ตอนที่ 11 : บทที่ ๖ (๑๐๐%) รอยประทับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 885
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    15 พ.ค. 60

กลีบและก้านของดอกไม้ริมทางลู่ไปตามแรงลมจากรถกระบะที่วิ่งผ่านอย่างรวดเร็ว เจ้าของรถกดแตรลั่นเมื่อมาถึงทางตันอันเป็นรั้วเหล็กสูงใหญ่ สาวจ้ำม่ำวิ่งกระหืดกระหอบมาจากหลังตัวบ้าน แก้มแดงสุกปลั่งมองเห็นได้แม้ซ่อนไว้ภายใต้สีผิวคมขำ

                สาวใหญ่วัยใกล้เกษียณกระโดดผลุงลงมาจากตัวรถซึ่งสูงกว่าปกติ โดยไม่ได้คำนึงถึงอาการบาดเจ็บอันอาจจะเกิดขึ้นได้เพราะวัยที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน คว้าสัมภาระต่างๆ มาด้วยก่อนจะตรงดิ่งเข้าบ้านราวพายุพัด

                มดเอ๊ย อยู่ไหมลูก! มด... เสียงแข็งดังขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงอารมณ์

                นอกจากจะทำให้คนในบ้านแตกตื่นกันหมดแล้ว เวฟซึ่งนอนหลบมุมอยู่ข้างเก้าอี้ยาวถึงกับเดินงัวเงียออกมา ดุจนภาแทบจะแผดเสียงเมื่อเห็นว่าเด็กน้อยก็อยู่ที่นี่ ไอ้หลานทรพีของเธอออกไปกับมุทิตาแค่สองคนสินะ ใบหน้าเหี่ยวย่นยิ่งยับยู่ กระนั้นเจ้าตัวก็ยังไม่ยอมหยุดเรียกหาหญิงสาวอย่างมีหวัง

                แตงสะกิดให้ปุ้ยอุ้มเด็กชายออกไป แม่ครัวอยู่กับครอบครัวนี้มานานพอที่จะรู้วิธีรับมือกับอารมณ์อันแปรปรวนของผู้เป็นนาย

                ดุจนภาเป็นลูกสาวคนโตของครอบครัวชาวประมง เมื่อครั้งบิดามารดากำลังตั้งตัวก็ได้ลูกสาวคนนี้เป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการเลี้ยงดูน้องชายและน้องสาว ทว่าลึกลงไปแล้ว ไม่มีใครทราบว่าเธอแอบอิจฉาน้องๆ เพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับน้องสาวคนเล็ก ...มารดาของพีร์นั่นเอง

                วิชุดาได้เล่าเรียนจนจบปริญญา ได้แต่งงานกับคนรัก และมีครอบครัวอันอบอุ่น แต่ชีวิตจริงเหล่านั้นของน้องสาวกลับเป็นเพียงแค่ความฝันของพี่สาวคนโตอย่างเธอ คนที่ต้องทำงานหนักและดิ้นรนมาทั้งชีวิต

                ปมในใจเหล่านี้ทำให้ดุจนภากลายเป็นคนขาดๆ เกินๆ ใครว่ามีแต่เด็กเท่านั้นที่มีปัญหา ในเมื่อสักวัน เด็กมีปัญหา นั้นได้เติบโตมาอย่างแคระแกร็นจนกลายเป็น ผู้ใหญ่มีปัญหาเช่นหญิงชราที่กำลังแผดเสียงอยู่นี่อย่างไร

                ฝ่ามือชื้นเหงื่อบีบมือบนตักของคนที่พยายามสงบสติอารมณ์ ยาดมถูกแกว่งไปมาบริเวณปลายจมูก ดุจนภาหายใจเข้าลึก...นาน... ก่อนจะเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันระบายความอัดอั้นตันใจออกมา

