ณ ที่ปลายขอบฟ้า

ตอนที่ 11 : ชีวิตการแต่งงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,909
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 มิ.ย. 50

 

- 11 -

ชีวิตการแต่งงาน

 

                ร่างใหญ่นอนกอดก่ายร่างบางไว้แนบกาย แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเต็มที และไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศก็ทำให้เขานอนหลับสบายพร้อมกับภรรยาสาวสวยมาได้หลายชั่วโมง และไม่รับรู้สิ่งใดนอกจากความรัก ความพิศสวาทที่มอบให้แก่กันมาเกือบค่อนคืนเลยด้วยซ้ำ

                ดวงหน้าคมเริ่มมีร่องรอยเขียวคล่ำจากไรหนวดเคราตามวันเวลา เปลือกตาที่ปิดอยู่กะพริบปริบๆ เมื่อรู้สึกถึงแสงสว่างที่ส่องเข้ามาแยงตาแรงขึ้น ด้วยหน้าต่างบุกระจกภายในห้องของหญิงสาว มีเพียงผ้าม่านเนื้อบางเบาขลิบลูกไม้สวยหวานปิดบังอยู่เท่านั้น คิม ซอง-ซูค่อยๆ เปิดดวงตาขึ้นมองสิ่งรอบกาย แขนด้านซ้ายของเขาสัมผัสได้ถึงน้ำหนักที่กดทับอยู่ เมื่อเหลียวหน้าก้มลงมองก็พบร่างบางนอนซุกซบอยู่ตรงอกกว้างของเขา เหมือนลูกแมวตัวน้อยหาความอบอุ่น เขาก้มลงจูบขมับเธอเบาๆ ไปที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองดูหน้าต่างบานใหญ่ทางด้านของที่เธอนอน และเหลียวมองหานาฬิกา ก่อนจะพบว่า มีนาฬิกาทรงกล่องสี่เหลี่ยมมีสามารถเปิดไฟหลากสีให้สว่างได้วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงฝั่งของเขา

                เก้าโมงกว่า... เสียงห้าวพึมพำเบาๆ เมื่อเห็นตัวเลขดิจิตอลบอกเวลาชัดเจน ก่อนจะขยับกายนอนหงายมองเพดานห้องของเธอที่มีดาวเรืองแสงติดประดับอยู่หลากหลายแบบ จนเขาอดอมยิ้มไม่ได้ ว่าเมื่อคืน การนอนกอดเธอไว้ และมองดูดาวเรืองแสง มันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่เพียงใดสำหรับทั้งคู่...

                ฉันชอบดูดาวค่ะ แต่กรุงเทพไม่ค่อยมีดาว แม่ก็เลยซื้อดาวเรืองแสงมาให้ห่อเบ่อเริ่มเลยเธอเล่าให้เขาฟัง หลังเขายอมหยุดบทรักลงเมื่อเลยเข้าสู่วันใหม่แล้วหลายชั่วโมง

                ที่เกาหลียังมีดาวให้ดูเยอะนะ ไม่ต้องเอาดาวเรืองแสงไปติดไว้หรอก เพดานห้องนอนเสียหมดเขาว่าเรียบๆ ทำท่าทางจริงจัง จนเธอยื่นปากล้อเลียน

                ฉันไม่เอาออก เพราะแม่ซื้อให้ต่างหาก...

                เขาไม่รู้ตัวว่า กระชับอ้อมแขนกอดเธอไว้แน่นขึ้น จนเธอสูดหายใจลึกเบาๆ

                นอนดีกว่านะ ดึกแล้ว ฝันดีนะครับ...บอกเรียบร้อย พร้อมจุมพิตเธอเบาๆ จนเธอยิ้มรับ และนอนซบอยู่ในอ้อมกอดของเขาเงียบไป ด้วยความเพลีย อ่อนแรง...

 

                ร่างบางขยับกายเล็กน้อย พลางกะพริบตาปริบๆ ปรับแสงสว่างที่จ้าขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะสะดุ้ง เมื่ออยู่ๆ คนบนเตียงที่นอนเคียงข้างก็กระชับอ้อมแขนกอดเธอแน่น และก้มลงจูบขมับเธอเบาๆ

                มอร์นิ่งคิสผมบ้างสิ... เขาบอกเป็นภาษาอังกฤษ จนเธอนิ่วหน้า ก่อนจะยอมทำตาม จูบเขาที่แก้มสากๆ นั้นเบาๆ

                โกนหนวดเคราได้แล้วมั่งคะ เธอว่า ระหว่างค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งตามแรงอ้อมแขนใหญ่ พร้อมเขา โดยไม่ลืมจับผ้าห่มปกปิดตนเอง และรับรู้ถึงความปวดแปลบที่ความเป็นหญิงเล็กน้อย จนดวงหน้าเนียนบิดเบี้ยวเล็กน้อย

                โกนให้หน่อยสิ... คนพูดยกมือข้างหนึ่งลูบปลายคาง และใบหน้าไปมาช้าๆ ก่อนจะหันมามองคนข้างกายที่นั่งทำตาปริบๆ เป็นอะไรหรือเปล่า ?

