ตอนที่ 3 : บทที่ ๒ ความเย็นชา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1083
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    1 พ.ค. 60

2

 

                บรรยากาศบนโต๊ะอาหารระหว่างป้าหลานนั้นไม่น่าอภิรมย์นัก ไม่ใช่แค่วันนี้ หากแต่เป็นแบบนี้มาแล้วกว่าสามปี ดุจนภาไม่รู้จะสรรหาคำพูดเจ็บแสบใดๆ มาต่อว่าหลานชายตรงหน้า เหตุการณ์ในอดีตยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ ใครเล่าจะลืมลงเมื่อได้รู้ว่าหลานชายกับเด็กสาวที่ตัวเองไว้ใจที่สุดนั้นมีความสัมพันธ์กันไปถึงไหนต่อไหน

                ดุจนภาไม่มีสามี นับตั้งแต่น้องชายซึ่งเป็นไต้ก๋งเรือเสียชีวิต การงานทุกอย่างจึงตกเป็นของเธอ เธอเคยคิดจะแบ่งความรับผิดชอบไปให้หลานชายบ้าง ทว่าความเชื่อใจที่เสียไปนั้นยากนักที่จะเรียกคืน

                สตรีวัยใกล้เกษียณรวบช้อนส้อมด้วยรู้สึกตื้อขึ้นมาในลำคอ เธอบอกตัวเองให้ทำใจให้สบาย ในเมื่อวันพรุ่งนี้หญิงสาวที่เธอรักดั่งแก้วตาดวงใจกำลังจะมา

                เออหนอ ป่านนี้ยัยหนูจะเปลี่ยนไปสักแค่ไหน เจอกันครั้งหลังสุดเห็นจะเป็นตอนงานรับปริญญาของแกนั่นแหละ กอดไปเจอแต่กระดูก ไม่รู้แม่เพื่อนตัวดีเลี้ยงดูประสาอะไร

                พรุ่งนี้แกจะออกกี่โมง

                ในที่สุดพีร์ก็ได้คำตอบ สาเหตุของรอยยิ้มปริศนาบนใบหน้าป้าคงไม่พ้นเรื่องของลูกเพื่อนรักวันยันค่ำ

                สิบเอ็ดโมงครับ

                สิบโมงก็พอ

                สิบเอ็ดโมงครับ

                ชายหนุ่มไม่ยอมลดลา ดุจนภาคร้านจะเถียงด้วยจึงเลี่ยงไปอีกประเด็นหนึ่งแทน

                ที่อยู่ที่ฉันจดให้ยังอยู่หรือเปล่า

                ครับ

                คิดว่าจะมาถึงนี่กี่โมงผู้เป็นป้ายังคงไล่เลียง

                ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็คงไม่เกินสี่โมง

                เอ๊ะ! แล้วทำไมต้องมีอะไรผิดพลาดด้วยฮึ

                ผมแค่พูดเผื่อไว้ หลานชายเสจิบน้ำอย่างกวนอารมณ์ เผื่อเธอเกิดงอแงเปลี่ยนใจขึ้นมา

                ความที่เป็นหลานคนเดียวมาตลอดทำให้ชายหนุ่มอดเคืองเล็กๆ ไม่ได้ เปล่านะ เขาไม่ได้อิจฉาเด็กนั่น ก็แค่หงุดหงิดที่ป้าดูจะตื่นเต้นจนออกนอกหน้าเหลือเกิน

                แกยังรู้จักน้องน้อยไป ดุจนภาค้อน แล้วหนวดเคราน่ะหัดโกนเสียบ้างนะ ทำตัวอย่างกับพวกบ้านป่าเมืองเถื่อน

                เออ เขาคงต้องพรมน้ำหอมไปด้วยกระมัง

                เอาเป็นว่าฉันจะช่วยดูลูกแกให้แล้วกัน หญิงชรายอมแลกกับสิ่งที่ฝืนใจ

                เธอไม่ถนัดขับรถทางไกลจึงจำเป็นต้องง้อหลานชาย ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุนี้ เธอไม่ขอเข้าใกล้เด็กซึ่งเปรียบเสมือนหนามยอกอกเป็นอันขาด

 

                มุทิตากระวีกระวาดออกจากกองกระเป๋าสัมภาระเมื่อเสียงกริ่งโทรศัพท์กรีดร้องลั่นบ้าน เธอรีบลุกไปรับด้วยความเคยชินเสียมากกว่ากำลังรอสายใคร