                ฉันชักจะหมดความอดทนแล้วนะแตง ไอ้พีร์มันยั่วฉัน มันอยากให้ฉันบ้าตาย

                พูดเรื่องอะไรฮึคุณ คนฟังยังจับต้นชนปลายไม่ถูก

                อย่าทำเป็นไม่รู้หน่อยเลย มีคนคอยให้ท้ายตลอดอย่างนี้ล่ะซี้มันถึงได้ผยองนัก ดุจนภามองตาขุ่น มันรู้ว่าฉันหวงมดมากแค่ไหนแล้วยังมีหน้าหาโอกาสมาแทรกจนได้ ฉันขอมันแล้วนะแตง เข้าใจคำว่าขอ ใช่ไหม แต่มันไม่พูด...ไม่รับปากอะไรเลย มันจะประชดฉัน ไอ้พีร์...ไอ้ทรพี...มันอยากให้ป้ามันอกแตกตาย

                โธ่ ในเมื่อรู้ว่าเขาแค่ประชดแล้วจะเอามาใส่ใจทำไมเล่าคะ

                สาวใหญ่เงียบไป เป็นเพราะเห็นด้วยหรือเหนื่อยก็สุดรู้ แตงใช้จังหวะนี้รุกต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยดุจเดิม มือข้างที่ไม่ได้เกาะกุมมือของอีกคนบนหน้าตักก็แกว่งไกวยาดมให้ไม่ขาด

                อย่าหาว่าอิฉันบังอาจสอนเลย ไต๋น่ะโตแล้ว คุณต้องไว้ใจแกบ้าง บางทีอิฉันก็เห็นเขาเหมือนจะน้อยใจ แม่ครัวรีบแจงต่อเมื่อได้ยินเจ้านายทำเสียงขึ้นจมูก แต่ผู้ชายเขาไม่แสดงออกหรอกค่ะ คุณก็แข็ง หลานก็แข็ง แล้วอีแบบนี้เมื่อไรจะเข้าใจกันสักที ถ้าคนกลางอย่างหนูมดรู้เข้า แกนั่นแหละจะลำบากใจที่สุด

                ดุจนภานิ่งฟัง ใจพลอยคล้อยตามอยู่บ้างเมื่อนึกถึงแววตาเปล่งประกายของคนกลลางซึ่งถอดเค้ามาจากบิดาไม่มีผิดเพี้ยน หากยังมิวายขอให้ได้แย้ง

                เธอก็ให้ท้ายมันอยู่ดี ฉันอยากจะยกมันให้เป็นหลานแทนเสียเลย เอาไหม

                แตงส่ายหน้าพร้อมกับผ่อนลมหายใจ เจ้านายของเธอไม่ได้เข้าใจถึงต้นเหตุแห่งปัญหาสักเท่าไรเลย ถ้าหลานชายมาได้ยินประโยคเมื่อครู่นี้เข้าคงได้น้อยอกน้อยใจไปใหญ่ เขาใช่คนช่างพูดเสียที่ไหน มีอะไรคงได้แต่เก็บงำไว้ในใจอีกตามเคย

                แล้วนี่ไปกันนานหรือยัง

                นานแล้วล่ะค่ะ อีกเดี๋ยวก็คงมา อุ๊ย! อายุยืนจริงๆ เลย พูดปุ๊บมาปั๊บ คนเก่าคนแก่อุทาน

                มุทิตากลับมาพร้อมตะกร้าใบเขื่อง ข้างกายของเธอปรากฏร่างของคนที่สตรีบนเก้าอี้ยาวไม่อยากเห็นหน้ามากที่สุด ทว่าดุจนภาจำต้องเก็บกดความรู้สึกนั้นไว้อย่างที่แม่ครัวเตือน

                ถ้าไอ้คนอกตัญญูทำไปเพราะประชด มันจะได้รู้ว่าทุกสิ่งที่ทำลงไปนั้นไม่มีความหมายอะไรต่อเธอเลย ใช่... เธอต้องไม่เต้นตามเกมของมัน

                พาน้องไปไหนมา แล้วนี่ตะกร้าอะไรฮึลูก น้ำเสียงที่ใช้อ่อนโยน รื่นหู

                ชายหนุ่มหรี่ตามองอย่างเคลือบแคลง ไม่มีทางที่ป้าจะไม่รู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีแตงอยู่ข้างๆ

