ณ ที่ปลายขอบฟ้า

ตอนที่ 13 : สิ่งใหม่ๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 มิ.ย. 50

 

- 13 -

สิ่งใหม่ๆ

 

            ร่างบางนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวบุหนังสีขาวภายในห้องนอนกว้างขวาง โดยมีสามีหนุ่มนั่งอยู่เคียงใกล้ พร้อมฟังคำอธิบายแบบแปลนการจัดห้องนอนใหม่ ด้วยการเพิ่มสีสันหวานๆ อย่างที่เธอต้องการอยู่กับเขา

            ภาพแบบจัดตกแต่งห้องนอนสี่สีสวยสดตัดแปะอยู่บนกระดาษแข็งขนาดสามเอสี่ห้าแผ่น ซึ่งเป็นการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีอ่อนหวาน ตัดกับวอลล์เปเปอร์ผืนเก่าที่ห้องมีอยู่แล้ว ทำให้ง่ายต่อการตกแต่ง เพราะเพียงต้องการก็แค่ให้ชายหนุ่มเซ็นสั่งซื้อชุดใดก็ได้เหมือนในแบบ

            หญิงสาวทำท่าอมลมแก้มป่อง เมื่อเธอตัดสินใจไม่ได้กับสองแบบที่เลือกออกมาถือไว้พิจารณา หลังดูทุกแบบ อย่างละเอียดถี่ถ้วน

            ซองซูชอบแบบไหนกว่ากันคะ ? เมื่อสรุปเองไม่ได้ เธอก็เงยหน้าไปถามสามีที่นั่งพิงพนักเก้าอี้โอบไหล่เธออยู่หลวมๆ ด้วยดวงหน้ามุ่ยน้อยๆ อย่างคิดไม่ตก

            ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ ก่อนจะพิจารณาแบบทั้งสองแผ่นที่อยู่ในมือเรียว และเธอก็ยื่นมาให้เขาดูได้ชัดเจน

            ดวงตาสีนิลมองดูแบบที่หนึ่ง อันประกอบไปด้วย โต๊ะกระจกสีชมพูใสทรงกลม พร้อมเก้าอี้พลาสติกเนื้อหนาสีชมพูอ่อนรูปทรงอ่อนช้อยสามตัวเข้าชุดตั้งอยู่มุมหนึ่งของประตูระเบียงบุกระจก ถัดไปไม่ไกลอีกมุมเป็นถุงผ้ากำมะหยี่สีขาวสองใบ สีชมพูอ่อนสองใบ ที่บรรจุเม็ดพลาสติกไว้ด้านใน อันใช้เป็นเบาะนั่งรูปแบบใหม่วางอยู่ล้อมโต๊ะไม้สีขาวเตี้ยๆ ทรงสี่เหลี่ยม ผนังแถบนั้นมีชั้นวางหนังสือสามระดับเล่นสีขาวชมพูติดผนังสูงจากพื้นเกือบสามฟุตทำให้มีพื้นที่จัดวางของใต้ชั้นหนังสือนั้นได้พอสมควร และชุดโซฟาเล็กก็ถูกจัดให้มีสีชมพูเข้ามารวมด้วย อีกทั้งมีโต๊ะคอมพิวเตอร์เล็กๆ สีขาวแบบมีชั้นวางหนังสือต่อขึ้นไปด้านบนแลดูน่ารัก

            อีกแบบมีการจัดแต่งค่อนข้างเปลี่ยนแปลงเกือบหมด จนเหมือนสร้างห้องใหม่ ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกมึนงง หากต้องทำแบบนี้จริง คงต้องย้ายห้องไปอยู่ห้องอื่นก่อนเป็นแน่ เขาจึงไม่เห็นชอบด้วย

            ผมชอบแบบนี้มากกว่า... เขาหยิบแผ่นแบบที่หนึ่งขึ้นมา ก่อนจะหยิบอีกแผ่นที่ไม่เห็นด้วยคว่ำลงเช่นแบบอื่นๆ ไม่ต้องยุ่งยากยกเครื่องห้องใหม่หมด เพียงมีเฟอร์นิเจอร์แบบที่คุณขอสีอ่อนหวานเข้ามาเสริม มีการทำชั้นวางหนังสือติดผนังอย่างเดียว แล้วพอเสร็จคุณจะซื้อโคมไฟ หรืออะไรสีอ่อนๆ ที่เข้ากันมาประดับก็ได้ จริงไหมที่รัก ?

