คัดลอกลิงก์เเล้ว

隣BT5 : Can you keep the secret? [#MarkJin #JinMark #2Jae #Coco]

จุ๊ๆๆ โค่มีอะไรจะเล่าให้ฟัง แต่สัญญากับลูกหมาตัวน้อยๆ ก่อนนะ ว่ารู้แล้วจะเหยียบไว้ให้มิด ห้ามบอกต่อให้ใครรู้อีกเด็ดขาด

ยอดวิวรวม

959

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


959

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


42
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 ม.ค. 60 / 19:13 น.
นิยาย 隣BT5 : Can you keep the secret? [#MarkJin #JinMark #2Jae #Coco] 隣BT5 : Can you keep the secret? [#MarkJin #JinMark #2Jae #Coco] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
* บทความนี้เป็นเพียงเรื่องในจินตนาการ ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับบุคคลที่ปรากฏในเรื่องนะคะ

สวัสดีค่ะ

กลับมาจัดการแปะลิงค์ให้เรียบร้อยเพื่อความต่อเนื่องในการอ่าน

สำหรับตอนนี้ก็ถึงทีของสมาชิกรายสุดท้าย (?) ของบ้าน แต่จะเป็นตอนสุดท้ายด้วยรึเปล่า คนเขียนไม่กล้าฟันธงค่ะ ตามอารมณ์ตัวเองล้วนๆ 555


สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่าน ลิงค์ของแต่ละตอนมีดังนี้ค่ะ

และมีตอนพิเศษที่ไม่ได้ลงไว้ใน dek-d

สาเหตุที่ไม่ลงใน dek-d เป็นเพราะความผิดพลาดที่เราตั้งซีรีส์นี้ไว้เป็นเรื่องสั้นนี่แหละค่ะ 

รู้สึกว่าเรื่องนี้มันยังไม่เข้าพวกกับตอนอื่นๆ ในหลายๆ แง่ เลยไม่ค่อยอยากโพสต์โดยตั้งเป็นเรื่องสั้นอีกค่ะ


สุดท้ายนี้ขอบคุณที่ติดตาม และขอบคุณสำหรับคอมเมนต์นะคะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 ม.ค. 60 / 19:13


สวัสดีค่ะ หนูชื่อโคโค่ เป็นลูกสาวของแดดดี๊มาร์คกับป๊ะป๋ายองแจ

ถ้าจะถามว่าในบ้านนี้ ใครกุมความลับของทุกคนอยู่ละก็ บอกได้เลยว่า โค่นี่แหละ เจ้าของความลับที่จะไม่มีวันหลุดปากให้ใครได้รู้เป็นอันขาด ฮ่าๆๆๆ

ถึงโค่จะมาอยู่บ้านนี้ได้ไม่เท่าไหร่ แต่ทุกซอกทุกหลืบไม่พ้นตาและหูอันว่องไวของโค่หรอกนะ

ที่สำคัญ... จุ๊ๆๆ บ้านนี้น่ะ ความลับมากมาย

แถมสมาชิกแต่ละรายก็ชอบมาระบายเรื่องราวต่างๆ ให้โค่ฟัง

อาทิ

'โคโค่ยา... มีวิธีเอาคืนไอ้ปิศาจพี่จินยองแบบเด็ดๆ บ้างมั้ย เอาที่เสนอปุ๊บพี่แจบอมโอเคปั๊บ เอาให้พี่จินยองเข็ดไม่กล้าหือกับท่านยูคยอมอีกต่อไป'

เอ่อ... พี่ยูคยอม พี่จนปัญญาขนาดมาปรึกษาหมาแล้วเหรอ? ได้ข่าวว่าพี่เองก็แสบมิใช่น้อยนะคะ ยังจะมาทำแอ๊บแบ๊วเรียกความสงสารอีก

'โคโค่ ทำไมเดี๋ยวนี้พี่มาร์คไม่กลับมานอนที่ห้องเลย พี่มาร์คไม่รักจั๋นแล้วเหรอ ทำไมพี่มาร์คมีปัญหาอะไรไม่บอกจั๋นตรงๆ'

เฮียจั๋นคะ โค่ก็เห็นเฮียเหน็บพี่แบมแบมไปนอนด้วยทุกที ไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไร

'มีวิธีดีๆ ในการปลุกยองแจบ้างมั้ยนะ เอาแบบปลุกปุ๊บลุกปั๊บ'

ปู่แจบอมคะ โค่ก็จนปัญญาเหมือนกันค่ะ ขนาดเคยอึบนที่นอนปู่ที่อยู่ข้างๆ ป๊ะป๋ายองแจยังไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย

'โคโค่ยา... เมื่อกี้พี่มาร์คจุ๊บใช่มั้ย มานี่เลย เอารอยจุ๊บของพี่มาร์คมาเดี๋ยวนี้!!!' พูดจบก็ไล่จุ๊บโค่พัลวัน

กรี๊ดดดด ไอ้พี่จินยอง อย่าเข้ามาใกล้โค่น้าาา อี๋ๆๆๆ เอาปากอวบอิ่มของพี่ออกไปเดี๋ยวนี้!!! กรี๊ดดดด ปล่อยโค่!!! อย่ารุนแรงกับโค่ ฮืออออ แดดดี๊ขา ช่วยโค่ด้วยยยย!!!!

ใช่ พี่จินยองร้ายกาจมาก โค่ไม่ชอบเวลาพี่จินยองอยู่ใกล้แดดดี๊ เวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสองทีไร พี่จินยองรังแกแดดดี๊ทุกที พี่จินยองมักจะจับแดดดี๊กดกับเตียง บางทีก็ได้ยินเสียงครางจากแดดดี๊สลับกับเสียงเรียกชื่อพี่จินยองเป็นห้วงๆ บางวันก็ทิ้งรอยฟัดเป็นจ้ำแดงๆ ตามตัวแดดดี๊ โค่สงสารแดดดี๊ค่ะ เจ็บมากมั้ยเนี่ย พี่จินยองใจร้ายขนาดนี้ แดดดี๊ยังจะมาหาถึงเตียงอยู่บ่อยๆ แถมมาทีไรก็จบลงที่ทะเลาะกันทุกที โค่ไม่เข้าใจ

'โคโค่ ฉันกับจินยอง... ต้องเลิกกันจริงๆ ใช่มั้ย แต่ฉันก็ทนเห็นจินยองไปรักกับคนอื่นไม่ได้'

เลิกเลยค่ะ แดดดี๊จะได้รักโค่ตัวเดียว ไม่งั้นโค่ก็เชียร์ให้แดดดี๊รังแกพี่จินยองกลับบ้าง แสดงพลังของแดดดี๊ออกมา เรื่องจะได้จบๆ พี่จินยองจะได้อยู่ในโอวาทเสียที

และคนล่าสุดที่มาอัพเดทสเตตัสกับโค่คือ...

"สงสารพี่แจบอมจังเลย โคโค่" ป๊ะป๋ายองแจเอ่ยขึ้นหลังจากเป่าขนให้โค่หลังอาบน้ำเสร็จ

หืม? ปู่แจเป็นอะไร

"ฉันเห็นพี่แจบอมแอบมองพี่จินยองด้วยสายตาที่แฝงความในใจบางอย่างมาตั้งนานแล้ว"

ก็เลยคิดว่าพี่จินยองเป็นรักแรกของปู่แจจริงๆ อย่างที่พี่ยูคยอมบอกสินะ

"แต่เพราะพี่จินยองเป็นแฟนกับพี่มาร์คสินะ พี่แจบอมก็เลยทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากแอบมองต่อไปเรื่อยๆ"

มีรักสามเส้าแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย ปู่เป็นคนยอมคนขนาดนั้นเลยเหรอคะ ที่แน่ๆ ปู่แจไม่เคยบอกอะไรโค่เลยนะ ป๊ะป๋า

แต่ปกติปู่แจก็ไม่ค่อยมาใยดีโค่เท่าไหร่ ชิ พวกทาสแมว

จะมีตาลายบ้าง เอาไม้ตกแมวมาแกว่งหน้าโค่

ที่ยอมเล่นด้วยเพราะสงสารปู่หรอกนะ

"แล้วตอนนี้พี่แจบอมก็ต้องไปไกล่เกลี่ยให้สองคนนั้นคืนดีกันอีก"

ป๊ะป๋ายองแจน้ำตาคลอ

โค่เข้าไปเลียแก้มใสนั้นเบาๆ

โอ๋... ไม่ร้องนะคะ ไม่เกี่ยวอะไรกับป๊ะป๋ายองแจซักหน่อย

"พี่แจบอมเองก็คงเจ็บปวดใจไม่น้อย ฉันไม่น่าบอกให้พี่แจบอมทำแบบนั้นเลย"

ต่อให้ป๊ะป๋ายองแจไม่บอก ไอ้พี่จินยองก็ต้องบอกค่ะ

ว่าแต่ป๊ะป๋ายองแจเนี่ย อ่อนไหวจังเลยนะ

ทั้งที่โค่ไม่ค่อยเห็นป๊ะป๋ายองแจร้องไห้เท่าไหร่แฮะ

นอกเสียจาก... เรื่องที่เกี่ยวกับปู่นี่แหละ

เพราะอยู่ห้องเดียวกัน เลยสนิทกันมากรึเปล่า?


หลังจากนั้น หนึ่งสัปดาห์ต่อมา แดดดี๊กับพี่จินยองก็คืนดีกันและครองรักกันอย่างมีความสุข...

ซะเมื่อไหร่ล่ะ

ก่อนหน้านั้น ปู่แจแกล้งยั่วให้พี่จินยองหึงด้วยการเข้าไปเจ๊าะแจ๊ะแดดดี๊บ่อยๆ

ส่วนแดดดี๊ก็ไม่ได้ขัดขืน ซ้ำยังตามเกาะแกะปู่แจต้อยๆ

แต่หลังจากคืนดีกันได้ ความสัมพันธ์ก็ผกผัน กลายเป็นว่าแดดดี๊กลับคอยตามหึงพี่จินยองกับปู่ซะงั้น

เล่นอะไรกันคะ พวกมนุษย์ หมาน้อยงงไปหมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่ผิดปกติไป

แน่นอนว่าโค่รู้โค่เห็น

นั่นคือ...