                เจ็บนิดหน่อยน่ะค่ะ เธอตอบ และไม่ทันตั้งตัว เขาก็ก้มลงจูบแก้มเธอเบาๆ ก่อนจะโอบไหล่เธอเข้าหาตัว

                ขอโทษ...คุณสวยมาก ผมระงับใจไม่ไหวจริงๆ  

                ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...แต่ฉันโกนหนวดให้คุณไม่เป็นหรอกนะ เดี๋ยวใบมีดบาดหน้าคุณเจ็บอีก เธอว่า พร้อมกับยิ้มแหยๆ ไม่ลืมคำขอของเขาเมื่อครู่

                งั้นก็อาบน้ำด้วยกัน ผมจะได้สอนคุณไว้นะ พูดจบก็ไม่รอคำตอบ เขากระโดดลงจากเตียง และตวัดอ้อมแขนอุ้มเธอขึ้นจากเตียงได้ง่ายดาย และรวดเร็วทันที

                ว้าย ! ซองซูนี่ ฉันตกใจหมด !” เสียงใสโวยใส่ หากก็โอบแขนเรียวเสลาของตนเกาะรอบคอเขาแน่น ด้วยความกลัว และทั้งคู่ก็เข้าไปด้านในห้องน้ำกว้าง และหายเข้าไปนานพอสมควร

 

                เมื่อสามีภรรยาคู่ใหม่เดินลงมาชั้นล่าง ก็พบปาณบดีนั่งเล่นต่อจิ๊กซอร์อยู่กับคิม เฮ-วอน ป้าจีอิน และชาน เต-กู อยู่ในส่วนห้องนั่งเล่นด้านใน

                แหม...ตื่นสายตั้งแต่วันแรกของการแต่งงานเชียวนะ เสียงทุ่มนุ่มจากพี่ชายดังขึ้น จนน้องสาวหน้าแดงก่ำ หากคนข้างกายตัวสูงใหญ่กับทำหน้าสงสัย

                หยุดพูดเลยนะ ลามกกันจริงๆ พวกผู้ชาย คำปรามาสของเธอทำให้เขาหัวเราะลั่น หากครอบครัวชาวเกาหลีของน้องสาวกลับมองสงสัย

                เฮวอนทำอะไรคะ ? เสียงใสเอ่ยถามเป็นภาษาเกาหลี จนเด็กน้อยมองตาโต ทำให้คนเป็นพี่ชายนิ่งไป ก็เพราะเขาฟังไม่ออกน่ะสิ

                พี่ไปก็ได้...ทำความรู้จักกับครอบครัวให้ดีนะ พรุ่งนี้เธอก็ต้องไปเกาหลีแล้ว เขาว่า พลางลุกขึ้นขอตัวกับทุกคน

                เย็นนี้เราเลี้ยงฉลองกันนะคะ หนูอยากให้เราอยู่กันพร้อมหน้าทุกคน พาทุกคนไปหาคุณพ่อ และรับอายศออกไปทานข้าวด้วยกันนะคะ เธอบอกเสียงจริงจัง ดวงตาสีสวยวาววับ จนพี่ชายนิ่งไป

                อือ...เดี๋ยวจะไปบอกป้าๆ ให้จัดอาหารให้เธอกับคุณคิม เขารับคำ ก่อนจะเดินแยกไป

                คิม ซอง-ซู มองดูภรรยาสาวที่ยืนนิ่ง ดวงตาสีสวยมีน้ำตาคลอ มีอะไรหรือเปล่า ? เขาถามอ่อนโยนเป็นภาษาถิ่นที่เธอต้องใช้ต่อไปในอนาคตของชีวิตแต่งงาน พร้อมอ้อมแขนที่โอบไหล่นวลที่โผล่พ้นเสื้อแขนกุดกับกางเกงขายาวห้าส่วนไว้

                ฉันคิดถึงคุณพ่อเฉยๆ... เย็นนี้เราไปบอกข่าวดี และฉลองเล็กๆ กันกับคุณพ่อนะคะ ฉันบอกพี่ปราชญ์ว่า จะพาทุกคนในบ้านไปหาคุณพ่อพร้อมๆ กัน และก็รับอายศไปทานข้าวด้วยกันหมดเลย คุณเห็นด้วยไหมคะ ? เธอว่าเสียงใส พลางอ่อนลงในประโยคสุดท้าย เพราะไม่รู้ว่าเขาคิดเห็นเช่นไรกับเรื่องความผูกพันของเธอกับคนงานในบ้าน

                ผมเห็นด้วยอยู่แล้ว คุณเคยบอกนี่ว่า ทุกคนคือคนในครอบครัว เขาตอบ พลางเอื้อมมือไปกดศีรษะเธอเบาๆ จนหญิงสาวยิ้มกว้างสดใสกล่าวขอบคุณเสียงดัง ก่อนจะหันไปยิ้มให้เฮวอน

                พี่ปูเป้พูด และฟังภาษาเกาหลีได้ด้วยหรือคะ ?

                หญิงสาวมองดูเด็กหญิงตัวน้อยที่แหงนหน้ามองเธอด้วยความสงสัยมากมาย มือเล็กๆ ข้างหนึ่งจับมือป้าจีอินอยู่แน่น ซึ่งพี่เลี้ยงคนสำคัญก็งุนงงไม่ต่างกัน

                เอ่อ...พี่เคยเรียนมาน่ะค่ะ ขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกตั้งแต่แรก...

