ซ่อนไว้ในเกลียวคลื่น (ฉบับอีบุ๊ก 2560)

ตอนที่ 12 : บทที่ ๗ (๕๐%) ลูกสื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 739
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    18 พ.ค. 60

7

 

                แสงอาทิตย์อัสดงสะท้อนผิวน้ำทอประกายระยิบระยับ ท้องทะเลกลายเป็นสีส้มทั้งผืน ณ สุดเส้นขอบฟ้านั้นดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับ เจอกันพรุ่งนี้ หมุนเวียนเช่นนี้เสมอมา ธรรมชาติสร้างมนุษย์ และยังสร้างสรรค์ความสุนทรีย์เหล่านี้ให้เราได้เสพ กล่อมเกลาจิตใจมิให้หยาบกระด้างจนเกินไป

                ไต้ก๋งหนุ่มยืนอยู่ที่กราบเรือ เหม่อมองไปไกลยังสุดเส้นขอบฟ้า นึกอยากให้ข้างกายเขามีใครสักคน...คนที่เป็นเจ้าของกลิ่นแก้มสาวที่เขาเผลอสัมผัสเมื่อสามวันที่ผ่านมา เธอต้องชอบบรรยากาศเช่นนี้แน่ ความรู้สึกเขาบอกอย่างนั้น และมันก็ไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียว

                พีร์ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ท่าทางสะเทิ้นอายของเธอเกือบทำให้เขากลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ ต้องรีบเอ่ยปากให้ไปนอน รู้ดีว่าขืนหัวเราะต่อหน้าเธอ เธอคงไม่ยอมมองหน้าเขาอีกเป็นแน่ เออ... แค่นี้ก็เหลือจะทน

                ทั้งที่เธอกำลังนั่งเล่นกับลูกเขา แต่เมื่อเขาก้าวเข้าไปเธอกลับลุกหนีทันที ไม่สนใจเด็กชายที่ร้องเรียกสักนิด ชายหนุ่มอัดควันเข้าปอดลึก หยาดน้ำผึ้งที่หล่อในหน่วยตาเหือดแห้ง เหลือเพียงนัยน์ตาขุ่นจัด เขาดีดก้นบุหรี่ลงทะเล หงุดหงิดเสียจนอารมณ์สุนทรีย์เมื่อนาทีก่อนหายวับไป

 

                ริจะเป็นแม่สื่อหรือหนูมด หมอนั่นนิสัยดีหรือเปล่าก็ไม่รู้

                เพราะอย่างนั้นเราถึงต้องมาเป็นเพื่อนเน้ยไง

                แล้วนี่เราจะต้องเดินตามเขาพลอดรักกันอีกนานไหมคะนี่

                ปุ้ยก็พูดเกินไป ความสัมพันธ์ของชายหญิงที่เดินอยู่ลิบๆ สายตานั้นยังห่างไกลจากคำว่า พลอดรัก นัก ทั้งคู่เพียงแค่เดินดูของต่างๆ ด้วยกัน ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านจอแจในตลาดนัดเช่นนี้คงไม่มีใครอุตริทำสิ่งที่สาวจ้ำม่ำว่าได้ลง

                เรื่องมันเริ่มจากการที่มุทิตาแอบได้ยินสาวใช้ทั้งสองพูดถึงชายคนหนึ่ง ปุ้ยอีกนั่นแหละที่เป็นฝ่ายเล่าให้ฟังว่าเน้ยขอร้องให้เธอไปเป็นเพื่อนเพราะเจ้าตัวได้รับนัดชายผู้นั้นไว้ แม้จะเป็นเพียงแค่คนเข็นผักในตลาด หากมันก็คืออาชีพสุจริต ดังนั้นมุทิตาจึงรับปากไปเป็นเพื่อน ปุ้ยไม่พอใจอยู่บ้าง หากก็ยอมตามมาด้วยอีกคน

                เมื่อยก็กลับไปก่อนซี อย่าไปขัดคอเขาเลย นึกขันกับท่าทางกระฟัดกระเฟียดของคนข้างๆ ท่าจะอิจฉาคนมีความรักกระมัง