ทั้งที่ชอบปั่นหัวแดดดี๊เล่นด้วยการใช้ความสนิทสนมเข้าไปใกล้ชิดพี่จินยองเพื่อป่วนประสาท

แต่จริงๆ แล้วคนที่ปู่แจบอมแอบมองด้วยสายตาแฝงความนัยกลับเป็นแดดดี๊ต่างหาก

ไม่ใช่พี่จินยองอย่างที่ป๊ะป๋ายองแจเคยบ่นให้โค่ฟังแต่อย่างใด

สายตาของปู่เป็นประกายหยาดเยิ้ม... แต่พอรู้สึกตัวก็พยายามเก็บซ่อนเอาไว้

อย่างไรก็ตาม ป๊ะป๋ายองแจก็ยังคงลอบมองปู่แจบอมอยู่บ่อยๆ เช่นเดิม

ทว่าตอนนี้สายตาของป๊ะป๋าดูเหงาๆ เศร้าๆ ยิ่งกว่าตอนที่มาบ่นกับโค่ว่าปู่แจบอมแอบมองพี่จินยองเสียอีก

ในทางกลับกัน

แดดดี๊มักหลบตาเวลาพี่จินยองเหลียวมองมาฉันใด

ปู่แจบอมก็มักหลบตาแดดดี๊ฉันนั้น ทั้งที่ปกติไม่เคยหลบมาก่อน

มนุษย์... เล่นเกมมองกันเป็นลูกโซ่หรือยังไงนะ


"ยองแจ เล่นเกมกัน"

แดดดี๊อุ้มโค่เข้าไปในห้องของป๊ะป๋ายองแจกลางดึกคืนหนึ่ง

"ตะ... แต่" ป๊ะป๋ายองแจอึกอักเช่นเดียวกับทุกครั้ง

ในขณะที่ปู่แจบอมเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

"พี่มาร์ค จะเข้าห้องนอนคนอื่น..."

อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ จะเตือนให้ดูเวล่ำเวลาสินะ

ปู่นี่ เตือนอะไรซ้ำๆ ทุกวัน ไม่เบื่อบ้างหรือไง

ลูกหมาแอบกลอกตาบน

"ช่วยใส่กางเกงให้มันเรียบร้อยกว่านี้หน่อยเซ่"

หือ?

วันนี้ปู่มาแปลกแฮะ

แถมปู่ยังหน้าแดงถึงใบหูอีกต่างหาก

"ฉันอยู่บ้าน จำเป็นต้องเรียบร้อยด้วยเหรอ ทีนายยังใส่บ็อกเซอร์ตัวเดียวเดินไปเดินมาได้เลย" แดดดี๊เถียงกลับ พลางวางโค่ลงกับพื้น

ใช่ ผู้ชายบ้านนี้เป็นอะไร ทำไมไม่ชอบใส่เสื้อผ้าให้มิดชิดนะ มีผู้หญิงอย่างโค่อยู่ตั้งหนึ่งคน หัดเกรงใจซะบ้างสิ

โดยเฉพาะเฮียจั๋นอ่ะ อวดกล้ามอยู่ได้ แถมไม่อวดเปล่า ชอบจับโค่ไปฟัดทั้งที่อกเปลือยๆ โค่กลัวนะ แง่งๆๆ

"มันเหมือนกันที่ไหนล่ะ อย่างน้อยบ็อกเซอร์ของฉันก็ไม่ได้สั้นจนเห็นขาอ่อนแบบนั้น..." ปู่แจเสียงอ่อยในตอนท้าย

จะว่าไปขาของแดดดี๊ก็เรียวเล็กและขาวผ่อง แม้แต่พี่จินยองยังชอบจ้องด้วยสายตาเหมือนจะกลืนกินอยู่บ่อยๆ

ยิ่งเวลานั่งข้างๆ หรือซ้อนตักกัน มือของพี่จินยองก็มักลูบไล้ไปมา ถ้าแดดดี๊ใส่ขาสั้น บางครั้งก็สอดมือเข้าไปใต้ขากางเกง ไม่รู้จักอายสายตาหมาบ้างเลย

แถมยังส่งสายตาเย้ยใส่โค่อีกต่างหาก

หมั่นไส้นัก

นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นเตียงพี่จินยองนะ โค่จะไปนั่งตักแดดดี้เป็นก้างขวางมือซุกซนนั่นอย่างแน่นอน

"เห็นขาอ่อน? แล้วไง?" พูดพลางนั่งขัดสมาธิลงที่พื้น

ชายกางเกงยิ่งถูกรั้งให้ขึ้นไปอีกจนน่าหวาดเสียว

ปู่แจบอมรีบฉวยผ้าห่มที่อยู่ใกล้มือโยนเข้าไปคลุมขาของแดดดี้ทันที

"พี่ไม่ได้ดูตัวเองเลยรึไง"

"ดูอะไร"

"ก็..." ปู่แจบอมอึกอัก "ต้นขาพี่น่ะ..."

ทั้งห้องตกอยู่ในบรรยากาศพะอืดพะอม

ปู่แจบอมชำเลืองมองป๊ะป๋ายองแจราวกับกำลังลังเลว่าจะพูดดีหรือไม่

และในที่สุด...

"ต้นขาพี่ มีคิสมาร์คเต็มไปหมด ยังจะกล้าใส่ขาสั้นโชว์คนอื่นอีก"

อ๊ากกกก

อย่าว่าแต่ป๊ะป๋าที่ทำท่าเหมือนจะลมจับเลย แม้แต่โค่ก็อยากร้องโหยหวนออกมา

ทั้งหมดนั่น... ฝีมือพี่จินยองล้วนๆ

ขนาดแดดดี๊ร้องครวญคราง เอามือทั้งจิกผ้าคลุมเตียง ทั้งขยุ้มผมพี่จินยอง ก็ยังไม่ยอมหยุด

หมอนั่นทั้งขบกัด ทั้งโลมเลียแดดดี๊ ไม่ใช่แค่ที่ต้นขา แต่ค่อยๆ ลามไปถึงหน้าท้อง ยอดอก ไหล่ คอ โค่เห็นแดดดี๊น้ำตาไหลเป็นทางจากหางตา จนในที่สุดก็ทนไม่ไหว ทั้งคู่ทะเลาะกันไปตามระเบียบ

"งั้นนายก็ช่วยไปบ่นจินยองให้ฉันหน่อยสิ หมอนั่นชอบทำรอยตรงที่คนเห็น ทำไมฉันต้องใส่เสื้อที่ไม่อยากใส่เพื่อปิดรอยที่ฉันไม่ได้ทำด้วยล่ะ" แดดดี๊เถียงหน้าตาเฉย

ปู่แจถึงกับพูดอะไรไม่ออก

"ฉันง่วง จะนอนแล้ว พี่กลับไปเถอะ" ป๊ะป๋ายองแจขัดขึ้น ก่อนดึงผ้าห่มมาคลุมตัวอย่างเซื่องซึม

ถึงจะเถียงชนะปู่ แต่แดดดี๊กลับแพ้ข้ออ้างง่ายๆ ของป๊ะป๋า ยอมกลับไปนอนห้องพี่จินยองแต่โดยดี

แล้วทั้งปู่แจและป๊ะป๋าก็ต่างก็ปิดไฟนอนกันอย่างเงียบเชียบ

โค่นอนขดที่ข้างเตียงของป๊ะป๋ายองแจ

รู้สึกแปลกจัง...

ตั้งแต่ทั้งคู่ซื้อเตียงใหม่มา ทำไมโค่ถึงไม่ชินเสียที

เหมือนระหว่างปู่แจและป๊ะป๋ามีบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม

ตอนนี้ป๊ะป๋ากับปู่แยกเตียงกันนอนกันมาสักพักแล้ว

ป๊ะป๋ายองแจให้เหตุผลว่า เวลานอนพลิกตัวตอนกลางคืนจะได้ไม่ต้องมีคนตื่นหรือรำคาญ

จริงสิ ป๊ะป๋าเป็นคนหูไวเหมือนโค่นี่นะ กลางคืนคงตื่นง่าย

ผิดกับตอนเช้าที่ปลุกเท่าไหร่ก็หลับเป็นตาย

แต่ทำไมโค่กลับรู้สึกว่า นั่นไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงในการซื้อเตียงของป๊ะป๋า

โค่สัมผัสได้ว่าป๊ะป๋าหลับอย่างสบายใจกว่าเมื่อนอนฟูกเดียวกับปู่แจ

แต่การแยกกันนอนแบบนี้ก็อาจหลับเต็มตื่นดีก็ได้ เพราะเดี๋ยวนี้ป๊ะป๋าตื่นง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย


วันหนึ่ง ทุกคนไม่อยู่บ้าน แดดดี๊คงว่างจัดเลยก็จับโค่ไปอาบน้ำ

แต่เดี๋ยวนะ แดดดี๊ขา โค่เพิ่งอาบน้ำไปเมื่อวานซืนเองนะคะ แดดดี๊ลืมไปแล้วหรือไง

"บางที... มือที่สามอาจเป็นฉันเอง" จู่ๆ แดดดี๊ก็บ่นออกมา

มือที่สาม? เรื่องอะไรคะ

"เมื่อก่อนฉันมัวแต่คิดว่าจินยองเป็นรักแรกของแจบอม"

โฮ่... กลับมาเรื่องนี้อีกแล้วเหรอเนี่ย

โค่กลอกตาบนขณะยืนนิ่งๆ ให้แดดดี๊ลงสบู่

"แต่จริงๆ แล้ว ฉันก็ลืมคิดไปว่าบางทีจินยองเองก็อาจมีใจให้แจบอม... มาก่อนก็ได้"

