Wissenschaft und Magick: Angriff des Reich!!![วิทยาศาสตร์ และ เวทมนตร์: การโจมตีของอาณาจักร]

ตอนที่ 20 : เอริก เดเชลก้า กับ มีนา ยาเกนซี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 82
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 ก.ค. 60

“งื้มมมม” ผมงัวเงียลืมตาขึ้นมา เอะ ที่นี่ที่ใหน ผมจำได้ว่า ผมออกมาทำภาระกิจนอกเมืองกับเพื่อน และตอนนี้ แย้แล้ว พวกเราถูกจักรวรรดิโจมตีและจับตัวได้ขนะ พาประชาชนผู้เหลือลอดหลบหนีนี่หน่า

“ช..ช่วยด้วย เอริกช่วยฉันด้วย” เสียงของเพื่อนสาว ที่ตอนนี้ถูกไอ่จอนของทหารจักรวรรดิกำลังจะยื้นไปหาดังขึ้น

“มีนา หยุดนะพวกแก” ผมพูด

“ตื้นแล้วเหลาะไอเด็กน้อย เงียบไปซะ” ทหารจักรวรรดิอีกคนถีบหน้าผมจนล้มคว่ำ

“มีนา” ผมพูดและได้แต่มองเธอกำลังจะถูกพวกชั่วนี่กระทำชำเลา โดยทำอะไรไม่ได้ เพราะมันมัดผมและเอาเท้าเหยียบหน้าผมอยู่

พระเจ้าโปรดทรงเมตาช่วยพวกเราด้วยเถาะ อย่างน้อยช่วยมีนา ช่วยเธอ

“ณ แดนบิดา เราจึงก้าวเดิน
เพื่อเสรีภาพ เราจึงต่อสู้”

ใครมาร้องเพลงตอนนี้เนี้ย ผมได้แต่คิดในใจด่าไอ่คนที่ร้องเพลงขัดการสวนมนต์ของผม เดียวนะเพลงแบบนี้

ตู้มมมม อากกกกกกกก

อยู่ ๆ กำแพงก็ระเบิดขึ้น เสียงพวกทหารจักรวรรดิในนี้ 3 คนที่ลอคิวจะกระทำชำเลามีนา อยู่ลิมกำแพง ปิวกระจาย

“อะไรนะ” ทหารจักรวรรดิอีกเหยียบผมอยู่เมือตะกีรุกขึ้นมาพูด

ปั้งปั้งปั้งปั้งปั้งปั้งปั้ง

เสียงสิ่งที่เรียกว่าปืนดังขึ้น พร้อมกับลำแสงผ่านตามตัวและหัวของพวกจักรวรรดิที่เหลือ ลงไปนอนดับอนาจที่พื้น

“ไม่เป็นไรนะสาวน้อย อ่อ นายด้วย ดีใจจังมีคนรอดด้วย” เสียงชายหนุมหน้าตาหล่อเหล่าผมทองคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับช่วยปลดปล่อยผมกับมีนา

“พวกเธอไม่เป็นอะไรใช่ใหม?” เขาถาม

“ครับ/คะ” พวกผมตอบ

“พวกเธอชื่ออะไรกัน ฉันผู้บัญชาการกองพลวายุพิเศษที่ 1 พลเอก แกรนเดีย ฟอน อันเชิร์นแทรม” เขาพูด

“กระผมเอริก เดเชลก้าครับ ท่านว่าที่หัวหน้าองค์รักษ์แห่งอืชเตอร์เนีย” ผมรีบพูดแล้วทำความเคารพเมื่อได้ยินนามสกุล

“ดิฉันมีนา ยาเกนซี่ คะท่าน” มีนาพูดแบบเคารพเช่นกัน

“ตอนนี้ผมอยู่ในฐานะผู้บัญชาการ ไม่ต้องระเบียบมากหลอก มาเถาะพวกเธอดูเป็นนักเรียนจากโรงเรียนหลวง พวกเธอรับนี่ไปวิธีใช้ดูตามที่เราทำนะ” เขาพูดแล้วยื้นปืนมาให้พวกเรา

