ตอนที่ 5 : บทที่ ๓ (๑๐๐%) แผนของผู้ใหญ่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 912
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    4 พ.ค. 60

                จิรดากลับไปเมื่อสายโดยนัดไว้ว่าจะมาอีกทีตอนเย็น เจ้าของบ้านจึงหลบไปนอนกลางวันทิ้งให้มุทิตาได้แต่นั่งหงอยอยู่ลำพัง จะไปช่วยป้าแตงในครัวก็ถูกไล่ออกมา รู้ว่าแกหวังดีอยากให้สบาย แต่คนมันเบื่อนี่นา แถมปุ้ยกับเน้ยยังหายไปทั้งคู่อีก

                หญิงสาวเดินออกมาหน้าปากซอยหมายจะไปช่วยกลุ่มคนงานที่อยู่ซอยถัดไป ที่นั่นมีงานเล็กๆ น้อยๆ ให้เธอทำมากมาย ทว่าทางเดินออกจากซอยนั้นค่อนข้างน่ากลัว

                ซอยที่บ้านแม่ฟ้าตั้งอยู่นั้นเป็นซอยตัน นานทีจะมีรถหรือคนในซอยผ่านมา ต้นไม้จากหน้าบ้านต่างๆ แผ่กิ่งก้านสาขาออกมากลางถนนคอยให้ร่มเงา ขณะเดียวกันก็ให้รู้สึกถึงความเปลี่ยว ตรงกันข้ามกับซอยติดกันซึ่งมีถนนเชื่อมต่อไปยังชายทะเล มีรถยนต์วิ่งขวักไขว่ตลอดเวลา

                มุทิตาเดินออกมาเกือบถึงหน้าปากซอยอยู่แล้ว แต่เสียงเครื่องยนต์ที่ดังตามมาทางด้านหลังส่งผลให้หญิงสาวเร่งฝีเท้าเร็ว ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมอง เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นเต็มใบหน้าเมื่อได้ยินเสียงเร่งเครื่องยนต์ดังตามมา ความตื่นตระหนกทำให้เธอลืมไปว่าในเมื่อนี่เป็นซอยตัน ดังนั้น รถที่ตามมาย่อมเป็นรถของบ้านที่อยู่ท้ายซอยนั่นเอง

                แขนเล็กสะบัดเต็มแรงเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสของปลายนิ้วที่ต้องท้องแขน พีร์นิ่วหน้าพลางบังคับไม่ให้รถจักรยานยนต์ซวนเซ เขาเร่งเครื่องขึ้นไปจอดเทียบคนที่ดูตื่นตระหนกเหลือเกิน

                มด

                ดวงหน้าหวานซีดราวกระดาษ นี่เจ้าหล่อนคงไม่ได้คิดว่าเขาเป็นโจรจี้ปล้นหรอกนะ

                โธ่...

                เป็นอะไร หน้าซีดเชียว

                เปล่าค่ะ

                แน่ใจนะ

                ค่ะ คนขวัญเสียฝืนยิ้มพร้อมกับสงบหัวใจที่เต้นรัวกับเหตุการณ์เมื่อครู่

                แล้วนี่จะไปไหน

                มดจะไปช่วยงานกลุ่มแม่บ้านน่ะค่ะ ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ

                อยากไปดูเขาซ่อมอวนไหมล่ะ

                ได้หรือคะ น้ำเสียงหวานกระตือรือร้นขึ้นทันที

                ความจริงมันไม่น่าสนใจเท่าไร

                มดสนใจทุกเรื่องแหละค่ะ เตรียมรำคาญได้เลย

 

                รำคาญหรือ... ไม่เลย ไม่สักนิด การที่มีคนคอยซักนู่นถามนี่มันทำให้เพลิดเพลินอย่างนี้นี่เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามจิตใจปราศจากอคติด้วยแล้ว เขารู้ว่าบางเรื่องหญิงสาวอาจจะพอทราบมาบ้างแล้ว ทว่าการนิ่งฟังอย่างตั้งใจระหว่างที่เขาพูดนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้พูดอดรู้สึกภาคภูมิในตนเองไม่ได้

