คัดลอกลิงก์เเล้ว

隣BT4 : The Oversleeping Therapy [#MarkJin #JinMark #Jaebum]

และแล้วก็ถึงคราวของลีดเดอร์ ที่ต้องเผชิญความยุ่งยากจากคู่รักป่วนวิกาล งานวิจัยที่เขาสู้อุตส่าห์แหกขี้ตาทุ่มเทแรงกายแรงใจจะประสบความสำเร็จหรือไม่?

ยอดวิวรวม

1,279

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


1,279

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


30
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 ม.ค. 60 / 19:09 น.
นิยาย 隣BT4 : The Oversleeping Therapy [#MarkJin #JinMark #Jaebum] 隣BT4 : The Oversleeping Therapy [#MarkJin #JinMark #Jaebum] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
* บทความนี้เป็นเพียงเรื่องในจินตนาการ ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับบุคคลที่ปรากฏในเรื่องนะคะ

สวัสดีค่ะ

มาถึงตอนนี้ คิดว่าผู้อ่านหลายท่านคงเดาได้ ว่าถึงคิวของใครที่จะมาถ่ายทอดชะตากรรมถูกป่วนเป็นรายสุดท้าย (รึเปล่า?)

เคยบ่นไปในคอมเมนต์ของตอนก่อนๆ ว่าเรื่องของแจบอมเป็นอะไรที่เขียนยาก
แล้วก็ยากจริงๆ ด้วยค่ะ แหะๆ
อุตส่าห์ด้นมาได้จนจบ ซึ่งพล็อตที่วางไว้ในตอนแรกไม่ใช่แบบนี้เลย
แจบอมเองก็เปลี่ยนไปจากที่ตั้งใจจะเขียนด้วย (ขอโทษนะแจบอม)

สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่าน ลิงค์ของแต่ละตอนมีดังนี้ค่ะ

และมีตอนพิเศษที่ไม่ได้ลงไว้ใน dek-d

สาเหตุที่ไม่ลงใน dek-d เป็นเพราะความผิดพลาดที่เราตั้งซีรีส์นี้ไว้เป็นเรื่องสั้นนี่แหละค่ะ 

รู้สึกว่าเรื่องนี้มันยังไม่เข้าพวกกับตอนอื่นๆ ในหลายๆ แง่ เลยไม่ค่อยอยากโพสต์โดยตั้งเป็นเรื่องสั้นอีกค่ะ


สุดท้ายนี้ขอบคุณที่ติดตาม และขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ด้วยค่ะ


เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 ม.ค. 60 / 19:09


อิม แจบอม ลีดเดอร์สุดชิคแห่ง GOT7

ผมเป็นคนหลับง่าย อยู่ที่ไหนก็หลับได้ ตกกลางคืนหัวถึงหมอนก็หลับทันที จึงไม่ค่อยมีปัญหากับ "คู่รักที่คุณก็รู้ว่าใคร" ในเวลากลางคืนสักเท่าไหร่

แต่ก็ใช่ว่าไม่มีผลกระทบ!

และผลกระทบก็ใหญ่หลวงมากเสียด้วย

นั่นคือการปลุกยองแจ!

ไม่มีใครรู้ซึ้งถึงความยากลำบากในการปลุกยองแจในตอนเช้าเท่าผมอีกแล้ว

เดิมทีกว่าผมจะตื่นได้ก็ต้องใช้พี่เมเนเจอร์ถึงสามคนมาขุดผมออกจากผ้าห่ม

แต่ปัจจุบัน... เหมือนผลกรรมตามสนอง ด้วยหน้าที่ของลีดเดอร์ของเด็กและไม่เด็กอีกหกคน ผมต้องใช้จิตใจที่แข็งแกร่งประดุจหินผาในการลุกขึ้นมาในตอนเช้า... เพื่อปลุกเจ้ายองแจที่ขี้เซากว่าผมเป็นร้อยเท่าอีกที

หนำซ้ำระยะหลังยองแจตื่นยากตื่นเย็นกว่าเดิมเข้าไปอีก สาเหตุก็เพราะ...


"ยองแจ! เล่นเกมกัน!!!"

จู่ๆ พี่มาร์คก็เปิดประตูเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าสดใสเริงร่า พร้อมกับสุนัขตัวจิ๋วสีขาวในอ้อมแขน

ขณะนี้เป็นเวลาสามทุ่ม

ยองแจก็กำลังจะปิดคอมพิวเตอร์เตรียมตัวเข้านอน

จังหวะเหมาะอะไรจะขนาดนี้

"แฮ่ม!" ผมกระแอมเบาๆ เป็นการเตือนเจ้าของคอมพิวเตอร์

เดี๋ยวจะปิดไฟนอนแล้ว จงปฏิเสธพี่มาร์ค ฉันขอสั่งในฐานะลีดเดอร์

ผมส่งกระแสจิตผ่านทางสายตาไปอย่างเงียบๆ

ยองแจนิ่งไปด้วยสีหน้าสับสนอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนพึมพำออกไปเสียงอ่อย

"คือว่า... พวกเรากำลังจะเข้านอน"

เมื่อไม่กี่วันมานี้ หมอนี่สัญญากับผมไว้ว่าจะพยายามเข้านอนตอนสามทุ่ม เพื่อตื่นง่ายในตอนเช้า

"อะไรกัน พรุ่งนี้พวกนายไม่มีงานไม่ใช่เหรอ" พี่มาร์คแย้ง

"มะ... มันก็ใช่"

"งั้นเล่นเกมกันนะ"

หัวใจสีชมพูดวงเล็กๆ กระพือปีกรายล้อมรอยยิ้มของพี่ใหญ่

ให้ตายเถอะ ไม่ว่าใครก็ไม่อาจต้านทานรอยยิ้มดุจทุ่งลาเวนเดอร์อันกว้างใหญ่ที่มีนกไนติงเกลโบยบินพร้อมกับสายตาคัพเค้กนั้นได้

ผมพยายามนิ่งเงียบ คอยลุ้นว่ายองแจจะรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างไร

เพราะหมอนี่ก็เป็นอีกคนที่ไม่อาจขัดขืนออร่าสดใสของพี่มาร์คได้เช่นเดียวกัน

"ตะ... แต่พี่แจบอมบอกให้ฉันตื่นเช้าด้วยนาฬิกาปลุก..."

หมอนั่นคงจนปัญญา เลยต้องยกผมขึ้นมาเป็นข้ออ้าง

"หือ?" พี่มาร์คทำหน้าแปลกใจ

"ฉันอยากหัดให้ยองแจตื่นเองได้น่ะ" ผมเสริม

"อ้อ... อย่างงี้นี่เอง"

ดูเหมือนเขาจะยอมเข้าใจแฮะ

ทว่า

"แต่ก็ไม่จำเป็นต้องตื่นเช้านี่นา นายก็รู้นี่ ยองแจไม่ถูกกับอากาศตอนเช้า จะรีบปลุกมาให้น้ำมูกย้อยทำไมในวันที่ไม่มีงาน"

"ง่า... มันก็ใช่" ยองแจพยักหน้าขณะเหลือบมองผมอย่างกริ่งเกรง

"เพราะอย่างนี้ไง ถึงต้องตื่นเช้าให้เป็นนิสัย ร่างกายมันจะได้ปรับ..."

พูดไม่ทันจบ พี่มาร์คก็เข้าไปประชิดยองแจพร้อมกับยื่นข้อเสนอให้โดยไม่สนใจฟังผม

"เดี๋ยวฉันซื้อไอเท็มใหม่ให้นายสองชิ้นเลย"

เฮ้ย! ติดสินบนแบบนี้ก็ได้ด้วย?

ใจแข็งไว้... ยองแจยา ผมภาวนาอยู่ในใจ

ยองแจไม่เคยต้านทานรอยยิ้มของพี่มาร์คได้ ถ้าเป็นปกติ แค่รอยยิ้มสดใสก็ทำให้หมอนั่นมึนๆ งงๆ ไปนั่งเคียงข้างพี่มาร์คหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ราวกับถูกป้ายยาสั่ง

แต่คราวนี้มีผมเป็นหนึ่งในตัวแปร จึงทำให้ลังเลขึ้นมา

"อีกห้าชิ้นเลยก็ได้!"

ยองแจอึกอักเล็กน้อย เขาคงลำบากใจน่าดูที่จะต้องขัดใจคนใดคนหนึ่ง

ในที่สุด...

"พี่จะเล่นเกมก็ได้นะ... แต่ฉันคงไม่เล่นด้วย ขอเข้านอนก่อนดีกว่า เล่นเสร็จฝากเก็บด้วยแล้วกัน" ในที่สุดหมอนั่นก็พูดออกมา

ผมแอบถอนหายใจเบาๆ อย่างโล่งอก

พี่มาร์คยักไหล่ นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ ฮัมเพลงเบาๆ อย่างลิงโลด

ทว่าขณะที่ยองแจกำลังจะคลานมุดผ้าห่มนั้นเอง

"ไม่มีคนออนอยู่เลยอ่ะ ยองแจ มาเล่นเป็นเพื่อนหน่อยสิ"

ยองแจชำเลืองมองผมอย่างกริ่งเกรง

ชีวิตต้องเลือกอีกครั้ง... ระหว่างลีดเดอร์และพี่ใหญ่

แล้วใบหน้าออดอ้อนของไอ้พี่ใหญ่มันก็ชวนใจอ่อนเสียเหลือเกิน

อย่านะ ยองแจยา... อย่าหลงกลใบหน้าแอ๊บใสนั่นเป็นอันขาด!

"เดี๋ยวซื้อแรร์ไอเท็มให้เพิ่มอีกสามชิ้นเลย" พี่มาร์คเสนอโดยไม่ปล่อยให้เหยื่อลังเล

เกลียดพวกคนรวยจริงๆ!

ไอ้พี่มาร์ค... คิดจะเป็นปฏิปักษ์กับลีดเดอร์ใช่มั้ย?

"กะ... ก็ได้ แต่แค่ชั่วโมงเดียวนะพี่ หรือถ้ามีคนมาออนเพิ่ม ฉันก็จะเข้านอน"

บัดซบ! สัญญากับผมมีค่าน้อยกว่าไอเท็มในเกมสิบชิ้นเหรอเนี่ย?

(ยองแจ : แต่สามในสิบเป็นถึงแรร์ไอเท็มเชียวนะพี่แจบอม)

ชั่วโมงเดียวอะไรของนาย เลิกตีสี่ทุกที!!! คนมาออนเพิ่มอะไรของนาย พอคนออนเยอะขึ้นก็ติดลมทุกที!!!

บ้าชะมัด ทำไมอีกฝ่ายต้องเป็นพี่มาร์คด้วย ถ้าเป็นคนอื่นล่ะก็ ไล่กลับห้องไปตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาแล้ว

ไม่ได้การ ผมต้องหาตัวช่วย

ผมหยิบมือถือออกมาพิมพ์ข้อความ

'จินยอง มาเก็บเมียนายกลับห้องไปเดี๋ยวนี้'

ไม่กี่วินาทีก็มีข้อความตอบกลับมา

'เรื่องสิ จ้างให้ก็ไม่ง้อหรอก'

ว่าแล้วเชียว... ทะเลาะกันนี่เอง

ว่าแต่ห้องตัวเองก็มี ทำไมไอ้พี่มาร์คไม่ยอมกลับ

หรือจะเปลี่ยนใจส่งข้อความหาแจ็คสันแทนดีนะ

ให้ตายเถอะ... หมอนั่นไปถ่ายรายการที่จีนอยู่นี่นา

เอางี้...