                มดทำอาหารไปฝากลูกน้องของไต๋ค่ะ เกรงใจเขา ไม่อยากให้พวกเขารู้สึกว่าเด็กที่ไหนไม่รู้ทำให้ลำบากแล้วยังแล้งน้ำใจ

                หญิงสาวแนบดวงหน้าลงกับท่อนแขนของผู้สูงวัย ท่าทางคลอเคลียนั้นราวกับลูกแมวน้อยๆ ก็ไม่ปาน ดูเถอะ จากน้องน้อยที่เคยเป็นลูกหมาแสนซน...แก่นแก้ว... มาวันนี้กลับกลายเป็นลูกแมวขี้อ้อนไปได้

                จะเสร็จวันไหน ไว้เสร็จก็บอกพวกนั้นมากินอยู่นี่สิ แม่เลี้ยงเอง หนูไม่ต้องลำบาก

                พีร์รู้สึกเหมือนถูกฉุดออกจากภวังค์ด้วยน้ำใจอันเหลือเชื่อจากป้า

                นั่งซี แกจะยืนค้ำหัวผู้ใหญ่หรือไง

                ไต้ก๋งหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้เดี่ยว แต่ไหนแต่ไรที่ป้ามักจะกวดขันเขาเรื่องมารยาทและการวางตัว

                อย่าให้อาชีพการงานทำให้ใครมันดูถูกได้ว่าเป็นพวกใช้แรงงานมากกว่าสมอง ไอ้คนพวกนี้แหละที่มองคนแต่ภายนอก...หลงวัตถุ...นิยมใบปริญญา ตราบใดที่แกไม่มีปัญญาหาสิ่งเหล่านั้นมาโชว์เป็นเครื่องประดับร่างกายหรือแปะเป็นวอลเปเปอร์ข้างฝา การวางตัวนี่แหละที่จะทำให้มันไม่กล้าตำหนิเรา

                คำสอนทั้งหมดถูกเก็บไว้อย่างดีในลิ้นชักสมองของหลานชาย ในเมื่อเขาไม่มีทั้งสองสิ่งที่ป้าเอ่ยมา มารยาทจึงเป็นสิ่งเดียวที่เขาต้องรักษาให้ดี

                พรุ่งนี้ก็เสร็จแล้วครับ

                จริงเรอะ แหม ไวดีจัง ผู้สูงวัยชมด้วยน้ำเสียงเหยียดๆ แม่ให้เขาทาสีให้ใหม่ แต่ไม่ได้เลือกสีหรอกนะ ลืมน่ะ ไม่รู้ตกลงใครเลือก

                สีอ่อนสบายตาดีจ้ะแม่ พี่มิ่งบอกมดว่าไต๋เป็นคนเลือก

                ไม่ยักรู้ ไปเลือกมาเมื่อไร

                เมื่อวานเย็นครับ ตอนที่ป้าโทร. ไปผมอยู่กับมันพอดี

                หญิงสาวลุกขึ้นราวกับไม่รับรู้ถึงสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างป้าหลาน

                แม่คุยกับไต๋ไปก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวมดขอเอาตะกร้าไปเก็บก่อน

 

                เสียงเคาะถ้วยเคาะจานเงียบลงไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ทิ้งไว้เพียงเสียงหวีดหวิวของสายลมราวกับว่าพายุฝนกำลังจะมา บรรดาลูกเรือทั้งหลายกลับไปแล้วหลังอิ่มแปล้และเมาพับไปตามๆ กัน วันนี้ดุจนภาใจป้ำเป็นพิเศษ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกับแกล้มจึงถูกลำเลียงมาไม่ขาด

                แต่สิ่งนอกเหนือความคาดหมายกว่านั้นคือการที่เจ้ามือมื้อนี้ยอมออกมาร่วมวง เรียกเสียงเฮจากเหล่าชายฉกรรจ์ได้เป็นอย่างดี พีร์เองก็ผ่อนคลายลงแม้จะอดเคลือบแคลงสงสัยในน้ำใจของป้าไม่ได้

