กำเนิดจอมราชันย์แห่งวิญญาณ (GodOfSoul)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,218 Views

  • 13 Comments

  • 138 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    80

    Overall
    3,218

ตอนที่ 1 : สมบัติสวรรค์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 813
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    3 ธ.ค. 61




ตอนที่ 1 : สมบัติสวรรค์
     


     ณ เทือกเขาแห่งหนึ่งที่สูงตงาดฟ้า บนยอดเขาสูงเทียมเมฆนั้น มีเงาร่างของชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งสมาธิอยู่อย่างเงียบสงบ โดยมีไอพลังวิญญาณอันเข้มข้นสีม่วงหมุนวนอยู่รอบตัวเขาอย่างช้าๆคล้ายกลุ่มควัน และแผ่คลื่นพลังวิญญาณอันเย็นเยียบออกมาตลาดเวลา จนทำให้เมฆหมอกบนยอดกลายเป็นมืดครึ้มอยู่ตลอดเวลา, และในตอนนั้นเองท่ามกลางความมืดที่ครอบคลุมชั้นฟ้า แรงกดดันอันมหาศาลก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของชายชรา จนอากาศเริ่มบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงประกายอัสนีร้องคำรามไปทั่วท้องฟ้า


คลื่น..



     อยู่ๆชายชราก็พลันลืมตาขึ้นมา ทอแววตาสีม่วงเข้มส่องประกายพร้อมกับยกมือขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ทันที โดยที่มือหนึ่งชี้ลงปฐพี และอีกมือหนึ่งชี้ขึ้นท้องนภา ก่อนจะขยับเปลี่ยนสัญลักษณ์ไปมาอย่างต่อเนื่องด้วยความชำนาญ และทันทีก็เกิดเป็นเส้นแสงสายหนึ่งก่อตัวอักขระรูนลอยอยู่ด้านหน้าชายชรา ส่องแสงสีทองประกายออกมาพร้อมปล่อยคลื่นพลังวิญญาณอันน่าหวาดหวั่นออกมา ก่อนจะเกิดเป็นแรงลมหมุนวนอยู่รอบตัวของชายชราอย่างรวดเร็ว และเพียงไม่นาน ตัวอักขระรูนก็เริ่มมีมากขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของสัญลักษณ์ในมือที่เปลี่ยนไปไม่หยุดยั้ง อักขระรูนและแรงลมเริ่มหมุนวนอยู่รอบตัวของชายชราอย่างบ้าคลั่ง และในตอนนั้นเองชายชราก็ลอบยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นเยียบ และหยุดมือในท่าสัญลักษณ์มือหนึ่งชี้ท้องนภา อีกมือหนึ่งชี้พื้นพสุธา


"ผสานวิญญาณ!" สิ้นเสียงคำรามทุ้มต่ำ คลื่นแรงลมรอบๆก็ทำให้อักขระรูนจำนวนมาก มารวมตัวกันอยู่ที่ด้านหน้าของเขา และค่อยๆรวมตัวกันเป็นดั่งวงแหวนอักขระที่ส่องประกายสีทองสว่างหมุนวนอยู่กลางอากาศ ก่อนที่จะเคลื่อนมาอยู่เหนือศรีษะของชายชรา วงแหวนสีอักขระหมุนวนอย่างแช่มช้าพร้อมกับขนาดของมันก็ค่อยๆลดลง วูม... จนในที่สุดวงแหวนอักขระก็กลายเป็นลูกแสงขนาดเล็กเปล่งประกายแสงสีทองปานดวงดารา ที่อัดแน่นไปด้วยอักขระรูนจำนวนมาก จางหายเข้าไปที่กลางศรีษะ อยู่ๆพลังวิญญาณจำนวนมหาศาลก็ได้ระเบิดคลื่นพลังอันสะท้านสะเทือนปฐพีออกมา จนเกิดเป็นคลื่นแผ่นดินไหวที่รุนแรงโดยจุดศูนย์กลางคือร่างของชายชราผู้นั้น 



ตูม! คลื่น...!!



