ณ ที่ปลายขอบฟ้า

ตอนที่ 26 : เรื่องเก่าๆ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 958
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 ต.ค. 50

 

          ** อ่านเรื่องการกลับมาจาก USA ของนิได้ที่ ตำหนักรัก ตอนที่ 18 นะคะ ^_^ เพราะมันมีเรื่องราวสุดแสนจะมันส์ และเจ็บใจเยอะเลยค่ะ หุหุ

 

- 26 -

เรื่องเก่าๆ...

 

            คิม ซอง-ซูนอนหนุนแขนตนเองมองดูร่างอวบกลมที่เดินอุ้ยอ้ายของภรรยาสาวอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ ระหว่างที่เธอกำลังเดินช้าๆ อยู่บริเวณนั่งเล่น และวุ่นวายอยู่กับโทรทัศน์ที่ฉายภาพไม่ชัดจนต้องเดินไปปรับสายเสาอากาศ และยืนรอดูปฏิกิริยาอยู่นาน จนคนนอนมองก็อดยิ้มไม่ได้

            ชัดแล้วน่า...ปูเป้... เสียงห้าวเอ่ยกลั้วขัน พลางขยับกายนอนตะแคงหนุนศีรษะบนมือข้างหนึ่งที่ยกชันขึ้น

            หญิงสาวหันมาทำปากยื่นน้อยๆ ก็มันไม่ชัดนี่น่า

            ชัดแล้ว...นั่งบนโซฟาก็ดูชัดแล้ว จอใหญ่แบบนี้ไปจ้องใกล้ๆ มันจะชัดได้ไงล่ะจ้ะที่รัก เขาว่าพร้อมรอยยิ้ม พลางค่อยๆ ยันกายขึ้นนั่ง ก่อนจะก้าวเดินไปยังข้างภรรยาที่โซฟาตัวยาวมุมห้อง

            ปภาวดียิ้มอ่อนโยนเมื่อสามีทรุดกายลงนั่งข้างๆ พร้อมอ้อมแขนอบอุ่นข้างหนึ่งที่เอื้อมโอบกอดไหล่ของเธอไว้หลวมๆ ทำให้เธอค่อยๆ เอียงศีรษะซบกับบ่ากว้างบึกบึนของเขานิ่ง ระหว่างสายตาจับจ้องจอโทรทัศน์ด้วยกันทั้งคู่

            อือ...เฮวอนจะไปกวนบ้านลิลลี่เขาหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ เสียงห้าวเอ่ยเมื่อนึกขึ้นได้ พลางก้มลงมองสบตาสีสวยของภรรยานิ่ง

            ไม่หรอกค่ะ เมื่อกี้พี่ปราชญ์โทรมาไม่เห็นบอกว่าลูกซนอะไร

            คนฟังยิ้มน้อยๆ กับคำเรียกขานที่เธอมีต่อลูกสาวของเขาเหมือนแกเป็นลูกเธอด้วยเช่นกัน

            คุณทราบไหมว่าพ่อเสือเขาโดนคดีอะไร ?

            หญิงสาวยกมุมปากเล็กน้อย เมื่อทราบดีว่าสามีรู้สึกแปลกใจแค่ไหนที่รับรู้เรื่องราวนั้น

            ก็นานเกือบสิบปีแล้วนะ... เธอว่าพลางเหลือบตาขึ้นนึก ฉันจำได้ว่าตอนนั้นพี่ลิลลี่เพิ่งเริ่มเป็นนักข่าว เลยโดนกระแสต่างๆ ไปด้วย แต่ความสามารถ และความอดทนก็เอาชนะมาได้ ส่วนคดีก็เรื่องยาเสพติดค่ะ เธอหันมองสบตาคนข้างกายเล็กน้อย ก่อนจะเหลียวมองจอโทรทัศน์อีกครั้ง หากความคิดก็ลำดับเหตุการณ์ที่พอจำได้ให้สามีฟัง

            พ่อเสือเขาเป็นครีเอทีฟโฆษณา ก็ต้องมีนักสังสรรกับลูกค้าบ้าง และเหมือนวันนั้นตำรวจเขาไปตรวจผับ และก็ค้นตัวค้นสมบัติคนไปเที่ยวแล้วพบห่อยาบ้าในกระเป๋าเสื้อสูทของพ่อเสือน่ะค่ะ เธอถอนหายใจแรง คุณว่าคนกำลังจะได้เป็นพ่อคน และก็มีหน้าที่การงานเงินเดือนหลักหมื่นรวมค่าคิดสร้างสรรค์งานก็ปาไปเกือบแสนเขาจะค้ายาหรือคะ ?