                ไม่ใช่ว่าพอคบกันแล้วเกิดหนีตามกันขึ้นมานะคะ ดีไม่ดีพาพวกมายกเค้าอีก

                ฮื้อ พูดอะไรอย่างนั้นนะ ถึงเราจะไม่ไว้ใจผู้ชายคนนั้น แต่เราควรเชื่อใจเน้ยไม่ใช่หรือ

                ก็จริงค่ะ แหม มันคงจะปลื้มหนูมดมากที่ช่วยมันขนาดนี้

                เลิกบ่นเสียทีป้าแก่ ดูนี่แน่ะ ตัวไหนสวยกว่ากัน หญิงสาวชูเสื้อยืดสองตัวให้คนขี้บ่นพิจารณา

                หนูมดจะใส่ได้เหรอ นี่มันเสื้อเด็กนะ

                ใครว่าเราจะใส่เองเล่า ซื้อให้เวฟต่างหาก ว่าแต่ขนาดนี้พอดีไหม

                เป็นแม่สื่ออย่างเดียวไม่พอ นี่จะเป็นแม่บุญทุ่มอีกหรือคะ ระวังจะได้เลื่อนเป็นแม่เลี้ยงนาหนูมดนา

                ปุ้ย หญิงสาวกดเสียงหนัก สีหน้าท่าทางบอกว่าไม่พอใจจริงๆ

                ขอโทษค่ะ ปุ้ยปากเสียอยู่เรื่อย หนูมดอย่าโกรธเลยนะ คนสำนึกผิดหน้าเสีย

                มุทิตาถอนใจ โกรธไม่ลงเพราะรู้ว่าสาวจ้ำม่ำแค่คะนองปากเท่านั้นเอง ถ้าได้ยินอีก เราจะโกรธปุ้ยตลอดชีวิต

                จ้ะๆ รับปากหน้าระรื่นดุจเดิม

                เสื้อยืดสีฟ้าสกรีนลายปลาการ์ตูนตรงชายเสื้อถูกส่งให้คนขายพร้อมกับธนบัตรสีแดงสองใบ หญิงสาวรับถุงและเงินทอนมาขณะที่ปุ้ยเริ่มบทสนทนาอีกเรื่องหนึ่ง

                จริงสิคะ หนูมดจำวันที่คุณนายเลี้ยงลูกน้องไต๋ได้ไหม

                ได้ ทำไมเหรอ

                คืนนั้นปุ้ยตื่นมาตอนดึกว่าจะไปห้องน้ำ แต่ว่ามีเสียงคนคุยกันดังมาจากทางห้องพี่ผึ้ง...ห้องที่ติดกับครัวไงคะ พูดแล้วยังขนลุกไม่หาย แถมสักพักก็มีเสียงเหมือนฝีเท้าตึงตัง ปุ้ยไม่กล้าไปฉี่เลย ต้องกลั้นจนสว่างตื่น เล่าให้ใครฟังก็ไม่มีใครเชื่อสักคน ถ่ายทอดประสบการณ์ด้วยท่าทางขึงขัง ก่อนจะหันไปมองคนฟังที่ตอนนี้หน้าแดงแจ๋ไปแล้ว

                อุ๊ย! หนูมดเป็นอะไร จะเป็นลมหรือเปล่าคะ หน้าแดงแบบนี้เขาเรียกเป็นลมแดดใช่ไหม แต่นี่มันไม่มีแดดแล้วนะ ตื่นตูมจนคนรอบข้างหันมามองเป็นตาเดียว

                เพราะเสียงอันดังข้างหูนี่แหละมุทิตาจึงได้สติ หน้าแดงเปลี่ยนมาซีดแล้วกลับแดงขึ้นอีกครั้งด้วยความโกรธระคนอับอาย โกรธชายหนุ่มที่นัดเน้ยออกมา โกรธเน้ยที่ทำให้เธอต้องมาเดินกับปุ้ยตอนนี้ โกรธปุ้ยที่เล่าอะไรก็ไม่รู้ให้ฟัง

                ที่สุดคือโกรธเขา โกรธเจ้าของรอยสัมผัสบนหน้าผากที่ฝากความอบอุ่นซึ่งไม่ยอมจางหายไปเสียที!

