END [9SPIRITS] Dreams Come True อยากตื่นมาเห็นหน้าเธอ

ตอนที่ 4 : DREAM EPISODE 3 : [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    21 เม.ย. 61

EPISODE 3
Image result for gif sehun
Image result for gif yoona

          กูบอกให้มึงช่วยกู!!” เสียงของอีกฝ่ายดังไปทั่วพื้นที่เงียบสงบนี้จนกลายเป็นเสียงสะท้อนย้อนกลับมา เขาหายใจแรงแล้วมองฉันด้วยดวงตาแดงก่ำที่แสนน่ากลัวนั่น ร่างหนาค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วจับไหล่ฉันอย่างแรง กูคือฌอห์น! มึงต้องจำกูได้! มึง..มึงรู้ใช่มั้ยว่ากูต้องเป็นแบบนี้? ตอบกู! คริสตัล!”

          ดวงตากลมโตสั่นระริกไปด้วยความกลัวและเจ็บกายจากแรงบีบของอีกฝ่าย ฉันไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร เอซหรือว่าสมองมันจะกระทบกระเทือน? ฉันพยายามแกะมือของอีกฝ่ายออกแต่ก็ไม่ได้ผล มันจ้องมองฉันด้วยสายตาที่ดูน่ากลัว เหมือนว่าจะพยายามเค้นคำตอบจากฉันให้ได้

          แต่ทันใดนั้นภาพด้านหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นภาพติดๆ ดับๆ กลายเป็นเห็นภาพคนสองคนกำลังซ้อนกันเป็นสัญญาณคลื่นถี่ ฉันตกใจกับภาพตรงหน้าเลยไม่ได้ยินอะไรที่คนตรงหน้าพูดและตกใจกับสิ่งที่กำลังเห็นต่อไปนี้ เป็นอะไรที่น่าพิศวงและเป็นไปไม่ได้ที่สุดในชีวิตนี้

          ทำไมฉันถึงเห็นภาพฌอห์นในร่างของเอซ?

          สติของฉันดับวูบไปทันทีหลังจากเห็นภาพนั้น ความทรงจำเฮือกสุดท้ายคือมือของใครบางคนกำลังอุ้มร่างของฉันไปซักแห่งหนึ่งก่อนจะไม่รู้สึกตัวอีกเลย



          กูฌอห์นเพื่อนมึงไง!” ผมเขย่าตัวคนตรงหน้าที่กำลังเหม่อลอยกับการจ้องหน้าผม ผมเพิ่มแรงบีบที่หัวไหล่ของคนตรงหนเามากขึ้นจนเกิดรอยแดงเป็นปื้น เธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่! “คริสตัล! ตอบกู!...ตัล ไอ้ตัล!”

          แต่อยู่ดีๆ ร่างของเธอก็อ่อนปวกเปียกพร้อมกับล้มลงไปอยู่ด้านล่าง ผมตกใจมากและประคองเพื่อนสนิทขึ้นไปบนรถของเธอแล้วบึ่งรถออกไปจากที่ตรงนั้น ผมไม่รู่ว่าจุดหมายปลายทางจะไปที่ไหนเลยขับกลับไปที่บ้านไอ้เอซ ผมอุ้มเธอลงมาจากรถแล้วใช้เท้าถีบประตูรถให้ปิดสนิทดังเดิม ร่างสูงโปร่งอุ้มอีกฝ่ายไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินฉับฉับเข้าไปภายในตัวบ้านโดยไม่สนใจเสียงของคนเมาที่ต้องเรียกว่าแม่และผู้หญิงอารมณ์ร้ายที่ต้องเรียกว่าแม่

          พี่เอซ พี่ไปไหนมา?” เธอลุกขึ้นจากเตียงแล้วมองคริสตัลที่อยู่ในอ้อมแขนของผม แล้วอีนั่นเป็นใคร?”

          ผมเลือกที่จะเงียบแล้ววางร่างของคริสตัลลงบนเตียงโดยไม่สนใจเธอที่ดูน่าจะอารมณ์ร้อนไม่น้อย ผมลากเก้าอี้จากด้านหลังมานั่งจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าด เจนแผดเสียงออกมาแหลมปรี๊ดจนแทบจะต้องเอามือมาปิดหู

          นี่พี่เอาผู้หญิงมานอนต่อหน้าต่อตาน้องเหรอ! พี่คิดอะไรอยู่! บ้าไปแล้วหรอ!”

