Wissenschaft und Magick: Angriff des Reich!!![วิทยาศาสตร์ และ เวทมนตร์: การโจมตีของอาณาจักร]

ตอนที่ 27 : ง้านเลี้ยงเพื่อวันตัดสิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ก.ย. 60

ณ วังค์มหาดยุคแห่งอุนคาเนีย

เสียงเครื่องดนตรี บรรเลงสนุกสนาน ทรามกล้างฟอนเต่นลำ มีเหล่าทหารของอาณาจักรพัธมิตรและพลกองกำลังในชุดเต็มยศ พร้อมด้วยเหล่าคุณนายทั้งหลาย รวมทั้งเหล่าขุนนาง และนักการเมือง นักการฑูต ต่างเต่นลำกันอย่างสนุกสนาน

“ทุกท่านวีรบุรุตทั้ง 3 แห่งสหภาพ มาถึงแล้ว เหล่าเด็กหนุมผู้อาจหาญ รบกับเวทต์มนอย่างมิกลัวเกรง วีรบุรุษแห่งรุ่มน้ำโชช ผุ้กำหลาบอาณาจักรรอนมาน เทวินทร์ ห อาคาเน และวีรบุรุษผู้อาจหาญอีกท่านผู้รวมรัฐอุนคาเนีย วีรบุรุษแห่งหมู่เกาะบราเทนเนีย และ ทะเลเหนือ จันทราพัฒ สุริยศักดิ์ วีรบุรุตแห่งทะเลทรายตะวันออก ผู้พิชิตชนป่าเถื่อนตะวันออก ด้วยสันติภาพ นนทวัตณ์ ราษฏร์โรจนะ ขอให้ทุกท่านตอนรับทั้งสามคนด้วย” นายทหารที่เดินนำเราเขามาในงานกล่าวขึ้น ทั้งยังสั่งเครื่องดนตรีหยุดบรรเลงด้วย

เมื่อเรา เดินมาถึงหน้าทางเข้างาน เพลงสรรเสริญสุวรรณภูมิ(ทำนอง ก๊อดเซฟเดอะคิง) แบบมาร์ชได้ถูกบรรเลงขึ้น

ทันทีที่เพลงขึ้น จันทราพัฒ ได้ทำวัธยาหัสแบบมาตฐานไม่ใช่ท่าของพรรคคอมมิวนิสต์ นนทวัตน์ ก็ทำท่าเดียวกัน ผมเลยวัธยาหัสแบบเดียวกันบ่าง

เมื่อเพลงสรรเสริญสุวรรณภูมิบรรเลงจบ ก็ต่อด้วยเพลงโปรดรุกขึ้นมาจากกองซาก(ทำนองเพลงชาติเยอรมันตะวันออก)เพลงชาติแห่งสหพันธรัฐ ก็ถูกขับร้องขึ้นมาทันที ทุกคนต่างเปิดทางให้พวกเราเดินไปยังกลางงาน ทรามกลางเสียงร้องเพลงชาติ โดยที่บางคนชูแขนขวา บางคนกำมือแบบคอมมิวนิสต์ชอบทำ บางคนก็วัธยาหัสปกติ แล้วแต่คน

