ซ่อนไว้ในเกลียวคลื่น (ฉบับอีบุ๊ก 2560)

ตอนที่ 13 : บทที่ ๗ (๑๐๐%) ลูกสื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 715
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    20 พ.ค. 60

ทันทีที่ก้าวขึ้นฝั่ง ไต้ก๋งหนุ่มก็ได้ทราบข่าวจากคนรู้จักของป้าว่าวันนี้จะมีทำบุญเลี้ยงพระที่บริษัทบัญชีของมุทิตา เขาอยู่คุมคนงานจนทุกอย่างเรียบร้อยด้วยความร้อนใจ กว่าจะเสร็จฟ้าก็เริ่มสางพอดี

                ลูกชายคนเดียวอยู่ในเสื้อยืดตัวใหม่ซึ่งเขาไม่เคยเห็น เด็กน้อยแกว่งดาบพลาสติกในมือขณะวิ่งมาหา พีร์จูบลูกชายลวกๆ พลางสอดส่ายสายตาหาหญิงสาวอีกคนพร้อมๆ กัน

                อามดล่ะลูก เขาถามในที่สุดเมื่ออับจนด้วยสายตา

                อาโม้ดอยู่กับย่า ย่าบอกว่าปู้หญิงจะคุยกัน อย่ายุ่ง!”

                ชายหนุ่มหัวเราะหึ เดี๋ยวพ่ออาบน้ำแป๊บหนึ่ง จะรอนี่หรือไปด้วย

                ยอนี่คับ!” เวฟทำวันทยหัตถ์

                ชายหนุ่มวางลูกลงแล้วขึ้นบันไดไป นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันที่ลูกชายไม่ติดตนดังเคย หากยังไม่ทันที่ตนจะเปิดประตูห้อง เสียงเรียกจากสุดปลายระเบียงก็หยุดเขาไว้เสียก่อน

                กลับมาแล้วเรอะ ดุจนภาทัก

                ครับ

                ได้เยอะไหมล่ะ

                ครับ พอสมควร

                แกมาก็ดี กำลังคิดอยู่ว่าจะให้ใครไปรับพระ ว่าแล้วก็เดินลงบันไดไป

                หลานชายยืนงงอยู่ตรงนั้น แม้จะเป็นเพียงคำถามตามมารยาทก่อนวานใช้ ทว่าสำหรับคนอย่างเขาซึ่งป้าไม่เคยสนใจใยดีแทบจะเรียกได้ว่ามหัศจรรย์

                ไม่ต้องพูดถึงความห่วงใยยามเกิดพายุร้าย บ่อยครั้งที่เขาต้องเผชิญกับความโหดร้ายเพียงลำพัง ความโหดร้ายที่ร้ายกาจยิ่งกว่าภัยธรรมชาตินัก ...ด้านมืดของจิตใจมนุษย์ที่สามารถทำลายได้ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้กระทั่งชีวิตตัวเอง

 

                กับข้าวห้าอย่างเองรึแตง ไม่น้อยไปเรอะ

                เมื่อวานคุณสั่งไว้เท่านี้นี่คะ แม่ครัวสวนมาจากหน้าเตา

                แล้วของหวานล่ะ

                หนูนารับปากว่าจะจัดการให้จ้ะแม่

                ถ้าอย่างนั้นให้พีร์มันเอาไปไว้นู่นก่อนแล้วกัน สรุปกับตนเอง

                เสียงดุจนภาตะโกนเรียกหลานชายดังมาจากข้างนอก มุทิตาเตรียมจานชามและช้อนส้อมบรรจุลงในกล่องพลาสติก แตงและปุ้ยช่วยกันตรวจดูหม้อต่างๆ ขณะที่เน้ยเริ่มทำความสะอาดครัว