                คนฟังตัวน้อยทำแก้มป่อง หากชาน จี-อิน และชาน เต-กูยิ้มรับน้อยๆ ด้วยความโล่งใจที่ไม่ต้องกังวลกับการปรับตัวของนายสาวคนใหม่มากนัก

                ต่อไปเรียกพี่ปูเป้ว่า แม่เถอะเฮวอน... เขาก้มลงบอกลูกสาว พร้อมหันมายิ้มให้เธอ ก่อนจะกระซิบเบาๆ คุณเห็นด้วยไหม ? เขาถามด้วยคำถามเดียวกับเธอ จนหญิงสาวยิ้มน้อยๆ

                เรียกได้จริงๆ หรือคะ ? เด็กน้อยถามเสียงดัง ท่าทางตื่นเต้น จนหญิงสาวนิ่งไป หันไปมองคนข้างกายน้อยๆ ก่อนจะก้มลงกอดร่างอวบนิ่มของเด็กตัวเล็กไว้ และถอยออก

                ได้สิค่ะ ก็แม่แต่งงานกับคุณพ่อเฮวอนแล้วนี่น่า...

                เย้ !” เด็กน้อยชูมือขึ้นร้องดีใจตามประสาเด็กๆ เฮวอนมีแม่แล้วค่ะป้าจีอิน อาเตกู ! แม่ปูเป้น่ารักที่สุดเล้ย !” เสียงใสร้องบอกทุกคน ก่อนจะหันมาชมเธอ และโผเข้ากอดเธอแน่น

                ดวงตาสีสวยสบกับป้าจีอิน พร้อมได้รับรอยยิ้ม และความเคารพจากผู้อาวุโสกว่า เธอจึงก้มศีรษะน้อยๆ ให้ ระหว่างยังคงกอดเด็กหญิงไว้แน่น

                คนมากวัยยิ้มกับภาพตรงหน้า เธอเลี้ยงดู และอยู่กับครอบครัวคิม ซอง-ซูมาหลายรุ่น หากความผูกพันมีกับชายหนุ่ม และเด็กหญิงตัวน้อยเบื้องหน้ามากที่สุด และเธอก็ไม่เคยได้เห็นรอยยิ้มสดใสของพ่อลูกสองคนนี้ได้กว้างขวาง และสดชื่นจากใจจริงของทั้งสองได้เช่นวันนี้เลย วันที่มีนายสาวคนนี้เข้ามา สิ่งรอบข้างของทุกคนสดใส และมีความสุขขึ้นมากมายทีเดียว...

 

                ห้องรับรองแขกด้านหน้าห้องพักผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่ในเย็นวันนี้ช่างคับแคบลงถนัดตา เมื่อปาณบดี และปภาวดีพาคนงานเกือบสิบชีวิตมาเยี่ยมเยือนคุณท่านของทุกๆ คนพร้อมกัน อีกทั้งเมื่อรวมชายหนุ่มหญิงสาว และแขกคนสำคัญ ที่กลายมาเป็นครอบครัวเดียวกันอีก ผู้มาเยี่ยมเยือนผู้ป่วยอันเป็นที่รัก จึงร่วมสิบห้าคน

                คุณพ่อค่ะ วันนี้หนูมาขออนุญาตพาอายศไปเลี้ยงข้าวเที่ยงนะคะ ฉลองแต่งงานของหนูกับคุณคิม เดี๋ยวจะให้ทุกคนในบ้านมาคุยกับพ่อเล็กๆ น้อยๆ นะคะ เธอกล่าวยิ้มๆ พลางเหลียวไปยิ้มกว้างกับทุกคนที่ยืนฟังอยู่ และแม้แต่สามีที่ฟังภาษาไทยไม่ออกยังยิ้มน้อยๆ มาหาเธอ

               

                คุณบอกท่านว่าอะไรหรือ ? คิม ซอง-ซู เอ่ยถามภรรยาสาว เมื่อเธอเดินเลี่ยงออกมาให้ทุกๆ คนเข้าไปทักทายบดินทร์

                ก็บอกว่า พาทุกคนมาเยี่ยม และมารับอายศไปฉลองกันเล็กน้อยค่ะ เธอบอกเสียงใส ยิ้มขึ้นไปให้เขา และก็ได้รับสัมผัสอุ่นๆ บนศีรษะ เมื่อมือใหญ่เอื้อมขึ้นกดศีรษะเธอเบาๆ

                คุณแม่คะ !” เสียงเฮวอนดังขึ้น เมื่อร่างอวบน้อยๆ ของเด็กหญิงวิ่งจากเตียงบดินทร์มาหา

                ทำไมคะ ? หญิงสาวถาม พลางทรุดตัวลงนั่งยองๆ จับมือกลมๆ ของเด็กหญิงมาถือไว้

                คุณลุงรักทำไมยังไม่ตื่นเสียทีล่ะคะ ?

