กำเนิดจอมราชันย์แห่งวิญญาณ (GodOfSoul)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,203 Views

  • 13 Comments

  • 136 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    65

    Overall
    3,203

ตอนที่ 2 : ตื่นขึ้นอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 698
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    3 ธ.ค. 61




ตอนที่ 2 : ตื่นขึ้นอีกครั้ง    


 
     
     ณ ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ ต้นไม้สูงใหญ่หนาแน่นเต็มไปหมด แต่ในความสวยงามนี้ ก็มีเสียงคำรามของสัตว์อสูรดังก้องออกมาเป็นระยะๆ ทำให้บรรยากาศภายในป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยความกดดันและอันตรายอยู่ทุกเมื่อ และในมุมหนึ่งของผืนป่าที่กว้างใหญ่แห่งนี้ ก็มีร่างของเด็กชายคนหนึ่งใส่ชุดผู้ฝึกยุทธสีเทาเก่าๆขาดๆ กำลังนอนแน่นิ่งอยู่ข้างๆลำธาร

     "อึก.. เกิดอะไรขึ้น?" เด็กชายค่อยๆลืมตาขึ้น พร้อมกับพึมพำในลำคออย่างสับสน ก่อนที่จะค่อยๆฝืนตัวลุกขึ้นมานั่งอย่างยากลำบาก ก่อนจะกวาดสายตามองออกไปรอบๆตัวเขาอย่างช้าๆ ก็พบว่าเขานั้น กำลังอยู่ที่ริมลำธารที่ใดซักแห่ง ท่ามกลางป่าเขาอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา และทันทีเขาก็พลันขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างอดไม่ได้


     "ที่นี้มันที่ไหนกัน? นี่ข้าถูกส่งผ่านมิติมาอย่างงั้นรึ!" เฟยหมิงมองไปบนท้องฟ้า พร้อมกับพึมพำออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนที่เขาจะโบกมือขึ้นมาบนอากาศ เพื่อที่จะเปิดช่องว่างมิติส่วนตัวซึ่งเป็นทักษะของระดับชั้นราชันย์วิญญาณ ที่เขานั้นใช้เก็บสิ่งของเอาไว้มากมาย คล้ายดั่งแหวนมิติ แต่ทว่า

     เมื่อเขาโบกมือเพื่อใช้พลัง กลับไม่มีสิ่งใดปรากฏออกมาให้เห็นอย่างที่มันควรจะเป็น และสิ่งที่เขาตื่นตกใจยิ่งกว่า นั้นก็คือมือและแขนของเขานั้น มีขนาดเล็กลงจนเขาต้องสะดุ้งอย่างสุดตัว ก่อนที่จะก้มหน้าลงมาสำรวจร่างกายตัวเอง และก็ต้องตกใจอย่างสุดขีดอีกครั้ง เมื่อพบว่าเขานั้นได้กลายเป็นเด็กชายที่อายุไม่น่าจะเกิน 10 ข่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่วบปีด้วยซ้ำ "เพ้ย!! นี้มัน! เกิดอะไรขึ้น!? ทำไมข้าถึงกลายเป็นเด็กได้? แล้ว-" 


อ๊า!

     ยังไม่ทันที่จะได้พูดจบ เขาก็พลันรู้สึกปวดหัวอย่างหนักขึ้นมาทันที เมื่อเขาสำรวจไปที่พลังลมปราณของเขา เขาก็พลันตะโกนออกมาอย่างเดือดดาลทันที


     "อ๊ากกกก..." เฟยหมิงร้องลั่นออกมาอย่างบ้าคลั้ง "บัดซบ!! พลังลมปราณขั้นเทวะวิญญาณที่ข้าฝึกฝนมาทั้งชีวิตกว่า 332 ปี กลับเหลือเพียงแค่ กำเนิดลมปราณ ขั้น2 อย่างงั้นหรือ!? อัก.." เขาสบถออกมาดังลั่นด้วยความเดือดดาล จนทำให้โลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปากอย่างเคียดแค้น แต่ในขณะนั้นเอง อยู่ๆเขาก็พลันรับรู้ถึงรังสีสังหารสายหนึ่ง ที่มุ่งตรงมาทางเขาอย่างดุร้าย และเหมือนว่ามันจะรับรู้ได้ว่าเฟยหมิงรู้ถึงการมีอยู่ของมันแล้ว อยู่ๆก็มีเงาขนาดใหญ่กระโดดออกมาจากพุ่มไม้หนา ออกมาดักด้านหน้าเฟยหมิงเอาไว้ในพริบตา

ตุบ!!