            ชายหนุ่มขมวดคิ้วสบตาเธอนิ่ง คุณจะบอกว่าเขาโดนยัดยาหรือ ?

            เธอพยักหน้า ฉันเชื่อเขาค่ะ แต่คุณคงทราบว่า ถ้าไม่มีหลักฐานอื่น หลักฐานที่อยู่กับตัวก็จะมัดตัวเราให้จนมุม...

            ซองซูนิ่งไปก่อนจะถอนหายใจด้วยความหดหู่ไม่ต่างจากคนเล่าที่นั่งนิ่งไป

            ฉันหวังว่าเสือจะเข้าใจพ่อเขา และก็หวังว่าพี่สิงห์เขาจะกล้าลุกขึ้นสู้ต่อไป เสียงใสเอ่ยเรียบร้อย พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนไปหาคนข้างๆ ที่ยิ้มให้ไม่ต่างกัน

            เฮ้อ...แล้วเฮวอนไปป่วนอยู่กับเขาจะช่วยให้พ่อลูกเขาได้คุยกันหรือเนี่ย สองคนหันหน้ายิ้มให้กันด้วยความเอ็นดูถึงลูกสาวตัวน้อย...

 

            ผม...เชื่อพ่อครับ

            ชายหนุ่มวัยสามสิบสามหากรูปลักษณ์ที่เห็นกลับแลดูแก่กว่าอายุมากนักยิ้มน้อยๆ จนดวงหน้าฉายแววความสุข และอิ่มเอมยิ่งขึ้น

            พ่อเล่าเรื่องที่พ่อโดนคดีแล้ว แต่เสือจะเชื่อไม่เชื่อ หรือคิดอย่างไรก็เรื่องของเสือ เขาเอ่ย มันก็เป็นกรรมเก่ากรรมใหม่ที่พ่อต้องเจอ

            เด็กชายเม้มปากนิ่ง ก่อนจะเงยหน้ามองดูคนเป็นพ่อที่ยืนอยู่ตรงหน้า และอีกฝ่ายก็ไม่ได้ตั้งตัวเมื่อเด็กชายโผกอดร่างสูงของบุพการีไว้แน่น และร้องไห้เสียงดังออกมา นรสิงห์นิ่งงันไป หากอ้อมแขนก็เอื้อมโอบกอดลูกชายไว้แน่น พลางเอื้อมมือขึ้นลูบศีรษะลูกชายคนเดียวไว้ด้วยความรัก ความเอ็นดู และสงสารแกจับใจ... สงสารที่แกจะต้องคอยตอบคำถามใครต่อใครเรื่องของเขา

            พ่อขอโทษ...ที่ไม่ระวังตัว... ชายหนุ่มเอ่ย พลางสูดลมหายใจลึก และเหลือบสายตาขึ้นไล่รอยน้ำตาไป ต่อไปเราค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากันนะ พ่อจะพยายามหางานทำ

            ครับ สองคนพ่อลูกโอบกอดกันแน่นอยู่ที่เดิม เรียกรอยยิ้มจากคนภายในบ้านที่แอบดูอยู่มากมาย

 

            ลลินาเหลียวมองแฟนหนุ่มที่ยืนยิ้มอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น เมื่อเขาเอ่ยถาม

            ให้พี่สิงห์เขาไปทำงานที่บริษัทดีไหมลิลลี่ ?

            คะ

            ชายหนุ่มยักไหล่ เห็นเขาเปิดรับสมัครอยู่ ผมจะได้ฝากแกไว้ อีกอย่างแกก็มีประสบการณ์ สอบผ่านอยู่แล้ว

            ขอบคุณค่ะ แล้วหนูจะบอกพี่สิงห์เองนะคะ หญิงสาวยิ้มสดใส และหันไปยิ้มกับมารดาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะพากันกลับเข้าไปยังห้องนั่งเล่นใหญ่ และมองดูเด็กหญิงเฮวอนที่นอนหลับสบายอยู่บนที่นอนปิกนิก

            เรื่องเก่าๆ ให้มันผ่านไปเถอะนะ เรามาทำให้พี่สิงห์เขาเดินหน้าต่อไปได้ดีกว่า

            เห็นด้วยค่ะ เสียงใสของผู้ประกาศข่าวสาวเอ่ย พร้อมกับชูกำปั้นขึ้นอย่างจริงจัง จนคนมองได้แต่ยิ้มขัน

