ปมร้อนซ่อนรัก

ตอนที่ 6 : บทที่ 6 แฝงตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3106
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    9 ก.พ. 53

ตอนที่ 6

 

ตำรวจหนุ่มในคราบอาจารย์ก้าวลงจากรถคู่ใจที่จอดนิ่งสนิทอยู่หน้าตึกคณะบริหารธุรกิจ พร้อมกับมองไปรอบๆ อย่างอดทึ่งไม่ได้ เขาเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกหลังจากเคยได้ยินแต่ชื่อมานาน แทบไม่น่าเชื่อว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้จะมีบริเวณอาณาเขตที่กว้างใหญ่ไพศาล ทั้งที่มีทำเลตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งมีราคาที่ดินสูงลิบลิ่วอย่างนี้ได้

 

นอกเหนือไปจากความใหญ่โตมโหฬารแล้ว ความสวยงามของสถาปัตยกรรมสไตล์โรมันที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับสถาปัตยกรรมแบบตะวันออกก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชมเหลือเกิน สิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในบริเวณแห่งนี้ล้วนแล้วแต่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาด้วยศิลปะชั้นสูง มีความงดงามราวปราสาทพระราชวังในเทพนิยายก็ไม่ปาน

 

เสียงพูดคุยดังจ้อกแจ้กจอแจของเหล่าบรรดานักศึกษาที่ทยอยกันเดินเข้ามายังตึกเรียน ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตัวตื่นจากภวังค์ หลังจากเผลอชื่นชมความงามอยู่นานจนแทบลืมเวลา เขายกแขนขึ้นมาพลางเหลือบมองตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงเวลาเข้าสอนแล้ว เขาจึงหยิบแฟ้มเอกสารพร้อมด้วยแผ่นซีดีรอมที่มีข้อมูลเกี่ยวกับบทเรียนในวันนี้ขึ้นมาถือไว้แล้วรีบวิ่งไปยังด้านในตึกทันที

 

หลังจากเข้าไปทำความรู้จักกับบรรดาอาจารย์ร่วมคณะเรียบร้อยแล้ว วีรภัฏก็รีบวิ่งอย่างกระหืดกระหอบเพื่อไปให้ถึงห้องเรียนก่อนเวลาเล็กน้อย แต่ในระหว่างที่กำลังรีบอยู่นั้นเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง เมื่อร่างสูงเพรียวของเขาเกิดปะทะเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่งเข้าอย่างจังในบริเวณมุมตึกที่เป็นทางผ่านไปยังห้องเรียนตัดกับทางเดินเข้าห้องน้ำ ทำให้ข้าวของในมือของชายหนุ่มร่วงลงกระจัดกระจายเกลื่อนเต็มพื้นไปหมด แต่เขากลับไม่ได้ใส่ใจมันสักนิดพลางรีบลุกขึ้นไปดูอาการของนักศึกษาสาวคู่กรณีด้วยความเป็นห่วง

 

ขอโทษนะครับ ผมผิดเองที่ไม่ทันระวัง เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ

 

นายตำรวจหนุ่มในคราบอาจารย์จำเป็นเอ่ยถาม แต่อีกฝ่ายที่ล้มลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้น ทำท่าเหมือนไม่ได้เจ็บอะไรนัก ผมสีดำขลับยาวสยายลงมาปรกหน้าตาจนมองเห็นใบหน้าขาวนั้นได้ไม่ถนัดนัก เธอสปริงตัวลุกขึ้นมานั่งยองๆ พลางช่วยเก็บเอกสารที่หล่นกระจายบนพื้นนั้น พร้อมกับกล่าวตอบอีกฝ่าย

 

ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเองก็รีบวิ่งออกมาไม่ได้ดูทางเหมือนกัน เดี๋ยวฉันช่วยเก็บให้นะคะ

 