                พี่ นี่เรือเราจะได้ลูกเรือคนใหม่เป็นสาวสวยเหรอ นายท้ายคนสนิทถามขึ้นทันทีที่หญิงสาวอยู่ไกลเกินระยะการได้ยิน

                ทะลึ่ง

                ก็ผมเห็นเธอเรียกพี่ว่าไต๋นี่นา นึกว่าจะมาเป็นลูกเรือพี่อีกคน

                ลูกสาวป้าที่ข้าเคยเล่าให้ฟัง

                คนที่ไต๋ไม่ค่อยชอบ หัวหน้าคนอวนต่อประโยคให้อย่างรู้ดี

                ชายหนุ่มยิ้มเย็น เขาไม่ได้กดขี่ลูกน้องอย่างที่ไต้ก๋งคนอื่นมักกระทำ ลุงของเขาคือแบบอย่างที่ดี สมัยหนุ่มพีร์เคยเป็นคนอวนในเรือของไต้ก๋งอื่น เคยเห็นภาพการทารุณผู้ที่ถูกล่อลวงมา เคยแม้แต่ได้ยินคนงานเหล่านั้นลอบปรึกษาหาวิธีฆ่าชิงเรือ เหล่านั้นล้วนเป็นบทเรียนที่ล่อหลอมเขา

                เบื่อหรือยัง ถ้าจะกลับเดี๋ยวผมไปส่ง ถามพลางขยี้ก้นบุหรี่เมื่อเห็นหญิงสาวเดินย่นคิ้วกลับมา

                ยังค่ะ แต่ว่าเวฟคงร้องหาพ่อแย่แล้วกระมัง มดเพิ่งนึกได้ เธอเอ่ยด้วยท่าทางสำนึกผิด

                ไม่หรอก ก่อนออกมาแกกำลังนอนกลางวัน พอดีเมื่อเช้าตื่นแต่มืดเลยงอแง ...หน้าคุณไม่เป็นไรนะจู่ๆ เขาก็เปลี่ยนเรื่องกะทันหัน แจ๊ดบอกว่าเวฟข่วนหน้าคุณ

                อ๋อ นิดหน่อยเองค่ะ

                แต่มันยังแดง

                มดชินแล้ว อยู่ที่กรุงเทพฯ มดก็มีหลานเหมือนกัน ลูกชายพี่วะน่ะค่ะ ขานั้นก็ไม่เบา หญิงสาวใช้ฝ่ามือถูใบหน้าแรงๆ นี่ไงคะ แค่นี้ก็ไม่เห็นรอยแล้ว

                เหล่าลูกเรือส่งเสียงหัวเราะกันครืน บางคนที่พอจะมีมารยาทดีหน่อยก็เสไปจุดยาสูบซ่อนยิ้มแทน ทว่าไต้ก๋งของพวกเขากลับมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก กึ่งยิ้ม...กึ่งบึ้ง...

                ใช่ซี จะเห็นรอยได้อย่างไรในเมื่อตอนนี้ใบหน้านั้นแดงเห่อไปหมด

                แล้วเวลาปิดอ่าวแบบนี้ชาวประมงเขาจะเอารายได้ที่ไหนหรือคะ มุทิตาเสถามเรื่องอื่นแทน

                บางคนเขาก็กลับบ้านทำไร่ทำนา แต่ส่วนใหญ่ก็อยู่หางานรับจ้างชั่วคราวแถวนี้ ทำประมงชายฝั่งก็มี

                มดล่ะนับถือจริงๆ คนที่ใช้แรงงานเป็นกำลังสำคัญเบื้องต้นของเศรษฐกิจชาติ แต่พวกเขากลับมีชีวิตที่ยากลำบาก ตรงข้ามกับนักธุรกิจที่รวยเอาๆ หญิงสาวลดเสียงลง

                คนเราลองไม่มีการศึกษา ไม่มีชาติตระกูลสักอย่าง มันก็ไม่ต่างจากมดแมลงของสังคม

                มดงาน...