                คำถามนั้นทำให้คนต้องตอบนิ่งไป จนผู้เป็นพ่อค่อยๆ ทรุดตัวลงอุ้มร่างลูกสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนข้างหนึ่ง พร้อมกับโอบไหล่เรียวขึ้นมาไว้แนบกายด้านหนึ่ง

                เฮวอน...คุณตารัก...ไปเที่ยวไงคะ คุณแม่ก็บอกไปแล้วไม่ใช่รึ ? เสียงห้าวบอกพลางเน้นคำว่าคุณตา บีบต้นแขนนิ่มของภรรยาเบาๆ

                หนูขอโทษค่ะ คุณแม่อย่าเศร้านะคะ เด็กน้อยบอกเสียงสลด มือน้อยๆ ยื่นออกมาลูบแก้มเนียนของคุณแม่เลี้ยงคนสวยผู้ใจดีเบาๆ

                จ้ะ แม่ต้องรอให้คุณตากลับมาจากการไปเที่ยว วันไหนตาฟื้นเรามาหาท่านกันนะ

                ค่ะ

                หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาสามี ขอบคุณค่ะ คุณน่ารักกว่าที่ฉันคิดไว้ เธอเอ่ยเบาๆ พลางเอนซบศีรษะกับต้นแขนบึกบึนของเขาไว้เล็กน้อย ก่อนจะยิ้มกว้าง เมื่อทุกคนพร้อมจะไปรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกันในโอกาสพิเศษของเธอ และเขา...

 

                แสงไฟสีอ่อนหวานสลัวจากโคมไฟรูปดาวบุกระดาษสาเนื้อหนาสีชมพูอ่อนบนโต๊ะหัวเตียงทั้งสองด้าน ซึ่งชายหนุ่มปรับระดับไฟไว้อ่อนสุด ทำให้ดาวเรืองแสงบนเพดานสว่างไสวงดงามตามความต้องการของเจ้าของห้องสาว อ้อมแขนใหญ่ด้านซ้ายโอบกอดไหล่เรียวนุ่มนิ่มเปลือยเปล่าไว้หลวมๆ เมื่อเขาอุทิศแขนข้างนั้นเป็นหมอนให้เธอหนุนนอน หากก็ไม่เมื่อยเลย เพราะศีรษะของเธอซบซุกอยู่บนไหล่หนาของเขา ทำให้เขารู้สึกหวามหวั่นเล็กน้อยได้เสมอเวลาเธอขยับกายทำท่าประกอบการคุยเล่นบนเตียง เพราะตอนนี้พวกเขาเปลือยเปล่าอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน หลังเสร็จกิจแห่งรักไปเมื่อครู่

                ซองซูคะ ? เสียงใสเรียกเขาเบาๆ หลังหยุดคุยเรื่อยเปื่อยไปเกือบนาที

                ครับ ? ชายหนุ่มรับคำ พร้อมก้มลงจูบขมับเธอแรงๆ ไปที ก่อนจะขยับกายยอมปล่อยให้เธอไปนอนหนุนหมอนตะแคงเข้าหาเขา มองสบตากันนิ่ง

                ฉันถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ ?

                ได้สิ... เขาตอบกลั้วหัวเราะ เอื้อมมือไปลูบแก้มเนียนใสมีสีเลือดฟาดเบาๆ

                คุณรักตอนไหน แล้วทำไมถึงรักฉัน แล้วคุณแน่ใจจริงๆ หรือคะว่า รักฉันจริงๆ ? คนถามถามเสียงจริงจัง ดวงหน้าก็ขมวดมุ่ยเล็กน้อย อย่างต้องการคำตอบจริงจังจากอีกฝ่ายเช่นกัน หากหลังจบประโยคคำถามมากมาย เขาก็นิ่งงันไปทันที

                ฉันเปลี่ยนคำถามก็ได้... เธอว่า พลางค้อนเขาน้อยๆ จนชายหนุ่มยิ้มเอ็นดู คุณเริ่มสนใจฉันตอนไหน ?

                คิม ซอง-ซูยิ้มน้อยๆ เอื้อมแขนออกไปโอบกอดร่างบางเข้ามากอดไว้แนบอกเช่นเดิม มือใหญ่ลูบศีรษะเธอเบาๆ ก่อนจะถอยกายออกห่าง จ้องสบตากับเธอตลอดเวลา

                ผมสนใจคุณตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าบ้านหลังนี้ ผู้หญิงร่างบางสมส่วน หน้าตาสวยใส แต่งตัวน่ารัก ทักทายคุณพ่อ พี่ชายร่าเริงสดใส และหันมามองผมตาขวาง แต่กลับพูดคุยเล่นหัวกับเฮวอนอย่างกับรู้จักกันมาตั้งแต่เกิด แล้วทำไม่ใส่ใจผม ทั้งๆ ที่คุณรู้ว่า ผมเป็นใคร มาทำอะไร เป็นผู้ชายแท้ๆ ไม่สนใจผู้หญิงสาวสวยๆ ก็แปลกล่ะจ้ะที่รัก เขาตอบยิ้มกวนๆ จนเธอหัวเราะขันเบาๆ กอดเขาไว้แน่น และก็ถอยออกเล็กน้อย

                แล้วใครสอนคำบอกรักคุณคะ ?

