ปมร้อนซ่อนรัก

ตอนที่ 5 : บทที่ 5 เป้าหมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    8 ก.พ. 53

ตอนที่ 5

 

หญิงสาวเดินตามทางเท้าที่ทอดตัวยาวจากหน้าบ้านที่ใช้เป็นที่พักอาศัยชั่วคราวไปจนถึงหัวมุมถนนสายเล็กๆ ภายในซอยย่อยของหมูบ้านจัดสรรสำหรับคนมีฐานะ เธอเลี้ยวไปตามทางทางเท้าที่เชื่อมต่อไปยังถนนของอีกซอยหนึ่งซึ่งอยู่ถัดไปเพียงแค่ซอยเดียว พลางแสร้งทำเป็นวิ่งเหยาะ มองซ้ายทีขวาทีราวกับกำลังชมนกชมไม้ แต่ที่จริงคือพยายามเก็บรายละเอียดของสิ่งแวดล้อมรอบบ้านของเป้าหมาย เผื่อว่าจะมีประโยชน์เอาไปใช้ในงานของเธอได้บ้าง

 

ในขณะที่กำลังเดินลัดเลาะมาตามทางเท้าซึ่งอยู่ติดกับรั้วกำแพงคอนกรีตทึบสูงราวสองเมตรกว่า ประตูไม้ระแนงซึ่งทำจากไม้สักแท้บานใหญ่ ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับที่รถยนต์คันใหญ่ยี่ห้อหรู แล่นออกมาจากหลังประตูบานนั้นผ่านหน้าของเธอไปอย่างรวดเร็ว แต่สายตาที่เฉียบคมราวกับสายตาของเหยี่ยว เหลือบไปเห็นว่าคนที่นั่งอยู่ในตอนหลังของรถคันนั้น คือบุคคลที่เป็นเป้าหมายในงานครั้งนี้ของเธอนั่นเอง

 

อ้าว ออกไปไหนของเขานะ ว่าแต่ลูกสาวไม่ได้ไปด้วยกัน แสดงว่าคงจะยังอยู่ในบ้านสินะ

 

กานต์รวีพึมพำกับตัวเอง พลางพยายามชะเง้อคอมองเข้าไปในตัวบ้าน ในขณะที่ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เลื่อนปิดลง จนสนิท เธอถอนหายใจยาวอย่างผิดหวัง เมื่อนึกไปถึงคำพูดของใครบางที่ทำให้เธอต้องมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้

 

“ผมอยากให้คุณช่วยสืบเรื่องของนายธนวัชร โดยการแฝงตัวเข้าไปเป็นเพื่อนร่วมชั้นของลูกสาวเขา หน้าที่ของคุณคือพยายามตีสนิทกับเด็กสาวที่ชื่อชลธิชาคนนี้ แล้วล้วงเอาข้อมูลมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้างานของคุณเป็นที่น่าพอใจสำหรับผม เรื่องที่เราคุยกันไว้ก่อนหน้านี้ ผมจะลองคิดดูอีกทีแล้วกัน”

 

น้ำเสียงห้าวของชายคนหนึ่งที่พูดกับกานต์รวีเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เป็นเหตุผลที่ทำให้เธอต้องเสี่ยงคุกตารางในการปลอมแปลงประวัติของตัวเอง เพื่อให้สามารถเข้ามาลงทะเบียนเรียนในคณะเดียวกับเด็กสาวที่เป็นลูกของอดีตส.ส.ธนวัชร หญิงสาวไม่ค่อยเข้าใจว่า ทำไมบุคคลที่มีอิทธิพลต่อหน้าที่การงานของเธอคนนั้น จึงอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีชื่อเสียงในทางลบเสียส่วนใหญ่อย่างนายธนวัชรคนนี้นัก

 

แต่จากการสังเกตคำพูดและน้ำเสียง ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีต่อกันเท่าไร แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรมากไปกว่านั้น เพราะคิดแต่เพียงว่า หากงานที่ได้รับมอบหมายนี้สำเร็จลงได้ ความฝันของเธอก็จะกลายเป็นความจริง

 

หลังจากทำการสังเกตเป้าหมายในเบื้องต้นจนเป็นที่พอใจแล้ว หญิงสาวก็แสร้งทำเป็นวิ่งเหยาะ ๆ กลับไปทางเดิม โดยไม่ลืมที่จะหยิบสมุดโน้ตเล่มเล็กพร้อมปากกาแท่งจิ๋วออกมาจากกระเป๋ากางเกงวอร์ม พลางจดรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลที่เธอได้มาในวันแรกของปฏิบัติการลับสุดยอดนี้