          ออกไป

          ทำไมเจนต้องออก? เจนเป็นเมียพี่ เจนต้องเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ได้อยู่บนเตียงพี่!” เธอพูดดังลั่นก่อนจะเดินมาจ้องหน้าคริสตัลที่ยังไม่ได้สติ มันเป็นใคร? ตอบหนูสิพี่เอซ!”

          ถ้ายังรักผมก็กรุณาออกไปด้วยครับผมที่อดทนมาซักพักออกปากเชิญเธอออกจากห้องก่อนที่เธอจะพูดพล่ามไปมากกว่านี้ ตอนนี้ผมไม่มีความรู้สึกใดใดกับเธอนอกจากคนที่เพิ่งรู้จัก ผมไม่สามารถมองเธอเป็นอย่างอื่นไปได้และไม่คิดว่าจะมีวันนั้นเช่นกัน ผมจ้องไปที่ดวงตาของเธอเป็นการเว้าวอน อีกฝ่ายถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วก้าวออกไปจากห้องแต่โดยดีโดยไม่ต้องกล่าวคำพูดอย่างอื่นอีก

          ผมมีเรื่องที่จะพูดกับเธอมากมายเลยต้องพามาที่นี่ เพราะนอกจากที่นี่ผมก็ไม่มีที่ให้ไป จะไปที่บ้านแล้วบอกเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเขาคงต้องหาว่าผมบ้า หรือหากไปบ้านของเธอ..ผมก็ไม่รู้จักบ้านของเธอเพราะผมไม่เคยไปซักครั้ง

          “…”

          ใบหน้าเล็กนิ่งเรียบพร้อมกับลมหายใจสม่ำเสมอ ไร้เสียงพูดจากใคร มีเพียงความเงียบและเสียงลมหายมจของกันและกัน ผมจ้องหน้าเพื่อนสนิทของตัวเองมาซักพักแต่ก็เหมือนเธอจะไม่ได้สติในเร็วๆ นี้ ผมทำได้แค่รอเธอเพื่อเค้นหาความจริงที่ผมมาอยู่ในร่างเอซให้ได้ ในเมื่อผมอยู่ในร่างของมัน อีกคนก็ต้องอยู่ในร่างของผมอย่างแน่นอน

          แต่ทันใดนั้นเอง

          “…นั่นมันอะไร

          อยู่ๆ รอบตัวของคนตรงหน้าก็มีแสงสว่างขึ้นมาพร้อมกับร่างเล็กที่กำลังลอยขึ้นช้าๆ ผมตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้าจนถอยเก้าอี้กรูดไปข้างหลังอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในโลกใบนี้ ร่างของคริสตัลลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดมันก็หยุดลงพร้อมกับลอยเคว้งคว้างบนอากาศทั้งๆ ที่ยังไม่รู้สึกตัว แสงสว่างเล็ดลอดออกมาจากตัวเธอจนรู้สึกเหมือนเป็นนางฟ้าอะไรแบบนั้น แต่เธอก็ค่อยๆ ลอยต่ำลงมาที่เดิมและแสงสว่างที่เคยอยู่รอบตัวเธอก็ดับลงพร้อมกับสริของเธอที่กลับคืนมา

          “…อือเธอครางอื้ออึงในลำคอ เปลือกตาสีเนื้อค่อยๆ เปิดขึ้น เธอกุมหัวของตัวเองไว้ก่อนจะหันมาหาผม ที่นี่ที่ไหน…”

          บ้านเอซผมตอบ

          บ้านมึงหรอ..แล้วนี่กูเป็นอะไรไปเธอชันตัวขึ้นแล้วพิงกับผนัง

          ไม่รู้

          “…หรอ

          อือผมตอบคำสั้นๆ ให้อีกฝ่าย ดวงตาใสซื่อมองไปรอบๆ ห้องก่อนจะเอ่ยปากพูดต่อ

          ปกติมึงไม่เคยกลับบ้านนี่นา ทำไมคราวนี้ถึงกลับมาล่ะ ขับรถชนเสาบ้านครั้งเดียวทำให้มึงกตัญญูขึ้นมาเลยหรอเธอถามพร้อมยิ้มขบขันให้ผม แต่ผมยังคงใบหน้านิ่งเรียบแล้วตอบสั้นๆ ไป

          กูก็ไม่รู้เหมือนกันถ้ากูรู้กูคงไม่พามึงมาที่นี่ผมมองหน้าเธอแล้วขยับเข้าไปใกล้ มึงจำกูไม่ได้หรอ

          ทำไมกูจะจำไม่ได้? สมองกูยังปกติเว้ย มึงก็เอซเพื่อนสนิทแสนกวนตีนของกูไง ^_^” เธอพูดแล้วเอื้อมมือเรียวมาตบไหล่ผมเบาๆ

          อย่างที่คิด

          ตุ้บ!