                มด! มานี่แน่ะลูก มาดูว่าใครมา มารดาบุญธรรมร้องเรียกเสียงสูง

                หญิงสาวเกือบชนกับร่างสูงหนาของคนที่เดินสวนเข้ามา รู้แน่แล้วว่าผู้มาเยือนจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากครอบครัวแสงบุญ รอยยิ้มเยื้อนด้วยความปีติยินดีจึงกระจายทั่วดวงหน้า พีร์ได้แต่มองตามเจ้าของหน้าผากเกลี้ยงเกลาที่เกือบกระแทกคางของเขาอย่างขุ่นใจ

                พ่อทิว แม่วัน คิดถึงจังจ้ะ จมูกโด่งรั้นสูดกลิ่นแก้มของผู้สูงวัยเต็มรัก แขนเรียวโอบไปรอบลำตัวของบุรุษและสตรีทั้งสอง

                เหนื่อยไหมแก ไปๆ เข้าบ้านก่อน สหายเก่าเชื้อเชิญ

                เหนื่อยอาไร้ มีลูกก็ต้องให้ลูกมันขับซีวะ

                เออ งั้นแกอย่าเข้าบ้านนะไอ้ทิว

                มุทิตามองดูเพื่อนเก่าต่อล้อต่อเถียงยิ้มๆ ประหวัดไปคิดถึงบิดามารดาของตนจนได้ คิดอย่างคนที่โหยหาครอบครัวว่าหากตอนนี้พ่อแม่ยังอยู่ ทั้งสามบ้านคงสนิทสนมและมีโอกาสไปมาหาสู่กันบ่อยๆ

                สัมผัสอุ่นทาบลงบนเรือนผมดกดำที่เจ้าของถักเปียไว้หลวมๆ ขณะที่ผู้ใหญ่พากันเข้าบ้าน มุทิตาหันไปส่งยิ้มให้ ทักขึ้นอย่างหาเรื่องว่า...

                หายป่วยหรือยังคะคุณหมอ

                หายแล้วจ้ะ เหมันต์ตอบ น้ำเสียงยังคงอู้อี้เล็กน้อยแม้จะฝืนให้แจ่มใสก็ตาม

                ห่วงกันจริ๊ง ไม่มีทักพี่คนนี้บ้างหรอก คิมหันต์ทะลุกลางปล้อง อ้าวพี่พีร์ สวัสดีฮะ

                คนป่วยจำต้องไหว้ตามด้วยอาวุโสน้อยกว่า เถอะ อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาที่เขาต้องกังวลอีกแล้ว นั่นไง... เด็กชายตัวเล็กๆ คนนั้นไงคือหลักฐานสำคัญ

                ไม่เข้าบ้านหรือ ดวงตาคมจัดแลมายังร่างโปร่งระหงตรงกลาง

                มุทิตาแตะข้อศอกคนใกล้ตัว ไม่กล้าสบตากับอีกฝ่ายซึ่งมองมาราวกับจะสอบสวนเธอ

                เดี๋ยว... พี่เอาหนังสือมาฝาก เหมันต์เดินกลับไปที่รถอีกครั้ง

                นั่นลูกพี่พีร์หรือเปล่าฮะ หรือว่าไม่ใช่ แต่ผมว่าคล้ายนะคิมหันต์เอ่ยตามประสาคนหูตาไว ปากไว

                ชายหนุ่มหันไปมองตามก่อนจะกวักมือเรียกลูกชายแทนการยอมรับในที

                ธุอายัง

                เวฟทำตามอย่างว่าง่ายแต่ไม่วายเกาะติดพ่อแจ

                ชื่ออะไรเรา คิมหันต์ย่อตัวลงถาม

                เว็บคับ

                เฮ้ย! เว็บเหรอ เว็บโป๊หรือเปล่า

                เวฟย่ะ มุทิตาตีไหล่คนช่างเย้าอย่างหมั่นไส้

                พีร์อมยิ้ม ไม่รู้ตัวสักนิดว่าอากัปกิริยานั้นสร้างความแปลกใจแก่หญิงสาวขนาดไหน โธ่เอ๋ย ก็เธอนึกว่าเขาจะโกรธเสียอีก