“แด่วีรบุรุตของเรา” นายพลท่านหนึ่งกล่าวขึ้น

“ชัยโย ชัยโย ชัยโย” เสียงชัยโยดังขึ้นสามครั้ง

“ทุกท่าน ๆ เรารู้พวกท่านแต่นเต่นต่อดินแดนใหม่ และชัยชนะ ของพวกเรา แต่สงครามนั้นยังไม่จบ เราจะรบความป่าเถื่อนไร้อารยธรรม ไร้มนุษยธรรมให้หมดไป ทั้ง 2 ฝ่ายสูญเสียมามากเกินพอแล้ว หลายแสนชีวิตผู้บริสุดตายภายใต้ ปืนใหญ่ 10,000 มม. ของพวกเรา และชีวิตอีกมากมายที่คิดต่างจากพวกมันตายใต้มหาเวทอันทรงฤทธา ของพวกมันกดขีขมเหง พวกบ้าอำนาจ ที่จะคอยรอบกัดทุกชีวิต ใช่ศัตรูเก่า และ สุดท้ายของเรา ไอ่พวกจักรวรรดิชุช สหายทุกท่านจงอย่าได้เกรงกลัวต่อมหาเวทที่ดลบันดานภูเข้าไฟระเบิด ดาวหางชนโลก หรือ สุนามิ เพราะเรามีพลังที่ยิ่งกว่า คือ มันสมอง วิทยาการ และความกล้าหาญของพวกเรา มาเถิด สหายทุกท่านเวลาแก้แค้นมาถึงแล้ว ไปสู่ศึกตัดสินกันเถิด ก้าวผ่านปราการฤดูหนาวนั่น ไปสู่โมสโคส ไปสู่ชัยของพวกเรา เพื่อชาติ เพื่อเพื่อน เพื่อสายเลือด เพื่อครอบครัว เพื่อเสรีภาพ เพื่อแดนบิดาชนชาวไท ไปสู่ชัยชนะ” ผมชูมือขึ้นระงับเสียง และพูดปลุกใจ ทุกคนเพื่อสงครามกับพวกต่างโลกครั้งสุดท้าย

เพราะในตอนนี้ทุกคนได้เห็นตอนมหาเวทลงใส่เรา ก่อนเราจะยิง 10,000 มม. ตอบโต้ จากวีดีโอที่เราใช้รนรงยกเลิก 10,000 มม. ตอนนี้ทุกคนอยู่ในความกลัวและกลุ้มใจว่าไอ่มหาเวทนั้นจะมาลงใส่บ้านตัวเอง และไอ่ความกลัวนั้นดันเข้ามาเผยแผร่ในกองกำลังพลของเราด้วยนี่สิ กองบันชาการเลยจัดง้านเลี้ยงขึ้น ให้พวกเราที่ไปเผชินพวกเวทมนต์บัดซบมาก่อน มาพูดปลุกใจทุกคน

 

“พี่น้อง สหายทุกท่านมหาเวทบ้าบอนั้น จะจบลงและสุญสิ้นไป ด้วยพลังแห่งวิทยาศาสตร์ และพลังของเราทุกคน เหมือนคำพูดติดปากของ กองกำลัง เอนเอชเพเทเบ ของท่านเทวินทร์ ไงระ ไม่ว่าจะอะไร ทุกสิ่งย่อมไร้ผล และ หมดค่า เมืออยู่ต่อหน้า มหาอาณาจักรของพวกเรา ดังนั้นทุกท่านเรามาปลดแอกโลกนี้จากความหวาดกลัวด้วยกันเถิด ถล่มพวกแดนชุช” จันทราพัฒ พุดปรุกใจด้วยท่าทีแบบนักคอมมิวนิสต์สายจีนชอบทำ

 

“เหมือนที่ทั้ง 2 คนกล่าว เราจะนำมาซึ่งเสรีภาพ เพื่อประชาชน และทรัพยากรไม่จำกัด เพื่อบ้านของเรา ให้ทุกคนบนโลกนี้ได้ประจักกันเถิดว่า แดนทองคำของเรา คือ บ้านแห่งเหล่าวีรชน ทุกคนร้วนองค์อาจ อย่าให้พวกที่เยียบย่ำบนศักดิศรีความเป็นคน และเหยียบยำบ้านเกิดของเราได้อยู่สุขสบาย ไปร่างมันมาลงทัน ดังเทพเจ้าผู้เฉียบขาด และมารปีศาจผู้ดุดัน สงไอ่พวกสุนัขศักดินาไปลงนรกชนใช้กรรมของมันกันเถาะ” นนทวัตณ์ พูดบ่าง