            คนฟังยิ้ม พยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปกอดร่างหนาของเขาแน่นๆ แล้วคลายออก ขยับกายชะโงกหน้าขึ้นไปจูบแก้มเขาเสียฟอดหนึ่ง ขอบคุณค่ะ คุณเป็นสามีที่น่ารักที่สุดเลย... เสียงใสเอ่ย พร้อมยิ้มสบตากับดวงตาสีนิลคมขลับนั้นนิ่ง ก่อนจะก้มตัวลงซบหน้ากับแผงอกกว้างกำยำใต้เชิ้ตสีเทาเข้มของเขานิ่ง จนคนถูกชมหัวเราะออกมาเบาๆ

            แหม...ผมก็ต้องการให้สิ่งที่ภรรยาคนสวยของผมอยากได้ เพราะคุณต้องอยู่ที่นี้กับผม กับลูกๆ ไปตลอดชีวิตนะครับ เขาบอกเสียงอ่อนโยน ก้มลงจูบศีรษะเธอแรงๆ ไปที พร้อมกระชับอ้อมแขนกอดร่างบางไว้ โยกไปมาอย่างหยอกเย้า

            คุณอยากมีลูกอีกกี่คนคะ ? อยู่ๆ คนนั่งซุกอยู่ในอ้อมกอดก็ถามขึ้น พลางขยับกายนั่งซบอยู่กับไหล่หนาของเขาให้สบายกันขึ้นกว่าเก่า

            กับคุณแม่ปูเป้อีกสักสามคนเป็นไง... เขาก้มลงยิ้มน้อยๆ กับเธอ จนคนฟังนิ่งไป

            สองคนก็พอมั่งคะ เธอประท้วงเสียงอ่อย

            มีเฮวอนอีกคนก็สามคน กำลังพอดีไปไหนกันห้าคนพ่อแม่ลูกไงค่ะ

            เขาหัวเราะ เอาเป็นลูกแฝดเลยไหมล่ะ ท้องครั้งเดียวได้สองคน...กลัวล่ะสิเรา คนว่าในตอนท้ายยกมือขึ้นบีบปลายจมูกโด่งคนต้องตั้งท้องน้อยๆ จนเธอยิ้มรับ

            ก็ไม่เคยท้องนี่น่า เคยเห็นพวกเพื่อนๆ พวกรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยเขาท้องกัน ดูลำบาก และก็ทรมานน่าดูเลย... คนบอกเล่าหน้ามุ่ยน้อยๆ ก่อนจะได้รับจุมพิตจากสามีเบาๆ ที่ขมับ จนเธอเงยหน้าไปยิ้มให้เขาอ่อนหวาน

            ไม่ต้องกลัว มีผมกับป้าจีอินอยู่ด้วยนะ... ลูกเราต้องแข็งแรง และก็ไม่ดื้อไม่ซนให้คุณแม่ปูเป้ลำบากหรอกนะ เขาบอกยิ้มๆ พลางกอดเธอแน่นๆ ก่อนจะปล่อย

            ค่ะ...คุณไปอาบน้ำก่อนดีกว่านะคะ วันนี้ฉันทำอาหารไทยไว้ให้ค่ะ เธอบอก พลางฉุดมือใหญ่ให้ลุกขึ้นยืน ทำให้เธอต้องแหงนหน้าคุยกับเขา

            อาหารไทยมีอะไรบ้าง ? เขาถามยิ้มๆ ระหว่างปลดเนกไทออก

            เป็นอาหารไทยประยุกต์นะคะ ก็มีต้มยำกุ้ง ส้มตำผลไม้ ปลาหิมะนึ่งมะนาวค่ะ

            อือ...ชักหิวแล้ว คุณอาบน้ำหรือยัง เขาหันมาถามภรรยาสาวที่ยืนยิ้มอยู่

            ยังค่ะ แต่ยังไม่อาบน้ำหรอกไม่ต้องมาถามเลย เธอบอกก้มหน้าลงช้อนตามองเขาน้อยๆ เข้าไปอาบน้ำเลยค่ะ ทำงานมาทั้งวันแล้ว ฉันจะไปดูลูก และลงไปเตรียมจัดโต๊ะด้วย เธอว่าเสียงเข้ม ทำให้เขาหัวเราะ

