คัดลอกลิงก์เเล้ว

隣BT1 : となりのBedtime Terrorista! [#MarkJin #JinMark #Yugyeom]

จะข่มตาหลับลงได้อย่างไร ในเมื่อเสียงกวนใจจากห้องข้างๆ ทำลายความสงบในยามวิกาล โธ่... ชีวิตวัยใสของไอ้มักเน่ กระซิกๆ

ยอดวิวรวม

1,158

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


1,158

ความคิดเห็น


9

คนติดตาม


41
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 ม.ค. 60 / 15:58 น.
นิยาย 隣BT1 : となりのBedtime Terrorista! [#MarkJin #JinMark #Yugyeom] 隣BT1 : となりのBedtime Terrorista! [#MarkJin #JinMark #Yugyeom] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
* บทความต่อไปนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการ ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับบุคคลที่ปรากฏในเรื่องนะคะ


สวัสดีค่ะ


นี่เป็นแฟนฟิค GOT7 เรื่องที่สอง


เนื่องจากมีเวลาว่างในชีวิตไม่ค่อยมาก ก็เลยอัพเป็นเรื่องสั้นไว้ก่อนดีกว่า จะได้ไม่ให้ความหวังลมๆ แล้งๆ กับคนอ่าน

ฝาก となりの Bedtime Terrorista! ไว้ด้วยแล้วกันนะคะ

ชื่อเรื่องแปลเป็นไทยว่า "พวกเป็นภัยต่อเวลานอนที่อยู่ข้างห้อง" ค่ะ


หมายเหตุ : ปัจจุบันคลอดออกมาเป็นซีรีส์ ไปเรียบร้อยแล้วนะคะ สังเกตจากชื่อเรื่องจะนำหน้าด้วย "隣BT" ตามด้วยเลขลำดับตอน และชื่อตอนค่ะ


ขอบคุณผู้อ่านทุกคนที่แวะเข้ามาอ่าน และขอขอบคุณสำหรับทุกๆ คอมเมนต์ด้วยนะคะ





เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 ม.ค. 60 / 15:58


วงการบันเทิง... สิ่งที่เห็นไม่ใช่สิ่งที่เป็นทั้งนั้นแหละ


สวัสดีคร้าบ ผมยูคยอม น้องเล็ก เด็กใสๆ หัวใจบริสุทธิ์ดุจเม็ดคริสตัลของบ้าน GOT7 แห่งนี้

ทำไมผมถึงพูดในสิ่งที่ไม่เข้ากับอิเมจตัวเองในบรรทัดแรกน่ะเหรอ

เพราะตัวอย่างนั้นมันอยู่ใกล้ผมสุดๆ แบบเดินสามก้าวถึงตัวเลยน่ะสิ

อ๊ะ ผมไม่ได้หมายถึงแบมแบมที่แชร์ห้องนอนกับผมนะ

ถึงรายนั้นจะร่าเริงสดใสพูดน้ำไหลไฟดับต่อหน้าผู้คน แต่พอกลับถึงบ้านก็กางบาเรียร์อย่างหนาอยู่ในโลกส่วนตัวก็เถอะ

มันมีมนุษย์ที่ตีสองหน้าได้มากกว่านั้นครับ

ใบหน้าอ่อนโยน แววตาละมุน รอยยิ้มละไม เอาใจใส่ดูแลทุกคน เอาจริงเอาจัง น่าเชื่อถือ ขี้อ้อนไปทั่วดุจลูกแมวตัวน้อยๆ

ฮึ!

บางทีผมก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ อยากกระชากหน้ากากแมวน้อยนั่นต่อหน้ากล้องให้โลกได้รับรู้ตัวจริงของหมอนี่บ้าง แต่ก็ไม่เคยสำเร็จ หนำซ้ำบางครั้งยังเข้าตัวอีก

มนุษย์คนนั้นก็คือ...