                ฮัลโหล

                พีร์ขมวดคิ้ว คนรับสายไม่น่าจะใช่เพื่อนของป้า ก็เสียงเจ้าหล่อนกังวานใสออกปานนั้น

                ตอนนี้ผมอยู่ในซอยยี่สิบเอ็ด วนมาสองรอบแล้วแต่ไม่เห็นบ้านเลขที่ที่... เขาเลี่ยงที่จะใช้สรรพนามบุรุษที่สอง ...ที่ให้ไว้

                บ้านเราอยู่ซอยยี่สิบเจ็ดต่างหากค่ะ เธอตอบอย่างนึกรู้ว่าคงเป็นคนที่มารับตน

                สัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดไปแล้ว เขาคงเป็นหลานชายที่แม่ฟ้าให้มารับเธอกระมัง ทั้งที่เธอปฏิเสธน้ำใจผู้มีพระคุณไปหลายครั้งแล้ว แล้วนี่เขาคงจะหัวเสียน่าดูเทียวถึงได้ตัดสายเอาดื้อๆ แบบนี้

                พีร์โทรมาหรือลูก หลงทางเหรอ

                จ้ะ หลงไปซอยยี่สิบเอ็ด หญิงสาวหันไปตอบมารดา

                วันทนาหัวเราะกิ๊กพร้อมกับพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ

สงสัยฟ้าจะเป็นคนจดที่อยู่เองแหงๆ แม่ฟ้าของหนูน่ะเขียนเลขหนึ่งคล้ายกับเลขเจ็ดจะตาย มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นแหละที่อ่านรู้เรื่องอยู่คนเดียว

                ถ้าเป็นเวลาอื่นมุทิตาคงจะหัวเราะตามและขอให้แม่เล่าลึกลงในรายละเอียด ทว่าเวลานี้หญิงสาวกำลังกังวลถึงคนที่จะมารับเสียมากกว่า ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ไม่อยากให้เขาหงุดหงิดเลย

                มดว่ามดออกไปรอหน้าบ้านดีกว่า เผื่อมีรถผ่านมาจะได้รู้

                หญิงสาวเดินผ่านหน้าคิมหันต์ที่เพิ่งลงบันไดมาอย่างกระชั้นชิด เล่นเอาคนที่กำลังงัวเงียถึงกับเซไปข้างหลังหนึ่งก้าวใหญ่

                อะไรของมันวะ

                แม่บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าอย่าเรียกน้องว่ามัน วันทนาบิดเนื้อลูกชายคนเล็กเต็มแรง ตื่นก็สาย นี่น่ะหรือว่าที่คุณหมอ กว่าจะตื่นคนไข้คงตายก่อนพอดี

                โธ่ ใครจะดีเหมือนหมอวะกับหมอเหมเล่า

                พี่ชายคนกลางที่นั่งฟังบทสนทนาเงียบๆ อยู่นานลุกขึ้นผลักไหล่น้องชาย ก่อนจะเดินออกนอกบ้านไปอีกคน

 

                พีร์ดับเครื่องยนต์เมื่อมาถึงหน้าบ้านซึ่งมีป้ายเลขที่ตรงกับที่อยู่ที่ได้มา เขาค่อนข้างแน่ใจว่าเป็นบ้านหลังนี้ตั้งแต่เห็นหญิงสาวในเสื้อยืดสีฟ้าขนาดพอดีตัวสวมกับกางเกงยีนส์ยืนอยู่ริมรั้ว วงหน้าผุดผาดผ่องใสถูกล้อมกรอบด้วยเรือนผมดำสนิทปล่อยสยายยาวถึงกลางหลัง ชายหนุ่มเผลอลูบคางไร้หนวดเคราของตัวเอง นึกแปลกใจที่เมื่อเช้าเขาตัดสินใจพึ่งพามีดโกนในที่สุด

                มุทิตาเปิดประตูรั้วออกเล็กน้อย เธอกระพุ่มมือไหว้ผู้ชายที่เพิ่งลงมาจากรถยนต์กลางเก่ากลางใหม่เมื่อเขาเดินใกล้เข้ามา อยากจะถามแม่เหลือเกินว่าบุรุษตรงหน้าเธอคนนี้น่ะหรือที่แม่เคยบอกว่าเป็นไต้ก๋ง แปลกใจน่ะซี ก็เขาเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้าออกอย่างนี้ ผิดจากภาพที่เธอจินตนาการไว้ลิบลับเทียว มีเพียงผิวสีทองแดงกับนัยน์ตาคมกริบเท่านั้นแหละที่พอจะเข้าเค้าอยู่บ้าง