กรรร!!! 

     เสียงขู่คำรามดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ พร้อมกับปล่อยรังสีสังหารที่จับจ้องไปทางเฟยหมิงอย่างดุดัน สีหน้าเฟยหมิงเปลี่ยนเป็นปั้นยากทันที จนเขาก็ต้องก้าวถอยอย่างลืมตัวจากแรงกดดันมหาศาล เพราะสิ่งที่กระโดดออกมานั้นมันคือ หมาป่าขนโลหิต ที่มีลำตัวยาวกว่า 2 เมตร ดวงตาสีแดงก่ำ กำลังจีบจ้องเขาอย่างกระหาย พร้อมกับแยกเขี้ยวสีแดงฉานอันแหลมคมที่ส่งกลิ่นคาวโลหิตคละคลุ้งไปทั่ว จนทำให้เขาถึงกับหายใจอย่างยากลำบาก 

     และด้วยร่างกายที่มีพลังลมปราณเพียงแค่ขั้นกำเนิดลมปราณระดับ 2 อันต่ำตม การที่มาเจอสัตว์อสูรนักล่าชั้นกำเนิดลมปราณระดับกลางขั้น 4 ในตอนนี้ ถือเป็นหายนะสำหรับเขาเลยทีเดียว เฟยหมิงขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างช่วยไม่ได้ เขาคาดไม่ถึงว่า ผืนป่าที่ดูเงียบสงบแห่งนี้ จะมีอันตรายถึงเพียงนี้หลบซ่อนอยู่

     สายตาของเขาจับจ้องไปที่หมาป่าขนโลหิต ฝืนชักสีหน้ากลับมานิ่งสงบ และค่อยๆก้าวถอยหลังอย่างช้าๆ ก่อนที่หางตาของเขาจะพบเข้ากับท่อนไม้หักซีก จนเป็นปลายแหลมท่อนหนึ่งขนาดกำลังพอดีมือ ที่ถูกกระแสน้ำพัดมาเกยที่ริมลำธารเอาไว้ แกร่ก!! แต่ในจังหวะที่กำลังตัดสินใจอยู่นั้น อยู่ๆก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นที่ด้านหลัง เขาก็รีบพุ่งตัวออกไปคว้าท่อนไม้ปลายแหลมขึ้นมาทันที ก่อนที่จะพบว่ามีเงาขนาดใหญ่อีกสายหนึ่ง พุ่งออกมาจากเงาไม้ด้านหลัง กระโจนข้ามหัวของเฟยหมิงออกมาขวางกลางระหว่างเฟยหมิงและหมาป่าขนโลหิตอย่างรวดเร็ว

วูม!!

     ชั่วพริบตานั้นเอง ก็เกิดเป็นแรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมากดดันบรรยากาศโดยรอบเอาไว้ทันที ก่อนที่จะมีเสียงคำรามที่ดังกึกก้องไปทั่วผืนป่า

โฮก!

     เสียงคำรามดังลั่นออกมาจากปากของสัตว์อสูรตัวสีขาวลายดำ ลำตัวขนาดใหญ่มากกว่าหมาป่าขนโลหิตถึงสองเท่า และเมื่อเฟยหมิงเห็นร่างที่แท้จริงของเจ้าของแรงกดดันนั้น เขาก็ถึงกับหน้าถอดสีทันที แผ่นหลังนั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อที่แสนเย็นเยียบ "พะ.. พยัคฆ์หมอกคราม อสูรวิญญาณชั้นกำเนิดขั้นกลางระดับ 6!" เสียงของเขานั้นสั่นเครืออย่างมาก เนื่องด้วยสถานการณ์ตอนนี้นั้น ย่ำแย่กว่าเก่าเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมีพยัคฆ์หมอกคราม ปรากฎตัวออกมาอีกหนึ่งตัว