 

                เสียงเอะอะภายในบ้านทำให้มุทิตากระโดดผลุงลงจากรถจักรยานยนต์ทันที ปุ้ยคนขี่และเน้ยที่ซ้อนหลังสุดต่างก็ตกใจไม่แพ้กัน

                ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือภาพที่คุณย่ายึดแขนเล็กของหลานชายไว้ข้างหนึ่งและฟาดไม่ยั้งลงไปบนสะโพกของเจ้าหนู โดยมีคนกลางซึ่งช่วยอะไรไม่ได้มากพยายามแยกทั้งคู่ออกจากกัน

                แม่! พอแล้วค่ะ! พอแล้ว เกิดอะไรขึ้นคะ เธอค่อยๆ แกะนิ้วมือเหี่ยวย่นออกจากท่อนแขนกลมป้อมของเด็กชาย

                ถามมันซี่! ถามมันดูว่าถ้าฉันไม่เห็นเสียก่อนจะเกิดอะไรขึ้น ให้มันเอานิ้วแหย่พัดลมให้ดู!” ผู้สูงวัยโกรธจนขาดสติ ลืมแม้กระทั่งสรรพนามที่ตนเคยใช้เรียกตัวเองยามสนทนากับลูกสาว

                เวฟแผดเสียงร้องจ้า ผวาสู่อ้อมกอดของคุณอาทันทีที่หลุดจากข้อมือเกร็งแข็งราวปลอกเหล็ก หญิงสาวมองสำรวจคร่าวๆ ทั่วร่างกายเด็กน้อย ไม่มีรอยแดงตรงไหนอีกนอกจากบริเวณแขนที่คุณย่ายึดไว้ ดุจนภาปิดเปลือกตาลง ยอกแสลงในอกจนต้องโบกมือไล่ทุกคนออกไป

                หญิงสาวอุ้มเจ้าตัวเล็กเลี่ยงมาหน้าบ้าน วางแกลงบนโต๊ะกลางของชิงช้าเหล็กดัดซึ่งตั้งกลางสนามหญ้า ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่นั่งของดรุณีน้อยแรกรุ่นผู้สวมบทเป็นเจ้าหญิงโดยมีพี่ชายทั้งสามและอีกหนึ่งเพื่อนสาววัยเยาว์รับบทเป็นองครักษ์และนางกำนัลนั่งขนาบทั้งสองข้าง

                ทว่าเสียงหัวเราะในวันนั้นกำลังถูกเสียงสะอื้นของเจ้าชายน้อยคนใหม่กลบมิด คุณอาบรรจงซับน้ำตาให้อย่างเบามือ

                ไหน... เจ็บตรงไหนบอกอาซิ

                โตงนี้ โตงนี้ โตงนี้ โตงนี้ เจ้าหนูชี้ไปที่แขน ขา ไหล่ และก้น รวมๆ แล้วแทบจะทุกส่วนของร่างกาย

                มา อามดเสกมนตร์ให้ รับรองหายเจ็บทันทีเลย แม่มดเป่าไปตามบริเวณต่างๆ ที่คนเจ็บชี้ ทว่าเมื่อมาถึงส่วนสุดท้ายเธอก็แกล้งลังเล ไม่เป่าก้นได้ไหม อากลัวเหม็น

                ไม่เอา เป่าๆ

                ก็ได้ แต่เวฟห้ามตดใส่อานะ

                เด็กน้อยพยักหน้ารัว หากยังไม่ทันที่หญิงสาวจะก้มไปถึง เจ้าหนูก็เป่าปากออกมาเลียนเสียงผายลม ใบหน้าที่เปรอะไปด้วยคราบน้ำตาแปรเปลี่ยนมาเปื้อนรอยยิ้มเมื่อแกล้งผู้ใหญ่ได้สำเร็จ

