ณ ที่ปลายขอบฟ้า

ตอนที่ 27 : สงครามของผู้หญิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,009
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 พ.ย. 50

 

- 27 -

สงครามของผู้หญิง

 

            วันเวลาของเดือนใหม่ และปีใหม่ยังคงสดชื่น รื่นเริง และมีกลิ่นอายสนุกสนานของงานเทศกาล และบรรยากาศสีสันของแฟชั่นฤดูหนาว และยังมีการเตรียมการกับเทศกาลต่อไปคือ วันแห่งความรัก...วาเลนไทน์...

            ผ่าคลอดลูกเราวันวาเลนไทน์ดีไหมปูเป้ ? เสียงห้าวของคนตัวโตที่ยืนเช็ดผมอยู่ใกล้ๆ ภรรยาสาวที่นั่งแปรงผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เรียกรอยยิ้มขบขันจากคนฟังได้ไม่น้อยเลย

            ก่อนกำหนดหนึ่งสัปดาห์เลยนะคะ เสียงใสเอ่ยยิ้มใสให้สามีที่เดินมายืนโอบไหล่เธอไว้

            แต่หมอก็บอกว่าลูกแข็งแรงดีนี่น่า... เขาว่า พลางทำหน้าออดอ้อนเล็กน้อย ลูกจะได้มีชื่อเล่นว่าวาเลนไทน์ไง

            คนฟังส่ายหน้าหัวเราะขัน คุณนี่ น่าอายตายเลย...

            ทำไมล่ะ ?

            เด็กๆ ก็น่ารักนะคะ...แต่คุณคิดถึงตอนโตๆ สิ ถ้าเป็นเราแล้วมีนิกเนมว่า วาเลนไทน์ เราอายไหม ฮึ...หรือคุณไม่อาย...

            ชายหนุ่มปากยื่นน้อยๆ จนเธอหัวเราะเบาๆ ค่อยๆ ลุกขึ้นโอบเอวเขาตอบ ระหว่างเขาประคองเธอเดินเคียงกันออกไปนั่งที่ปลายเตียงนอน

            เอาเป็นว่าลูกอยากออกมาตอนไหนก็ปล่อยเขาเถอะนะคะ ให้ตามกำหนดดีที่สุดสำหรับลูก และก็เด็กทุกคนที่อยู่ในท้องนะ... ว่าที่คุณแม่บอกเสียงอ่อนโยน ระหว่างเอื้อมมือขึ้นลูบหน้าท้องใหญ่ของตนเองเบาๆ โดยมีมือใหญ่ของสามีลูบอยู่ใกล้ๆ ด้วยดวงหน้ายิ้มแย้มไม่ต่างกัน

            คิดชื่อลูกไว้หรือยังคะซองซู ? เสียงใสเอ่ยถาม พร้อมเหลียวมองสามีด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน จนเขาอดชะโงกหน้าไปจุ๊บแก้มเธอไม่ได้ ยิ่งทำให้เธอหน้าแดงขึ้นไปอีก จนเขาหัวเราะขัน

            ก็คิดไว้หลายชื่อ ขอเห็นหน้าลูกก่อนดีกว่าแล้วค่อยว่ากันอีกที... เขาเอ่ยเสียงอ่อนโยน พลางขยับกายล้มตัวลงนอนหนุนตักนุ่มของเธอ ค่อยๆ ก้มหน้าลงซบแก้ม และหูกับท้องใหญ่ของภรรยาสาว พร้อมพูดคุยกับลูกชายที่กำลังเติบโตอยู่ในครรภ์ของมารดาเช่นทุกคืน

            ปภาวดียิ้มเป็นสุขใจเสมอที่เขาอ่อนโยนกับเธอและลูกๆ อีกทั้งคนรอบข้างทั้งในบ้านและลูกน้องที่สนิทสนมกันดี แต่หากใครที่ทำให้เขาไม่พอใจ หรือเคยมีปัญหากันมาเขาก็ช่างน่ากลัวเหลือกำลังจะเยี่ยวยา เธอจึงรู้สึกอบอุ่นใจเสมอที่เขากอด บอกรัก ดูแล และเป็นเดือนเป็นร้อนแทนเธอทุกเรื่อง หากจริงๆ แล้วที่เธอรู้สึกถึงความรักกับเขาก็คือ เขาเป็นกลาง และเป็นสุภาพบุรุษ...