     สิ้นเสียงการระเบิดพลัง กลุ่มเมฆหมอกบนยอดเขาที่ซึมซับพลังวิญญาณของชายชรามานานจนสีของมันมืดทมิฬ พลังวิญญาณจำนวนมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ภายใน ก็ค่อยๆก่อตัวเป็นดั่งพายุหมุนขนาดมหึมา จากแรงดึงดูดอันบ้าคลั่งของชายชรา เมฆหมอกทมิฬบนยอดเขากลายเป็นพายุขนาดใหญ่ ที่ถูกดูดเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว คลื่น... เพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมง เมฆหมอกมทิฬก็ถูกดูดจนค่อยๆจางหายเข้าไปในร่างกายของชายชราจนหมดสิ้น เผยให้เห็นดวงจันทราเต็มดวงที่ไร้เมฆหมอกบดบัง แผ่ออร่าสีขาวนวลสบายตา ตกกระทบยังบนร่างของชายชรา



     หลังจากทุกอย่างสงบลง ชายชราค่อยๆเหม่อมองไปที่ดวงจันทราที่งดงามอย่างช้าๆ ก่อนที่จะเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ "ในที่สุด!ผลลัพธ์การบ่มเพาะของข้าก็ก้าวหน้าไปอีกขั้น ในที่สุดก็มาถึงระดับเทวะวิญญาณเสียที ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เสียงของชายชราดังก้องออกไปไกล ด้วยความตื่นเต้นยินดี ก่อนที่จะโบกฝามือขึ้นมาอย่างแช่มช้า พร้อมกับเกิดประกายแสงสว่างขึ้นบนอากาศที่ว่างเปล่า เพียงเอื้อมมือเข้าไปใน'ช่องมิติ'ก่อนที่จะหยิบกล่องไม้สีเขียวมรกตลึกลับออกมาอย่างเบามือ



     และค่อยๆวางกล่องไม้ลึกลับลงที่พื้นข้างหน้าอย่างแผ่วเบา "ข้ารอเวลานี้มานานยิ่งนัก ในที่สุดข้าจะได้รู้เสียที ว่ากล่องสมบัติสวรรค์นี้มันจะมีสมบัติใดซ่อนอยู่ข้างใน ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ชายชราหัวเราะลั่น ก่อนที่จะสำรวจกล่องลึกลับใบนี้ต่อ กล่องสมบัติสวรรค์นี้ เป็นกล่องลึกลับใบเล็กเท่าฝามือ ที่ทำมาจากไม้โบราณสีเขียวมรกตที่หายากยิ่งชื่อว่า ไม้จักรพรรดิ์หยกเขียว คุณสมบัติของมันสามารถต้านทานได้ทุกธาตุและไม่มีสิ่งใดทำลายมันได้ นอกจากพลังวิญญาณระดับชั้นเทวะวิญญาณขึ้นไปเท่านั้น และที่กล่องใบนี้ยังถูกผนึกไว้ด้วยลวดลายอักขระรูนสีทองระดับสูงไว้ทุกด้านและแต่ละด้านจะมีชุดอักขระอยู่ด้านละ 1 ชุดอักขระ รวมเป็น 6 ชุดอักขระเชื่อมโยงกันอยู่


     สีหน้าของชายชราก็ดูจริงจังขึ้นมาทันที เพราะเขานั้นเคยผนึกสัตว์อสูรระดับสูงมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ใช้อักขระรูนระดับสูงเพียงหนึ่งถึงสองชุดเท่านั้น แต่นี้.. กล่องไม้ใบเล็กเพียงแค่ฝามือ กลับใช้อักขระรูนระดับสูงมากมายขนาดนี้, ชายชราปาดเหงื่อที่เย็นเยียบบนใบหน้าทันที เพราะตลอด 50ปีที่ผ่านมาหลังจากพบกล่องไม้ลึกลับใบนี้ที่ส่วนลึกของสุสานโบราณที่เขาเกื่อบจะต้องทิ้งร่างเอาไว้ที่นั้น เขาก็ได้ทดลองเปิดมันกว่าร้อยพันวิธีก็ไม่อาจทำอันใดมันได้ แต่มีเพียงวิธีเดียว คือใช้พลังวิญญาณขั้นเทวะวิญญาณ สลายผนึกอักขระรูนโดยตรงเท่านั้น
 