            จ้า... เขาตอบ ก่อนจะเดินหัวเราะเบาๆ เข้าห้องน้ำไป ทำให้หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ และเดินออกจากห้องนอนไปจัดการเรื่องลูกสาว และอาหารเย็นทันที

 

            อร่อยจัง... เสียงแจ๋วๆ ของคิม เฮ-วอนดังขึ้นกลางโต๊ะอาหารเย็น เรียกรอยยิ้มให้แก่หญิงสาวผู้ลงครัวแสดงฝีมือเองได้กว้างขวาง

            อร่อยก็ทานเยอะๆ นะจ้ะเฮวอน เสียงใสบอกอ่อนโยน พลางตักกุ้งตัวโตที่ปลอกเปลือกเรียบร้อยก่อนทำต้มยำกุ้งรสเด็ดไปให้ลูกสาวในจานข้าวตัวหนึ่ง

            ขอบคุณค่ะ... เด็กหญิงตัวน้อยตอบรับทั้งๆ ที่ยังเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ ด้วยดวงหน้ายิ้มแย้ม

            ชายหนุ่มผู้นั่งอยู่หัวโต๊ะยิ้มกับทั้งสองสาวสองวัยด้วยความสุขใจอย่างเอิบอิ่มที่สุดเท่าที่เขาเคยรู้สึกมาตลอดชีวิตของการมีชีวิตคู่กับการแต่งงาน ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เขารับรู้ได้ เขารู้สึกรัก และอยากดูแลปภาวดีมากกว่าผู้หญิงคนใดที่เขาเคยคบ เคยควง หรือแม้แต่เคยแต่งงานด้วยกัน

            อร่อยไหมคะซองซู ?

            อร่อยครับ ผมว่า ระหว่างคิดจะหางานทำที่นี้ ปูเป้เปิดร้านอาหารไทยดีไหมล่ะ ? คำตอบ และคำถามของเขาทำให้หญิงสาวหัวเราะเสียงใส หากก็ได้รับการสนับสนุนจากบุตรสาวตัวน้อย พร้อมกับป้าจีอิน และสาวใช้อีกสามคนที่พยักหน้าหงึงหงักไม่ต่างกันเลย จนเธอเริ่มเบิกตาโตเอียงศีรษะมองทั้งสามี ลูกสาว และทุกคนรอบห้องอาหารน้อยๆ

            เหนื่อยออกไม่เอาหรอก... เสียงใสตอบอ่อยๆ พลางทำหน้าเหนื่อยใจ ต้องเตรียมร้าน เตรียมเครื่องปรุง ไหนจะลูกค้า ไหนจะคนงาน เหนื่อยออกค่ะ ไม่เอาหรอก ไม่ได้เรียนทำอาหารมาจริงๆ จังๆ ด้วย... คำตอบของเธอทำให้ทุกคนทำหน้ามุ่ย ยกเว้นคิม ซอง-ซู ที่หัวเราะเบาๆ

            จ้ะๆ เอาเป็นว่าทางเลือกที่ดีคือ คุณจะทำงานที่ชอบมากๆ ใช่ไหมล่ะ ?

            ชัวร์ ! เมื่อบ่ายลองเข้าอินเทอร์เน็ตแล้วค่ะ ก็เป็นมีร้านเสื้อผ้าเครื่องประดับรับดีไซน์เนอร์อยู่สองสามร้าน

            รอผมก่อนปูเป้ ผมมีเพื่อนเปิดร้านเสื้อผ้าเครื่องประดับอยู่ เขาเป็นร้านดัง มีแบรนด์เป็นของตัวเอง และก็เป็นคนดีน่ารัก

            ผู้หญิงหรือคะ ?