                ใช่

                รู้ไหมคะ ไต๋พูดเหมือนใครคนหนึ่ง

                ทำไมจะไม่รู้ ก็ผมถูกเขาเลี้ยงมา

                ทั้งสองคนสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนหันไปยิ้มคนละทาง เออหนอ ป่านนี้แม่ฟ้าคงจะจามแย่แล้วกระมัง

                เมื่อกี้คุณเป็นอะไร

                ตอนไหนคะ

                ตอนเดินอยู่ในซอย ดูคุณตกใจจริงๆ

                เมื่อก่อนมดเคยโดนจี้น่ะค่ะ มันเลยหลอนๆ บางที ตอนนี้ยังมีแผลเป็นอยู่เลย ไต๋อย่าบอกแม่ฟ้านะ เธอเล่าพลางลูบต้นคอรำลึกความหลัง

                ผมไม่พูดหรอก นึกว่าพวกนั้นจะดูแลคุณดีเสียอีก

                พวกไหนคะ ถ้าหมายถึงพ่อทิวแม่วันล่ะก็ ทุกคนดูแลมดดี แต่อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลานี่นา

                มุทิตาใส่สร้อยทองห้อยจี้พระที่ทุกคนในบ้านรวมทุนซื้อให้เนื่องในโอกาสสำเร็จการศึกษาติดตัวตลอด แม้จะซ่อนไว้ในเสื้อแต่ก็ไม่วายถูกโจรจี้ไปจนได้ ตอนนั้นเธอตัวสั่นงันงกเพราะความเย็นของปลายมีดซึ่งจ่อท้ายทอย มารู้เอาตอนหลังว่าถูกบาดเล็กน้อยก็ตอนกลับถึงบ้านนั่นแหละ

                เมื่อก่อนผมเคยขนของเถื่อน ไต้ก๋งหนุ่มเอ่ยขึ้นลอยๆ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันที่หลุดปากออกไป อย่าตกใจ ไม่ใช่ยาเสพติดหรืออะไรที่คุณคิดหรอก

                หญิงสาวนิ่งฟัง สบตาคมดุตรงๆ อย่างเว้าวอนให้เขาเล่าต่อไป

                คิดแค่ว่าขอให้ได้เงินเยอะๆ เป็นพอ แต่ก็อย่างว่า...เงินมันร้อน ได้มามากเท่าไรก็มีเรื่องให้ต้องจ่ายมากเท่านั้น เถอะ ผมแค่อยากให้คุณรู้ว่าไอ้โจรนั่นคงไม่ได้มีความสุขกับของที่มันปล้นไปจากคุณหรอก

                คนฟังซึ้งกับคำปลอบใจพิลึกพิลั่น เหมือนเขาไม่ต้องการคำขอบคุณจึงกล่าวสืบไป

                ตอนนี้ผมเลิกแล้ว รู้แล้วว่ามันไม่ใช่ทางออกเลยเลิกไป ชายหนุ่มหยุดเดินกะทันหัน เรียกสติคนที่เผลอเดินตามเขามาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้กลับมา เรื่องลูก ผมต้องขอโทษด้วย แกยังเด็กเลยเข้าใจอะไรยากสักหน่อย

                เธออดคิดไม่ได้ว่าเขาเปลี่ยนเรื่องง่ายๆ อย่างนี้เสมอเลยหรือ

                มดว่าเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนเรากำลังคุยกันเรื่องขนของเถื่อนนะคะ

                ใช่

                มุทิตาฉีกยิ้มกว้างกับท่าทางเก้อกระดากของผู้ชายตัวใหญ่ตรงหน้า ก่อนจะหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อสายตาคมตวัดกลับมา หญิงสาวปิดปากกระแอมเล็กน้อยซ่อนรอยยิ้ม หากไม่อาจซ่อนแววตาซึ่งเต้นระริก

                มดไม่มีปัญหาอะไร ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ อีกอย่างเมื่อเช้ามดกับน้องก็คุยกันรู้เรื่องแล้ว ถ้าไต๋ไม่เข้ามาขัดเสียก่อน เธอเรียกเขาอย่างที่คนในบ้านเรียก