“ไปกันเถาะแถวนี้เราหน้าจะปลดปล่อยหมดแล้ว พวกเธอที่เหลือระ” เขาถาม

“พาชาวบ้านที่เหลือหนีไปแล้ว มีพวกเราแค่ 10 คนที่อยู่ต้านทานถ่วงเวลาครับ” ผมพูด

“งั้นเรามาดูกันเถาะหวังว่าจะอยู่กันครบนะ” เขาพูดแล้วเดินออกไปให้พวกเราตาม

“ท่านครับ ช่วยเด็กพวกนี้มาได้ 6 คนครับ อีกสีคนเราช่วยไม่ทันจริง ๆ มี 2 ในทั้งหมดเป็นผู้หญิงตอนเราไปช่วยเธอกำลังถูกกระทำชำเลาอยู่ สภาพจิตใจไม่ค้อยดีให้คนเอาไปสงที่ฐานแล้ว” มีพลวายุ ในเครื่องแบบสีน้ำตาลอ่อน วิ่งมารายงานท่านแกรนเดีย

“ไม่เผอฆ่าไอสวะพวกนั้นด้วยกระสุนไปก่อนใช้ใหม?” เขาถาม ซึงตอนนี้ผมเป็นห่วงเพื่อน ๆ ว่าแต่จะไวชีวิตไอเลวพวกนั้นทำไมยิง ๆ ให้ตายไปเถาะ

“ครับ ให้ทำยังไงดีครับ” เขาตอบ

“เผาพวกมัน ให้ทรมานที่สุด” เขาสั่ง

“ไม่แนะนำให้ใช้นำมันลาดแล้วเผานะมันเปลือง แนะนำให้จับมันมัดในท่านั่งกอดเข่ายัดลงถังน้ำมันเปล่าที่เรามีอยู่เยาะแยะ เจาะรู้ใต้ถังแล้วสร้างช้องว่างให้ห่างจากพื้นราว 40 เซน แล้วจุดไฟจากข้างใต้ข้อย ๆ ย่างสดพวกมันดีกว่า” ชายที่ผมเคยเจอตอนมาช่วยผมจากในหมู่บ้านปรากดตัวในชุดแบบเดียวกับท่านแกรนเดีย ต่างจากสีน้ำตาลเข็ม เป็นดำสนิดเท่านั้นเอง

“เอาอย่างงั้นเลยเหลาะท่าน” ท่านแกรนเดียทำความเคารพแล้ว ถามด้วยสีหน้าตั้งคำถาม

“ตามนั้นระ” ท่านเทวินทร์พูด

หลังจากนั้นพวกทหารจักรวรรดิระยำพวกนั้นก็ถูกย่างสด ร้องละงมไปทั่วเมือง ไม่ถึง 20 นาที พวกมันก็เงียบลงกลายเปิดถังออกมากลายเป็นกระดูกสีดำในทาทางทรมาน มากก่อนตาย

“พวกมันรับกรรมที่ทำกับเพื่อนพวกนายแล้ว ทีนี้พวกนายจงตามหลังเรามาช่วยปลดปล่อยผู้คน เหมือนกับเพื่อนพวกนายที่เราไปเจอกลางทางพร้อมชาวบ้าน เถาะ ไปปลดปล่อยผู้คนจากความเลวร้ายนี้กันเถาะ” ท่านเทวินทร์พูดพร้อมกับถือปืนพกวิ่งนำหน้าไป

“ชัยโยยยยย” ท่านแกรนเดีย ถือปืนกลมือ วิ่งตามไป

“ไปกันเถาะเอริก” เพื่อนผมคนหนึ่งสะกิตให้วิ่งตามไป

“อืม ลอด้วยสิมีนา เอรัน” ผมเรียกชื่อเพื่อน ๆ ที่ถือปืนตามหลังกองพลว่ายุไปหมาด ๆ ให้ลอผมด้วย ก่อนผมจะถือปืนกลวิ่งตามไปด้วย และผมก็พบกับเพื่อน ๆ ที่แยกกันไปก่อนหน้านี้ รวมแล้วมี 20 กว่าคน

กำลังยิงปืนใส่พวกจักรวรรดิแบบมั่วไปหมดเพราะไม่ได้ถูกฝึกมา

ผมก็ด้วย

“ตายไปซะพวกขยะของมนุษย์” ผมพูดแล้วยิงเจาะผ่านกลางหัวทหารจักรวรรดินายหนึ่งที่ถูกยิงล้มกำลังจะครานหนี