                เป็นผู้ชายต้องเข้มแข็งอย่างนี้สิครับ เข้มแข็งแต่ไม่ก้าวร้าว ต้องอ่อนน้อมกับผู้ใหญ่ และไม่รังแกผู้หญิง พูดไปแล้วก็ไม่รู้ว่าคนฟังจะเข้าใจสักแค่ไหน แต่หญิงสาวตั้งใจจะสอนแกแบบนี้ไปเรื่อยๆ อย่างน้อยดวงตากลมใสที่จ้องตอบกลับมาก็พอทำให้เธอมีหวัง

                มุทิตายกมือน้อยมาจุมพิตไล่เรียงทีละนิ้ว กล่าวสืบไปอีกว่า แล้วเวฟอย่าเอานิ้วไปแหย่พัดลมอีกนะครับ คุณย่าเขาเป็นห่วงหนูและคงตกใจมากด้วยถึงได้ดุเอา อามดก็เป็นห่วง ถ้าเวฟเป็นอะไรไปพ่อเราเขาต้องฆ่าอาแน่ๆ เลย เข้าใจไหมคนเก่ง

                เออหนอ อดไม่ได้จริงๆ ที่จะแขวะไปถึงคนไกลอีกคน

 

                แม่คะ หญิงสาวเคาะประตูที่เปิดทิ้งไว้เมื่อไม่เห็นร่องรอยของเจ้าของห้อง

                เข้ามาสิ แม่อยู่ที่ระเบียง

                เป็นครั้งแรกที่มุทิตารู้สึกว่ามารดาบุญธรรมของตนอายุมากเพียงใด แสงอาทิตย์ยามเย็นจับใบหน้าเคร่งเครียดซึ่งปราศจากเครื่องสำอาง ส่งผลให้มองเห็นริ้วรอยต่างๆ เด่นชัดขึ้น

                ทำอะไรอยู่หรือจ๊ะ เมื่อกี้มดซื้อขนมครกมาฝากแม่ด้วย

                มดโกรธแม่หรือเปล่าที่ตีเด็กนั่น หญิงชราไม่ตอบหากย้อนถามแทน

                แม่... มดจะโกรธแม่ทำไม เพียงแต่ตกใจเท่านั้นเองค่ะ

                เห็นแม่เป็นนางยักษ์ไปแล้วล่ะซี ดุจนภาหัวเราะเย้ยหยัน เด็กนั่น ถ้าไม่มีคนแข็งด้วยสักคนมันจะเหลิง พ่อมันตามใจตะพึดตะพือออกอย่างนั้น มดเข้าใจแม่ใช่ไหม

                ค่ะ มดเข้าใจว่าแม่ตกใจที่เห็นน้องเล่นพิเรนทร์ แล้วยังเป็นห่วงมากด้วย

                คนถูกรู้ทันค้อนขวับ โล่งใจ ชื่นใจ...เหลือจะกล่าวที่อย่างน้อยก็มีคนเข้าใจ เธอไม่รู้จะขอบคุณเพื่อนรักอย่างไรที่ตัดสินใจไม่พาลูกสาวคนนี้ไปด้วยตอนประสบอุบัติเหตุ โชคชะตาคงปรานีเธอบ้างแล้วกระมังหลังจากพรากทุกคนที่เธอรักไป

                พรุ่งนี้ไปวัดกันนะลูก แม่อยากถวายสังฆทานแล้วจะได้นิมนต์หลวงพ่อไปทำบุญงานเปิดบริษัทของมดด้วย กลัวใกล้วันแล้วท่านจะไม่ว่าง

 

                เกือบครบสัปดาห์แล้วที่ชายหนุ่มคนเดียวในบ้านออกทะเลไป เธอไม่รู้ตัวเลขที่แน่ชัดว่าปกติแล้วชาวประมงจะออกหาปลากันกี่วัน ตั้งใจว่าจะลองถามปุ้ยทว่าช่วงนี้ตัวเธอเองก็วิ่งวุ่นไม่แพ้กัน แม่ฟ้าช่วยได้มากในเรื่องนี้ มุทิตาเพิ่งตระหนักว่าผู้มีพระคุณของเธอกว้างขวางพอสมควรก็คราวนี้นี่แล