                ท่าทางยามรับไหว้ของเขาเหมือนจะเมินเฉย มุทิตาใช้ความพยายามไม่น้อยในการกลั้นหัวเราะกับความคิดของตนเอง เธอกำลังคิดว่าเขาอาจไม่พอใจว่าที่สมาชิกใหม่คนนี้สักเท่าไร คงคิดว่าเธอจะมาแย่งมรดกของป้าเขากระมัง

                ทานอะไรมาหรือยังคะ วันนี้แม่ทำขนมจีนน้ำยา

                เป็นเธอสินะที่รับโทรศัพท์เขา เออหนอ แล้วทำไมจู่ๆ หูเขาถึงได้แว่วเสียงใสดังแก้วของเด็กน้อยมดตะนอยในวันวานด้วยเล่า

                เรียบร้อยแล้ว

                ถ้าอย่างนั้นมดไปเอากระเป๋าก่อนนะคะ เอ่ยออกไปอย่างลังเล เริ่มไม่อยากจากบ้านนี้ไปตงิดๆ

                เข้าบ้านก่อนเถอะ ป้าฝากของมาให้ลุงทิวกับป้าวันด้วย เดี๋ยวผมตามเข้าไป

                มุทิตายังคงรีๆ รอๆ อยู่ตรงนั้น รอดูว่าเขาต้องการความช่วยเหลืออะไรจากเธอหรือเปล่า ก่อนจะเปิดทางให้ชายหนุ่มผ่านเข้าไป

ไม่มีใครสังเกตเห็นผู้ชายอีกคนที่ยืนหลบใต้เงาร่มไม้ เหมันต์กำลังลอบพิจารณาบุรุษที่น้องสาวของเขากำลังเห่อเป็นพิเศษ ใช่ เธอแค่เห่อเพราะเขาเป็นไต้ก๋งเท่านั้นแหละ ก็ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาแม่เอาแต่เล่าถึงการทำประมงต่างๆ นานาเสียจนลูกสาวร่ำร้องอยากจะสัมผัสชีวิตแบบนั้นตามบ้างอีกคน เขาปลอบใจตัวเองโดยไม่รู้เลยว่านั่นเท่ากับเป็นการชะล่าใจ

                จนกระทั่งทุกคนออกมาออกันหน้าบ้านอีกครั้ง เหมันต์ถึงได้ก้าวออกมาจากใต้ร่มไม้ หัวใจกระตุกวูบอย่างควบคุมไม่อยู่เมื่อเห็นผู้ชายคนนั้นปลดกระเป๋าสะพายออกจากไหล่ของเธอ ต้องเตือนตัวเองว่าอีกไม่นานเขาก็จะได้ตามไปดูแลเธอแล้ว ใจเจ้ากรรมจึงสงบลง

                พ่อกับแม่อย่าลืมดูแลตัวเองนะคะ เอ... ความจริงมดคงไม่ต้องบอกหรอกเนอะ บ้านนี้มีคุณหมอตั้งสามคนนี่นา เธอพยายามพูดติดตลก ทว่าไม่มีใครขำสักคน

                เหมันต์ไม่อยากให้น้องสาวเก้อจึงช่วยรับมุก

                ใครว่าสามล่ะมด กิมมันจะรอดหรือเปล่ายังไม่รู้เลยเขาทอดเสียงนุ่มพลางวางมือลงบนศีรษะทุย ถึงแล้วโทร. มานะ มีปัญหาอะไรก็โทร. มาได้ทุกเมื่อ

                ไม่ต้องห่วงนะครับลุงทิวป้าวัน

                พีร์ไม่อยากจะเสียมารยาทเลย แต่ไอ้การสั่งเสียพร้อมกับปรายตามาทางเขาของหมอนั่นมันกวนอารมณ์อย่างไรชอบกล หมั่นไส้นักเขาจึงเจาะจงที่จะให้ความมั่นใจกับบิดามารดาของหญิงสาวแทน

                ถึงทีที่เขาจะเอาคืน!