                สาวๆ แม่ครัวจำเป็นทั้งสามขลุกอยู่ในครัวเกือบตลอดเวลาหลังแม่ครัวตัวจริงถูกหนุ่มๆ ดึงตัวไว้ บ้างผลัดกันทอด บ้างผลัดกันยำ โดยมีเวฟคอยวิ่งไปวิ่งมาช่วยป่วนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กระทั่งเริ่มพลบค่ำแตงจึงมาตามมุทิตาออกไป

                เฮ้อ จริงๆ เลยหนุ่มๆ พวกนี้ เมื่อไรจะรีบอิ่มรีบกลับก็ไม่รู้ สุ้มเสียงบ่นกระปอดกระแปดนั้นไม่ได้ทำให้คนฟังเชื่อถือตามแต่อย่างใด ตรงกันข้ามทั้งสามสาวแอบสบตากันยิ้มๆ

                มุทิตาถูกดึงให้นั่งลงข้างๆ สตรีสูงวัย หลายคนคะยั้นคะยอให้เธอร่วมดื่มด้วย หากหญิงสาวยังคงบ่ายเบี่ยง เธอเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่ามารดาบุญธรรมนั้นเป็นพวก คอทองแดง เหมือนกัน

                ลองสักหน่อยสิลูก ในบ้านเราเองไม่เป็นไร คนชวนคงมึนได้ที่ถึงเอ่ยออกมาอย่างนั้น

                ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยดื่มเครื่องดื่มมึนเมามาก่อน เธอไม่ใช่สาวน้อยเรียบร้อยอ่อนหวาน เพียงแต่ติดตรงที่เกรงใจดุจนภาเท่านั้น แต่ในเมื่อท่านเอ่ยชวนอย่างนี้แล้ว หญิงสาวจึงยอมยกแก้วขึ้นจิบเล็กน้อย ไม่อยากทำตัวให้เสียบรรยากาศแต่อย่างใด

                สาวใหญ่ขอตัวผละไปหลังเสียงนาฬิกาตีครบสิบครั้งโดยมีมุทิตาฉวยโอกาสนี้ลุกตาม นัยน์ตาคมปลาบซึ่งฉ่ำหวานเป็นพิเศษด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์แลตามร่างแบบบางนั้นไปไม่วางตา

                ตลอดเวลาบนโต๊ะอาหารไต้ก๋งหนุ่มไม่แม้แต่จะเหลือบมองเจ้าหล่อนเลยสักครั้งทั้งที่นั่งตรงข้ามกัน พีร์ไม่เข้าใจตนเองเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ต้องการให้ป้ารับรู้ถึงความสนิทสนมระหว่างเขากับเธอ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงสมใจ...สะใจที่ได้ทำให้ป้าหัวหมุน ทว่าตอนนี้ชายหนุ่มกลับไม่ต้องการให้ป้ารู้ถึงความสัมพันธ์ที่กำลังพัฒนาขึ้นช้าๆ เขาจะรอ...รอให้แน่ใจว่าเธอรู้สึกกับเขาเช่นไร

 

                เกือบสามยามแล้วทั้งบ้านจึงเงียบกริบ มุทิตาโหย่งเท้าไปตามระเบียง เธอตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยรู้สึกกระหายน้ำ แต่แล้วหญิงสาวสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ๆ ไฟในครัวติดพรึบ แทบจะสำลักน้ำเมื่อแลเห็นร่างเปลือยเปล่าท่อนบนเดินเข้ามาใกล้

                แผงอกสีทองแดงหนาด้วยมัดกล้ามอย่างคนทำงานหนัก เธอแอบนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นแอลกอฮอล์โชยมาจากร่างหนาข้างกาย

                มาทำลับๆ ล่อๆ อะไรดึกดื่น เจ้าของเสื้อสีเข้มที่พาดบนบ่าเอ่ยทักขณะกดกระติกน้ำร้อน ท่อนแขนล่ำของเขาเฉียดลำแขนเรียวของเธอแค่เส้นยาแดง