            ชายหนุ่มอมยิ้ม ป้าจีอินก็ยิ้มน้อยๆ ไม่ใช่หรอก เป็นเพศที่สามน่ะ

            คนฟังยกช้อนค้าง ก่อนจะยิ้มขันน้อยๆ และป้อนข้าวเข้าปากตัวเองเงียบไป

            ผมว่าจะโทร.ไปถามเขาอยู่ แต่อีกสองวันเขาถึงจะกลับ เห็นบอกว่า ไปเที่ยวเล่นอยู่ที่นิวยอร์ค เขาตอบพลางยักไหล่ และคำว่า เที่ยวเล่นก็เรียกเสียงหัวเราะได้จากทุกคนเบาๆ แม้แต่เฮวอน

            ป้าชุนยองไปเที่ยวเล่นอีกแล้วหรือคะคุณพ่อ แล้วอย่างนี้กลับมาจะมีของฝากให้หนูไหมคะ ?

            ไม่รู้สิจ้ะ ตอนป้าแกกลับมาเฮวอนลองถามดูแล้วกันนะ ชายหนุ่มตอบลูกสาวยิ้มๆ

            แล้วเขาจะรับฉันทำงานด้วยหรือคะ ? เธอถามระหว่างหันไปยิ้มกับลูกสาวที่ตักกับข้าวมาให้เธอ

            รับแน่นอน เห็นบ่นๆ ว่า อยากได้ดีไซน์เนอร์มาช่วยคิดงานแบบใหม่ๆ อยู่นานแล้ว แต่ไม่ถูกใจสักคน เขาตอบ พลางยิ้มน้อยๆ คุณก็เอางานที่เคยส่งอาจารย์ เคยทำไปให้เจ้าหล่อนดูด้วยแล้วกัน เขากลับมาแล้วผมจะพาไปนะ เขาอมยิ้มมาให้เธอหน้าทะเล้นน้อยๆ ก่อนจะลงมือรับประทานอาหารต่อ

            ค่ะ เดี๋ยวจะเลือก และเตรียมไว้ เธอตอบยิ้มกว้างสดใส ก่อนจะรับประทานอาหารด้วยรอยยิ้ม และเสียงพูดคุยกับครอบครัวของเธอเอง อย่างมีความสุขจริงๆ

 

            แสงไฟสลัวจากโคมหัวเตียงทั้งสองด้านทำให้มองเห็นความเป็นไปภายในห้องได้ไม่ยากนัก ร่างบางพลิกนอนหงายงัวเงีย ก่อนจะตั้งสติได้ว่า เธอเปลือยเปล่าอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงนอนนุ่มนิ่ม และได้ยินเสียงของสามีพูดคุยอะไรอยู่ใกล้ๆ ร่างบางจึงค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง มือเรียวจับผ้าห่มขึ้นปกคลุมตัวเองไว้ถึงใต้คาง และเมื่อหันหน้าไปยังระเบียงห้องก็พบร่างสูงใหญ่ของเขายืนคุยโทรศัพท์อยู่ด้วยสภาพเปลือยเปล่าโล่งโจ้ง

            ดวงหน้าเนียนอ่อนเยาว์แดงระเรื่อขึ้นทันทีที่ได้เห็น เพราะแสงจากเสาไฟภายในสวนของบ้านด้านล่างส่องสว่างขึ้นมาได้มากพอจะทำให้เธอเห็นอะไรต่ออะไรของเขาชัดเจน

            ไม่อายฟ้าอายดินหรือไงนะ ? เสียงใสบ่นพึมพำคนเดียว ก่อนจะล้มตัวลงนอนตามเดิม หากเพียงไม่กี่วินาทีเสียงปิดประตูระเบียงก็ดังขึ้น พร้อมเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามา

            ผมเห็นนะว่าลุกขึ้นมามองผมน่ะ เสียงห้าวเอ่ยกลั้วหัวเราะ ทำให้คนที่นอนลงตามเดิมพลิกกายขึ้นนอนหงายมองคนที่ยืนโป้ค้ำเตียงอยู่

            น่าไม่อาย ! ไปยืนโป้ไม่อายฟ้าดิน เธอว่าตวัดเสียงค่อนขอด จนเขาหัวเราะ พลางยกมือเท้าเอวส่ายไปมา

            ซองซูนี่ ! ทะลึ่งจริง !” มือเรียวเอื้อมขึ้นตีไปที่ต้นขาเขาแรงๆ ที จนเขาทำท่าโอดครวญ ก่อนจะแกล้งล้มตัวลงบนเตียง และกลิ้งไปทับร่างบางไว้ไม่ให้ขยับหนีไปไหน