"คุยกับใครน่ะ"

"เหวอ"

นั่นไงครับ โผล่ออกมาแล้ว จุ๊ๆ อย่าบอกหมอนั่นนะ ว่าผมกำลังเม้าท์เขาอยู่

"สะดุ้งเป็นกุ้งเต้นเชียวนะ ฉันแค่ถามเฉยๆ"

"เปล่า ไม่ได้สะ..."

ผมรีบหันไปหาหมอนั่น แต่แล้วก็ต้อง...

"แว้กๆๆๆๆ"

รีบปิดตาพัลวัน

ผมดำขลับที่ยุ่งเหยิงนิดๆ นั่น ร่างกายที่เปลือยท่อนบน มีบ็อกเซอร์ปิดกายแค่ตัวเดียว เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นขาวผ่องที่ได้รูปทรงชัดเจน

ขาว ขาวมาก ขาวมากที่สุด ความขาวเจิดจ้าเปล่งประกายจนแม้แต่ผู้ชายด้วยกันอย่างผมยังใจเต้นรัว

"อะไรของนาย ปิดตาทำไม"

"ก็... ก็พี่นั่นแหละ ออกจากห้องทำไมไม่ใส่เสื้อผ้า"

คนอ่านใจแตกกันหมดแล้วนะ!!!

หมอนั่นเลิกคิ้วข้างหนึ่ง ก่อนยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย ย่างสามขุมใกล้เข้ามา

ผมถอยหลังเลี่ยงบรรยากาศแปลกๆ นั่นจนหลังติดข้างฝา

รู้ตัวอีกที แผ่นอกกำยำขาวผ่องก็อยู่ห่างจากตัวผมแค่คืบ พร้อมกับฝ่ามือที่ยันกำแพงเหนือไหล่ของผม

ละ... แล้วทำไมผมถึงได้เผลอย่อตัวให้เตี้ยกว่าหมอนี่ด้วยล่ะ จริงๆ แล้วผมตัวใหญ่กว่านะ!

ใบหน้านั้นใกล้เข้ามาจนเกือบชิด

ผมไม่รู้จะหลบสายตาไปทางไหน มองขึ้นไปก็สบดวงตาคู่สวยดำขลับที่จ้องตรงมาอย่างคุกคามจนต้องหัวหด หลุบตาลงก็พบแผ่นอกสุดสยิว ขณะที่ระดับสายตาตอนนี้มีริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อที่ฉาบรอยยิ้มปั่นป่วนหัวใจ

"เวลาอยู่บ้านฉันไม่ใส่เสื้อ ไม่เห็นมีใครว่าอะไร มีแต่นายคนเดียวที่มีปัญหา หรือว่านายเห็นกล้ามเนื้อที่งดงามของฉันแล้วหวั่นไหว"

ผมเบือนหน้าหนี

"หวั่นไหวบ้านพี่น่ะสิ ผมไม่ใช่พวกคิดเรื่องบัดสีกับพี่ๆ น้องๆ แบบพี่เสียหน่อย"

"คิดเรื่องบัดสี?" เขาแสร้งทำสีหน้าประหลาดใจ "ระวังคำพูดของนายหน่อยนะเจ้ามักเน่ นายบังอาจด่าไปถึงพี่ใหญ่ผู้แสนดีดุจดั่งเทวดาของบ้านเลยนะ"

"ผมด่าพี่คนเดียวต่างหาก พี่นั่นแหละพูดให้พี่มาร์คแปดเปื้อนทำไม" ผมเถียงกลับทันควัน

หนอย... เพราะหมอนี่กำลังคบอยู่กับพี่มาร์ค พอต่อว่าอะไรไป พี่มาร์คเลยโดนหางเลขไปด้วย

"หึ" เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เชยคางผมให้หันหน้ากลับไป "นายรู้จักพี่มาร์คน้อยไปซะแล้ว เด็กน้อย อันที่จริงนายรู้เห็นเรื่องของมาร์คกับฉันมาตั้งแต่ต้น น่าจะรู้ดีนี่ว่าตอนนี้พวกฉันกำลังมีปัญหาอะไรกัน"