            แต่ถ้าสิงห์เขาไม่อยากไปทำงานออฟฟิศ เราเปิดร้านอาหารกันเลยก็ได้นะลิลลี่ แม่พร้อม คำพูดระรินทำให้ลูกสาวคนสวยตาโต แม่พร้อมจริงๆ ตอนแรกเราก็ไม่ต้องเปิดให้กว้างขวางมาก ทำแต่พออยู่ได้ก่อน แล้วพอเราได้คนที่สนิทใจเราค่อยขยายกัน

            สองคนหนุ่มสาวเหลียวมองกันงุนงง หากก็ยิ้มให้กันได้มากมาย และหันไปยิ้มให้ผู้อาวุโสกว่าด้วยความตื่นเต้น

            งั้นเราก็มีสองทางเลือกให้พี่สิงห์ !” หญิงสาวเอ่ยเสียงใส พร้อมรอยยิ้มกว้างขวาง

            สองคนที่ได้รับฟังเสียงสดใสพยักหน้าด้วยกัน ก่อนทั้งหมดจะสะดุ้ง เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยลุกขึ้นนั่งกอดตุ๊กตาดวงหน้างัวเงียอยู่ที่พื้นใกล้ๆ

            อ้าว...ตื่นแล้วหรือคะเฮวอน ? ปาณบดีเอ่ยทักหลานสาวด้วยรอยยิ้ม พร้อมเดินไปหาเธอ และค่อยๆ ก้มลงโอบอุ้มร่างอวบกลมขึ้นไว้ในอ้อมแขน

            เด็กหญิงหาวปากกว้าง หากก็ยกมือขึ้นปิดปากไว้ ก่อนจะซบศีรษะลงกับไหล่กว้างของผู้เป็นลุง ด้วยความงัวเงีย

            ไปล้างหน้าดีกว่าค่ะ ลลินาเอ่ยยิ้มเอ็นดู เดินไปหยิบผ้าขนหนูในกระเป๋าของแกที่ผู้เป็นแม่จัดมาให้ ก่อนจะเดินตามแฟนหนุ่มที่อุ้มพาไปยังห้องน้ำ

            อ้าว...เฮวอนตื่นแล้ว... ไกรสิงห์เอ่ยขึ้น เมื่อก้าวเข้ามาภายในตัวบ้าน และพบอาสาวเดินตามร่างสูงโปร่งของอาปราชญ์ของเขาพาคิม เฮ-วอนไปยังห้องน้ำ

            เสือกับพ่อก็ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสิจ้ะ เดี๋ยวเราจะได้ไปบ้านอาปราชญ์กัน ไปเยี่ยมอาปูเป้ไง ลลินาเอ่ยยิ้มใสไปหาหลานชาย และพี่ชายที่เดินเข้ามาบริเวณโถงกลางบ้านพอดี

            คร้าบ... หลานชายรับคำยิ้มๆ หากผู้เป็นพี่ชายกลับยิ้มแห้งๆ

            พี่ไม่ไปดีกว่าไหม

            ไปเถอะฮะ... ปาณบดีเอ่ยขึ้น เมื่อส่งร่างหลานสาวให้ยืนเช็ดหน้าอยู่กับแฟนสาว ผมก็อยากเป็นเจ้าภาพเลี้ยงต้อนรับว่าที่พี่เมียนะ

            คำพูดของชายหนุ่มเรียกเสียงหัวเราะจากว่าที่พี่เมียได้ดัง หากกับหญิงสาวได้แต่ส่งค้อนวงใหญ่มาให้เขา

            ครับ นรสิงห์รับคำเรียบๆ ก่อนจะเดินโอบไหล่ลูกชายขึ้นห้องชั้นบนเพื่อล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปนอกบ้านพร้อมกัน

            เด็กหญิงเฮวอนแหงนหน้าคนเป็นลุงเล็กน้อย ชายหนุ่มจึงอธิบายให้ฟังว่า กำลังเตรียมตัวจะพาทุกคนไปรับประทานอาหารที่บ้านตนเอง ทำให้เด็กหญิงยิ้มรับ และเดินไปนั่งรอทุกคนในบ้านเรือนกระจกกับผู้เป็นลุงที่ห้องนั่งเล่นเช่นเดิม

 