            ดึกแล้วซองซู...ไม่เอาน่า... เสียงใสว่ากลั้วขันน้อยๆ เมื่อมือใหญ่เริ่มจับนู่นจับนี่บนตัวเธอ

            ห้าทุ่มเอง... เสียงห้าวตอบ ก่อนจะก้มลงประกบริมฝีปากกับเธอไว้แนบแน่น

            ปภาวดีครางอือในลำคอน้อยๆ กับรสจุมพิตของสามีผู้ชำนาญในบทรัก มือเรียวยกขึ้นประทับอยู่บนแผงอกกว้างกำยำของเขาแนบแน่น ก่อนจะลูบไล้ไปมา และโอบกอดเขาไว้หลวมๆ ด้วยความรัญจวนซาบซ่านที่แผ่ออกทั่วร่างกาย

            เมียผมสวยมาก... เสียงห้าวเอ่ยพร่าน้อยๆ ข้างหูเรียวสวยของเธอ จนเจ้าตัวหัวเราะเบาๆ พลางกอดเขาตอบแน่นขึ้น เมื่อร่างใหญ่หนาล้มลงกอด ซุกไซ้รสสัมผัสอยู่บนกายเธอ ด้วยความรักใคร่ อ่อนโยน

            ร่างบางสะดุ้งน้อยๆ เมื่อเขาบุกรุกเข้ามาในกายเธอรวดเร็ว หากนุ่มนวลมากกับรสสัมผัสนั้น มือเรียวบีบไหล่หนาบึกบึนของเขาแน่นขึ้น เมื่อความแข็งแกร่งของเขาเริ่มเคลื่อนไหวในกายเธอ อีกทั้งมือใหญ่ข้างหนึ่งก็มอบความอบอุ่นอยู่กับทรวงอวบของเธอทั้งสองข้างสลับไปมาไม่ได้ปล่อย มือของเขาอีกข้างก็ลูบไล้ดวงแก้มเนียนใสของเธอเบาๆ ดุจจะปลอบโยนในบทรักที่เขามอบให้เธอ อย่างรวดเร็วรุนแรง หากก็อบอวลไปด้วยความรัก ความสุขอิ่มเอมใจที่มีให้แก่กันและกัน และเพียงไม่นานเสียงครวญครางของเธอก็ดังขึ้นกว่าเดินก่อนเขา อ้อมแขนเรียวกอดรอบร่างหนากำยำแน่นขึ้น เล็บยาวเรียวสีหวานจิกแผ่นหลังของเขาแน่น

            ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสูดลมหายใจ ก่อนจะครางกระหึ่ม เมื่อเธอโอบรัดเขาแน่น และอ้อมแขนของเธอก็กอดเขาแน่นขึ้น ในที่สุดคิม ซอง-ซูก็อดทนต่อความเสียวซ่านไม่ไหว จึงปลดปล่อยตนเองออกมา สายธารแห่งความรักกระสันต์ใจเอ่อล้นอยู่ในกายเธอมากมาย จนความแนบชิดสนิทก็ทำให้เขารับรู้ถึงความอบอุ่นนั้นเช่นกัน

            ฉัน...ฉันยังไม่อยากท้องเลยค่ะซองซู... เสียงหอบหายใจของเธอบอกคนที่นอนโอบกอดเธอไว้

            ทำไมล่ะ ? เขาถาม พลางก้มลงจูบขมับเธอแรงๆ ไปที พร้อมกระชับอ้อมแขน กอดร่างบางของเธอเข้ามาแนบอกมากขึ้น

            ก็ถ้าท้องจะได้ทำงานหรือคะ ? ฉันอยากทำงานด้วย อีกอย่างเฮวอนก็กำลังน่ารัก และก็ต้องดูแลแกดีๆ ด้วย คำตอบของหญิงสาวเรียกรอยยิ้มให้กับคนตัวโตมากมาย