'ถ้านายไม่มาง้อ ระวังถูกตีท้ายครัวนะเฟ่ย' ผมแกล้งพิมพ์ยั่วประสาทหมอนั่น

'ถ้าพี่ยอมเป็นรับล่ะก็ อยากได้ก็เอาไปเลย'

รู้สาเหตุแล้ว ปัญหาบนเตียงตามเคย

'ฉันคงไม่หรอก แต่ยองแจนี่สิ พักนี้น่ารักมีเสน่ห์ผิดหูผิดตา แถมว่านอนสอนง่าย เมื่อกี้พี่มาร์คชวนเล่นด้วยปุ๊บก็ตกลงปั๊บ มิน่าล่ะ หมอนั่นถึงได้ชอบย่องมาหาตอนดึกบ่อยๆ'

ได้ผล ไม่ถึงหนึ่งนาทีประตูห้องก็เปิดออก พร้อมกับร่างของจินยองที่มาในบรรยากาศทะมึน

"พี่มาร์ค เข้านอนกันเถอะ" หมอนั่นพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ ก่อนเข้ามาฉวยข้อมือคนที่กำลังเล่นเกมอยู่

พี่มาร์คชำเลืองมองด้วยหางตา ก่อนสะบัดแขนออก แล้วเล่นเกมต่อหน้าตาเฉย

"ถ้านายไม่หยุดความคิดบ้าๆ นั่น ฉันก็จะไม่เข้าใกล้นายอีก และไม่ไปห้องนายอีก"

"ความคิดบ้าๆ? พี่นั่นแหละบ้า ยั่วยวนจนฉันเครื่องติดแล้วมาเล่นตัวทีหลัง พี่จะปั่นหัวฉันเล่นหรือไง"

"ว้ากกกกก"

ผมรีบปราดเข้าไปปิดหูยองแจ

ทว่า... ไม่ทันแล้ว

หมอนั่นถึงกับทำจอยสติ๊กหลุดมือ

"ใครยั่วนาย? ฉันแค่ไปนอนห้องนายเฉยๆ นายนั่นแหละ คิดอกุศล"

"รู้ทั้งรู้ว่าฉันคิดอกุศล แล้วยังมานอนถึงบนเตียงฉัน ไม่เรียกยั่วแล้วจะเรียกว่าอะไร" จินยองเถียง

ไอ้พวกนี้...

"แฮ่ม! ช่วยไปทะเลาะกันต่อในห้องตัวเองได้มั้ย" ผมขัด "ยองแจ... ปิดคอมแล้วเข้านอนเถอะ"

"ยองแจ เล่นต่อให้จบตานี้ก่อน" พี่มาร์คออกคำสั่ง

ยองแจหันซ้ายหันขวาอย่างสับสน

"ถ้าพี่โกรธฉันก็กลับห้องตัวเองสิ มารบกวนคนอื่นทำไม"

พูดได้ตรงประเด็นดีมาก จินยองอา

"ฉันมาเพราะอยากเล่นเกม นายนั่นแหละ จุ้นไม่เข้าเรื่อง"

"แน่ใจนะ ว่าอยากเล่นเกมอย่างเดียว"

จินยองแผ่รังสีอำมหิตมาถึงผมและยองแจ

"อย่าพาลได้มั้ย ดูสิ! แพ้เลย จินยอง นายต้องชดใช้!"

พี่มาร์คลุกขึ้นยืน จ้องหน้าแฟนตัวเองอย่างเหลืออด

แม้แต่โคโค่ก็ยังเห่าเสียงเล็กๆ ไล่จินยอง ปกป้องป๊ะป๋าตัวเอง

"สต็อป! สต็อป!" ผมรีบห้ามทัพ

ทั้งคู่จ้องตากันราวกับมีกระแสไฟจากฟ้าผ่าฟาดเปรี้ยงๆๆ ออกมาจากลูกตา

ในที่สุด จินยองก็เป็นฝ่ายรามือ

"ก็ได้ อยากเล่นเกมหรือจะทำอะไรก็ตามใจพี่เลย" พูดจบก็เดินออกจากห้องไป

อ้าว... เข้ามานี่ไม่ได้ช่วยอะไร แถมยังทำให้แย่ลงอีก

ไอ้จินยอง กลับมาก่อน... มาเอาเมียรักของนายออกไปด้วย!

หนอย เวลาดีกันก็รักนักรักหนา แต่พอทะเลาะกันทีแทบแตกหัก แถมยังรังควานคนอื่นไปทั่ว

แล้วไอ้สาเหตุของการทะเลาะกัน มันก็ช่าง...

พี่มาร์คทรุดตัวลงนั่งหน้าคอม แล้วเล่นเกมต่อ

"ยองแจ เล่นต่อเถอะนะ"

เขาหันมายิ้มหวาน

นะ... น่ากลัวเกินไปแล้ว

เมื่อกี้ยังบึ้งตึงราวกับจะกินเลือดกินเนื้อจินยองอยู่ดีๆ

สมแล้วที่จินยองได้พี่มาร์คไป เพราะมีแต่หมอนั่นเท่านั้นที่รับมือความน่าสะพรึงแบบนี้ได้

แย่แล้ว ความง่วงดันคืบคลานเข้ามายังเปลือกตา

ไม่ว่ายังไง ก็ต้องทำให้พี่มาร์คออกจากห้องไปโดยเร็วที่สุด

พี่มาร์ค ยองแจตื่นยาก โปรดเข้าใจคนปลุกอย่างผมด้วย

ใช่ว่าพี่มาร์คไม่เข้าใจ แต่พอทะเลาะกับจินยองทีไร พี่แกไม่เคยนึกถึงความจริงข้อนี้

เอาวะ... ความพยายามครั้งสุดท้าย...

ผมหยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้ง

'จินยองอา ถ้าฉันปิดไฟนอนแล้ว นายจะไม่มีสิทธิมาง้อเมียแล้วนะ'

ผมส่งข้อความไปอย่างมีความหวัง

'จ้างให้ก็ไม่ง้อ' เขาตอบกลับมา

นี่คงเห็นว่ามีผมอยู่ด้วยสินะ ถึงได้มั่นอกมั่นใจ

'ก็ตามใจ ถ้าฉันปิดไฟ สองคนนั้นก็ต้องย้ายไปเล่นเกมห้องพี่มาร์คกันสองต่อสอง แล้ววันนี้แจ็คสันก็ไม่อยู่เสียด้วย'

'แล้วไง'

'นายก็รู้ ยองแจเคยปฏิเสธพี่มาร์คได้ที่ไหน'

'แล้วพี่มาร์คจะทำอะไร'

'ก็ไม่รู้สิ แต่ฉันจะบอกให้เอาบุญก็ได้นะว่า พี่มาร์คมาเล่นเกมที่ห้องดึกๆ ทีไร ฉันตื่นเช้ามาก็เห็นนอนกอดก่ายกับยองแจอยู่หน้าคอมทุกที' ผมพิมพ์ทิ้งท้าย

ถึงขั้นนี้แล้ว ถ้ายังไม่สำเร็จอีกก็คงต้องปลง

และขณะที่กำลังเอื้อมมือไปจะปิดไฟนั้นเอง ประตูก็เปิดออกอีกครั้ง

จินยองโผล่เข้ามา พุ่งเข้าหาเป้าหมาย ค่อยๆ ไล้มือไปบนไหล่ของอีกฝ่ายก่อนโอบรอบคอแล้วเอาหัวซบอย่างออดอ้อน

"ฮยอง..."

อ๊ากกก เสียงกระซิบแหบพร่าด้วยความหื่นนี้!!!

"จะไม่กลับไปนอนกอดฉันจริงๆ เหรอ"

แม้แต่ผมยังขนลุกเกรียวด้วยความสยิวกิ้วที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

ผมสังหรณ์ใจไม่ดี รีบเข้าไปปิดหูยองแจซึ่งหน้าซีดและทำจอยสติ๊กในมือตกอีกครั้ง

ม่ายยย... ไอ้จินยอง พวกนายทำมักเน่ของวงใจแตกไปหนึ่งแล้ว

(ยูคยอม : พี่เข้าใจผมผิดแล้ว พี่แจบ๊อม!)

ส่วนแบมแบมก็มีใจให้แจ็คสัน

(แบมแบม : แล้วมันผิดตรงไหน?)

ฉันจะไม่ยอมให้พวกนายพรากความใสซื่อของยองแจไปก่อนวัยอันควรอีกคนแน่ๆ

(ยองแจ : ฉันบรรลุนิติภาวะแล้วนะพี่)

ช่วยกรุณายกเว้นหมอนี่ไว้ให้สมเป็นสมาชิกมักเน่ไลน์ของวงซักคนเถอะ

แม้แต่พี่มาร์คก็ชะงักมือไปชั่ววินาทีเช่นกัน

"เกลียดฉันแล้วเหรอ ไม่คิดถึงฉันเลยเหรอ ฉันอยากได้ไออุ่นของพี่ อยากสูดกลิ่นกายของพี่ อยากสัมผัสพี่จนแทบคลั่ง ถ้าพี่ไม่สมยอมล่ะก็ ฉันนอนกอดพี่เฉยๆ ก็ได้ หรือถ้าพี่ยังไม่ไว้ใจแค่จับมือกันก็ได้ แต่ฉันขอคิสกู๊ดไนท์พี่ก่อนนอนก็พอ"

พะ... พูดมาได้ ไม่กระดากปากบ้างหรือไง

ขนาดผมยังกระดากหูจนไม่รู้จะทำหน้ายังไงดี

พี่มาร์คหน้าแดงก่ำ ก้มหน้างุด เอียงหัวหลบลมหายใจร้อนๆ ที่กระทบใบหู

จินยองจอมเจ้าเล่ห์ตบท้ายด้วยการจุ๊บเบาๆ บนแก้มระเรื่อ

พะ... พวกนาย!!! มาพรอดรักอะไรกันในห้องนอนของฉันนน!

ทว่า ได้ผล...

พี่มาร์คถึงกับมือไม้อ่อน ยอมวางจอยสติ๊กแต่โดยดี

นี่สินะ ที่เจ้ายูคยอมเคยบ่นว่า ยามดีกันแค่จินยองลูบแขนเบาๆ ก็ทำเอาพี่มาร์คระทดระทวยลืมสิ้นทุกสิ่ง

"จริงนะ" ในที่สุดก็ได้ยินเสียงอ่อนเสียงหวานตอบกลับมา

จินยองยื่นนิ้วก้อยให้เกี่ยวทำสัญญา

หลังจากเกี่ยวก้อยกันเสร็จ ทั้งคู่ก็เดินคลอเคลียกันออกจากห้องอย่างสงบ

เฮ้ออออ ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ราวกับยกภูเขาออกจากอก

ง้อกันดีๆ ตั้งแต่แรกก็หมดเรื่อง

"เอ้า เข้านอนได้แล้วยองแจ ต่อให้พรุ่งนี้ไม่มีงาน นายก็ต้องลองตื่นด้วยนาฬิกาปลุก"

"แง่ะ ลองมากี่คืนแล้วเนี่ย" ยองแจกระเง้ากระงอดขณะเก็บของ

"เอาเถอะน่า ยังไงนายต้องรีบนอน" ผมเร่ง

อันที่จริงการที่ผมต้องการให้ยองแจเข้านอนเร็วนั้น ผมไม่ได้คาดหวังให้หมอนั่นตื่นเช้าได้ด้วยตัวเองหรอก

สำหรับหมอนั่น การตื่นเช้าได้ทันทีแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

แต่ผมกำลังทำงานวิจัยอยู่ จึงต้องหลอกขอความร่วมมือให้หมอนั่นเข้านอนเร็ว

ผมเป็นคนหลับง่ายมาก ถ้าหมอนั่นไม่เข้านอนก่อน สุดท้ายพอหัวถึงหมอนผมก็จะหลับก่อนทันที เท่ากับพลาดโอกาสในการทดลองไปอย่างน่าเสียดาย

ความเดิมจากตอนที่แล้ว...

จินยองกล่าวไว้ว่า

'ตอนกำลังจะหลับนี่แหละ ดีที่สุด เพราะเป็นช่วงเวลาที่จิตสำนึกหยุดทำงาน แต่จิตใต้สำนึกยังคงตื่นตัวอยู่ ดังนั้น พอพูดอะไรไปสมองของเราจะไม่มีจิตสำนึกมาช่วยกลั่นกรอง เราก็จะรับสารนั้นเข้ามาแบบเต็มๆ'

จุดประกายความคิดให้ผมได้เป็นอย่างดี

ถ้าเพียงแค่ยองแจตื่นตามเวลาที่กำหนด ผมก็จะได้นอนเพิ่มอีกวันละหนึ่งชั่วโมงเชียวนะ!

ที่สำคัญ จินยองเคยทำสำเร็จไปแล้วครั้งหนึ่ง การที่ยองแจจะถูกสะกดจิตครั้งที่สองครั้งที่สามก็น่าจะง่ายขึ้น

จะว่าไป หมอนั่นก็เหมือนโดนสะกดจิตแบบไม่รู้ตัวมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว... โดยจินยองและพี่มาร์คนั่นแหละ

ถึงได้ไม่เคยขัดขืนการปลุกอันแสนหฤโหดของจินยองและรอยยิ้มทุ่งลาเวนเดอร์ของพี่มาร์คได้เลย

แล้วถ้าผมลองสะกดจิตยองแจเพื่อประโยชน์ของวงและตัวเขาเองดูบ้างล่ะ?