            ท้องฟ้าในยามบ่ายของฤดูหนาวค่อนข้างร่มรื่นเย็นสบายด้วยเมฆหมอกที่ล่องลอยปกคลุมอยู่ด้านบนทั่วไปใต้ท้องฟ้าสีครามสดใส และความสดใสของบรรยากาศรอบด้านในวันนี้ของเมืองกรุงก็ไม่ต่างไปจากความสุข สดใส สบายใจ และมิตรภาพที่เกิดขึ้นภายในอาณาเขตบริเวณคฤหาสน์หลังงามโอ่อ่าของตระกูลรักษ์สิริทรัพย์

            โต๊ะไม้เนื้อหนาสีน้ำตาลอ่อนขนาดใหญ่ที่ถูกคลุมด้วยพลาสติกมาเนินนานได้ถูกเช็ดทำความสะอาด เพื่อต้อนรับแขกจากครอบครัวคนรักสาวของปาณบดี พร้อมกับการลงครัวแสดงฝีมือทำอาหารของปภาวดีที่ได้ลูกมือเป็นสามี ซึ่งอยู่บ้านร่วมกันช่วยหยิบจับและล้างหั่นผักอยู่ไม่ห่าง เรียกรอยยิ้มได้จากลูกบ้านทุกคนที่ช่วยจัดเตรียมสำรับอาหาร และสถานที่มากมาย

            คุณแม่ขา... เสียงใสแจ๋วของเฮวอนดังขึ้น พร้อมกระโดดลงจากเก้าอี้ตัวหนึ่งในโต๊ะกว้างวิ่งตึกตักไปหาร่างอวบกลมที่เดินอุ้ยอ้ายออกจากประตูระเบียงด้านข้างของคฤหาสน์ โดยมีสาวแม่บ้านเดินยกถาดอาหารตามออกมาอยู่เบื้องหลัง

            หญิงสาวยิ้มรับกว้างขวางพลางเอื้อมแขนลงโอบกอดร่างอิ่มของลูกสาววัยเจ็ดขวบที่ชะลอฝีเท้าเมื่อวิ่งเข้ามาใกล้เธอยิ่งขึ้น ก่อนอ้อมแขนน้อยๆ จะเอื้อมโอบกอดรอบสะโพกผาย และซุกหน้ากับหน้าท้องใหญ่โตไปมาเบาๆ เรียกรอยยิ้มจากทั้งคุณแม่ และทุกๆ คนที่มองมาหาอยู่ได้ไม่น้อยเลย

            คุณพ่อล่ะคะ ?

            กำลังช่วยจัดอาหารใส่ถาดอยู่ในครัวจ้ะ เธอตอบยิ้มอ่อนโยน ระหว่างเดินจูงมือกับลูกสาวเดินช้าๆ ไปที่โต๊ะใต้ร่มไม้ใหญ่ และฟังเสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงเล่าเรื่องเล่นสนุกในวันนี้เงียบๆ

            เมื่อว่าที่คุณแม่สาวเดินมาถึงโต๊ะและได้พบหน้าชายหนุ่มผู้ไม่เคยพบกันมาก่อนก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขาคือใคร หญิงสาวยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่าทั้งสามคนเรียบร้อย และหันไปยิ้มให้ผู้เป็นพ่อของเด็กชายที่ยืนเล่นสายรุ้งเรืองแสงอยู่ใกล้ๆ กับลูกสาวของเธอที่วิ่งไปหา

            ต้อนรับกลับบ้านด้วยคนนะคะพี่สิงห์

            ขอบคุณครับ...ท้องใหญ่จังเลย... นรสิงห์เอ่ยขอบคุณจริงใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยความตื่นเต้นกับครรภ์ขนาดใหญ่ของหญิงสาวที่ค่อยๆ ทรุดกายลงนั่งอยู่ตรงข้ามใกล้ๆ กับพี่ชายของเธอ

            เจ็ดจะแปดเดือนแล้วน่ะค่ะ อีกอย่างเขาเป็นผู้ชาย...นี่สงสัยออกมาจะตัวใหญ่ หนักมากเลยค่ะ เสียงบอกเล่าสดชื่นมากนัก จนคนฟังทั้งหมดยิ้มได้ไม่ต่างกันเมื่อมองดูมือเรียวที่ลูบท้องไปมาระหว่างพูดคุย

            พี่ปราชญ์บอกว่าพี่สิงห์แกะไม้เป็นรูปหมีให้เฮวอนด้วยหรือคะ ?