            ชายหนุ่มเอื้อมมือเชยคางของเธอขึ้น ก่อนจะก้มลงจูบเธอแนบแน่นเร็วๆ และถอนริมฝีปากออก ท้องก็ทำงานได้น่ะที่รัก...เจ้าปาค ชุนยองใจดี และก็เข้าใจหัวอกผู้หญิงอยู่แล้ว

            คนฟังหัวเราะเสียงใส มือเรียวตีตัวไหล่เขาเบาๆ คุณนี่ก็ทะเล้นนะ

            คนถูกว่าส่ายหน้ายิ้มๆ เหนื่อยจัง หลับกันนะ เขาว่า พลางเอี้ยวตัวไปปิดสวิชต์ไฟหัวเตียง ความมืดเข้าปกคลุมห้องทันที ก่อนที่เขาจะใช้เท้าตวัดผ้าห่มขึ้นม และเอื้อมมือไปจับขึ้นคลุมร่างของพวกเขา และก้มลงจูบศีรษะเธอเบาๆ

            ราตรีสวัสดิ์อีกครั้งจ้ะ

            ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

            ทั้งคู่นอนกอดกันหลวมๆ หลับตา และเข้าสู่นิทราไปในไม่ช้า ด้วยความอ่อนเพลียจากบทพิศวาส และเวลามืดค่ำใกล้เที่ยงคืน

 

            ท้องฟ้าที่มีเมฆหมอกตามฤดูกาลทำให้แลดูหม่นหมอง เงียบเหงา หากจริงๆ แล้วภายในบ้านหลังงามใหญ่โตริมหาดทรายเนื้อหยาบกลับเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยหยอกเย้า และไม่เงียบเหงาสักนิดเดียว

            ปภาวดีนั่งเล่นอินเทอร์เน็ตอยู่ในบริเวณนั่งเล่น ซึ่งเป็นบริเวณแยกจากโถงรับแขก ไม่ได้เข้าไปอยู่ในห้องนั่งเล่นของครอบครัว พลางพูดคุยกับป้าจีอิน และสาวๆ คนงานของเขาที่ทำงานบ้านอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันนัก

            ทำไมคุณนายไม่ไปออฟฟิศกับคุณคิมล่ะคะ ?

            ไม่ไหวหรอกป้าจีอิน ไปนั่งอยู่เฉยๆ น่าเบื่อจะตาย เธอตอบพลางทำปากยื่นน้อยๆ จนอีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ ป้าจ้ะ ซองซูเขาให้เฮวอนเรียนนานาชาติตั้งแต่เด็กๆ อย่างนี้ เพราะอะไรคะ ?

            ท่านอยากให้ได้ภาษาอังกฤษน่ะค่ะ เพราะอยู่บ้านก็พูดเกาหลีอยู่แล้ว อีกอย่างที่โรงเรียนเขาก็มีชั่วโมงสอนภาษาเกาหลีทุกวันด้วย ไม่ได้ทิ้งให้เด็กเป็นอังกฤษอย่างเดียว คนคุ้นเคยกับประเทศ และดูแลครอบครัวนี้มานานตอบคำถามยิ้มๆ

            อือ...ถึงว่าแกพูดภาษาอังกฤษเก่งมาก หญิงสาวบอกยิ้มๆ ก่อนจะพยักหน้ารับยิ้มอ่อนโยนไปให้ป้าจีอินที่ก้มศีรษะขอตัวไปรับโทรศัพท์มือถืออีกด้านของห้อง เพื่อจะได้ไม่รบกวน

            หญิงสาวนั่งเล่นอินเทอร์เน็ตต่อไปเงียบๆ ทั้งส่งอีเมลไปหาพี่ชาย และค้นหาเรื่องที่กำลังสนใจอยู่นาน จนท้องเริ่มร้อง เธอจึงลงมือออกจากระบบอินเทอร์เน็ต ต่อด้วยปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ และพับฝาของเครื่องคอมพิวเตอร์ลง จับวางสมบัติไว้ให้เข้าที่ และเดินไปยังห้องครัวทันที ด้วยความหิว

            ป้าจีอินคะ ! เที่ยงนี้มีอะไรทานไหมคะ ? เสียงใสถามผู้อาวุโสยิ้มเขินๆ

            อ๋อ...มีข้าวผัดกิมจิใส่ไข่ค่ะ ทานได้ไหมคะคุณนาย ?