ผมจึงเริ่มแอบกระซิบใส่หูยองแจตอนเข้านอน

"จงตื่นตอนนาฬิกาปลุก จงตื่นตอนนาฬิกาปลุก จงตื่นตอนนาฬิกาปลุก"

ทว่า... นี่ก็ผ่านมาเป็นสัปดาห์แล้ว หมอนั่นก็ยังคงตื่นยากตื่นเย็นจนเรียกว่าเป็นสันดานไปแล้วก็ว่าได้

เหนื่อยเหลือเกิน...

แต่เลิกล้มไม่ได้เด็ดขาด

เพราะขี้เซาเป็นสันดานนั่นแหละ ถึงได้แก้ยากไม่ใช่เหรอ?

พอคิดได้ดังนั้น ผมจึงทำตามแผนต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ

และจะไม่ยอมให้ใครมาขัดขวางและทำให้การวิจัยในครั้งนี้ขาดตอนเด็ดขาด!

ดังนั้น ต่อจากนี้ จนกว่ายองแจจะตื่นเองด้วยนาฬิกาปลุกได้ ผมจะต้องบังคับให้เขาเข้านอนก่อนผมให้ได้ เพื่อสะกดจิตให้ตื่นเช้าทุกวันอย่างต่อเนื่อง!


จากประสบการณ์ในการปลุกยองแจไม่กี่ปีมานี้ ผมสามารถพูดได้เต็มปากว่า หากผมใจเด็ดยอมโหดร้ายกับยองแจอีกสักนิด ผมนี่แหละคือผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งในการขุดยองแจออกจากที่นอน

และนี่คือสเต็ปพื้นฐานของการปลุกยองแจในชีวิตประจำวันจากการวิจัยโดยลงมือปฏิบัติแบบลองผิดลองถูกอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

สเต็ปที่ 1 เขย่าตัวแล้วเรียกชื่อ

เป็นสเต็ปที่เรียบง่ายสุดๆ ในการปลุกคนให้ตื่น แต่สเต็ปนี้ใช้ไม่ได้กับยองแจเด็ดขาด ทำไปก็เหมือนเหนื่อยเปล่า แถมต้องตะเบ็งเสียงใส่หูหมอนั่น เจ็บคอชะมัด เอาหม้อเอาไหออกมาตีก็ไม่ได้ เดี๋ยวโดนเพื่อนบ้านด่า ปลุกยังไงหมอนั่นก็ยังแน่นิ่งประหนึ่งคนตาย ผมจึงเสียเวลากับมันเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น

สเต็ปที่ 2 ทุบด้วยค้อนลม

เนื่องจากยองแจมีหูที่ไว เริ่มจากทุบรัวๆ ที่ไหล่ แขน และขา ก่อนขยับมาทุบที่หมอนข้างๆ หู สลับตำแหน่งไปเรื่อยๆ ค้อนลมตีแรงแค่ไหนก็ไม่เจ็บ แต่อย่างน้อยเสียงค้อนลมก็น่ารำคาญพอที่จะทำให้หมอนั่นขมวดคิ้วมุ่นแล้วพลิกตัวหนี แต่ไม่มีทีท่าว่าจะลืมตาตื่น และเพื่อไม่ให้ร่างกายหมอนั่นบอบช้ำเกินจำเป็น ผมจึงทุบได้เพียงแค่ระยะหนึ่ง แล้วจึงค่อยเปลี่ยนเป็นสเต็ปต่อไป

สเต็ปที่ 2.5 เทผ้าห่ม

สเต็ปนี้ใช้ได้เพียงฤดูหนาวเท่านั้น เพราะบางทีพวกเราแทบไม่ได้ห่มผ้านอน ต้องรออากาศเย็นพอที่หมอนั่นจะม้วนตัวขดเป็นหนอน พอห่มผ้าตำแหน่งในการใช้ค้อนลมทุบก็มีจำกัด หลังจากทำให้พลิกตัวหนีสองสามครั้ง ก็จับชายผ้าห่มด้านหนึ่ง แล้วใช้พละกำลังเทหมอนั่นให้กลิ้งออกมา แน่นอนว่าความหนาวทำให้ร่างกายสั่นสะท้าน ทว่าหมอนั่นก็ยังคงหลับตาราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร นอนได้อึดจริงๆ

สเต็ปที่ 3 เลี้ยงน้องด้วยลำแข้ง

สเต็ปนี้ไม่มีความรุนแรง แค่ผมเหนื่อย เลยขอพักแต่ยังไม่ยอมแพ้ จึงต้องใช้เท้าเขย่าร่างยองแจไปพลางๆ ระหว่างฟื้นพลังงาน แล้วคิดเหรอว่ามันจะได้ผล... ไม่มีทาง!

สเต็ปที่ 4 ไม้ตาย ดัชนีอรหันต์โดยปรมาจารย์จินยอง

จี้จุดครับ ต้องจี้ให้ตรงจุด ยองแจจะชักกระตุก ดิ้นพราดๆ แล้วตาสว่างในที่สุด

หมอนั่นเกลียดวิธีนี้มาก เพราะทั้งขำทั้งเจ็บ บางทีถึงขั้นจุกจนหายใจไม่ออก

กระนั้น ผมยังเกรงว่าหมอนั่นจะบอบช้ำ จึงกระทำอย่างทะนุถนอม แต่ถ้าเป็นจินยองล่ะก็ นอกจากจะจี้ตรงจุดเป๊ะๆ จนยองแจสะดุ้งตัวลอยเด้งออกจากที่นอนแล้ว ยังรุนแรงระดับไม่กล้านอนต่ออีกแล้วเป็นอันขาด

แน่นอนว่าหมอนั่นบู๊ล้างผลาญกับเด็กน้อยของผมตั้งแต่สเต็ปแรกเลยทีเดียว

สมกับเป็นออมม่าของวง

อนึ่ง ผมเคยเริ่มปลุกยองแจโดยการลัดด้วยสเต็ปที่ 4 เลย แต่แล้วก็พบว่ามันไม่ได้ผล เพราะหมอนั่นยังอยู่ในภาวะหลับสนิทจึงไม่สะทกสะท้านต่อการกระทำใดๆ ผมจึงจำต้องปลุกตามสเต็ปดังกล่าวเพื่อให้การหลับไหลของยองแจตื้นขึ้นเรื่อยๆ ก่อน

ให้ตายเถอะ ถ้าวันดีคืนดีหมอนี่ถูกลักหลับก็คงไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยสินะ

คิดแล้วผมก็แอบหน้าซีด

แย่แล้ว... จนมาถึงตอนนี้ ยองแจนอนห้องเดียวกับพี่มาร์คมากี่ครั้งแล้วเนี่ย

ไม่สิ... นอนห้องเดียวกับจินยองมากี่ครั้งแล้ว

ผมรีบสลัดความคิดบัดสีออกจากหัว

ไม่ๆๆๆ สองผัวเมียเจ้าปัญหานั่นคงไม่มีทางนอกใจกันเด็ดขาด

ที่สำคัญ ยองแจมันก็น้องนุ่งนะเว้ย

ที่ผมใช้ยองแจคอยยั่วโมโหจินยอง ไม่ใช่เพราะพี่มาร์คคิดอะไรเกินเลยกับยองแจ หรือจินยองไม่เชื่อใจพี่มาร์ค

แต่เป็นเพราะทั้งจินยองทั้งพี่มาร์คต่างก็ไม่ชอบให้คนรักตัวเองอยู่กับคนอื่นสองต่อสองในที่รโหฐาน ไม่ว่าคนคนนั้นจะมีความสัมพันธ์ยังไงกับคนรักของตัวเองก็ตาม

พูดง่ายๆ... หลับหูหลับตาพาลอิจฉาไปทั่วนั่นเอง

แม้แต่พี่มาร์คจูบกับโคโค่ จินยองก็ยังหึงไม่เว้น ต้องตามไปจูบพี่มาร์คทับรอยโคโค่... ยอมไม่ได้แม้แต่ลูกหมา

บ้าบอสิ้นดี

ทั้งที่เรื่องงาน จินยองมีความสามารถในการจัดการบริหารสมกับเป็นมืออาชีพ

ถึงจะอายุน้อยกว่า แต่ตั้งแต่เราร่วมงานกันมา ผมนับถือเขาเสมือนเพื่อนรุ่นเดียวกัน

แล้วทำไมพอเป็นเรื่องความรัก ถึงได้วัยกลับไปพ่อแง่แม่ งอนเป็นเด็กประถมเสียได้

หนำซ้ำยังชอบมาปรึกษาปัญหาหัวใจราวกับผมเป็นพ่ออีกต่างหาก

อันที่จริงผมก็ไม่ได้รังเกียจเรื่องของความสัมพันธ์ของหมอนั่น

แต่...

ช่วยปรึกษาเรื่องที่ฉันพอจะจินตนาการให้นายได้หน่อยได้มั้ย!?

ไอ้เรื่องที่ว่าทำยังไงจะเปลี่ยนใจรุกให้มาเป็นรับได้เนี่ย

นอกจากไม่มีประสบการณ์แล้ว...

มันใช่เรื่องที่ควรถามคนไม่มีแฟนรึเปล่า?

ต่อให้มีผมก็ตอบไม่ได้อยู่ดี

เพราะผมไม่เคยมีแฟนเป็นรุกเหมือนหมอนั่นนี่โว้ยยย!!!

และก็ไม่คิดจะมีด้วย

ถึงอย่างนั้นก็ตาม...

"พี่แจบอม..."

ให้ตายเถอะ มาอีกแล้ว

หอบบรรยากาศมืดมนมาด้วยแบบนี้ มีอยู่เรื่องเดียว

แกล้งหลับดีกว่า

"ไม่ทันแล้วพี่... เมื่อกี้ยังตื่นอยู่เลยนี่นา" หมอนั่นเอ่ยท้วงอย่างรู้ทัน

"หลอกนายไม่ได้เลย ให้ตายเถอะ" ผมก้มหน้าลงฟุบบนฝ่ามือ แกล้งหาวหวอดเสียงดัง

"ไม่เข้าใจเลย"

นั่นไง... เริ่มแล้ว

จินยองทรุดตัวลงนั่งข้างๆ

"ทั้งที่หมอนั่นระทดระทวยในอ้อมกอดของฉัน แถมร่างกายก็ยังตอบสนองขนาดนั้น ทำไมถึงไม่ยอมซักที"

อย่าเอาหน้าสวยๆ ของนายมาใส่คำพูดติดเรทแบบนี้ได้มั้ย โคตรเจ็บปวดหัวใจ ไม่ชินเสียที

จินยองอา อะไรทำให้นายหมกมุ่นขนาดนี้

รีบอ่านนอร์วิเจียนวูดที่ค้างอยู่ให้จบๆ แล้วไปหาการ์ตูนรักใสๆ มาเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ได้นะ

"อีกนิดเดียวก็จะเผด็จศึกได้แล้วแท้ๆ หรือลีลาฉันยังไม่เทพพอ หรือว่าฉันยืดยาดเกินไป อุตส่าห์กะว่าจะใช้นิ้วก่อนเพราะกลัวหมอนั่นเจ็บ พยายามอดทนเสียเวลาเล้าโลมต่ออีกหน่อย ปรากฏว่าจากที่ร้องครางอย่างมีความสุขอยู่ดีๆ จู่ๆ ก็ขัดขืนขึ้นมา"

ขอถอนคำพูด หนังสืออีโรติกอะไรก็ตามที่นายกำลังอ่านอยู่ จงเอาไปเผาทิ้งให้หมด เดี๋ยวฉันซื้อคุโรมาตี้มาให้นายอ่านทดแทน

ขอบคุณพระเจ้าที่ยองแจยาไม่อยู่ด้วยกันในห้อง

ก็ดีใจอยู่หรอกนะ ที่จินยองมันสนิทและไว้ใจผมมากขนาดคุยกันอย่างเปิดอกได้ทุกเรื่อง

แต่แม้กระทั่งเรื่องแบบนี้... บางทีผมก็ชักอยากเปลี่ยนใจ ขอเป็นเพื่อนไม่สนิทสักเรื่องได้ไหม

นายควรไปปรึกษาครูในชั้นเรียนเพศศึกษาแทนดีกว่ามั้ย ไอ้จินยอง

ไม่ได้อีก... ดันเข้าพร้อมเมียมันแทบทุกคลาส ขืนถามออกไปกลับมาบ้านบึ้ม วอดวายพร้อมกันทั้งเจ็ดคนแน่ๆ

"นายถามฉันครั้งที่เท่าไหร่แล้ว คำตอบที่ได้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรนายเลย"

ผมถอนหายใจอย่างซูฮก

"พี่พอจะมีแผนดีๆ ให้พี่มาร์คใจอ่อนกับฉันบ้างรึเปล่า"

ผมโบกมือทันที

"แผนดีๆ ส่วนใหญ่ก็มาจากมันสมองอันหลักแหลมของนายทั้งนั้น ที่สำคัญ ฉันก็ไม่เห็นพี่มาร์คไม่ใจอ่อนกับนายตรงไหน จินยองงี่ จินยองอา จีนย้องงง..." ผมแกล้งเลียนเสียงพี่มาร์คตอนเรียกจินยองอย่างเทิดทูนบูชาในตอนท้าย

"พี่ก็รู้ มีเรื่องเดียวที่พี่มาร์คไม่ใจอ่อน"

"นายก็ต้องเข้าใจเขาด้วยสิ เขาก็เป็นผู้ชายเหมือนนายนั่นแหละ"

ให้ตายเถอะ ทำไมผมต้องมานั่งพูดความจริงที่เราต่างก็รู้กันซ้ำไปซ้ำมาแบบนี้ทุกครั้งด้วยนะ

"..."