            ผู้ที่ทำงานไม้ชิ้นงามยิ้มน้อยๆ อยู่ในนั้นเขาสอนงานฝีมือหลายอย่าง พอเลือกได้ว่าอยากทำอะไรจริงจังเขาก็จะแยกกลุ่ม พี่เลือกทำงานแกะสลักไม้ มันแปลกดี และก็ขายได้เงินดีด้วย...

            เก่งจังค่ะ เสียงชมจริงใจ ระหว่างเธอจับตามองดูตุ๊กตาไม้ที่ทาสีสดใสสวยงามและเคลือบเงาไว้อย่างเนียนสะอาด

            แม่ขา...

            ขา...

            หญิงสาวรับคำลูกสาวตัวน้อยที่วิ่งมาหา และกระโดดขึ้นนั่งบนเก้าอี้ตัวใกล้ๆ เธอ ก่อนจะเอื้อมมือน้อยๆ ไปหยิบตุ๊กตาไม้ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะบริเวณด้านหน้าที่นั่งของแกมาถือไว้ และยิ้มกว้าง

            คุณลุงแกะให้หนู...คุณลุงเก่งจังค่ะ ส้วยสวย...

            หญิงสาวยิ้มรับ พลางเอื้อมมือไปลูบศีรษะแกเบาๆ พร้อมก้มลงหอมแก้มอวบเป็นพวงนั้นไปฟอดหนึ่ง ก่อนจะได้ยินคำถามจากคุณระรินว่าเฮวอนเอ่ยอะไร หญิงสาวจึงหันไปแปลความให้ฟัง เรียกรอยยิ้มจากทุกคน โดยเฉพาะผู้ทำงานไม้ชิ้นน่ารักมาให้ก็ยิ้มสดใสได้มากมาย

            พ่อเสือเก่งอยู่แล้วฮะ เสียงเด็กชายเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม พลางหันไปยิ้มกับพ่อที่ได้แต่เอื้อมมือมาขยี้ศีรษะลูกชายเบาๆ ด้วยความสุขใจเหลือเกินในวันที่ได้เห็นครอบครัวครบสมบูรณ์เช่นนี้

 

            คิม ซอง-ซูนั่งอยู่บนขอบเตียงมองดูร่างอวบกลมของลูกสาวตัวน้อยที่นอนหลับสนิทกอดตุ๊กตาหมีตัวโปรด และนำตุ๊กตาไม้ตัวใหม่มาตั้งไว้บนโต๊ะหัวเตียง พลางพูดคุยเล่าเรื่องที่เล่นกับคุณลุงทิกเกอร์ของแกจนผล๊อยหลับไป

            ท่าทางจะเหนื่อย... เขาพึมพำกับภรรยาสาวที่นั่งเหยียดขาหลังพิงพนักเตียงอยู่ข้างๆ ลูกสาวด้วยรอยยิ้ม

            ก็วิ่งเล่นกันตั้งแต่เช้า พี่ปราชญ์ว่า เมื่อเที่ยงก็หลับไปชั่วโมงกว่าๆ ที่บ้านพี่ลิลลี่ เธอเล่าด้วยรอยยิ้มเอ็นดูไม่ต่างจากสามีที่ขยับมานอนหนุนศีรษะอยู่บนต้นขาเธอ

            เตกูบอกว่า ป้าจีอินโทรมาเล่าว่าผู้หญิงคนนั้นไปตามราวีปูเป้ที่ร้านชุนยองอีกแล้วล่ะ เขาเล่าเสียงเครียดกว่าเดิม กลับไปคุณก็ไม่ต้องไปร้านแล้วนี่นะ ผมค่อยสบายใจหน่อย

            ยังไงก็ต้องไปส่งงานบ้างล่ะค่ะ หมอเขาก็บอกว่า ให้อยู่เฉยๆ ก่อนกำหนดคลอดสองอาทิตย์ก็พอแล้ว เธอบอกยิ้มขืนๆ ไม่ต่างจากสามีที่นอนกอดพุงเธออยู่

            คุณว่าแชยองเขาจะตามราวีฉันทำไมคะซองซู ? เธอเอ่ยถามสงสัย พลางทำปากยื่นอย่างไม่เข้าใจผู้หญิงคนนั้นจริงๆ