                ปมผ้าเช็ดตัวนูนสูงขึ้นหลังจากพาดพันไปรอบร่างกายกลมกลึงแล้วมาบรรจบขมวดปมตรงด้านหน้า หลังจากวันนี้ทุกอย่างคงลงตัวและเธอคงมีเวลาว่างมากขึ้น หญิงสาวสำรวจตนเองจากภาพสะท้อนของกระจกเงา ความมั่นใจที่เคยฉายชัดผ่านทางดวงตากลมสวยมาวันนี้กลับมีความลังเลปะปนอยู่ด้วย ใช่ เธอกลัวจะไปไม่รอด กลัวว่าประสบการณ์ที่มีนั้นไม่มากพอ กลัวจะทำให้แม่ฟ้าผิดหวัง

                มุทิตาได้ถ่ายทอดความกังวลเหล่านี้กับหนูนาฟังและพบว่าเพื่อนสาวก็รู้สึกไม่ต่างจากกัน ทว่าเมื่อหญิงสาวพยายามเปรยๆ กับดุจนภา คำแนะนำที่ได้รับกลับมีเพียงแค่...

                ทำเถอะลูก อย่าทิ้งความตั้งใจเพียงเพราะเรากลัว ฝากบอกหนูนาด้วย

                และเพราะคำพูดเหล่านั้นคนฟังจึงฮึดขึ้นมาอีกครั้ง อย่างน้อยเธอก็มั่นใจได้ว่าแม่ฟ้าจะเป็นคนสุดท้ายในโลกนี้ที่จะซ้ำเติมเธอหากเธอล้ม หรืออีกนัยหนึ่งคือ... มือเหี่ยวย่นคู่นี้จะโอบประคอง พยุงให้เธอลุกขึ้นมา

                อุ๊ย!”

                มุทิตาอุทานด้วยความตกใจเมื่อร่างกลมป้อมวิ่งผ่านหน้าในระยะกระชั้น ขณะที่หญิงสาวเพิ่งก้าวออกจากห้องน้ำ

                เวฟ ทำไมไม่เคาะประตูก่อนเข้ามา ตีหน้าขึง เอ็ดเสียงจริงจัง

                เด็กชายแหงนมองคุณอาตาแป๋ว ดูอย่างไรก็ไม่เห็นจะน่ากลัวเหมือนคุณย่าสักนิด

                เจ้าของเนื้อนวลผ่องซึ่งโผล่พ้นขอบผ้าขนหนูหน้าร้อนซู่ รู้สึกไปเองว่าดวงตาคมน้อยๆ ที่กำลังจับจ้องอยู่นี้จ้องเอาๆ ราวกับจะเผื่อแผ่ไปถึงใครอีกคน นิ้วเรียวกำปมผ้าไว้มั่น รีบเปิดตู้เสื้อผ้าหาชุดนอน ก่อนจะหายเข้าไปในห้องน้ำแล้วจึงกลับออกมาในสภาพที่เรียบร้อยกว่าเดิม

                ทีหลังต้องเคาะประตูก่อนรู้ไหมครับ

                ทำไม ผู้บุกรุกย้อนถาม ย้ายตัวเองไปนอนกลิ้งบนที่นอนเสร็จสรรพ

                เพราะมันเสียมรรยาท ถ้าอาโป๊อยู่ทำไง หญิงสาวทรุดตัวลงที่ขอบเตียง

                เวฟเก๊าะโป๊ ฉะบายดี

                คุณอาค้อนขวับ ขู่สำทับไปว่า ต่อไปถ้าเวฟไม่เคาะประตูก่อนอาจะไม่ให้เข้าอีก เข้าใจไหม

                เด็กชายผงกศีรษะรับ ดวงตาปรอยเชื่อมเพราะเลยเวลานอนมาพอสมควร

                ปกติแล้วพีร์จะเป็นคนจัดการเอาลูกชายเข้านอนเสมอ บ่อยครั้งที่มุทิตาเคยได้ยินเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากของเด็กน้อยดังลอดออกมาจากประตูบานใหญ่นั้น ทว่าเมื่อคุณพ่อลูกอ่อนต้องออกไปทำงานเช่นนี้ หน้าที่ทั้งหมดจึงตกเป็นของปุ้ยแทน

