รักเล่ห์ บุพเพลวง

ตอนที่ 23 : ตอนที่ ๑๑ สืบสาวราวเรื่อง (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 264
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    9 มิ.ย. 61


11

สืบสาวราวเรื่อง

(๒)

 

 

มนสิการ์มาพบหมออิสระที่โรงพยาบาลภโวทัย หญิงสาวกำลังคิดจะหาอะไรทำแก้เบื่อเมื่อแผนชีวิตเปลี่ยนไปแล้วหลังคืนแต่งงานของเธอกับเตชิต เธอไม่รู้จะปรึกษาใคร บิดาก็งานยุ่งและเธอเองก็ยังมองหน้าพ่อไม่ค่อยติดหลังจากเกิดเรื่องในคืนนั้น นึกไปนึกมาก็เห็นแต่หน้าหมอหนุ่มใจดีคนนี้จึงตัดสินใจแวะมาพบเขาในตอนบ่ายและโชคดีที่เป็นเวลาพักของหมอพอดี

 

“มิ้งคงไม่ได้มากวนใจพี่หมอใช่มั้ยคะ” หญิงสาวถามอย่างเกรงใจขณะนั่งกินมื้อเที่ยงด้วยกันที่โรงอาหารของโรงพยาบาล

 

“ไม่หรอกครับ ดีซะอีก ผมจะได้มีเพื่อนทานข้าว”

 

คุณหมอรูปหล่อยังคงยิ้มนุ่มและใจดีเหมือนเคย แต่แววกังวลในดวงตาที่ปิดไม่มิดก็ทำให้หญิงสาวสังเกตเห็น

 

“พี่หมอมีเรื่องไม่สบายใจรึเปล่าคะ สีหน้าแอบเครียด มีอะไรที่มิ้งพอจะช่วยได้บ้างมั้ย”

 

เขายิ้มบางๆ แต่ยังดูเป็นกังวลไม่สร่าง “ไม่มีอะไรมากหรอกครับ คือ...ผมโทร. หาวิกกี้ไม่ติดเลย ไม่รู้ว่าเป็นอะไรรึเปล่า”

 

“วิกกี้?” หญิงสาวทวนถาม หัวใจเกิดอาการวูบไหวแปลกๆ

 

“เอ่อ...ขอโทษทีครับ คุณมิ้งยังไม่เคยพบวิกกี้นี่นา เธอเป็นคนรักของผมเอง แต่ผมไม่ค่อยมีเวลาให้เธอเท่าที่ควร เราไม่ค่อยได้เจอกัน ผมเจอหน้าคนไข้บ่อยกว่าคนรักของตัวเองซะอีก”

 

เขายิ้มเศร้าจนมนสิการ์อดเห็นใจไม่ได้ แต่มันมีอีกความรู้สึกหนึ่งที่คล้ายจะเรียกว่า ผิดหวังซ่อนอยู่ในใจ

 

“ว่าแต่คุณมิ้งมีปัญหาอะไรรึเปล่าครับถึงมาที่นี่ หรือว่าแวะมาเยี่ยมคุณโตมร” ชายหนุ่มชวนคุยเรื่องอื่นเพราะไม่อยากทำให้มนสิการ์พลอยกังวลไปด้วย เธอมีเรื่องต้องคิดมากพอแล้วและเขาเคยแต่ทำหน้าที่รับฟัง ให้คำปรึกษา และให้กำลังใจเธอ การต้องปรับทุกข์กับมนสิการ์ฟังจึงรู้สึกแปลกไม่น้อย

 

“โตมร?” หญิงสาวทำหน้างงอีกครั้ง

 

“คุณโตมรที่เป็นญาติของคุณเตไงครับ”

 

มนสิการ์ตัวแข็งทื่อเพียงได้ยินชื่อเตชิตหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเขา หญิงสาวไม่อยากรับรู้อะไรเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว เธอรู้ว่าลบทุกอย่างที่ต้องการออกจากชีวิตไม่ได้ แต่จะผิดมากไหมหากเธอต้องการให้เรื่องเตชิตไม่เคยเกิดขึ้น...