 

            หิมะที่ตกลงมาในเช้าวันนี้ไม่หนัก และไม่เป็นเกล็ดใหญ่นัก ทำให้ปภาวดีเลือกจะใส่ชุดคลุมท้องแบบเดรสแขนยาวผ้าลินินเนื้อผ้านุ่มสีชมพูหวานที่มีเส้นด้ายหลากสีปักเย็บเป็นเส้นคดเคี้ยวตลอดช่วงต่อใต้อกจนถึงชายกระโปรงที่ยาวคลุมเข่า โดยชุดมีลูกเล่นที่ส่วนคอที่สูงเกือบถึงคางมีริบบิ้นเส้นเล็กเย็บรูดจับจีบผูกเป็นโบบริเวณไหปลาร้า ทำให้ผ้าช่วงคอเป็นกลีบสวยงาม เช่นเดียวกับข้อแขนเสื้อ และส่วนต่อใต้อก ทำให้ชุดนี้ดูอ่อนหวานน่ารักเหมาะกับว่าที่คุณแม่ยังสาวมากมาย มือเรียวจับริบบิ้นที่บริเวณลำคอให้เข้าที่ ก่อนจะเหลียวไปคว้าเสื้อคลุมผ้าไหมพรมถักสีขาวตัวยาวและหนามาถือไว้ พร้อมกับกระเป๋าสะพายหนังแก้วสีชมพูเหลือบมุกอ่อนๆ เดินออกมายังห้องนอนที่สามีตัวโตยืนจัดการกับกระเป๋าเอกสารของเขา และแฟ้มงานของเธออยู่ที่โต๊ะทำงานมุมห้อง

            โอ๊ะ ! เมียผมสวยจัง... เสียงห้าวบอกพร้อมรอยยิ้มกว้างสดใส จนคนถูกชมได้แต่ยิ้มขวยเขินก้มลงมองตนเอง

            ท้องโตเหมือนฮิปโปอย่างนี้ยังสวยอยู่หรือคะ ? เธอแกล้งถามเสียงงอนๆ จนเขาหัวเราะชอบใจ เดินหอบเอกสารไว้ในอ้อมแขนหนึ่ง ส่วนอีกมือก็เอื้อมโอบไหล่เธอเข้าหาตัว

            ปูเป้จิตใจสวย...จะอ้วนจะผอมจะเป็นแม่ลูกอ่อนลูกโตกี่คนก็สวย...เพราะผมรักคุณที่คุณเป็นคนดี เป็นเด็กน่ารัก... พูดจบก็ก้มลงจูบขมับคนที่ยิ้มอ่อนโยน พลางทำจมูดฟุดฟิด

            ทำซึ้งแต่เช้า... เธอว่าแก้เก้อ ลงไปข้างล่างเถอะค่ะ เฮวอนคงลงไปแล้วมั่งค่ะ

            อือ เขารับคำยิ้มๆ คอยประคองเธอไว้ในอ้อมแขนหนึ่ง และเมื่อเดินออกไปถึงยังบริเวณส่วนนั่งเล่นที่โถงกลางของชั้นสองก็ส่งเอกสารให้ลูกน้องหนุ่มคนหนึ่งถือไปเก็บไว้ในรถยนต์คันประจำ และเขาก็โอบประคองภรรยาสาวด้วยความห่วงใยลงบันไดช้าๆ ด้วยกันเช่นทุกๆ วัน

            อุ้ย ! คุณแม่สวยจัง

            คนถูกชมยิ้มกว้างให้ลูกสาวที่วิ่งตึกตักออกมาจากห้องอาหาร เฮวอนจะไปไหนจ๊ะ ?