 

เมื่อกลับมาถึงบ้านพัก หญิงสาวก็พบว่าชายหนุ่มเพื่อนร่วมบ้านยังคงขนย้ายข้าวของไปจัดไว้ตามมุมต่างๆ ในบ้านด้วยท่าทางขยันขันแข็ง  สายตาของเธอลอบมองคนที่เดินสลับขึ้นลงบันไดจากตรงระเบียงหน้าบ้าน เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดคอกลมสีตุ่นกับกางเกงขาสามส่วน บนศีรษะมีผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็กโพกเอาไว้ ดูจากสภาพแล้วแทบจะไม่ต่างอะไรกับพวกกรรมกรแบกหามเลยสักนิด จะมีต่างอยู่บ้างก็ตรงที่ผิวของชายหนุ่มนั้นขาวนวลราวกับไม่เคยต้องแสงแดด เสื้อยืดตัวบางที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อ ทำให้มองเห็นรูปร่างที่สมส่วนได้ชัดเจนขึ้น ต้นแขนทั้งสองมีกล้ามเล็กน้อย ไม่ใหญ่ล่ำบึ้กเหมือนก้ามปูจนเกินไป

 

หุ่นดีจัง หน้าตาก็หล่อใช้ได้แฮะ แต่ไม่รู้ว่าตอนถอดแว่นจะยังดูดีแบบนี้หรือเปล่านะ

 

กานต์รวีนึกคิดจินตนาการ ก่อนจะสะบัดหน้าแรงๆ เพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านนั้นออกไป เธอจะมามัวให้ความสนใจกับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ เพราะมีเรื่องที่สำคัญกว่านี้รออยู่ เพียงแค่เธอสืบจนพบเบาะแสตามที่ชายคนนั้นต้องการได้เร็วเท่าไร เธอก็จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วขึ้นเท่านั้น หญิงสาวตั้งคำมั่นกับตัวเองเอาไว้ ก่อนจะก้าวพรวดๆ เดินขึ้นห้องไป เพื่อเริ่มทำบันทึกเกี่ยวกับสิ่งที่ได้ไปสังเกตการณ์มาในวันนี้

 

 

เวลาผ่านไปจนกระทั่ง วันแรกของการเปิดเทอมมาถึง กานต์รวีรีบกระวีกระวาดลุกขึ้นจากเตียง ตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำ เนื่องจากเธอเผลอกดปิดนาฬิกาปลุกไปด้วยความเคยชิน นี่ก็สายมากแล้ว เธอไม่อยากไปถึงห้องเรียนช้าตั้งแต่วันแรกอย่างนี้ หญิงสาวนึกทบทวนชื่อและรายะเอียดเกี่ยวกับคนที่เธอจะต้องไปทำความรู้จักและตีสนิทให้ได้มากที่สุด ในระหว่างที่เธอกำลังสวมชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวประดับไว้ด้วยกระดุมที่เป็นตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย และสอดชายเสื้อเอาไว้ใต้กระโปรงทรงแคบสีดำสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย

 

ชลธิชา ชื่อนี้เพราะดีนี่ หวังว่าคงจะเป็นคนน่ารักนะ

 

เธอนึกในใจก่อนจะเดินไปที่กระจกบานใหญ่ภายในห้องนอน ซึ่งตั้งอยู่ข้างตู้เสื้อผ้าของเธอ เมื่อสำรวจความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายแล้ว หญิงสาวก็หยิบกระเป๋าสะพายข้างใบโปรดขึ้นมาใส่สมุดโน้ตสักสองสามเล่ม พร้อมด้วยกระเป๋าสำหรับใส่อุปกรณ์การเรียนใบเล็กรูปตุกตาหมีแล้วยกสายสะพายขึ้นคล้องไหล่เอาไว้ ก่อนจะเดินออกมาจากห้อง แต่ระหว่างที่หญิงสาวกำลังหยิบลูกกุญแจเพื่อที่จะล็อกประตูห้องอยู่นั้น อยู่ๆ ก็มีเสียงของชายหนุ่มดังมาจากด้านหลัง

 

สวัสดีตอนเช้าครับ น้องกานต์

 

วีรภัฏเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเองพลางส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เขามองใบหน้าของเด็กสาวในชุดนักศึกษาด้วยความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาราวกับว่าเคยเจอที่ไหนมาก่อน แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็นึกไม่ออกเสียที

 