 

“คุณมิ้งครับ เป็นอะไรรึเปล่า”

 

หมออิสระยื่นมือข้ามโต๊ะไปแตะมือเล็กเบาๆ อย่างให้กำลังใจ หญิงสาวจึงตื่นจากภวังค์ สบตาเขาพร้อมรอยยิ้มจืดๆ

 

“พี่โตเหรอคะ พี่โตเป็นอะไรไป มิ้งไม่รู้เรื่องเลย”

 

“เขาถูกทำร้ายร่างกาย อาการหนักเหมือนกัน ผมนึกว่าคุณมิ้งแวะมาเยี่ยมเขาซะอีก”

 

“เปล่าค่ะ มิ้งไม่รู้เรื่องเลย ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นมิ้งก็ตัดขาดจากคนในครอบครัวนั้นทั้งหมด แต่รู้เรื่องแล้วมิ้งขอไปเยี่ยมพี่โตหน่อยได้ไหมคะ ขอดูแค่หน้าห้องเท่านั้น มิ้งไม่อยากให้เขาคิดว่ามิ้งยังมีเยื่อใยกับพี่เตอยู่” หญิงสาวเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ

 

ที่จริงแล้วเธอไม่สนิทกับโตมรนัก ชายหนุ่มประจำอยู่ที่โรงงานเป็นส่วนใหญ่ อีกอย่างเขาก็เป็นผู้ชายเคร่งขรึม พูดน้อย ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร และเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงจนเธอเข้าไม่ถึง แต่เห็นว่ากำลังเจ็บเธอจึงอดเป็นห่วงไม่ได้เพราะถึงอย่างไรก็เป็นคนรู้จักกัน

 

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ แต่ว่าคุณมิ้งไม่คิดจะให้อภัยคุณเตจริงๆ เหรอ”

 

คุณหมอถามด้วยความสงสัย เขาไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องผู้หญิงมากพอจะเข้าใจความคิดของพวกเธอ จึงอยากมั่นใจว่ามนสิการ์ยังรักเตชิตอยู่หรือไม่ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจช่วยเหลือชายหนุ่มผู้นั้น

 

หญิงสาวก้มหน้า เม้มปากแน่นก่อนจะคลายออกแล้วพูดเสียงสั่น “ไม่ค่ะ มิ้งให้อภัยเขาไม่ได้”

 

ชายหนุ่มถอนใจยืดยาว รู้สึกห่อเหี่ยวอย่างไรพิกล “คุณมิ้งไม่รักเขาแล้วเหรอครับ ทำไมถึงใจแข็งนักล่ะ”

 

เธออยากจะตอบว่า ไม่รักแต่กลับพูดคำนั้นไม่ออก ได้แต่หลบตาและเงียบงัน

 

“ขอโทษนะครับ มันไม่ใช่เรื่องอะไรของผมเลย ผมแค่อยากเห็นคุณมิ้งมีความสุข ถ้ายังรักเขาอยู่ก็ให้โอกาสเขาสักนิด แค่โอกาสในการอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นเท่านั้น...”

 

“มิ้งไม่อยากพูดเรื่องนี้อีกแล้วค่ะ ถ้าพี่หมออยากเห็นมิ้งมีความสุขก็อย่าพูดถึงเขาอีกเลยนะคะ ได้ยินชื่อพี่เตแล้วทำให้มิ้งเจ็บปวด มิ้งลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นไม่ได้จริงๆ ค่ะ” หญิงสาวอ้อนวอน น้ำตาคลอเบ้า เธอใกล้จะทนไม่ไหวแล้ว ความอัดอั้นในใจกำลังจะทำให้เธอร้องไห้

 

“ตกลงครับ เราจะไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้ว” ชายหนุ่มรับปาก แววตาครุ่นคิดขณะจ้องมองใบหน้าหวานเศร้าของหญิงสาว เขาค่อนข้างมั่นใจ คนที่ลืมไม่ได้คือคนที่ตัดใจไม่ขาด แปลว่ามนสิการ์ยังรักเตชิตอยู่แน่นอน

 

“ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มให้เขาพร้อมขยับตัวลุก บอกให้รู้ว่าพร้อมจะไปเยี่ยมโตมรแล้ว

 

“งั้นเราไปเยี่ยมคุณโตมรกันเลยนะครับ” หมอหนุ่มว่าพลางลุกตาม แล้วทั้งสองคนก็เดินเคียงกันออกไปจากโรงอาหาร

 

เมื่อถึงหน้าห้องพักฟื้นของโตมร มนสิการ์ก็เพิ่งนึกได้จึงหันไปถามคุณหมอ “เอ๊ะ...พี่หมอรู้จักพี่โตด้วยเหรอคะ มิ้งไม่เคยรู้มาก่อนเลย”

 