จินยองนิ่งเงียบไป สีหน้ายิ่งทวีความหดหู่จนผมรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ

"เอ่อ... เอางี้สิ"

จะพูดออกไปดีมั้ยนะ...

ทว่า ฉับพลันทันใด ใบหน้าสวยใสของจินยองก็เงยขึ้นมองพร้อมความสว่างไสวเปี่ยมไปด้วยความหวัง

บ้าฉิบ... พ่ายแพ้สีหน้าแบบนี้จริงๆ

ผมหน้าร้อนฉ่า เสมองไปทางอื่น

รู้ซึ้งถึงความรู้สึกของยองแจตอนเจอรอยยิ้มทุ่งลาเวนเดอร์ของพี่มาร์คขึ้นมาเลยแฮะ

"พี่มาร์คแอบหึงบ่อยๆ เวลามีคนอยู่ใกล้นาย..."

"หือ? จริงอ่ะ ไม่เห็นรู้เลย"

ยังจะทำหน้าซื่อตาใสบอกว่าไม่รู้อีก นายนั่นแหละตัวดี ชอบมานัวเนียฉันให้พี่มาร์คหึงเพื่อทดสอบความรัก ทำไมฉันจะไม่รู้

"นายจะรู้ได้ยังไง ในเมื่อไม่เคยโดน"

คนที่เสียวสันหลังวาบเพราะจิตสังหารที่พุ่งตรงเข้ามาทุกครั้งที่อยู่ใกล้นาย คือฉันโว้ยยย

อยากจะพูดใส่หน้าไปแบบนั้น แต่ก็ต้องหยุดไว้ เพราะพูดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา

"โอ๊ะ หมอนั่นหึงแม้แต่พี่งั้นเหรอ"

ยังจะทำหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องอีก ไอ้ตัวแสบ

"แล้วพี่มาร์คจะหึงไปทำไม ในเมื่อพี่กับฉันก็สนิทกันแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว"

"ไปถามเมียนายเถอะ" ผมบอกปัด

"หรือว่า..."

จู่ๆ หมอนั่นก็ยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ มองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

"จริงๆ แล้ว พี่แจบอม... แอบชอบฉันอยู่ใช่มั้ยล่ะ"

ผมตบกะโหลกไอ้เด็กทะเล้นไปหนึ่งที

"โอ๊ย! พี่อ่ะ บอกรักกันดีๆ ก็ได้ เขินรุนแรงชะมัด"

"เขินบ้าอะไร" ผมมองด้วยหางตา

"ก็ปกติพี่ทะนุถนอมฉันยิ่งกว่าไข่ในหิน แต่พอแซวจี้ใจดำเข้าหน่อยก็ตบก็ตี ถ้าไม่เขินจะเรียกว่าอะไรครับคุณปู่"

"นายมันร้ายกาจแบบนี้น่ะสิ สมควรแล้วที่เมียจะขี้หึง"

"เกิดเป็นผู้ชายมันก็ต้องร้ายไม่ใช่เหรอ แต่ว่าร้ายยังไงก็ยังปราบพี่มาร์คบนเตียงไม่ได้เลย พี่แจบอมจ๋า ช่วยน้องหน่อยนะ นะๆๆ" จินยองเบะปาก ทำท่าเหมือนเด็กเล็กๆ ส่งเสียงออดอ้อนขณะเอาหัวมาถูไถที่ไหล่ของผม

ผมถอนหายใจ

"ไปไกลๆ เลย เดี๋ยวเมียนายมาเห็นจะเป็นเรื่อง"

ผมผลักหัวเขาออก

"ว่าแต่พี่มีไอเดียอะไรเหรอ" จินยองวกเข้าเรื่องหลังจากพูดจาเหลวไหลกันมาหลายย่อหน้า

"ฉันก็แค่คิดว่า... ถ้าลองกุข่าวลือ... อย่างเช่น ใครสักคนใกล้ตัวนายเคยแอบรักนายมาก่อน ทีนี้พี่มาร์คก็จะหวั่นไหว จากที่พาลหึงคนนั้นคนนี้สะเปะสะปะไปทั่ว ก็จะเริ่มหึงจริงจังและตระหนักว่าถ้าปล่อยให้ยังรุกทั้งคู่แบบนี้ อีกหน่อยก็คงต้องมีปัญหาหัวใจ ระหว่างที่กำลังหึงพีคๆ นายก็ต้องหาทางทำให้เขาใจอ่อนให้ได้"

"พี่แจบอม... อย่าเอาเรื่องจริงมาพูดดิ"

"เรื่องอะไร"

อย่าบอกนะว่าพี่มาร์คเริ่มใจอ่อนแล้ว แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นหมอนี่จะมาปรึกษาผมทำไมอีก

"เรื่องที่คนใกล้ตัวเคยแอบรักฉันน่ะ"

เฮ้ย! มีจริงดิ?

"ใคร?"

"ก็นี่มันพี่ชัดๆ ฉันเป็นรักแรกของพี่มาตลอดตั้งแต่ JJ Project ไม่ใช่เหรอ แต่เพราะเป็นผู้ชายด้วยกันก็เลยต้องตัดใจ รักษาความเป็นเพื่อนไว้ดีกว่า"

อะ... ไอ้จินยอง ไอ้เด็กนรก!!!

พูดออกมาเป็นฉากๆ ได้หน้าตาเฉย

ไม่พูดเปล่า ขึ้นมานั่งบนตักแล้วเอาแขนโอบรอบคออีกต่างหาก

"พูดบ้าอะไรของนาย"

ผมผลักหน้าหมอนั่นออกห่าง

"ลงไปนั่งบนเก้าอี้เหมือนเดิมเดี๋ยวนี้"

เกลียดนัก โรคขี้อ่อยปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปทั่วแบบไม่รู้สำนึกที่รักษาไม่หายนี่

ไม่ใช่แค่กับผมหรอกครับ ไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่กับหมอนี่ในเวลาส่วนตัว ถ้าไม่โดนโอบไหล่ กอดเอว ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ บางทีก็จะถูกมองด้วยสายตาที่ชวนจินตนาการไปถึงไหนๆ สกินชิปหน้ากล้องเท่าไหร่ หลังกล้องบวกเพิ่มไปเลยอีกสิบเท่า ผู้หญิงผู้ชายเท่าเทียมกันทุกคน

ไม่อยากเชื่อเลยว่าความอ่อนโยนในแบบของออมม่ากับความเจ้าชู้มือไวจะมีความใกล้เคียงกันเพียงแค่เส้นผมบางๆ เท่านั้น

สมควรแล้วที่จะถูกพี่มาร์คหึง

นี่ถ้าจินยองไม่ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของพี่มาร์คออกหน้าออกตา ผมคงไม่รู้เลยว่าจริงๆ แล้วมันกิ๊กกั๊กอยู่กับใครกันแน่

พวกชอบบริหารเสน่ห์สินะ

"อุ๊ย เรื่องจริงเหรอเนี่ย หน้าแดงด้วย"

ไม่เลิกอีก...

แถมยังยื่นริมฝีปากเข้ามาใกล้

ผมเลยดีดหน้าผากโหนกๆ นั่นเข้าให้

"โอ๊ย! นั่นไง เขินรุนแรงอีกแล้ว"

ขนาดลูบหัวป้อยๆ แล้วยังจะปากดีต่อ

"พอที ฉันเลิกคุยกับนายแล้ว ไม่ต้องมาปรึกษาปัญหาหัวใจกับฉันแล้วด้วย เชิญรักษาความซิงไปตลอดชีวิตคู่ของนายแล้วกัน ไปหาอะไรกินก่อนล่ะ" ผมตัดบท ก่อนผลักหมอนั่นลงจากตักแล้วลุกขึ้นออกจากห้อง

"ฉันไปด้วยสิพี่" หมอนั่นเดินเกาะแขนตามมาติดๆ

"ไปไกลๆ เลย อย่ามาแตะต้องตัวฉันเว้ย" ผมตะเพิดอย่างรำคาญ

"พี่แจบอมอ่ะ ทำแบบนี้กับรักแรกของพี่ได้ยังไง"

ให้ตายเถอะ หรือผมจะเอาใจหมอนี่เกินไปอย่างที่คนในวงเคยท้วง

เมื่อก่อนนิสัยน่ารักกว่านี้แท้ๆ


ดูเหมือนไอเดียที่ผมเสนอพล่อยๆ แบบขอไปทีถูกดำเนินการโดยทั้งผมและจินยองต่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

วันหนึ่ง ขณะที่ทุกคนกำลังสุมหัวประชุมเรื่องแก้แค้นจินยอง

"แผนของฉันก็ไม่ดี แผนของยูคยอมมี่ก็ไม่เอา อะไรของพี่อ่ะ พี่แจบอม" แจ็คสันโวยวาย

"บอกไปแล้วไง ถ้าจะให้ฉันร่วมมือด้วยมันต้องสนุกกว่านี้" ผมให้เหตุผล

"แล้วแบบไหนที่พี่เรียกว่าสนุก" ยูคยอมถามกลับ

"ฉันไม่ได้มีหน้าที่คิด ฉันแค่ตัดสินใจอย่างเดียว"

"พี่จงใจจะปกป้องพี่จินยองรึเปล่าเนี่ย" แบมแบมถามด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

"ปกป้องอะไร อย่างจินยอง ถ้าแผนไม่รัดกุมพอ ฉันไม่รับประกันความปลอดภัยของพวกนายนะ"

"อย่ามาอ้างนู่นอ้างนี่เลย อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะ ที่พี่ไม่อยากร่วมมือ เพราะพี่จินยองเป็นรักแรกของพี่ใช่มั้ยล่ะ" ยูคยอมทำเสียงเหน็บแนม

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ

ทุกสายตามองมาที่ผมด้วยความอึ้ง

"ไปเอามาจากไหน เหลวไหลใหญ่แล้ว" ผมบอกปัด

"ผมได้ยินมากับหูตัวเอง พี่ยังจะมีหน้ามาเถียงอีก" เจ้ามักเน่จอมป่วนไม่ลดละ

ดูมันพูดเข้า... แกเป็นน้องเล็กนะเฟ่ย!

เอ๊ะ? แย่แล้ว หรือว่าตอนนั้น...?

"อย่ามามั่ว พวกนายพูดยังไงฉันก็ยืนยันคำเดิม"

"พี่แจบอม... ทำไมหน้าแดง" แบมแบมถามเสียงนิ่งๆ

หือ? ผมเนี่ยนะ หน้าแดง?

"อย่ามาหาเรื่องหน่อยเลย" ผมตบกะโหลกเจ้าเด็กน้อยไปครั้งหนึ่ง

"จริงๆ แล้ว ฉันก็เคยสงสัยอยู่เหมือนกันตอนเป็นเด็กฝึก ถึงว่าสิ พี่แอบมองจินยองอยู่บ่อยๆ" แจ็คสันเอาบ้าง

"แอบมองบ้าอะไร"

ผมล็อคคอแจ็คสันเข้ามา ก่อนเปลี่ยนสีหน้าเป็นล้อเลียน

"นายต่างหาก แอบมองฉันบ่อยๆ ล่ะสิ ถึงได้รู้ คิดอะไรกับฉันรึเปล่า"

"นั่นไง พี่สารภาพแล้ว" แจ็คสันได้ทีย้อน พลางชี้หน้าผม

"หา?"

