ตอนที่ 4 : บทที่ ๓ (๕๐%) แผนของผู้ใหญ่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 946
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    2 พ.ค. 60

3

 

                ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามุทิตามักจะไปขลุกอยู่กับกลุ่มแม่บ้านแปรรูปอาหารทะเล ไปช่วยลอกปลาหมึกบ้าง ตากปลาบ้าง ดูเขาทำน้ำปลาบ้าง เหล่านี้เป็นกิจการที่อยู่ในความดูแลของแม่ฟ้าของเธอ

                เมื่อคืน หญิงสาวบอกกับดุจนภาไว้ว่าจะขอตามไปวัดด้วยกันเช้านี้ หากตนกลับลืมตั้งนาฬิกาปลุกเสียเอง เธอลงมาข้างล่างก่อนเวลาเคารพธงชาติแล้วก็ต้องพบพานกับความเงียบ ถ้าจะให้ตามไปเดี๋ยวนี้คงไม่ทัน เชื่อว่าไม่นานแม่ฟ้าก็กลับมา ดังนั้นมุทิตาจึงเลือกที่จะช่วยงานในครัวแทน

                อ้าว หนูมดไม่ได้ไปกับคุณนายเหรอ ปุ้ยถามทั้งที่ปากกำลังเคี้ยวตุ้ยๆ

                เปล่า เราตื่นไม่ทัน แล้วเมื่อไรปุ้ยจะเลิกเรียกเราว่าหนูมดเสียที เลยกลายเป็นมีสัตว์สองตัวในชื่อเดียวเลยเห็นไหม

                สาวร่างอวบหัวเราะกิ๊กจนน้ำเต้าหู้ในแก้วกระฉอก

                เรียกเป็นเด็กๆ ไปได้ เธอบ่นอุบอิบ

                อย่าเพิ่งเครียดจ้ะ ดื่มน้ำเต้าหู้ก่อน

                มุทิตารับมาแต่โดยดี จิบเล็กน้อยก่อนฉีกปาท่องโก๋ตามเข้าไป

                แล้วปกติบ้านเงียบแบบนี้เหรอ ป้าแตงกับเน้ยล่ะ

                ออกไปตลาดสักพักแล้ว อีกเดี๋ยวคงมา

                แล้วหลานแม่ฟ้ากับลูกชายเขาล่ะ

                ไม่รู้สิคะ ยังไม่เห็นลงมานะ

                เอ้อ ปุ้ย เราขอถามอะไรหน่อยสิ มุทิตาลดเสียงลงเป็นกระซิบ แม่ของลูกของหลานของแม่ฟ้าคือใครเหรอ เรามาอยู่ที่นี่เป็นอาทิตย์แล้วยังไม่เคยเห็นใครอยู่ในข่ายน่าสงสัยเลย

                เดี๋ยวนะ ปุ้ยงงกับคำถามมากเลย สาวจ้ำม่ำแสร้งทำเป็นเกาศีรษะ ที่ว่าแม่ของลูกของหลานของคุณนายนี่หมายถึงเมียของไต๋หรือเปล่าคะ

                ปุ้ยเรียกดุจนภาว่า คุณนาย ตามความเคยชินเพราะได้ยินแม่ครัวใช้เรียกล้อเจ้านายบ่อยๆ

                รู้แล้วยังถามอีก

                ก็หนูมดถามเสียอ้อมเชียว

                คนอ้อมโลกค้อนเข้าให้ แต่ยังไม่ทันได้รับคำตอบที่ต้องการก็แว่วเสียงพ่อลูกเดินคุยกันใกล้เข้ามา หญิงสาวถอนใจอย่างเสียดาย

                เธอเคยถามแม่วัน แต่แม่วันบอกให้ถามแม่ฟ้า โธ่ ใครจะกล้า ก็แม่ฟ้าน่ะเคยเอ่ยถึงหลานชายของตนเสียที่ไหน แถมท่านยังดูปั้นปึ่งทุกครั้งที่เจอหน้าหลานชาย

               

                พีร์ชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าภายในครัวไม่ได้มีแค่ปุ้ยเท่านั้น เขาแกล้งไม่ได้ยินคำทักทายจากหญิงสาวอีกคน เดินเลยไปตักข้าวต้มให้บุตรชายตามปกติ