     สีหน้าของเขาพลันตึงเครียดขึ้นมาอย่างมาก สายตาจับจ้องไปที่พยัคฆ์หมอกคราม หากมันขยับเขาจะขยับออกไปอย่างสุดชีวิตทันที ความห่างของพลังมันต่างกันเกินไป 'ป่าผืนนี้อันตรายยิ่งนัก เจอหมาป่าขนโลหิตยังไม่พอยังเจอพยัคห์หมอกครามอีกตัว! บัดซบ!' เฟยหมิง สบถในใจอย่างช่วยไม่ได้ ที่ต้องมาเจอเหตุการณ์ซวยซ้ำซวยซ้อนอย่างนี้ ตั้งแต่มายังโลกนี้วันแรก แต่ในตอนนั้นเอง ที่เฟยหมิงกำลังจ้องตาของมันอยู่ อยู่ๆพยัคฆ์หมอกครามก็หันหน้าไปคำรามใส่หมาป่าขนโลหิต จนเสียงของมันนั้นดังกึกก้องกว่าคราแรกมากนัก


กรรรร !! 

     สิ้นเสียงคำราม พยัคฆ์หมอกครามก็กระโจนเข้าหาหมาป่าโลหิต พร้อมกับกางกรงเล็บอันแหลมคมออกมา หวังจะตะปบไปที่หัวของหมาป่าขนโลหิต ให้ขาดกระเด็นไปในครั้งเดียว 


ตูม !!!!! 

แก่ก แก่ก โครมมม !!

     เสียงต้นไม้หักโค้นลงดังสนั่น จากการโจมตีของพยัคฆ์หมอกครามเพียงครั้งเดียว ก็ทำให้ต้นไม้บริเวณนั้นกว่า 2 ต้น หักโค้นลงอย่างง่ายดาย แต่ทว่าหมาป่าขนโลหิตก็ใช่ว่าจะเสียท่าอย่างง่ายดายซะทีเดียว มันได้ใช้ความเร็วที่ถนัดของมัน กระโดดหลบออกไปด้านข้างได้อย่างฉิวเฉียด และด้วยขนาดตัวของมันที่เล็กกว่า ทำให้ความเร็วของมันนั้น ไม่ได้ต่างไปกว่าพยัคฆ์หมอกครามเท่าใดนัก

     เมื่อเฟยหมิงเห็นอย่างนั้น แววตาก็พลันประกายวูบ เขามองสถานการณ์ตรงหน้าออกในทั้นที ด้วยประสบการณ์อันมากมายของเขาเอง ทำให้หยาดเหงื่อไหลเยิ้มทั่วใบหน้า เขาค่อยๆลบร่องรอยและก้าวถอยหลังห่างออกจากพวกมันอย่างช้าๆ โดยอาศัยจังหวะที่พวกมันนั้นกำลังต่อสู้เพื่อแย่งชิงอาหารกันอยู่ ซึ่งอาหารที่ว่านี้ ก็ไม่ใช่ใครอื่น นั้นก็คือตัวเขานั้นเอง และในที่สุด ด้วยการที่สัตว์อสูรทั้งสองตัว ต่างก็อยากลิ้มรสชาติมนุษย์ ที่นานๆจะได้เจอซักครา ก็สู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำให้เฟยหมิงถือโอกาศออกห่างออกมาจากระยะอันตรายได้พ้น แต่ผืนป่าแห่งนี้ช่างกว้างใหญ่และอันตรายยิ่งนัก เขาต้องรีบหาที่หลบซ่อยตัวโดยเร็วที่สุด

     1 ชั่วโมงต่อมา เฟยหมิงได้หนีออกมาไกลจากพวกมันพอสมควร ก่อนที่จะพบเข้ากับถ้ำขนาดไม่ใหญ่มากนักอยู่ตรงกลางระหว่างเส้นโค้งของลำธาร และแถวนั้นก็ไม่มีสัตว์อสูรอยู่ใกล้ๆบริเวณนี้ซักตัวเดียว เขาจึงเดินเข้าไปสำรวจดู ภายในถ้ำเป็นทางลาดลงชันพอสมควรคล้ายหลุมลึกที่มืดมิดมีน้ำขังอยู่ก้นหลุมลึกพอสมควร ไร้สิ่งมีชีวิตและปลอดภัยดี เขาก็ตัดสินใจเข้าไปหลบภัยอยู่ในถ้ำทันที