            ไปดูอาเตกูค่ะ ป้าจีอินบอกว่า อาเตกูเก็บหมาโดนทิ้งได้เมื่อเช้า เด็กหญิงบอกเสียงใส ดวงตาสีดำกลมโตฉายแววสนใจ

            สองคนพ่อแม่เหลียวมองสบตากัน ก่อนจะเดินตามหลังลูกสาวที่วิ่งตึกๆ ไปยังส่วนตะวันตกของบ้าน และก็พบชาน เต-กูนั่งอยู่ข้างๆ กล่องกระดาษขนาดใหญ่ที่เจ้าบ้านจำได้ว่าเป็นกล่องใส่โทรทัศน์ขนาดยี่สิบเก้านิ้วที่เจ้าตัวเขาไปเลือกซื้อมาให้มารดาเมื่อตอนปีใหม่ และในกล่องนั้นก็มีหัวที่ปกคลุมไปด้วยขนยุ่งๆ สีน้ำตาลอ่อนพลุบๆ โผล่ๆ อยู่

            ใครทิ้งมันไม่รู้ครับ...ขาหักด้วย ชายหนุ่มหันมาบอกเจ้านายทั้งสองที่ยืนมองอยู่ ระหว่างที่เด็กหญิงกำลังยิ้มกว้างให้เจ้าหมาหลงที่มีท่าทีตื่นๆ หากก็เอาจมูกมาดุนดมกลิ่นผู้คนแปลกหน้า โดยมีเซนานั่งอยู่ข้างๆ ลังนั้น

            เฮ้อ...คนเรานี่ใจร้ายจัง ปภาวดีเอ่ยเสียงอ่อนล้า ไปเจอที่ไหนหรือคะ ?

            หัวมุมถนนเข้าซอยบ้านเรานี่ล่ะครับ...มันนอนหมอบหลบอยู่ตรงเสาไฟ หิมะเต็มตัวเลยล่ะ มันคงไม่มีแรงขยับหลบ เพราะตอนผมเข้าไปขามันหักเลือดเต็มเลย คนเล่าทำหน้าเหยเกเมื่อคิดถึงภาพแรกที่พบเจ้าสี่ขาเมื่อเช้า

            สงสัยรถชนแน่ๆ ชายหนุ่มเจ้าบ้านเอ่ยสำทับ เฮ้อ...พาไปหาหมอแล้วใช่ไหม

            เรียบร้อยแล้วล่ะครับ นี่ก็ยอมให้เซนากอด แต่จริงๆ มันคงยอมแต่ผู้หญิง เมื่อกี้แม่ก็จับลูบตัวมันได้ แต่พวกผมเขาใกล้มันทีไรขู่ทุกที... คนเก็บมาเอ่ยเล่า กว่าจะอุ้มพาไปหาหมอเมื่อเช้าก็แทบแย่...

            ไหน...ดูหน้าหน่อยสิ...ตากหิมะตั้งนานจะไม่สบายหรือเปล่า ? คนท้องโตค่อยๆ ทรุดกายลงนั่งลงกับพื้นใกล้ๆ ลูกสาว โดยมีสามีคอยช่วยพยุง

            แหม...น่ารักเสียด้วยนะเรา...ไหนขอดูหน่อยสิผู้หญิงหรือผู้ชาย หึ... เธอว่าพลางลูบหัวมันเบาๆ ไปหลายครั้ง จนมันยอมเล่นด้วย และมือเรียวก็เอื้อมไปเลิกผ้าห่มตัวมันออกดู จึงเห็นที่ขาหลังด้านขวามีการเข้าเฟือกให้อยู่

            แหม...ตัวผู้นี่เอง ถึงชอบใจสาวๆ... หญิงสาวว่ากลั้วหัวเราะ เรียกเสียงหัวเราะได้จากทุกคนในห้องสดใส จนเตกูได้แต่ส่ายหน้าและชี้หน้าว่าทับเจ้าตูบเจ้าชู้

            เขามียาให้ใช่ไหมคะคุณเตกู ?

            ครับคุณนาย...มียา และก็มีแผ่นพับการดูแลมาให้ด้วย แต่คงต้องให้เซนาดูแลไปก่อน เพราะว่ามันชอบสาวๆ จริงๆ ฮะ คนนำมันมาจากอันตรายกล่าวกลั้วหัวเราะในตอนท้าย ซึ่งก็เรียกเสียงหัวเราะได้จากทุกคน

            หนูกลับจากโรงเรียนแล้วมาช่วยเลี้ยงได้ไหมคะ คุณพ่อ คุณแม่ ? เด็กหญิงหันมายิ้มน้อยๆ ออดอ้อน

            ได้สิค่ะ หญิงสาวตอบแทนสามีที่ยืนยิ้มประคองเธออยู่ แต่ลูกต้องทำการบ้านให้เสร็จก่อนมาเล่นกับ...ชื่อลัคกี้นะ...โชคดีที่รอดตาย...

