ณ ที่ปลายขอบฟ้า

ตอนที่ 12 : เริ่มต้นชีวิต...ในต่างแดน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,359
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 มิ.ย. 50

 

- 12 -

เริ่มต้นชีวิต...ในต่างแดน

 

                เท้าเรียวในรองเท้าหนังหุ้มส้นสีน้ำตาลหยุดก้าวนิ่งอยู่กับที่ เมื่อเดินออกมาจากประตูสนามบิน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองดูทั่วบริเวณ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นยิ้มกว้างกับคนตัวสูงใหญ่ข้างกาย

                หิมะตกด้วย เสียงใสพึมพำเบาๆ

                ก็เริ่มเข้าหน้าหนาวแล้ว อีกสักเดือนคงตกหนักกว่านี้ คิม ซอง-ซูตอบภรรยาสาวที่ยืนยิ้ม มองไปทั่วลานจอดรถที่มีเกล็ดละอองน้ำแข็งบางๆ ล่องลอยลงมาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปหัวเราะลูกสาวตัวน้อยที่ยืนจับมือเรียวของคุณแม่คนใหม่ไว้แน่น หากดวงหน้ายังยู่ยี่งัวเงียไม่หาย อีกทั้งอ้อมแขนน้อยๆ ของแกอีกข้างก็โอบกอดตุ๊กตาหมีตัวโปรดไว้ไม่ยอมปล่อย

                เพียงไม่กี่วินาทีรถยนต์ยี่ห้อดังของยุโรปก็แล่นเข้ามาจอดเทียบด้านหน้าบุคคลทั้งสาม ชาน เต-กูเดินนำหน้าขึ้นมาช่วยลูกน้องจัดการสัมภาระต่างๆ ขึ้นรถทั้งสองคันที่มารอรับ และหันไปยิ้มให้กับเจ้านายหนุ่มที่ยืนยิ้มมาให้ ด้วยความรู้สึกขอบใจคนสนิท

                คิม ซอง-ซูโอบเอวคอดของภรรยาสาวไปยังประตูรถยนต์ด้านหลัง เขายืนรอให้เธอจูงเฮวอนขึ้นรถให้เข้าไปนั่งด้านใน และทรุดร่างตามเด็กหญิงเข้าไป ก่อนจะหันมายิ้มให้ชายหนุ่มที่ค่อยๆ ขึ้นไปนั่งเคียงข้าง และปิดประตูรถเอง

                ป้าจีอินกับคุณเตกูไปคันหลังหรือคะ ?

                ใช่...

                หญิงสาวเหลียวมอง พลางโอบกอดร่างน้อยๆ ที่ซบพิงเธออยู่เข้ามาในอ้อมอก พร้อมโยกตัวไปมาคล้ายโอ๋เด็กน้อยๆ ให้นอนหลับ และคิม เฮ-วอนก็หลับต่อได้อย่างง่ายดาย จนคนเป็นพ่อส่ายหน้าระอา หากยิ้มเอ็นดูในความรักความเอาใจใส่ของปภาวดีที่มีต่อบุตรสาวของเขา และอาการติดคุณแม่แจของเด็กน้อยได้ตลอดทาง

                คุณไม่ได้เป็นพวกอนุรักษ์นิยมคนเดียวจริงๆ เนอะ !” อยู่ๆ เสียงใสก็ดังขึ้น จนชายหนุ่มขมวดคิ้วก้มลงมองคนข้างๆ สงสัย

                ก็ฉันเคยพบบทความ หรือเคยคุยกับคนเกาหลีคนอื่นๆ เขาจะใช้อะไรก็เป็นแบรนด์ของเกาหลี เธอเล่าเสียงใส ระหว่างส่ายสายตามองรอบด้านเบื้องนอกหน้าต่างรถ ที่เห็นความเคลื่อนไหวของผู้คนได้ชัดเจน ก็เขาว่าคนเกาหลีจะพูดแต่ภาษาตัวเอง ใช้รถก็ฮุนได โทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ซัมซุง หรือแอลจี แต่ฉันก็ไม่เห็นจะจริงเลย รถยุโรปวิ่งกันเกลื่อน โฆษณาบนบิลบอร์ดก็มีของต่างประเทศด้วย...

                เสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆ ในรถยนต์คันใหญ่หรูหรา ชายหนุ่มไม่ว่าอะไรลูกน้องที่หัวเราะร่วมด้วย เพราะความที่เป็นคนค่อนข้างเคารพสิทธิส่วนบุคคล เขาจึงไม่ใช่เจ้านายใจร้าย ชอบเอาชนะเท่าไร

                ก็ตามสมัยนิยมเหมือนหลายๆ ประเทศ คนเกาหลีก็เป็นคนที่ชอบสังคม และก็ชอบหาของดีๆ ใช้ล่ะปูเป้... คนมีเงินจะใช้อะไรอย่างไรก็ได้ ส่วนคนพอมีพอเก็บ หรือพวกคนเก่าแก่ หรือหัวเก่าก็นิยมใช้ของของประเทศที่ผลิตเองได้ มันก็เป็นวัฒนธรรมผสมผสานเหมือนทุกประเทศล่ะ เขาอธิบายเรียบเรื่อย ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

                หญิงสาวพยักหน้ารับ หากก็อดสงสัยไม่ได้ งั้นฉันไม่ต้องใส่ฮันบกได้ไหมคะ ? ท่าทางใส่ย้ากยาก...

                อันนี้ไม่ได้ค่ะ เขาตอบเรียบๆ พลางอมยิ้มทะเล้นให้เธอ จนเธอทำหน้ามุ่ย ทำปากขมุบขมิบ หากก็ไม่ได้จริงจังอะไร และหันไปมองดูบรรยากาศด้านนอกต่อ และหันมาพูดคุยถามไถ่ความสงสัยกับเขาอยู่เรื่อยๆ ตลอดทางการเดินทางจากสนามบินอินชอนไปยังบ้านของเขาที่รอต้อนรับนายหญิงคนใหม่อยู่

 

                บ้านสีขาวหลังใหญ่โตในอาณาบริเวณกว้างขวาง สนามหญ้าสีเขียวชอุ่มประดับตกแต่งสวนสวยด้วยไม้ดอกไม้ประดับต้นไม้ยืนต้นที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา อยู่ทั้งด้านหน้า และด้านหลังตัวบ้าน ซึ่งมีลานคอนกรีตตัดผ่านตั้งแต่หน้าประตูรั้ว อันประกอบขึ้นด้วยไม้เนื้อหนาสีน้ำตาลเข้ม กั้นเขตบ้านของเขาไว้จากเพื่อนบ้านที่มีบ้านหลายหลังตั้งอยู่ห่างๆ จนเธอนึกรู้ได้ว่า คงไม่ค่อยมีเพื่อนบ้านมายุ่งเกี่ยวกับบ้านของเขาเท่าไรนัก

                รถยนต์คันหรูวิ่งผ่านสนามหญ้าเข้าไปจอดยังโรงรถด้านข้างตัวตึก หญิงสาวกระโดดลงจากรถทันทีที่รถจอดสนิท โดยทิ้งให้ชายหนุ่มอุ้มเฮวอนตามลงมาเอง

                ร่างบางยืนนิ่ง ดวงหน้าเนียนใสระเรื่อขึ้นเล็กน้อย ปากบางสีหวานยิ้มกว้าง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนส่องประกายวิบวับ เงยหน้ามองรอบตัวด้วยความสดใส ร่าเริง

                บ้านคุณสวยจัง ติดทะเลด้วยเหรอคะ ? คนถามยิ้มกว้างชอบใจ พลางกระโดดเดินออกจากบริเวณโรงรถไปที่ด้านหน้าบันไดขึ้นบ้าน นำหน้าเจ้าบ้านที่เดินยิ้มขัน อุ้มลูกสาวตัวน้อยที่หลับสนิทไว้ด้วย

                เดินอ้อมไปหลังบ้านสิ ทะเลอยู่หลังบ้าน... เสียงห้าวเอ่ยบอกอ่อนโยน ดวงหน้าคมสันยิ้มสดใสไปหาภรรยาสาวที่เดินด้วยอาการร่าเริงไปตามนิ้วชี้ของสามีทันที

                ผ่านไม่กี่วินาทีร่างบางก็มายืนตาโตอยู่ที่สวนด้านหลังบ้านหลังงาม รั้วไม้แบบเดียวกับด้านหน้า และด้านข้างของบ้าน หากเตี้ยกว่ามากกั้นบริเวณหาดทรายเนื้อหยาบกับอาณาเขตตัวบ้านไว้ให้ผู้อาศัยอยู่ได้ยืนมองเห็นหาดทราย และพื้นน้ำทะเลได้ชัดเจน