 

                การจราจรขาออกหนาแน่นเป็นพิเศษด้วยเป็นวันเริ่มต้นของวันหยุดยาวซึ่งผู้คนมักจะออกต่างจังหวัด กอปรกับมีการซ่อมแซมถนนบางช่วงจึงทำให้การจราจรเคลื่อนตัวช้ายิ่งขึ้น หากอะไรก็ไม่น่าอึดอัดเท่ากับบรรยากาศภายในรถ

เธอพยายามแล้ว พยายามชวนคนขับเจรจา แต่เขากลับทำให้เธอเกร็งมากขึ้นไปอีกด้วยการพูดจาแบบถามคำตอบคำ ถ้าชายหนุ่มไม่ใช่หลานของแม่ฟ้า เธอคงหวั่นๆ ว่าเขาอาจแกล้งทิ้งเธอไว้กลางทางก็เป็นได้

                หญิงสาวเริ่มใจชื้นขึ้นบ้างเมื่อเห็นขอบกำแพงสูงใหญ่ จำได้ดีว่านั่นคือจุดหมายปลายทางที่เธอรอคอย มุทิตาเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งตอนปิดภาคเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่สาม แต่เทียบกับปัจจุบันนี้แล้วแทบไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไปเลย เว้นแต่สีแสดสดใสของดอกเข็มที่เพิ่มเข้ามา

                ในอดีต เธอเคยบอกแม่ฟ้าว่าดอกเข็มทำให้บ้านนี้ดูมีชีวิตชีวา ท่านสัญญาว่าจะเอามาลงอีก ทว่านับแต่นั้นมาเธอก็ไม่ได้กลับมาที่นี่อีกเลย

                ยังไม่ทันดับเครื่องยนต์ ดุจนภาก็กระวีกระวาดออกมาต้อนรับ พีร์แอบขันระคนหมั่นไส้เมื่อเห็นใบหน้าเหลอหลาของผู้ที่ถูกรวบตัวไปกอด...ไปหอม...ไปกอด...ไปหอม...ซ้ำแล้วซ้ำอีก

                หญิงสาวเบี่ยงตัวออกเล็กน้อยก่อนจะไหว้ด้วยกิริยาน่าเอ็นดูที่ชายหนุ่มนึกชื่นชมและค่อนขอดในใจ ชื่นชมในความอ่อนน้อมงดงามเช่นเดียวกับที่เขาเพิ่งได้รับเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว แต่ด้วยใจที่มีอคติจึงอดคิดไม่ได้ว่านั่นดูเหมือนเป็นการประจบด้วยเช่นกัน

                เข้าบ้านเถอะลูก เอ๊ะ! แล้วนี่กระเป๋ามีแค่นี้เหรอ ดุจนภาถามหลังเหลือบไปเห็นว่ามีเพียงกระเป๋าเดินทางกับกระเป๋าสะพายอย่างละใบ ทำไมมีแค่นี้ล่ะ แม่นึกว่าหนูจะมาอยู่ที่นี่ตลอดไปเสียอีก

                มดแค่เอามาเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ น่ะจ้ะ อย่างเสื้อผ้านี่ก็ใส่สลับๆ กันได้ มดจะอยู่ที่นี่จนกว่าแม่จะไล่นั่นแหละ

                พูดอะไรอย่างนั้นฮึ ไปๆ เข้าบ้าน

                มุทิตาจะหันไปยกกระเป๋า แต่มันย้ายไปอยู่ในมือชายหนุ่มเรียบร้อยแล้ว เขาพยักพเยิดให้เธอตามเจ้าของบ้านไป หญิงสาวจึงได้แต่ส่งยิ้มหวานแทนคำขอบคุณ

                เถอะ อย่างน้อยความเป็นสุภาพบุรุษของเขาคงมีมากกว่าความเกลียดขี้หน้าเธอกระมัง

 

                ป้อ!” ร่างเล็กซึ่งนอนอยู่บนโซฟาส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมโบกขวดนมไปมา

                คนมาใหม่ชะงักนิดหนึ่ง มองไปข้างหลังของตนจึงได้รู้ว่าเด็กน้อยกำลังเรียกใคร พีร์วางกระเป๋าลงก่อนจะเดินเข้าไปหา น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างสังเกตได้เมื่อบอกบางอย่างแก่ลูกชายที่ยืนโอนเอนบนโซฟา

                ธุอาก่อน

                เจ้าหนูทำตามอย่างว่าง่ายด้วยท่าทางหลุกหลิก เหมือนเธอจะได้ยินคำว่า ตุ๊จ้าแว่วมาพร้อมกิริยานั้น

                ลูกผม เขาเอ่ยสำทับ

                หญิงสาวพยายามซ่อนอาการแปลกใจ แม้ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าผู้ชายตรงหน้าแต่งงานแล้ว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอควรซักไซ้