“นั้นระ เอริก นายทำได้ดีมากอย่าไปเมตามันนึกถึงชีวิตเพื่อนนายที่ต้องตายอย่างทรมาน เพื่อนนายที่ต้องตายทั้งเป็นเพราะพวกมัน ครอบครัวนาย และอีกหลาย ๆ คนอย่าไปปรานีมันทำกับมันเหมือนที่มันทำกับเรา” ท่านเทวินทร์ สงเสียงมาหาผม

“ไปตายซะ ตายให้หมด” ตอนนี้มีนาและคนอื่นเริมบ้าเลือดตามผมแล้ว ตอนนี้พวกผมพร้อมแล้วที่จะฆ่าพวกจักรวรรดิทุกนายที่เราเจอ

ปั้งงง อากก

เสียงผมยิงทะลุท้องทหารจักรวรรดิตัวหนึ่งที่ง้างดาบเตียมจะฟันผม

“พวกนายมาทางนี้” ท่านเทวินทร์เรียกพวกผมให้มาหลบข้าง ๆ ท่าน

“เครื่องยิงหิน เอาพันเซอร์เชรคยิง” ท่านเทวินทร์หันไปสั่งให้ พลวายุ เอาไอ่แท่งยาว ๆ ด้านหน้ามีกำบัง และเมือนตรงกลางก่อนถึงช้องส่องสายตามองมีแทงเล็กยาว ๆ สั้น ๆ ที่พวกเขาบอกว่าเป็นสโครฟ อยู่ด้วย พลวายุใส่ ตัวประจุพลังไปที่ข้างหลังและยิงออกไป เกิดลูกแสงขนาดใหญ่พุ่งไปจนพวกเครื่องยิงหิน จนพังเพราะโดนหลอมด้วยความร้อนสูงจนหายไปหลายส่วน

ฟิ้ววว ตู้มมมมม เสียงเจ้าพาหนะหุ้มเกราะบุกไปเป็นแนวหน้าทำรายทุกรถม้า และทุกสิ่งกรีดขวาง จนตอนนี้พวกเราที่วิ่งตามไปกำลังเป็นเหมือนการไร่ฆ่าฝ่ายเดียวมากกว่า

เพราะพวกจักรวรรดิกำลังหนีหัวซุกหัวซุน แต่พวกจนมุม หรือ ขวัญกระเจริงบางคนนั่งตัวสั่น บางคนยืนตัวสั่น เหมือนคนบ้า

ฟิ้วว ตู้มมมม ปั้งงง เปี้ยงงง

เสียงการสังหารหมู่ยังคงดำเนินต่อไปพวกทหารจักรวรรดิไม่ว่าจะหนี้ หรือหวาดกลัวจนเสียสติ หรือพยายามสู้ก็ร้วนถูกฆ่าตายไม่ต่างกัน บางคนบ้าคลั่งสิ้นสติเอาหอกไปแสงใส่เจ้ารถมีเกราะติดปืนใหญ่นั้น จนถูกมันขับทับจนเละเป็นยุงโดนตบเลย

“ณ แดนบิดา เราได้ก้าวเดิน
เพื่อเสรีภาพ เราจึงต่อสู้
ผืนธงสามสี อันเป็นนิรัน
พว หน้าเดิน มาเถิด บนทางเสรี
ผืนธงสามสี อันเป็นนิรัน
พว หน้าเดิน มาเถิด บนทางเสรี”

เสียงเพลงถูกร้องขึ้นอีกครั้งโดยพลวายุ ซึ่งเสียงร้องเพลงได้โหมไปกับเสียง นา ๆ ยุทธพันกระหน่ำใส่พวกจักรวรรดิจนตอนนี้พื้นและทุ่งหญ้าตรงหน้าเป็นไปด้วยสีแดงฉาน

“เอาละแถวนี้ไม่มีพวกมันเหลือแล้วละ ตอนนี้กองกำลังของเราทั้ง กป ทั้ง พว ทั้ง กปอ ที่ตีกระหนามมาจากทุกด้าน กำลังเขาปลดปล่อยผู้คนตามที่ต่าง ๆ และเขาปิดร้อม วาร์ชซาวา จากทุกทางตัดทางการสงออกทาสของพวกมันไปที่อื่น ช่วยเหลือผู้คนที่เหลือ” ท่านเทวินทร์พูด ขนะเตะพวกจักรวรรดิทีระศพเพื่อเชคให้แน่ว่าตายแล้ว