เสียงที่ฟังดูคุ้นหูของหญิงสาวคนดังกล่าว ทำให้วีรภัฏเผลอจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างลืมตัว พลันความสงสัยนั้นก็กระจ่างแจ้งทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่เขาเพิ่งวิ่งชนนั้น ที่แท้ก็คือกานต์รวี นักศึกษาสาวที่อาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับเขานั่นเอง

 

อ้าว นี่ กานต์เองเหรอ ผมภัฏไงครับ ที่อยู่บ้านเดียวกับคุณ แล้วนี่จะรีบไปไหนครับเนี่ย

 

เสียงห้าวของชายหนุ่มที่เอ่ยทัก ทำให้มือที่กำลังสาละวนอยู่กับการเก็บกระดาษบนพื้นมากองๆ รวมกันเอาไว้ถึงกับชะงักไป เธอเงยหน้าขึ้นมาพลางเสยผมที่ปรกหน้าอยู่ขึ้นไปเพื่อมองเห็นคนตรงหน้าได้ชัดขึ้น ก่อนจะทำหน้าตกใจ อุทานชื่อของอีกฝ่ายออกมาเสียงดัง

 

 คุณภัฏ! คุณมาอยู่ที่นี่ได้ไงเนี่ย

 

ก็ผมบอกไปแล้วนี่ครับว่าผมเป็นอาจารย์ มาสอนที่คณะบริหารฯ วันนี้วันแรก จำไม่ได้หรือครับ

 

วีรภัฏตอบกลับไปอย่างพาซื่อ พลางนึกในใจว่าหญิงสาวคนนี้ช่างขี้ลืมเสียจริง แต่กานต์รวีรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธพร้อมกับหันไปมองซ้ายมองขวาราวกับกลัวว่าจะมีใครมาเห็นว่าเขาและเธออยู่กันตามลำพัง

 

ไม่ใช่อย่างนั้น กานต์จำได้ค่ะว่าคุณเป็นอาจารย์ แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอกันแบบนี้ต่างหาก เอ่อ อีกอย่างนึงนะคะ กานต์อยากขอร้องว่า ระหว่างที่อยู่ที่นี่ ช่วยทำเป็นว่าเราไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวได้ไหมคะ กานต์ไม่อยากถูกใครนินทาว่าเป็นกิ๊กของอาจารย์แค่เพราะเราอยู่บ้านเดียวกันน่ะ

 

หญิงสาวรีบเอ่ยแก้ตัวทันที เธอยื่นกองเอกสารที่รวบรวมขึ้นมาจากพื้นส่งให้อาจารย์หนุ่ม เขาเอื้อมมือออกมารับ แต่หญิงสาวกลับดึงเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เธอขยับเข้าไปใกล้เขา พลางเอ่ยกระซิบกระซาบพอให้ได้ยินกันแค่สองคน ทีแรกชายหนุ่มทำหน้างง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจเมื่อฟังเธอพูดจนจบประโยค เขาเองก็อยู่ในฐานะที่ไม่อยากให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวเช่นเดียวกัน จึงกล่าวรับคำนักศึกษาสาวอย่างขันแข็งทันที

 

เข้าใจแล้วครับ เอาเป็นว่าทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วกันนะ แล้วนี่กานต์เรียนห้องไหนครับ ผมสอนที่ห้อง 308

 

ว่าไงนะคะ 308 เหรอ ถ้างั้นก็ห้องเดียวกันน่ะสิ แบบนี้ยิ่งต้องระวังตัวหน่อยล่ะ เอาอย่างนี้นะคะ กานต์จะรีบวิ่งไปเข้าห้องก่อน แล้วอาจารย์ค่อยตามไปทีหลังนะ ไม่งั้นถ้าเข้าพร้อมกัน กานต์ต้องมีปัญหาตั้งแต่วันแรกแน่ๆ

 