                ทำไมยังไม่นอนฮึ อามดเห็นปุ้ยพาเข้านอนแล้วนี่นา

                นอนแย้ว ตื่นแย้ว แต่ว่า... เจ้าหนูเหนี่ยวร่างโปร่งระหงลงมา เอามือป้องปากกระซิบ อาโม้ดห้ามบอกใคร หนูแกล้งหยับเฉยๆ อาปุ้ยเก๊าะเยยไปนอน

                สาบานได้ว่าเธอจะต้องบอกปุ้ยแน่ๆ เธอโคลงศีรษะอย่างอ่อนใจ

                แล้วเวฟง่วงยัง อามดพากลับห้องเอาไหม

                ม่าย หนูจะนอนนี่

                นอนที่นี่ได้ไง เตียงอาแคบ

                ได้ซี่ เด็กชายบอกอย่างดื้อดึง กระถดตัวเองไปยังริมเตียงด้านหนึ่ง

                ริมฝีปากสีชมพูอ่อนด้วยเลือดฝาดของวัยสาวแย้มยิ้มออกมา นึกขันเมื่อเห็นมือเล็กนั้นตบลงบนที่นอนว่างข้างๆ อย่างเชิญชวน มุทิตามองหาเก้าอี้หรือโต๊ะตัวเล็กมากั้นไม่ให้หนูน้อยตกลงไป สุดท้ายก็ยกโต๊ะญี่ปุ่นที่พับไว้ออกกางชิดขอบเตียงด้านนั้น ก่อนจะนำผ้านวมในตู้มาปูทับอีกที

                เวฟลุกขึ้นกระโดดโลดเต้นอย่างชอบใจ ทราบทันทีว่าคำขอของตนได้รับการอนุญาตแล้ว อาสาวไม่ทันได้คัดค้าน เสียงเพลงของโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นเสียก่อน

                พี่เหม สวัสดีจ้ะ เธอทักออกไปด้วยความยินดีเมื่อเห็นชื่อของผู้ที่โทรเข้ามา

                ได้ข่าวว่าเราจะเป็นเถ้าแก่เนี้ยเหรอ เสียงแหบกระเซ้ามาตามสาย

                ใช่ที่ไหนล่ะคะ แล้วนี่พี่เหมไม่สบายหรือ เสียงแหบๆ นะ

                นิดหน่อยจ้ะ แต่จวนหายแล้วแหละ

                เหมันต์อยากจะตอบออกไปเหลือเกินว่าเขาค่อยยังชั่วเพราะน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยของเธอนี่แล

                เป็นหมอแต่ตัวเองไม่สบายนี่นะ เดี๋ยวก็ได้แพร่เชื้อให้คนไข้หรอกค่ะ

                เอ้า ว่าจะโทร. มาคุยด้วยสักหน่อย เลยกลายเป็นพี่โดนดุแทนงั้นหรือ

                มุทิตานิ่วหน้ากับข้อกล่าวหานั้น มดไม่ได้ดุสักหน่อย พี่เหมก็คุยมาสิคะ

                ได้ยินว่ามดจะเปิดบริษัทบัญชีหรือจ๊ะ พี่ชายลงหางเสียงอย่างเอาใจ แล้วจะมีเลี้ยงพระวันมะรืนนี้ใช่ไหม

                ค่ะ มดกับหนูนาช่วยกัน นี่แม่ฟ้าก็เป็นเจ๊ดันให้สุดฤทธิ์ ไม่รู้จะเข็นขึ้นหรือเปล่านะคะ มดเองก็กลัวๆ เหมือนกัน

                กลัวอะไร น้องพี่กลัวเป็นด้วยหรือ

                โธ่ เป็นซีคะ

                สำหรับเหมันต์ น้องน้อยของเขาเป็นผู้ใหญ่กว่าวัยมาแต่ไหนแต่ไร มุทิตาช่วยเหลือตัวเองทุกอย่างเมื่อสอบเข้าโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาชื่อดังได้และจำเป็นต้องเดินทางไปกลับคนเดียว นอกจากนี้แล้วเจ้าหล่อนยังมีความคิดความอ่านมากกว่าเด็กวัยเดียวกัน