     แต่ทว่า ในใจของเขาก็อดระแวงสัมผัสรับรู้ของเจ้าพยัคห์หมอกครามไม่ได้ เพราะว่าเสียงการต่อสู้ของพยัคฆ์หมอกครามและหมาป่าขนโลหิตนั้น พึ่งจะเงียบหายไปเมื่อ 20 นาทีที่แล้วนี่เอง "สงสัยข้าต้องทำอะไรซักหน่อยแล้ว" 


     เฟยหมิงค่อยๆก้าวลงทางลาดลึกลงไป หากเดินไม่ระวัง อาจจะพลาดตกลงไปบาดเจ็บได้ และทางลงก็มีก้อนหินและหลุมอยู่จำนวนมาก และยังมีเศษไม้และท่อนไม้อีกมากมายที่ถูกกระแสน้ำจากลำธารซัดเข้ามาภายในถ้ำ เขาค่อยๆนำก้อนหินและท่อนไม้ไปไว้ที่ทางเข้าเพื่อทำให้ทางเข้าแคบลง เขาจึงลงมือทำกับดักในทันที 

     หลังจากที่ผ่านมากว่า 30 นาที จนในที่สุดกับดักก็เสร็จเรียบร้อย เขาเดินตรวจดูกับดักของเขาอย่างละเอียดอยู่ซักพัก ก่อนที่จะเดินออกมาสำรวจปากถ้ำอย่างสบายใจ แต่แล้วอยู่ๆบรรยากาศก็พลันอึดอัดขึ้นมา พร้อมกับรู้สึกถึงแรงกดดันอันคุ้นเคย แผ่กระจายออกมาจากชายป่า ห่างจากปากถ้ำไม่ถึง 50 เมตร จนเขาต้องรีบหันหน้าจ้องมองออกไปที่ชายป่าทันที 

กรร!

     เสียงคำรามของ พยัคฆ์หมอกครามดังลั้นไปทั่วบริเวณหน้าปากถ้ำ แต่สีหน้าของเฟยหมิงกลับเย็นชาไม่หวันเกรงใดๆ พร้อมกับยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย "เข้ามาเลยเจ้าแมวน้อย!! ข้ารอเจ้าอยู่นานนัก ฮ่าฮ่าฮ่า" เฟยหมิงตะโกนออกไปด้วยน้ำเสียงหยามเหยียดพร้อมกับค่อยๆเดินออกมาจากถ้ำอย่างช้าๆ สีหน้าของเขานั้น เรียบเฉยเหมือนไม่เห็น พยัคฆ์หมอกครามอยู่ในสายตา

     เมื่อพยัคห์หมอกครามเห็นสีหน้าของเฟยหมิง มันก็ระเบิดพลังลมปราณออกมาด้วยความเดือดดาลทันที จนเกิดเป็นแรงลมหมุนวนอยู่รอบๆตัวมัน ที่ส่งเสียงแหวกอากาศหวีดหวิวไปทั่วบริเวณ พร้อมกับปลดปล่อยรังสีสังหารอันมหาศาลกระจายออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

     'บัดซบ! เหตุใดมันถึงได้เลื่อนระดับขึ้น!?' เฟยหมิงสบถในลำคอทันที่เมื่อรับรู้ถึงพลังลมปราณที่แท้จริงของพยัคฆ์หมอกครามในตอนนี้ ที่อยู่ในชั้นกำเนิดลมปราณขั้นปลายระดับ 7 แล้ว คาดว่ามันคงสังหารและกลืนกินผลึกอสูรของหมาป่าโลหิตเข้าไปเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าเฟยหมิงก็ยังคงกัดฟันเอาไว้แน่น และยังคงความนิ่งเฉย ไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวใดใดทั้งสิ้น ก่อนที่จะยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย และเริ่มโคจรลมปราณขั้นกำเนิดลมปราณระดับ 2 อันน้อยนิดของเขาทันที พร้อมกับจับจ้องไปที่่พยัคฆ์หมอกครามด้วยแววตาดูแคลน

ฟุบบ!! 

     เพียงแค่พริบตาเดียว อยู่ๆร่างของพยัคฆ์หมอกครามก็หายไปจากสายตาของเขา ก่อนที่จะเห็นเป็นเงาร่างของมันกระโจนเข้ามาที่ด้านซ้ายของเฟยหมิง พร้อมกางกงเล็บอันแหลมคมออกมา หวังจะตะปบไปที่หัวของเฟยหมิงให้ขาดสะบั้นในคราเดียว เสียงลมกรีดแทงอากาศจนเกิดเป็นรูปกรงเล็บแหลมคมสีคราม พุ่งตรงมาทางเฟยหมิงอย่างรุงแรง สีหน้าของเฟยหมิงเปลี่ยนเป็นปั้นยากขึ้นมาทันที ก่อนที่เขาจะรีบกระโจนพุ่งหลบออกไปตามสัญชาตญาณ

เปรี้ยงงง!!