เมื่อได้ยินว่าอาจารย์หนุ่มที่อาศัยอยู่บ้านเดียวกัน นอกจากจะเป็นอาจารย์ในคณะของเธอแล้ว ยังต้องมาสอนในห้องที่เธอเรียนด้วย หญิงสาวได้แต่ทำหน้าเซ็งสุดขีด เมื่อไรเธอจะหนีพ้นหน้าอีตาคนนี้เสียทีนะ

 

หลังจากบอกความต้องการของตัวเองเรียบร้อยแล้ว กานต์รวีก็รีบชิ่งหนีไปทันที ทิ้งให้นายตำรวจหนุ่มในคราบอาจารย์นั่งเอ๋อมองตามคนที่วิ่งไปทางหน้าห้องเรียนอย่างงุนงงกับอาการพูดเองเออเองของหญิงสาว แอบนึกบ่นอยู่ในใจว่าทำไมเธอถึงได้ช่างเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการแบบนี้กันนะ ที่จริงเขาไม่ค่อยถูกชะตากับคนแบบนี้เท่าไรนักแล้วอย่างนี้จะทนอยู่ร่วมกับหญิงสาวไปได้นานสักเท่าไรกันเชียว

 

เมื่อแยกกับวีรภัฏแล้ว กานต์รวีก็ตรงดิ่งมายังห้องเรียนที่เธอจะต้องเข้าเรียนพร้อมกับบุคคลที่เป็นเป้าหมายในวันนี้ หญิงสาวผลักบานประตูซึ่งทำจากกระจกใสแผ่นหนาบานใหญ่ มีลวดลายการกัดกระจกเป็นสีขาวขุ่นๆ ตามขอบและมุมทั้งสี่ด้านเข้าไปภายใน ตามข้อมูลเบื้องต้นที่เธอได้รับมาจากชายปริศนาคนนั้น บอกว่าห้องเรียนนี้จะมีนักศึกษาที่ลงทะเบียนไว้ประมาณสามสิบคน จากการกะประมาณด้วยการคาดคะเนทางสายตา หญิงสาวก็พบว่านักศึกษาที่มีรายชื่อลงทะเบียนนั้นมากันเกือบครบแล้ว

 

ภายในห้องเรียนขนาดไม่กว้างมากนัก บรรดานักศึกษาใหม่ต่างจับกลุ่มกันนั่งพูดคุยระหว่างรอให้อาจารย์เข้าห้อง กานต์รวีกวาดสายตาไปทั่วห้องมองหาเป้าหมายของเธอ ไม่นานก็พบหญิงสาวหน้าตาสะสวย ผิวขาวผุดผ่องราวกับมีรัศมีเปล่งประกายเจิดจรัสออกมาจากกาย ทำให้เธอดูโดดเด่นยิ่งนักเมื่ออยู่ท่ามกลางผู้คนรอบข้าง เธอนั่งอยู่ตรงมุมด้านหลังสุดของห้องเรียน ข้างๆ กันนั้นมีนักศึกษาชายอีกคนนั่งอยู่ด้วย ทั้งคู่กำลังพูดคุยกันด้วยท่าทางสนิทสนม

 

“อยู่นั่นเอง คุณหนูชลธิชา เอาล่ะ ล็อกเป้าหมาย เริ่มปฏิบัติการได้”

 

หญิงสาวที่ได้รับมอบหมายให้มาตีสนิทกับลูกสาวของนักการเมืองผู้มีอิทธิพล พึมพำกับตัวเองด้วยคำพูดที่เลียนแบบมาจากในหนังการ์ตูนแนวแฟนตาซีที่ตัวเองชื่นชอบแล้วจึงก้าวเข้าไปในห้องเรียน โชคดีที่ยังมีที่นั่งว่างข้างชลธิชาเหลืออยู่ เธอจึงรีบเดินดุ่มๆ เข้าไปทางด้านหลังห้องแกล้งทำเป็นมองหาที่นั่ง นักศึกษาสาวมาดคุณหนูผู้อ่อนโยนหันมาเห็นกานต์รวีทำท่าเก้ๆ กังๆ อยู่พอดี จึงเอ่ยปากชวนให้มานั่งด้วยกันโดยไม่ทันมองว่าเพื่อนชายที่นั่งอยู่ข้างๆ กันนั้นเอาแต่จับจ้องมองหญิงสาวอย่างแทบไม่วางตาตั้งแต่เปิดประตูห้องเข้ามาจนกระทั่งเดินมาถึงยังหลังห้องแล้ว