แดดดี๊คะ ไอ้พี่จินยองอาจจะว่านอนสอนง่ายประพฤติตัวเป็นน้องชายที่น่ารักน่าเอ็นดูเพื่อประจบปู่จนบางทีดูเหมือนอ่อยก็จริง ถ้าแดดดี๊ได้ยินที่ไอ้พี่จินยองเอาเรื่องบนเตียงไปปรึกษาปู่เวลาอยู่กันสองต่อสอง (ไม่สิ มีโค่ด้วย) แต่ละอย่าง แดดดี๊จะไม่มีวันคิดอะไรแบบนี้เด็ดขาดค่ะ

"เพราะอย่างนี้แน่ๆ เพราะลึกๆ แล้วทั้งคู่มีใจให้กันนี่เอง ฉันถึงได้รู้สึกหึงแจบอมเป็นพิเศษ"

อืม... แต่จะว่าไปก็น่าสงสัยแฮะ

หลายๆ ครั้ง ปู่แจกับพี่จินยองก็ดูเหมือนมีลับลมคมในกันอยู่

เหมือนมีโลกที่ทั้งสองคนต่างรู้กัน แต่เอ่ยออกมาเป็นคำพูดไม่ได้

"บางที... ถ้าคนใดคนหนึ่งยอมเป็นรับ สองคนนั้นก็คงลงเอยกัน... ก่อนที่จินยองจะหันมามองฉัน"

แต่ในทางกลับกัน แดดดี๊กับพี่จินยองก็รุกทั้งคู่ไม่ใช่เหรอคะ แล้วพี่จินยองยังคบกับแดดดี๊ต่อมาเรื่อยๆ ทำไม?

หรือที่พี่จินยองยอมทนกับแดดดี๊ก็คงเพราะยังมีความหวังว่าแดดดี๊จะยอมใจอ่อนสักวัน?

ในขณะที่ ถ้าเป็นอย่างที่แดดดี๊สันนิษฐานจริงๆ พี่จินยองกับปู่แจบอมคงตัดใจจากกันเพราะรู้ดีว่าทำยังไงก็ไม่มีหวัง

แต่... ถ้าสองคนนั้นยังมีเยื่อใยต่อกันอยู่ คนที่เจ็บปวดที่สุดก็คือ...

แดดดี๊มาร์ครึเปล่านะ

คงรู้สึกเหมือนถูกทรยศตลอดเวลา

ว่าแต่ทำไมจู่ๆ แดดดี๊ถึงมากลุ้มเรื่องแบบนี้ได้ ทั้งที่ไอ้พี่จินยองก็หวานใส่ราวกับโรงงานผลิตน้ำตาล แถมยังหวงเมียออกหน้าออกตาไม่เว้นแม้แต่กับหมาอย่างโค่

ไม่ได้การ... โค่ต้องทำอะไรสักอย่างให้แดดดี๊สบายใจ


พวกมนุษย์เนี่ย มักจะเขียนความในใจของตัวเองในสมุดบันทึกสินะ

ใช่แล้ว โค่เคยเห็นพี่จินยองเขียนอยู่บ่อยๆ

สมุดเล่มนั้น... พอแดดดี๊หรือใครเข้ามาในห้อง พี่จินยองก็รีบเก็บใส่ลิ้นชักทันที

แต่หมาตัวเล็กๆ อย่างโค่จะเปิดลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือของพี่จินยองได้ยังไง

ดูเหมือนจะล็อคกุญแจไว้เสียด้วย

อย่ากระนั้นเลย... เปลี่ยนเป้าหมายเป็นสมุดบันทึกของปู่แจแทนแล้วกัน

รายนั้นขีดๆ เขียนๆ อะไรบางอย่างลับๆ ล่อๆ หลังจากป๊ะป๋ายองแจตื่นอยู่เป็นประจำ

แถมยังพกใส่กระเป๋าอีกด้วย

ขอเพียงแค่ปู่แจเปิดกระเป๋าทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่งในบ้าน...

รับรองว่าเสร็จโค่!!!


และแล้ว เพียงไม่กี่วัน โอกาสก็มาถึง

"โคโค่ ไปเอาอะไรมาเล่นน่ะ" แดดดี๊ซึ่งนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นถามขึ้นเมื่อโค่คาบสมุดที่เป็นเป้าหมายมาวางตรงหน้า

อ่านเลย แดดดี๊ ของขวัญจากโค่... ความในใจของปู่แจ

โค่แอบไปฉกมาตอนที่กระเป๋าของปู่แจเปิดเลยนะ

ทีนี้จะได้รู้กันเสียที ว่าระหว่างปู่กับพี่จินยองมีอะไรอยู่ในกอไผ่รึเปล่า

แดดดี๊ลุกขึ้นจากโซฟา หยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาพลิกดูคร่าวๆ

"ลายมือแจบอมนี่" เขารำพึงเบาๆ

ก่อนสะดุดสายตาราวกับค้นพบอะไรบางอย่าง

"นี่มัน..."

แดดดี๊ไล่สายตาดูต่ออีกหลายหน้า ดวงตาเบิกโพลงอย่างตกตะลึง

"ทำอะไรน่ะ" เสียงปู่แจในสภาพบ็อกเซอร์ตัวเดียวกับผ้าขนหนูที่พาดไหล่ดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นสบู่ที่โชยออกมา

ทั้งแดดดี๊และโค่ต่างสะดุ้งโหยง

"เฮ้ย..."

ปู่แจหน้าซีดเมื่อแน่ใจแล้วว่าของในมือแดดดี๊คือสมุดของตัวเองแน่นอน

"แจบอม... นี่นาย..."

"เอาคืนมา!" ปู่แจตะโกนพลางรีบเข้าไปคว้าสิ่งที่แดดดี๊ถืออยู่

ทว่าแดดดี๊กลับทำหน้าเจ้าเล่ห์ ก่อนชูสมุดขึ้นเหนือศีรษะ

ปู่แจโถมตัวเข้าใส่ พยายามฉวยสมุดคืนพัลวัน

"ยองแจรู้เรื่องนี้รึเปล่า" แดดดี๊ถามขณะพยายามเบี่ยงตัวหนีจากการจู่โจมของปู่

เอ๊ะ? เกี่ยวอะไรกับป๊ะป๋าล่ะเนี่ย

คราวนี้ปู่แจหน้าแดงถึงใบหู

"ห้ามบอกยองแจเด็ดขาด เอาสมุดคืนมาเดี๋ยวนี้"

หลังจากพยายามฉกชิงสมุดของตัวเองคืนอยู่ครู่ใหญ่ แขนแกร่งเกี่ยวรอบเอวของคนที่เคลื่อนไหวไวปานวอก ก่อนดึงเข้ามาจนแดดดี๊เสียหลัก ทั้งคู่ล้มลงนอนบนโซฟา

ปู่แจรีบคร่อมร่างที่ผอมบางกว่าอย่างไม่รอช้า มือใหญ่เอื้อมไปยังแขนที่ยืดจนสุดของอีกฝ่าย ในขณะที่มือของแดดดี๊อีกข้างรั้งไหล่หนาที่อยู่เบื้องบน

แต่แล้วปู่แจก็ชะงัก เมื่อใบหน้าของทั้งคู่เผชิญอยู่ในระยะประชิด

จู่ๆ ห้องก็เงียบลงพร้อมกับบรรยากาศแปลกๆ

ปู่แจไล้สายตาไปบนใบหน้าของแดดดี๊

"จะคืนสมุดดีๆ หรือจะให้ใช้กำลัง" เสียงกระซิบแผ่วนั้นทำหมาน้อยจิตใจหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก

"คืนให้ก็ได้... แต่นายต้องตอบคำถามฉันก่อน" แดดดี๊ตอบเสียงสั่นเล็กน้อย

"ตอนนี้พี่ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะต่อรองอะไรได้หรอกนะ" ใบหน้าของปู่แจก้มลงไปใกล้อีกฝ่ายเรื่อยๆ

โค่รู้สึกเหมือนหัวใจจะวาย

อย่าบอกนะ... ว่าปู่แจจะรังแกแดดดี๊เหมือนพี่จินยอง

"ไม่ช้าก็เร็วยองแจก็ต้องรู้ นายจะปิดหมอนั่นไปได้..."

ทว่ายังไม่ทันพูดจบ ปู่แจก็แตะนิ้วบนริมฝีปากแดดดี๊เสียก่อน

"ชู่... ฉันบอกแล้วไง พี่ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะต่อรองอะไรได้"

ปู่แจเอียงศีรษะพลางค่อยๆ เคลื่อนริมฝีปากเข้าไปใกล้

แดดดี๊ขมวดคิ้วขณะหลบใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างหวาดๆ

"นายจะทำอะไร"

ปู่แจยิ้มเจ้าเล่ห์

"ปิดปากพยาน"

"คิดว่าฉันกลัวงั้นเหรอ"

แดดดี้จ้องตอบเขม็งอย่างท้าทาย

ปู่แจชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหน้าแดงก่ำขึ้นมาอีกรอบ แล้วหลบสายตา

"ให้ตายเถอะ ขืนทำจริงๆ จินยองคงฆ่าฉันแน่"

"ขืนทำจริงๆ นายคงมีชีวิตอยู่ไม่ถึงให้จินยองฆ่าหรอก"

ทันใดนั้น ปู่แจก็พ่นหัวเราะพรวดออกมา ก่อนเคลื่อนสายตามองเรือนร่างท่อนบนของคนที่นอนหงายอยู่ใต้ร่างแล้วยิ้มเยาะ

"ผอมกะหร่องแบบนี้... ถ้าทั้งฉันทั้งจินยองคิดจะกดนายจริงๆ จะเอาอะไรมาขัดขืน"

สายตาของแดดดี๊มองกล้ามเนื้อสวยงามได้สัดส่วนของอีกฝ่ายอย่างอิจฉาระคนเจ็บใจ

ทั้งไหล่กว้าง อกล่ำ ไหนจะกล้ามท้องนั่นอีก แม้แต่หมาเด็กอย่างโค่เห็นแล้วก็ยังแอบหวั่นไหว

ปู่แจตัวสูงใหญ่และได้เปรียบทางด้านสรีระกว่าแดดดี๊อย่างเห็นได้ชัด

ทันใดนั้นเอง

ตุ่บ!!