            ทุกคนพยักหน้ารับเห็นด้วย เมื่อนายหญิงของบ้านทำท่านึกว่าจะเรียกเจ้าตูบที่นอนมองอยู่อย่างไรดี

            ค่ะ หนูจะทำการบ้านให้เสร็จก่อนมาช่วยพี่เซนาดูแลลัคกี้ เด็กหญิงรับคำพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเดินมากอดแขนคุณแม่ไว้อีกข้าง

            ไปทานข้าวเช้ากันก่อนดีกว่า กวนมันมากๆ มันก็ไม่ได้พักผ่อน ซองซูเอ่ยยิ้มอ่อนบาง ค่อยๆ ประคองภรรยาสาวเดินไปล้างมือกันก่อนจะไปยังห้องอาหาร โดยมีลูกสาวตัวน้อยเดินยิ้มอารมณ์ดีตามไม่ห่าง

 

            ต้าย...มาทำไมย่ะคุณนาย !? ท้องเบ้อเริ่มจนจะเดินไม่ไหว โทรมาบอกสิ ฉันจะได้เข้าไปเอางานมาเอง !” คำทักแรกจากปาค ชุน-ยองทำให้หญิงสาวได้แต่ยืนหัวเราะขัน ไม่ต่างจากเพื่อนร่วมงาน และเด็กๆ ในร้าน เพราะแม้ชายหนุ่มใจสาวจะโวยวายเสียงขุ่น หากก็เดินปราดเข้ามาช่วยประคองเธอไปนั่งยังโซฟาด้านในของร้านที่ใช้รับแขกที่ต้องการคุยงานเป็นการส่วนตัวเท่านั้น

            หิมะก็ตก จะออกมาทำไมเนี่ย ?!”

            ฉันท้องนะคะ ไม่ได้เป็นหง่อย คำตอบของหญิงสาวทำให้คนบ่นส่งค้อนมาหาวงใหญ่ เรียกเสียงหัวเราะเบาๆ รอบร้านทีเดียว จนเจ้าของร้านต้องหันไปเอ็ด หากก็ไม่จริงจังตามประสา

            ชุดสวยนะจ้ะ คนค้อนเปลี่ยนเรื่องไปชมชุดฝีมือตัวเอง

            คนฟังหัวเราะสดใส สวยอยู่แล้วล่ะค่ะ...ใส่สบายด้วย

            ถึงคลอดก็ยังใส่ได้ เขาว่ายิ้มใส เพราะบริเวณใต้อกจะรูดริบบิ้นผูกแน่นผูกหลวมขนาดไหนก็ได้

            ค่ะ ฉันชอบ...สีก็สวย เธอบอกยิ้มหวาน ระหว่างจัดแจงหยิบแบบงานออกมาให้เขาได้ดู และนั่งพิจารณาผลงานกันอยู่เป็นนาน จนเกือบล่วงเลยเวลาเข้าสู่เที่ยงวันโดยไม่มีใครได้รู้ตัว เพราะพูดคุยปรึกษา และเล่นกันไปมา อีกทั้งเด็กในร้านก็นำน้ำและอาหารว่างมาวางไว้ให้ด้วย จึงทำให้สองสาวนั่งคุยกันเพลิดเพลิน

            ตายจริง! จะเที่ยงแล้วหรือเนี่ย!” ชุนยองเอ่ยเสียงตกใจ ก่อนจะหันมายิ้มกับหญิงสาวที่นั่งยิ้ม และก้มลงมองนาฬิกาข้อมือด้วยเช่นกัน

            ออกไปทานข้าวกัน ฝั่งตรงข้ามอาหารก็อร่อยใช่ได้

            ค่ะ เธอรับคำ และค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปพร้อมกับชายร่างสูงโปร่งใจสาวที่เอื้อมมือมาควงแขนเธอไว้ด้วย

 

            เวลาบนโต๊ะอาหารเที่ยงล่วงเลยไปจนเกือบบ่ายโมงเข้ามาแล้ว และกับข้าวมากมายหลากหลายชนิดก็ใกล้หมดลง พร้อมๆ กับความอิ่มหนำสำราญของปาค ชุน-ยอง และปภาวดีที่รับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยพร้อมๆ กับการสั่งอาหารชุดไปให้กับสาวๆ พนักงานขายตามวิสัยที่ดีของนายจ้างผู้น่ารักอย่างชุนยอง