                เมื่อเห็นดุจนภากำลังคุยโทรศัพท์ มุทิตาจึงสาวเท้าเข้าไปหาเจ้าหนูแทน

                ชื่ออะไรครับ

                เด็กชายพยายามปีนป่ายให้บิดาอุ้มพร้อมกับพูดอะไรบางอย่างซึ่งเธอฟังไม่ออก หากแต่ทันเห็นว่าพีร์มีสีหน้าเปลี่ยนไป

                แกพูดว่าอะไรหรือคะ

                เวฟ

                คะ หญิงสาวเลิกคิ้วงงๆ

                แกบอกว่าชื่อเวฟ

                มุทิตาแอบค้อน ก็เมื่อกี้ลูกชายเขาพูดออกยาว แต่ผู้เป็นพ่อเล่นแปลเสียห้วนสั้นเลย ...ใครจะไปเชื่อ!

                อ๊าย! หนูโม้ด! จำป้าได้ไหมคะนี่ เจ้าของร่างท้วมกรีดเสียงขณะถลาเข้ามาใกล้

                แตงเป็นแม่ครัวของที่นี่ ด้วยอายุอานามอันใกล้เคียงกับเจ้าของบ้านจึงสนิทสนมและพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง แกยังจำได้ดีเมื่อครั้งที่เด็กหญิงเคยมาอยู่ด้วย แล้วดูซี... ผ่านไปกี่ปีๆ สาวน้อยตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนไปสักเท่าไรเลย

                จำได้สิคะ จำป้าแตงไม่ได้มีหวังอดตายอยู่ที่นี่แหงๆ

                ดูพูดเข้า เห็นป้าเป็นคนใจยักษ์ใจมารไปได้ แตงแกล้งเอ็ด

                ทำอะไรลูกสาวฉันฮึแตง คนที่เพิ่งวางโทรศัพท์กระเซ้า รู้ไหม วันนี้แตงทำแต่ของโปรดหนูนะเนี่ย น้ำพริกกะปิแล้วอะไรอีกนะ

                ปลาทูต้มเค็มค่ะ

                สูตรตื่นมาต้มตั้งแต่ตีสี่หรือเปล่าจ๊ะป้า มุทิตาแซวอย่างรู้ทัน

                สองหนุ่มได้แต่มองพวกผู้หญิงคุยกัน พลางคิด...

                แม่คนนี้ดูจะสนิทสนมกับคนในบ้านมากกว่าเขาซึ่งอยู่ที่นี่มาก่อนเสียอีก

                ส่วนเจ้าหนูน่ะหรือ คิดเองเออเองไปไกลตั้งแต่ได้เห็นใบหน้างามๆ นั่นแล้ว แม่คนนี้...แม่หนู...แม่ของหนู

 

                ห้องนอนซึ่งถูกปิดเงียบมานานได้มีโอกาสต้อนรับเจ้าของห้องคนใหม่เสียที มันอยู่มุมุในสุดของชั้นสองแต่ไม่อับเลยสักนิด ตรงกันข้าม หากเปิดหน้าต่างห้องนอนออกไปก็สามารถมองเห็นพุ่มต้นเข็มได้ถนัดตา หญิงสาวยิ้มเมื่อรับรู้ได้ถึงความเอาใจใส่เล็กๆ น้อยๆ ของดุจนภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกรอบรูปบนหัวเตียง

                พ่อ... แม่...

                เธอเคยเห็นรูปพ่อกับแม่มาบ้างแล้วก็จริง ทว่าทุกภาพล้วนซีดเก่าไปตามกาลเวลา ผิดกับรูปนี้ที่สามารถมองเห็นรอยยิ้มของคนในภาพได้อย่างชัดเจน พ่อโอบแม่ไว้อย่างแสนรัก มือที่เคยโบกหยอกล้อกับกล้อง บัดนี้ราวกับกำลังโบกให้เธอ

                รูปนี้พ่อกับแม่เราเขามางานเลี้ยงรวมรุ่น พ่อเราน่ะเรียนเก่งพอๆ กับเกเรนั่นแหละ แม่เราเขาเป็นรุ่นน้องโรงเรียนเดียวกัน แม่ก็ไม่รู้ว่าเขาไปปิ๊งปั๊งกันตอนไหนหรอกนะ ตอนที่แม่กับยัยวันแล้วก็ไอ้ทิวจับได้โกรธมันแทบตายเลย ไม่พูดกับมันตั้งหลายวัน คนเล่าหัวเราะเมื่อนึกถึงความหลัง รูปนี้แม่เป็นคนถ่ายเอง ในนี้น่ะมีหนูอยู่ด้วยนะ ในท้องแม่เขาไงล่ะ พ่อเราน่ะบ้าเห่อเชียว แต่ก็สมใจเขาแหละนะ ได้ลูกสาวแถมหน้าตาเหมือนตัวเองขนาดนี้