ตอนไหน?

"ก็เมื่อกี้พี่ถามฉันว่าฉันแอบมองพี่บ่อยๆ ถึงได้รู้ แสดงว่าพี่แอบมองจินยองจริงๆ"

อะ... ไอ้แจ็คสัน!!!

"เฮ้ย... ไม่ใช่นะ ฉันแค่หยอกนายเล่น"

"ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย พี่ยังชอบพี่จินยองอยู่แน่ๆ" ยูคยอมช่วยกระพือ

เอาเข้าไป

"ถ้าพี่มาร์ครู้เข้า..." แบมแบมแกล้งแหย่

"เฮ้ย อย่าเชียวนะพวกนาย"

ไอ้น้องๆ พวกนี้จะนำพาหายนะมาให้ผมแล้วไหมล่ะ

"จริงสิ ว่าแต่พี่มาร์คจะร่วมมือด้วยแน่เหรอ" ยองแจซึ่งนั่งเงียบมานานถามขึ้น ขณะรอสมาชิกคนสุดท้ายของขบวนการ

"ฉันส่งข้อความไปหาพี่มาร์คตั้งนานแล้ว" แบมแบมชูมือถือ "ทำไมยังไม่เห็นมา"

"ยังไม่อ่านรึเปล่า ขนาดแช็ตกลุ่มยังแทบไม่อ่าน" แจ็คสันเดา

"แต่ขึ้นว่าอ่านแล้วนะ"

"นั่นสิ โคโค่ก็กลับมาแล้ว" ยองแจอุ้มโคโค่ซึ่งเข้ามาในห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ขึ้นมาวางบนตัก

"โคโค่ไปไหนมาเหรอ" ยูคยอมถาม

"พี่มาร์คพาไปเดินเล่นน่ะ ไม่โผล่มาด้วยกันแบบนี้ สงสัยไปที่อื่นแล้วมั้ง" ยองแจตอบ

"กะแล้วเชียว ถ้าแกล้งพี่จินยอง พี่มาร์คไม่น่าให้ความร่วมมือ" แบมแบมทำเสียงผิดหวัง

"นั่นไง เหมือนพี่แจบอม พวกชมรมคนรักจินยอง" ยูคยอมทำเสียงเบื่อหน่าย

ให้มันได้อย่างนี้สิ เจ้าพวกนี้


ผมรู้สึกเหมือนกำลังถูกสวรรค์กลั่นแกล้ง

ว่ากันว่าเวลาเราตั้งใจจะทำสิ่งดีๆ มักมีอุปสรรคมาขัดขวางประหนึ่งมารผจญ

และ "มาร" ที่ว่าดันเป็นเจ้าของหน้าตาและรอยยิ้มมหาเสน่ห์ดุจเทวดาเสียด้วย

ระยะนี้พี่มาร์คมาเล่นเกมกับยองแจที่ห้องบ่อยมาก

แรกๆ ก็มาช่วงกลางวันหลังจากยองแจตื่น

แต่หลังๆ ชักเลยเถิด วันไหนไม่มีงานก็จะเล่นเกมกันจนเกือบลืมกินข้าวกินปลา ลากยาวไปจนฟ้ามืด และไม่มีทีท่าว่าจะออกไปไหน จินยองมาตามให้กลับห้องก็ไม่กลับ และดูเหมือนทั้งคู่จะไม่ได้ทะเลาะกัน ทำให้พลังการโน้มน้าวของจินยองแทบจะหมดความหมาย เพราะอีกฝ่ายมาเล่นเกมด้วยความตั้งใจจริงๆ

"เฮ้อ"

ผมกับจินยองถอนหายใจออกมาแทบจะพร้อมกัน ขณะออกมานั่งคลายเครียดที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน

"นี่มันเกิดอะไรขึ้น" ผมถาม

"นั่นสิ นี่มันเกิดอะไรขึ้น" จินยองถามกลับ

"พวกนายคงไม่ได้ทะเลาะอะไรกันอีกใช่มั้ย"

"ฉันก็กำลังงงว่าฉันกับพี่มาร์คทะเลาะกันอยู่รึเปล่า"

"พี่มาร์คมาขลุกอยู่ที่ห้องฉันทั้งวันทั้งคืน ทำงานวิจัยของฉันรวนไปหมด"

จินยองหันมามองหน้าผมอย่างงงๆ

"งานวิจัย?"

"ฉันกำลังวิจัยเรื่องการบำบัดอาการตื่นสายของยองแจยาอยู่น่ะสิ"

จินยองปล่อยลมออกมาจากปากพรืดใหญ่ ก่อนหัวเราะจนตัวงอ

"ถึงขนาดต้องทำวิจัยเลยเหรอพี่"

"ถึงจะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ความจริงจังของฉันมันระดับงานวิจัยนะเว้ย ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ"

"ผู้เชี่ยวชาญการปลุกยองแจอยู่ตรงหน้าพี่ทั้งคนนะ" จินยองยืดอกอย่างภูมิใจ

"พอเลย... เทคนิคของนายก็มีแต่นายที่ทำได้คนเดียว ฉันใจไม่ถึงอ่ะ ขืนยองแจยาโดนปลุกแบบนั้นทุกเช้า บอบช้ำกันพอดี"

"หืม... อะไรกัน เดี๋ยวนี้น้องรักของพี่กลายเป็นยองแจไปแล้วเหรอเนี่ย แบบนี้ฉันก็ตกกระป๋องสิ อย่างว่าแหละนะ คนนอนคุยกัน..."

ผมเขกกะโหลกจินยองไปหนึ่งที

"ทะลึ่งใหญ่แล้ว"

"โอ๊ย นั่นไง ฉันตกกระป๋องจริงๆ ด้วย เดี๋ยวนี้เอะอะต่อย เอะอะตี ติดนิสัยยองแจมาทั้งนั้นเลย"

"ช่างฉันเถอะน่า เอาเรื่องของนายให้รอดก่อน เมื่อไหร่เมียนายถึงจะเลิกติดเกม"

"นั่นสิ ปกติหมอนั่นก็เล่นเกมอยู่บ่อยๆ แต่ไม่หักโหมขนาดนี้ ฉันเองก็ไม่กล้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของพี่มาร์คมากนักด้วย"

"เรื่องส่วนตัวของพี่มาร์คมันเดือดร้อนฉันเว้ย ทุกวันนี้แทบจะอยู่ในห้องฉันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว ยองแจก็เหมือนกัน ไม่หลับไม่นอน พี่มาร์คว่ายังไงก็ว่าตามกัน พอเล่นเกมกันโต้รุ่งเสร็จ ตอนกลางวันพี่มาร์คยังมานอนที่ฉันอีกต่างหาก"

ทันใดนั้น บรรยากาศรอบข้างจินยองก็มืดมนจนผมถึงกับขนลุก

"พี่มาร์คนอนที่พี่งั้นเหรอ...?"

เฮ้ย... แย่แล้ว ดันหลุดปากพูดกระทบต่อมหึงจินยองเข้าจนได้

ย้อนเวลากลับไปลบเทปเมื่อกี้ได้ไหม?

"เดี๋ยวสิ ไม่ใช่เวลามาหึงเมียพร่ำเพรื่อนะเว้ย คนเดือดร้อนคือฉัน"

"เดือดร้อนอะไร พี่มาร์คนอนที่ของพี่ เวลาหลับก็สูดกลิ่นของพี่ แล้วพอพี่เข้านอน กลิ่นของพี่มาร์คก็ต้องติดอยู่บนที่นอน"

เอ่อ... หึงกระทั่งกลิ่น ใช้อะไรคิดวะครับ ไอ้จินยอง

"สต็อปเลย เพราะอย่างนี้ไง นายถึงต้องช่วยฉันแก้ไขปัญหา ทำให้เมียนายเลิกติดเกมให้ได้ จะได้ไม่มานอนบนที่นอนของฉันอีก นายจะได้เมียนายกลับคืนไป ส่วนฉันก็จะได้ทำวิจัยต่อ โอเคมั้ย"

"ดีล!" จินยองยื่นมือออกมา

เราจับมือร่วมมือกันอย่างหนักแน่นและมีความหวัง

"ก่อนอื่น คงต้องหาสาเหตุก่อนสินะ..." จินยองพึมพำ


ทว่าเพียงไม่กี่วันต่อจากนั้น...

"นี่มันอะไรกัน" เสียงจินยองโวยวายหลังจากกลับจากการสัมภาษณ์ออกรายการสดรายการหนึ่ง

ผมเดินออกจากห้องมาพบว่าเจ้าของเสียงกับพี่มาร์คกำลังปั้นปึ่งใส่กันอยู่

"วันนี้ทั้งวันพี่เอาแต่หลบหน้าฉัน ตอนอัดรายการพี่ก็จงใจเมินฉัน ขนาดฉันเรียก ฉันสะกิด ฉันถาม พี่ก็มองข้ามฉันไป พี่เป็นอะไรของพี่"

"จินยอง ไปคุยในห้องนายดีกว่ามั้ย" ผมเตือน

"งั้นพี่ก็บอกพี่มาร์คเถอะ เดี๋ยวนี้เขารังเกียจห้องฉันแล้วนี่"

หมอนั่นทำหน้างอน ทำท่าจะเดินหนีกลับห้อง

ผมรีบคว้าแขนเขาไว้

"งั้นก็เคลียร์ตรงนี้ให้จบ"

ขืนไม่จบตรงนี้ เดี๋ยวพี่มาร์คต้องเข้ามาชวนยองแจเล่นเกมในห้องผมแน่ๆ แล้วพรุ่งนี้ก็ดันมีอัดเสียงด้วย ปล่อยให้ยองแจเสียงแหบไปเข้าห้องอัดไม่ได้เด็ดขาด!!!

"ฉันไม่มีอะไรจะเคลียร์"

พี่มาร์คทำท่าจะเดินหนีอีกคน

ผมจึงรีบฉวยข้อมือไว้

"ฉันทำอะไรผิดงั้นเหรอ" จินยองถามด้วยเสียงอ่อนลง

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พี่มาร์คมีอาการผิดแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด

ยิ่งช่วงนี้พวกเราเริ่มเตรียมโปรโมทอัลบั้มใหม่ ตารางงานจู่ๆ ก็แน่นเอี้ยดขึ้นมา ทั้งประชุม อัดเสียง ซ้อมเต้น ถ่ายแบบ และเริ่มปรากฏตัวออกสื่อ

พอได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาก็ยิ่งเห็นได้ชัด

ระยะห่างระหว่างพี่มาร์คและจินยอง

บ้าฉิบ มาผิดใจอะไรกันตอนสำคัญแบบนี้

ดูแล้วไม่ใช่เรื่องบนเตียงแน่ๆ

ต่อให้จินยองจะหื่นใส่แค่ไหน พี่มาร์คก็ไม่เคยเมินเฉยได้นานขนาดนี้

และพี่มาร์คไม่เคยโกรธจินยองโดยไม่มีสาเหตุ

หมอนั่นใจอ่อนกับแฟนจะตายไป จินยองเข้าไปกระแซะนิดเป่าลมใส่หูหน่อย ก็หลุดยิ้มเอียงอายออกมาแล้ว

และจินยองเองก็ไม่เคยทำให้พี่มาร์คโกรธเรื่องอื่นนอกจากหื่นและหึงเลย

เอ๊ะ? หรือหมอนั่นจะแอบหึงใครอยู่?

"อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ พักนี้พี่แอบมองพี่แจบอมอยู่บ่อยๆ" จินยองหลุดปากออกมาในที่สุด

ผมถึงกับสะดุ้ง

เวรแล้วสิ... จู่ๆ คนกลางอย่างผมก็งานเข้าซะงั้น

"ไม่ใช่แค่แอบมอง พี่เปลี่ยนไปสนิทกับพี่แจบอม ดูแลเอาใจใส่พี่แจบอมเป็นพิเศษ"

"เดี๋ยวก่อน ปกติพี่มาร์คก็ดูแลทั้งฉันทั้งนายเป็นปกติ ฉันไม่เห็นว่าพี่มาร์คจะดูแลฉันเป็นพิเศษตรงไหน" ผมรีบระงับความหึงของอีกฝ่าย

"พี่มันจะไปรู้อะไร ก็ตอนนี้พี่มาร์คดูแลพี่อยู่คนเดียวนี่นา หมอนั่นเลี่ยงที่จะอยู่กับฉัน แต่เลือกที่จะอยู่ใกล้ๆ พี่ทั้งวันทั้งคืน"

"ใจเย็นๆ ก่อน จินยองอา นายกำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่รึเปล่า" ผมรีบไกล่เกลี่ย

"ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่ถึงได้ติดเกม เพราะพี่อยากไปขลุกอยู่ที่ห้องพี่แจบอม แล้วพอตอนกลางวันก็จะได้นอนหนุนหมอนของพี่แจบอม จริงๆ ฉันไม่น่าถามเลยว่าฉันทำอะไรผิด ที่แท้พี่ก็แค่เริ่มมีใจให้คนอื่นนี่เอง" จินยองโวยวาย

พี่มาร์คได้แต่นิ่ง

โธ่เว้ย... พูดอะไรบ้างสิพี่ ไอ้จินยองมันเริ่มออกทะเลไปกันใหญ่แล้ว

"มานี่... ทั้งคู่เลย"

ผมลากทั้งสองคนมาที่ห้อง

"ยองแจ ช่วยออกไปข้างนอกก่อนได้มั้ย" ผมหันไปบอกเจ้าของห้องอีกคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้วด้านใน

ยองแจมองพวกเราอย่างงุนงง ก่อนทำตามอย่างว่าง่าย

หลังจากเสียงประตูปิด ผมก็เริ่มพยายามจับต้นชนปลาย

"พี่มาร์ค มีอะไรจะอธิบายจินยองรึเปล่า"

"นายนั่นแหละ อย่าฝืน ฉันไม่อยากทำให้นายลำบากใจมากไปกว่านี้"

คำตอบของพี่มาร์คเล่นเอาผมงงยิ่งกว่าเก่า

"ฝืน? ฉันฝืนอะไรงั้นเหรอ แต่เรื่องไม่อยากทำให้ลำบากใจก็ขอบคุณอยู่หรอก"

ถ้าจะให้ดี พี่รีบคืนดีกับแฟนแล้วกลับไปนอนที่ห้องตัวเองหรือห้องจินยองทีเถอะ อย่าเบียดเบียนเวลานอนซึ่งกันและกันเลย

พี่มาร์คไม่ตอบ ทว่าดูเหมือนมีอะไรในใจที่ก้อนใหญ่น่าดูเก็บงำเอาไว้

"พี่แอบชอบพี่แจบอมรึเปล่า" จินยองถามอย่างตรงไปตรงมา

"แจบอม... เป็นคนสำคัญมากของฉันนี่นา"

เฮ้ย... จู่ๆ พี่แกก็น้ำตาคลอ

เดี๋ยว นี่มันเรื่องอะไรกัน

พี่มาร์ค พี่กำลังทำให้ฉันลำบากใจยิ่งกว่าเดิมร้อยเท่า คนสำคัญเนี่ย มันกำกวมมากเลยนะ

จินยองมองหน้าผมสลับกับหน้าแฟนตัวเองด้วยสายตาผิดหวัง

"สำคัญกว่าฉันอีกงั้นเหรอ" จินยองคาดคั้น

"เราอย่าพูดเรื่องนี้ต่อหน้าแจบอมเลยดีกว่า"

"งั้นฉันออกไปข้างนอกก็ได้ จนกว่าพวกนายจะเคลียร์กันเสร็จ"

ผมทำท่าจะเดินออก ทว่าพี่มาร์คคว้าข้อมือของผมไว้

"ฉันไม่มีอะไรจะเคลียร์ ฉันแค่สับสน ขอเวลาฉันอีกสักหน่อย" พูดจบก็เดินออกจากห้องไป

ผมมองหน้าจินยองอย่างไม่เข้าใจ

หมอนั่นทั้งหงุดหงิดและงุนงงยิ่งกว่าผมอีกหลายเท่า

ไม่กี่วินาทีต่อมา ยองแจอุ้มโคโค่เข้ามาในห้อง

"ฉันคิดว่าคนที่ต้องเคลียร์กัน คือพวกพี่ทั้งสองคนมากกว่า"

ทั้งผมและจินยองงงเป็นไก่ตาแตกมากกว่าเดิม

"วันที่พวกยูคยอมแซวพี่น่ะ ฉันเดาว่าพี่มาร์คคงมาได้ยินเข้า ก็เลยเก็บไปคิดมาก"

"เฮ้ยยย!" ผมอุทานลั่น

"วันไหน แซวเรื่องอะไร" จินยองคาดคั้น

"ยูคยอมบอกว่า พี่จินยองเป็นรักแรกของพี่แจบอมน่ะสิ"

จินยองหน้าซีดเผือด

"ปัดโธ่เว้ย! นั่นมันเรื่องล้อเล่นแท้ๆ" เขาตีอกชกหัว

"เห็นมั้ยล่ะ นายเที่ยวหยอกคนอื่นไปทั่ว ย้อนเข้าหาตัวเฉยเลย" ผมได้ทีซ้ำเติมเบาๆ

หัดรักนวลสงวนตัวซะบ้าง ไอ้จินยอง

"งั้นก็แสดงว่า ที่พี่มาร์คใจดีกับพี่แจบอมเป็นพิเศษช่วงนี้..."

ยองแจพยักหน้า

"เพราะเขากำลังรู้สึกผิดต่อพี่แจบอมอยู่น่ะสิ"

ผมรู้สึกหมดเรี่ยวแรง

ไอ้พี่มาร์ค การที่พี่เป็นคนจิตใจดีและอ่อนไหว มันก็ดีอยู่หรอก แต่ทำไมไม่ปรึกษากันก่อน!!!

"ฉันไปง้อพี่มาร์คก่อนนะ" จินยองทำท่าจะเดินออกจากห้อง

"แต่ฉันคิดว่าง้อตอนนี้ยังไม่มีประโยชน์หรอก" ยองแจแย้ง "ประเด็นไม่ได้อยู่ที่พี่จินยอง แต่อยู่ที่พี่แจบอมต่างหาก"

ให้มันได้อย่างนี้สิ

นี่คงเป็นชะตากรรมของการเป็นลีดเดอร์...

อะไรๆ ก็ผม...

ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของผัวเมีย


วิธีแกล้งจินยองที่สนุกและได้ความร่วมมือจากพี่มาร์คน่ะ... มีแค่ไม่กี่วิธี

หนึ่งในนั้นก็คือการได้กระตุ้นต่อมหึงให้หมอนั่นร้อนๆ หนาวๆ จิตใจปั่นป่วนแม้ในเวลาทำงานที่ต้องใช้สมาธิ

ไม่ต้องห่วงหรอกครับว่างานจะเสีย เพราะจินยองมีความรับผิดชอบสูงส่ง... สูงซะจนแกล้งยั่วได้อย่างสบายใจ

ไม่มีใครเข้าใจความสนุกอันนี้ได้ดีเท่าผมซึ่งทำงานร่วมกันมานานกว่าคนอื่นๆ อีกแล้ว

หลังจากยองแจเฉลยปมปริศนาในคืนนั้น จินยองก็มาตามตื้อผมให้รีบไปปรับความเข้าใจกับพี่มาร์คทุกวัน

แน่นอนว่าเจ้าตัวก็พยายามจะอธิบายให้พี่มาร์คกระจ่าง

แต่เนื่องจากตอนนี้พี่มาร์คแคร์จิตใจของผมมาก คำว่า "เรื่องล้อเล่น" จากปากจินยองจึงมีน้ำหนักเบาราวขนนก

หนำซ้ำหมอนั่นยังพยายามอยู่ห่างจากจินยองเพื่อรักษาน้ำใจผมอีกด้วย

แล้วคิดดูสิครับว่าจะมีโอกาสไหนที่จะเหมาะในการแกล้งไอ้ตัวแสบได้ดีเท่าจังหวะนี้อีกแล้วล่ะ

ตลอดสัปดาห์มานี่ ทุกคนจึงพากันฉงนสนเท่ห์ที่เห็นผมคลอเคลียนัวเนียกับพี่มาร์คโดยสวัสดิภาพ แถมยังลอบส่งสายตาเย้ยหยันใส่จินยองอยู่บ่อยๆ

เพื่อการนี้ ผมจึงต้องปล่อยงานวิจัยของผมให้เลยตามเลย โดยการยอมให้พี่มาร์คมานั่งเล่นเกมในห้องจนดึกดื่นกับยองแจทุกคืน ป่วนประสาทจินยองที่ต้องนอนกระวนกระวายด้วยแรงหึง

ไหนๆ ก็ห้ามไม่ได้แล้ว ก็ตามใจเลยแล้วกัน

สำหรับพี่มาร์ค เกมคงเป็นเครื่องหลีกหนีจากความคิดมากต่างๆ รวมทั้งดึงความสนใจของตัวเองออกห่างจากจินยอง

ก็ยังดีที่ตอนผมออกปากเตือนว่านอนได้แล้ว ทั้งสองคนยังช่วยปิดคอมพิวเตอร์ ดับไฟ เข้านอน แม้ผมจะต้องฝืนเปลือกตาอันง่วงงุน โงหัวขึ้นมาเตือนทุกๆ ห้านาทีอยู่สิบกว่าครั้งก็ตาม

แล้วก็นอนเบียดกันเข้าไปสามคน (กับโคโค่อีกหนึ่งตัว) มันนี่แหละ

ถึงกระนั้นก็ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมพี่มาร์คไม่ยอมกลับห้องตัวเอง

แต่นี่แหละครับ วิธีเอาคืนแบบทบต้นทบดอก

ถึงแม้ผมจะรู้สึกเหมือนสังเวยตัวเองอยู่บ้างนิดหน่อยก็ตาม

ใครเคยบ่นว่าผมเอาใจแต่จินยอง จงถอนคำพูดให้หมด

ถ้าไม่นับความเก่งกาจในการปลุกยองแจ เหนือกว่าปิศาจออมม่าก็คือลีดเดอร์นี่แหละ


กระนั้น ความเป็นพี่ ความเป็นลีดเดอร์ และมนุษยธรรมที่ค้ำคอ บวกกับความตั้งใจจะสานต่องานวิจัย และคืนชีวิตอันปกติสุขให้แก่ตัวเองทำให้ผมเอาคืนไอ้แสบได้ไม่นาน

ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องจัดการปัญหาให้หมดไป

ถึงแม้ตารางของพวกเราเริ่มแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ผมก็หาเวลาอยู่กับพี่มาร์คแค่สองต่อสองจนได้

"พูดตรงๆ เลยนะพี่ ฉันไม่ชอบให้ใครมาสงสาร"

พี่มาร์คซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาเล่นเกมทางมือถือในห้องแต่งตัวเงยหน้าขึ้นมองผมอย่างงุนงง

"ถ้าพี่ทำแบบนี้เพราะคิดว่าฉันยังรักจินยองอยู่ล่ะก็ ฉันบอกไว้เลยว่า ฉันไม่ได้มีความสุขมากขึ้นหรอก ตรงกันข้าม ฉันรู้สึกสมเพชตัวเองมากกว่า"

"ทำแบบนี้?" เขาเอียงคอถาม

"พี่ก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ"

เขานิ่งไปครู่ใหญ่ก่อนตอบเสียงอ่อย

"ขอโทษ... แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง ฉันรู้สึกเหมือนกำลังแย่งคนรักของคนอื่นมา"

ผมเอื้อมมือไปบีบไหล่คนตรงหน้า

"พี่เป็นแฟนกับจินยองมานานเท่าไหร่แล้ว เพิ่งมารู้สึกผิดกับอดีตตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ จินยองรักพี่ ไม่ใช่ฉัน ต่อให้ฉันพยายามแค่ไหน จินยองก็ไม่มีทางรักฉันแบบที่เขารักพี่ได้"

ดวงตาสีดำที่มองตรงมาแทนที่จะดีใจกับคำพูดของผม กลับฉายแววเศร้าสลดยิ่งกว่าเดิม

เห็นแล้วเจ็บปวดแทนอย่างบอกไม่ถูก

แต่ด้านมืดที่ไหนสักแห่งในหัวใจของผมกำลังรู้สึกสนุกอยู่ลึกๆ ที่ได้เห็นความอ่อนไหวของคนตรงหน้า