เสียงของหนักๆ หล่นกระทบพื้นดังขึ้น

เมื่อหันไปก็พบว่าเป็นป๊ะป๋ายองแจที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอกกำลังยืนมองคนทั้งคู่อยู่ พร้อมกับกระเป๋าสะพายที่กองอยู่ปลายเท้า

ด้วยสีหน้าตกตะลึง

จะไม่ให้ตะลึงได้ยังไง ในเมื่อสารรูปของทั้งคู่ตอนนี้... ปู่แจสวมบ็อกเซอร์เพียงตัวเดียว ท่อนบนเปล่าเปลือย ผ้าขนหนูที่เคยอยู่บนไหล่ตกไปกองกับพื้นขณะแย่งสมุดกับแดดดี๊

ในขณะที่เสื้อกล้ามตัวบางของแดดดี๊เลิกขึ้นอวดผิวหน้าท้องที่ขาวนวล

ไหนจะท่าทางและระยะห่างของทั้งคู่ที่ชวนคิดเตลิดไปถึงไหนๆ

ไม่ใช่แค่ป๊ะป๋า แต่พี่จินยองที่เพิ่งถอดรองเท้าแล้วเดินตามเข้ามาในบ้านแบบติดๆ ก็ถึงกับอึ้งไม่แพ้กัน

ขณะนี้หัวใจโค่แทบหยุดเต้น

หมาน้อยขอชิงเป็นลมหนีความจริงก่อนล่ะนะคะ


รู้สึกตัวอีกที ปู่แจก็ตะโกนเรียกโค่เสียงดังลั่น

"ทำไมของในกระเป๋าฉันกระจัดกระจายแบบนี้ โคโค่ยา!!"

เผ่นสิคะ

แหม... กว่าจะได้สมุด โค่ต้องขุดไปถึงก้นกระเป๋าเชียวนะคะ ต้องโทษปู่นั่นแหละ เก็บซะลึกลับซับซ้อนทำไม

โค่รีบแทรกตัวผ่านช่องประตูแคบๆ หนีเข้าไปในห้องพี่จินยอง

แต่แล้วก็เจอกับมวลบรรยากาศอันหนักอึ้ง

พี่จินยองผลักแดดดี้ลงบนเตียงอย่างหัวเสีย ก่อนเข้าไปทาบทับแล้วปลุกปล้ำแดดดี้ราวกับหน้ามืด

"จินยองอา มีสติหน่อยสิ ฟังก่อน" แดดดี๊ร้องห้าม ทว่าทันใดนั้นริมฝีปากถูกผนึกจนไม่อาจส่งเสียงใดๆ ออกมาได้

ขณะที่ร่างกายยังคงดิ้นขัดขืนอยู่ใต้ร่างของพี่จินยอง

เพียงไม่นาน ร่างกายท่อนบนของทั้งคู่ก็เปลือยเปล่า

ไอ้พี่จินยอง... จะทำอะไรแดดดี๊ อย่านะ!!

ให้ตายเถอะ ขณะนี้แดดดี๊กำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย

โค่เห่าใส่พี่จินยองไปสองสามที แต่แล้วก็ต้องถอยกรูดเมื่อรู้สึกถึงรังสีอันน่ากลัวที่แผ่ออกมา ทำได้แต่ส่งเสียงคำรามเบาๆ อยู่ที่มุมห้อง

"อื้อ... อึ่ก... ฮึก..." แดดดี๊เริ่มสะอึ้น

พี่จินยองยอมถอนริมฝีปาก กดจูบหนักๆ บนพวงแก้มและลำคอระหงอีกสามสี่ที ก่อนมองใบหน้าบิดเบี้ยวที่เริ่มมีน้ำตา

"จินยองอา..."

พี่จินยองใช้นิ้วโป้งเช็ดพวงแก้มใสราวกับปลอบโยน ทั้งที่สีหน้ายังคงมองแดดดี๊ด้วยความขุ่นเคือง

"ฉัน... เจ็บมากนะ ที่เห็นภาพบาดตาเมื่อกี้"

"แจบอมแค่หยอกฉันเล่นเฉยๆ ไม่ได้มีอะไรเกินเลยนะ"

"หยอกเล่นเหรอ? ร้อยวันพันปีฉันไม่เคยเห็นทั้งพี่ทั้งพี่แจบอมหยอกเล่นกับใครแบบนั้น"

"นายกำลังเข้าใจผิด"

"ใช่... ฉันเข้าใจผิดมาตลอดว่าที่พี่เล่นตัวกับฉันเพราะพี่เป็นรุก แต่จริงๆ แล้วพี่กลับยอมพี่แจบอม พี่ทำกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง"

"ไม่ใช่นะ จินยองอา..."

"จริงๆ แล้วพี่แอบมีใจให้พี่แจบอมจริงๆ ด้วยสินะ"

"นายเอาอะไรมาพูด ฉันไม่ได้..."

"มิน่าล่ะ พักนี้ฉันถึงได้รู้สึกแปลกๆ ยองแจตัดสินใจซื้อเตียงนอนแยกกับพี่แจบอม มองพี่แจบอมอย่างเศร้าสร้อยยังกับคนอกหัก พอมองตามหมอนั่นไปทีไร ก็เห็นพี่แจบอมแอบมองพี่อยู่ทุกที"

"ใครว่าล่ะ หมอนั่นมองนายอยู่ต่างหาก"

พี่จินยองขมวดคิ้ว

"มองฉัน?"

แดดดี๊หลบสายตาไปทางอื่น

"หมอนั่นยังตัดใจจากนายไม่ได้"

"บ้าไปแล้ว ฉันกับพี่แจบอมไม่ใช่อย่างนั้นซักหน่อย"

"นายมันไม่รู้อะไรเลยต่างหาก เวลาที่แจบอมส่งสายตาให้นาย เข้าใกล้นาย ฉันหงุดหงิดแค่ไหน นายรู้รึเปล่า"

"แล้วเวลาพี่เข้าไปนัวเนียกับพี่แจบอม ฉันก็หงุดหงิดเหมือนกันนั่นแหละ"

ทั้งคู่จ้องหน้ากันในความเงียบครู่หนึ่ง

พี่จินยองเกลี่ยเส้นผมของแดดดี๊ ก่อนก้มลงกระซิบข้างใบหู

"เป็นของฉันซะทีเถอะนะ ฮยอง... ฉันจะได้เลิกระแวง"

แดดดี๊จ้องตอบด้วยสีหน้าลำบากใจ

"จินยองอา... นั่นมันควรเป็นคำพูดของฉันมากกว่า"

พี่จินยองชักสีหน้าระอาเล็กน้อย

"ให้ฉันยอมพี่ แล้วพี่ก็ไปยอมคนอื่นอีกทีเนี่ยนะ"

"พูดอะไรของนาย"

"แล้วที่ฉันเห็นเมื่อกี้คืออะไร นี่ถ้าพี่แจบอมเอาจริงขึ้นมา พี่คงโดนทำอะไรต่อมิอะไรไปถึงไหนๆ แล้ว"

"แจบอมไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกน่า" แดดดี๊ตะคอกใส่

ห้องเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง

"ฉันรู้... พี่แจบอมไม่ทำแบบนั้นกับคนที่ฉันรักแน่ๆ"

พี่จินยองโถมตัวห่มกอดร่างของแดดดี้จนมิด

"ฉันเองก็จะไม่ทำแบบนั้นกับใครเหมือนกัน" น้ำเสียงที่ตอบกลับมาฟังดูจริงจังราวกับให้สัญญา

"ถึงจะพูดอย่างนั้น... ฉันก็ไม่ไว้ใจคนอื่นอยู่ดี"

"หมายความว่าไง"

แดดดี๊เริ่มมีน้ำโหขึ้นมาเล็กน้อย

"พี่ไม่รู้ตัวเลยหรือไง"

พี่จินยองโงศีรษะขึ้นมองหน้าอีกฝ่าย

"ทั้งในค่าย นอกค่าย ใครๆ ก็อยากจับพี่กดทั้งนั้น"

"อย่ามามั่ว ฉันเป็นผู้ชายแมนๆ นะ"

พี่จินยองมองสำรวจเรือนร่างของแดดดี๊... ด้วยสายตาแบบเดียวกับปู่แจเมื่อกี้เด๊ะๆ ก่อนยิ้มหยัน

"ผอมบางขนาดนี้ ถ้าถูกใครจับกดขึ้นมาจริงๆ จะเอาอะไรไปขัดขืน"

เอ๊ะ? โค่ว่าโค่เพิ่งได้ยินอะไรทำนองนี้ไปหยกๆ แฮะ

แดดดี๊กัดริมฝีปากล่าง สีหน้าบึ้งตึง มองรูปร่างที่หนากว่าด้วยกล้ามเนื้อได้สัดส่วนของพี่จินยองอย่างเจ็บใจ

จะว่าไป... เมื่อกี้ตอนพี่จินยองฟิวส์ขาด แดดดี๊ก็เกือบเพลี่ยงพล้ำอย่างง่ายดาย ถ้าไม่ติดว่าพี่จินยองเป็นพวกอ่อนไหวแพ้น้ำตาของคนรักล่ะก็...