            เขาไม่ค่อยยอมรับความจริงหรอก ชอบเอาชนะ ผมถึงเกลียดไงล่ะ

            ซองซู... หญิงสาวเรียกเขาเสียงอ่อน มือเรียวลูบแก้มสากด้วยไรหนวดเคราของเขาเบาๆ

            ไม่คุยเรื่องนี้แล้ว นอนเถอะ... ชายหนุ่มว่า พลางยันกายลุกขึ้นนั่ง และก้มลงจูบปากสีหวานของภรรยาอยู่นาน จนเธอทุบเขาเบาๆ และหัวเราะด้วยกัน เมื่อถอนริมฝีปากออกห่าง

            ราตรีสวัสดิ์ค่ะ เธอบอกยิ้มน้อยๆ ระหว่างขยับกายลงนอนใต้ผ้าห่ม และได้รับการช่วยเหลือจัดผ้าห่มจากสามีที่ยิ้มขันอยู่ใกล้ๆ

            ราตรีสวัสดิ์จ้ะ เสียงห้าวบอก พร้อมก้มจุ๊บแก้มเนียนของภรรยาเบาๆ ก่อนจะขยับกายลงไปยังที่นอนที่ปูไว้บนพื้นข้างเตียง และไม่ลืมจะเอื้อมมือไปดับไฟที่หัวเตียงด้วยตนเอง

            ร่างสูงที่นอนเหยียดยาวอยู่บนที่นอนซึ่งคือผ้านวมผืนหนานุ่มนิ่มและมีผ้าห่มนวมขนาดบางสีฟ้าครามปกคลุมอยู่ก็ไม่อาจจะข่มตาหลับลงได้ในเวลารวดเร็วเช่นกับภรรยาและลูกสาวที่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าด้วยกัน หากคนละแบบได้เลย

            ชายหนุ่มครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เก่าๆ ที่มีร่วมกับชอง แช-ยอง ไม่มีอะไรนอกจากความขัดแย้ง อารมณ์เกรี้ยวโกรธที่มากบ้างน้อยบ้างตามเรื่องราว หากตลอดเวลาการแต่งงานกับหล่อนเขาไม่เคยพบความสุขใดเลย จนกระทั่งเฮวอนคลอดออกมา

            เขาเกลียดหล่อน...และจะไม่ยอมให้หล่อนมาทำร้ายทำลายคนในครอบครัวอันเป็นที่รักนี้แน่นอน...

 

            แสงแดดยามเช้าวันนี้อบอุ่นมากมาย จนทำให้ปภาวดีรู้สึกสดชื่นผ่อนคลายจากความเย็นของอากาศในช่วงค่ำคืนและเมื่อเช้ามืดไปได้มากมาย ร่างอวบกลมของว่าที่คุณแม่ท้องแก่ยืนยิ้ม และสูดลมหายใจเบาๆ เข้าปอดอยู่เนินนาน ก่อนจะค่อยๆ ก้าวกลับเข้าห้องนอนที่สองคนพ่อลูกยังคงนอนหลับอุดตุอยู่อย่างสบายอารมณ์ ด้วยท่าทางการนอนที่ไม่ต่างกันมากนักเลย คือการเหยียดกาย พร้อมกางแขนข้างหนึ่งออกห่างตัว พลางขาข้างหนึ่งก็ทำมุมสี่สิบห้าองศาจนเท้าเลยออกจากผ้าห่มเหมือนกันทั้งพ่อลูก จนเธออดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้เกือบจะทุกเช้าที่ลูกสาวเข้ามานอนด้วยกัน

            เธอส่ายหน้ายิ้มขัน ค่อยๆ เดินออกจากห้องนอนไปทำอาหารเช้าในครัวกับเหล่าแม่บ้านเก่าแก่ที่รับหน้าที่ปรุงอาหาร หากอาการท้องก็ทำให้เธอต้องลงมือปรุงอาหารพิเศษสำหรับตนเองเองบ้าง

            อ้าว...พี่ปราชญ์ตื่นเช้าจังค่ะ เสียงใสเอ่ยทักพี่ชาย เมื่อเดินเลี้ยวออกจากสุดทางเดินของห้องตนเอง ก็พบร่างสูงของปาณบดีเดินก้มหน้ามองดูเนกไทผ้าไหมสีเหลืองเหลือบเทางดงามและจัดให้เรียบร้อยอยู่กับเชิ้ตสีนวล