     และในวันนี้ เขาก็ได้มาถึงระดับเทวะนั้นแล้ว ทำให้แววตาของชายชราเป็นประกายขึ้นมาทันที พร้อมโบกสะบัดนิ้วมือขึ้นมาอย่างแช่มช้า ที่ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางปรากฎแสงสีทองสว่างสดใสขึ้นมาทันที แสงสีทองที่เปล่งประกายเผยให้เห็นสีหน้าพึงพอใจของชายชรา ก่อนที่เขาจะค่อยๆวาดอักขระรูนลงไปบนกล่องไม้ลึกลับอย่างช้าๆ และค่อยๆปลดทีละผนึกที่ละด้าน และเพียงปลายนิ้วสัมผัสกับกล่องไม้ลึกลับ ด้วยพลังวิญญาณระดับเทวะวิญญาณ ก็ทำให้เกิดเป็นแสงสีเขียวและสีทองสว่างจ้าสลับไปมาทั่วยอดเขาที่สูงเสียดฟ้าในยามราตรี และด้วยความสูงของยอดเขา ผู้ที่อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร ยังสามารถมองเห็นลำแสงแปลกประหลาดนี้ได้ด้วยตาเปล่า




     และในที่สุด วันเวลาผ่านมากว่าหนึ่งเดือนเต็ม ท้องฟ้าบนยอดเขาที่สว่างจ้าเป็นสีเขียวมรกตมาตลอดทั้งเดือน ก็ค่อยๆดับแสงลง มีเพียงกระแสลมอ่อนๆที่พัดผ่านบนยอดเขาอย่างแผ่วเบา กับความรู้สึกที่อบอุ่นแปลกประหลาดแผ่กระจายไปทั่วทั้งยอดเขา

 

ฟู่!!


     กระแสลมที่แผ่วเบาได้พัดอยู่รอบๆตัวของชายชรา สีหน้าของชายชราในตอนนี้ดูเคร่งเครียดกว่าตอนปลดผนึกอักขระรูนก่อนหน้ายิ่งนัก พร้อมกับแววตาที่จับจ้องมองไปที่กล่องมรกตใบเล็กเท่าฝ่ามือด้านหน้าด้วยความไม่อาจจะเชื่อในสายตา เนื่องเพราะหลังจากที่เขาเหน็ดเหนื่อยปลดผนึกทั้งหกชุดหกด้านมาหนึ่งเดือนเต็ม อยู่ๆเขาก็รับรู้ถึงพลังอันบริสุทธิ์ที่แสนล้ำลึกกระจายออกมาจากกล่องมรกต ในทันทีที่ผนึกอักจระรูนทั้งหกถูกปลดจนหมดสิ้น ชายชราจับจ้องกล่องไม้ไม่วางตา สูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ก่อนจะยกแขนขึ้นมาเล็กน้อย




แกร๊ก!


   แต่ในตอนนั้นเอง ที่ชายชรากำลังจะยื่นมือไปเปิดกล่อง อยู่ๆกล่องไม้โบราณก็เปิดออกเอง พร้อมกันแสงสว่างจ้าสีขาวนวลที่ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและแสนสบาย พลันสว่างไสวสาดออกมาจากกล่อง สายตาของเขาพลันพร่ามัวจากความสว่าง และไม่นานเขาก็เห็นเป็นลูกแก้วสีขาวนวล ขนาดเท่าไข่ไก่ วางอยู่ตรงกลางกล่องไม้โบราณพร้อมกับเปล่งแสงออร่าสีทองอ่อนๆอยู่ตลอดเวลา