แดดดี๊อาจได้ตกเป็นเบี้ยล่างพี่จินยองตลอดไปเลยก็ได้

"ดังนั้น... พี่รีบเป็นของฉันเสียแต่เนิ่นๆ เถอะนะ ฉันอยากตีตราจองพี่ใจจะขาดอยู่แล้ว" พูดพลางลากปลายจมูกไปบนพวงแก้มใส ก่อนจูบริมฝีปากที่ถูกขบเม้มเบาๆ อย่างออดอ้อน

โค่ขอกลอกตาบนอีกหนึ่งรอบ

แล้วคิสมาร์คที่ทำอยู่บ่อยๆ นี่ยังไม่เรียกว่าตีตราจองอีกเหรอคะ พี่จินยอง

"ไม่!" แดดดี๊ตะโกนลั่น ก่อนผลักไหล่หนาเบื้องบนออกไป "คิดว่าแค่ฉันตัวเล็กกว่าแล้วจะรังแกกันได้ง่ายๆ งั้นเหรอ"

ต้องอย่างนั้นสิแดดดี๊!!! อย่าไปยอมมนุษย์หื่นอย่างพี่จินยองเป็นอันขาด

ทว่าพี่จินยองกลับยิ้มตอบราวกับถือไพ่เหนือกว่า

"อย่าปรักปรำกันแบบนั้นสิ ถ้าฉันคิดจะรังแกจริงๆ ป่านนี้พี่คงหายพยศ อ้อนจินยองอาทั้งวันทั้งคืนไปนานแล้ว"

"ทำเป็นปากดีไปเถอะ เดี๋ยวจะได้รู้กัน"

"งั้นไม่ดีแค่ปากก็ได้"

พี่จินยองตะครุบตัวแดดดี๊ไว้อีกครั้ง จูบสลับขบเม้มเบาๆ บนหัวไหล่และต้นแขน ก่อนหยิบมือเรียวเล็กราวกับมือเด็กสาวขึ้นมาหอมและแนบลงบนแก้ม

"อา... นุ่มนิ่มไปหมดทั้งตัวเลย ถ้าได้กินทั้งหมดนี่ จะไร้โชคด้านสตรีตลอดชาติก็ยอม"

อย่าว่าแต่แดดดี๊เลย ขนาดโค่ยังขนลุกชันด้วยความเลี่ยน

"หยุดนะ กล้าดียังไงมาหาว่านุ่มนิ่ม ถึงจะผอมแต่ฉันก็มีกล้ามนะเฟ้ย... แล้วมือ จับตรงไหนเนี่ย หยุดเดี๋ยวนี้นะ"

แดดดี๊ดิ้นขืน พลางตีมือซุกซนอีกข้างที่กำลังเลื้อยเข้าไปใต้ขอบกางเกง

ให้ตายเถอะ... สุดท้ายก็จบลงอีหรอบนี้อีกจนได้

โค่รีบเผ่นออกจากห้องอย่างระอา ก่อนที่การทะเลาะกันของคู่รักเจ้าปัญหาด้วยแพทเทิร์นเดิมๆ จะเริ่มขึ้นอีกครั้ง


"ทำยังไงถึงจะมีกล้ามแบบแจบอมได้นะ" แดดดี๊บ่นขึ้นขณะกำลังนั่งเล่นเกม

"หืม? พี่จะมีกล้ามเยอะแยะไปทำไม อยู่สายแบ๊วก็ดีแล้วนี่" ป๊ะป๋าสวนกลับทันควัน

"อะไรกัน แม้แต่นายยังพูดแบบนี้" แดดดี๊หันมาแหวใส่

"ฉันหมายความว่า เรามีกันเจ็ดคน แต่ละคนก็มีจุดขายไม่เหมือนกัน แล้วพี่ก็... เป็นสัญลักษณ์แห่งความแบ๊ว ถ้าขืนเพาะกล้ามออกมาแบบพี่แจบอม จุดยืนของพี่ก็เปลี่ยนไป อีกหน่อยใครจะเป็นตัวแทนทำเอกโยให้แฟนคลับดูล่ะ"

"นายไม่ต้องแถเลยนะ เอกโยเนี่ยมันมาจากอินเนอร์ กล้ามไม่กล้ามก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ ดูอย่างแจ็คสันกับยูคยอมสิ" แดดดี๊เถียง

"พี่แจ็คสันมันสายตลก ส่วนยูคยอมก็เอกโยที่ไรเขินจนเฟลทุกที แล้วคนอื่นที่เหลือเดี๋ยวนี้มีใครเอกโยแบบโปรๆ บ้างมั้ย... ขอทีไรหูทวนลมกันเป็นแถว"

"ก็ยังมีนายที่เป็นสายหมวยไม่ใช่เหรอ"

"สะ... สายหมวย?"

ป๊ะป๋าทำหน้าเลี่ยนใส่ขณะหันกลับไปมอง

ทั้งคู่เล่นเกมต่อไปอีกสักพัก

จู่ๆ เหมือนแดดดี๊นึกอะไรขึ้นมาได้ วางมือจากคีย์บอร์ดตรงหน้า

"ยองแจยา ขอหน่อยนะ" พูดจบก็คว้าหมับไปที่หน้าอกของป๊ะป๋า

"อ๊ากกกก" คนถูกจับร้องเสียงหลง ตีที่มือซุกซนนั้นเสียงดังเพียะอย่างลืมตัวเป็นการใหญ่ ก่อนกระถดกายหนีด้วยความตกใจ "ทำอะไรของพี่เนี่ย"

"ฉันก็แค่อยากรู้ว่านายมีกล้ามรึเปล่า" แดดดี๊ยังคงเอามือป่ายแปะไปทั่วร่างกายของป๊ะป๋า

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ พี่มาร์ค... ฉันยังอยากดำรงสัมพันธภาพที่ดีกับออมม่าอยู่น้า" ป๊ะป๋าส่งเสียงโหยหวนขณะเบี่ยงตัวหลบ

ทว่าแดดดี๊กลับมีสีหน้าตกตะลึง ชักมือกลับมาลูบคลำแขนและไหล่ของตัวเอง ก่อนจมสู่อารมณ์หดหู่

"แม้แต่นาย... ยังกล้ามใหญ่กว่าฉัน... ได้ไง"

"พี่ก็เข้ายิมสิ" ป๊ะป๋าสวน

"เข้าแล้วเว้ย เข้าทุกวัน... แต่กล้ามไม่มาเลย นี่ก็กินโปรตีนตามที่เทรนเนอร์แนะนำอยู่"

"โห ลงทุนอ่ะ พี่แจบอมกับฉันกินแค่ไข่ขาวเอง" เสียงป๊ะป๋ายองแจแฝงความภูมิใจระคนทับถมอยู่กลายๆ

"โอ๊ยยย หงุดหงิดโว้ยยย" แดดดี๊ออกอาการดีดดิ้น วางมือจากเกมตรงหน้า ก่อนเดินออกจากห้องอย่างหัวเสีย


หลังจากนั้น พฤติกรรมของแดดดี๊ก็เปลี่ยนไป

แดดดี๊กินล้างกินผลาญ แถมยังกินตลอดทั้งวัน ดึกๆ ยังลุกขึ้นมากินอีก

เปลี่ยนแหล่งกบดานจากห้องพี่จินยองกับห้องป๊ะป๋า ไปขลุกอยู่ในครัว ส่งเสียงกุกกักในนั้นตลอดเวลา

จนตอนนี้กลายเป็นผู้ชำนาญด้านการประยุกต์วัตถุดิบคงค้างทุกรูปแบบในตู้เย็นไปเรียบร้อย

ถึงเป็นคนกินเยอะเป็นวิสัย แต่พักนี้เห็นแดดดี๊สวาปามแต่ละที โค่จุกแทน

คงเพราะกินเท่าไหร่ไม่อ้วน ก็เลยไม่มีไขมันสะสมเอาไว้บ่มเป็นกล้าม

นอกจากอาหารแล้ว แดดดี๊ยังซัดสารพัดอาหารเสริมแทนของหวานอีกด้วย

มีอยู่ครั้งหนึ่ง พี่จินยองจอมปากเปราะเคยหัวเราะเยาะและล้อเลียนแดดดี๊ ขณะมองอีกฝ่ายพยายามกลืนยาอัดเม็ดและแคปซูลหลังอาหาร

"อัดเข้าไปแบบนั้น ถ้าไม่ก้ามปูก็ระวังจะอ้วนจนลดไม่ลงนะพี่"

แดดดี๊ได้แต่มองค้อน เถียงไม่ออกเพราะปากยังไม่ว่าง

"ไหน ดูซิ ผลของความพยายามหลายวันมานี่" พี่จินยองไม่พูดเปล่า เข้าไปโอบรอบเอวจากด้านหลัง

แดดดี๊รีบตีมือซุกซนที่กำลังมุดเข้าไปลูบคลำอย่างจาบจ้วงภายใต้เสื้อยืด

"ทะลึ่ง ทำอะไร นี่มันครัวนะ"

ทว่าพี่จินยองไม่ได้ระคายต่อการประท้วง

"อะไรกัน แค่นี้เองเหรอ ถ้าเป็นฉันกินขนาดพี่ ออกกำลังกายขนาดพี่ ไม่ถึงสัปดาห์กล้ามก็มาเป็นลูกๆ แล้ว"

"ปัดโธ่เว้ย ไม่ข่มซักเรื่องได้มั้ย แล้วมือนายน่ะ จับเสร็จก็ปล่อยได้แล้ว เฮ้ย ลงต่ำทำไม" แดดดี๊โวยวาย

"นี่ ฉันบอกอะไรดีๆ ให้เอามั้ย"

พี่จินยองดันร่างอีกฝ่ายเข้าไปชิดกำแพง

สายตาดุจไฮยีน่าล่าเหยื่อแบบนั้น... โค่พนันได้เลยว่า เรื่องที่จะบอกไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

แดดดี๊พยายามขืนตัวออกจากอ้อมแขน แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัว แข้งขาอ่อนระทวยเมื่อมือใหญ่รุกรานเข้าไปภายใต้กางเกง

"จริงๆ แล้ว มีโปรตีนอยู่ชนิดนึงที่ร่างกายดูดซึมเข้าไปได้ในทันที"

"อย่ามาทำเป็นพูดด้วยเสียงนักวิชาการหน่อยเลย" แดดดี๊ตอบกลับเสียงพร่า

"ชู่... อย่าเพิ่งขัดสิ ก็ฉันกำลังพูดข้อมูลเชิงวิชาการอยู่นี่นา" พี่จินยองกระซิบ ก่อนขบใบหูที่อยู่ตรงหน้าเบาๆ แล้วค่อยๆ เคลื่อนริมฝีปากมายังซอกคอ