            วันนี้จะมีการทำข่าวเรื่องสารคดีถวายพระพรในหลวงน่ะ... เขาตอบน้องสาวยิ้มๆ ระหว่างเดินเคียงร่างอวบที่เดินอุ้ยอ้ายไม่ห่าง หล่อยัง ? เขาถาม พลางหยุดเดิน และหันซ้ายขวาเล็กน้อยให้เธอมอง

            หล่อค่ะบอส... เสียงใสเอ่ยกลั้วหัวเราะ พลางเอื้อมมือไปจัดเข็มกลัดเนกไทรูปตราสัญลักษณ์ให้เรียบร้อย

            จะขึ้นปีใหม่แล้วนะคะ ทำไมเพิ่งแถลงข่าวเรื่องท่านล่ะ ?

            ก็ต่อไปก็จะเริ่มปีเฉลิมพระชนม์ท่านไง... เขาเอ่ยยิ้มอ่อนโยน

            อือ...จริงด้วย... เธอพยักหน้ารับยิ้มน้อยๆ เมืองไทยดังเพราะภาพวันนั้นยังไม่หยุดเลยนะคะ หนูปลื้มมากเลยที่คนชอบถามว่า ทำไมคนไทยรักคิงของยูจัง ?

            สองพี่น้องยิ้มในหน้าด้วยความปลื้มใจ กับเรื่องราวน่ายินดีที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปอีกหนึ่งปี แม้ความรู้สึกของผู้คนหลายๆ คนจะเริ่มรู้สึกว่าเป็นเรื่องเก่า หากลึกๆ แล้ว หลายๆ คนยังคงระลึกถึงสีเหลืองที่ปรากฏอยู่เต็มท้องถนนและเสียงโห่ร้องถวายพระพรในวันนั้นได้ไม่ลืมเลือน

 

            แล้วนี่สองคนพ่อลูกล่ะ ? คนเป็นพี่เอ่ยถามน้องสาวที่เดินอุ้ยอ้ายหยิบส่วนผสมทำอาหารเช้าของตนเองและสามีกับลูกอยู่ใกล้ๆ ตู้เย็นในครัวใหญ่

            ยังไม่ตื่นหรอกค่ะ นอนกรนแข่งกันอยู่สบายอารมณ์... คนตอบยิ้มสดใสระหว่างมือก็ง่วนอยู่กับการเตรียมอาหาร

            เขานอนกรนด้วยรึ ?! เธอไม่รำคาญแย่หรือไงปูเป้ ? คนถามส่งเสียงสงสัยมากมาย

            ไม่ได้กรนดังลั่นจนต้องฟ้องหย่าหรอกน่ะพี่ปราชญ์... เธอว่ากลั้วหัวเราะ จนเกิดเสียงหัวเราะขึ้นในครัวดังลั่น เขากรนเบา...เบามากเลยล่ะ แต่เวลาเงียบๆ ก็ได้ยินน่ะนะ...เหมือนเสียงคนเรานอนแล้วหายใจแรงๆ แหละ

            อือ...แต่เขาว่านอนหลับแล้วหายใจแรงๆ ก็น่ากลัวนะ

            หนูก็เคยบอกเขา เขาว่าเวลาไปเช็คร่างกายประจำปีก็ไม่มีอะไรผิดปกติ เธอบอกพลางยักไหล่เล็กน้อย อีกอย่างก็ไม่ได้ดังขึ้นจนหนูได้ยินถนัดด้วย

            ห้องครัวในยามเช้านี้ยังคงมีเสียงพูดคุยกันอยู่นาน จนได้เวลารับประทานอาหารเช้าสำหรับผู้ต้องไปทำงาน ทำให้หญิงสาวยินดีจะรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับพี่ชายด้วยกันก่อนจะรอสามี ลูกสาว และสองหนุ่มสาวชาน เต-กู และชิน เซ-นา

 

            วันนี้ไปวัดพระแก้วกันไหมคะ ? เสียงใสเอ่ยขึ้น เมื่อนั่งดูแลลูกสาวรับประทานอาหารเช้าอยู่ด้วย และคำแนะนำของเธอก็ทำให้ทุกคนตาโต พร้อมพยักหน้ารับกันทุกคน จนเหมือนเธอนั่งอยู่กับเด็กชายเด็กหญิงหลายวัย

            งั้นก็ต้องแต่งตัวให้เรียบร้อย...ห้ามใส่กางเกงขาสั้น เสื้อแขนกุด และรองเท้าแตะเด็ดขาดนะจ้ะ เจ้าบ้านผู้เกิดและเติบโตอยู่เมืองไทยบอกเสียงใส พร้อมรอยยิ้มพิมพ์สยาม จนทุกคนพยักหน้ารับเข้าใจกันทั่วหน้า

            ผู้หญิงใส่กางเกงได้ใช่ไหมคะคุณนาย ? เซนาเอ่ยถามเรียบร้อย

            ได้จ้ะ แต่ห้ามใส่กางเกงขาสั้นทั้งชายและก็หญิงเลยนะ...