                คุณติดอันดับเศรษฐีกับเขาด้วยหรือเปล่าคะซองซู ? ปภาวดีหันไปถามสามีด้วยท่าทางสงสัยมากมาย จนเขาหัวเราะขึ้นมาเสียงดัง ระหว่างหันไปส่งตัวเฮวอนให้ป้าจีอินนำเข้าบ้าน

                ไม่ติดหรอกน่า...ผมมีแค่หน่อยเดียว แค่พอเป็นมรดกให้ลูกๆ ใช้เป็นทุนต่อไปได้สักสิบปี

                นั้นก็มากแล้ว... เสียงใสบอกออกมาอ่อยๆ พลางโคลงศีรษะน้อยๆ

                ทำไม ไม่ชอบคนรวยหรือไง ตัวเองก็รวยเป็นคุณหนูนะ เขาเอ่ยแซว พร้อมเอื้อมแขนขึ้นไปโอบไหล่เธอไว้หลวมๆ ยืนเคียงมองดูทะเลเบื้องหน้าด้วยกันนิ่งๆ

                ไม่ใช่ไม่ชอบ ใครๆ ก็คงอยากรวย อยากมีเงินใช้ไม่ขาดมือ แต่จริงๆ ความรวยไม่ได้ชี้ว่า คนเราจะมีความสุขเสียหน่อย จริงไหมคะ ? ฉันขอให้เรารู้จักใช้รู้จักเก็บ และมีความสุขด้วย...นะคะ เธอว่ายิ้มขึ้นมาน้อยๆ จนคนฟังอดใจไม่ไหวก้มลงจูบปากสีหวานเบาๆ ก่อนจะถอนออก

                จ้ะ ผมจะสอนให้ลูกประหยัดนะ

                ต้องไม่เห็นแก่ตัวด้วยค่ะ เธอต่อขึ้นมาอีก

                อือ...ไม่เห็นแก่ตัว แต่ก็ต้องไม่ทำให้ตัวเองเดือนร้อนนะครับ

                ค่ะ ฉันเห็นด้วย...

                คนสองคนที่กำลังจะชีวิตคู่ร่วมกันอย่างเป็นทางการถาวรยิ้มให้กัน ก่อนจะโอบกอดกันไว้แน่น ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ อบอุ่นในยามเช้าที่สองผ่านคนทั้งคู่ให้มองเห็นกันชัดเจน แค่สบตากันและกัน...

 

                ปภาวดีนั่งอยู่บนโซฟาหนังสีขาวสะอาดนุ่มนิ่มภายในห้องนอนกว้างขวางของคิม ซอง-ซู ที่กำลังจะเป็นห้องนอนของเธอด้วย สายตาอ่อนหวานสอดส่ายมองดูรายละเอียดของห้องเงียบอยู่คนเดียว ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังเดินวนอยู่ภายในห้องแต่งตัว อันเป็นที่ตั้งของตู้เสื้อผ้าหลายนาทีแล้ว

                ดวงตาสีสวยมองดูลายวอลล์เปเปอร์พื้นขาวมีลายตารางหมากรุกเล็กๆ สีขาวดำ เป็นลายเส้นหนาด้านบนพาดรอบห้องเพียงลายเดียว ก่อนจะมองดูเฟอร์นิเจอร์ประดับห้องนอนที่มีโทนสีเอิร์ธโทนเรียบง่าย หากหรูหราตามประสาชายหนุ่มมาดเนี้ยบผู้เป็นสามี

                ซองซูคะ...ฉันอยากได้สีชมพูอ่อนๆ ในห้องนอนสักนิดได้ไหม ?

                ชายหนุ่มนิ่วหน้ากับคำขอของภรรยาที่ดังเข้ามาในห้องแต่งตัว ขณะกำลังจัดการอาณาเขตการเก็บเสื้อผ้าของเขา และของภรรยา ก่อนจะนำเสื้อผ้าของเธอออกจากกระเป๋าเดินทาง เขาจึงค่อยๆ เดินออกมาหาเธอที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม

                สีชมพู ?