"อื้อ... อย่า..." แดดดี๊ครางผะแผ่ว เอนกายอิงซบไหล่หนาที่อยู่ข้างหลัง

มือที่พยายามรั้งแขนรอบเอวค่อยๆ เลื่อนลงประสานกับมือแกร่งที่กำลังครอบครองส่วนที่อ่อนไหวภายใต้เนื้อผ้า

"พี่เอาแต่ฟิตหุ่น ไม่ยอมมาที่ห้องฉันตั้งหลายคืนแล้ว พี่กำลังพลาดทางลัดในการสร้างกล้ามเนื้ออย่างมหันต์เชียวนะ"

นี่ไอ้พี่จินยองไม่รู้จริงๆ เหรอ ว่าตัวเองนั่นแหละที่ทำพลาดมหันต์ บังอาจปลุกปล้ำแถมยังเยาะเย้ยเรื่องรูปร่างของแดดดี๊ในวันนั้น ที่แดดดี๊ไม่เข้าไปนอนด้วยที่ห้อง ก็เพราะกลัวจะโดนเสกเด็กเข้าท้องตอนเผลอมากกว่าเสกกล้าม

"ทางลัด... อื้อ... อะไรของนาย" เสียงลมหายใจเหมือนจะขาดเป็นห้วงๆ

"ร่างกายของผู้ชายจะหลั่งฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนออกมาสูงเป็นพิเศษเวลาที่มีกิจกรรมทางเพศ ฮอร์โมนตัวนี้แหละ ที่จะช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ"

ไอ้พี่จินยองแนบริมฝีปากบนข้างแก้มของแดดดี๊ อธิบายด้วยเสียงกระซิบทุ้มต่ำอย่างเคร่งขรึมจนอดเผลอคล้อยตามไม่ได้ว่าอาจเป็นเรื่องจริง หากไม่ได้เห็นแววตาหื่นกระหายและการกระทำอุกอาจภายใต้กางเกงของแดดดี๊ในตอนนี้

"อ๊ะ... จินยองอา อื้อ..."

แดดดี๊ขมวดคิ้ว กัดริมฝีปากล่าง พลางค้อมตัวลงพิงหน้าผากกับฝาผนังราวกับกำลังสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพวยพุ่งออกมา

พี่จินยองจูบและฝังรอยเขี้ยวเบาๆ บนด้านหลังของลำคอระหง

"หลายวันมานี่ พี่ไม่ได้จัดการตัวเองเลยสินะ ร่างกายถึงได้รับสัมผัสไวขนาดนี้" กระซิบแผ่วพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์ "นั่นสิ จะจัดการได้ยังไง ในเมื่อไม่ได้อยู่กับจินยองอา ไม่รู้ว่าจะทำเรื่องลามกกับใครใช่มั้ยล่ะ"

แดดดี๊มองค้อน ทว่าสายตากลับหยุดได้เพียงแค่กำแพง เนื่องจากกำลังต่อสู้กับอารมณ์ที่กระเจิดกระเจิงจากภายในด้วยการปลุกเร้าของฝ่ามือของคนที่แนบกายชิดจากข้างหลัง

ไอ้พี่จินยองตัวร้ายรู้จักร่างกายของแดดดี๊ดีกว่าใครๆ แม้แต่เจ้าตัว

"ของเหลวที่ออกมาจากร่างกายยังเต็มไปด้วยสารอาหาร เอ็นไซม์ และฮอร์โมนที่กระตุ้นให้มีความสุข รวมไปถึงโปรตีนที่จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อนั่นอีกด้วยนะ"

เสียงทุ้มยังคงสาธยายต่อราวกับไม่รู้สึกรู้สากับปฏิกิริยาของอีกฝ่าย

"อึก..." เสียงหวีดร้องของแดดดี๊ถูกกักไว้แค่กลีบปากซึ่งเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนแอ่นกายจนบิดเกร็ง แล้วทิ้งน้ำหนักตัวลงในอ้อมแขนของพี่จินยองในที่สุด

ขณะที่ผู้ร้ายจูบซับหยาดเหงื่อที่ผุดพราวตรงขมับ พลางยิ้มอย่างพึงพอใจ

ไม่นาน แดดดี๊ก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับภาพพี่จินยองกำลังเลียฝ่ามือของตัวเองอย่างยั่วยวน

"หวานไปทั้งตัวแบบนี้ เมื่อไหร่จะเป็นของจินยองอาซักทีนะ"

แดดดี๊กัดริมฝีปาก หน้าแดงจัดจนถึงใบหู ก่อนดันตัวเองออกจากอ้อมแขน แล้วหันหลังพิงกำแพงอย่างอ่อนแรง

"ตัวอันตราย" เสียงงึมงำอย่างขัดใจ

"ขอบคุณที่เลี้ยงโปรตีนหนึ่งมื้อนะครับ" จอมวายร้ายทำเสียงทะเล้น ก่อนยื่นหน้าเข้าไปขโมยจุ๊บเบาๆ ที่แก้ม

แดดดี๊เงื้อมือขึ้นทำท่าจะตีคนกวนประสาท

ทว่าพี่จินยองกวนหนักข้อกว่าเดิม ด้วยการฉวยมือข้างนั้นเข้ามาดูดเลียจนเกลี้ยงเกลา

"อยากได้โปรตีนเพิ่มก็แวะมาที่ห้องได้ทุกเมื่อนะฮยอง"

"ไอ้..." แดดดี๊เหวี่ยงแขนทุบพี่จินยองอีกรอบ คราวนี้ไม่ใช่แค่ขู่ แต่ฟาดลงไปจริงๆ

ด้วยความไว ทำให้อีกฝ่ายรอดพ้นการกระทบกระแทก พี่จินยองรีบวิ่งหนีออกจากห้องครัว

"อ้อ ลืมบอกไปอย่าง"

หมอนั่นโผล่หน้ากลับเข้ามาอีกครั้ง

"ที่บอกว่าฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนจะสูงขึ้นน่ะ ไม่ใช่กับทุกคนเสมอไปนะ บางคนอาจจะตกฮวบกลายเป็นเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลแบบผู้หญิงซะงั้น" พูดจบก็เผ่นออกไปทันที

"ไปหลอกเด็กอนุบาลไป๊" แดดดี๊ทำท่ากระโดดถีบพลางตะโกนไล่หลังอย่างรู้ทัน


อีกหนึ่งพฤติกรรมของแดดดี๊ที่เปลี่ยนไป...

นั่นคือความป๋าดุจพระยาเทครัว

แดดดี๊ทำตัวเป็นสามีของทุกคนในบ้านค่ะ

เดิมทีบ้านเปรียบเสมือนฮาเร็มของเฮียจั๋นจอมมือไว

ไม่ใช่แค่โค่ที่ถูกจับไปฟัด แต่คนที่โดนบ่อยกว่าใครๆ เห็นจะเป็นพี่แบมแบม นอกนั้นเฮียจั๋นก็อาศัยความเป็นมิตรกับคนทั่วไปลูบๆ คลำๆ ขยำขยี้กันอย่างถ้วนหน้าหมดทุกคน ไม่เว้นแม้แต่คนแมนอย่างปู่แจและพี่จินยอง

ไม่ใช่สิ... ไม่เว้นแม้แต่พี่ๆ เมเนเจอร์ผู้แข็งแกร่ง

เพราะเฮียจั๋นไม่เคยเกรงกลัวใคร และไม่เคยปฏิบัติต่อใครเป็นพิเศษอย่างเด่นชัดแบบนี้เนี่ยสิ พี่แบมแบมถึงทำได้เพียงเฮฮาบ้าๆ บอๆ เออออห่อหมกไปกับเฮียโดยไม่กล้าเผยความในใจ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ฮาเร็มของเฮียจั๋นถูกเปลี่ยนอำนาจเป็นของแดดดี๊มาร์คไปเรียบร้อยแล้ว

ภาพแดดดี๊นั่งตรงกลางอยู่บนโซฟา มีเฮียจั๋นนั่งคลอเคลียขนาบข้างคุยก้อร่อก้อติก พี่แบมแบมนอนหนุนตักเล่นมือถือ และพี่ยูคยอมนั่งพื้น กอดขาเอาหน้าแนบเข่าราวกับลูกเล็กอ้อนแม่ กลายเป็นภาพที่โค่เริ่มชินตา

แต่คงไม่คุ้นเคยนักสำหรับป๊ะป๋ายองแจที่นานๆ จะออกมาจากห้องที

"นัวเนียกันอะไรเบอร์นี้" ป๊ะป๋ายองแจบ่น

"ยองแจยา... มามะ มานั่งดูทีวีด้วยกัน" เฮียจั๋นเรียกเสียงใสพลางตบเบาะให้มานั่งข้างๆ

"ไม่อ่ะ" ป๊ะป๋าเดินอย่างเซื่องซึมเข้าไปในครัว

โค่เลยโดดลงจากตักเฮียจั๋น แล้ววิ่งตามป๊ะป๋าเข้าไป หวังจะได้กินขนม

ทว่า... จู่ๆ ปู่แจก็สาวเท้าตัดหน้าเข้าไปในห้องครัวเสียก่อน

"ยองแจ มีอะไรไม่พอใจพูดกันตรงๆ ก็ได้"

คนถูกถามทำตาโตขณะหยิบนมในตู้เย็นออกมาเท

"เมื่อกี้ที่นายบอกว่าจะขอแยกห้องกับฉัน หมายความว่ายังไง"

ปู่แจดูหัวเสียเล็กน้อย

"ก็หมายความตามนั้น ไม่ได้มีอะไรไม่พอใจ" ป๊ะป๋าตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ดวงตาของปู่แจเต็มไปด้วยความยุ่งยากใจ ปู่พยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนพูดออกไป

"ยองแจยา... เดี๋ยวนี้เวลาเราอยู่ด้วยกันนายไม่ค่อยยิ้มหรือหัวเราะเลยนะ"