                ให้ตายซี ขออย่าให้ลูกของเขาพูดอะไรบ้าๆ ออกไปเลย

                อยากชิมน้ำเต้าหู้เหรอ มุทิตาถามแก้เก้อเมื่อถูกเด็กน้อยจ้องตาไม่กะพริบ

                เห็นคนสวยไม่ได้เลยนะ ยิ้มหวานเชียว ปุ้ยแซว

                มา อาให้ชิมเอาไหม

                เออแน่ะ ทีพ่อจะป้อนข้าวล่ะยากเย็นนัก ดูซี ทีอย่างนี้เดินไปหาเขาเฉยเลย

                จู่ๆ ชายหนุ่มก็รู้สึกหงุดหงิด เขากระแทกชามข้าวต้มลงบนโต๊ะก่อนจะพลุ่งพล่านออกไป ลืมความกังวลที่ว่าลูกชายอาจเผลอพูดอะไรออกไปเสียสนิท

                ไต๋ของปุ้ยเป็นอะไรไปน่ะ

                ฮื้อ ของปุ้ยเสียที่ไหน พูดแบบนี้เดี๋ยวพี่ผึ้งมาหักคอปุ้ยพอดี สาวอวบขยับตัวหวาดๆ

                ใครคือพี่ผึ้งเหรอ

                เมียไต๋น่ะสิคะ

                ทั้งสองคนเคลื่อนเก้าอี้มาใกล้กันอย่างรู้งาน มุทิตาอุ้มเด็กชายขึ้นบนตักตามสัญชาตญาณของคนที่คุ้นเคยกับการเลี้ยงเด็ก ขณะที่ปุ้ยก็ถือชามข้าวต้มป้อนหนูน้อย ป้อนไป...เล่าไป...

                แกเป็นลูกสาวนายท้ายของ ไต๋อาทิตย์ น้องชายคุณนายนั่นแหละค่ะ ตอนหลังพ่อแกกับน้องชายของคุณนายเสีย คุณนายก็เลยรับเลี้ยงดูเรื่อยมา พี่ผึ้งช่วยงานคุณนายทุกอย่าง เรียกว่าคุณนายไว้ใจมากค่ะ แต่ปุ้ยไม่รู้ว่าแกไปปิ๊งกับไต๋ตอนไหน แต่คุณนายรู้เท่านั้นแหละค่ะ โอ๊ย... บ้านแทบแตก พอดีตอนนั้นคุณนายจับคู่ให้ไต๋กับลูกสาวเพื่อนไว้แล้วด้วยไงคะ เสียผู้ใหญ่กันคราวนี้

                แม่ฟ้าก็ชอบเขานี่นา คงไม่โกรธขนาดบ้านแตกหรอกมัง

                ถ้าเป็นการบอกกล่าวธรรมดาคงไม่เท่าไรค่ะ แต่นี่คุณนายดันเจอช็อตเด็ดคาห้องนอนพี่ผึ้งเลย ข้างๆ ห้องปุ้ยกับเน้ยปัจจุบันนี่แหละ

                แล้วตอนนี้... เขาอยู่ที่ไหนล่ะ

                เสียแล้วค่ะ ทุกคนเพิ่งรู้ว่าพี่ผึ้งไม่ได้แข็งแรงอย่างที่เห็นก็ตอนคลอดน้อง

                ใคร ใคร เจ้าหนูแทรกขึ้นมาขณะที่คนเพิ่งได้รับรู้ข้อมูลสดๆ ร้อนๆ กำลังนิ่งงัน

                แม่เวฟไงคะปุ้ยตอบ

                แม่

                นิ้วป้อมชี้ไปที่เจ้าของตักนุ่มก่อนจะเอี้ยวตัวขึ้นจุมพิตแก้มเนียนละเอียด คนที่ตกอยู่ในภวังค์สะดุ้งเล็กน้อย ส่งผลให้หญิงสาวอีกคนถึงกับหัวเราะร่วนออกมา

                สงสัยนึกว่าหนูมดเป็นแม่แหงเลย ข้าวติดแก้มแน่ะค่ะ

                มุทิตาค้อนพลางลูบใบหน้า ออกหรือยัง

                ยังค่ะ เวฟช่วยคุณแม่หน่อยเร็ว ไม่วายล้อต่อ

                ไม่ต้องเลย ปุ้ยนะ ถ้าพ่อเขามาได้ยินมันจะไม่ดี

                อ้าว ปุ้ยไม่ได้เรียกก่อนสักหน่อย ต้องโทษน้องเวฟต่างหาก

                หญิงสาวลุกขึ้นด้วยท่าทางขึงขัง วางร่างกระปุ๊กลุกให้นั่งบนเก้าอี้แล้วเฉไปล้างแก้วแทน คำว่าแม่ดังสะท้อนในโสตประสาท เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เธอเกรงว่าพ่อของเด็กชายอาจไม่พอใจถ้าได้ยิน คิดดูซี แค่ลูกชายเขาดื่มน้ำร่วมแก้วกับเธอ เขายังหุนหันออกไปเลย