          นี่ฌอห์นเพื่อนมึงไง!” ผมตบเตียงแล้วยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้เธออีก กู! ฌอห์น! คีตภัทร! เพื่อนของมึง!”

          อีกฝ่ายตกใจกับการกระทำของผมจึงถีบผมออกมา ผมจับท้องตัวเองเพราะความปวดเลยไม่ทันมองเธอที่กำลังวิ่งออกจากห้องไป ร่างหนาค่อยๆ ชันตัวขึ้นมาก่อนจะวิ่งตามเธอที่กำลังจะลงบันไดหนี

          ฟึ่บ!

          ตอบกู คริสตัลผมกระชากแขนเธอเข้ามาในอ้อมแขนแล้วรัดตัวไว้แน่นเพื่อไม่ให้หนีไปไหนได้อีกทำไมต้องหนี กูแค่ถาม

          กูไม่เข้าใจว่ามึงหมายถึงอะไรเอซ แต่มึงไม่ใช่เอซคนเก่าเพื่อนกูแน่ๆเธอตอบก่อนจะพยายามดิ้นหนีออกจากแรงกอดรัดของผม สายตาเลิ่กลั่กทำให้ผมรู้ำด้ทันทีว่าเธอมีอะไรปิดบังผมอยู่

          กูบอกว่ากูไม่ใช่เอซ! กูคือฌอห์น! ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรอวะ

          มึงจะบ้าเหรอ ผีสิงรึไง

          “…ก็มึงนั่นแหละที่ขับรถชนกู ทำให้กูต้องเป็นแบบนี้!!!”



          อีกฝ่ายปล่อยฉันออกจากอ้อมแขน ปล่อยฉันให้อึ้งอยู่แบบนั้นมันรู้ว่าฉันขับรถชนไอ้ฌอห์นงั้นเหรอ? มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน แถมยังบอกอีกว่าตัวเองเป็นฌอห์นฉันคิดว่ามันคงจะเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ

          มะ..มึงรู้ว่ากูขับรถชนไอ้ฌอห์น?” ฉันถามอีกฝ่ายที่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะตอบ

          เรื่องนั้นไม่สำคัญเท่าตอนนี้กูกับไอ้เจ้าของร่างนี้แม่งสลับร่างกันเอซพูดเรื่องที่ไม่มีทางเกิดขึ้นออกมา สลับร่าง? ฉันขำออกมาอย่างช่วยไม่ได้ สมองมันต้องแย่แล้วแน่ๆ! หรือไม่มันก็คงดูละครหลังข่าวมากเกินไปล่ะมั้ง

          นี่! เล่นมุขอะไรเนี่ย ไม่เห็นจะขำซักนิดฉันยังคงขำกับประโยคเมื่อกี้ของเพื่อนสนิทตัวเองก่อนจะเลี่ยงประเด็นนั้นไป แล้วนี่มึงกลับมาอยู่บ้านตั้งแต่เมื่อไหร่? ปกติมึงจะอยู่คอนโดกับแฟนมึงไม่ใช่ไง๊?”

          “…มึงไม่เชื่อกู?”

          เออ แล้วแฟนมึงไปไหน ไม่มาดูมึงเหรอวะ

          ไม่รู้อีกฝ่ายถอนใจอีกรอบแล้วหลับตาลงเหมือนกำลังระงับอารมณ์ตัวเอง

          ให้กูไปส่งมั้ยเห็นมึงเคยบอกว่าไม่ชอบอยู่บ้านฉันถามเขาพร้อมกับไล่สายตามองไปข้างล่างที่มีรอยเลือดแห้งๆ กับเศษของมีคมตกอยู่รอบๆ คิดว่าคงเป็นของพ่อแม่ไอ้เอซที่มักจะทำแบบนี้อยู่เป็นประจำจนคนเป็นลูกต้องหนีไปอยู่คอนโดคนเดียว มันแทบจะเกลียดพ่อแม่ตัวเองด้วยซ้ำ แต่ถ้าไม่ติดเรื่องบุญคุณมันคงหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ไอ้เอซมันเคยบอกกับฉันอย่างน้อยก็พามันไปคอนโดก่อนดีกว่า เมียมันคงรออยู่ที่นั่น คงจะทำให้มันลืมเรื่องเมื่อกี้ไปได้ =_=;;