                หาอามดแน่ะ เดี๋ยวพ่อมา เขารุนหลังลูกชาย แต่เจ้าหนูขืนตัวไว้

                มา อยู่กับอาดีกว่าเนอะ ไหนดูซิว่าอาเหมเอาอะไรมาฝากเอ่ย เธอยื่นมือไปหาเด็กน้อย เป็นเวลาเดียวกันกับที่เหมันต์เดินกลับมาพร้อมถุงกระดาษพอดี

                พีร์ติดเครื่องอย่างฉุนเฉียว ไม่รู้เหมือนกันว่าหงุดหงิดอะไร นิสัยเสียของเขากระมังที่ไม่ชอบให้ใครเห็นคนอื่นสำคัญกว่าตน

                ไต๋! รอด้วยค่ะ!” สาวร่างท้วมวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากตัวบ้าน คุณนายให้หนูไปช่วยคุณหนูนา รอด้วยๆ

                ใครวะนั่น คิมหันต์ถามหลังจากกระเด้งตัวหลบก้อนเนื้อกลมๆ แทบไม่ทัน

                เวฟยึดถุงกระดาษไปเรียบร้อยแล้วขณะที่มุทิตากำลังตอบ ปุ้ยไง ที่เคยเล่นกับพวกเรา

                แม่เจ้าโว้ย! นึกว่าลูกบอลที่ไหนกลิ้งมา เขาอุทาน หยาบคายนักสำหรับคนฟัง

                พี่เหมฟังกิมพูดนะ มดล่ะอยากเรียนทันตแพทย์จริงจริ๊ง แม่จะเลาะฟันทั้งปากเลย หญิงสาวเดือดดาลแทนลูกผู้หญิงด้วยกัน

                ไม่เอาน่า โตแล้วยังทะเลาะกันอีก อายเด็กไหมนี่ เหมันต์ต้องห้ามทัพตามเคย

 

                เกิดความโกลาหลเล็กน้อยภายในตึกแถวสี่ชั้น บรรดาผู้ใหญ่จับกลุ่มสนทนากันไม่หยุดหลังจากพระสงฆ์ทั้งหมดกลับไป และดูเหมือนความวุ่นวายจะเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อเด็กชายสองคนสามารถปรับตัวเข้าหากันได้อย่างรวดเร็ว วิ่งวุ่นไปทั่วราวกับเกิดจลาจลก็ไม่ปาน

                วสันต์พาภรรยาและบุตรชายมาถึงก่อนเลี้ยงเพลไม่นาน แน่นอนว่าว่าที่พี่ชายในอนาคตนั้นสนใจเพื่อนตัวน้อยเป็นพิเศษ ชวนกันเล่นซนและพยายามทำตัวเหนือกว่าตลอดเวลา

                อาโม้ด เวฟเข้ามาเกาะขาคุณอา

                จ๋า หิวยังครับ รออาล้างจานแป๊บนะ

                ป้อไปไหน เจ้าของใบหน้าชื้นเหงื่อเอ่ยถาม

                ไปส่งพระครับ เดี๋ยวก็มา

                ไปกับอาก้องไงจ๊ะ หนูนาแทรก

                เวฟจะเอาอะไรหรือเปล่า บอกอาได้นะ

                ไม่คับ ตอบแล้วก็วิ่งตื๋อตามคนที่มาจี้เอวออกไป

                มุทิตาส่ายศีรษะอย่างเห็นขัน ทว่ารอยยิ้มนั้นต้องจางหายไปเมื่อได้ยินคำกระเซ้าจากเพื่อนที่ยืนเช็ดจานอยู่ใกล้กัน