 

                ความกังวลของหญิงสาวดูจะใกล้เคียงกับชายหนุ่มอีกคนไม่น้อย พีร์เช็ดตัวออกมาจากห้องน้ำด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งกว่าเดิม เขารีบแต่งตัวเพื่อจะได้ลงไปจัดการกับลูกชาย เพราะอารมณ์ที่พุ่งขึ้นมาเมื่อเห็นลูกเข้ากับคนอื่นง่ายดายประกอบกับความกังวลในส่วนลึกทำให้เขาแสดงกิริยาแย่ๆ ออกไป

                ใจของชายหนุ่มนั้นวิตกว่าทายาทของตนอาจหลุดปากพูดอะไรไป สองสามวันแรกที่ตาหนูได้เจอกับผู้หญิงคนนั้นก็เอาแต่เรียกหาแม่ พีร์ทั้งห้ามปรามทั้งหาเรื่องอื่นมาดึงความสนใจ จนในที่สุดลูกชายก็เลิกพูดถึงเธอ ไม่รู้เพราะการห้ามปรามของเขาหรือเพราะการหลบเลี่ยงไม่เผชิญหน้ากับเธอคนนั้นกันแน่

                โธ่เอ๋ย เจ้าหล่อนยังสาวยังแส้ขนาดนั้น ขืนมีใครเรียกเธอว่า แม่ มีหวังได้ควันออกหูน่ะซี ดีไม่ดีจะหัวเราะเยาะว่าเขากับลูกไม่เจียม ชายหนุ่มคิดไกล

                น้องล่ะปุ้ย ถามเมื่อไม่เห็นลูกชายกับหญิงสาวอีกคน กลายเป็นป้าแตงกับเน้ยที่อยู่ในครัวแทน

                ไปดูหนูมดรดน้ำต้นไม้ค่ะ แต่ปุ้ยป้อนข้าวแล้วนะคะ

                ขอบใจ

                พีร์ก้าวเร็วออกไปอย่างหัวเสีย พยายามค้นหาคำพูดมาแก้ต่างหากเธอไม่พอใจขึ้นมาจริงๆ แต่ก็คิดไม่ออก สุดท้ายสิ่งที่ชายหนุ่มทำจึงเป็นการแสร้งโมโหกลบเกลื่อนอย่างที่ตนเองมักปฏิบัติทุกที ทว่า...

                แม่ หนอน...หนอน เวฟชี้ไปยังสิ่งมีชีวิตสีน้ำตาลบนพื้นดิน

                อ๋อ ไส้เดือนครับ

                ไฉ้เดือน

                จ้ะ เวฟมานี่ดีกว่านะ มาล้างเท้าก่อนเร็ว

                เธอชอบบ้านแม่ฟ้าตรงที่มีสนามหญ้ากว้างๆ นี่แหละ เวลาไม่มีอะไรทำหญิงสาวชอบมานั่งชิงช้า และเช้าๆ แบบนี้การได้เดินเท้าเปล่าบนสนามหญ้าก็ให้ความรู้สึกดีไม่น้อยทีเดียว

                มุทิตานั่งยองๆ พร้อมถือสายยางไว้ให้ ขณะที่เด็กชายถูเท้าไปมาและเกาะบ่าเธอไว้มือหนึ่ง

                ไหนเวฟลองเรียกอาว่าอามดสิจ๊ะ

                อาโม้ด เด็กชายทวนคำอย่างว่าง่าย ไม่ได้เข้าใจความหมายของผู้ใหญ่จริงๆ

                ต้องอย่างนี้สิ ต่อไปเวฟต้องเรียกอาว่าอามดนะรู้ไหม ไม่อย่างนั้นพ่อเราดุอาแน่เลย แถมห้ามเราเล่นกันด้วยนา

                เพิ่งรู้ว่าผมโหดขนาดนั้น คนโหดทะลุกลางปล้องหลังแอบฟังอยู่นาน ถ้าคุณไม่พอใจที่เวฟเรียกคุณอย่างนั้นก็ไม่น่าโยนมาให้ผม พูดให้ร้ายพ่อต่อหน้าลูกเขาแบบนี้มันสมควรรึไง