            คนฟัง และกำลังจะได้ไปเที่ยววัดพระแก้วที่มีชื่อเสียงก็ยิ้ม และต่างรีบรับประทานอาหารกันอย่างมีความสุข พลางก็พูดคุยเอ่ยถามเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่สำคัญนี้ จนหญิงสาวเองก็ไม่อาจจะเล่ารายละเอียดได้หมด หากก็ปลื้มใจที่วัฒนธรรม และสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒณธรรมของไทยได้รับการต้อนรับ และคนต่างชาติรู้จัก โดยเธอเชื้อเลยว่า สามี และคนของเขาไม่ได้รู้จักสถานที่ต่างๆ ในไทยเพราะคิม ซอง-ซูแต่งงานกับเธอ หากความเป็นประเทศไทยโด่งดังไปไกล และเป็นข้อเลือกที่หลายๆ คนในเกาหลีจะมาท่องเที่ยวอีกด้วย

            วันนี้เป็นวันดีอีกหนึ่งวันที่เธอจะได้ยิ้ม และมีความสุขกับครอบครัวใหญ่ที่เกิดขึ้นด้วยมิตรภาพ และความรัก ความห่วงใยที่มีให้ต่อกัน ทำให้ความกังวล และเรื่องราวของผู้หญิงคนเก่าได้หลุดลอยออกไปจากใจ และความคิดของทุกคนได้บ้าง

 

.................................

 

เฮ้อ...จะมีอะไรเกิดขึ้นกับปูเป้ไหมนะ...

ต้องติดตามนะจ้ะ

 

อยากจะบอกว่า คนเขียนกำลังทำให้เรื่องนี้ใกล้จบแล้ว

แต่ก็บอกไม่ได้อยู่ดีว่า เหลืออีกกี่ตอน

เพราะเขียน (พิมพ์ & คิดเรื่อง) ไปก็จะมีอะไรเข้ามาตลอด

 

เอาเป็นว่า ติดตามด้วยนะคะ

โพสคุยกันบ้างเน้อ...

 

 

 

ปล. เมื่อวานไปดูบอร์ดี้ ศพ#19 มาค่ะ

พระเจ้า ! ฉันชอบมากกกกกกกก...

อยากเห็นหน้าผู้เขียนบทมากๆ เลย

สุดยอดอ่ะ ใครจะรู้สึกเหมือนนิไหมเนี่ย...

แต่ชอบจริงๆ นะ

 

ตอนแรกก็กะจะไม่ไปดูในโรงหนัง กะรอให้เป็นแผ่นออกมาก่อน

ก็กลัวว่าจะไม่คุมเงินร้อยกว่าบาทที่เสียไปน่ะนะ

แต่เพื่อนเราก็อยากดู ก็เลยไปก็ไปว่ะ

สรุปแล้ว ชอบมากกกกกก...

ลุกรับโทรศัพท์แป๊บนึงก็ยังไม่ยอมออกจากโรง ยืนอยู่ตรงบันได

ขอบอกว่า ขอโทษนะจ้ะที่ไม่ปิดมือถือ หุหุ ลืม...

และขอบอกว่า ได้ยินเพลงที่คุณแพทร้องทีไร นิหลอนทุกที

แต่ซีนเกือบสุดท้ายนะ หมอโดนเหล็กแทง แล้วมีเพลงนี้ขึ้น

น้ำตาไหลเองโดยอัตโนมัติ จนคนข้างๆ หันมาว่า เมิงจะร้องไห้ทำไมวะ

555 ! นิว่าเรื่องนี้สุดยอด ชอบๆ...

(ชื่นชมเหมือนมีญาติอยู่ในทีมสร้างเลยว่ะเรา หุหุ)

 

ไปล่ะค่ะ ไปจริงๆ แล้ว บะบาย...

ติดตามกันต่อไปนะจ้ะว่าจะเป็นอย่างไร

 

 

 

 

331 ความคิดเห็น