                เหมันต์เคยคบกับรุ่นพี่ในโรงเรียนของน้องสาวอยู่พักหนึ่งถึงขนาดนั่งรถประจำทางอ้อมไปรับทั้งสองคนทุกวันเป็นเวลาหลายเดือน กระทั่งเขาสอบติดคณะแพทยศาสตร์และทุ่มเทให้กับการเรียนมากเข้านั่นแหละความรู้สึกของสาวรุ่นจึงไม่มั่นคงอีกต่อไป เหมันต์ถอยออกมาเพราะรับไม่ได้กับความเอาแต่ใจของเธอ คิดไปว่าปัญหาทั้งหลายคงเกิดจากช่องว่างของวัยนั่นเอง

                ทว่าในยามที่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอคนนั้นเริ่มเปลี่ยนแปลง เหมันต์กลับรู้สึกว่าเขาได้รู้จักมุทิตามากขึ้น เพราะแม้จะอยู่บ้านเดียวกันมาตลอด แต่มันก็ดำเนินไปในรูปแบบต่างคนต่างอยู่เสียส่วนใหญ่ ต่างจากคิมหันต์ซึ่งหญิงสาวสนิทสนมมากที่สุดเพราะอยู่ในวัยเดียวกัน มุทิตาไม่ใช่สาวน้อยช่างเอาแต่ใจ ซ้ำยังชอบหาประเด็นต่างๆ มาถกเถียงด้วยเสมอ เหตุนี้กระมังที่ทำให้เขานึกนิยมเด็กสาวคนนี้ และ ชมชอบ มากขึ้น...มากขึ้น...โดยไม่รู้ตัว

                สิ่งที่เรากำลังกังวลน่ะมันไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยกับใครเลย พี่รู้ว่ามดไม่มั่นใจเพราะเกรงว่าถ้าทำไม่สำเร็จแล้วป้าฟ้าจะเสียหาย เรื่องนั้นพี่ก็สุดจะเดา แต่อย่างน้อยพี่เชื่อว่าป้าฟ้าจะไม่มีทางเสียใจ

                พี่เหม... มุทิตาครางแผ่ว เป็นหมอต้องเรียนจิตวิทยาด้วยใช่ไหมคะนี่

                จ้ะ เรียน แพทย์หนุ่มตอบ เครื่องหมายคำถามประดับใบหน้า ทำไมหรือ

                ทีหลังอย่าเอามาใช้กับมดอีกนะ มดล่ะเกลี๊ยดเกลียด เสียงในตอนท้ายของผู้พูดเปรี้ยวทีเดียว

                เหมันต์หัวเราะก้อง อยากย้อนถามเธอกลับเหมือนกันว่าทำไม แต่เสียงเล็กๆ ที่แทรกเข้ามาก็ทำให้เขาชะงักไป

                อาโม้ด นี่ยูปใคร

                มุทิตาหันไปมองตามเสียงเรียก กรอบรูปบนหัวเตียงอยู่ในมือเด็กน้อย เธออธิบายจนลืมสนใจปลายสายไปครู่หนึ่ง

                พ่อกับแม่อามดจ้ะ

                ป้อกับแม่หยอ เวฟทวนคำ

                เวฟต้องเรียกตากับยายครับ แล้วก็นอนได้แล้วนะ ไม่งั้นอาพากลับห้องจริงๆ ด้วย

                หญิงสาวจัดให้เด็กชายลงนอนดีๆ ก่อนจะคลี่ผ้าแพรสีเขียวมาห่มให้ เสียงเรียกจากโทรศัพท์อีกนั่นแหละที่ทำให้เธอนึกได้ว่าตนคุยกับใครค้างไว้

                ใครหรือมด

                ลูกของไต๋น่ะคะ คนที่ไปรับมดไง พี่เหมจำได้ไหม

                ทำไมเขาจะจำไม่ได้ ไต้ก๋งหนุ่มมาดเนี้ยบคนนั้นที่สัญชาตญาณร้องเตือนเสมอให้เขาระวังหมอนั่น หรือหากมองย้อนกลับไป เขาเองเคยเข็ดขยาดเด็กหญิงมุทิตาอยู่พักหนึ่งก็เพราะสายตาคมจัดและคำตำหนิกลายๆ จากผู้ชายคนนั้นนั่นแหละ