                มุทิตาหน้าร้อนวูบ อับอายและเสียหน้าที่ถูกต่อว่าฉอดๆ ต่อหน้าเด็กอย่างนี้

                คุณเป็นคนนอก อย่ามายุให้พ่อลูกต้องแตกกันหน่อยเลย

                เด็กชายมองคนนู้นทีคนนี้ที ก่อนจะส่งเสียงประท้วงเมื่อถูกบิดาอุ้มขึ้นและขี่รถจักรยานยนต์ออกไป

                นับแต่นี้ เธอขอถอนความคิดทั้งหมดที่เคยหลงคิดว่าผู้ชายคนนี้เป็นสุภาพบุรุษ มุทิตาสบถสาบานในใจ

 

                พี่พีร์ ไปไหนกันหรือคะ หญิงสาวไขกระจกรถลงทัก

                ไปวัดน่ะ

                เอ... วันนี้เวฟ ธุอายังเอ่ย อ้าว! ตายแล้ว เลยร้องไห้ใหญ่เลย

                แม่... หาแม่... เด็กชายสะอึกสะอื้น

                แกว่าไงนะคะจิรดาแทบไม่เชื่อหูตนเอง

                แจ๊ดจะไปบ้านพี่ใช่ไหม ฝากเจ้านี่กลับไปด้วยคนได้หรือเปล่าพีร์จำใจขอร้อง

เขาไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วกับอาการดื้อไม่เอาใครของลูกชาย เขาไม่เคยตีลูกก็จริง แต่ทุกครั้งที่ขึ้นเสียงเด็กชายจะเลิกงอแงทันที เว้นแต่ตอนนี้ที่เจ้าหนูทั้งแผดเสียงร้องทั้งดีดดิ้นจนรถจักรยานยนต์ส่ายไปมา

                เกิดอะไรขึ้นหรือคะ

                อย่าเพิ่งถามเลย พี่รบกวนหน่อยแล้วกัน ชายหนุ่มลูบหน้า

                ค่ะๆ

                ในที่สุดตัวต้นเหตุจึงถูกย้ายเข้ามานั่งตากแอร์ในรถยนต์แทน หากก็ยังถอนสะอื้นไปตลอดทาง

 

พีร์โยนขนมปังชิ้นสุดท้ายลงกลางฝูงปลาที่แหวกว่ายขึ้นรออาหารบนผิวน้ำ มองพวกตัวเล็กแย่งกันตอดได้ไม่ทันไรก็ถูกตัวใหญ่กว่าฮุบไป

                สุขสันต์วันเกิดเว้ย เขาบอกตัวเองในใจ

                หากเป็นเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว เช้านี้เขาคงถูกปลุกด้วยหมอนข้างของพี่ชายที่เอามากระทุ้งสีข้าง เขากับพี่มักเกี่ยงกันว่าใครจะเป็นฝ่ายอาบน้ำก่อน และเหตุการณ์นี้ก็อาจบานปลายไปถึงขั้นวิ่งไล่กันลงบันไดจนถูกแม่จ๋าเอ็ดเอา

พีร์ติดปากเรียกมารดาว่า แม่จ๋ามาตลอดจนถูกพี่ชายค่อนขอดเอาบ่อยๆ ว่าเป็น ลูกแม่ หากอะไรก็ไม่ชื่นใจเท่าการเป็น พี่จ๋า ของน้องสาวคนเล็กซึ่งเขาสุดแสนเอ็นดู

                พ่อกับแม่จะตกลงกันลับๆ เสมอว่าจะพาเจ้าของวันเกิดไปเที่ยวที่ไหนหลังเสร็จจากการทำบุญในตอนเช้า แต่แผนทำเซอร์ไพรส์ก็จะจบลงเมื่อพี่ชายแอบมากระซิบบอกก่อนทุกที

                ชายหนุ่มส่ายศีรษะไล่ความคิดเหลวไหลทั้งหมดทั้งมวลออกไป ตอนนี้เขามีเพียงแค่ตัวเองกับลูกเท่านั้น

                เออหนอ... แล้วไหนเล่าลูก ผู้หญิงคนนั้นน่ะซีที่แย่งความสนใจจากลูกเขาไป

                จู่ๆ หูของเขาก็พลันแว่วเสียงใสจากเพื่อนวัยเยาว์ เสียงเจื้อยแจ้วที่เขาคิดว่า ใส ยิ่งกว่ากังวานแก้วใบใด