                ค่ะ นิดนึงนะ เป็นโซฟา โต๊ะ โคมไฟ หรืออะไรก็ได้...นะคะ... เสียงใสเอ่ยอ้อนๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเร็วๆ ไปกอดเอวสามีไว้แน่น พลางทำตาหวานปิ๊งๆ ขึ้นไปหา จนชายหนุ่มหัวเราะขันเบาๆ ก้มลงจูบศีรษะเธอไปแรงๆ ด้วยความเอ็นดู

                เอาเป็นว่า เดี๋ยวผมจะหาแบบมาให้ดู แต่อย่าให้หวานแหววเกินไปได้ไหมที่รัก ผม... เขาว่า พลางยกมือขึ้นเกาศีรษะ เพราะไม่รู้จะใช้คำอะไรมาบรรยาย หากในห้องนอนจะมีสีชมพูหวานๆ มาประดับมากมาย

                ค่า... เธอตอบกลั้วหัวเราะ ฉันขอแค่เล็กๆ น้อยๆ พอให้สดชื่นก็พอค่ะ เอาเป็นโซฟา โต๊ะกระจก หรือโคมไฟ หรืออะไรก็ได้ค่ะ

                ครับ ผมจะลองหาแบบให้เข้ากับห้องเรานะ เขาเน้นคำว่า เรา จนหญิงสาวแก้มแดงขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหาวออกมาน้อยๆ จนคนมองนิ่งงันไป และปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ

                จะอาบน้ำก่อนไหม

                นี่จะทุ่มหนึ่งแล้วหรือคะ ?

                ใช่ครับ ดีจังปรับเวลาไม่ยากเท่าไร เขาว่าเรียบๆ ดวงหน้าประดับรอยยิ้ม อาบน้ำก่อนดีกว่า จะได้ลงไปทานข้าว แล้วค่อยเข้านอนนะ

                ก็ได้ค่ะ เธอตอบยิ้มน้อยๆ อย่างน่ารัก หากก็สะดุ้ง เมื่อชายหนุ่มตัวโตก้มตัวลงช้อนใต้สะโพกกลมกลึงอุ้มเธอขึ้นรวดเร็วง่ายดาย

                ว้ายซองซู !” เสียงใสอุทานตกใจ ก่อนจะหัวเราะ เมื่อเขาซุกไซ้ใบหน้าที่ซอกคอระหงไปมาแรงๆ และหัวเราะด้วยกันเบาๆ

                อาบน้ำด้วยกันไง ประหยัดดี เสียงห้าวบอก ระหว่างอุ้มพาร่างบางเข้าสู่ประตูไม้สีขาวบุกระจกสีขุ่นบานเลื่อนบานใหญ่กั้นห้องนอนกับห้องแต่งตัว ทะลุสู่ห้องอาบน้ำกว้างขวางที่ประตูไม้ปาเก้เปิดรออยู่แล้วไปด้วยกันสองคน

                อาบน้ำอย่างเดียวนะซองซู ฉันเหนื่อยนะคะ

                คร้าบ...

                เสียงพูดคุย และความเอาใจใส่หวานแหววเงียบลง หลังประตูห้องน้ำปิดลงเบาๆ พร้อมเสียงกิ๊กล็อคกลอนเรียบร้อย

 

                คุณแม่เล่านิทานก่อนนอนให้หนูฟังหน่อยนะคะ เสียงใสแจ๋วของคิม เฮ-วอนดังขึ้นเรียบๆ ระหว่างนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อแม่บนโซฟาตัวใหญ่ภายในห้องนั่งเล่นชั้นล่าง

                เฮวอนง่วงแล้วหรือจ้ะ ? หญิงสาวละสายตาจากจอโทรทัศน์มามองเด็กหญิงที่นั่งอยู่ใกล้ๆ พลางโอบตัวแกเข้ามาหา และก้มลงจูบศีรษะไปเบาๆ

                ค่ะ... เด็กน้อยตอบเสียงยานคราง พร้อมกับหาวน้อยๆ ขึ้นมา

                งั้นขึ้นนอนได้ แม่ไปส่งนะ เล่านิทานอีกหนึ่งเรื่องดีไหม ?