                เปล่า...เปล่านะคะ มดแค่ลงมาดื่มน้ำ รีบปัดข้อกล่าวหาจนลิ้นพันกัน ก่อนจะรู้ตัวว่าพลาดเสียแล้วเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอลอยมา

                ง่วงจะตายอยู่แล้ว ไม่น่ารับปากป้าเลย เขาบ่นลอยๆ

                หัวค่ำที่ผ่านมา ไต้ก๋งหนุ่มถูกลูกน้องกดดันให้บอกป้าว่าจะไปดักจัดการกับคนที่มาเช่าเรือแล้วไม่ยอมจ่ายเงินระหว่างหมอนั่นกลับเข้าท่าแต่เช้ามืดให้ หลังดุจนภาอิดออดไม่ยอมมาร่วมวงโดยอ้างว่าเกรงจะตื่นไม่ไหว พีร์รับอาสาส่งๆ ตัดรำคาญ ไม่คิดว่าตนจะต้องทนรับกรรมทั้งที่ตาแทบปิดอยู่รอมร่อแบบนี้

                คอยดูนะไอ้พวกยุส่งทั้งหลาย เขาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างแค้นเคือง

                ให้มดไปแทนก็ได้ค่ะ มดเคยเจอไต๋คนนี้พร้อมแม่ฟ้า แล้วตอนนี้ก็หายง่วงแล้ว

                ไม่มีทาง” เขาค้านเสียงเฉียบขาด ก่อนประคองถ้วยกาแฟไปนั่งที่เก้าอี้ข้างโต๊ะเตรียมอาหาร “ถ้าคุณไม่ง่วงจริงก็มานั่งเป็นเพื่อนคุยผมหน่อยแล้วกัน

                ถ้าอย่างนั้นมดทำอะไรให้ทานรองท้องก่อนไหมคะ ไข่ลวกหรือไข่ดาวดี เธอถามพลางสำรวจตู้เย็น

                คนฟังลังเลเล็กน้อยก่อนส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่ดีกว่า ขืนอิ่มผมคงได้ตาปิดแน่ แค่เพื่อนคุยก็พอ โอเค้

                มุทิตายิ้มน้อยๆ กับสำนวนวัยรุ่นนั้น ดูอย่างไรก็ไม่เหมาะกับตัวผู้พูดเลยสักนิด เขาช่างเจรจามากขึ้นซึ่งอาจเป็นผลมาจากปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด บางทีนะ... บางที... เธอน่าจะลองใช้โอกาสนี้ถามถึงสิ่งที่เธออยากรู้มาตลอดสามวัน

                โชคดีของหญิงสาว เมื่อเธอหันไปเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งพีร์ได้ใส่เสื้อเรียบร้อยแล้ว มุทิตานั่งลงบนเก้าอี้เยื้องๆ กัน เผลอกระแอมเสียงดังจนตัวเองยังตกใจ

                วันนี้อากาศดีนะคะ พูดไปแล้วก็แทบเขกหัวตัวเอง มีเสียงฟ้าร้องครืนใหญ่ดังตามมา

                ชายหนุ่มกลั้นหัวเราะ ซ่อนดวงตาพราวระยับไว้หลังถ้วยกาแฟ

                มีอะไรก็พูดมาเถอะ คนง่วงนอนถามอย่างอ่อนโยน หวังให้เธอผ่อนคลาย

                น่าแปลกที่น้ำเสียงที่เธอเคยชอบมาคราวนี้กลับทำให้หญิงสาวหมั่นไส้พิกล คิดไปเองว่าเขาดูจะรู้ทันทุกอย่างจนเจ้าตัวเผลอกัดปากล่างด้วยท่าทางแสนงอน

                ท่าจะง่วงแล้วกระมัง ขึ้นไปนอนก็ได้

                เปล่าค่ะ

                จริงน่ะ เห็นคุณหงุดหงิดแบบนั้นผมก็นึกว่าง่วงเหมือนสมัยเด็ก

                เธอยังเด็กจริงๆ นั่นแหละ ดูซี แค่เขาลองหยอดเรื่องราวในอดีตไปหน่อย ลูกแมวน้อยก็ตาโตเป็นประกาย เธอคงจะตะครุบมือเขาแล้วถ้าไม่ยั้งตัวเองไว้ได้เสียก่อน