เอ่อ สวัสดีค่ะ แต่ขอโทษนะคะช่วยกรุณาเรียกว่ากานต์เฉยๆ จะดีกว่า เรียกน้องกานต์แล้วมันฟังดูทะแม่งๆ ยังไงไม่รู้

 

กานต์รวีนั้นหันหน้ามาทำหน้าตกใจกับเสียงของชายหนุ่ม ก่อนจะทำหน้ามุ่ยเมื่อได้ยินสรรพนามที่เขาใช้เรียกชื่อเธอ เมื่อนายตำรวจหนุ่มที่สลัดเครื่องแบบออกไป มาอยู่ในมาดของอาจารย์หนุ่มผู้แสนสุภาพได้เห็นใบหน้าของเด็กสาว เขาจึงกล่าวขอโทษที่เสียมารยาท พลันสายตาของเขาเหลือบไปเห็นตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งบนชุดนักศึกษาที่เธอใส่ เขาก็รู้ทันทีว่ามหาวิทยาลัยที่เขาจะต้องไปสอนคือที่เดียวกับที่เธอจะต้องไปเรียนนั่นเอง

 

อ้าว กานต์เรียนที่นี่เองเหรอครับ ที่เดียวกับที่ผมจะไปสอนเลย คือว่าผมเป็นอาจารย์ใหม่น่ะ จะไปสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ให้คณะบริหารธุรกิจน่ะ แล้วกานต์เรียนคณะอะไรครับ”

 

คำพูดของวีรภัฏ ทำเอาหญิงสาวในชุดนักศึกษาถึงกับเบิกตาโพลงอย่างตกใจ นายกรรมกรแบกหามเมื่อวันก่อน ที่แท้ก็เป็นอาจารย์หรอกหรือ แล้วนี่เธอต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับอาจารย์หนุ่มที่สอนในคณะเดียวกับที่เธอกำลังจะเข้าเรียนอย่างนี้จะทำให้เขารู้ความลับที่เธอปิดบังเอาไว้หรือเปล่า กานต์รวีอดกังวลใจไม่ได้ ดูท่าทางว่าจะต้องพยายามเอาตัวออกห่าง ไม่ให้สนิทสนมกับอาจารย์หนุ่มคนนี้มากจนเกินไปเสียแล้ว

 

“คณะบริหารเหมือนกันค่ะ”

 

“อ้าว งั้นเราก็ไปทางเดียวกันเลยน่ะสิ จะไปด้วยกันกับผมไหมแต่ต้องรอแป๊บนึงนะ พอดีว่าผมลืมเอาของอีกกล่องออกจากรถน่ะ

 

ไม่เป็นไรค่ะ กานต์ว่ากานต์ไปเองดีกว่า เดี๋ยวใครๆ จะเข้าใจผิดเอาได้ว่ากานต์กิ๊กกับอาจารย์ตั้งแต่วันแรก มันคงดูไม่ดีเท่าไร ยังไงขอตัวก่อนนะคะ

 

วีรภัฏเอ่ยชวน แต่กานต์รวีรีบปฏิเสธอย่างนิ่มนวลก่อนจะวิ่งลงบันไดหนีไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คนชวนได้แต่ยืนงง ระหว่างที่หญิงสาววิ่งออกมาจากตัวบ้าน เธอก็ได้แต่บอกตัวเองว่าจะไม่ยอมให้ใครมายุ่งกับชีวิตของเธอมากจนเกินไป ไม่อย่างนั้น ทุกอย่างที่เธอตระเตรียมมาจะถูกเปิดเผยไปเสียหมด เมื่อหญิงสาวก้าวเท้าพ้นขอบประตูรั้วหน้าบ้านแล้ว ก็วิ่งหายลับไปทันที

 

อาจารย์จำเป็นแอบลอบมองจากทางหน้าต่างของห้อง เมื่อเขาได้เห็นอากัปกิริยาของหญิงสาวก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ พลางนึกในใจว่าดีแล้วที่เธอไม่ทำท่าสนใจเขาขึ้นมาอีกคนเหมือนอย่างอดีตคนรัก ไม่อย่างนั้นเขาคงจะต้องปวดหัวน่าดู แต่กลับกลายเป็นว่ากานต์รวีเองต่างหากที่ทำเหมือนไม่อยากข้องแวะกับเขาสักเท่าไรนัก ต่อไปนี้เขาคงจะไม่ต้องทำอะไรมากเพราะดูแล้วทุกอย่างน่าจะง่ายกว่าที่คิดเอาไว้มาก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องระวังอย่าให้เด็กสาวจับพิรุธของเขาได้ก็พอ

 