                อย่างกับแม่ลูกอ่อนเชียวเพื่อนฉัน

                พูดอะไรฮึหนูนา

                ล้อเล่นหรอกน่า ไม่ต้องกลัวพี่เหมได้ยินหรอก คนท้องยังแหย่ไม่เลิก

                เอาอีกแล้ว เธอครางอย่างอ่อนใจ

                ทำอะไรอยู่หรือสาวๆ คิมหันต์เข้ามาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ สองสาวทราบแต่เพียงว่าความวุ่นวายกำลังขยายตัวเข้ามาในห้องนี้

                มาก็ดีแล้ว ช่วยยกอาหารออกไปข้างนอกที น้องสาวบุ้ยใบ้ไปทางปุ้ยที่กำลังตักแกงต่างๆ เพิ่ม

                อะไรวะ ใช้แต่เราทั้งปี นี่กะจะมากินฟรีแท้ๆ

                อุ๊ยต๊าย! พี่ชายแกนี่สุภาพบุรุษจริงๆ เลยมด งั้นฝากจานชุดนี้ด้วยนะคะ ถ้าไม่พอเข้ามาเอาอีกนะ

                คิมหันต์จ้องคนนู้นคนนี้สลับกันอย่างขุ่นเคือง เขาพอจะได้ยินกิตติศัพท์ของเพื่อนน้องสาววัยเดียวกันมาบ้าง แต่ไม่เคยเจอกับตัวเองสักที

                ต่างกับพี่เหมลิบลับเลย หนูนากระซิบไม่เบานักเมื่ออีกฝ่ายเดินลงส้นออกไป

                มีอะไรให้พี่ช่วยเอ่ย หญิงสาวเจ้าของครรภ์อ่อนๆ เอ่ยถาม

                กิมบอกพี่ปานหรือคะ น่าเกลียดจริงๆ มุทิตาเช็ดมือกับผ้าท่าทางเอาเรื่อง

                เราสองคนนี่นะ ตอนแยกกันก็หงอย พอเจอหน้ากันหน่อยล่ะทะเลาะกันเชียว

                มดไม่เคยหงอย พี่ปานอย่ามั่ว

                จ้า ปานวาดส่ายหน้ายิ้มๆ คร้านจะต่อความยาวสาวความยืด จริงสิ คราวก่อนพี่ขอโทษนะที่ไม่ได้ไปส่งมด วันนั้นตาปกตัวรุมๆ

                ค่ะ พี่วะโทร. มาบอกแล้ว

                ไหน มีอะไรให้พี่ช่วยบ้าง พี่สะใภ้ถามหางาน

                ไม่ต้องหรอกค่ะ เหลือแค่ยกออกไป เดี๋ยวเราจัดการกันเอง

                นู่น ให้คนท้องนั่นแหละพัก ปวดหลังปวดขาแย่แล้วมังหนูนา บอกอย่างเข้าใจคนหัวอกเดียวกัน

                แค่นี้จิ๊บๆ ค่ะ หนูนายืนขายก๋วยเตี๋ยวนานกว่านี้ยังไหว คนท้องโย้อวดเก่ง

                เฮ้อ ดีจัง มดกับปุ้ยไปพักดีกว่า ปล่อยสตรีมีครรภ์ทำงานไป หญิงสาวขยิบตาให้อย่างทะเล้น ทว่ายังไม่ทันไรเด็กชายสองคนก็วิ่งเข้ามา