                พี่ชายคุณไง !” เขาตอบยิ้มกว้าง ผมเก่งใช่ไหมล่ะ ?ชายหนุ่มทำท่าอวดโอ้ จนน่าขัน

                แหม...ไม่ได้ชมเสีย เธอว่ากลั้วหัวเราะ เอื้อมมือไปผลักแก้มเขาเบาๆ จนเขาทำท่าฟึดฟัด จนเธอหัวเราะออกมา ทำเป็นเด็กๆ ไปได้ คุณเก่งเสมอล่ะค่ะ ใครบ้างจะประสบความสำเร็จได้เท่าคุณ อายุแค่สามสิบสามมีอาณาจักรของตัวเองใหญ่โต น่าอิจฉาออก... เธอบอกเสียงจริงใจ พลางกอดเขาไว้หลวมๆ เงยหน้าขึ้นมองเขายิ้มน้อยๆ

                เหนื่อยจะตาย ต้องคอยสู้รบกับคนที่บางครั้งก็ไม่เคยพบเคยเห็นหน้ากัน เพียงรู้จักแต่ชื่อ และก็ต้องแข่งขันกันในการทำสื่อใหม่ๆ ให้ดึงดูดเรตติ้งเพิ่ม หรือให้เท่าเดิม แต่อย่างไรก็ควรทำอะไรก็ได้ให้สื่อที่เราทำอยู่ในกระแสตลอด...เหนื่อยจะตาย... เขาตอบมีแววเหนื่อยหน่ายจริงจัง

                ฉันถามเรื่องความรัก เรามาคุยเรื่องงานกันได้ไงคะ ? เธอว่าเสียงงอนๆ ไม่คุยแล้วดีกว่า ง่วงแล้ว... บอกพลางทำท่าจะล้มตัวลงนอน แต่ก็ถูกกอดกระชับจากเขาแน่น

                อย่าเพิ่งนอนเลยนะ...มารักกันอีกสักครั้งนะที่รัก เสียงห้าวเอ่ยออดอ้อน จนคนฟังเขินหน้าแดง มือเรียวผลักแผงอกกำยำออกห่าง ด้วยความอาย

                ซองซู...ดึกแล้ว เสียงใสประท้วง เมื่อเขาซุกไซ้จุมพิตอยู่ที่ซอกคอระหงขาวผ่อง จนผ้าห่มเคลื่อนหลุดลงไปเรื่อยๆ

                ห้าทุ่มกว่าเอง... เสียงห้าวอุบอิบตอบ เมื่อเหลียวมองนาฬิกา พร้อมตวัดอ้อมแขนกอดรัดก่ายร่างบางไว้แน่น จนเธอส่งเสียงหัวเราะเบาๆ เมื่อเขาเลื่อนมือเปะปะ จนจั๊กจี้

                ปภาวดีนอนโอกกอดร่างหนาของสามีตอบแน่นขึ้น เมื่อเขาเคลื่อนกายตนเองที่แข็งขันใหญ่โตเข้ามาภายในกายเธอช้าๆ หากรวดเร็ว มือเรียวบีบหัวไหล่หนาแน่นด้วยกล้ามเนื้อของเขาแรงขึ้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเผยอปากเรียวอ่อนหวานส่งเสียงครางครวญเบาๆ ด้วยความรัญจวนที่เกิดขึ้นระหว่างคนสองคน

                สวยจังที่รัก... เสียงห้าวพร่าเล็กน้อย กระซิบบอกเธอข้างหู ก่อนจะระเรื่อยจุมพิตขึ้นมาตามใบหน้า ปลายคาง และจบลงที่ริมฝีปากเรียวสีหวานเนินนาน

                ชายหนุ่มตักตวงความสุขจากเรือนกายนุ่มนิ่มอวบอิ่มของภรรยาสาวคนสวย อย่างไม่รู้จักเบื่อ เขารู้สึกถึงกระแสความรัก ความรื่นเริง และความสุขจากหญิงสาวมากกว่าที่เคยรู้สึกจากคู่นอนคนไหน และความรู้สึกรักที่มีต่อเธอยิ่งทำให้เขาสุขสมได้ง่ายๆ กับเธอทุกครั้ง...

                ราตรีสวัสดิ์ที่รัก... เสียงห้าวหอบเล็กน้อยบอกร่างบางในอ้อมกอดที่นอนซุกซบหายใจหอบถี่อยู่แนบกาย พร้อมจูบหน้าผากชื่นเหงื่อของเธอเบาๆ

                ฝันดีนะคะ เธอตอบเขายิ้มอ่อนๆ ด้วยความเหนื่อย หากดวงตาสีสวยฉายแววสุขใจมากล้นมาหา และเธอก็เงยหน้าขึ้นจูบปลายคางเขาเบาๆ ก่อนจะนอนหลับตาลง แปะมือเรียวสวยไว้ที่หน้าอกเขา ซุกดวงหน้ากับไหล่หนา และในที่สุดเธอก็หลับไปก่อนเขา จนคนมองดูกิริยาน่ารัก น่าทนุถนอมนั้นอดอมยิ้ม จนหลับไปไม่ได้เลย

                ความสุขจากการแต่งงานกับคนที่เข้ากันได้ กับคนที่มีความเข้าใจกันช่างแสนดีเกินกว่าจะเปรียบกับสิ่งใด เมื่อเขาเคยผิดหวังในชีวิตแต่งงานตั้งแต่วินาทีแรก หากครั้งนี้...เขากลับสุขใจตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้กอดเธอ...