            คุณนายครับ... เสียงทุ้มต่ำของบอดี้การ์ดหนุ่มคนหนึ่งในสองคนเอ่ยเรียกเบาๆ อยู่ที่โต๊ะอาหารใกล้ๆ ทางด้านหลังของหญิงสาว ก่อนจะส่งสายตาไปยังทางเดินเข้ามาภายในร้านอาหารที่รอบด้านบุกระจกบานใหญ่เป็นเหมือนผนังทีเดียว

            หญิงสาวเหลียวไปมองตามผู้ดูแลใกล้ตัว และก็ได้พบร่างเพรียวอวบอิ่มของชอง แช-ยองในชุดเดรสตัวสั้นอวดขาขาวผ่องของเจ้าตัวสีดำสนิทตัดกับกระเป๋าสะพายใบโตสีแดงเพลิงและรองเท้าส้นสูงที่เจ้าตัวสวมเดินเข้ามาด้วยท่าทางปราดเปรียวและมุ่งมั่นมาทางเธอ

            ไม่เป็นไรหรอก เสียงนายสาวเอ่ยบอกสองหนุ่มที่ทำท่าจะลุกขึ้นไปหาแขกคนใหม่ของร้านทันทีที่เห็นท่าทางนั่น จนสองหนุ่มตัวโตหยุดกึกเหลียวมองหน้ากันงุนงง และมองดูนายหญิงของตนด้วยความไม่มั่นใจ

            ไม่รู้จะละลานอะไรนักหนา ชุนยองเอ่ยหงุดหงิด พลางส่งสายตาดุดันไปหาเจ้าหล่อนด้วยเช่นกันพลางทำท่าจะลุกตั้งป้อมปกป้องภรรยาสาวของเพื่อนสนิทที่กำลังท้องแก่ แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงัก

            คุณชุนยองกลับร้านก่อนเถอะค่ะ ฉันจะคุยกับเขาเอง

            ปูเป้ !” ชายหนุ่มใจสาวอุทานตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง หากเมื่อคนตรงข้ามหันมาพยักหน้ายืนยันความต้องการของตนเองหนักแน่น และดวงตาสีน้ำตาลเข้มก็เด็ดเดี่ยวมากมาย

            ก็ได้ เจ้าหล่อนตอบเสียงสะบัด หากมีแววห่วงใยมากนัก ฉันยืนรออยู่หน้าร้านนะ

            หญิงสาวยอมพยักหน้ารับ คุณสองคนไปรอกับคุณชุนยองนะ

            แต่...

            ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า...คนในร้านเยอะแยะ พูดจบเธอก็เห็นคนมาเยือนเดินเข้ามายืนอยู่ข้างโต๊ะของตน

 

            จะยืนคุยหรือคะ ไม่อายคนอื่นรึ ? ยืนหน้าง้ำอยู่กลางร้านอาหาร... ปภาวดีเอ่ยเสียงเรียบ ใช้หางตาตวัดมองคนที่ยืนหน้าตึงไปน้อยๆ พลางยกมุมปากขึ้นอย่างชอบใจที่เห็นอีกฝ่ายกระฟัดกระเฟียดทรุดตัวลงนั่งที่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งจานอาหารของชุนยองก็ยังมิได้เก็บ

            ชอง แช-ยองนั่งมองหน้าคนท้องแก่ตรงข้ามนิ่งงัน แม้จะท้องแก่และรูปร่างอวบอ้วนขึ้นเพียงใด หากหญิงสาวก็ยังดูสวยน่ารักมากนัก และโดยไม่รู้ตัวหล่อนก็ไม่ได้สังเกตสองหนุ่มบอดี้การ์ดที่แอบยืนหลบอยู่หลังกระถางต้นไม้ใบโตเบื้องหลังปภาวดีเลย ซึ่งเจ้านายสาวได้แต่ส่ายหน้าระอาใจกับความห่วงใยที่ดูจะมีมากเกินความจำเป็นของทุกๆ คนในบ้านตระกูลคิม