                แม่สวยจังเลยค่ะ

                ใช่

                แต่ใครๆ ก็บอกว่ามดหน้าเหมือนพ่อ

                แล้วมดว่าเหมือนไหม ดุจนภาลูบผมลูกสาวนอกไส้

                ค่ะ เหมือนจริงๆ ด้วย

                พ่อทิวกับแม่วันไม่ค่อยพูดถึงเรื่องในอดีตมากนัก เมื่อไรที่เธอถาม พวกท่านมักจะตอบเลี่ยงเสมอ กังวลไปต่างๆ นานาว่ามันจะทำให้เธอเศร้าเสียใจแม้เธอจะเพียรปฏิเสธแล้วก็ตาม นานวันเข้ามุทิตาจึงคร้านจะซักไปเอง หญิงสาวเพิ่งรู้ว่าลึกๆ แล้วตนยังคงโหยหาครอบครัวที่แท้จริงเหลือเกิน

                บรรยากาศเศร้าซึมเป็นอันต้องสะดุดลง ร่างกระปุ๊กลุกไร้เสื้อผ้าอาภรณ์วิ่งผ่านประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้เข้ามา ดุจนภากรีดเสียงใส่หลานชายตัวน้อย แต่เจ้าของร่างเปลือยเปล่ากลับยืนจ้องหน้าเธอโดยไม่สนใจฟังย่าเอ็ดสักนิด

                ไม่ถึงนาทีพ่อของเจ้าหนูก็มาตาม เขาไม่ได้ก้าวเข้ามาหากหยุดยืนเรียกลูกชายอยู่ที่หน้าห้องอย่างรู้มารยาท มุทิตานึกนิยมเขาตรงนี้ เขาวางตัวอย่างคนที่ได้รับการอบรมมาดี ต่างจากหน้าตาดุดันราวโจรป่าของเขา

                ทว่าคราวนี้ลูกชายไม่ยอมเชื่อพ่อเสียแล้ว เจ้าหนูมองผ้าเช็ดตัวที่พ่อถือสลับกับผ้านวมนุ่มๆ บนเตียงก่อนจะปีนขึ้นเตียงอย่างรวดเร็ว

                เวฟ มานี่ พีร์เรียกเสียงต่ำ ได้ยินไหม มาเช็ดตัว

                ไปหาพ่อเราไป๊ แต่งตัวทาแป้งก่อนค่อยมา คุณย่าเสริม

                เด็กน้อยไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้น นั่งอมนิ้วมองหน้า แม่คนนี้ ตาแป๋ว ครั้นย่าจะอุ้มไปหาพ่อก็รีบคว้าคอหญิงสาวไว้มั่น มุทิตารวบร่างกลมมาไว้กับตัวตามสัญชาตญาณด้วยเกรงว่าจะหงายผึ่งกันทั้งสองฝ่าย

                ดูมัน เป็นลิงเป็นค่างหรือไงถึงไปปีนป่ายเขาอย่างนั้น

                ให้แกแต่งตัวที่นี่ก็ได้นะคะ ตากลมนานแล้ว เดี๋ยวจะไม่สบายเอา

                ไม่ได้หรอก ชักเอาแต่ใจใหญ่แล้วเดี๋ยวนี้

                ดุจนภาไม่พูดเปล่า หากยังแกะมือน้อยออกจากรอบคอของหญิงสาวด้วย ลิงน้อยแผดเสียงจ้าเมื่อถูกส่งต่อให้บิดาอุ้มกลับไป

                คิดว่าแม่ใจร้ายล่ะสิ

                แกยังเด็ก คงอยากให้คนเอาใจน่ะค่ะ

                ถ้าไม่ฝึกตั้งแต่เล็ก โตไปจะไม่มีวินัย ท่านค้านเสียงเข้ม

                การเลี้ยงดูและประสบการณ์ที่ผ่านมาหล่อหลอมให้ดุจนภากลายเป็นผู้หญิงเข้มแข็ง หรือไม่... ก็อาจถึงขั้นแข็งกระด้างไปโดยไม่รู้ตัว

 