"ฉันไม่ใช่คนบ้านะพี่ จะได้ยิ้มหรือหัวเราะได้ทั้งวัน" ป๊ะป๋าสวนกลับมาด้วยสีหน้าที่พยายามให้เป็นปกติเช่นกัน

ปู่เข้าไปประชิดตัว แล้วมองหน้าอีกฝ่าย

"หรือว่านายยังโกรธฉัน... เรื่องเมื่อเช้า" จู่ๆ ปู่ก็ลดเสียงลงแผ่วเบาจนเหมือนกระซิบ

ป๊ะป๋าหลุบสายตาอย่างอึดอัด

"ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้โกรธ"

"งั้นเพราะอะไรล่ะ" ปู่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิม

ป๊ะป๋ายกนมขึ้นมาดื่มราวกับพยายามรักษาระยะห่างออกจากปู่

"มีอะไรกันเหรอ" แดดดี๊เดินเข้ามาอุ้มโค่ขึ้น แล้วเอ่ยถาม

ป๊ะป๋ายองแจได้จังหวะ เดินออกไปจากห้องครัวทั้งแก้วและขวดนม

แดดดี๊รีบขวางปู่แจไว้ ก่อนที่จะตามป๊ะป๋าออกไป

"นายคงไม่ได้... ทำไปแล้วใช่มั้ย" แดดดี๊ถามพลางจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง

ปู่แจหน้าแดงจัด หลบสายตาคู่นั้น

"ยัง... ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย แค่..."

ปู่มีอาการลังเลว่าจะตอบดีหรือไม่ ก่อนค่อยๆ ปริปากเฉลยออกมา

"แค่เมื่อคืนฉันลองไปนอนเตียงของยองแจดูบ้าง"

หือ? พูดเรื่องอะไรกัน โค่งงไปหมดแล้ว

"เพื่อ?"

"ฉันก็แค่อยากรู้ ว่าถ้าย้ายไปนอนกับหมอนั่นแทน จะยังละเมออีกมั้ย"

หือ? ใครนอนละเมองั้นเหรอ?

"แล้วเป็นไง"

"เมื่อเช้า พอหมอนั่นตื่น เห็นฉันอยู่ข้างๆ ก็โวยวายจนตกเตียง แล้วเมื่อกี้จู่ๆ ก็มาบอกว่าจะขอแยกห้องนอน พอถามสาเหตุก็อึกอัก ไม่ยอมบอกเสียที โธ่เว้ย นี่มันเรื่องอะไรกัน"

นั่นสิ เมื่อก่อนก็นอนฟูกเดียวกันทุกวัน กะอีแค่ปู่แจมานอนเบียดด้วย ไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่นะป๊ะป๋า

"แยกก็แยกสิ ถ้าหมอนั่นไม่สบายใจล่ะก็" แดดดี๊ออกความเห็น

"ปัญหาคือหมอนั่นไม่สบายใจเรื่องอะไร ก่อนหน้านี้ฉันก็สงสัยเรื่องแยกเตียงครั้งนึงแล้ว พอรู้สาเหตุก็โอเค รับได้ แต่แยกห้องอีกเนี่ย มันอดคิดไม่ได้ว่าหมอนั่นไม่พอใจอะไรฉันรึเปล่า"

แดดดี๊นิ่งคิดครู่หนึ่ง

"หรือว่า... หมอนั่นรู้เรื่องนั้นแล้ว"

"เรื่องนั้น?" ถึงจะเป็นการทวนคำถาม แต่สีหน้าของปู่ก็ซีดเผือดราวกับรู้คำตอบอยู่แล้ว

"ก็เรื่องที่นายแอบปรึกษาจิตแพทย์กับหมอผีเรื่องปัญหาการนอนละเมอของยองแจไง"

"บ้าน่า... ฉันแค่จดเบอร์ติดต่อไว้ ยังไม่ได้โทรหาใครเลย"

"แต่นายก็แอบใช้ยองแจทำวิจัยเรื่องการปลุก..." แดดดี๊หรี่ตามองปู่ด้วยสายตารู้ทัน

หรือจะเป็นตอนที่อ่านสมุดบันทึกของปู่แจในตอนนั้น?

"นั่นมันก็เพื่อประโยชน์ของยองแจรึเปล่าฟะ!" ปู่แจขึ้นเสียง

แต่แล้วก็รีบหุบปาก ยื่นหน้าออกไปมองคนอื่นๆ ที่ยังนั่งดูทีวีกันอยู่ที่โซฟา ก่อนดึงแขนแดดดี๊เข้ามากระซิบกระซาบภายในห้องครัว

"ไม่ว่ายังไง หมอนั่นก็ต้องได้รับการรักษานะ ทั้งเรื่องตื่นนอนยาก ทั้งเรื่องนอนละเมอ มันไม่ดีต่อสุขภาพ"

"ไม่ว่ายังไง ฉันก็คิดว่านายควรพูดกับยองแจตรงๆ"

"ฉันพูดแน่ แต่ฉันขอหาสาเหตุให้ได้ก่อน... ฉันไม่อยากให้ยองแจรู้สึกเหมือนทำให้ฉันเดือดร้อนน่ะ"

แดดดี๊ถอนหายใจเบาๆ

"นายนี่แคร์ยองแจน่าดูเลยนะ" พูดพลางยกมือขึ้นขยี้ผมด้านหน้าของปู่แจเบาๆ

ทันใดนั้น ปู่แจก็แก้มแดงระเรื่อ เบือนสายตามองทางอื่น

"ฉันก็แคร์ทุกคนนั่นแหละ"

"เอาอย่างนี้... ฉันจะให้ความร่วมมือกับนาย เราลองสลับห้องกันดูมั้ย"

ปู่แจทำหน้าเหวอเล็กน้อย

"ตะ... แต่"

"ไม่ตลอดไปหรอกน่า แค่เวลาสั้นๆ ลองสลับกันดู ฉันเองก็อยากรู้ว่า ถ้ายองแจนอนห้องเดียวกับฉัน ดึกๆ จะละเมอมานอนเตียงเดียวกันแบบที่นายเจอรึเปล่า"

ปู่แจพยักหน้า ทว่าไม่กี่วินาทีต่อมาก็เหล่มองแดดดี๊ด้วยหางตาราวกับรู้ทัน

"ไม่ใช่ว่าอยากสลับห้องนอนเพื่อชวนยองแจเล่นเกมหรอกนะ พี่มาร์ค"


หลังจากนั้น เพื่อไม่ให้สมาชิกคนอื่นๆ เอะใจการขอแยกห้องนอน ปู่และแดดดี๊จึงเรียกน้องๆ มาตกลงเรื่องการสลับห้อง เผื่อจะมีใครอยากเปลี่ยนที่หลับที่นอนอีก

ผลปรากฏว่า มีเพียงแดดดี๊ที่สลับห้องนอนกับปู่แจ

กล่าวคือ ต่อจากนี้ปู่แจต้องเผชิญชะตากรรมแหวกหาพื้นที่นอนในห้องของเฮียจั๋น

ขณะที่แดดดี๊กับป๊ะป๋าฉลองวิวาห์หวานชื่นกันทุกคืนด้วยการเล่นเกม

ซะเมื่อไหร่ล่ะ เพราะปู่แจไม่วายตามมาไล่ให้ปิดไฟนอน

ส่วนโค่ก็แสนสุขใจ ได้นอนห้องที่มีทั้งแดดดี๊และป๊ะป๋า ไม่ต้องเทียวไปเทียวมาห้องนั้นทีห้องนี้ที แถมเดี๋ยวนี้แดดดี๊ยังไม่ค่อยได้ไปหาพี่จินยองที่ห้องอีกด้วย

ต่อให้ไป ก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะพี่จินยองชอบเอาเรื่องกล้ามขึ้นมาล้อเลียนให้แดดดี๊หัวเสีย

กระนั้น ตอนไม่ล้อก็หวานเลี่ยน เอ๊ย หวานชื่นกันตามปกติ


อย่างไรก็ตาม... ยังมีอีกความลับหนึ่งที่โค่บอกใครไม่ได้

ถ้าโค่บอกไป แล้วจะช่วยเหยียบให้โค่ได้รึเปล่า

"โคโค่ยา"

ป๊ะป๋ายองแจคุยกับโค่ในวันหนึ่ง

"ฉันคงนอนกับพี่แจบอมจนติดแล้วแน่ๆ"

มันก็ไม่แปลกหรอกนะป๊ะป๋า ก็ร่วมเรียงเคียงหมอนกันมาตั้งเป็นปีๆ

"ฉันไม่ชอบเลย"

อ้าว ทำไมล่ะ ปู่แจก็ทะนุถนอมป๊ะป๋าดีไม่ใช่เหรอ

"ฉัน... คงรบกวนพี่แจบอมมาตลอดเลยสินะ"

ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่ตื่นยากตื่นเย็นก็อาจจะใช่ แต่ตอนนี้แยกเตียงกันนอนก็ตื่นง่ายแล้วนี่นา

"แถมตอนนี้ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังไม่บริสุทธิ์ใจกับพี่แจบอมอีก"

หืม? หมางง หมายความว่ายังไงคะ

"ช่างมันเถอะ ฉันจะพยายามหักห้ามใจ เพราะฉะนั้นที่ฉันพูดเมื่อกี้ ช่วยเก็บเป็นความลับด้วยนะ"

อ้าว... อย่าตัดบทดื้อๆ อย่างนี้สิคะป๊ะป๋า

เอาเป็นว่าหมาจะช่วยเก็บเป็นความลับให้ก็ได้


จบ.