          ห้ามให้ใครรู้เรื่องคืนนั้นเด็ดขาดจนกว่าไอ้ฌอห์นจะฟื้น

          ไม่รู้ไอ้เอซตอบคำเดิมอีกครั้ง ฉันถอนหายใจก่อนจะพาเจ้าตัวลงไปขึ้นรถแล้วไม่ถามอะไรอีก

          ระหว่างทางมันก็ไม่ยอมเปิดปากพูดซักแอะ แค่เสียงลมหายใจก็ยังไม่ได้ยินจนฉันนึกว่ามันตายไปแล้วซะอีก  (-_-) แปลกจังแฮะ ปกติมันจะต้องพูดมากกกกกก~ จนฉันต้องหาอะไรมายัดปากมันเพื่อให้มันเงียบๆ แต่คราวนี่มันกลับนั่งเงียบเชียบสงบเสงี่ยมผิดปกติ แถมยังดูขี้เก๊กอีกด้วย ไหนจะเรื่องที่มันบอกว่ามันคือฌอห์นแล้วรู้เรื่องคืนนั้นอีก

          เกิดอะไรขึ้นกันนะ (-_-++)

          เมื่อไหร่มึงจะตอบอีกฝ่ายเริ่มพูดหลังจากเงียบมานาน

          ตอบอะไร

          มึงปิดบังอะไรไว้เอซมองมาทางฉันแล้วถามฉัน

          ไม่มีนี่ฉันหักพวงมาลัยเข้าคอนโดหรูก่อนจะลากมันขึ้นไปชั้นบนสุดเพื่อส่งมันเข้าห้อง อีกฝ่ายเอาแต่จ้องหน้าฉันจากข้างหลังจนระแวงไปหมด ดีนะที่ลุงยามจำฉันกับไอ้เอซได้ไม่งั้นคงไม่ได้เข้ามาเพราะไม่มีคีย์การ์ด ลุงยามเขาจำมันได้เพราะตาแดงๆ ของมันนี่แหละรหัสอะไร

          ฉันถามเมื่อมาถึงหน้าห้องของอีกฝ่าย เพราะไม่มีคีย์การ์ดก็เลยต้องกดรหัสแทน แต่เหมือนว่าเจ้าตัวจะนิ่งเฉยกับคำถามของฉัน

          ไม่รู้อีกฝ่ายตอบแล้วกอดอกเบือนหน้าไปทางอื่น ขมวดคิ้วแน่นเหมือนกำลังเครียดเรื่อวอะไรซักอย่างอยู่

          (-_-++)

          ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด~

          มึงไม่รู้แต่กูรู้ฉันจิ้มรหัสเก่าที่มันเคยตั้งไว้ตั้งแต่ก่อนนู้น เอซหันมาหาฉันก่อนจะถาม

          ทำไมมึงรู้?

          เรื่องของกูฉันตอบก่อนจะบิดลูกบิดเข้าไปในห้อง แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้ตกใจไม่น้อย นี่...นี่มันอะไรกัน?!”

          ทันทีที่เปิดเข้ามาในห้องที่มืดมน ฝุ่นตลบขึ้นมาจนต้องปิดจมูกไว้ สภาพห้องดูยับเยินเกินกว่าจะอยู่ได้ ข้าวของกระจัดกระจายเต็มพื้น ชั้นวางของรวมถึงเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นล้มระเนระนาดไม่เป็นท่า กลิ่นเลือดลอยคละคลุ้งในอากาศ สายตาเหลือบไปเห็นรอยเลือดสีเข้มบนเตียงสีขาวขุ่นที่ตอนนี้เต็มไปด้วยขนปุยนุ่นจากหมอนที่โดนฉีก รวมถึงรอยเลือดที่อยู่ตามจุดต่างๆ ในห้อง โซฟาตัวโตที่โดนกรีด เครื่องเล่นเสียงที่ถูกเปิดเพลงไว้ตั้งแต่เข้าห้องมาทำให้ฉันคิดว่าต้องมีคนเข้ามาในห้องนี้ก่อนเราแน่ๆ

          เอซเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับความสงสัยในใจ เหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นที่นี่ ร่องรอยการค้นจากลิ้นชักทุกที่ในห้องนี้บ่งบอกว่าคนคนนั้นต้องการอะไรบางอย่าง ไหนจะรอยเลือดมากมายนี่อีก มันต้องไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่

          ความทรงจำส่วนหนึ่งของเธอได้แว๊บเข้ามาในโสตประสาทก่อนที่เธอจะนึกอะไรได้

          ฉันเคยมาที่นี่มาก่อน!