                สตรีวัยใกล้เกษียณกลับออกไปหลังได้คุยกับลูกสาวพอชื่นอกชื่นใจ ท่านบอกให้เธอพักผ่อน หิวเมื่อไรค่อยลงไปก็ได้ หากมุทิตาไม่ต้องการให้ตัวเองมีอภิสิทธิ์เหนือใครจึงรีบจัดเสื้อผ้าเข้าตู้ให้เรียบร้อย ไม่นานก็ตามลงไป

                เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือที่โต๊ะหัวเตียงดังขึ้นหยุดก้าวย่างของเจ้าของมันให้หันไปสนใจ เมื่อเห็นชื่อคนโทร. หญิงสาวก็เผยยิ้มออกมา

                พี่เหม

                มดอยู่ที่ไหน ยังไม่ถึงอีกหรือ

                ถึงแล้วค่ะ มดกำลังจะโทร. ไปพอดี คนปดแอบไขว้นิ้ว พี่เหมจำที่นี่ได้ไหมคะ จำดอกเข็มที่มดเคยบอกว่าชอบได้หรือเปล่า

                จำได้สิจ๊ะ

                ตอนนี้แม่ปลูกไว้เพียบเชียวค่ะ สีแสดสวยเหลือเกิน ปุ้ยกระซิบกับมดว่าตั้งแต่มดบอกว่าชอบแม่ก็หามาปลูกมากมาย ว่าแต่พี่จำปุ้ยได้ไหมคะ

                ปุ้ยไหน

                โธ่ ก็เด็กผมแกละที่เคยพามดไปเก็บมะม่วงไงคะ คนที่ชมว่าพี่เหมล้อหล่อ มุทิตาหัวเราะกิ๊ก

                ทะเล้นใหญ่แล้ว ปลายสายแสร้งดุกลบเกลื่อน แล้วคนอื่นที่นั่นล่ะ ดีกับมดไหม

                จ้ะ ป้าแตงยังน่ารักเหมือนเดิม อ้อ แล้วก็มีหญิงสาวอีกคน เธอชื่อเน้ย คนนี้มดขอไว้แล้วล่ะค่ะว่าอย่าเรียกชื่อมดเป็นอันขาด กลัวจะกลายเป็นอย่างอื่นไปล่ะแย่เลย

                ฮื้อ อย่างไร

                เธอเป็นสาวน้อยดอยเต่าน่ะค่ะ พี่เหมก็ลองเรียกชื่อมดแบบไม่ออกเสียงตัวสะกดสิคะ อ๊ะ! ออกเสียงในใจนะ

                อารมณ์ขันอันเกิดจากการมองโลกอย่างสดใสคือเสน่ห์ของผู้หญิงคนนี้ เขาเองทั้งยอมรับและยอมจำนนต่อความจริงข้อนี้มานาน

                มดว่ามดโทร. เข้าบ้านดีกว่า จะได้คุยกับแม่ด้วย

                เดี๋ยวพี่เอามือถือพี่ไปให้แม่ก็ได้

                ไม่เอาๆ หญิงสาวรีบปฏิเสธ ถ้าพี่เหมเอาไปให้ แม่ก็จะน้อยใจเพราะคิดว่ามดไม่โทร. หาน่ะสิ

                คิดได้ไง พี่ชายแอบขำ ตามใจเราแล้วกัน

                พี่อย่าเพิ่งบอกแม่ด้วยนะ

                ที่เธอกลัวน่ะไม่ใช่อะไร ถึงจะบอกตัวเองว่ามาอยู่กับแม่ฟ้าเพราะต้องการทดแทนบุญคุณ ทว่าลึกลงไปแล้วมุทิตารู้ดีว่ายังมีอีกเหตุผลหนึ่งซึ่งเธอไม่ได้บอกใคร นั่นคือเพื่อให้แม่วันสบายใจเรื่องความสนิทสนมระหว่างเธอกับพี่ชาย

 

                พีร์พาลูกชายเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำก่อนที่ตัวเองจะเผลอหลับไปทั้งที่ยังไม่ได้อาบน้ำ มารู้สึกตัวตื่นอีกทีเมิ่อเกือบสองยาม เขาตั้งใจลงมาหาอะไรดื่ม ทว่าแสงไฟจากห้องครัวทำให้คนที่กำลังสะลึมสะลือถึงกับต้องหรี่ตา

ชายหนุ่มนึกตำหนิลูกจ้างคนใดคนหนึ่งที่คงจะลืมปิดไฟอีกเช่นเคย แต่ครั้งนี้เขาคิดผิด เป็นแม่ครัวประจำบ้านต่างหากที่กำลังง่วนอยู่กับการตักของเหลวข้นๆ เหนียวๆ ใส่กระปุกแก้ว พีร์เดินอ้อมไปด้านหลัง อาศัยจังหวะที่แตงไม่ทันระวังใช้นิ้วจิ้มของเหลวซึ่งเหลืออยู่ในหม้อมาชิม

                ว้าย!”