     ดวงตาของชายชรานามเฟยหมิง พลันเบิกกว้างแทบจะหลุดออกจากเบ้า เมื่อเห็นลูกแก้วที่อยู่ในกล่องไม้โบราณ ก่อนจะพูดออกมาด้วยความตื่นตระหนก "น..นี่มัน ! มุกอมฤต 9 สวรรค์ มิใช่รึ!?..." เสียงของเขาสั่นเครือในทันที ก่อนที่ชายชราจะค่อยๆตั้งสติและจ้องมองไปที่มุกสีขาวนวล ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เหมือนว่าเขาครุ่นคิดบางอย่างขึ้นมาได้


     "มุกอมฤต 9 สวรรค์... เป็นสมบัติที่มีปริศนาอยู่มากมายตั้งแต่โบราณกาล.. ที่มีจารึกโบราณเขียนเอาไว้ว่า ครั้งหนึ่งมันเคยปรากฏขึ้นมาเมื่อหลายร้อยปีก่อน ในช่วงเวลานั้น มันได้พุ่งลงมาจากฟากฟ้าและตกกระแทกลงสู่พื้นปฐพีอย่างรุนแรง ก่อนจะปลดปล่อยคลื่นพลังวิญญาณที่แสนบริสุทธิ์ออกมาในบริเวณโดยรอบ มันสามารถชำระล้างร่างกายและพลังปราณให้บริสุทธิ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ และปรากฎการณ์ในครั้งนั้น ได้ทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่เกือบจะล่มสลายจากน้ำมืออสูรวิญญาณ สามารถยืนยัดต่อสู้กับสัตว์อสูรได้" สิ้นคำ ชายชราก็เลียริมฝีปากเล็กน้อยและยิ้มขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ และกล่าวออกมาอย่างเย็นเยียบอีกครั้ง


     "และเหตุการณ์ในครั้งนั้น... สุดท้ายก็มีมนุษย์ผู้หนึ่งสามารถสยบและครอบครองมันมาได้ และได้กลายเป็นราชาของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เป็นราชาที่เหนือราชาทุกๆคน จนกลายเป็นจอมราชันย์ยาวนานกว่าห้าร้อยปี!! ก่อนที่ตำนานจะหายสาบสูญไปอย่างเงียบงันดวงตาของเฟยหมิงทอประกายแห่งความปิติขึ้นมาทันที ที่เขานั้นจะกลายเป็นผู้ครอบครองสุดยอดสมบัติในตำนานที่แท้จริงนี้ได้ และหลังจากนี้ ก็จะไม่มีใครหน้าไหนสามารถมาเทียบเคียงกับเขาได้อีกต่อไป และจะกลายเป็นผู้ที่อยู่ระดับสูงสุดอย่างแท้จริง



     และด้วยความตื่นเต้นดีใจ เขาได้คว้าหยิบมุกอมฤต 9 สวรรค์ขึ้นมาอย่างเบามือ ก่อนที่เขาจะจ้องมองเข้าไปในมุกที่กำลังส่องสว่างอยู่ และเริ่มส่งพลังวิญญาณชั้นเทวะวิญญาณเข้าไปใน มุกอมฤต 9 สวรรค์ ทันที ฟูม!

     เพียงแค่เขาส่งพลังวิญญาณเข้าไป มุกสวรรค์ก็ส่องแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นมาทันที ก่อนที่จะปรากฏเป็นเส้นแสงมากมายวิ่งเข้าไปในมือของเขาอย่างแช่มช้า และผ่านเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง แต่แล้วสีหน้าของเขาก็พลันเคร่งเครียดในทันที เขาสัมผัสได้ว่าพลังภายในมุกสวรรค์นี้ มีมากมายมหาศาลยิ่งนัก และขณะที่ลำแสงวิ่งเข้าสู่ร่างกายของเขา พลังลมปราณของเขาก็สั่นไหวอย่างรุนแรง และร่างกายของเขาก็เปล่งแสงสีขาวนวลสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งทั่วทั้งร่างสว่างไสวปานดวงอาทิตย์


ฟูม!