 

“ทุกท่านหากเราเจรจาสันติภาพ พวกมันจะคอยโจมตีเรา พวกป่าเถื่อนจะคอยซ้ำเติม ดังนั้นเพื่อพวกเรา เราต้องจบสงครามด้วยชัยชนะ หากปล่อยมันไปวันนี้ในอนาคตพวกมันจะกลับมาและขยี่บ้านเมืองของเราอย่างหยามใจ เอาลูกเอาหลานของเรากดลงไปเป็นทาสของพวกมัน ทุกท่านเรามากล้าหาญร้วมกันเถิด มาร้วมกันมันถึงเวลาแล้ว ได้เวลาจบสิ้นไอ่สงครามบ้าบอนี้เสียที ได้เวลาเผด็จศึกแล้ว จงเตียมพร้อมเถิด ฉลองให้เต็มที่ มีความสุขให้ถึงที่สุด เพราะวันพรุ่งนี้เราและพันธมิตรจะไปจากที่นี่ เหยิยบย่ำไปบนพื้นน้ำแขงท้ามกล้างพายุหิมะ ไปสู่โมสโคส ไปสู่สมอรภูมิสุดท้าย เพื่อลูกหลาน เพื่อบ้านเกิด เพื่อทุกชีวิตที่ตายไป ไปจบสงครามกันเถิด” ผมตะโกนปลุกใจอีกครั้ง

“หากสยามยังอยู่”

เสียงชายคนหนึ่งร้องขึ้น

“ยังยืนยง เราก็เหมือนอยู่คงชีพด้วย”

เสียงอีกหลายคนร้องตาม

หากสยามพินาศลง

เสียงทุกคนเริมร้องตาม จนดังออกไป

ไทยอยู่ ได้ฤๅ

เราก็เหมือนมอดม้วย

หมดสิ้นสกุลไทยฯ

เสียงร้องดังจากข้างใน สู่ด้านนอกทุกคนได้ร้องตามกันเป็นทอด ๆ

ใครรานใครรุกด้าว

แดนไทย

ไทยรบจนสุดใจ

ขาดดิ้น

เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล

ยอมสละ สิ้นแล

เสียชีพไป่เสียสิ้น

ชื่อก้องเกียรติงามฯ”

เสียงร้องของทุกคนเริมดังประสานไปทั่วทั้งงาน

“หากสยามยังอยู่ยั้ง ยืนยง

เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย

หากสยามพินาศลง ไทยอยู่ ได้ฤๅ

เราก็เหมือนมอดม้วย หมดสิ้นสกุลไทยฯ


ใครรานใครรุกด้าว แดนไทย

ไทยรบจนสุดใจ ขาดดิ้น

เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล ยอมสละ สิ้นแล

เสียชีพไป่เสียสิ้น ชื่อก้องเกียรติงามฯ”

เสียงประสานร้องเพลงสยามมานุสติดังขึ้นจากทุกทิศในงาน ดูเหมือนทั้งหมดจะเป้นแค่ความคิดวิตกของฝ่ายปกครองไปเองแฮะ ทุกคนกำลังใจดีมากเลย หาได้เกรงกลัวไม่ แมนเวทมนข้าศึกจะสามารถดนบันดานแผ่นดินใหวภูเข้าไฟระเบิด สุนามิ หรือ อุกบาต ได้ก็ตาม

 

ณ เรือบรรทุกเครื่องบินหลวงจักรีนฤเบศร 2 กลางทะเลอันติก้า ทางเหนือของแดนชุช

“ผู้การครับ ตอนนี้กองเรือของเราและจัตุภาคียึดครองน่านน้ำทางเหลือไว้ได้หมดแล้ว” พลกองกำลังคนหนึ่งรายงานให้ผู้การเรือทราบ

