Wissenschaft und Magick: Angriff des Reich!!![วิทยาศาสตร์ และ เวทมนตร์: การโจมตีของอาณาจักร]

ตอนที่ 26 : จุดจบของศาสนจักร จุดจบของอาณาจักรรอนมาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 ส.ค. 60

“เวลาที่เรา ลอคอยมาถึงแล้ว พวกมันบีบให้เราต้องทอดทิ้งมนุษยธรรม พวกมันแบ่งแยกผู้คน กดขี่ขมเหง แต่เวลาของเรามาถึงแล้ว เวลาแห่งการแก้แค้น และจุดจบของพวกใจแคบ ไปปักธงชัยแห่งแดนบิดรของเรา เหนืออครมหาวิหาร ประกาศชัยชนะของเราให้โลกรู้ เพื่อเลือดของผองเพื่อน เพื่อผู้คน เพื่อแดนบิครชนชาติไท โจมตี” ผมพูดขึ้น แล้วสั่งโจมตี พร้อมกับเสียงเป่านกหวีดสัญญาน ให้พลกองกำลังแห่กันวิ่งผ่านประตูวิหารเข้า และเปิดฉากยิงต่อสู้

“ฆ่าพวกมันให้หมด ฆ่าให้หมด” เสียงหัวหน้าหน่วยต่าง ๆ ตละโกนสั่งการลูกน้องตัวเอง ไปพร้อมกับปืนในมือ กระหน่ำปล่อยกระสุนใส่ฝูงอัศวินวิหาร และอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ที่กูกันเข้ามาแย่งกันตาย จนศพเต็มทางเดิน

พวกเราไม่ได้แค่ยืนยิง แต่ยิงไปตีโต้ไป เพื่อผักดันพวกมันไปยังโถงกลางวิหาร

ปัก ปัก ปัก ปัก เสียงหาฝนธนูจากระเบียงทางเดิน ในโถงยิงใส่ พลกองกำลังของผม ที่กำลังกูกันเข้าสู่โถงทางเดินจนล้มระนาว

“มันมีเครื่องยิงธนู และ พลถือปืนผา(หน้าไม้) อยู่บนระเบียงโถง” แกรนเดียตระโกนบอก

“จูโจมด้วยพันเธอเชรค” ผมตละโกน

ฟิ๊ววว ตู้มมมมม เสียงลูกพลังงานแสง จากพันเซอร์เชรคชนขอบระเบียงด้านหนึ่ง ส่งผลให้พลปืนผา และ เครื่องยิงธนู บนระเบียงด้านนั้นในรัสมีแสง หายไปพร้อมกับทางเดิน ตอนนี้ข้าศึกกำลังตกใจ

“ยิงพวกมันตอนนี้ระ ยิง ฆ่าให้หมด” ผมตละโกน พร้อมกับกราดปืนกลไปตามระเบียงขอบโถงนั้น สงผลให้ข้าศึกตายเป็นจำนวนมาก

“ปืนกลหนัก ตั้งและกราดยิงได้” ผมรีบสั่งให้พลกองกำลัง กราดยิงใส่เหล่าอัศวิน ในโถงที่แห่กันวิงเข้ามาหา ขนะที่พลปืนกลมือ และไรน์เฟิน ยิงไปตามระเบียง

“พันเซอร์เชรค ยิงอัดพวกมัน” ผมสั่งอีกครั้ง

ปั้งงง ตู้มมมมมมม กระสุนแสงพันเซอร์เชรคไปโดนคานหนึ่งของระเบียงทางขวา พังสงผลให้ระเบียงด้านขวา พังถล่มลงมาทันที พร้อมเสียงโหยหวนของข้าศึกที่ตกลงมา

“ตามฉันมา” ผมพูดขึ้นพร้อมกับวิงขึ้นไปบนกระไดระเบียงซ้าย พร้อมกับกราดยิงใส่ข้าศึกทุกตัวที่โผมา

“ไปฆ่าให้หมด” ผมตละโกนขึ้นพร้อมกับเควี่ยงโมนาทอกใส่ข้าศึกกลุ่มหนึ่งที่วิ่งเข้ามาหา

อากกกกกกกกก เสียงพวกมันร้องโหยหวนดิ้นทุรนทุราย

แก๊ก เป๊ง เป๊ง เป๊ง เสียงลูกระเบิดมือ ถูกเควี่ยงใส่พวกข้าศึกที่อยู่ด้านหลังพวกที่ถูกโมนาทอก