          หญิงสาวร่างบางในชุดเดรสสีขาวที่ดูบริสุทธิ์กำลังมีความสุขกับใครคนหนึ่งที่เธอไม่เห็นใบหน้าของเขา เขาทั้งสองโอบกอดกันและกันและเต้นรำในเพลงจังหวะช้าในห้องห้องนี้

          แต่ในขณะเดียวกัน

          มีความสุขมั้ยครับ?’ ชายคนนั้นซุกไปที่ซอกคอของหญิงสาวข้างหน้าแล้วขยับขาตามจังหวะเพลงไปด้วย เขาคลอเคลียที่ใบหูของเธอจนเธอรู้จั้กจี้จนยิ้มออกมา

          เหม่ยมีความสุขมากเลย ขอบคุณนะคะหญิงสาวที่เรียกตัวเองว่าเหม่ยโอบรอบคอของเขาเพื่อให้อีกฝ่ายซุกไซร้ซอกคอตัวเองได้มากขึ้นโดยไม่รู้เลยว่า

          วันนี้เป็นวันที่พิเศษสำหรับผม…’ เขากระซิบข้างหูของเธอก่อนจะชักมีดที่อยู่ด้านหลังออกมา เพราะมันเป็นวันตายของมึงไง!’

          ฟึ่บ!

          มีดที่แหลมคมูกเสียบเข้าไปที่ท้องของคนตรงหน้าอย่างแรง เธอทรุดลงกับพื้นพร้อมกับเลือดที่กำลังไหลออกมาไม่หยุด เขาทำท่าจะดึงมีดออกแล้วแทงเธอซ้ำอีกครั้งแต่เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีถีบเขาออกแล้วพยายามชันตัวลุกขึ้นหนี เธอตั้งสติ หายใจเข้าออกให้ตัวเองมีสติมากขึ้นก่อนจะดึงมีดออกอย่างแรง

          กรี๊ดดดดดดดดดดด!’ เธอร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดก่อนจะลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ช่วยด้วย ช่วยฉันที!’’

          ไม่เชิงว่าเคยมาแค่เคยฝันถึง

          เธอเคยเห็นเหตุการ์ณนี้ในฝันเมื่อสามเดือนก่อน พลางคิดไปแล้วว่าฝันของเธออาจจะผิดพลาดแต่มันกลับเกิดขึ้นจริงในตอนนี้ เธอไม่ได้เคยมาคอนโดของเพื่อนสนิทมาก่อนแต่รู้รหัสเพราะมันชอบตั้งรหัสสี่ตัวเหมือนเดิมตลอด

          1205 วันเกิดแม่ไอ้เอซ

          หมายถึงแม่แท้ๆ ที่ไม่ใช่แม่เลี้ยงที่อยู่ที่บ้านตอนนี้

          แม่ของมันเสียเพราะโดนพ่อของมันทำร้ายจิตใจทุกวันจนสภาพทั้งร่างกายและจิตใจย่ำแย่จนกินยาฆ่าตัวตายไปแบบเงียบๆ แต่ดูเหมือนพ่อของมันก็ดูไม่เสียใจอะไร กลับพาแม่คนใหม่มาหามันด้วยซ้ำ ทุกวันเกิดของแม่เอซจะเอาดอกไม้ไปเยี่ยมที่สุสานตลอดและไม่ลืมที่จะพาฉันไปด้วยเสมอ

          แต่ในความฝันฉันไม่เห็นหน้าผู้ชายคนนั้นแต่ก็พอจำหน้าผู้หญิงได้ เป็นคนที่สวยมากเลยล่ะ ขาวสวยสูง เป็นผู้หญิงที่เพอร์เฟกต์ที่สุดตั้งแต่ที่ฉันเคยเจอมา ถ้าบอกว่าเป็นดาราฉันก็เชื่อ แต่ว่าดาราดังจะมาอยู่ในห้องไอ้เอซได้ยังไงล่ะ จริงมั้ย?