                ปก! อย่าพาน้องวิ่งสิลูก มารดาเอ็ดให้แต่หามีใครสนใจไม่

                ทั้งสองหน่อเกาะแขนเกาะขาคุณอาพร้อมทั้งมองมาอย่างออดอ้อน

                อามดครับ ไปซื้อขนมกันนะครับ พูดเพราะเป็นพิเศษเมื่อหวังผล

                เวฟพยายามจะพูดตามบ้าง หากก็จับใจความได้ยากเต็มที นะอาโม้ด

                ทานข้าวก่อนไม่ดีกว่าเหรอ ทานแล้วอาพาไปซื้อแน่ๆ

                แล้วถ้าอาเหมเปลี่ยนใจล่ะ คนพี่ถามอย่างดื้อดึง อาเหมบอกว่าจะเลี้ยง

                เกี่ยวอะไรกับอาเหม อาสาวนิ่วหน้า

                ก็อาเหมให้มาชวนอามด ถ้าอามดไม่ไปอาเหมก็ไม่พาไป

                สิ้นสุดคำบอกเล่านั้นเสียงผิวปากหวือก็ลอยมาจากเพื่อนสาวซึ่งรู้ทัน กามเทพทำงานแล้วโว้ย สงสารหลานแกหน่อยล่ะมด เด็กมันอยากกินขนมนี่นา จริงไหม เอ้า...บอกอาเขาซีว่าอยากกินขนม

                มุทิตาหนีบต้นแขนคนข้างๆ เสียทีหนึ่ง กลัวว่าสตรีอีกสองคนในห้องนี้จะเข้าใจนัยแห่งคำพูดนั้น หญิงสาวถือจานชามไว้จำนวนหนึ่งและส่งอีกจำนวนหนึ่งให้กับพี่สะใภ้ ก่อนจะพากันออกจากห้องครัวขนาดย่อมนี้ไป เธอไม่รู้หรอกว่าการกระทำเหล่านั้นล้วนแต่สร้างความสงสัยให้คนอื่นมากยิ่งขึ้น

               

                เนื่องจากงานวันนี้ดุจนภาอยากให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบง่ายที่สุด เจ้าของทุนรายใหญ่จึงไม่ได้เชื้อเชิญใครนอกจากครอบครัวของเพื่อนสนิทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตลูกบุญธรรมเธอ ข้าวปลาอาหารต่างๆ ก็ทำกันเอง บรรดาผู้ใหญ่และผู้หญิงนั่งล้อมวงกันวงหนึ่ง ห่างออกไปไม่มากเป็นวงของหนุ่มๆ

               รอยยิ้มกระจ่างตาและเสียงหัวเราะของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มซึ่งนอนไม่เต็มอิ่มมาหลายวันถึงกับตาสว่าง เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างที่เขาไม่อยู่ถูกรายงานมาตลอดทางจากนักข่าวประจำบ้าน หายคลางแคลงใจเสียทีกับเสื้อตัวใหม่บนตัวลูกชาย เธอเข้าใจเลือก พอใจที่สีฟ้าและปลาน้อยใหญ่บนเสื้อนั้นเหมือนจะสื่อถึงเขาด้วยอีกคน

                พีร์นั่งเหยียดขาทอดอารมณ์ไปไกล แทบหดกลับไม่ทันเมื่อฝ่ามือของป้าฟาดลงมาเต็มแรง

                นั่งให้มันดีๆ หน่อย ดุจนภาบอกเสียงลอดไรฟัน

                ชายหนุ่มรีบหดขา เห็นจากทางหางตาว่ามีคนแอบอมยิ้ม

                อามด ไหนบอกว่าจะพาไปซื้อขนมไง หลานชายทวงสัญญา

                มุทิตาปรายตามองเหมันต์อัตโนมัติ หากเขากำลังพูดคุยกับคิมหันต์โดยไม่มีท่าทีสนใจใดๆ ให้เธอพาเด็กๆ ไปตามลำพังน่ะได้อยู่หรอก ออกจะสบายอกสบายใจเสียด้วยซ้ำเมื่อไม่ต้องทนอึดอัดกับสายตาหวาดระแวงของผู้มีพระคุณทั้งสองที่คอยมองตาม

                ไปสิจ๊ะเสียงฝีเท้าวิ่งตึงตังจากไปทันทีที่คุณอาอนุญาต พลางร้องเรียกเพื่อนตัวน้อยอีกคน