ตู้มมมม อากกกกก ไม่นานก็เกิดเสียงระเบิด พร้อมกับข้าศึกที่อยู่ไก้ลจุดตกของระเบิด รางกายกระจายเป็นชิน ๆ พวกไก้ลเข้ามาแต่ไม่ได้อยู่ในรัสมีที่โดนเต็ม ๆ ก็แขนขาดขาขาด ตัวแยกแล้วแต่จะโดน ที่ไกลออกมา ก็ปิวกระจาย พวกที่ไก้ลระเบียงแย่หน่อยปิวตกลงไปชั้นหนึ่ง

ปั้งงงง ปั้งงงง ปั้งงงงง เสียงสาดกระสุนใส่พวกที่เหลือ

ในที่สุดห้องโถงอันใหญ่โต ก็เริมถูกกวาดล้าง พวกผมกลุ่มหนึ่งได้เข้าวิ่งไปตามโถงไปสู่ห้องสวดมนท์ของข้าศึก ที่เหลือบุกไปตามห้องต่าง ๆ ของวิหาร

“ยิงพันเซอร์เชรคถล่มประตู” ผมสั่งทันทีเมือมาถึงประตูใหญ่ สุดทางเดินหลัก

ปั้งงง เปียงง เสียงกระสุนแสงประทบประตูห้องสวดมนท์ของวิหาร ฟังลงมาทันทีทั้ง 2 บาน

“พันเซอร์เชรคยิงใส่เทวรูปทั้งหมดที่เห็น สวนพลกองกำลังที่เหลือ ฆ่าพวกข้าศึกให้หมด” ผมสั่งอีกครั้ง

พร้อมกับสาดปืนกลมือ ใส่ทหารข้าศึก มากมายที่กูกันออกมาจากห้องต่าง ๆ ที่อยู่ติดและถัดไปข้างในห้องสวดมนท์

ตอนนี้มีแต่เสียงปืนดังรั่นไปทั่ววิหาร เราไม่มีการปรานีใด ๆ และจะไม่มีคำว่ารอดสำหรับข้าศึก

การยึดวิหารนั้นเป็นไปแบบสงครามห้องต่อห้อง ข้าศึกได้ทุ้มทั้งหมดที่มีเพื่อต้านทานเราบัดนี้เข้าวันที่สองแล้วนับแต่เราวันแรกที่เรายึดห้องสวดมนท์ได้

“ท่านผู้บันชาการวันนี้เป็นวันสำคัญเป็นวันเสมือนวันเกิดพระเป็นเจ้า ฝั่งนู้นต้องขอพักรบแน่ ๆ และพลวายุก็จะไม่ยิงในวันนี้เช่นกัน มันเป็นทำเนียมสงครามในโลกนี้เพื่อให้เกียรติแด่พระเจ้าครับผม” แกรนเดียและหัวหน้าหน่วยกองพลวายุ ทุกคนเดินเข้ามาบอกผม

“งั้นเหลาะ” ผมพูดขึ้น ทำท่าคิดหนัก

“มีทหารข้าศึกถือธงขาวมาขอเจรจาพักรบครับ” พลกองกำลังคนหนึ่งรายงาน พร้อมกับพาทหารข้าศึกที่ถือธงขาวเข้ามาหา

“งั้นไปพาหัวหน้าพวกนายมา เราจะทำสัญญาหยุดยิงทั้งในวิหาร และรอบ ๆ เมือง” ผมพูด

และหลังจากนั้น ผมพบว่า พระสันตปาปา ได้มาด้วยพระองค์เอง ตามสัญญาวันนี้จึงเป็นวันเฉลิมฉลอง และจัดพิธีศพให้กับทหารและพลกองกำลังของทั้ง 2 ฝ่ายที่ตายไป และผมได้พาพระสันตปาปา ขึ้นรถนำสัญญานี้ไปบอกแม่ทัพทุกหัวเมืองที่กำลังถูกเรายิงถล่มกดไว้รอบนอกเมือง สร้างความปิติแก่ทหารฝ่ายนั้นที่สูญเสียเป็นอันมาก อย่างมาก เพราะสถานการนอกวิหารแทบจะเป็นฝ่ายศาสนจักรถูกถล่มฝ่ายเดียวตรอด

และในช้วงพักรบนี้ผมกับพระสันตปาปา และแม่ทัพทุกฝ่ายรวมทั้งหัวหน้ากองกำลังของฝ่ายผม ได้มารวมตัวกันบนเนินแห่งหนึ่งที่สามารถมองเห็น เมืองได้ข้อนข้างทั่ว แม่ฉากหน้าจะเหมือนการเฉลิมฉลองพักรบ แต่เนือหาที่เราสนธนากัน คือ การพยายามหารือเพื่อยุติสงคราม