          บางทีโลเคชั่นมันอาจจะคล้ายกัน อาจจะไม่ใช่ที่นี่ก็ได้นะ

          กูว่ามึงอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้วล่ะฉันเอ่ยปากพูดท่ามกลางความเงียบ ใบหน้าคมหันมาฉันก่อนจะหันไปเหมือนเดิมโดยที่ไม่ได้พูดอะไร บ้านมึงก็ไม่อยากอยู่ คอนโดก็อยู่ไม่ได้

          “…” ร่างสูงมองไปที่หน้าต่างที่มีผ้าม่านกำลังพลิ้วไสวเพราะแรงลมจนเห็นทิวทัศน์ของเมืองหลวงได้ชัดเจน

          เอซฉันเรียกมันอีกครั้งแต่สิ่งที่ได้กลับมาก็มีเพียงเสียงลมที่กำลังพัดที่หน้าต่างเท่านั้น

          ความเงียบกำลังครอบงำเราทั้งสอง เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมเปิดปากพูดฉันก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากมองใบหน้าคมของอีกคน ดวงตาของเขาดูล่องลอยไร้จุดหมาย เหมือนจะเศร้าแต่ก็ปนความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก อีกฝ่ายยืนนิ่งเหมือนภาพ .jpg ไร้การกระดุกกระดิก แต่เสียงโทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้น มือเรียวหยิบมันขึ้นมาแล้วรับสาย

          ค่ะพี่โอ

          (“หายแล้วเหรอ”)

          ดีขึ้นมากแล้วค่ะฉันตอบปลายสายพลางยิ้มอารมณ์ดี อย่างน้อยก็มีคนเป็นห่วงฉันบ้างแหละน้า

          (“อือ หายแล้วก็รีบมาทำงาน แค่นี้นะ”) พี่โอวางสายทันทีที่พูดจบจนฉันต้องมองโทรศัพท์ตัวเองแบบงงๆ อะไรกัน! ที่แท้ก็จะโยนงานให้ฉันเหรอเนี่ย ไม่มีความเป็นห่วงซักนิดสินะ ใช่ซี้ ฉันมันคิดไปเอง สำคัญตัวผิดไปเอง! -3-

          มึงไปอยู่บ้านกูก่อนมั้ยฉันถามอีกฝ่ายที่นิ่งเงียบมากว่าครึ่งชั่วโมงจนขาฉันตะคริวจะกินอยู่แล้ว ฉันไม่ได้บ้าผู้ชายนะ! แค่สงสารเพื่อนแค่นั้นเอง ตอนนี้มันกำลังลำบากนะ ไหนจะเรื่องบ้าๆ ที่เกิดขึ้นที่นี่อีก ในฐานะที่เป็นเพื่อนก็ขอช่วยเหลือมันหน่อยแล้วกัน

          ไม่จำเป็น (-_-)” อีกฝ่ายตอบกวนๆ กลับมาพร้อมกับใบหน้านิ่งเรียบและสายตาไร้อารมณ์

          อ้ออออออ!~ เหรอจ๊ะพ่อคนเก่ง! หรือมึงจะไปนอนใต้สะพานลอยกับหมาน้อยน่ารักกับเห็บหมาที่ใสซื่อ?! ไม่มีที่ให้มึงอาศัยแล้วโว้ยยย! มาอยู่กับกูนี่แหละ เก๊กทำไมฉันอารมณ์เสียมากเลยเท้าเอวแล้วด่ามันอย่างหมดอารมณ์ เก๊กทำไม! ถามว่าเก๊กทำไมมมม! เก๊กไปมึงก็ไม่หล่อไอ้เอซซซ!

          นอนกับหมาน้อยและเห็บหมาคงดีกว่านอนกับคนสกปรกแบบมึง (-_-)”

          “…อย่างกับมึงสะอาดมากอ่ะ

          ครับ (-_-)”

          “(-*-)” ฉันเริ่มจะหมดความอดทนกับมันแล้วนะ!!! ทำไมถึงนิสัยเสียแบบนี้วะเนี่ยย! เพื่อนอุส่าต์จะช่วยเป็นที่พักพิงให้กลับมาปฏิเสธแบบไร้เยื่อใยแบบนี้ได้ยังไง!

          หรือฉันจะปล่อยมันทิ้งไว้ที่นี่ดี? หึหึ

          เอ๊ะ เดี๋ยวก่อนนะ

          ฮะ..ฮัดชิ้ว!” อีกฝ่ายจามออกมาอย่างที่คิด ฉันรีบพามันออกมาจากห้องก่อนที่อาการมันจะหนักไปกว่านี้

          มันลืมหรือไงว่าตัวเองแพ้ฝุ่นน่ะ!!

          จมูกของอีกฝ่ายแดงกว่าผลเชอร์รี่ไปแล้ว ฉันไม่มียาให้มันตอนนี้แต่ก็พอรู้ว่าถ้ามันหน้าแดงต้องดื่มน้ำให้หาย!