ในที่สุดหลังจากที่วีรภัฎเก็บข้าวของที่ขนมาจากรถกล่องสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว เขาก็นึกขึ้นได้ว่ากานต์รวีหน้าตาคล้ายกับเด็กสาวที่เคยให้กำลังใจเขาในอดีต เมื่อตอนที่เขาพบว่าคนรักกับเพื่อนสนิทสมคบคิดกันแทงข้างหลังเขา แต่เด็กสาวคนนั้นคงจะเป็นกานต์รวีไปไม่ได้เพราะว่าสาวน้อยในตอนนั้นอายุคงพอๆ กับเขา อาจจะน้อยกว่านิดหน่อยแต่ก็ไม่น่าจะเกินสามปี ซึ่งตอนนี้คงน่าจะเรียนจบ หรือมีการมีงานทำเรียบร้อยแล้ว ไม่น่าที่จะเรียนอยู่แค่ปีหนึ่งในมหาวิทยาลัยแบบนี้ ชายหนุ่มพยายามสลัดความคิดนั้นออกไปจากสมอง เพราะเขาต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวพร้อมกับเตรียมการสอนคาบแรกของวันนี้ให้ทัน

 

ก่อนออกจากบ้าน นายตำรวจหนุ่มไม่ลืมที่จะทบทวนรายละเอียดของภารกิจที่เขาจะต้องเริ่มในวันแรกนี้อีกครั้ง เขาหยิบแฟ้มประวัติของเป้าหมายขึ้นมาพลางไล่สายตาอ่านข้อมูลทั้งหมดนั้นอย่างรวดเร็ว ราวกับเครื่องสแกนชั้นดี เพียงไม่กี่นาทีเขาก็จดจำรายละเอียดนั้นได้ทั้งหมด

 

 เมื่อวีรภัฏเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังบอกเวลา 07.45 น. เขาวิ่งออกจากบ้านตรงไปยังรถคันเก่งของเขาแล้วก็รีบรุดไปที่มหาวิทยาลัยทันที ตามแผนการที่ได้วางเอาไว้คือ เขาต้องไม่ทำให้ตัวเองโดดเด่นจนเป็นที่น่าผิดสังเกตในหมู่อาจารย์ด้วยการแฝงตัวเข้าไปอย่างแนบเนียนที่สุด มือใหญ่ที่กุมพวงมาลัยรถไว้ชื้นไปด้วยเหงื่อที่ซึมออกมาเต็มฝ่ามือ ชายหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก คงเป็นเพราะว่าในคดีต่างๆ ที่ผ่านมา เขาไม่เคยได้ทำอะไรที่ท้าทายเช่นการปลอมตัวอย่างนี้มาก่อน ไม่นานนักเขาก็พาตัวเองมาถึงมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังใจกลางกรุงเทพมหานคร

 

ติดตามตอนต่อไปได้ในเร็วๆ นี้นะคะ>>>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

657 ความคิดเห็น

  1. #541 Palmy (@respiration) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2553 / 22:13
    ก็เพราะกานต์คือเด็กคนนั้นนะซิ    ที่แท้อายุก็ใกล้เคียงกัน   ว่าแตว่ากานต์มาสืบอะไรน๊า  รึว่ามันมีแผนการอะไรที่ซับซ้อนกว่านี้แน่เลยยยย~~~~~~
    #541
    0
  2. #39 princess of darkness[p@ir] (@thewayUare) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553 / 15:06
    ต่างคนต่างมีความลับ

    อยากรู้ๆๆ
    #39
    0
  3. #28 สาวนาขาดรัก (@miyuki911) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 / 18:04

    ต่างคนต่างมีแผนด้วยกันทั้งคู่
    ลุ้นค่ะลุ้น
    มาอัพต่อไวๆนะคะ

    #28
    0
  4. #27 **~Mink~** (@minkkiez) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 / 08:31
    นั่นไง....นึกแว้วเชียว
    น้องกานต์คือสาวน้อยในอดีตจริงๆ ด้วย
    แต่อะนะคุณพี่ภัฏขา อย่าได้ไว้ใจสาวหน้าเด็กค่ะ
    สาวหน้าใสเด้งเนี่ย อาจจะเป็นสาวสองพันปีแถมมีพันหน้าก็ได้นะค้าาาา 555+
    #27
    0
  5. #25 kaaka (@kaekaa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:26
    อ๊ากกกก กันต์ทำงานให้ใคร ทำเพื่อให้ฝันเป็นจริงอีกต่างหาก

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:27
    #25
    0
  6. #22 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:09
    ทั้งอาจารย์ลูกศิษมีแผนกันทั้งคู่
    #22
    0