     อยู่ๆไอควันสีดำทมิฬก็พุ่งกระจายออกมาจากร่างกายของเขา จนเกิดเป็นลมกระโชกอย่างบ้าคลั่ง หมุนวนเป็นดั่งพายุอยู่รอบๆตัวของเฟยหมิงและเร็วขึ้นเรื่อยๆ แต่ในพริบตานั้นเอง สีหน้าของเฟยหมิงก็พลันขาวซีดขึ้นมาทันที เมื่ออยู่ๆพลังวิญญาณทั้งหมดของเขาที่ฝึกปรือมาทั้งชีวิต กำลังถูกกลั่นให้บริสุทธิ์จากพลังที่แปลกประหลาดจากมุกอมฤต 9 สวรรค์ โดยที่มันกำลังพลักดันพลังวิญญาณด้านมืดที่เจือปนอยู่ในร่างกายออกมาจำนวนมหาศาล โดยที่เขาไม่อาจที่จะขัดขืนจากมันได้ และที่สำคัญ เขาไม่อาจคลายมือออกจากมุกสวรรค์ได้แม้แต่น้อย ปานว่ามันกำลังจมหายเข้าไปในฝ่ามือของเขาอย่างประหลาด พร้อมกับพลังวิญญาณที่ลดระดับลงไปอยู่ชั้นราชันย์วิญญาณอย่างรวดเร็ว


ซูม!


     และเพียงไม่นานหลังจากที่ไอพลังปราณมืดทมิฬของเขาที่ถูกกลั่นออกมา ร่างกายของเขาก็พลันเปล่งแสงสีทองสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งพลังปราณด้านมืดของเขาถูกกลั่นออกมามากเท่าไหร่ ร่างกายก็ยิ่งสว่างจ้ายิ่งขึ้นเรื่อยๆ และความเจ็บปวดที่เป็นดั่งคลื่นคมดาบนับหมื่น ก็ถาโถมเข้าสู่ร่างกายของเขาทุกครั้งที่เปล่งแสง 


     กล้ามเนื้อเริ่มฉีกขาด เส้นเลือด เส้นเอ็น และกระดูกที่แข็งแกร่งของชั้นเทวะวิญญาณเริ่มจะทานทนรับความเจ็บปวดจากพลังอันมหาศาลของมุกอมฤต 9 สวรรค์อีกต่อไปไม่ไหว ร่างกายเขาเกิดสั่นขึ้นมาอย่างรุนแรงพร้อมกับร่างกายก็พลันสว่างจ้าขึ้นมาอีกครั้ง และกลายเป็นโปร่งแสงอย่างแปลกประหลาด 


พรูด!!


     เฟยหมิงทนอีกต่อไปไม่ไหว จนต้องกระอักโลหิตออกมาคำโต แต่ทว่า.. โลหิตของเขานั้นได้สาดชโลมไปที่มุกอมฤตอย่างไม่ได้ตั้งใจ และอยู่ๆร่างกายของเขาก็เปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นมาสูงสุดในชั่วพริบตา ก่อนจะเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นมา สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งบริเวณกว่าหลายกิโลเมตร จนยอดเขาพลังทลายลงมาอย่างรุนแรง ก่อนที่ร่างกายของเขาจะกลายเป็นลำแสงสีทองพุ่งสูงขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นเส้นตรงอย่างรวดเร็ว และหายไปในท้องนภาภายในพริบตาเดียว 


______________________________________________________________________

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #7 Parichat1009 (@Parichat1009) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 16:53
    ไม่ฮาเร็มน้าาาาาา
    #7
    2
    • #7-1 Godsoul (@tranquilizer) (จากตอนที่ 1)
      12 มกราคม 2562 / 11:23
      ไม่ฮาเร็มจ้า แนวพระเอกค่อยๆเก่งจ้า
      #7-1