                สรุปว่าผมผิด

                เปล่าสักหน่อย

                นั่นแหละ คุณกำลังโทษผม

                ไม่ใช่ คิดมากไปแล้วค่ะเธอละล่ำละลักแก้ตัว

                คิดให้มากเข้าไว้ดีกว่าไม่ใช่หรือ ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ แสดงให้เห็นว่าเมื่อกี้เขาเพียงล้อเล่น

                มุทิตาค้อนลมค้อนแล้ง ไม่กล้าที่จะสบตาพราวระยับคู่นั้นตรงๆ ใครเล่าจะหาญกล้า ในเมื่อดวงตาคมเข้มดำขลับคู่นั้นกำลังเปล่งประกายล้อแสงสะท้อนจากผิวน้ำทะเล ชวนให้คนมองรู้สึกราวกับดำลึกลงสู่ก้นสมุทร อึดอัดจากแรงดันจนพานหายใจไม่สะดวก

                ไต๋ไม่ต้องช่วยพวกเขาหรือคะ มดก็มัวแต่ชวนคุยเพลินเธอเอ่ยอ้อมแอ้ม

                เดี๋ยวผมไปส่งคุณก่อน วันนี้แดดแรงจริงๆ

                เขาคงคิดว่าเด็กกรุงเทพฯ คนนี้อ่อนแอเสียเหลือเกิน ทว่าแสงแดดที่เจิดจ้ากอปรกับประกายจากดวงตาเขาก็ทำให้เธอจำต้องยอมแพ้จริงๆ

 

                อากาศอบอ้าวและผู้คนที่เบียดเสียดยัดเยียดไม่ได้ทำให้สองสาวกับหนึ่งเด็กน้อยลดความกระฉับกระเฉงลงไปได้เลย ตรงกันข้ามกับผู้ชายร่างยักษ์ที่ถูกอดีตว่าที่คู่หมั้นคะยั้นคะยอให้มาด้วยกัน

                พีร์ทำหน้าเมื่อยตลอดเวลา เขาจำต้องมาด้วยเพราะเจ้าลูกชายงอแงจะตามสองสาวมาให้ได้ ขืนปล่อยให้ผู้หญิงกับเด็กมากันเองยิ่งไม่ควรใหญ่ ปีนี้วันเกิดของชายหนุ่มตรงกับวันวิสาขบูชาพอดี จึงถือเป็นโชคดีให้เขาได้เวียนเทียนด้วยในวันเดียวกัน

                เวฟถูกบิดาจับขึ้นขี่คอเพื่อป้องกันการพลัดหลง เด็กชายไม่มีทีท่าเหนื่อยล้าหรือง่วงนอนสักนิด ต่างจากพ่อของตนลิบลับ

                มีมารยาทหน่อยสิพี่พีร์ ทำหน้าเมื่อยแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่ได้บุญหรอก

                ก็พี่เมื่อยจริงๆ นี่

                ทำเสียบรรยากาศอีกละ รู้ไหมมด สมัยเรียนมัธยมต้นที่พี่เป็นรุ่นน้องพี่พีร์นะ พวกเพื่อนๆ ของพี่มีแต่คนหลอนเขาทั้งนั้นแหละ คนอะไรไม่รู้...ไม่หล่อแล้วยังไม่มีมนุษยสัมพันธ์อีก ทีเวลาจะใช้คนอื่นล่ะทำมาพูดดี มดระวังไว้นะ

                น้อยๆ หน่อย

                น้องสาวคนใหม่แอบสะกิด นึกกลัวอารมณ์ของคนถูกนินทาซึ่งๆ หน้าอยู่เหมือนกัน

                ไม่เป็นไรหรอก พี่พีร์เขาติดหนี้ความรู้สึกผิดพี่อยู่ ไม่ต้องไปกลัวจ้ะ

                เออนะ ในเมื่อรู้ว่าเขาเป็นหนี้ความรู้สึกผิด จิรดาก็เลยคิดว่าถือไพ่เหนือกว่าหรือ แล้วดูซี เดินลิ่วไปไหนแล้ว แม่คนนั้นก็อีกคน ทำตัวเป็นน้องน้อยให้จิรดาครอบงำ