 

                คุณไม่ได้เป็นมาเฟียที่เกาหลีแน่ๆ นะคะ !” เสียงใสจริงจังบอกกับคนตัวสูงข้างกายที่ยืนรอลูกน้องไปจัดการเรื่องตั๋วเรื่องตรวจสอบเอกสาร

                จริงๆ... คนตอบลากเสียงยาว พลางเอื้อมแขนขึ้นโอบไหล่เธอแน่นเข้ามาหาตัว และปล่อยออก คล้ายปลอบโยน จนเธอทำแก้มป่อง มุ่ยปากน้อยๆ ก่อนจะสนใจท่าอากาศยานใหญ่ที่ตนเองกำลังยืนอยู่

                หญิงสาวเหลียวไปมองพี่ชาย และพี่ป้าน้าอาคนงานที่ตามมาส่งเธอกันหมด ยกเว้นคุณพ่อ และสมยศของเธอที่ต้องอยู่โยงที่โรงพยาบาล ด้วยรอยยิ้ม เพราะเธอไม่อยากจะเชื่อว่า การพูดคุยสามภาษาจะทำให้คนงานของเธอหัวเราะกันได้สนุกสนานกับชาน จี-อิน และคิม เฮ-วอน โดยมีคนกลางคือ ปาณบดีพี่ชายของเธอเอง

                แปลกนะ คุยกันรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ป้าๆ น้าๆ พี่ๆ สนุกสนานกันใหญ่ เสียงห้าวกลั้วหัวเราะดังขึ้นเหนือศีรษะเธอ จนเธอแหงนหน้ามองต้องหัวเราะกับเขาไปด้วย

                มิตรภาพไร้พรมแดนค่ะ

                จ้ะ คุณนายปูเป้... เขาเอ่ยแซว ทำให้เธอค้อนขวับ แต่ไม่จริงจังนัก และก็สงสัยขึ้นมาอีก

                ซองซูคะ... เสียงใสเอ่ย อย่างออดอ้อน จนชายหนุ่มทำสีหน้าแปลกประหลาด ก้มลงมองภรรยาสาวที่เข้ามาชิด และเกาะแขนเขาไว้ คุณไม่ได้เป็นมาเฟียแน่นะ ฉันกลัว...

                ปูเป้... เสียงห้าวเรียกขันๆ ในความกลัวแปลกๆ ของเธอ

                ก็คุณมีลูกน้อง มีบอดี้การ์ด เรื่องติดต่อที่สถานทูตเมื่อวานก็รวดเร็วจนฉันตกใจ คุณต้องมีอิทธิพลที่เกาหลีด้วยใช่ไหม ฉันแต่งงานกับมาเฟียหรือเนี่ย !? ประโยคสุดท้าย เธอเอ่ยเสียงสั่น ทำท่ายกมือขึ้นปิดแก้มตนเอง จนคนมองหัวเราะเสียงดัง

                อ้อมแขนใหญ่เอื้อมไปกดศีรษะหญิงสาวแรงๆ ก่อนจะโอบไหล่เธอมากอดไว้ บ้าน่ะ...ผมแค่เป็นคนดังนิดหน่อยเอง...ไม่ได้เป็นมาเฟียจริงๆ แล้วลูกน้อง บอดี้การ์ดก็มีไว้ดูแลความปลอดภัย วงการใหญ่ๆ ทุกวงการยิ่งสูงยิ่งอันตรายทั้งนั้นล่ะที่รัก... เขายิ้มน้อยๆ เมื่อคนฟังพยักหน้ารับ ยิ้มน้อยๆ ขึ้นมาหา และยืนนิ่งอยู่ด้วยกัน เพื่อรอเวลา และมองดูกลุ่มสาวต่างวัยคุยกันจุกจิก โดยมีหนุ่มๆ ยืนฟังหัวเราะร่วมอยู่ด้วย

                เราไปคุยกับเขาบ้างดีไหมคะ ?

                คิม ซอง-ซูมองดูภรรยา ก่อนจะพยักหน้ายิ้มๆ เขารู้ว่าเธออาลัยบ้านเกิด และผู้คนที่สนิทมาแต่เล็กแต่น้อยมากเพียงใด หากเธอก็พยายามทำตัวร่าเริง สดใส และยิ้มแย้มอยู่กับเขาเสมอ

 

                เรียบร้อยแล้วหรือคะคุณหนู ?ป้าเอมเอ่ยถามยิ้มน้อยๆ

                ยังค่ะ แต่เห็นคุยกันสนุกเลยมาร่วมด้วย เธอตอบยิ้มกว้าง พลางเอื้อมมือไปเกาะแขนพี่ชายไว้ จนคนเป็นพี่ยิ้มน้อยๆ ในหน้า

                โทรหาหนูบ้างนะ

                จ้ะแม่ตัวดี...ถึงบ้านแล้วก็โทรมาบอกล่ะ พี่จะได้ไม่ห่วง เมื่อกี้ป้าๆ ก็ให้ป้าจีอินฝากเตือนเธอ ปาณบดีบอกน้องสาวที่พยักหน้ารับเรื่อยๆ

                ชาน จี-อินยิ้มเมื่อมีชื่อเธอด้วย ก่อนที่นายสาวคนใหม่จะแปลให้ฟังคร่าวๆ ว่าคุยอะไรกับพี่ชาย เธอก็ยิ้มรับก้มศีรษะน้อยๆ