     เสียงปะทะแหลมสูงดังก้องไปทั่วบริเวณ เฟยหมิงรีบพลิกตัวขึ้นยืนตั้งหลัก และมองไปที่โขดหินด้านข้างของเขาด้วยใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อเย็นเยียบ เมื่อโขดหินสูงเกื่อบสองเมตรกว้างเมตรครึ้งได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆทันทีที่ถูกกรงเล็บปะทะ ก่อนที่เขาจะรีบหันไปมองที่พยัคฆ์หมอกครามด้วยความระมัดระวังมากยิ่งขึ้นในทันที 'หากโดนไปเต็มๆ ตัวข้าคงขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแน่ๆ" เฟยหมิง พึมพำในลำคอทันทีเมื่อเห็นพลังโจมตีของพยัคฆ์หมอกครามแบบเต็มกำลัง แต่ยังดีที่เขายังมีประสบการณ์การต่อสู้กับสัตว์อสูรอยู่ไม่น้อย ไม่งั้นละก็...

     แต่ในขณะนั้นเอง เขาก็พลันรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที เนื่องด้วยพยัคฆ์หมอกครามนั้นอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่ไม่ถึง 10 เมตรเท่านั้น ส่งผลให้แรงกดดันของมันยิ่งมากขึ้นไปอีกเมื่ออยู่ใกล้ๆ 'ไม่ได้การ ข้านั้นประมาทความแข็งแกร่งของมันจนเกินไป' สีหน้าของเขาปั้นยากขึ้นมาทันทีแต่ไม่นานก็พลันยิ้มขึ้นมาที่มุมปากเล็กน้อยทันที 'ในเมื่อความเร็วของมันสูงนัก ก็ใช้ความเร็วของมันฆ่าตัวมันเองซะเลย หึหึ'

     คิดได้อย่างนั้น เฟยหมิงก็รีบหันกายวิ่งไปที่ปากเข้าถ้ำในทันที แต่มีหรือที่เจ้าพยัคฆ์หมอกครามจะปล่อยเขาไปง่ายๆ เมื่อเห็นอย่างนั้น มันรีบกระโจนตามเฟยหมิงไปด้วยความเร็วสูง หวังที่จะสังหารเฟยหมิง ก่อนที่เขาจะหนีเข้าไปในถ้ำได้ แต่ในจังหวะนั้นเอง ที่มันกำลังวิ่งตามเฟยหมิงไปนั้น อยู่ๆเฟยหมิงก็กระโดดข้ามกองก้อนหินที่เขาวางขวางเอาไว้ที่ปากถ้ำอย่างกะทันหัน ก่อนที่จะกระโจนเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็ว


พึบ !!!!   

     และด้วยความรวดเร็วของมัน ที่วิ่งตามเฟยหมิงอย่างกระชั้นชิด โดยตอนนี้มันห่างจากเฟยหมิงไม่ถึง 5 เมตรเท่านั้น สายตาของมันจับจ้องไปที่เฟยหมิงด้วยรังสีสังหารอันน่าหวาดหวั่น ก่อนที่มันจะกระโดดเหินหลบกองก้อนหินจนกระโจนตามเฟยหมิงเข้าไปภายในถ้ำในทันที และตอนนั้นเองเมื่อมันพุ่งเข้าไปในถ้ำที่มืดมิดจากการที่เฟยหมิงเอาหินไปกองไว้ที่ทางเข้า สายตาของมันก็พลันพร่ามัวไปชั่วขณะ ก่อนที่มันจะรีบปรับสายตาในทันที

     พลันสายตาของมันก็พบเฟยหมิง ที่หมอบนิ่งอยู่ตรงหลังกองก้อนหินตรงปากถ้ำด้วยรอยยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ แววตาแสนอำมหิตของมันพลันกระตุกวูบ และเมื่อสายตาของมันปรับตัวได้สมบูรณ์ ก็พบว่ามันกำลังลอยตัวพุ่งดิ่งลงไปภายในถ้ำที่ลึกชัน และตามหลุมภายในถ้ำก็เต็มไปด้วยท่อนไม้แหลมยาวหลายขนาดปักยึดกับพื้นและก้อนหินเอาไว้จำนวนมาก และประกอบกับตัวถ้ำเป็นทางลาดลึกลงไป ทำให้มันที่คิดจะหลีกเลี่ยงท่อนไม้แหลมคมเหล่านี้ก็ทำได้ยากยิ่ง 

ตึง!! ซ่า..ซ่า..