                บอกหน่อยสิคะ มดอยากรู้จริงๆ ว่าเมื่อก่อนเคยเรียกไต๋ว่าอะไร ถามคนนู้นคนนี้หมดแล้วก็ไม่มีใครรู้สักคน ...นะคะ บอกมาเถอะ

                หลอกถามผมนี่นา

                แค่ลองถามค่ะ ไม่ใช่หลอกถาม เธอกัดฟันตอบ กรุ่นๆ จะโมโห

                อย่าเพิ่งโกรธซีมดตะนอย เสียงทุ้มห้าวนั้นทอดยาว...หวาน...ดั่งธารน้ำผึ้ง เอาล่ะ พี่ยอมแล้ว ขอโทษที่ตีรวนเธอมากไป

                คำเรียกขานที่เปลี่ยนไปสะกดหญิงสาวได้ชะงัด ดวงตากลมรีสีน้ำตาลแลสบนัยน์ตาคมดุซึ่งทอแสงอ่อนลง นวลแก้มที่เคยมีสีชมพูระเรื่อด้วยเลือดฝาดของวัยสาว มาบัดนี้ค่อยๆ เข้มขึ้นตามกระแสโลหิตสูบฉีดแรง มุทิตาหลุบสายตาลงต่ำ พยายามซ่อนความหวามไหวภายในมิให้เอ่อล้นออกมา

                ลองถามอีกทีสิ คราวนี้สัญญา จะตอบ

                น้องน้อยยังลังเล พี่ชายจึงแสร้งเสียดาย

                หรือไม่อยากรู้แล้ว

                อยากค่ะ

                ไม่จริงมัง เสียงสูงกวนอารมณ์ดังมาจากด้านหลังเมื่อเขาลุกจากเก้าอี้

                มุทิตาแอบค้อนกับลมกับแล้ง ความรู้สึกแปลกใหม่ในใจที่ท่วมท้นขึ้นมากลับคืนสู่ภาวะปกติ เธอฉอดๆ เอากับเขาว่า จะไม่บอกใช่ไหมล่ะคะ มดก็ชักจะไม่อยากรู้แล้วแหละ คิดว่าถือไพ่เหนือกว่าเลยเล่นตัวหรือไง

                ไต้ก๋งหนุ่มหัวเราะออกมาเต็มเสียง ประโยคหลังที่เธออุบอิบออกมานั้นชัดทีเดียว

                ดื่มนี่หน่อยเป็นไร จำได้ว่าเธอชอบ

                กลิ่นหอมหวานติดจะขมลอยมาจากถ้วยตรงหน้า หญิงสาวมองผู้มีน้ำใจด้วยความฉงน พีร์หย่อนกายลงตรงข้าม ความสูงของเขาทำให้ขาทั้งสองข้างสะกิดโดนปลีน่องเรียวใต้โต๊ะแคบๆ นั้น มุทิตานั่งหลังตรงชิดพนัก กระถดเก้าอี้ไปข้างหลังหน่อยหนึ่ง

                เมื่อก่อน... มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งชอบนอนดูดขวดนมหนุนตักพี่ นมรสช็อกโกแลตแบบนี้นี่แหละ ไม่ยอมนอนเฉยๆ ด้วยนะ ต้องให้พี่เล่านิทานให้ฟังจนกว่าจะหลับ พอพี่ขยับตัวหน่อยล่ะก็เป็นต้องตื่นทุกที สงสารพี่บ้างไหมนี่ กระดิกไปไหนไม่ได้ แถมขายังชาอีกต่างหาก

                จริงหรือคะ เธอยิ้มชอบใจ มีอีกไหมคะ มดอยากฟัง...ชอบฟัง

                มีสิ วีรกรรมของเด็กหญิงมดตะนอยน่ะน้อยเสียเมื่อไร เขาเอ่ยกลั้วหัวเราะ ก่อนกล่าวสืบไปอีกว่า อายุแค่ห้าขวบแต่ซนเหลือเกิน ซน...แล้วก็ฉลาดเสียด้วยซี ฟ้อนเล็บใส่หน้าลูกชายคนเล็กของลุงทิวกับป้าวัน แค่นั้นไม่พอ ยังรีบไปฟ้องพ่อแม่เขาอีกแน่ะว่าโดนหมอนั่นร้องเพลงล้อก่อน เพลง มดตัวน้อยตัวนิดนั่นไง