 

“ตรงนี้ยังว่างอยู่ จะนั่งด้วยกันก็ได้นะคะ”

 

เสียงหวานของหญิงสาวที่เป็นเป้าหมายทำให้คนที่กำลังคิดหาวิธีที่จะเริ่มเป็นฝ่ายเข้าหาก่อนนั้น แอบลอบยิ้มอย่างพึงพอใจที่ไม่ต้องเปลืองแรงของตัวเองในเมื่อชลธิชาเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีเช่นนี้ ดูท่าทางว่างานนี้คงจะผ่านฉลุยได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน

 

“ขอบคุณค่ะ พอดีว่าเราลงเรียนวิชานี้คนเดียว ไม่มีเพื่อนเรียนด้วย กำลังคิดอยู่พอดีเลยว่าต้องนั่งเหงาคนเดียวแน่ๆ เลย เธอชื่ออะไรเหรอ เราชื่อกานต์รวีนะ เรียกว่า กานต์ เฉยๆ ก็ได้”

 

กานต์รวีแนะนำตัวเองกับคนที่ยื่นไมตรีจิตมาให้ก่อน พลางส่งยิ้มให้กับหญิงสาวและเผื่อแผ่ไปยังชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวถัดไปด้วย

 

“เราชื่อชลธิชา ชื่อเล่นชื่อน้ำจ้ะ ส่วนนี่...”

 

หลังจากที่ผู้มาใหม่นั่งลงเรียบร้อยแล้ว ชลธิชาจึงแนะนำตัวเองบ้าง พลางหันไปทำท่าจะแนะนำชายหนุ่มข้างกายให้ได้รู้จัก แต่ยังพูดได้ไม่ทันจบประโยค คนที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างก็แทรกขึ้นมาก่อน เขาหันแนะนำตัวเอง พร้อมกับยื่นมือข้ามหน้าเพื่อนสาวมาส่งให้กานต์รวีสัมผัสตามธรรมเนียมแบบตะวันตก

 

“ผมชื่อปวีณ์กรครับ เรียกว่าปอนด์ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักคนน่ารักอย่างคุณนะครับ”

 

ชายหนุ่มหน้าตี๋ คิ้วเข้ม ผมซอยสั้นประมาณท้ายทอย ด้านบนถูกจัดแต่งทรงให้ดูชี้ๆ ตามสไตล์หนุ่มเกาหลี ผิวขาวสะอาดแลดูเหมือนลูกผู้ดีมีสกุล ปวีณ์กรส่งยิ้มกว้างโชว์เขี้ยวเสน่ห์ตรงมุมปากด้านซ้าย พร้อมกับขยิบตาเล็กน้อยให้กับหญิงสาว เขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าสนใจเธอ อาจเป็นเพราะว่าปกติแล้วรอบตัวเขามักมีแต่สาวเปรี้ยวหรูดูไฮโซ ไม่ก็พวกลูกคุณหนูที่ทำตัวอ่อนหวานจนแทบเลี่ยนก็เป็นได้ จึงรู้สึกถูกชะตากับผู้หญิงที่มีบุคลิกลักษณะท่าทางที่ดูทะมัดทะแมง ลุยๆ แบบสาวห้าวเช่นกานต์รวีมากเป็นพิเศษ

 

“เอ่อ ค่ะ สวัสดีค่ะ อ้าวนั่น อาจารย์มาแล้ว เริ่มเรียนกันดีกว่าเนอะ”