“ตอบโต้บ้าอะไรกัน กรุงรอมะ หายไปครึ่งเมืองเชียวนะ” แม่ทัพจากวานิเชียน พูดขึ้น

“ก็ใครจะไปรู้ถึงเราสร้างมันขึ้น แต่เราไม่เคยทดรองใช้มาก่อนนะเวย ผู้บริสุดตายจำนวนมากพวกเราก็เสียใจเหมือนกันนะ” ผมโต้ตอบ

“พวกนอกรีดรู้จักมีเมตาด้วยเหลาะ” แม่ทัพจากเซมวน พูดขึ้น

“เออ ใช่ โดยเฉพาะกับพวกที่ชอบอ่างพระเจ้า อ่างศาสนา ยกตนขมท่านเทียวรังแก้กดขีขมเหงผู้อื่น” ผมโต้กลับ

“อย่าเถียงกันเลยนา ไม่มีประโยชน์หลอกเห็น ๆ อยุ่ทัพเราไม่มีวันสู้เทคโนโลยีของฝ่ายจตุภาคีได้ องค์สันตปาปา ในถานะกษัตริย์แห่งเชียดซีเรียน แนะนำให้ยอมแพ้เถาะเพื่อคนของเรา ยังไงเรารู้มาว่าฝ่ายจตุภาคีไม่เคยฆ่าประชาชนกับฆ่าเชลยมาก่อน เพื่อประชาชน” แม่ทัพจากเชียดซีเรียน พูดขึ้น

“อ่อ ผมขอให้ของฝันวันเกิดพระเจ้าเป็นกระสุนหนึ่งนัดระกันนะ” ผมพูดขึ้น พร้อมกับหันไปสั่งให้ปืนใหญ่ยิง

ปั้งงง ตู้มมมมม กระสุนวิ่งไปกระทบสัญลักษ์ดาวหกแฉกมีอาทิตย์จันเซี่ยวและดาว อันเป็นสันยลักษ์ประจำศาสนารอนมานลิก บัดนี้ไม่เหลือซากแล้ว

“พระเจ้าจะต้องลงโทษแก้ไอ่คนชั่ว” แม่ทัพแห่งเซมวนพูดขึ้น

“จะลงโทษพวกแก้นะระหากไม่ยอมแพ้และรับเงือนไขของเราแต่โดยดี” ผมพูดขึ้น

พร้อมกับเดินออกไปเล่นกับพลกองกำลังปล่อยให้พวกเขาเครียดกันต่อไป

วันรุ่งขึ้น กองทัพเชียดซีเรียนยอมวางอาวุธ แต่โดยดี สวนกองกำลังป้องกันและกองพลวายุ ที่บุกเข้าวิหารก็ได้บุกยึดไปถึงห้องบันลังสันตปาปา แล้วสงผลให้เกิดการยอมจำนนอย่างไร้เงือนไข

เพราะองค์สันตปาปา เห็นว่าสูญเสียเกินไปแล้ว

“ไปพวกเราไปปักธงชัยของเราเหนืออครมหาวิหารกันเถาะ” ผมให้แกรนเดีย คุ้มกันขนะที่ซาก้าถือธงตาม

วิงไปยังหลังคาวิหารที่มีธงสันตปาปาปักอยู่

และยิงปืนพกตัดเชือกธงจนธงประจำตัวสันตปาปา ตกลงไปยังเบื่องล้างพร้อมกับซาก้าได้ปักธงชัยเหนืออครมหาวิหาร

ชัยโยยยยย เสียงโหร้องแด่ชัยชนะดังก้องกังวาน

“โปรดรุกขึ้นมาจากกองซากเถิด
มีวันใหม่ลอคอยเราอยู่
จงศรัทธาต่อแดนบ้านเกิดเถิด
ว่าจะพบสิ่งที่ดีกว่า
อดีดต้องจบสิ้นลงไป
อนาคตต้องเริมต้นขึ้น
เราจะทำให้สำเร็จให้จงได้
เพื่ออนาคตที่รุ่งเรือง
ส่องสว่างเหนือแดนไท
ส่องสว่างเหนือแดนไท”

เสียงขับขานเพลงประจำสหพันธรัฐไท ดังขึ้นและเมือเพลงจบก็ตามด้วยเสียงโหร้องชัยโยอีกครั้ง

“ยังไม่จบหลอกเรายังเหลือทัพเซมวน และเวนิเชียนอีกไปไร่ตบพวกมันกันเถาะ” ผมได้ป่าวประกาศขึ้น

หลังจากนั้นทางเหนือของเมือง

เสียงปืนได้ดังสนั้นพร้อมกับกองทัพของอีกสองราชอาณาจักรเริมแตกถอยล้นไม่เป้นกระบวนเนื่องจากการบุกอย่างหนักของกองกำลังป้องกันและทัพวายุจากฝังอื่น ๆ ที่มาเสริมทัพ สงผลให้แทบจะชี้ขาดสงคราม