ขอโทษนะจินยองอา แต่เวลาพี่มาร์คส่งสายตาแบบนี้ โคตรมีเสน่ห์เลยล่ะ

"แล้วนายไม่เสียใจเหรอ... ที่จินยองไปรักคนอื่น"

พี่มาร์คหลบสายตาเล็กน้อยขณะถาม

อุ... หัวใจเต้นแรงขึ้นนิดหน่อยแฮะ

พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมไอ้ตัวแสบถึงได้หลงเมียมันหัวปักหัวปำ

ความงามสะท้านทรวงที่ผมเชื่อว่าแม้แต่ทาสท้องทุ่งลาเวนเดอร์อย่างยองแจก็ยังไม่เคยได้เห็นมุมนี้

ชั่ววินาที เกิดความกระอักกระอ่วนใจที่ดันนึกเสียดายคนตรงหน้าแทนไอ้จินยอง... ไม่น่าเป็นรุกเลย

จะว่าไปเมื่อก่อนผมก็เคยนึกเสียดายจินยองอย่างเดียวกันนี้เหมือนกัน

ไม่นึกเลยว่ารุกหน้าสวยทั้งสองคนจะกลายมาเป็นแฟนกัน นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย

สงสารก็สงสาร แต่ก็นับถือใจเจ้าพวกนี้ที่ยังอุตส่าห์คบกันมาได้ยืนยาว

ถ้าเป็นผมคงตัดใจตั้งแต่เนิ่นๆ ไปแล้ว

ผมรีบปัดความรู้สึกมวนหน้าอกแปลกๆ ที่เกิดขึ้น ก่อนกลับเข้าสู่หัวข้อสนทนาที่กำลังคุยกัน

"เสียใจเหรอ? เอาไว้หมอนั่นเปลี่ยนใจยอมเป็นรับเมื่อไหร่ ค่อยว่ากันอีกที"

พี่มาร์คนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนเงยหน้าสบตาผมอีกครั้ง ทว่าคราวนี้สายตาคาดคั้น

เปลี่ยนโหมดได้ไวจริงๆ ให้ตายสิ

แล้วทำไมหัวใจผมต้องเต้นแรงขึ้นด้วยล่ะเนี่ย

"นี่นาย... กำลังเข้าข้างจินยองอยู่รึเปล่า"

"หือ?"

"ก็คำพูดของนาย เหมือนกำลังเชียร์ให้ฉันยอมจินยอง ถ้านายคิดว่าฉันจะยอมเป็นรับเพียงเพื่อตัดคู่แข่งทางความรักล่ะก็ นายคิดผิดแล้วล่ะ"

เดี๋ยวก่อน พี่มาร์ค... พี่เอาอะไรคิด ถึงได้พูดแบบนั้นออกมาได้

"ฉะ... ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นเสียหน่อย อย่าเอาฉันไปยุ่งกับเรื่องบนเตียงของพี่เลย ทุกวันนี้แค่ปลุกยองแจ ฉันก็จะไม่รอดอยู่แล้ว"

อีกฝ่ายเหมือนนึกอะไรขึ้นได้

"ขอโทษนะ... เรื่องยองแจ"

เอ๋?

"ทั้งที่รู้สึกผิดต่อนาย แต่ดันกลายเป็นว่าการกระทำของฉันดันไปรบกวนพวกนายน่าดู"

โอ๊ะ สีหน้าเวลาสำนึกผิดก็น่ารักชะมัดเลยแฮะ

"ช่างมันเถอะ ผ่านไปแล้วนี่ ต่อจากนี้คงต้องขอความร่วมมือจากพี่ ช่วยเกรงใจเวลานอนของพวกฉันให้มากขึ้น" ผมได้ทีตักเตือนในฐานะลีดเดอร์

"ขอถามอีกอย่างได้มั้ย"

ผมพยักหน้า

"นายยังรักจินยองอยู่รึเปล่า?"

ฮยอง สบายใจได้ ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับจินยองแบบนั้นเลยตั้งแต่ต้น ฉันกับจินยองเนี่ยนะ? เหลวไหลชะมัด แค่คิดก็ขนลุกแล้ว บลาๆๆ

ถ้าคิดว่าผมจะเป็นคนดี ตอบไปแบบนั้นเพื่อให้ทั้งคู่รักกันอย่างสบายใจน่ะรึ?

ก็ไม่ใช่อิม แจบอมน่ะสิ หึๆๆ

ครั้งนี้ทั้งคู่ทำไว้แสบนัก

ดังนั้น ต่อให้มีช่องว่างเพียงเล็กน้อย ผมคงต้องเอาคืน ให้สาสมกับที่ทำงานวิจัยของผมล่มจมไม่เป็นท่า

"อืม นั่นสินะ... พี่อยากรู้ไปทำไม"

"ก็มัน..."

ค้างคาใจใช่ไหมล่ะ หึๆๆ

"จะบอกให้นะ ไม่ว่าฉันจะคิดยังไงกับจินยองในตอนนี้ ฉันก็เจอปัญหาเดียวกับพี่อยู่ดี ถ้าเมื่อไหร่ที่ฉันอยากได้จินยองจริงๆ ฉันจะแย่งจากพี่แบบตรงไปตรงมา และถึงตอนนั้นจินยองจะเป็นของฉันทันที ฉันจะไม่มัวแต่ยืดยาดอย่างพี่หรอก"

"ยะ... ยืดยาด...?"

พี่มาร์คอึ้งไปครู่ใหญ่

ดูเหมือนจะช็อคเล็กน้อย

หรือกำลังประมวลผลภายในหัวอยู่

"ขอบคุณที่พี่ยังถนอมหมอนั่นเอาไว้" ผมแกล้งเติมเชื้อไฟ

ไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่าถ้าไม่นับรูปร่างหน้าตาแล้ว สีหน้าในอารมณ์ต่างๆ ของหมอนี่ดึงดูดสายตาเหลือเกิน

จินยอง ถ้าไม่ติดว่าเป็นรุกล่ะก็ แฟนของนายน่าจับกดชะมัด

พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงได้ทะเลาะกันด้วยเรื่องไร้สาระพรรค์นั้นทุกคืน

ผมตบไหล่เขาเบาๆ อีกครั้ง

"เลิกคิดมากได้แล้วพี่ ไปคืนดีกับจินยองซะเถอะ อา... หิวชะมัดเลย ไม่รู้นอกห้องมีอะไรกิน"

ผมบิดขี้เกียจเล็กน้อย เดินหันหลังให้เขาพร้อมกับความสะใจ

เลิกคิดมากอะไรกันล่ะ ในเมื่อผมจงใจพูดให้คิดมากแบบเต็มๆ

ไม่มีอะไรสนุกไปกว่า การได้ยั่วคู่รักเจ้าปัญหาที่รักกันปานจะกลืนกินให้ดีดดิ้นร้อนรนด้วยพิษรักแรงหึงต่อไปอีกแล้ว

แม้สายตาอาฆาตเหล่านั้นจะเชือดเฉือนแค่ไหนก็ตาม

ช่วยไม่ได้ ในเมื่อเจ้าพวกนั้นหึงกันพร่ำเพรื่อจนผมเริ่มมีภูมิต้านทาน

นี่แหละครับ อิม แจบอม ลีดเดอร์สุดชิคแห่ง GOT7

ไปวางแผนวิจัยยองแจต่อเพื่ออนาคตแห่งรุ่งอรุณที่สวยงามดีกว่า


จบ.


แถมท้าย

ทั้งที่คิดว่าการได้เคลียร์ปัญหาชีวิตคู่ให้กับพี่มาร์คและจินยองจะทำให้ผมและยองแจได้เวลานอนกลับคืนมาแล้วแท้ๆ

แต่...

"อะไรกันเนี่ย!" ผมตะโกนลั่นเมื่อเปิดเข้ามาในห้องแล้วเจอเหล่าสมาชิกมากมายนั่งเรียงรายกันอย่างแออัด

พี่มาร์คและยองแจหลบเข้าสู่โลกส่วนตัว นั่งเล่นเกมกันอย่างเมามันหน้าจอคอมพิวเตอร์

ส่วนจินยองนอนเอกเขนกอ่านการ์ตูนอยู่บนที่นอนฝั่งผม

ว่าแต่... แจ็คสัน ยูคยอม แบมแบม มากันทำไม?

"กลับมาแล้วเหรอ" จินยองเอ่ยทักทายหน้าตาเฉย

"ทำไมพวกนายไม่แยกย้ายเข้าห้องตัวเอง" ผมถาม

"ฉันมารอพี่มาร์คเล่นเกมไง จะได้เร่งให้กลับห้องเร็วๆ ไม่ดีเหรอ" จินยองตอบราวกับหวังดี

"อย่ามาขี้ตู่หน่อยเลย" แจ็คสันซึ่งนอนก่ายแบมแบมอยู่ทางฝั่งที่นอนของยองแจเถียงทันควัน "คืนนี้พี่มาร์คต้องกลับไปนอนห้องจั๋น"

"แล้วนี่แบมแบมกับยูคยอมมาด้วยทำไม"

ผมเหล่มองอย่างละเหี่ยใจ

"ผมถูกพี่แจ็คสันดึงตัวมา" แบมแบมตอบเสียงเรียบ ขณะตามองหน้าจอมือถือ

เดาได้เลยว่ากำลังเช็คอัพเดทของตัวเองจากโซเชียลเน็ตเวิร์คอยู่แน่ๆ

"ผมรอดาวน์โหลดอยู่ ขอประเดิมสัญญาณเน็ตแรงชัดประหยัดเว่อร์ในห้องพี่แจบอมก่อน" ยูคยอมตอบขณะวุ่นอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุคของตัวเองเช่นกัน

ผมตบหน้าผากตัวเองด้วยฝ่ามือ

"สัญญาณเน็ตห้องพวกนายก็มีไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องมาห้องฉัน" ผมแย้ง

"พี่ไม่รู้เหรอ พี่มาร์คเช่าสัญญาณเน็ตใหม่มาติดตั้งที่ห้องพี่เพื่อเล่นเกมโดยเฉพาะเลยนะ" ไอ้มักเน่ให้ความกระจ่างพลางชี้ไปยังเราเตอร์ตัวใหม่ "เร็วกกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า"

"งั้นก็น่าจะไปถึงห้องพวกนายด้วยไม่ใช่เหรอ"

"ถึงมันก็ถึงอยู่ แต่มันไม่เร็วพอที่จะโหลดหนังทีละสิบเรื่องนี่นา" ยูคยอมตอบพลางทำท่าแอ๊บแบ๊วใส่

"ไม่ต้องมาทำเป็นอินโนเซนต์ไร้เดียงสา ฉันรู้นะว่านายโหลดหนังอะไรอยู่"

"พี่แจบอมอ่ะ... เดี๋ยวผมโหลดเสร็จจะให้ยืมก็อปอีกทีก็ได้ แต่ตอนนี้ได้แหล่งมาต้องรีบคว้าไว้ก่อน เดี๋ยวแหล่งหาย"

แหล่งที่ว่าเนี่ย ดาวน์โหลดแบบผิดกฎหมายสินะ ผมบ่นในใจ

"ว่าแต่ยองแจ อย่าลืมปิดคอมตามที่ตกลงกันไว้ล่ะ" ผมส่งเสียงเตือน

ไม่ว่ายังไง ยองแจก็ต้องนอนตามเวลาที่ทำสัญญาไว้กับผม

"คืนนี้มีอิเวนต์พิเศษ ตายได้ไม่จำกัด แถมแจกโบนัสพอยต์เป็นร้อยล้านอ่ะพี่แจบอม" ยองแจสวนขึ้น น้ำเสียงมีความเกรงอกเกรงใจอยู่ในที

"ขอโทษทีนะแจบอม แต่คืนนี้ไม่ได้จริงๆ อ่ะ ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก ถ้าพลาดแล้วพลาดเลย" พี่มาร์คเสริม "ฉันอัพเกรดสัญญาณอินเตอร์เน็ตมาเพื่อการนี้"

ผมเข่าแทบทรุด

หมายความว่าวันนี้... นอกจากรอเจ้ายูคยอมดาวน์โหลดหนังเอวีเสร็จ แล้วยังต้องรอยองแจกับพี่มาร์คเล่นเกมจนเก็บโบนัสพอยต์ได้หมด

ไม่ใช่แค่นั้น ดูเหมือนไอ้จินยองกับไอ้แจ็คสันจะต้องถกเถียงกันแย่งชิงพี่มาร์คกลับห้องหลังจากนั้นอีกต่างหาก