ชิ จอมหื่นอย่างพี่ก็สมควรมีปัญหานั่นแหละ อย่าคิดว่ายูคยอมคนนี้ไม่รู้นะ ทั้งเจ้าชู้ลับหลังแฟน แอบจีบคนนั้นคนนี้ไปทั่ว แถมยังกวนประสาทชอบยั่วให้พี่มาร์คหึงอยู่บ่อยๆ

"นายสนใจมาแก้ปัญหาให้พวกฉันมั้ยล่ะ"

ผมสะบัดหน้าออกจากมือหมอนั่น ก่อนได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาชวนขนพองสยองเกล้าอยู่ที่ข้างหู

"ถ้าเป็นสามคนคงจะลงตัว"

สะ... สามคน

ผมหน้าร้อนฉ่า ผลักคนตรงหน้าเต็มกำลัง

"ไอ้วิตถารจินยอง!!!"

นั่นสิ ทำไมผมไม่ผลักเขาออกไปตั้งแต่แรก

เขาเสียหลักเซไปด้านหลัง ทว่าเสียดาย ยังไม่ทันได้ล้มก้นจ้ำเบ้าให้สาแก่ใจยูคยอมมี่ ก็มีอีกมือมาประคองไว้เสียก่อน

"แกล้งน้องอีกแล้วเหรอ จินยองอา" เสียงผู้มาใหม่งึมงำอยู่ในคออย่างงัวเงีย

เจ้าของเสียงดังกล่าวอยู่ในเสื้อเชิ้ตยาวสีขาวสำหรับใส่นอน กระดุมเม็ดบนถูกปลดออกเผยผิวเนียนใส เนื้อผ้าบางเบาขับเรือนร่างโปร่งบางให้ดูรัญจวนใจ ใบหน้าและผมเผ้ายุ่งเหยิงหลังตื่นที่ดูเซ็กซี่อย่างไม่มีที่ตินั้น ถ้าผมเป็นผู้หญิงคงจะต้องร้องไห้ด้วยความเสียดายที่มนุษย์คนนี้ดันเป็นผู้ชายแน่ๆ

"ฉันแค่ชวนยูคยอมมี่มาเล่นอีแก่กินน้ำด้วยกันคืนนี้ เราจะได้ไม่ต้องทะเลาะกันแบบเมื่อคืนไงคร้าบ" พูดจบก็หันไปสวมกอดพี่มาร์คอย่างเด็กช่างอ้อน จุ๊บแก้มเบาๆ แล้วเอาหน้าซุกซบกับไหล่บาง ไม่วายส่งสายตาเยาะเย้ยใส่ผมอีก

ดูมันทำสิครับ เปลี่ยนสีหน้าเร็วยังกับสวมหน้ากาก

เพราะอย่างนี้สินะ พี่มาร์คถึงได้หลงหัวปักหัวปำ เชื่อแต่คำพูดของหมอนี่

ไม่ใช่แค่พี่มาร์คหรอกครับ เวลาเขาทำตัวน่ารักใครๆ ก็หลงทั้งนั้น ส่วนผมมันเสแสร้งไม่เป็น เลยไม่ค่อยมีคนเอ็นดูเท่าไหร่ ทั้งที่จริงๆ แล้วผมออกจะใสแบ๊วนะจะบอกให้

"ยูคยอมมี่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จะให้ดื่มเหล้าแรงๆ แบบเมื่อคืนได้ยังไง" ใบหน้าสวยมองค้อนอีกฝ่าย

ผมมองทั้งคู่อย่างสับสน เดี๋ยวนะ ทำไมเรื่องลามกจกเปรตของพี่จินยองกลายเป็นอีแก่กินน้ำ เอ๊ย กินเหล้าไปได้ล่ะเนี่ย