เราเริมบุกไร่ตีข้าศึกจากชายเมืองรอมะจนสามารถร้อมเมืองหลวงของเวนีเชียนได้ ซึ่งเวนิเชียนก็ยอมวางอาวุธแต่โดยดี ขนะที่เซมวนด้ถอยไปรวมทัพกับพีมอเนียน และเปิดแนวรบใหมที่ทำได้แค่ยื้อเวลาตาย เพราะตามชายฝั่งต่างถูกถล่มด้วยเรือยิงจรวด และลึกไปด้านในถูกถล่มด้วยเรืออากาศทิ้งระเบิด

ปั้งปั้งปั้งปั้งปั้งปั้งปั้งปั้งปั้งปั้งปั้ง

เสียงสาดปืนกลหนักยังคงดังก้องทั่วแนวรบระหวางรอนมานส่วนใหญ่ที่เรายึดไว้แล้วกับพีมอเนียน ทหารเซมวน-พีมอเนียน มากมายทั้งม้าทั้งราบ ต่างล้มเป็นกองซากนับแสน ๆ

“บุกต่อไปจนกว่าจะถึงเมืองหลวงของพวกมัน ทุกคนติดมีดปลายปืน จู่โจม” ผมตะโกนพร้อมกับขึ้นจากสนามเพาะ นำกำลังบุกเข้าไปตบไร่ข้าศึก ผักดันแนวรบข้าศึกให้ต้องถอยล่นอีกครั้ง ในครั้งนี้ด้วยความสูญเสียมหาศานเราจึงสามารถ ทำให้ข้าศึกถอยออกไปจากพีมอเนียนได้สำเร็จ และในตอนนี้เรากำลังจะข้ามฝากไปสู่เซมวน แต่แล้ว

“ช้าก่อนครับ ช้าก่อน เราคือทหารแห่งกองทัพแห่งอาณาจักรเฟรียนโซ พันธมิตรของท่านตอนนี้พวกเราได้พิชิตเซมวนแล้ว ขอพวกท่านหยุดการโจมตีเถิด” ทหารม้าในชุดเกราะผ้าคุมน้ำเงินถือธงน้ำเงินขาว รายดอกพร้อมกับธงขาวเดินมาหา และเมือมองไปข้างหลังพบว่า กษัตริย์แม่ทัพแห่งเซมวนถูกจับกุ้มไว้แล้ว

“พวกเขาจะต้องถูกสงไปสอบสวนในศาลอาญาระหว่างประเทศ ดูแลดี ๆ ด้วยละ” ผมกำชับ

“ไม่ต้องหวงครับเราจะดูแล เสมือนพวกท่านดูแลเชลยศึก” แม่ทัพกองทัพเฟรียนโซ ที่มาด้วยรับปาก

“งั้นเราก็สบายใจ ขอถอนกำลังกลับชายแดนละนะ” ผมพุด

“ขอให้โชคดี และได้พักซักทีนะผู้บันชาการ” แม่ทัพฝังเฟรียนโซ ถอดหมวกให้เกียรติผมเป็นการสงแขก

“ท่านก็ขอให้โชคดี ปลอดภัยหวังว่าเราจะได้ร้วมงานกัน” ผมพูดและยื่นมือขวาให้

“แน่นอนอาณาจักรเราเป็นพันธมิตรกันนิ” เขายืนมาจับมือผม ก่อนผมจะถอยกองกำลังกลับข้ามไปอยู่หลังชายแดนพีมอเนียน

“ฉวยโอกาศชัด ๆ” ซาก้าบ่น

“ไม่ลงแรกเลยซักนิด อาสัยเราลดกำลังข้าศึกแล้วยึดเฉย หน้าด้านชิบ” เมเดเซียที่มักเงียบและหน้าตายได้พูดมากกว่าทุกทีสงใสจะฉุน

“พวกสถุนเฟรียนโซก็งีระ รบเองไม่เป็นดีแต่รอบกัด คอยตอดกินเสดของเหลือของเกิน” แกรนเดียบ่น

“เอาเถาะอีกซักพักกองกำลังปลดปล่อยประชาชนและกองพลอาสา จะมาแทนช่วยเราคุมที่นี่เรารีบกลับไปที่ฐานบันชาการกันเถาะ หัวหน้าหน่วยทุกกองพันสำรวจด้วยว่าเราตายไปเท่าใหล่บาดเจ็บเท่าใหล” ผมสั่งการก่อนเดินนำทุกคนกลับฐาน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

13 ความคิดเห็น