หมออิสระอมยิ้มน้อยๆ “ก็เขาเป็นคนไข้ของผมนี่ครับ”

 

หญิงสาวหัวเราะเก้อๆ “ถึงงั้นก็เถอะ พี่หมอเป็นคุณหมอที่ใส่ใจกับคนไข้ของตัวเองมากเลยนะคะ จำได้แม้กระทั่งชื่อและญาติๆ ของคนไข้ด้วย”

 

เขาหัวเราะ สีหน้าดูสดชื่นขึ้น “ก็ไม่รู้จักทุกคนหรอกครับ แต่เมื่อเช้าคุณพรรษาแวะมาเยี่ยมเขา”

 

ชายหนุ่มไม่ได้พูดต่อว่าเตชิตก็มาด้วยเพราะได้รับปากหญิงสาวเอาไว้แล้ว

 

“อ้อ เหรอคะ” เธอทำเสียงรับรู้แบบแกนๆ

 

พูดถึงคุณพรรษาก็ไม่ต่างอะไรกับการพูดถึงเตชิต แต่หญิงสาวไม่อยากต่อความอีกจึงชะโงกหน้ามองผ่านช่องกระจกตรงหน้าประตูเข้าไปด้านใน แต่ประตูกลับเปิดออกมาในจังหวะนั้นจนร่างบางก้าวถอยแทบไม่ทัน

 

“มิ้ง” สารวัตรปริญญ์ชะงัก สีหน้าประหลาดใจ ไม่คิดว่าจะได้พบเธอที่นี่ เขาไม่ได้เจอมนสิการ์มาร่วมปีได้แล้ว

 

“พี่ปริญญ์...” หญิงสาวครางเสียงแผ่ว มีอาการไม่ต่างจากชายหนุ่มหน้าเข้มที่เป็นคนผลักประตูออกมานัก

 

“รู้จักกันเหรอครับ” คุณหมอก้มลงถามหญิงสาวข้างกายด้วยความงุนงง

 

“พี่ปริญญ์เป็นเพื่อนของพี่เตค่ะ นี่คุณหมออิสระ เป็นหมอที่ดูแลมิ้งอยู่ค่ะ” หญิงสาวแนะนำสองหนุ่มให้รู้จักกันแล้วก้มหน้าหลบตา เธอไม่สบายใจที่ได้เจอปริญญ์ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปแล้วเช่นนี้

 

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมมาสอบปากคำคุณโตมร กำลังจะกลับพอดี”

 

สารวัตรหนุ่มชูแฟ้มในมือแสดงหลักฐานว่าเขามาทำงานจริงๆ แต่จะว่าไปแล้วนี่ไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของเขา ที่มาด้วยตัวเองเพราะเตชิตฝากฝังไว้ ถ้ารู้ว่าจะได้พบอดีตคู่หมั้นของเพื่อนรัก เขาจะไม่มาวันนี้หรอก

 

“เช่นกันครับ” อีกฝ่ายยิ้มรับอย่างเป็นมิตร

 

“ขอตัวก่อนนะครับ” ปริญญ์พูดกับคุณหมอพร้อมก้มศีรษะเล็กน้อยเป็นเชิงบอกลา ภายในใจก็คิดว่าเตชิตเจอปัญหาใหญ่แล้ว

 

หมอหนุ่มคนนี้หน้าตาหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาและดูสุภาพนุ่มนวลชวนเคลิ้มไม่เบาเลย หากมนสิการ์จะเปลี่ยนใจจากเพื่อนเขาก็โทษเธอไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายแสนจะดูดีมีภาษีซะขนาดนี้

 

“เชิญครับ” หมออิสระหลีกทางให้สารวัตรหนุ่มโดยดี

 

เมื่อลับร่างสูงแกร่งที่ดูแข็งแรงสมกับเป็นนายตำรวจที่สามารถปกป้องประชาชนได้แล้ว มนสิการ์ก็ชะโงกหน้าเข้าไปมองในห้องพักฟื้น เห็นคนเจ็บนอนหลับตานิ่งจึงถอยออกมาพูดกับหมอเบาๆ “พี่โตคงจะนอนพักแล้ว เขาไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ยคะพี่หมอ”

 