            มีอะไรก็พูดมาสิค่ะ ฉันไม่ได้เป็นคนว่างงานไร้สาระไปวันๆ... คนพูดจงใจเน้นประโยคสุดท้ายหนัก จนคนฟังกำมือแน่นอยู่บนตัก ดวงตาสีนิลยาวรีมองสบดวงตาสีสวยกลมโตนิ่ง หากคนพูดเมื่อครู่ก็ไม่สะทกสะท้านสักนิดเดียว กลับยกมุมปากข้างหนึ่งขึ้นยิ้มเยาะอีกต่างหาก

            เธอกล้าดียังไงทำกิริยาทุเรศอย่างนี้กับฉัน !” คนถามส่งเสียงดังลั่นด้วยเก็บอารมณ์ไม่อยู่ จนคนในร้านโต๊ะอื่นๆ หันมามองคนพูดนิ่ง

            ปภาวดียักไหล่เล็กน้อย พลางขยับกายนั่งพิงพนักเก้าอี้บุหนังเทียมนุ่มนิ่มอย่างสบาย

            ใครกันแน่ทำกิริยาทุเรศ... เสียงใสเข้มขึ้น หากดวงหน้านวลกลับมีรอยยิ้มปรากฏอยู่ ไม่เคยเรียนมารยาทใช่ไหมคะคุณชอง แชยอง ว่ากรุณาอย่ามาตามรังควานภรรยาใหม่ของสามีเก่าที่ตัวเองยินดีหย่าเอง !”

            คนฟังอ้าปากค้างนิ่งงันไม่เคยนึกไม่เคยฝันว่า หญิงสาวตัวเล็กๆ หน้าใสๆ จะกล้าใช้วาจาเช่นนี้ และไม่เคยคิดว่าคิม ซอง-ซูจะเล่าเรื่องเก่าให้หญิงสาวฟัง จนกล้าใช้สายตาเย้ยหยันตนเองเงียบๆ เช่นนี้

            ปาค ชุน-ยอง พร้อมกับบอดี้การ์ดหนุ่มสองคนยืนอ้าปากเหลียวมองหน้ากันอยู่หลังกระถางต้นไม้เช่นกัน

            หึ หึ...ร้ายเหมือนกันนะเนี่ยน้องสาวฉัน...

            บอดี้การ์ดสองหนุ่มเหลียวจ้องหน้าเพื่อนสนิทเจ้านายหนุ่มนิ่ง

            เอ้า ! เมียเพื่อนก็เหมือนน้องสาวฉัน เพราะฉันชอบคนน่ารัก สดใส หรือพวกนายไม่ชอบ ?

            คร้าบ... สองหนุ่มตอบรับพร้อมก้มศีรษะให้ ก่อนจะรีบหันไปสนใจหญิงสาวสองคนต่อ

 

            ชอง แช-ยองนั่งเม้มปากนิ่งเงียบ มือเรียวขาวนวลกำแน่นจนเป็นรอยแดงอยู่บนตักตนเอง

            คุณคิดว่าทำอย่างนี้แล้วจะได้อะไรขึ้นมา... สาวไทยเอ่ยภาษาเกาหลีชัดถ้อยชัดคำ ความสะใจ ชัยชนะ หรือต้องการให้ซองซูเขากลับไปหาคุณ ?!” พูดจบก็เลิกคิ้วขึ้น พลางยิ้มมุมปากให้กับคนตรงหน้า หากเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังนั่งนิ่งสะกดกั้นอารมณ์อยู่ เธอก็ไม่อยากจะหยุด หรือจริงๆ เธอไม่อยากจะใช้เวลากับคนตรงหน้ามากไปกว่าความจำเป็น

            คุณชอง แชยอง...ไม่มีผู้ชายดีๆ คนไหนเขาจะกลับไปอยู่กับผู้หญิงเจ้ามารยาหรอกนะ

            เธอ !” คนฟังอุทานเรียกอีกฝ่ายดัง พร้อมตบโต๊ะปังใหญ่ถลันลุกขึ้นยืนหมายจะฟาดมือไปบนหน้าของคนที่นั่งนิ่ง หากปภาวดีไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดจะไม่ทันกิริยาร้ายแรงนั้น หญิงสาวคว้าแก้วน้ำดื่มที่มีน้ำแข็งลอยอยู่เล็กน้อยสาดใส่คนตรงหน้าทันทีโดยมิได้ลุกขึ้นยืน