                ขออุ้มเจ้าสองหน่อยซี่พี่พีร์

                พี่พีร์ไปเอาน้ำเป็นเพื่อนมดตะนอยหน่อยนะจ๊ะ

                พี่พีร์จ๋า ไปเล่นกับมดตะนอยเถอะ

                หรือแม้กระทั่ง... พี่พีร์ใจดีที่สุด มดตะนอยไม่ชอบพี่วะ พี่เหม แล้วก็กิมแล้ว พวกนั้นบอกว่าถ้ามดตะนอยเล่นกับพี่พีร์ก็จะโป้งมดตะนอย

                ในตอนนั้นเขาจำได้ดี เด็กชายย้อนถามไปว่า แล้วไม่กลัวเขาโกรธรึไง

                ไม่กลัว มดตะนอยชอบเล่นกับพี่พีร์มากกว่า แล้วนิทานพี่พีร์ก็สนุ๊ก...สนุก

                วันนี้เล่าเรื่องอะไรดี เด็กชายยืดอกอย่างกระหยิ่มใจ

นั่นเป็นชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ ที่เขามีต่อสามพี่น้องพวกนั้น ก่อนจะได้รู้ว่ามันไม่จีรังเลย

                ระยะเวลาและระยะทางทำให้เขาห่างกับครอบครัวมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งกับเด็กน้อยมดตะนอย พีร์เลือกติดสอยห้อยตามไปกับลุงแทนที่จะทนอึดอัดอยู่กับป้าซึ่งจู้จี้จุกจิก นานวันเข้า... ความผูกพันอันบางเบาจึงเลือนไปตามกาลเวลา

                นึกย้อนไปเธอก็ไม่ได้ทำผิดอะไร แล้วมันสมควรหรือกับการกระทำแย่ๆ ที่เขาทำไป อย่างน้อยครั้งหนึ่ง...เด็กผู้หญิงคนนี้ก็เป็นดั่งน้ำใสในวันที่เขาอ้างว้างกลางทะเลทราย

                เถอะน่า มีน้องสาวตัวโตๆ เพิ่มสักคนคงไม่เลว

 

                ไปไหนมาพีร์ มากินข้าวสิ ดุจนภาเอ่ยชวนเมื่อเห็นหลานชายเพิ่งกลับมา

                เดี๋ยวมดไปเอาจานให้ค่ะ เธออาสาแล้วรีบลุกไปทันที

                ชายหนุ่มนั่งลงข้างจิรดา สอดส่ายสายตาหาลูกน้อยเงียบๆ

                เวฟร้องหาพี่พีร์เสียใหญ่โต ปุ้ยเลยพาออกไปตามน่ะค่ะ คนเล่าหรี่ตาอย่างรู้ทันพลางหันไปกระซิบเสียงเบา แถมข่วนแก้มมดอีกแน่ะ คอยดูนะคะ เห็นรอยเล็บเลย

                ดังนั้น เมื่อมุทิตาเดินกลับมาพร้อมกับจานข้าว ชายหนุ่มจึงเผลอจ้องแก้มเธอเขม็ง ทำเอาผู้ส่งข่าวแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่

                แม่ล่ะดีใจที่เห็นมดกับแจ๊ดสนิทกัน กลัวมดเบื่อจะแย่ที่ต้องอยู่กับคนแก่ทั้งวัน

                แม่คิดมากอีกแล้ว มดบอกแล้วไงจ๊ะว่าไม่หนีไปไหนหรอก เผลอๆ ต่อให้แม่ไล่มดจะไม่ยอมไปเสียด้วยซ้ำ

                ฝากน้องด้วยนะแจ๊ด เผื่อจะพากันไปเที่ยวตามประสาวัยรุ่น ป้าก็ไม่ค่อยรู้ด้วยซีว่าวัยรุ่นเขาชอบเที่ยวที่ไหนกัน