“งั้นต่อจากนี้ปอนเนียก็จะปลอดภัยเป็นที่ ๆ พวกเราทุกเผ่าพันอยู่ได้อย่างสันติแล้วสินะ” ผมพูด แล้วถีบไอ่ร่างที่นอนอยู่ที่พื้นให้เงยหน้าขึ้น อะมันยังไม่ตายนิ แต่โลยลินเต็มทีแล้วชั่งมันเถาะ

ปั้งง ปืนจากท่านเทวินทร์ยิงใส่หัวมัน

“อย่าปล่อยพวกมันไป เกิดไม่ตายจะกลายเป็นอาญากรสร้างความวุ่นวายให้แผ่นดินให้ประชาอีก” ท่านเทวินทร์พูด

“ครับผม” ผมตอบรับ

ปั้ง ปั้งง

เสียงปืนดังแว่วมาจากรอบ ๆ ผมสาบานได้ผมเห็น มีนา ที่ปกติเป็นคนอ่อนหว่านสุภาพหน้ารัก เอาปืนจ่อหัวคนและยิงแบบหน้าตาย

“ฉันเห็นด้วย คนพวกนี้ไม่สมควนได้โอกาศ” เธอเดินเข้ามาตบใหลผม และให้ผมเดินตามไปไร่เก็บพวกที่เหลือต่อ

เวลาล่วงเลยมาจนดึก พวกผมขึ้นไปนั่งบนเจ้าพาหนะมีเกราะแข่งนี่พร้อมกับทหารคนอื่น ๆ

“หิวใหม?” ท่านแกรนเดียหันมาถาม

“หิวครับ” ผมพูด พวกเขาเลยยื่นชอกโกแลดสุดแข่งแบบที่พวกเขาแทะอยู่มาให้พวกผม

“กินแก้ขัดไปก่อน คืนนี้เราคงไม่ได้พักดูแล้ว อีกนานกว่าจะผ่านป่าได้” เขาพูด

“ฆ่ามันนนน” อยู่ ๆ เสียงตะโกนก็ออกมาจากป่า มันคือทหารจักรวรรดิหลายพันคนที่ซุมอยู่พวกมันวิงตรงมาทางพวกเรา

“ทุกคนยิงพวกมันอย่าไปกลัว เอามีนติดปลายปืนไป ๆ” ท่านเทวินทร์สั่ง ซึ่งพวกถือเครื่องพลไฟต่างเป็นแนวหน้าปล่อยไฟเผาพวกดาหน้าเข้ามาก่อนพลราบจะตั้งตัวได้ จัดขบวนป้องกันยิงใส่ทุกคนที่เข้ามาไก้ล ๆ

ปั้งงง ปั้งงง ปั้งงง

เสียงผมยิงไรเฟินใส่พวก จักรวรรดิทุกนายที่เข้ามาในเป้ายิง ตัวประจุพลังงานแม๊กแล้วแม๊กเล่าต่างหมดไป พร้อมกับศพพวกมันเริมกองรวมกันมากมาย ตอนนี้พวกมันที่เหลือแตกหนีไปแล้ว

“ตามไป รายงานความเสียหาย” ท่านเทวินทร์สั่ง

“บาดเจ็บ 50 ตาย 15 ครับ” ทหารคนหนึ่งมารายงานท่านเทวินทร์

ถือว่าดี ไปฆ่าพวกมันให้หมด” ท่านเทวินทร์พูด และให้กองกำลังป้องกัน ใต้บัญชาของนายทหารคนหนึ่งตามไป

หวังว่าจะได้พักนา ไม่มีอะไรอีกแล้วนะ ผมภาวนาพร้อมกับนั่งแทะชอกโกแลด ในมือบนเจ้าพาหนะหุ้มเกราะนี้ต่อไป

********************************************************************************************************

ท่าหายไปนานรู้ไวผมต้องอ่านหนังสือจนไม่มีเวลา 5555+ เดียวสอบตก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

13 ความคิดเห็น