แถมท้าย

แดดดี๊น่ะ บางทีก็ปากแข็ง

โดยเฉพาะเวลามีทิฐิ อยากเอาชนะพี่จินยอง

ทำเป็นย้ายห้องแล้วต้องนอนเป็นเพื่อนป๊ะป๋ายองแจอย่างเคร่งครัด

แต่ที่ไหนได้... วันไหนพี่จินยองไม่อยู่ ก็แอบดอดพาโค่ไปนอนห้องพี่จินยองทุกที

คิดถึงเขาล่ะสิ แต่ไม่ยอมพูดออกไป

แต่แดดดี๊ไม่ได้โชคดีไปซะทุกครั้งหรอกนะ

อย่างเช่นวันนี้... พี่จินยองดันกลับเร็วกว่ากำหนดหนึ่งวัน

ทันทีที่ได้กลิ่นเจ้าของห้อง โค่ก็รีบลงจากเตียงก่อนถูกพี่จินยองไล่

แต่แดดดี๊เนี่ยสิ ยังหลับสบายไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัวเลย

พี่จินยองเข้ามาในห้องทั้งมืดๆ วางกระเป๋าอย่างเงียบเชียบ แล้วค่อยๆ ย่องมายังเตียงราวกับรู้อยู่แล้วว่ามีผู้บุกรุก

พี่จินยองหย่อนก้นลงบนเตียง แล้วเอนกายขนาบข้างแดดดี๊อย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวอีกฝ่ายตื่น

"กลับมาแล้วครับ" หมอนั่นกระซิบแผ่วที่ข้างหู

แดดดี้ไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัวแม้แต่น้อย

พี่จินยองลูบผมคนที่นอนนิ่งอย่างอ่อนโยน แสงสลัวที่ผ่านกระจกฝ้าบนบานประตู ทำให้เห็นรอยยิ้มขี้เล่นอยู่ในเงามืด

"ไม่ได้เจอกันตั้งเกือบเจ็ดสิบชั่วโมง คิดถึงจัง"

พี่จินยองก้มลงจุ๊บแก้มอีกฝ่ายเบาๆ

คนถูกจุ๊บยังคงไม่ไหวติง

"หลับสนิทจริงๆ ด้วยแฮะ สงสัยอัพกล้ามจนเหนื่อยเลยล่ะสิ ไหนดูซิ จะอัพได้แค่ไหนเชียว" ไม่พูดเปล่า มือลูบคลำไปตามแขนและไหล่

"จินยองใจร้าย คอยดูนะ ฉันจะจับนายกดให้ได้เลย" เสียงแดดดี๊งึมงำทั้งที่ตายังปิด

พี่จินยองทำหน้าเหมือนจะระเบิดหัวเราะออกมา

"จะจับจินยองกดเหรอครับ... ฝันไปก่อนนะฮยอง"

มือใหญ่ไล้ไปบนกรอบหน้า สันจมูก และริมฝีปาก

"ฮยองของฉันสวยขนาดนี้ ไม่แปลกใจหรอกทำไมไอ้พี่แจบอมถึงได้เผลอเคลิ้มๆ ไปบ้าง จริงสิ... เรายังไม่ได้ชำระความกันเลยนะ ที่หมู่นี้พี่อ่อยพี่แจบอมกับน้องๆ คนอื่นอยู่บ่อยๆ อย่าคิดว่าจินยองจะปล่อยให้ลอยนวล"

พี่จินยองหัวเราะคิกขณะบ่นคนที่นอนอยู่ตรงหน้า

"ยิ่งเวลาฮยองส่งสายตา ใครโดนเข้าไปเป็นต้องหลง จะไม่ให้จินยองหวงได้ยังไง แล้วดูมือเข้าสิ"

เขาลูบปลายนิ้วที่โผล่ชายแขนเสื้อมาเพียงครึ่งหนึ่ง

"จุ๋มจิ๋มยังกับมือเด็ก แถมยังนุ่มนิ่มขนาดนี้ จะมากดจินยองไหวเหรอครับฮยอง"

พี่จินยองก้มตัวเข้าไปกระซิบที่ข้างหูอีกฝ่าย

"ยอมเป็นของจินยองเถอะนะ เค้าสัญญาว่าจะทะนุถนอมฮยองเป็นอย่างดีเลย"

"หนอย ไอ้ตัวแสบ" เสียงละเมองึมงำออกมาอีกรอบ "ฉันเทคโปรตีนเข้าไปแทบตาย นายเอามันออกมาหมดเลยได้ไง เสียดายของ"

พี่จินยองนั่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนปล่อยก๊ากออกมาดังลั่น พลางดิ้นไปกอดอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงใจอีกต่อไป

ง่ะ... ขำอะไรของเขานักหนานะ ไอ้จอมวายร้าย

ในที่สุด แดดดี๊ก็ปรือตาตื่นขึ้นมาเพราะแรงเขย่าพร้อมเสียงฮาที่ดังกรอกหู

"อือ... อะไรเนี่ย"

พี่จินยองยังหัวเราะน้ำหูน้ำตาไหลไม่หยุด แถมยังไม่ยอมบอกแดดดี้ว่าขำอะไร

"จินยอง... นายบ้าไปแล้ว" แดดดี๊ส่ายหัว ก่อนลุกขึ้นเตรียมกลับไปนอนต่อที่ห้องตัวเอง

ทว่าพี่จินยองกลับฉุดแขนไว้

"โปรตีนมื้อดึกกันซักหน่อยมั้ยฮยอง"

ทันใดนั้น แดดดี๊หน้าแดงแปร๊ดถึงหู ก่อนฉวยหมอนฟาดพี่จินยองเป็นการใหญ่

"ไอ้จินยอง ไอ้เด็กบ้า ไอ้ลามก นี่แน่ะๆๆๆ"

ดูท่าทางพี่จินยองจะเจ็บมากจนเพี้ยนไปแล้ว เพราะคืนนั้นได้ยินเสียงหัวเราะลอยมาเบาๆ เป็นระยะๆ จากเตียงพี่เขาทั้งคืน


หายไปนานเลยค่ะ จริงๆ แล้วเรื่องนี้เขียนสต็อกไว้ ที่ไม่ได้เอามาปล่อย เพราะตั้งปณิธานไว้แล้วว่าจะไว้อาลัยแด่พระเจ้าอยู่หัว 1 เดือน

แต่ไม่อยากเชื่อเลย ว่าระหว่างนี้ดันมีโมเมนต์ชวนหวีดจนอยากพับลิชนิยายขึ้นมามากมาย ประหนึ่งถูกฟ้าดินกลั่นแกล้งทดสอบความแน่วแน่ของจิตใจ

แต่คิดอีกแง่ ได้เอาบางโมเมนต์ที่ใกล้เคียงกับนิยายมาปรับให้รู้สึกเรียลกว่าเดิม

แต่สุดท้ายก็ไม่ไหวแล้วค่ะ ตัวจริงขยันชงกันขนาดนี้ ทรมานเหลือเกินนนน ขอปล่อยของสักนิดเถอะ

เอาเป็นว่าพับลิชแค่เรื่องเดียวก่อน ที่เหลือหลัง 14 พฤศจิกาโลดค่ะ

ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ

ปล. นี่อยากปล่อยจนเนื้อตัวสั่น คอมก็ไม่มี ปล่อยทางมือถือไปก่อน อาจไม่เต็มรูปแบบนัก กลับไทยเมื่อไหร่จะมาจัดการให้เรียบร้อยนะคะ

ผลงานทั้งหมด ของ something to live and die for

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 13:10
    ทะมายอยากให้มีต่ออิ
    #5
    1
    • 20 มีนาคม 2560 / 00:58
      อาจจะมีต่อ... หรือไม่มีก็ได้ค่า ถ้าไม่เกี่ยงจินมัค แนะนำให้อ่าน Kodakara เป็นไซด์สตอรี่ (ที่ยาวกว่า) ของเรื่องนี้อีกที
      #5-1
  2. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 21:35
    โอ๊ยชอบบบบบ
    #4
    1
  3. #3 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 21:34
    ////////โอ๊ยชอบบบบบบ
    #3
    0
  4. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 00:43
    งุ้ยยยยยย มาแล้ว รออยู่ตลอดนะคะอิอิ
    เรา #ทีมพิจินกับเอินตลอดกาล
    เดี๋ยวอ่านแล้วจะมาเม้นต่อ เพิ่งเปิดมาเจออะไรตอนนี้ไม่เข้าใจตัวเอง
    #2
    3
    • 5 พฤศจิกายน 2559 / 00:52
      มาแล้วค่าาาา ฮืออออ บอกได้คำเดียว อยากเป็นโคโค่55555 สนับสนุนให้แด๊ดดี้ยอมพี่จินยองสักทีนะคะ อ่านไปจนถึงว่ายังไม่มีใครยอมกันถึงขั้นพูดออกมาว่า ยังไม่ยอมกันอีกเหรอเนี่ย! สนับสนุนให้ตอนต่อไปยอมได้แล้วนะป๊าโค่ ส่วนคู่2แจ ก็นึกว่าปู่แอบชอบน้องแจนอะไรที่แท้ ทำวิจัยเรื่องการปลุก555555 ตลกอะ มีจะปรึกษาจิตแพทย์กับหมอผีโอ๊ย ส่วนม๊าโค่นี่ก็ชอบพี่เขาตั้งแต่แรกแล้วมั้ยล่ะ หึงตลอดเวลาเบอร์นี้ แจบอมนี่ดูหวั่นไหวกับทั้งเอินทั้งแจนเลยอะ อยากรู้ความในใจพี่เขาจังเลยค่ะ
      #2-2
    • 5 พฤศจิกายน 2559 / 01:47
      555 ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์นะคะ
      แหม... เอาใจใส่ถึงขั้นทำวิจัยขนาดนี้ ไม่เรียกรักจะเรียกว่าอะไร แค่บางทีก็เผลอใจให้ความเคะของคนที่ใกล้ตัวน้อยกว่าเท่านั้นเองค่า
      #2-3
  5. วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 23:25
    เอินหนูเป็นของจินยองไปเถอะลูก
    #1
    1
    • 1 พฤศจิกายน 2559 / 14:07
      ด่วนตัดสินใจ เดี๋ยวอนาคตเปลี่ยนตำแหน่งไม่ได้ก็แย่เลยนะคะ กิกิ
      #1-1