                คืนนี้เป็นไงมด

                วัยรุ่นหัวเราะ ได้ไหมจ๊ะแม่

                ได้ซี่ ว่าแต่จะไปไหนกัน

                เวียนเทียนค่ะ วัยไม่รุ่นก็ไปได้

                โอย ป้าไม่ไปหรอก เมื่อเช้าเพิ่งไปใส่บาตรมา ชักปวดเข่าเหมือนกัน

                มดว่าแม่น่าจะไปตรวจสุขภาพบ้าง

                หนึ่งในเหตุผลที่เธอตัดสินใจมาอยู่ที่นี่เพราะช่วงหลังมานี้แม่ฟ้ามักจะโทร. ไปบ่นถึงปัญหาสุขภาพต่างๆ นานาให้ฟัง ทว่าเมื่อมาอยู่กับท่านจริงๆ เธอกลับลืมความตั้งใจแต่แรกเสียสนิท มัวแต่ติดตามมารดาบุญธรรมไปทำนู่นทำนี่ราวกับส่งเสริมให้ท่านยิ่งทำงานหนักเข้าไปใหญ่

                ตอนนั้นแม่โทร. ไปบอกมดบ่อยๆ ว่าปวดหลัง...

                ชายหนุ่มคนเดียวเงยหน้าขึ้นมอง ป้าของเขาน่ะหรือปวดหลัง

                แถมบางทีก็ปวดหัวด้วยใช่ไหมคะ มดว่าแม่น่าจะไปตรวจสุขภาพดู ปล่อยไว้นานๆ ไม่ดีแน่

                พีร์เลิกคิ้ว เขาไม่เคยได้ยินป้าบ่นเรื่องสุขภาพมาก่อน ซึ่งคงไม่แปลกอะไรนักหรอกในเมื่อป้าเองก็ดูจะ ลืม อาการป่วยของตนไปเหมือนกัน ถึงได้เผลอแสดงพิรุธออกมาบนใบหน้าเสียขนาดนั้น ที่น่าแปลกคือ... จิรดาก็พลอยเป็นไปกับเขาด้วยนี่สิ

                เอาอย่างนี้ดีกว่า พรุ่งนี้มดพาแม่ไปตรวจสุขภาพนะจ๊ะ

                ฮื้อ! ไม่ต้องๆ แม่หายแล้ว ดุจนภารีบบอกปัดความหวังดี ถามแจ๊ดแน่ะ แม่เพิ่งไปตรวจกับแม่แจ๊ดมาไม่นานนี้เอง หมอยังชมแม่เลยว่าแข็งแรงดี

                แต่มดไม่สบายใจ

                มด พี่ว่ามดอย่ากังวลเลย เอาเป็นว่าพี่รับประกันได้ว่าป้าฟ้าแข็งแรงจริงๆ

                แต่ว่า...

                อ้าว! น้องเวฟมาพอดีเชียว จิรดาร้องเรียกด้วยเสียงหลง เรียกรอยยิ้มกับจานข้าวจากหญิงสาวซึ่งนั่งตรงข้าม

                โธ่เอ๋ย เธอรู้ทันหรอก จากตอนแรกที่คิดว่าเป็นแผนการของแม่ฟ้าคนเดียวคงไม่ใช่เสียแล้ว ก็สาวเปรี้ยวเล่นปล่อยพิรุธออกมาเสียขนาดนี้นี่นา

......................................................

     ไม่รู้คนอ่านจะเบื่อไหมกับชีวิตพระนางที่มีความเป็นคนธรรมดาแบบนี้

     ถ้าใครได้ติดตามผลงานไรต์มาบ้างจะพบว่ามีพระเอกรวย/ไม่รวย ดี/ร้ายปนกันไป

     ไรต์อยากลองเขียนอะไรที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่ใจนึงก็เห็นใจคนอ่านนะคะ แหะๆ

     อย่าเบื่อกันไปก่อนน้าาา 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #26 fsn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 22:03
    คุณพีร์ ขี้งอน หุๆ
    #26
    1
    • #26-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 4)
      23 พฤษภาคม 2560 / 15:39
      เจ้าทิฐิด้วยค่ะคนนี้
      #26-1
  2. #6 Singlegirl (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 08:59
    ไม่เบื่อค่ะ ชอบน้องเวฟ น่ารักที่สุด อัพบ่อยๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ไรท์ค่ะ
    #6
    1
    • #6-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 4)
      4 พฤษภาคม 2560 / 15:40
      มุมดื้อก็น่าหยิกสุดๆค่ะคนนี้ ตัวแสบของบ้าน 55
      #6-1
  3. #4 CW_JIN (@jaanz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 21:23
    เค้าชอบนะ นิยายแบบคนธรรมดาาา รอตอนต่องับบบ
    #4
    1
    • #4-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 4)
      4 พฤษภาคม 2560 / 15:36
      ดีใจที่ได้เจอกันที่นี่นะคะ ^^
      #4-1