                แล้วหนูจะโทรมาหาให้บ่อยที่สุดนะคะ หญิงสาวหันไปบอกทุกคนที่ยืนยิ้มให้คุณหนูของพวกเขาอยู่แล้วเรียบร้อย ต้องดูแลตัวเองกันดีๆ นะคะ และก็ฝากดูแลพี่ชายคนดีของหนูด้วย อ๋อ...ฝากดูคุณพ่อด้วยนะคะ อายศด้วย หนูคุยกับพี่ปราชญ์ว่า ถ้าอายศเหนื่อย ใครอยากไปเฝ้าคุณพ่อ ก็ลองเปลี่ยนเวรกันนะคะ

                เจ้ายศมันคงไม่ยอมง่ายๆ หรอกครับคุณหนู ลุงโตพ่อบ้านเก่าแก่อาวุโสที่สุดพูดเสียงประชดน้อยๆ มันคิดว่า เป็นความผิดของมัน

                ลุงโตก็โทรไปคุยกับแกแล้วกันนะคะ อายศจะได้มีเพื่อนคุยบ้าง...

                ครับคุณหนู

                หญิงสาวหันไปพูดคุยกับกับทุกคนในบ้าน หากไม่ลืมว่า มีสามี และเหล่าคนของเขายืนอยู่ด้วย เธอจับมือน้อยๆ ของเฮวอนไว้ตลอดเวลาหลายนาทีที่ยืนคุยกันหน้าลานว่างร้านขายของที่ระลึกภายในสนามบิน และแปลบางประโยคให้ครอบครัวใหม่ฟังคร่าวๆ เมื่อเห็นว่าขบขัน และพวกเขาควรรับรู้ไว้บ้าง

                เรียบร้อยแล้วครับนาย !” เสียงชายหนุ่มอายุอ่อนกว่าซองซูเดินเข้ามา พร้อมเอกสารของทุกคนที่ต้องเดินทางไปเกาหลีในมือส่งคืนเจ้าของ

                ขอบใจมาก เสียงห้าวกล่าว พร้อมรอยยิ้มเพียงยกมุมปากให้อีกฝ่ายที่ก้มศีรษะให้ และหลบไปยืนอยู่กับเพื่อนร่วมหน้าที่ที่อยู่ใกล้ๆ บริเวณนั้น

                ปภาวดีหันไปฝากฝั่งอะไรหลายอย่างกับทุกคน โดยเฉพาะพี่ชายคนเดียวด้วยความรู้สึกแปลบปลาบในอก และเพียงไม่กี่นาที เสียงเจ้าหน้าที่ก็ประกาศเรียกให้เตรียมตัวขึ้นเครื่องบิน

                หนูคิดถึงทุกคนนะคะ เธอกล่าว พลางเดินไปกอดทุกคนด้วยความไม่รังเกียจ เรียกน้ำตาเอ่อคลอผู้ใหญ่ที่ทำงานในบ้านตระกูลรักษ์สิริทรัพย์ได้ทุกคน

                พี่ปราชญ์หาแฟนเร็วๆ นะ... เสียงใสพร่าเล็กน้อย หากยังพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนจะกอดร่างหนาของพี่ชายแน่น

                อือ...รักษาตัวดีๆ นะน้องรัก...

                ค่ะ

                คิม เฮ-วอนกอดขาบิดาแน่นขึ้น เด็กน้อยน้ำตาซึม เมื่อเห็นคุณแม่คนใหม่กอดพี่ชายคนเดียวแน่น และเมื่อถอยห่างออก มือเรียวก็ยกขึ้นปาดน้ำตาออกไป แม้จะยังยิ้ม แต่เด็กหญิงก็ทราบว่า คุณแม่ของเธอต้องทำใจ และต้องคิดถึงบ้านเกิดมากเพียงใด

                บ้ายบาย... เสียงทุ้มของปาณบดีเอ่ย พร้อมโบกมือให้น้องสาว และทุกคน โดยเขาก้มลงยิ้มเอ็นดูให้เฮวอนด้วย

                คิม ซอง-ซู และเหล่าหนุ่มๆ ก้มศีรษะให้ทุกคนที่มาส่ง ก่อนจะโบกมือให้เช่นกัน และหันไปอุ้มเฮวอนขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็จังจูงมือเรียวของภรรยาสาวพากันเดินไปยังประตูขาออกด้วยกัน ซึ่งมือเรียวก็เอื้อมมาจับการนำเอกสารของเขาไปถือไว้ และให้เจ้าหน้าที่ต้อนรับด้านหน้าตรวจสอบ

                แล้วจะโทรหาบ่อยๆ นะค้า !” เสียงใสหันมาตะโกนบอกทุกคนที่มาส่ง โบกมือให้เร็วๆ ก่อนจะรีบหันหลังเดินเข้าไปยังทางเดินยาวที่ทอดตัวอยู่เบื้องหน้ากับสามี และครอบครัวใหม่ของเธอเร็วๆ

                ผมจะพยายามหาเวลาว่างให้ได้เยอะๆ จะได้พาคุณมาเยี่ยมบ้านบ่อยๆ เสียงห้าวดังขึ้น พร้อมโอบไหล่เรียวมาไว้แนบตัว

                ค่ะ ฉันแค่รู้สึกไม่ชอบการล่ำลาเท่านั้น...ไปถึงที่โน่นแล้ว โทรคุยกันบ่อยๆ ก็คงรู้สึกดีขึ้น เธอตอบยิ้มน้อยๆ ก่อนจะหันไปยิ้มกับเฮวอน ที่เอื้อมมือน้อยๆ มาบีบไหล่เธอด้วย

                หนูจะเล่นกับคุณแม่จนไม่ว่างเหงาเลยค่ะ...