          ถึงมันจะไม่ใช่วิธีรักษาที่ถูกต้องแต่มันก็ถูๆ ไถๆ ได้ล่ะนะ TOT ฉันยื่นน้ำที่ติดกระเป๋ามาให้มันดื่ม มันทำหน้าสงสัยแต่ฉันก็ยัดเยียดให้มันดื่มก่อนที่มันจะจามไม่หยุด สมัยมัธยมมันจามไม่หยุดจนเลือดกำเดาพุ่งเลยล่ะ ฮึก น่ากลัว เพราะเหตุการ์ณนั้นทำให้สาวๆ หลายคนที่ชอบไอ้เอซเบือนหน้าหนีเพราะมันน่ากลัวนี่แหละ บางทีฉันก็สงสัยนะว่าถ้าจะกลัวก็ควรกลัวตั้งแต่ตาของมันที่แดงกว่าสีปากชะนีแล้วนะ

          อีกฝ่ายเริ่มหยุดจามแต่จะกลายเป็นสำลักน้ำแทน ฉันตบแผ่นหลังกว้างของมันแรงๆ ให้หาย แต่ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นจุกแทนที่จะหายซะแล้ว ก็ฉันมือหนักนี่นา -_-;

          โอเคยังฉันถาม

          อือเอซสำลักค่อกแค่กอีกซักพักก่อนจะหันมาถามฉัน แพ้ฝุ่นทำไมต้องดื่มน้ำ?”

          ก็มึงเป็นงี้มาตั้งนานแล้วอ่ะ เห็นกินน้ำทีไรก็หายทุกที อ้อ! ต้องเป็นน้ำจากมือกูเท่านั้นด้วยนะ

          มึงสนิทกับมันไม่สิ สนิทกับกูขนาดนั้นเลย?” อีกฝ่ายก้มหน้าลงมาถามฉันเพราะความสูงที่แตกต่างกัน ฉันสูงประมาณหัวไหล่ของมันเองมั้ง อายชะมัด

          อาการหนักนะมึงอ่ะ กัดตูดกันก็เคยมาแล้ว สนิทไม่สนิทก็ think เอาเองละกันฉันตอบแล้วเดินนำหน้าออกไปตามโถงทางเดิน เว้นแต่ไอ้ฌอห์นนั่นแหละที่ทำตัวเป็นคุณชายถือเนื้อถือตัวอยู่คนเดียว แต่ก็ไม่แปลกอะไรเพราะพ่อของมันก็ไม่ค่อยชอบที่มันมาคบเราสองคนเป็นเพื่อนอยู่แล้ว

          “…”

          ฉันจำได้เลย ตอนที่เราโดดเรียนไปห้างกันครั้งแรก พ่อไอ้ฌอห์นสั่งปิดห้างทันทีแล้วไล่คนออกหมด แถมยังด่าเราจนแทบหูชา ตั้งแต่วันนั้นมาเราก็ไม่ได้ไปเที่ยวกันครบสามคนอีกเลยฉันเดินพูดถึงเรื่องวันวานจนถึงหน้าลิฟต์ก่อนจะกดปุ่มลงเพื่อลงไปชั้นล่าง พ่อไอ้ฌอห์นอยากให้มันรับช่วงต่อแต่มันอยากเป็นดารา ขำชะมัด เพราะแบบนั้นมันเลยโดนพ่อเผด็จการใส่ตลอด

          ติ๊ง!

          “…”

          แต่มันให้เหตุผลว่า อยากพูดแถมยังหน้าหล่ออีกเลยโดนจับไปเป็นดาราซะงั้น แถมยังมีแฟนสวยๆ อีกต่างหาก ชีวิตแม่งโคตรคอมพลีทเลยแต่กูก็ไม่รู้ว่ามันมีความสุขมั้ยฉันเว้นจังหวะไปพักหนึ่งก่อนจะพูดต่อ ถ้าวันนั้นมันไม่โดนรถชนฉันคงจะขอเงินมันมาซื้อรถใหม่แล้วล่ะ

          หรอเอซเริ่มพูดคำแรกหลังจากเงียบมานาน

          “..แล้วสรุปจะไปบ้านกูมั้ยฉันไม่ตอบคำถามอขลมันแล้วถามมันต่อในคำถามเดิม ลิฟต์เปิดขี้นพอดีหลังจากพูดจบ ฉันเดินตรงไปที่รถของตัวเองที่อุส่าต์ขอพี่ชายคนโตมาขับก่อนรอรถตัวเองเข้าอู่เสร็จ