โฮกกกกกกก!!

     เสียงร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดดังก้องอยู่ภายในถ้ำ ตามร่างกายของมันมีไม้ปลายแหลมทิ่มแทงอยู่หลายจุด ที่หนักสุดคือที่ท้องของมันที่ถูกไม้ปลายแหลมขนาดใหญ่เสียบคาอยู่ หยาดโลหิตไหลนองออกมาผสมกับน้ำภายในถ้ำอย่างสยดสยอง แววตาของตื่นตระหนกและอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องด้วยความเร็วของมันที่พุ่งตามเฟยหมิงไปอย่างเดือดดาลที่ถูกมนุษย์รุ่นเยาว์ดูหมิ่น ทำให้มันไม่ทันระวังตัวจนพลาดติดกับดักของเฟยหมิงจนบาดเจ็บสาหัส

     ประกายรังสีสังหารค่อยๆก่อตัวขึ้นในเงามืด สายตาของเฟยหมิงจับจ้องไปที่พยัคฆ์หมอกครามอย่างดุร้าย เขาคว้าหยิบเอาไม้แหลมมาแทนหอกและพุ่งตัวลงมาจากปากถ้ำอย่างรวดเร็ว ช่วงชิงจังหวะที่มันกำลังบาดเจ็บหนัก จากผลลัพธ์ของกับดักที่เกินที่คาดเอาไว้มาก

"จงตายซ่ะ!!"

เปรี้ยง!!!

     เสียงปะทะดังก้องตัวถ้ำ เมื่อพยัคฆ์หมอกครามได้ใช้กรงเล็บปัดป้องคมหอกที่เล็งมาที่หน้าอกที่เป็นจุดตายของมันได้ทัน แรงปะทะทำให้หอกไม้แตกหักกระจาย เฟยหมิงกระเด็นถอยหลังไปไกลหลายเมตร มือของเขาเต็มไปด้วยโลหิตจากการฉีกขาดของผิวหนังและกล้ามเนื้อ 

     'อะไรกัน!? มันยังมีแรงเหลือขนาดนี้เชียวรึ!' เฟยหมิง พึมพำในลำคอด้วยสีหน้าขึงขังเป็นอย่างมาก เพราะด้วยความประมาทของเขาเองที่ยังคิดว่าตนเองยังแข็งแกร่งเหมือนโลกก่อน ด้วยความต่างของพลังที่ห่างเกินไป! เฟยหมิงพ้นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนที่จะมองไปที่พยัคฆ์หมอกคราม ที่แววตาของมันแดงก่ำไปด้วยความเคียดแค้นจ้องมาทางเขา พร้อมกับร้องคำรามเป็นระยะและพยายามดิ้นรนเพื่อให้ไม้ปลายแหลมหลุดจากก้อนหินที่ยึดกันอยู่

     เฟยหมิงคว้าจับไปที่หอกไม้ตามพื้นขึ้นมาพร้อมกับสูดหายใจเข้าช้าๆ ใบหน้าเขานิ่งสงบเยือกเย็นขึ้นมาอีกครั้ง แววตาของเขาอยู่ๆก็สาดประกายรังสีฆ่าฟันอันเข้มข้นขึ้นมาสายหนึ่ง พลังลมปราณอันน้อยนิดของเขาค่อยๆแทรกเข้าไปที่หอกไม้ในมือของเขาอย่างช้าๆ จนเกิดไอพลังปราณสีครามจางๆออกมาจากตัวหอก เฟยหมิงกำชับหอกไม้เอาไว้ในมือแน่น และพุ่งออกไปปะทะกับพยัคฆ์หมอกครามอย่างสุดกำลังทันที



_______________________________________________________________________
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

0 ความคิดเห็น