                แม่ไม่เหงาหรอกจ้ะ แม่แค่คิดถึงบ้าน คิดถึงคุณตารัก... เธอตอบ เม้มปากน้อยๆ ก่อนจะยกมุมขึ้นยิ้มกับแก แม่อุ้มไม่ไหวหรอก วันนั้นก็จะล้มทับกันตาย... เธอตอบกลั้นหัวเราะ เมื่อเด็กน้อยทำท่าอ้าแขนจะมาหาเธอให้เธออุ้ม เรียกเสียงหัวเราะจากชายหนุ่ม และผู้ติดตามได้เบาๆ จนเด็กหญิงทำปากยื่นน้อยๆ แต่ก็ชวนคุณแม่ยังสาวคุยเรื่อยเปื่อยเรื่องเครื่องบิน และการเดินทาง...

 

                เมื่อถึงที่นั่งบนเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสปภาวดีก็ต้องอึ้งกับความมีชื่อเสียงนิดหน่อยของสามีหนุ่ม เมื่อที่นั่งเก้าที่ของพวกเธออยู่ทางฝั่งหน้าต่างเครื่อง และต่อกันยาวสามแถวพอดี อีกทั้งมือใหญ่ก็ส่งเฮวอนเข้าไปนั่งริมหน้าต่าง และดึงให้เธอเข้าไปนั่งตรงกลาง โดยมีเขานั่งริมทางเดินที่คนร่างบางเท่านั้นที่จะเดินผ่านได้สะดวกสบาย ซึ่งแถวที่เธอนั่งกับสามี และลูกสาวเป็นแถวตรงกลางระหว่างป้าจีอิน ชาน เต-กูลูกชาย และลูกน้องเขาอีกคนหนึ่ง และด้านหลังก็เป็นสามหนุ่มบอดี้การ์ดร่างใหญ่ หากมองผ่านๆ ไม่ดูน่ากลัวเหมือนบอดี้การ์ดในหนังนัก

                เฮวอนนั่งดีๆ นะลูก... เสียงห้าวส่งผ่านไปหาลูกสาว ที่ชี้ชวนคุณแม่ที่เพิ่งได้มีให้ดูภายนอกหน้าต่างกันสองคน

                ค้า... เด็กน้อยลากเสียงตอบหันมายิ้มให้บิดาสดใส ก่อนจะยิ้มให้มารดาเลี้ยงผู้น่ารัก ก่อนจะดึงโต๊ะพลาสติกออกมาวางกระเป๋าใบน้อยของตนเอง และชวนปภาวดีเล่นเกมต่อเส้น และระบายสีในสมุดภาพเล่มเล็กเงียบๆ รอเวลาเครื่องบินขึ้น โดยมีสายตาจากชายหนุ่มนั่งมองยิ้มเอ็นดูอยู่

 

                หญิงสาวนอนอมยิ้มไปหาคนข้างกายที่เอื้อมมือมาลูบศีรษะเธอเบาๆ ท่ามกลางความสลัวจากดวงไฟดวงเล็กของสายการบินชื่อดัง เมื่อเวลาการเดินทางล่วงเข้าสู่ค่ำคืน ท้องฟ้าด้านนอกที่เกือบสามชั่วโมงเป็นผืนหมอกสีฟ้าสีขาวแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท และเด็กหญิงคิม เฮ-วอนก็นอนหลับสนิท ตะแคงหาทางหน้าต่างกอดซบซุกหน้ากับตุ๊กตาหมีตัวโปรดแน่นอยู่ในเบาะของตนเองที่เอนราบปรับเป็นที่นอนได้สบาย ไม่ต่างจากเธอกับเขา และทุกคนในไฟล์ทการเดินทางนี้

                ไม่หลับหรือ ?

                ฉันหลับไม่ค่อยได้เวลาอยู่บนเครื่องบินน่ะค่ะ เธอตอบยิ้มเจื่อนๆ ละคำว่า กลัว ไว้หากแต่เขาก็รับรู้ และหัวเราะเบาๆ ก่อนจะชะโงกหน้ามาจูบหน้าผากเธอดุจจะปลอบโยน

                ผมก็อยู่นี่ หลับเถอะ เดี๋ยวจะเพลียนะ ไม่คุยแล้วนะคนดี... เขาบอก พลางจับมือเธอไว้ไม่ปล่อย ซึ่งเธอก็ยอมเกาะเกี่ยวมือเขาไว้แน่น และหลับตาลงก่อนเขา เพียงไม่นานทั้งคู่ก็เข้าสู่นิทรา ด้วยความอ่อนเพลียมาทั้งวัน

 

.....................................................

 

อ่านตอนต่อไปกันเลยค่ะทุกท่าน

 

 

 

331 ความคิดเห็น