“อืมมม อีกไม่กีอึดใจแล้วสินะ ทองทะเลนี้ทุกผืนจะเป็นของพวกเรา 4 ประเทศ วันเผด็จศึกไก้ลมาแล้วสินะ” ผู้การเรือพึมพำบางอย่างและเปิดประตูออกมาจากหอบังคับการ

“ดาบของชาติเล่มนี้ คือชีวิตเรา
ถึงจะคมอยู่ดี ลับไว้
สำหรับสู้ไพรี ให้ชาติ
เรานา

ให้มิตร ให้เมีย ให้ ลูกแล้ชาติไทย”

เสียงผู้การเรือร้องเพลงออกมาเบา ๆ แต่เสียงก็พอให้คนด้านร่างได้ยิน

“หะเบสสมอพลัน ออกสันดอนไป
ลัดไปเกาะสีชัง จนกระทั่งกระโจมไฟ
เที่ยวหาข้าศึก มิได้นึกจะกลับมาใน
ถึงตายตายไป ตายให้แก่ชาติของเรา

พวกเราจงดู รู้เจ็บแล้วต้องจำ
ลับดาบไว้พลาง ช้างบนยอดกาฟฟ์จะนำ
สยามเป็นชาติของเรา ธงทุกเสาชักขึ้นทุกลำ
ถึงเรือจะจมในน้ำ ธงไม่ต่ำลงมา”

เสียงกองกำลังในเรือร้องต่อกันเป็นทอด ๆ แล้วดังไปทั่วทั้งเรือ

“เกิดมาเป็นไทย ใจร่วมกันแหละดี
รักเหมือนพี่เหมือนน้อง ช่วยกันป้องปฐพี”

เสียงจากเรือรบรอบข้างที่คอยคุ้มกันเรือบันทุกเครื่องบินก็ดังขึ้นตาม

“สยามเป็นชาติของเรา อย่าให้เขามาย่ำมายี
ถึงตายตายดี ตายในหน้าที่ของเรา
พวกเราทุกลำ จำเช่นดอกประดู่
วันไหนวันดี บานคลี่พร้อมอยู่
วันไหนร่วงโรย ดอกโปรยตกพรู
ทหารเรือเราจงดู ตายเป็นหมู่เพื่อชาติไทย”

ไม่นานเสียงร้องตอบรับจากกองเรือนับร้อย ๆ ลำ ที่มีทั้งเรือบันทุกเครื่องบิน และเรือชั้นราดตะเวน และเรือคุ้มกันเรือใหญ่ ก็ดังร้องขึ้นตาม

“ทหารเรือเชื้อไทยใจองอาจ
ยอมพลีกายหมายมาด ป้องชาติไทย
ผยองเกียรติกล้าหาญการวินัย
มิยอมให้ใครบุกมา ย่ำยี
ทหารเรือเชื้อไทยใจแกล้วกล้า
เอานาวาเป็นบ้านต่อต้านไพรี
จะขอเทอดธงไว้ใจภักดี
อุทิศชีพยอมพลีเพื่อชาติไทย
เราเกิดมาจะต้องไว้ลายชาติชายทุกคน
ยอมสละตนดังวีรชนเลื่อลือยิ่งใหญ่

หน้าที่ทหารเรือก็คือพิทักษ์น่านน้ำไทย
เพื่อให้ไทยคงเป็นไทยชาติเชื้อไทยอยู่ยงคงดี

ทหารเรือทุกคนจงพร้อมใจ นำเรือรบแล่นไปป้องปฐพี
จะสมเกียรติทหารชาญนาวี ถนอมชาติให้ดีมีสุขเอย”

เสียงร้องดังกระหึ่มไปทั่วท้องทะเลจากเหล่ากองกำลังป้องกันอาณาจักรภาคพื้นน้ำ ผู้มีหัวใจรักชาติแห่งจักรพรรดินาวี

********************************************************************************************************

เดียวก็หายยาว ๆ ไก้ลสอบละ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

13 ความคิดเห็น