                ดีค่ะ เด็กง่วงตอบยิ้มกว้าง หากอาการง่วงก็ทำให้หาวหวอดใหญ่ขึ้นมาอีก จนเธอหัวเราะกับซองซูเบาๆ

                กู๊ดไนท์ค่ะคุณพ่อ เด็กหญิงตัวน้อยหันไปจูบแก้มผู้เป็นบิดาแรงๆ ครั้งหนึ่ง และรับการจูบตอบที่แก้มด้วยเช่นกัน

                ร่างบางเอื้อมมือเรียวไปรับมืออ้วนอวบน้อยๆ ของลูกสาวสามีมาจับ และจูงพากันเดินขึ้นห้องไปพร้อมกับป้าจีอินที่เดินตามไปด้วยรอยยิ้มสดใส ด้วยความสมหวังที่จะได้เห็นครอบครัวน้อยๆ นี้เป็นครอบครัวสมบูรณ์จริงๆ เสียที

               

                เสียงเล่านิทานเป็นภาษาอังกฤษดังแว่วออกมาให้คิม ซอง-ซูได้ยิน และเมื่อเขาแง้มประตูห้องนอนของลูกสาวตัวน้อยออก ก็อดยิ้มไม่ได้ที่เห็นหญิงสาวนอนตะแคงหนุนหมอนใบเดียวกับลูกสาวที่นอนหลับไปแล้วอยู่บนเตียงเด็กหลังเล็ก เขาไม่คาดคิดเลยว่า เธอจะแสนดี และน่ารักได้มากมายเพียงนี้จริงๆ...

                กู๊ดไนท์นะจ้ะเฮวอน... เสียงใสดังขึ้น พร้อมก้มลงจูบหน้าผากลูกสาวเบาๆ ค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงจัดเก็บหนังสือนิทานไว้บนชั้นวางเล็กๆ ที่ติดตั้งบนผนังหัวเตียง ก่อนจะหันไปยิ้มให้ป้าจีอินที่นั่งอยู่บนเตียงเดี่ยวของเธอเอง

                กู๊ดไนท์นะคะป้าจีอิน...

                กู๊ดไนท์ค่ะคุณนาย

                หญิงสาวนิ่งกับสรรพนามแทนตัวเองที่อีกฝ่ายเรียก ไม่เอาคุณนายค่ะ ฟังดูแก่จัง เสียงใสบอกมีแววแง่งอนเล็กน้อย อย่างน่ารัก จนชาน จี-อินอดหัวเราะเอ็นดูไม่ได้ ไม่เว้นแม้แต่คนแอบมองอยู่นอกห้องก็ยกมือขึ้นหัวเราะเบาๆ

                ไม่เรียกได้อย่างไรค่ะ ก็คุณหนูปูเป้แต่งงานกับคุณคิมแล้วนะคะ

                คนฟังทำปากยื่นน้อยๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ อย่างขอไปที ก็ได้ค่ะ เธอว่า พลางยิ้มให้อีกครั้ง ก่อนจะเดินไปยังประตูห้อง

                ซองซูรีบผละจากประตู ไปยืนพิงกำแพงนิ่งอยู่ เมื่อร่างบางออกมาจากห้อง และปิดประตูลงเรียบร้อย เขาก็ตวัดอ้อมแขนไปกอดร่างบางมาไว้ทันที

                ว้าย !”

                ผมเอง... เขาบอก เมื่อเธอทำท่าจะร้องอีก

                ตกใจหมดคุณนี่... เสียงใสแว้ดขึ้นมา จนเขายิ้มขัน ไปนอนกันเถอะค่ะ ฉันง่วงจังเลยซองซู... เมื่อยหลังด้วยค่ะ เธอบอก ระหว่างเดินอยู่ในอ้อมแขนของเขาไปยังห้องนอน

                นั่งเครื่องบินนานๆ ก็อย่างนี้

                เวลาคุณไปติดต่องาน เคยนึกเบื่อบ้างไหมคะ ?

                ก็มีบ้าง แต่ต้องคิดไว้ว่า เงิน เงิน เงิน...