            ได้แน่นอนค่ะ หญิงสาวตอบเสียงหนักแน่น เพราะหิวจะแย่แล้ว คำตอบต่อมาเรียกรอยยิ้มได้จากทุกคน ก่อนพวกเธอจะช่วยจัดการสำรับอาหารให้นายสาวที่โต๊ะ โดยมีเจ้าตัวจัดการหาน้ำ หาช้อนส้อมเอง ระหว่างพวกเธอจัดแจงตักข้าวผัด และต้มซุปเต้าหู้สาหร่ายให้อยู่

 

            ตลอดเวลาช่วงบ่ายหญิงสาวได้แต่นั่งๆ นอนๆ เล่นอินเทอร์เน็ต ดูโทรทัศน์ อ่านนิตยสาร ก่อนจะร่วมทำอาหารในครัวกับป้าจีอิน และเด็กสาวใช้ ด้วยความสนุกสนาน เพราะเธอก็ชอบทำอาหารอยู่ไม่น้อย จนเกือบบ่ายสามโมงครึ่ง เสียงรถยนต์แล่นเข้ามา พร้อมเสียงวิ่งตึกตึกเข้ามาหา โดยมีเสียงสดใสร้องเรียกมาด้วย

            คุณแม่ขา... เสียงนั้นเรียกรอยยิ้มได้จากทุกคน โดยเฉพาะผู้ถูกเรียกที่ยืนล้างมืออยู่

            หญิงสาวยิ้มรับร่างอวบอิ่มของเด็กหญิงที่วิ่งเข้ามาหาในครัวทั้งที่ยังสะพายกระเป๋านักเรียนอยู่บนหลัง พร้อมก้มลงหอมแก้มกับแกทั้งสองด้าน ก่อนจะหันไปกอดป้าจีอินเช่นทุกวัน

            ไปอาบน้ำกันก่อนค่ะ แล้วค่อยลงมาทานของว่างนะ

            ค่ะ เด็กน้อยตอบรับ เดินจูงมือไปกับคุณแม่เลี้ยงสาวใจดีขึ้นชั้นบนไปทันที

            ไม่คิดว่าคุณนายจะใจดีน่ารักขนาดนี้นะคะคุณป้าจีอิน เสียงสาวใช้คนหนึ่งดังขึ้น

            ไม่น่ารัก ไม่ใจดี และไม่มีความคิด พวกเธอว่า เจ้านายจะรัก จะแต่งงานด้วยรึ ?

            อือ...ดูนายรักคุณนายมากเลยนะคะ น่าอิจฉาจัง ! หนูก็อยากมีความรักบ้าง อีกสาวเอ่ยขึ้นเหม่อลอย เรียกเสียงโห่จากเพื่อนๆ และอาการส่ายหน้ายิ้มๆ จากชาน จี-อินได้ทันที

            สักวันก็เจอกันเองล่ะจ้ะสาวๆ คนอาวุโสกว่าว่า ทำงานต่อได้แล้วจ้ะ ประโยคสุดท้ายของหัวหน้าแม่บ้านทำให้สาวๆ ลงมือทำงานกันต่อ ซึ่งเหลือเพียงเก็บกวาด ล้างถ้วยชาม ทำความสะอาดเท่านั้น

 

            ชุดแต่งงานของฉันได้หรือยังชุนยอง ? เสียงห้าวดังขึ้นภายในห้องเสื้อกว้างขวาง หรูหราในย่านธุรกิจของโซล

            ต๊าย...มาเองเลยหรือย่ะคุณคิม ซองซู... เสียงประชดประชันของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งสมส่วน ผิวสีแทนอ่อนๆ ดวงหน้าหล่อคม หากกิริยา และการแต่งกายบ่งบอกความเป็นตัวเองชัดเจน ด้วยเชิ้ตปกตั้งคอจีนสีชมพูบานเย็นสด ทับด้วยสูทแจ็คเก็ตยีนส์สีซีดประดับลูกไม้ที่ขอบปก และดอกไม้ประดิษฐ์สีเงินดอกใหญ่ที่เย็บประดับอยู่บริเวณอก พร้อมเลื่อนระยับ อีกทั้งกางเกงยีนส์ฟอกสีที่มีสายโซ่ห้อยตามสมัยนิยน ยิ่งทำให้เขาดูเป็นสางประเภทสองที่ไม่ทิ้งมาดชายหนุ่มทันสมัย หากจริตที่แสดงก็เห็นชัดว่า เขาเลือกจะเป็นอย่างใด