 

กานต์รวีมองหน้าชลธิชา ที่ได้แต่ส่งรอยยิ้มเจื่อนๆ มาให้ สลับกับใบหน้ารูปสามเหลี่ยมของชายหนุ่มมาดคุณชาย สายตาแพรวพราวมีประกายระยิบระยับในดวงตารียาวคู่นั้น ทำเอาหญิงสาวขนลุกเกรียวและรู้สึกหวาดหวั่นอย่างไรชอบกล พลันหางตาเหลือบไปเห็นอาจารย์หนุ่มเดินเข้ามาในห้องพอดี จึงสบโอกาสตัดบทสนทนาทันที ทำเอาคนที่ยื่นมือส่งมาให้ชะงักไป ก่อนจะหดมือกลับแล้วยกขึ้นทำท่าเกาศีรษะแก้เก้อเขิน

 

ปวีร์กรรู้สึกเหมือนเสียความมั่นใจในตัวเองลงไปในทันที ปกติแล้วไม่ว่าผู้หญิงคนไหนลองได้เห็นรอยยิ้มของเขาเป็นต้องพากันใจละลายไปทุกครั้ง แต่ดูเหมือนว่ารอยยิ้มละลายหัวใจของเขาเมื่อครู่นี้จะไม่ทำปฏิกิริยาใดๆ กับหญิงสาวมาดห้าวขึ้นมาเลยสักนิด เขาลอบถอนหายใจเบาๆ พลางแสร้งทำเป็นให้ความสนใจกับอาจารย์หนุ่มที่เริ่มแนะนำตัวเองด้วยท่าทางตื่นๆ โดยหารู้ไม่ว่า ทั้งสีหน้าและการกระทำของเขาตกอยู่ในสายตาของชลธิชามาตลอด หญิงสาวมองเพื่อนชายที่นั่งอยู่ทางด้านซ้าย สลับกับเพื่อนสาวคนใหม่ที่นั่งอยู่ทางด้านขวา แล้วได้แต่กัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ อย่างไม่พอใจเท่าไรนัก แต่จะทำอย่างไรได้ ก็เป็นเธอเองไม่ใช่หรือ ที่ชวนกานต์รวีให้มานั่งด้วยกันอย่างนี้

 

ติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้ค่ะ >>>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

657 ความคิดเห็น

  1. #542 Palmy (@respiration) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2553 / 22:19
    ล็อคเป้าหมายได้แล้ววว   แถมตัวปัญหามาอีกหนึ่งง  คอยดูกันว่าสาวห้าวจะหนีคุณปวีณ์ยังไง

    พอมีตัวละครเพิ่มมากขึ้นก็ยิ่งน่าติดตามมากๆค่ะ   คอยลุ้นๆๆๆว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดต่อไป  น่าสนุกมากๆๆๆเลย  

    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #542
    0
  2. #276 Ranatis (@ree-a-na) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2553 / 15:16
    โอ้ยยย

    แอบร้ายลึกๆ นะเราน่ะ
    #276
    0
  3. #32 **~Mink~** (@minkkiez) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 / 09:21
    แหะๆ...แบบว่ามิ้งสงสารน้องน้ำอ่ะ
    ขอเอาใจช่วยนางรองละกันนะคะ
    #32
    0
  4. #31 ม่านเมฆา (@geniegirl) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 / 01:00
    รออัพนะคะ

    เป็นกำลังใจให้
    #31
    0
  5. #30 kaaka (@kaekaa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:30
    หึ หึ อีกคนแอ๊บเรียบร้อย 
    อีกคนแอ๊บเด็ก แถมดูเด็กจริงๆ
    ที่สำคัญเจอเป้าหมายกันแล้ว
    #30
    0
  6. #29 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 / 19:50
    เจอเป้าหมายแล้วละ
    #29
    0