“เจ็บหนักเหมือนกันครับ แขนขวากับขาซ้ายต้องเข้าเฝือก หัวแตกเย็บหลายเข็มเลย ใบหน้าก็บวมเป่ง มีรอยฟกช้ำเต็มไปหมด คนร้ายคงกะเอาปางตาย โชคดีที่คนงานไปพบเข้าซะก่อนแล้วรีบพาส่งโรงพยาบาล แล้วคุณพรรษาก็ทำเรื่องส่งตัวเขามารักษาต่อที่นี่ครับ”

 

“เรื่องถึงตำรวจแล้ว ไม่นานคงได้ตัวคนร้ายใช่มั้ยคะ”

 

“อันนี้คงต้องถามคุณปริญญ์ดูแล้วละครับ”

 

หญิงสาวพยักหน้ารับรู้พลางถอนใจเบาๆ “งั้นมิ้งกลับดีกว่าค่ะ พี่หมอจะได้ทำงานด้วย”

 

“ผมไปส่งที่รถนะ” เขาอาสาพร้อมเดินเคียงหญิงสาวไปที่ลานจอดรถ ระหว่างทางก็ชวนเธอคุยไปด้วย “แล้วตกลงว่าคุณมิ้งมาทำอะไรที่นี่ ผมยังไม่รู้เลยนะครับ”

 

“มิ้งอยากหาอะไรทำแก้เบื่อค่ะ แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะทำอะไรดี คิดไปคิดมาก็นึกถึงพี่หมอ พี่หมออยากแนะนำอะไรบ้างมั้ยคะ”

 

เธอยิ้มเขิน รู้สึกเหมือนเป็นคนไม่เอาไหน ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองอยากจะทำอะไร จะคุยกับใครก็กลัวเขารำคาญ และหมั่นไส้เอา มีแต่หมออิสระเท่านั้นที่ทำให้เธอรู้สึกดีกับตัวเองได้

 

ชายหนุ่มย่นคิ้ว ครุ่นคิดครู่หนึ่งก็ยิ้มออก “เอาอย่างนี้ดีไหม วันอาทิตย์นี้เป็นวันหยุดของผม เราไปตลาดนัดจตุจักรกัน ที่นั่นมีงานฝีมือเยอะแยะเลย เผื่อคุณมิ้งสนใจอะไรจะได้ลองหาที่เรียนดู”

 

“ดีเลยค่ะ มิ้งยังไม่เคยไปซักที” หญิงสาวตอบรับอย่างกระตือรือร้น

 

“ได้ครับ ผมจะชวนวิกกี้ไปด้วย เธออาจจะมีคำแนะนำดีๆ ให้คุณมิ้งก็ได้ ผู้หญิงเหมือนกันคงเข้าใจกันมากกว่า”

 

รอยยิ้มของมนสิการ์จางหายแทบจะทันที เธอลืมไปเลยว่าหมอมีแฟนแล้ว จนกระทั่งเขาพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีก

 

“เป็นอะไรรึเปล่าครับคุณมิ้ง ทำไมหน้าซีดอย่างนั้น” เขาถามด้วยความห่วงใยเมื่อรอยยิ้มสดใสหายไปจากใบหน้าหวานๆ ของหญิงสาวอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

“เอ่อ...เปล่าค่ะ มิ้งคงตื่นเต้นที่จะได้พบคนรักของพี่หมอ เธอคงสวยมากนะคะ” หญิงสาวรีบเกลื่อนอาการแปลกๆ ของตัวเองด้วยรอยยิ้ม

 

เขาอมยิ้ม “ไว้คุณมิ้งค่อยตัดสินเมื่อเจอกันจริงๆ ดีกว่าครับ”

 

มนสิการ์มองคุณหมอรูปหล่อตาปรอย รอยยิ้มของเขาทำให้เธอรู้สึกอิจฉาผู้หญิงคนนั้นจริงๆ

 

“แล้วเจอกันวันอาทิตย์นะคะ” เธอฝืนยิ้มและโบกมือลา ก่อนจะเดินไปขึ้นรถที่มีคนขับรถรอคอยอยู่แถวนั้น

 

คุณหมอสุดหล่อรอจนกระทั่งท้ายรถคันเล็กของหญิงสาวลับหายไปจากสายตาจึงเดินกลับเข้าไปในตึกของโรงพยาบาล สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงแผนการของตัวเอง

 

หวังว่าเขาจะเข้าใจความรู้สึกของมนสิการ์ได้ถูกต้องนะ ไม่อย่างนั้นวันอาทิตย์นี้จะต้องมีใครสักคนเจ็บปวดกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นแน่นอน...

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

6 ความคิดเห็น