                หญิงสาวอยากจะเขกกะโหลกเจ้าปกนัก ดูซี... ตอนนี้ใครๆ เลยหันมามองเธอเป็นตาเดียว

                มดจะพาเด็กๆ ไปซื้อขนมน่ะค่ะ มีใครจะฝากซื้ออะไรไหม มุทิตาถามเก้อๆ

                เรา!” คิมหันต์ร้องขึ้นมาดื้อๆ หากไม่ยอมบอกว่าต้องการอะไร พี่เหมแน่ะ ไปช่วยมดถือสิ

                เอ๊ะ! ก็แล้วทำไมเราไม่ไปเองฮึ มารดาเอ็ด

                กิมปวดขาน่ะแม่ แค่นี้พี่เหมไม่ว่าอะไรหรอกน่า ลูกชายคนเล็กออด

                ไม่เป็นไรฮะ ผมจะได้ช่วยดูเจ้าปกด้วย มดคนเดียวเอาไม่อยู่หรอก เหมันต์อาสาด้วยความเต็มใจ

                พีร์มองคนที่เดินผ่านเขาไปอย่างขุ่นขวาง หมั่นไส้ทุกทีสิน่ากับท่าทางของบุรุษผู้นั้น ดูมันทำตัวราวกับเป็นคนคุมประพฤติของใครต่อใครเขาไปทั่ว เถอะ มันอยากคุมใครก็คุมไป แต่อย่าได้ทะลึ่งมายุ่งกับคนบ้านนี้แล้วกัน

 

                ร้านขายของชำอยู่ห่างออกไปหลายคูหา ตลอดทางเท้านั้นค่อนข้างขรุขระ ถ้าไม่ระวังให้ดีอาจสะดุดล้มเอาได้ง่ายๆ มุทิตาระวังเวฟเป็นพิเศษ เด็กชายยังเดินไม่คล่องซ้ำยังคอยแต่จะวิ่งตามตาปกอยู่เรื่อย เธอจึงต้องคอยจับจูง

                แม่เขาล่ะมด ตั้งแต่มานี่พี่ยังไม่เห็นเลย

                แม่เขาเสียแล้วค่ะ มดยังไม่ได้บอกพี่เหมหรอกเหรอ

                เปล่า...เปล่าเลย...

                น่าสงสารนะคะ ปุ้ยเล่าให้มดฟังว่าแกเสียหลังจากคลอดน้องไม่นาน ไม่น่าเชื่อ มดไม่คิดเลยว่าในยุคที่วิทยาการทางการแพทย์ก้าวไกลออกอย่างนี้ จะยังมีคนเสียชีวิตจากการคลอดลูกอยู่อีก คิดแล้วก็น่าสงสาร

                เออหนอ เหมันต์อยากถามเหลือเกินว่าที่เธอสงสารน่ะ...สงสารใคร... พ่อ แม่ หรือลูก จะว่าเห็นแก่ตัวก็ได้ที่เวลานี้เขายังเอาแต่คำนวณผลได้ผลเสียของตัวเอง มากกว่าจะรู้สึกเห็นอกเห็นใจคนอีกครอบครัวหนึ่ง

                พี่เหม... พี่เหมจ๋า…” มุทิตาสะกิดคนข้างตัวที่ดูเหมือนจะถอดจิตถอดใจไปไหนเสียแล้ว

                อ้อ คิดเงินสินะ เท่าไรครับ เขาหันไปถามเจ้าของร้าน

                ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช๊!” หญิงสาวปฏิเสธเสียงแหลมแถมด้วยหัวเราะอีกหลายกิ๊ก มดแค่จะถามว่ากิมฝากพี่เหมซื้ออะไร แหม เห็นมดเป็น ลูกอีช่างขอ หรือไง

                เหมันต์หัวเราะแห้งๆ เขาเลือกมันฝรั่งทอดฝากน้องชาย ไม่รู้จะซื้ออะไรเหมือนกันเพราะคนฝากไม่ได้สั่ง มัวแต่ขยิบตาและไล่ส่งๆ ไป

