอกมันแล้วว่าอย่าขับรถตอนเมาเพราะเวลามันเมา ทุกคนรอบตัวมันจะพลอยซวยไปด้วย ไม้ว่าจะนิสัยอ้วกเรี่ยราดหรือแม้แต่ลวนลามทุกคนที่อยู่ใกล้ตัว ยกเว้นฉันที่จะตบมันตลอดเวลามันแตะเนื้อต้องตัว

          “…”

          ฉันกอดอกมองสภาพที่เกิดเหตุอย่างสลดใจ ความบ้าบอของฉันทำให้ไอ้ฌอห์นต้องลำบาก รถสองคันที่กำลังถูกเคลื่อนย้ายไปมีสภาพพังยับเยิน แต่ทางฝั่งคนขับของรถไอ้ฌอห์นมีรอยแตกของกระจกเยอะมาก ไหนจะรอยเลือดที่เกาะบริเวณเบาะรถนั่นอีก

          แต่เมื่อฉันหันหลังกลับไปกลับเจอชายคนหนึ่งที่จ้องมาทางฉันด้วยสายตาพิศวงเกินคาดเดา มองเหมือนจะกลืนกิน จ้องเหมือนจะกินฉันเข้าไปทั้งตัวอะไรแบบนั้น..

          เอซ?” ฉันพูด

          เอซเดินเข้ามาหาฉันจากเดินช้าๆ กลายเป็นเพิ่มความเร็วขึ้นจนกลายเป็นวิ่งเข้ามา ฉันได้แต่มองมันแล้วคิดว่ามันต้องการอะไรถึงได้มาที่นี่ หรือจะเป็นเพราะที่ทำงานเรียกฉันกลับไปทำงาน? อาใช่สิ โทรศัพท์ของฉันอยู่ในรถฌอห์น ป่านนี้คงพังไปแล้วล่ะมั้ง

          แต่อยู่ดีๆ มันก็หยุดวิ่งทั้งอย่างนั้นแล้วย่อตัวลงพร้อมกับกอบกุมศีรษะที่พันผ้าพันแผลไว้ ใบหน้าแสดงความเจ็บปวดออกมาอย่างเห็นได้ชัด ฉันตกใจที่เห็นอีกฝ่ายร้องโอดโอยแล้วกุมหัวตัวเองอยู่แบบนั้นจึงเดินเข้าไปหา

          มึงเป็นอะไร?” ฉันถาม อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาจนเห็นตาแดงก่ำ ปกติมันตาแดงอยู่แล้วแต่ตอนนี้กลายเป็นว่าดวงตาของมันเหมือนจะแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ ดวงตาสีแดงสดจนไม่เหมือนมนุษย์ทำให้ฉันขนลุกซู่ขึ้นมามะ..มึงไหวมั้ย?”

          กู..กูไม่ไหว ช่วยกูด้วยตัล มึงช่วยกูทีเอซพึมพำออกมาแล้วเอื้อมมือหนามาจับขาของฉันช่วยกู..อึก..กูไม่อยากอยู่ในร่างนี้

          มึงว่ายังไงนะ?”

          กูบอกให้มึงช่วยกู!!!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #2 Charlotte Katherine (@poomloveryii) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 19:24
    นี่ฉันมาทำอะไรอยู่ที่ไหน.....
    #นิยายเรื่องนี่ถ้าเดาอายุคนเขียนไม่ออก....แต่สมุมติถ้าเจอแบบนี้ก็คงคิดว่านักเขียนอายุ29หรือเปล่าเพราะมันมาแนวผู้ใหญ่เลยแต่เขียนดีอักขระสวยมากๆๆๆนี่แบบอ่านแล้วยังตกใจเลย รออ่านต่อเน้ออ
    #2
    1
    • #2-1 Tak Paweena (@tukeaeakiki) (จากตอนที่ 3)
      18 เมษายน 2561 / 21:11
      ฮึก รักนะคะ ขอบคุณมากค่ะ ;-;
      #2-1