นี่น่ะหรือ... คือชีวิตอิม แจบอม ลีดเดอร์สุดชิคแห่ง GOT7


*** 隣BT5: Can you keep the secret? ***

ผลงานทั้งหมด ของ something to live and die for

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. #4 bmkjj (@mkjj123) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 22:23
    ชอบมหาหาพย์ซีรีส์เรื่องนี้จริงๆเลยค่า ว่าจะรอเมนท์ทีเดียวตอนโคโค่ แต่ทนความน่ารักไ่ม่ไหวแล้ว ตอนนี้ชอบมากตอนบรรยายรอยยิ้มพี่มาร์ค โดนใจสุดๆ แถมยังแอบมีบีมาร์คมาให้กรี๊ดนิดๆอีก ดีต่อใจจริงๆ เรื่องนี้เหล่าเมมเบอร์ต่างก็โดนคู่รักปีศาจนางฟ้าป่วนกันตลอดๆ ชอบที่ทุกคนแพ้ทางพี่มาร์คหมดเลย ส่วนจินยองก็แสบกะทุกคนจริงๆไม่เว้นกระทั่งลีดเดอร์ ฮายองแจมากตอนโดนชวนเล่นเกม เจบีก็แอบร้าย คิดไม่ซื่อกะพี่ใหญ่ซะด้วย นี่ถ้าพี่มาร์คใจอ่อนยอมจินยองเมื่อไหร่เรื่องก็จะจบสินะ สนุกมากกก ไม่อยากให้จบเลย แต่ก็อยากให้เค้าเคลียร์ปัญหาเรื่องบนเตียงกันให้ได้ >///<
    #4
    1
    • #4-1 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 1)
      12 ธันวาคม 2559 / 23:06
      ขอบคุณค่าาาา คนเขียนแอบเลิฟบีมาร์คค่ะ (แต่ไม่ชิป) เลยออกมาแบบนี้ ว่าแล้วช่วงนี้มม.บีมาร์คช่างเหี่ยวแห้งเหลือเกิน เมื่อไหร่หนอจะมีอีก ความกุ๊กกิ๊กของสองพี่ใหญ่ช่างเป็นแรร์ไอเท็มเสียเหลือเกิน แต่มาทีก็เจริญใจ
      #4-1
  2. วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 15:52
    แจบอมนี่มีทุกรสจริงๆ ทั้งฮาทั้งรั่วและชั่วร้าย เบื้องหน้าลีดเดอร์สุดชิคผู้มีความรับผิดชอบต่อหน้าคนหมู่มาก เบื้องหลังคือตาแก่เจ้าเล่ห์ชั่วร้ายแกล้งคู่ผัวเมียแล้วยังคอยสะกดจิตยองแจอยู่ทุกค่ำคืน คือพี่จะเป็นมันทุกอย่างเลยใช่ไหมคะอิมแจบอม 555555+ 

    โอ๊ย รักความอิมแจบอมมากอะ คือมันใช่ ใจก็อยากแก้ปัญหาแต่อีกใจก็อยากกลั่นแกล้ง จะดีหรือจะร้ายพี่ต้องเลือกเป็นสักทางนะคะ แต่พี่จะเลือกอยากกดทั้งพี่มาร์คและจินยองแบบนี้ไม่ด๊ายยยยยยย(เสียงยองแจตะโกนช่วย)

    ชอบความทูแจมากค่ะ มันไม่หวาน ไม่หนุงหนิง แต่มันพิเศษใส่ไข่สองฟองมากกกกกก ยองแจผู้รักความทุบตีคนอื่นเวลาฮาแต่กลับเกรงอกเกรงใจพี่แจบอมมากมาย ไม่มีหรอกจะลงไม้ลงมืกับคนพี่ ลองถ้าเป็นแจ๊คสันสิ อีกนิดก็กระท้อนละ ทุบแรงๆจะได้หวาน ถถถถถถ

    ชอบความจริงจังประหนึ่งทำวิจัยของพี่แจบอม คนอะไรวิจัยสะกดจิตเพื่อให้ยองแจคนขี้เซายอมตื่นตามนาฬิกาปลุกเพื่อตัวเองจะได้นอนเพิ่มและไม่ต้องเหนื่อย โถพ่อคุณของบ่าว ช่างคิดได้ 5555

    ชอบความเจเจโปรเจคมากค่ะ มันเป็นเหมือนเพื่อนพี่น้องคนสนิทที่คุยกันได้ทุกเรื่อง แม้บางเรื่องพี่แจบอมไม่ได้อยากจะคุยด้วยก็ตาม แบบคนแมนๆอะ ปรึกษาเพื่อนเรื่องกดแฟนที่ก็แมนๆเหมือนกัน โอ๊ย ปัญหาโลกแตกที่จะมีวันตกลงกันได้ไหม จินยองยอมก่อนสิ ผลัดกันก็ได้ ถ้าตกลงกันดีๆก็ฟินทั้งสองฝ่ายทีนี้ก็ไม่ต้องลำบากใครในวงให้ปวดหัวอีกแล้ว พี่แจบอมก็จะได้ทำวิจัยต่อไป อยากรู้เหมือนกันว่าจะวิจัยสำเร็จหรือล้มเหลว แต่งทูแจต่ออีกสักตอนสิคะ

    รักความรวยของมาร์คต้วนมากค่ะ พ่อคุณช่างเพียบพร้อมทั้งรูปงามและรวยมากกกกกก รวยจนน่ากลุ้มใจว่าชีวิตนี้จะใช้เงินยังไงดี โอ๊ยยยยยยอิจแรงจริงๆ อยากกลุ้มแบบนี้บ้าง อานุภาพเงินนี้ช่างบันดาลได้ทุกสิ่ง ยกเว้นแค่การกดจินยอง ถถถถ อยากจะซื้อไอเทมแค่ไหน จะแรร์เท่าไหร่พี่มาร์คก็ทำได้ทั้งนั้นเพิ่อชักจูงยองแจให้คล้อยตาม ยองแจไม่ได้เห็นแก่ได้นะ ยองแจแค่อยากเล่นเกมส์เป็นเพื่อนพี่เค้าจริงๆ5555 ยอมใจกับความรวยนี้ ใครได้เป็นสามีคงสบายไปทั้งชาติ จินยองสนใจไหมคะ #จะชงจนกว่าพี่มาร์คจะได้กดจินยอง
    รักในความจิตใจดีของมาร์คต้วนมากค่ะ พ่อคุณช่างแสนดี ทั้งหล่อรวยแล้วยังนิสัยดีอีก รับผิดชอบโดยการรับเราไปเป็นกิ๊กเลยนะตัวเอง(จินยองฆ่าชั้นตายก่อนแน่ๆ) ถถถถ อุตส่าห์เห็นใจพี่แจบอม นี่คงไม่รู้สินะว่าพี่แจบอมเค้าคิดไม่ดีอยู่ อย่าทำหน้าน่าสงสารใส่เค้าแบบนั้นค่ะ แค่จินยองจ้องกดคนเดียวก็แย่แล้ว ถ้าแจบอมด้วยอีกคนพี่มาร์คจะไปรับมือคนชั่วๆสองคน เอ้ยยยย คนแมนๆสองคนได้ยังไง

    ชอบการรวมตัวในตอนแถมท้ายมาก รู้เลยว่าหัวอกคนเป็นลีดเดอร์วงgot7ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยจริงๆ เหนื่อยหน่อยนะคะอิมแจบอม(เอามือตบไหล่ปุๆ)





    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 สิงหาคม 2559 / 15:54
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 27 สิงหาคม 2559 / 15:55
    แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 27 สิงหาคม 2559 / 16:00
    #3
    2
    • 28 สิงหาคม 2559 / 04:03
      จริงๆ แล้ว แจบอมเป็นเมนอันดับสองของเราเลยนะคะ (รองจากจั๋น) แต่กลับเป็นตัวละครที่เขียนยากที่สุด (พอๆ กับแบมแบมเลย) แล้วเราก็ดันเขียนให้โซโลซะอีก 555
      ได้รับคอมเมนต์แบบนี้ ชื่นใจจัง ขอบคุณมากค่ะ ชักคันมืออยากเขียนตอนต่อไปซะแล้ว
      กลับไทยกลางเดือนหน้าจะลองปั่นตอนใหม่นะคะ เขียนสต็อกไว้บ้างแล้วเหมือนกันค่ะ แต่ยังไม่ได้ดั่งใจ พอดีอยู่ระหว่างท่องเที่ยว สมาธิหดหาย ว่าแต่... จะเอาใจแม่ยกคู่ไหนดีนะ?
      #3-1
    • 29 สิงหาคม 2559 / 07:26
      จงแต่งเอาใจแม่ยกมาร์คจิน จงแต่งเอาใจแม่ยกมาร์คจิน จงแต่งเอาใจแม่ยกมาร์คจิน (กระซิบข้างๆหูก่อนที่คุณคนแต่งจะหลับ) หึๆๆๆ <br /> ใช้งานวิจัยของพี่แจบอมได้เป็นประโยชน์มากค่ะ 55555+
      ปล.เค้ามีพี่แจบอมเป็นเหนือเมนล่ะ หวีดความหลัวของพี่เค้ามาก แต่เป็นเมนจินยองที่จิ้นจินยองกับเมนรองคือพี่มาร์ค ส่วนพี่แจบอมเราจะเก็บไว้กินเอง อิยะฮ่าๆๆๆ

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 สิงหาคม 2559 / 07:27
      #3-2
  3. วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 05:54
    สงสารลีดคนชิคสุดแล้วววววสส สรุปใครจะโดนกดคะ มีความเชียร์ให้ยัยเอินโดนมาก 5555
    #2
    1
  4. #1 PinkiePie
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 22:58
    โอ้ยไรต์!!!! เราค้างงง มาต่อเดี๋ยวนี้ ฮืออออ สนุกอ่ะ ชอบตอนนี้มากในที่สุดก็ถึงตาจบมของพวกเราสักที ตอนนี้ดูแบบกรี๊ดอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก ทำไมแต่งเก่งอย่างงี้เนี่ย ตอนเห็นฟิคของไรต์นี่จากทำงานมาเหนื่อยๆว่าจะนอน ต้องเข้าอ่านต่อเลย ไม่ต้องนอนมันละ ชุ้นรักจินมาร์คของไรต์มาก ดีกับใจชิปเปอร์ตัวน้อยๆ(?)อย่างเรา5555555 เอาตรงๆนี่คิดมาตลอดว่าหรือเรื่องจริงเจ็ดคนนั้นเขาเป็นแบบนี้กันนะ ยิ่งตอน jj project เนียร์ค่ะ ทำไมหนูยั่ว ทำไมค่ะ!! ทำมายยย!!! คือจริงๆภาพมันควรจะดูสาวนะ แต่พอจินตนาการตามออกมาแล้วดันไม่ใช่อ่ะ ถึงนางแกล้งยั่วเจบี นั่งตักบ้างละ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้บ้างละ แถมเจบีก็บรรยายใบหน้าของจินยองออกมาเหมือนจะค่อนๆไปทางรับ แต่เรากลับรู้สึกว่าจินยองแบบนี้ทำให้นางดูเป็นเสืออ่ะ เป็นพวกบริหารเสน่ห์และดูอันตรายต่อใจคนรอบตัวมาก (เราก็ด้วย) โอ้ยยย ไม่รู้อ่ะ นี่พิมพ์อะไรไม่รู้เรื่องละ55555 รู้แค่ว่าชอบบบบ ชอบมาก ชอบมากๆๆ ฮือออ อยากรู้แล้วว่ามาร์คจะพลิกเกมหรือจะโดนพลิก ลุ้นตัวโก่งเกร็งไปหมดแล้วเนี่ยยยยย มารับผิดชอบเราเลยนะไรต์!!
    #1
    1
    • 13 สิงหาคม 2559 / 21:53
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ค่าาา ตอนนี้กำลังปั่นๆๆๆ แต่ก็มีหลายจุดยังไม่ได้ดั่งใจ เลยยังไม่เอาลงอ่ะค่า ดีใจที่ชอบจินยองเวอร์ชั่นช่างยั่ว เราเขียนเองก็ลุ้นเอง กลัวนางยั่ว กลัวนางหื่นไม่ถึง นี่ก็ยังแอบไม่ได้ดั่งใจอยู่นิดหน่อย แต่ถ้าให้ได้ดั่งใจแบบ 100% เกรงว่าจะไม่สามารถเอาลง dek-d ได้ค่ะ 5555
      #1-1