                เถอะ อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับความจริงที่ว่าหมอนี่มีห่วงผูกคอแล้ว

                แล้วทำไมเขามานอนกับมดล่ะ

                ไต๋ไม่อยู่ค่ะ ออกเรือไปหลายวันแล้ว

                เหมันต์ไม่ทันจับกระแสความห่วงใยในน้ำเสียงนั้น

                ท่าจะติดอามดเหมือนเจ้าปกกระมัง

                ติดอย่างเดียวยังพอว่าค่ะ ขออย่าเหมือนตาปกอีกคนเลย รายนั้นพลังเหลือเฟือจริงๆ

                เสียงทางโน้นหัวเราะก้องมาอีก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงไอโขลกแทน

                เท่านี้ก่อนเถอะค่ะ พี่เหมพักผ่อนดีกว่า ไอน่ากลัวจัง มุทิตาตัดบท

                จ้ะ ก็ได้ ขอบใจที่เป็นห่วง พี่ชายตีขลุม มะรืนนี้พี่คงได้เจอมดสักที

                สองวัน...สองวันเท่านั้นเอง... ไม่นานเลยหากเทียบกับระยะเวลาหลายปีที่เขาเฝ้ามองกุหลาบดอกนี้ค่อยๆ ผลิบาน

............................................................

     เขามีแต่พ่อสื่อแม่สื่อ แต่สงสัยพี่พีร์จะอาศัยลูกคอยเกาะติดมดแน่ๆเลยค่ะ

     ตอนหน้ามารอเจอสามหนุ่มพี่น้องยกขบวนมาหามดกันนะคะ บันเทิงแน่นอนนน


     ป.ล. ที่เพจไรต์มีกิจกรรมให้ร่วมสนุกลุ้นรับหนังสือนิยาย #น้ำค้างเปื้อนสี อยู่นะคะ หมดเขตวันศุกร์นี้ ไปเล่นกันได้นะคะ https://www.facebook.com/bhapimol.pimolbha/photos/a.694414810589573.1073741829.684764078221313/1525707270793652/?type=3&theater

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #30 fsn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 22:04
    กลืนน้ำลาย ไต๋ สามหนุ่ม และคุณนายป้า สู้ๆ นะ หนูมด

    ปล แต่ชอบประโยคที่ว่า อย่าทิ้งความตั้งใจเพียงเพราะกลัว สะท้อนมุมมองที่ดีของป้านะคะ และก็สะท้อนว่า คนเราก็มักมีความไม่สมบูรณ์แบบกัน
    #30
    1
    • #30-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 12)
      23 พฤษภาคม 2560 / 15:44
      จริงๆป้าใจดีนะคะ แต่เข้มงวดมากกกกก
      #30-1
  2. #24 ปัน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 10:47
    น้องเวฟนี่น่ารัก น่าหยิกจัง อยากให้มีน้องเวฟเยอะ ๆ
    #24
    1
    • #24-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 12)
      20 พฤษภาคม 2560 / 15:29
      ได้มันเขี้ยวอีกเรื่อยๆเลยค่า ^^
      #24-1
  3. #23 Singlegirl (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 16:25
    ไต๋คะกลับบ้านเถอะค่ะ นู๋มดขโมยน้องเวฟ เอ๊ยๆๆๆ น้องเวฟ เข้ามานอนกับอามดแล้วค่ะ
    #23
    1
    • #23-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 12)
      19 พฤษภาคม 2560 / 16:48
      5555 เวฟขโมยซีนหมดแล้วค่ะ
      #23-1
  4. #22 Shiborii (@ichomp) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 19:23
    ไต๋รีบมาง้อหนูมดตะนอยเร็วๆนะค้า
    #22
    1
    • #22-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 12)
      19 พฤษภาคม 2560 / 15:26
      ตอนหน้ามาเจอกับไต๋ต่อนะคะ
      #22-1