แล้วเล่นกันอีท่าไหน เมื่อคืนถึงได้ทะเลาะกันเสียงโครมครามแบบนั้น

ทำเอาผมคิดเลยเถิดไปไกล นึกว่าเป็นการต่อสู้กันอย่างเผ็ดร้อนของคู่รักบนเตียง

"จะเหล้าแรงไม่แรงผมก็ไม่เล่นกับพวกพี่หรอก ที่สำคัญ พี่มาร์ค พี่แต่งตัวแบบนี้ออกมาเดินเพ่นพ่านไม่ได้นะ" ผมโวยวาย ชี้ไปยังเสื้อตัวโคร่งที่ช่วยขับฟีโรโมนแปลกๆ ฟุ้งไปทั่ว

"นี่มันในบ้าน จะให้ฉันแต่งตัวแบบไหน" เขาก้มลงมองสภาพตัวเองแล้วย้อนถาม

"นั่นสิ มีแต่ผู้ชายทั้งบ้าน ไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไร" ไอ้พี่จินยองพูดเสริม

มะ... มันก็ใช่ แต่...

"อีกอย่าง" หมอนั่นทำหน้าเหมือนนึกอะไรได้ "เวลาพี่มาร์คมาห้องฉันก็ไม่เคยใส่กางเกงข้างในให้เกะกะอยู่แล้วด้วย"

ไม่พูดเปล่า หมอนั่นถลกชายเสื้อนอนตัวยาวของพี่มาร์คขึ้นโชว์อีกต่างหาก

"อ๊ากกกกกกก อย่านะ ไอ้ลามกจินยองงงงง!!!!" ผมตะโกนเสียงหลงพลางปิดหน้าปิดตาพัลวัน

"ยูคยอม" เสียงพี่มาร์คดังแทรกขึ้นนิ่งๆ เป็นเชิงเตือนสติ "เลือดไหลน่ะ"

ผมลดมือที่บดบังภาพตรงหน้าลง

ของเหลวสีแดงเปรอะฝ่ามือผม มันไหลเป็นทางจากรูจมูกโด่งได้รูปผ่านริมฝีปากไปยังปลายคาง

กลิ่นคาวจางๆ กับรสปะแล่มที่ปลายลิ้น

ที่สำคัญ ภายใต้ชายเสื้อที่ไอ้พี่จินยองเลิกขึ้นนั้น... มีกางเกงขาสั้นสวมอยู่อย่างดิบดี

พี่จินยองปล่อยหัวเราะดังลั่นห้องด้วยโปรเจ็คต์เสียงระดับรัชดาลัยอย่างสะใจ

นั่นสิ ผมลืมนึกไปว่าคนหวงแฟนอย่างหมอนั่นไม่มีทางยอมให้ใครแทะโลมพี่มาร์คได้แม้ทางสายตา จับพี่มาร์คขังได้คงจับขังไปแล้ว

โดนปั่นหัวอีกจนได้

หนอย... ไอ้พี่พวกนี้

"อ๊ากกกกก" ผมแผดเสียงออกมาอย่างเหลืออด ก่อนวิ่งไล่ทุบไอ้ตัวแสบ

พี่จินยองใช้พี่มาร์คมาเป็นโล่กำบัง เพราะรู้ดีว่าผมไม่มีทางทำร้ายพี่มาร์คแน่นอน

"โอ๊ย... หยุดก่อน ฉันปวดหัวจะแย่แล้ว" พี่มาร์คตะโกน ก่อนทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงในอ้อมแขนพี่จินยอง

พวกเราจึงได้หยุดวิ่งไล่กันเหมือนเด็กๆ

"ไหวมั้ย ฉันบอกแล้วไงให้พี่นอนพักในห้อง แล้วออกมาทำไม" พี่จินยองบ่นอุบ

"พี่มาร์คเป็นอะไรมากรึเปล่าเนี่ย" ผมยื่นหน้าเข้าไปถาม จึงได้เห็นว่าพี่มาร์คหน้าซีดและดูอิดโรยมาก

"เมาค้างแค่นี้เอง จิ๊บๆ" คนถูกถามครางออกมาเบาๆ ทว่าสีหน้าไม่จิ๊บๆ อย่างคำตอบเลย

เมาค้าง?