                ปิดทองพระกันเถอะค่ะ มุทิตาชวน

                เอาสิ ทางนี้พี่พีร์ เดินเร็วๆ หน่อย

                เจ้านี่ขี่คออยู่ไม่เห็นหรือ คุณพ่อชี้ไปยังลูกชายที่นั่งตาแป๋วบนบ่า

                มดช่วยอุ้มไหมคะ ไต๋ไปปิดทองก่อนก็ได้

                ไม่ต้อง ไม่เป็นไร

                ว่าจะถามนานแล้ว ทำไมพี่พีร์กับมดเรียกกันห่างเหินจัง

                มดติดมาจากปุ้ยน่ะค่ะ หญิงสาวตอบในส่วนของตัวเอง

                อยากรู้คำตอบของอีกคนเช่นกัน แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา

 

                ให้มดอุ้มน้องเถอะค่ะ ไต๋เมื่อยแย่แล้ว ให้แกขี่คอตั้งนาน

                ไม่เป็นไร

                แต่ว่ามันไม่ดีกับกระดูกสันหลังนะ

                ช่างมัน

                หรืออาจจะทำให้เวฟขาโก่งได้

                เขาปรายตามองขุ่นขวาง แต่ก็ยอมปล่อยลูกน้อยลงเดิน ชายหนุ่มดูผ่อนคลายขึ้นหลังแยกจากจิรดาที่ลานวัด ทว่าตอนนี้ชักจะตึงๆ ขึ้นมาอีกแล้ว เพราะความจุ้นจ้านของเธอแท้ๆ เชียว

                สาวจอมจุ้นจ้านอีกคนแยกไปเพราะสายด่วนที่โทร. มาตาม ตอนแรกนั้นจิรดาคะยั้นคะยอให้น้องสาวคนใหม่ไปด้วย แต่ไม่อาจสู้คำปฏิเสธหนักแน่นจากเจ้าตัวได้ สุดท้ายพีร์และมุทิตาจึงถูกลอยแพไว้ที่วัด ต้องเดินกลับกันเอง

                สงสัยพี่แจ๊ดจะโกรธมดแหงๆ

                คิดมาก ดีแล้วที่คุณรู้จักปฏิเสธเขา

                ไม่อย่างนั้นจะเหมือนไต๋... หญิงสาวหลิ่วตาล้อเลียน ใช่ไหมคะ

                ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้โต้กลับ เสียงเล็กก็แทรกขึ้นเสียก่อน

                แม่...

                มุทิตาลอบมองคนข้างๆ แต่ชายหนุ่มกลับมองตรงไปข้างหน้าเหมือนไม่ได้ยินอะไร

                แกะหนมหน่อย

                หญิงสาวรับถุงขนมสาลี่มาถือไว้ หากไม่ยอมแกะให้

                ดึกแล้ว อามดว่าไว้กินพรุ่งนี้ดีกว่านะ

                อาโม้ดเด็กน้อยเปลี่ยนไปเรียกอีกชื่อ ก็คราวที่แล้วเจ้าหนูเรียกแม่ว่าอาโม้ดแล้วได้รับคำชมนี่นา คราวนี้ต้องแกะให้เขาแน่ๆ แกะหน่อยนะ แกะหน่อยๆ

                ไม่ครับ ร้ายใหญ่แล้วนะเรา มือบางหนีบแก้มยุ้มด้วยความหมั่นไส้

                แกะๆๆ

                อาไม่ชอบเด็กดื้อ

                หนูไม่ดื๊อ!”

                งั้นเด็กดีต้องเก็บไว้ทานพรุ่งนี้นะครับ เดี๋ยวกลับไปให้คุณพ่อชงนมอร่อยๆ ให้ดีกว่าเนอะ

                ไม่เห็นหย่อยเยย

                ไอ้นี่ เดี๋ยวโดนเตะ ผู้เป็นพ่อสวนขึ้นมา

                เห็นไหม คุณพ่องอนแล้ว

                ผมเปล่างอน เงียบเถอะ พีร์ตัดบทอย่างอ่อนใจ

                แต่ความหวังของเขาคงสูญเปล่า เจ้าลูกชายไม่รู้ไปเอาพลังงานมาจากไหน ช่างจ้อได้ไม่หยุดตลอดทาง เขาเห็นทั้งสองคนแอบซุบซิบกันด้วย แต่เอาเถอะ ถึงอย่างไรเวฟกับเขาก็ไม่เคยมีความลับต่อกันอยู่แล้ว ไว้เขาค่อยถามลูกทีหลังก็ได้

.................................................