                ตกใจอะไรป้าแตง

                โธ่ ป้าก็นึกว่าขโมยขโจรที่ไหน ไต๋นี่!”

                ก็ขโมยชิมน้ำปลาหวานไง

                แล้วเป็นไงคะ ใช้ได้ไหม

                ทำไมมาทำดึกๆ ดื่นๆ ล่ะครับ เขาไม่ตอบแต่ย้อนถามแทน

                ป้าเพิ่งนึกได้ว่าหนูมดเธอชอบ สมัยก่อนตอนเธอมานะ พอรู้ว่ามีน้ำปลาหวานเท่านั้นแหละ แอบขี่จักรยานไปสอยมะม่วงกับยัยปุ้ยสองคน นี่พรุ่งนี้ป้าก็กะจะซื้อมะม่วงมาด้วย จะได้ไม่ต้องพากันไปแอบสอยมะม่วงบ้านใคร

                ไม่ยักรู้ว่าเธอเคยมาที่นี่

                เอ รู้สึกว่าตอนนั้นไต๋ออกทะเลไปกับลุงกระมัง แกมาแค่สองสามวันเห็นจะได้ มากับลูกชายสามคนของเพื่อนป้าคุณนั่นแหละ

                ดูเธอสนิทกับทุกคนในบ้านมากกว่าผมเสียอีก เขาเอ่ยด้วยสุ้มเสียงเยาะหยัน

                แกน่ารักออกค่ะ ไม่ใช่แค่หน้าตา นิสัยใจคอเหมือนกัน

                ถึงว่า... ป้าผมเรียกเสียเต็มปากเต็มคำว่าลูก ขนาดกับหลานแท้ๆ ยังไม่ออกนอกหน้าขนาดนี้เลย

                ฮื้อ แตงนิ่วหน้า พูดเหมือนน้อยใจ

                น้อยใจหรือ ไม่ใช่เลย สงสาร...เห็นใจแม่นั่นล่ะไม่ว่า นี่คงยังไม่รู้ตัวหรอกว่ามาอยู่บ้านนี้แล้วไม่มีทางหรอกนะที่จะได้กลับออกไป ถ้ารู้น่ะหรือ คงแทบจะปิดรั้วไล่เขาเชียวแหละ ไม่มีหรอกท่าไหว้ต้อนรับงามๆ อย่างนั้น ชายหนุ่มปรามาสในใจ

                ทว่า... นึกถึงยามเธอโอบลูกชายของเขาไว้ในอ้อมแขน ใจก็พานอ่อนยวบลง เมื่อพิจารณาโดยปราศจากอคติ เขาว่าเขาสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนนั้นเช่นกัน เถอะ อย่างไรก็ตาม ขออย่ามาเกี่ยวข้องกันเป็นดีสุด

...................................................

     สำนวนในเรื่องนี้อาจจะเก่าไปนิดดด ถ้ารีดติดขัดตรงไหนบอกได้เลยนะคะ ไรต์จะได้พยายามปรับปรุงในงานปัจจุบันค่ะ

     แอบเมาท์ว่าตอนอัปเรื่องนี้ครั้งแรกเมื่อหลายยยปีก่อนมีคนติดตามแค่สิบกว่าคนเอง ตอนนี้ไรต์เลยถือว่าเกินเป้าแล้วค่ะ 55

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #20 fsn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 20:25
    ตามลุ้น เจ้าตัวน้อยคะ
    #20
    1
    • #20-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 3)
      16 พฤษภาคม 2560 / 15:52
      ฝากติดตามด้วยนะคะ
      #20-1
  2. #3 Singlegirl (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 08:50
    เข้ามาฟัดแก้มยุ้ยๆของน้องเวฟ ลุ้นตอนต่อไปว่านางเอกจะจำพระเอกได้ป่ะ
    #3
    1
    • #3-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 3)
      2 พฤษภาคม 2560 / 15:48
      คนจำได้ก็ฮึดฮัดไปก่อนนะคะช่วงนี้ 55
      #3-1