                สิ้นเสียงตอบเธอก็หัวเราะขันดังลั่นห้องนอนที่เพิ่งเข้ามา จนเขาอดยิ้มขันไปด้วยไม่ได้

                คุณนี่งกเหมือนกันนะ เสียงใสแขวะให้ ระหว่างก้าวขึ้นเตียงนอนหลังใหญ่ พลางค่อยๆ มุดกายลงใต้ผ้าห่มนวมนุ่มนิ่มสีน้ำตาลอ่อน

                ไม่งกจะรวยหรือจ้ะ แต่ผมไม่งกขนาดไม่ยอมใช้เงินหรอกนะ

                ฉันทราบค่ะ เธอรับคำ พร้อมซบซุกอยู่ในอ้อมกอดของสามีที่ตะแคงมานอนกอดเธอไว้หลวมๆ ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน

                กู๊ดไนท์ครับที่รัก

                กู๊ดไนท์เช่นกันค่ะ สามีที่รัก... เสียงใสบอก พร้อมรอยยิ้มในความสลัวยามค่ำคืน ที่มีเพียงแสงไฟสนามสาดส่องเข้ามาเท่านั้น

 

                คิม ซอง-ซู ยืนกอดอกอยู่หลังผนังกระจกกันแดดอยู่ภายในบ้านหลังงาม สายตาคมมองภรรยาสาวกับลูกสาวตัวน้อยที่นั่งกันอยู่บนชิงช้าไม้เนื้อแข็งตัวยาว พร้อมช่วยกันโยกม้านั่งไปมาช้าๆ ชี้ชวนกันดูนกบินเล่นลมบนท้องฟ้า และหัวเราะกันคิกคัก เมื่อหญิงสาวกอดรัด หอมแก้มอวบนิ่มของลูกสาวตัวน้อยเล่นกันอย่างรักใคร่ จนเขาอดอมยิ้มไม่ได้ แม้จะไม่รู้ว่า พวกเธอพูดคุยอะไรกัน หากท่าทางสนิทสนม และการกอดหยอกล้อกัน ช่างน่ารักเหลือเกินในสายตาของเขา

                แสงแดดยามสายในต้นฤดูหนาวของเกาหลีแม้จะแรง หากก็ไม่ร้อนแรงเท่าประเทศไทย แต่ชายหนุ่มก็ห่วงเรื่องรังสียูวีที่มีอยู่ในแสงแดดทุกประเภท จนต้องเดินออกไปสมทบกับสองสาวสองวัย ด้วยความเป็นห่วง

                แดดมียูวีนะจ้ะสาวๆ เข้าบ้านดีกว่านะ เสียงห้าวเอ่ยขึ้นข้างๆ ชิงช้าไม้ตัวยาว เรียกให้สองสาวแหงนหน้าขึ้นมาคนมาใหม่ ด้วยรอยยิ้มกว้างขวาง

                คุณพ่อพาหนูกับคุณแม่ไปเที่ยวหน่อยสิค่ะ เสียงใสแจ๋วร่าเริงของคิม เฮ-วอนร้องบอกผู้เป็นพ่อทันควัน จนชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นมองดูลูกสาว ก่อนจะหันไปมองภรรยาที่นั่งหัวเราะเบาๆ อยู่

                เฮวอนอยากไปก็บอกสิค่ะ ไม่ต้องเอาคุณแม่ไปเอี้ยวด้วยเลย หญิงสาวก้มลงหอมแก้มเด็กน้อยไปแรงๆ ฟอดใหญ่ พลางดักทาง จนเด็กหญิงหัวเราะขัน

                นะคะ...หนูอยากไปกินไอติม... มือน้อยๆ เอื้อมไปเขย่ามือใหญ่หนาของบิดา จนชายหนุ่มพยักหน้า

                ก็ได้...ไปล้อตเต้เนอะ ? เขาถามถึงห้างสรรพสินค้าใหญ่มีชื่อแห่งกรุงโซล และก็ได้รับการพยักหน้ารับหงึงหงักจากสองสาว

                แหม...คุณแม่ก็อยากไปแล้วหรือครับ ?

                อยากไปล็อตเต้ค่ะ เธอตอบสามียิ้มสดใส เมื่อถูกเขาล้อ ระหว่างอุ้มเฮวอนลงไปยืนบนพื้น ก่อนจะพากันเดินเข้าบ้าน และขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยกันทั้งสามคนพ่อแม่ลูก

 

                ป้าจีอินพักเถอะนะ ผมดูแลได้... คิม ซอง-ซูบอกกับหัวหน้าแม่บ้านที่รับหน้าที่เลี้ยงดูคิม เฮ-วอนมาตั้งแต่เด็กน้อยเกิดยิ้มน้อยๆ พลางหันไปพยักหน้ากับชาน เต-กูที่นั่งหาวน้อยๆ อยู่บนโซฟาเดี่ยวมุมโถงรับแขกของบ้านหลังใหญ่

                ยังง่วงอยู่อีกเตกู เมื่อคืนออกไปไหนมาล่ะสิ

                โธ่...บอส...ไม่ได้ไปไหนสักหน่อย ชายหนุ่มอายุอ่อนกว่าเกือบสามปีตอบอ่อยๆ พลางยิ้มแห้งๆ ไปหามารดาที่ยืนมองนิ่งอยู่เช่นกัน

                ขับรถดีๆ นะคะคุณผู้ชาย...