                ใจลอยไปถึงไหนคะ เมื่อกี้มดเรียกตั้งนาน

                ไม่ถึงไหนเลย คิดเรื่องที่มดพูดนั่นแหละ

                อ้อ หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ ตอนที่มดฟังปุ้ยเล่าใหม่ๆ มดก็อึ้งไปเหมือนกัน น่าสงสารนะคะ

                อีกแล้ว... กี่สงสารแล้วน้องเอ๋ย แล้วไม่สงสารพี่คนนี้หรือไร

                มันเป็นเรื่องของบุญกรรมนะมดนะ เกิด แก่ เจ็บ ตายนี่เราห้ามไม่ได้เลย พี่เป็นหมอ...เห็นคนเจ็บคนตายทุกวันก็ช่วยให้เราปลงได้เยอะ มดเองก็เข้าใจเรื่องพวกนี้ไม่ใช่หรือ พี่ชายปลอบ ไม่รู้เหมือนกันว่าปลอบตนเองหรือหญิงสาวกันแน่

                ค่ะ แต่บางครั้งมันก็อดนึกถึงตัวเองไม่ได้ ไม่อยากให้เขากำพร้าแบบ...

                มด ชายหนุ่มขัดเสียงขุ่น เขายังมีพ่อมีย่านะ นิสัยเที่ยวห่วงใครต่อใครของเรามันก็ดีอยู่หรอก แต่พี่ไม่อยากให้มันมากจนมดต้องทุกข์ใจ

                มีพ่อซึ่งไม่ค่อยมีเวลากับมีย่าที่ไม่ค่อยจะสนใจน่ะหรือ มุทิตาเถียงในใจ เหมันต์ไม่เข้าใจหรอก และมันก็ไม่ใช่นิสัยของเธอด้วยที่จะเที่ยวเอาปัญหาในบ้านหนึ่งไปโอดครวญกับใคร

                พี่เหมว่าตอนเด็กมดเป็นไงคะ หญิงสาวเปลี่ยนเรื่องเสีย

                เราน่ะเหรอ พี่ชายนึก ขยัน...แล้วก็น่ารักดี

                แหม ไม่เอาแบบนี้ซีค้า ไม่เอาแบบชมกันเอง

                เหมันต์หัวเราะขำกับท่าทางแสร้งขวยอายของคนข้างกาย...ข้างใจด้วยเอ้า แล้วจะเอาแบบไหนล่ะ พี่ก็ตอบตามความคิดพี่

                แบบว่ามดเคยซนหรือมีวีรเวรวีรกรรมเด็ดๆ อะไรบ้าง ประมาณนี้น่ะค่ะ

                ฮื้อ ไปเอามาจากไหน ไม่รู้สิ พี่ว่าไม่มีนะ

                คนฟังไม่ค่อยพอใจกับคำตอบเท่าไร มุทิตาทำหน้าง้ำและไม่ถามอะไรอีกเลย บางครั้งการพยายามถนอมน้ำใจเธอมากไปก็ทำเอาบทสนทนากร่อยได้ง่ายๆ เหมือนกัน เหมันต์มักจะทำเหมือนเธอเป็นเด็กน้อยที่ต้องการการปกป้องอยู่เสมอ แม้เศษธุลีของถ้อยความก็ไม่อาจยอมให้แผ้วพานจิตใจ

....................................................

     มดไม่สงสารไม่เป็นไรนะคะพี่เหม ไรต์สงสารเองก็ได้ T///T

     ส่วนพี่พีร์ก็กลับมาพร้อมแผนการบางอย่างด้วยค่า ตอนหน้ารู้กันนน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #31 fsn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 22:05
    555555555555 ตามที่เค้าว่าคบเด็กสร้างบ้านเลยนะคะ มีอะไรบอกหมด หุๆ
    #31
    1
    • #31-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 13)
      23 พฤษภาคม 2560 / 15:45
      เวฟรู้โลกรู้ค่ะ 5555
      #31-1