     พี่พีร์เป็นพระเอกที่ไรต์กลัวที่สุดเลยค่ะ กลัวคนอ่านไม่รัก แหะๆ

     แต่จริงๆ ก็กลัวน้าาา ฮีเป็นพระเอกที่โหดและมีมุมมืดมนสุดตั้งแต่ไรต์เขียนมา

     ถ้าใครไม่กลัวด้านมืด มาติดตามไปด้วยกันนะคะ

     

ป.ล. แฟนพี่เดียวเจอกันพรุ่งนี้ที่เก่าเวลาเดิมนะคะ https://writer.dek-d.com/dekd/writer/view.php?id=1563201

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #57 Nurin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 19:29
    เพิ่งมีโอกาศมาอ่านเรื่องนี้ อ่านไปอ่านมา ทำให้นึกถึง หนูน้ำหนึ่ง กับรัน อ่านแล้วจิ้นไปว่านี่คือรันกับหนึ่ง แล้วน้องเวฟคือลูกของรันที่แอบไปมีลูกกับสาว ช่วงที่รันหายไปจากชีวิตน้ำหนึ่งน่ะ (55++ขำตัวเอง)
    #57
    1
    • #57-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 5)
      15 มิถุนายน 2560 / 15:10
      เมนต์นี้ทำไรต์สะท้านใจมากเลยค่ะ รีดต้องรักพวกเขามากแค่ไหนถึงยังคงคิดถึงรันหนึ่งอยู่ อยากบอกว่ารักรีดน้าาา
      #57-1
  2. #32 nickleee (@nickleee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 09:09
    อ่านพี่พีร์แล้วทำไมรีดคิดถึงพี่รัณตอนเด็กหนุ่มก็ไม่รู้นะคะ เหมือนจะเงียบๆแต่ก็แอบขี้แกล้ง น่ารักดีค่ะ
    ปล.รีดตามมาอีกเรื่องแล้ว 555
    #32
    1
    • #32-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 5)
      24 พฤษภาคม 2560 / 15:18
      พูดถึงรันกับพี่พีร์แล้ว สงสัยไรต์จะติดใจคนขี้แกล้งนะคะ 5555

      ป.ล. ดีใจมากเลยค่ะที่เจอกันอีก
      #32-1
  3. #27 fsn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 22:04
    ตอนนี้คุณพ่อเนี้ยท่าจะเด็กกว่าลูกอีกคะ 5555555555555555
    #27
    1
  4. #11 Singlegirl (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 08:57
    รอตอนต่อไปค่ะ จะมาดูด้านมืดของพี่พีร์และดูด้านหวานๆของน้องมดว่าจะเป็นยังไง
    #11
    1
    • #11-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 5)
      5 พฤษภาคม 2560 / 15:47
      อาจเป็นความมืดมนที่หอมหวานก็ได้นะคะ อิอิ
      #11-1
  5. #10 Singlegirl (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 08:42
    รอตอนต่อไปค่ะ จะมาดูด้านมืดของพี่พีร์และดูด้านหวานๆของน้องมดว่าจะเป็นยังไง
    #10
    0
  6. #8 noy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 19:48
    สนุกค่ะ เหมือนชีวิตคนในสังคมที่มีทั้งดีและไม่ดี
    #8
    1
    • #8-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 5)
      5 พฤษภาคม 2560 / 15:43
      ขอบคุณนะคะ ฝากติดตามด้วยกันนานๆนะคะ
      #8-1
  7. #7 ทอร์รี่ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 18:47
    สนุกดีค่ะ รอๆๆๆๆ
    #7
    1
    • #7-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 5)
      5 พฤษภาคม 2560 / 15:42
      ขอบคุณค่า
      #7-1