                ครับ...ดูเอาเถอะวิ่งกันไปรอที่รถไม่บอกกล่าวใครกันเลยทั้งแม่ทั้งลูก เขาตอบ ก่อนจะหันมาเหน็บแหนภรรยาและลูกสาวที่ยืนรอเขาอยู่ที่รถยนต์คันหรูด้านหน้าบันไดขึ้นตึก จนคนฟังหัวเราะเบาๆ

                คุณนายเธอก็อยากไปเที่ยวน่ะค่ะ เธอบอกป้าเมื่อเย็นว่า อยากเดินทางไปไหนๆ เองได้เร็วๆ จะได้หางานทำ ไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ...

                ผมกะจะไปถามชุนยองเรื่องงานของปูเป้เขาอยู่เหมือนกัน เขาบอกชาน จี-อิน ก่อนจะยิ้ม และเดินออกจากบ้านไปที่รถ ทำให้คนในบ้านได้แต่ยืนยิ้ม เมื่อสองสาวสองวัยปรบมือดีใจที่ชายหนุ่มเดินลงไปหาเสียที และได้เห็นชายหนุ่มโคลงศีรษะยิ้มขันกับกิริยาของพวกเธอด้วย

                แม่อย่าห่วงคุณนายเธอนักเลยน่า...บอสดูรัก และห่วงใยเธอจะตาย

                ไม่ห่วงได้อย่างไรลูกนี่ ! เธอไม่ใช่คนเกาหลีนะ การปรับตัว การใช้ชีวิตในเมืองที่ไม่รู้จักต้องใช้เวลาเท่าไรกว่าจะดำเนินชีวิตเป็นปกติได้เหมือนเดิมน่ะ

                ลูกชายพยักหน้ารับเห็นด้วย เพราะเขาคิดน้อยไปจริงๆ อือ...ผมก็คิดน้อยไป เอาเป็นว่า เราก็คอยช่วยๆ กันดูเรื่องต่างๆ ของเธอแล้วกันนะฮะ...

                ย่ะพ่อลูกชายตัวดี เมื่อคืนไปไหนมาล่ะ ?

                โธ่...แม่ฮะ... ชายหนุ่มโอดครวญ จนเรียกเสียงหัวเราะขันจากคุณนายชานได้ไม่น้อย

                ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก แต่อย่าให้รู้ว่าไปทำใครเขาท้องแล้วไม่รับล่ะ ผู้เป็นแม่ว่า พลางยกนิ้วชี้ไปหาลูกชายที่นั่งหัวเราะแหะๆ อยู่ที่เดิม ก่อนจะแยกตัวไปเข้าครัวเตรียมอาหารไว้ให้คนในบ้านสำหรับมื้อเที่ยงกับสาวใช้เช่นทุกวัน ทิ้งให้ลูกชายตัวดีนั่งหน้าเหี่ยวอยู่ที่เดิมคนเดียว...

 

.......................................................

 

อัพแล้วนะจ้ะ

ปูเป้ไปอยู่เกาหลีแล้ว หุหุ

แล้วจะเจออะไรบ้างต้องติดตามกันนะคะ

 

 

 

Comment กันบ้างนะคะ อยากรู้ว่าคิดเห็นกันอย่างไร

จะพยายามอัพเรื่องนี้ให้สม่ำเสมอเท่าที่จะทำได้ค่ะ

 

 

 

รักษาสุขภาพกันนะคะ นิเริ่มน้ำมูกไหลอีกแล้ว

อากาศในหนึ่งวันเปลี่ยนแปลงบ่อยจริงๆ

เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝนตก พอฝนตกก็หนาวอีก

เฮ้อ...การเป็นภูมิแพ้นี่ทรมานจริงๆ นะคะ

 

 

 

ไปล่ะ...บ่นเสียมากเลย

บะบายค่ะ...

 

 

 

 

331 ความคิดเห็น