                ยัง...ยังมีอีก เราน่ะแก่นมากรู้ไหม กล้าวิ่งเล่นกับเด็กวัดทั้งที่ไม่รู้จักเขา หกล้มก็ไม่ร้องไห้ พี่ยังคิดอยู่เลยว่ามดตะนอยตัวนั้นท่าจะไม่มีต่อมน้ำตาเสียกระมัง ว่าไง มีไหมฮึ...มดตะนอย

                แววตาคู่ที่มักจะบอกความรู้สึกต่างๆ อย่างซื่อตรงกับใจไหวระริก พีร์เชยคางมนขึ้น นิ้วหัวแม่มือใหญ่ซับน้ำตาที่หยาดลงมาตามร่องแก้มอย่างอ่อนโยน

                แค่ถามเท่านั้นเอง พิสูจน์ทำไม ไม่ต้อง...ไม่ต้องเลย ชายหนุ่มเสพูดเป็นเรื่องตลก พยายามกดความหวามไหวในอกอันเกิดจากผิวนุ่มละมุนมือกลับลงไป ทว่าคนตรงหน้าไม่ให้ความร่วมมือสักนิด ดวงหน้าที่ล้อมกรอบด้วยเส้นผมยาวดำยามเหม่อลอยของเธอคงคล้ายภาพนางในฝันของใครหลายคน

                สัมผัสอุ่นวาบบริเวณหน้าผากปลุกหญิงสาวให้ตื่นจากภวังค์ เปลือกตากะพริบปริบด้วยความมึนงง ก่อนจะสำนึกถึงความใกล้ชิดของร่างสูงใหญ่ที่เคลื่อนกายมาใกล้เธอตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ แก้มนวลพลันร้อนซู่ รอยประทับเมื่อครู่ยังตราตรึง

                ไม่อยากรู้แล้วหรือว่าเธอเคยเรียกพี่ว่าอะไร

                มุทิตาส่ายหน้าดิก นึกอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้ยิ่งกว่าอื่นใด

                ทำไม

                ง่วง...ง่วงแล้วค่ะ เธอตอบห้วนๆ หาทางเบี่ยงตัวออกจากปราการหนาซึ่งยืนบัง

                โกรธพี่หรือมดตะนอย โกรธทำไม พี่ชายบ้านนู้นเขาไม่หอมน้องสาวกันหรอกหรือ พีร์ถามพร้อมกับถอยห่างออกมาเล็กน้อย

                แก้มสาวร้อนผ่าวขึ้นมาอีกเมื่อได้ยินคำกิริยาที่เขาใช้

                ไม่...ไม่ค่ะ โตๆ กันแล้ว

                งั้นเหรอ พี่ยังเห็นเธอเป็นเด็กทุกทีสิน่า เสียงห้าวกังวานแจ่มใสนัก คำตอบของเธอทำให้เขาปลอดโปร่งบอกไม่ถูก ดื่มนมให้หมดแล้วพี่จะไม่กักเธอไว้อีก

                คนที่บังเอิญตื่นมากลางดึกรีบซดนมอั้กๆ หมดแล้วก็แทบจะถลาออกไปทันที

......................................................

     แค่หอมน้องจริงๆ เหรอพี่พีร์ >///< ความร้ายแบบเนียนๆนี้อันตรายนะคะไรต์ว่า

     เอาใจช่วยมดไม่ให้ตกหลุมพรางพี่พีร์กันนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #29 fsn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 22:04
    แหม๋ เสือพี มาละ
    #29
    1
    • #29-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 11)
      23 พฤษภาคม 2560 / 15:43
      ฮือออ คนนี้ร้ายลึกค่ะ
      #29-1