            อ๊ายยยยยยยยย !” แชยองกรีดเสียงร้องดังลั่นด้วยความเจ็บใจ หากท่าทางคุกคามเมื่อครู่ทำให้พนักงานของร้านปรี่เข้ามาดูคนท้องแก่ หากก็ไม่ทันมือของเธอที่จับแก้วน้ำสาดไปก่อน

            ไม่เป็นไรใช่ไหมคะคุณนาย ? ผู้จัดการร้านสาวใหญ่พร้อมพนักงานเสิร์ฟสาวและหนุ่มอีกสองคนเข้ามามองดูคนท้องแก่ทันที

            ไม่เป็นไรค่ะ คนตอบยักไหล่น้อยๆ ช่วยดูแล...ด้วยแล้วกัน ว่าพลางพยักหน้าไปทางคนยืนฟึดฟัดเคืองแค้นที่เปียกน้ำอยู่ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้โดยมีมือจากปาค ชุน-ยอง ที่รีบก้าวเข้ามาช่วยพยุงทันที

 

            เธอนี่ร้ายใช่ได้เลย !” ชายหนุ่มใจสาวร้องเสียงดีใจ ฉันล่ะสะใจมาก !”

            คนฟังได้แต่หัวเราะเบาๆ ระหว่างเดินช้าๆ อยู่ในอ้อมแขนของคนพูดตามทางเดินไปยังร้านเสื้อผ้าของคนข้างกาย

            ฉันไม่ได้ไร้เดียงสาแล้วนี่ค่ะ กำลังจะเป็นแม่คน ก็ต้องเข้มแข็ง และก็ตามเกมให้ทัน

            ดีมากจ้า...น้องสาวคนเก่ง

            หญิงสาวหัวเราะขัน ก่อนจะค่อยๆ เดินไปนั่งยังโซฟาด้านในร้าน โดยครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในร้านอาหารเมื่อครู่ เธอได้แต่ส่ายหน้าเริ่มรู้สึกแล้วว่า ผู้หญิงคนนั้นน่ารำคาญ และน่าเบื่อแค่ไหน ยิ่งเธอได้ตอบโต้กลับไปแรงเช่นนั้นไม่รู้ว่าเจ้าหล่อนจะคิดทำอะไรต่อไปอีกหรือไม่...

 

............................................

 

มาอีก 1 ตอน หุหุ

เอาให้รู้กันว่านางเอกของนิไม่ได้อ่อนแอนะจ้ะ

อาจจะสั้นไปนิด แต่ให้ได้ใจความของตอนค่ะ

 

ที่หายไปนานพอดีไม่สบาย (อีกแล้ว T_T) ค่ะ

ไปเที่ยวทะเลมา ไม่รู้ทานอะไรภูมิแพ้ขึ้น

เป็นอึ่งอ่างทีเดียว ตัวขึ้นเป็นก้อนเหมือนยุงกัดเต็มเลยค่ะ

อาเจียน และก็ถ่ายบ่อยเกินปกติด้วย แต่ไม่ได้ท้องเสีย

เป็นการเที่ยวที่ทรมานมั่กมากกกกกกกก...

และก็เสียดายมั่กมากกกกกกกกก...

เพราะตัวเองก็ไม่เคยแพ้อาหารทะเล ทานได้ทุกอย่าง

หมอที่นู่นเขาก็เลยวินิจฉัยว่า

อาหารทะเลฤดูกาลนี้คงมีสารเคมีเจือปนมากไป

เพราะนิผอม (หนัก 40 สูง 164 -_-”) เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วด้วย

นิก็เลยเห็นผลทันตา ออกอาการทันใจ

ไม่เหมือนคนอื่นๆ ที่แข็งแรง

เอาเป็นว่า ก็หายดีแล้วนะคะ

ต่อไปจะพยายามอัพให้ต่อเนื่อง

แต่เราก็บอกแล้วนะว่า ถ้าว่าง

จะพยายามอัพให้ทุกเสาร์-อาทิตย์

ไม่ได้สัญญาว่า จะทุกอาทิตย์นะจ้ะ ^.^

 

รักษาสุขภาพนะคะทุกท่าน

จุ๊บ จุ๊บ...คิคิ (เห็นว่ากำลังฮิต)

 

 

 

 

331 ความคิดเห็น