            ก็เธอกลับมาทั้งที เขาว่า พลางยักไหล่ ไปทานข้าวเย็นที่บ้านฉันสิ จะแนะนำภรรยาให้รู้จักกับเธอด้วย เขาว่าต่อ ระหว่างยืนรอเพื่อนชายใจสาวเอื้อมมือไปไล่ไม้แขวนบนราวไปทีละชุด

            เรื่องงานน่ะ ขอดูผลงานของภรรยานายก่อนนะ แต่เห็นนายชื่นชมเจ้าหล่อนให้ฟังก็พอจะเดาว่าคงเก่ง

            ก็ดี ฉันเคยเห็นสมุดงานเขา เธอไปดูเองแล้วกัน

            ย่ะ...นี่ชุดแต่งงานพวกเธอ เจ้าตัวพูด พร้อมหยิบไม้แขวนชุดที่คลุมพลาสติกพิมพ์โลโก้ของร้านไว้ชัดเจนออกมาทั้งสองชุด

            ขอบใจ ฉันต้องจ่ายอีกเท่าไร เขารับมาถือไว้ทั้งสองมือ พลางชูมือออกไปตรวงดูชุด ก่อนจะหันไปส่งให้ลูกน้องที่ตามมาถือไว้

            ฉันให้ ถือเป็นของขวัญแต่งงานใหม่ที่สดใส และมีความสุขกว่าของเพื่อนแล้วกัน... เจ้าของร้านตอบยิ้มน้อยๆ ยัยชอง แชยองไม่ได้ติดต่อนายอีกเลยหรือซองซู

            อือ...ก็ดี ฉันไม่อยากรับรู้เรื่องผู้หญิงคนนั้นเท่าไรหรอก เธอก็รู้ว่า ไม่มีอะไรที่คนๆ นั้นผูกพันกับฉันกับลูก ปูเป้เสียอีกเพียงไม่สัปดาห์เธอยังรักยังดูแลเฮวอนได้ดีมากๆ

            เรื่องของนายทำให้ฉันรู้สึกเชื่อพรหมลิขิต โชคชะตาแห่งความรักนะเนี่ย คนพูดทำท่าเหม่อมองขึ้นท้องฟ้า มือใหญ่ข้างซ้ายที่ใส่แหวนหินสีขาวอยู่บนนิ้วกลางชูขึ้นทำท่าคล้ายจะเอื้อมจับอะไรเบื้องบนเรียกรอยยิ้มขันจากคิม ซอง-ซู และลูกน้องหนุ่มได้ทันที แม้กระทั่งเด็กในร้านของเจ้าตัวยังก้มหน้าลงกั้นหัวเราะกันทุกคน

            อย่าเผลอนักเลยชุนยอง ! จะไปพร้อมฉัน หรือจะตามไปทีหลัง

            เดี๋ยวตามไปดีกว่า คนถูกขัดจังหวะทำท่าฟึดฟัดเล็กน้อย หากก็ตอบเรียบๆ พลางเหลียวไปรอบร้าน ขอดูร้านก่อน วันนี้มีนัดลูกค้าประจำอยู่คน รับรองว่า ฉันไปทันมื้อเย็นบ้านนายแน่ๆ

            โอเค. ขอบใจนะสำหรับของขวัญแต่งงาน

            ย่ะ ตอบพลางโบกมือไล่แขกคนสำคัญ จนเขาส่ายหน้าระอาใจกับเพื่อนสาวคนนี้จริงๆ หากก็รู้สึกดีของอีกฝ่ายมากกว่าเพื่อนคนอื่น เพราะยังติดต่อพูดคุยกันตลอดตั้งแต่จบมัธยมกันไป

            แล้วเจอกัน เขาว่า โบกมือน้อยๆ และหันหลังเดินไปทางประตูร้านทันที พร้อมลูกน้องสองคนที่ไม่มีชาน เต-กูอยู่ด้วย

 

331 ความคิดเห็น