          ไปอีกฝ่ายตอบนิ่งๆ กูมีหลายเรื่องที่ต้องการรู้ถ้าไปบ้านมึงคงจะรู้อะไรได้

          “…” ฉันเดินมาถึงรถของตัวเองก่อนจะเปิดเข้าไปนั่ง มือเรียวกำลังจะดึงสายรัดนิรภัยแต่กลับโดนมือหนาของอีกคนจับมันไว้ก่อนจะดึงมันลงมาเสียบให้ ใบหน้าของมันอนู่ใกล้ชิดกับฉันเพียงไม่กี่เซน ใกล้จนได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่าย

          แล้วถ้าจะอยู่ตลอดไปล่ะ ได้มั้ย?” อีกฝ่ายถามแล้วกลับไปที่ที่นั่งของตัวเอง ฉันกุมหน้าอกของตัวเองเพราะหัวในเจ้ากรรมมันเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกจากอกเพราะความหล่อของมัน มองใกล้ๆ แล้วมันหล่อมาก ฮึก หล่อ

          เล่นอะไรเนี่ย!”

          เปล่ามันถามแล้วกระตุกยิ้มน้อยๆ ออกรถสิ

          ไม่ต้องมาสั่ง!” ฉันพูดก่อนจะออกรถไปด้วยความเร็วอย่างไม่กลัวใบสั่ง

          ระหว่างขับรถ อีกฝ่ายเริ่มหลับลงโดยที่ไม่ได้พูดอะไรต่อ ทั้งสองอยู่ท่ามกลางความเงียบ โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีบางสิ่งบางอย่างอยู่รอบตัวเขาทั้งสอง คริสตัลขับรถเข้าไปในซอยแคบก่อนจะสังเกตเห็นว่าท้องฟ้าเริ่มมีเมฆมาบดบังพระอาทิตย์จนมีแต่ความมืดมา ฝนคงกำลังจะตก เสียงฟ้าคำรามจนเธอตกใจแต่อีกฝ่ายกลับนอนสงบไม่สนใจสิ่งรอบข้าง บรรยากาศในรถเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อเริ่มผุดออกมาจากผิวหนัง มือเรียวปรับความเย็นของแอร์จนถึงระดับสูงสุดแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะมีความเย็นมากขึ้น

          ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีดำมืดมิดพร้อมกับลมแรงมี่พัดจนต้นไม้ข้างทางเอนจนเธอหวั่นใจเหลือเกินว่ามันจะหล่นลงมา เท้าเหยียบคันเร่งให้ไปถึงบ้านเร็วที่สุดเพราะคิดว่าต้องเกิดพายุเป็นแน่ แต่คนข้างกายกลับไม่มีทีท่าว่าจะตื่น เสียงลมหายใจเป็นจังหวะบ่งบอกว่าหลับสนิทแน่นอน เธอไม่อยากปลุกแต่ก็กลัวเหมือนกันที่จะต้องเผชิญกับบรรยากาศแสนน่ากลัวนี่คนเดียว

          ทำไมแอร์มันร้อนงี้วะฉันบ่นกับตัวเองเพราะแทนที่แอร์จะปล่อยอากาศเย็นๆ เข้ามาภายในรถกลับกลายเป็นความร้อนแทน เหงื่อเริ่มไหลรินจากหน้าผากลงมาที่คอ ฉันแปลกใจเหลือเกินที่ไอ้เอซมันนอนหลับสนิทได้ท่ามกลางความร้อนขนาดนี้ ผิดนิสัยมันไปแล้ว

          แต่ทันใดนั้นเอง เสียงแหบแห้งที่ดูอารมณ์ร้อนจากใครบางคนก็ดังที่ข้างหูของเอซทำให้เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับฝนเม็ดใหญ่ที่กำลังตกลงมา

          หุบปากของมึงเถอะ ไม่มีใครเชื่อมึง!’

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #7 Aom_1204 (@Aom_1204) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 13:39
    ชอบมากค่า สู้ๆน้า
    #7
    1
    • #7-1 Tak Paweena (@tukeaeakiki) (จากตอนที่ 4)
      24 เมษายน 2561 / 15:23
      ขอบคุณมากนะคะ ;-;
      #7-1
  2. #4 หมูยุน (@Fahfahfi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 10:26
    ปูเสื่อรอค่าาา
    #4
    1
    • #4-1 Tak Paweena (@tukeaeakiki) (จากตอนที่ 4)
      21 เมษายน 2561 / 21:28
      มาต่อแล้วจ้า
      #4-1