จริงสิ เมื่อกี้ไอ้พี่จินยองบอกว่าเล่นอีแก่กินเหล้ากันนี่นา

"คยอมมี่ ไปซื้อยาแก้แฮงก์มาหน่อยซิ" หมอนั่นสั่ง

"แฟนพี่ พี่เป็นต้นเหตุ แล้วมาใช้ผมได้ยังไง"

"แฟนฉัน แล้วพี่นายรึเปล่า นายไม่ห่วงพี่มาร์คเลยสินะ"

อึ่ก... พูดไม่ออกแฮะ กลัวพี่มาร์คเสียใจ

"แล้วสารรูปของฉันตอนนี้ออกจากบ้านได้ที่ไหน นายนั่นแหละ แต่งตัวพร้อมแล้วก็ออกไปซื้อให้หน่อย" พูดจบก็ช้อนตัวพี่มาร์คอุ้มเข้าห้องตัวเอง

มิวายหันกลับมามองด้วยรอยยิ้มขำ

"อย่าลืมเช็ดเลือดก่อนออกไปด้วยล่ะ"

"แล้วมันเพราะใครเล่า!!!" ผมตะโกนไล่หลัง กระทืบเท้าใส่ ก่อนที่ประตูห้องจะปิดลง

ฝากไว้ก่อนเถอะ มีโอกาสเมื่อไหร่ ผมจะเอาคืนแน่ๆ ไอ้พี่จินยอง

มันน่าโมโหใช่มั้ยล่ะครับ

ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพี่มาร์คถึงได้ไปหลงรักคนหลายหน้าอย่างหมอนี่ได้ อะไรๆ ก็เข้าข้างพี่จินยองไปหมด แล้วนี่เมื่อคืนที่เล่นเกมกันก็คงจงใจแพ้เพื่อให้พี่จินยองมอมเหล้าแน่ๆ แต่ก็ไม่รู้สมยอมอีท่าไหนถึงได้จบลงที่การทะเลาะกันเตียงแทบหักได้ เช้ามาก็หวานแหววใส่กันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

พี่มาร์คคงจะรักพี่จินยองมาก ถึงได้ยอมเกือบทุกอย่าง ในขณะที่พี่จินยอง...

จะว่าออกไปหาเศษหาเลยกับคนอื่นก็คงจะไม่ถูกนัก แต่หมอนี่คุยกับคนเยอะครับ เห็นเงียบๆ เพื่อนผู้หญิงเพียบเลยล่ะ ไม่รู้ทำบุญด้วยอะไรถึงไม่เคยตกเป็นข่าว ถึงอย่างนั้นก็ได้แค่คุยครับ เพราะเอาเข้าจริงๆ พี่จินยองก็เป็นโรคกลัวเมียระยะสุดท้ายไม่ต่างจากผู้ชายทั่วไป เก่งกับทุกคนยกเว้นพี่มาร์ค ขอแค่พี่มาร์คเอ่ยปาก พี่จินยองบันดาลทุกอย่างให้ในบัดดล แถมพี่จินยองยังเป็นแหล่งกำเนิดรอยยิ้มของพี่มาร์คอีก ไปเอาพรสวรรค์แบบนั้นมาจากไหน

อย่างไรก็ตาม...

หันซ้าย...

หันขวา...

จุ๊ๆๆ อย่าเอ็ดไปนะครับ

อันที่จริงต้นตอแห่งความชั่วร้ายของพี่จินยองที่กระทำต่อน้องเล็กอย่างผม ก็คงมาจากปัญหาชีวิตคู่ของทั้งสองคนนั่นแหละ

ถึงพี่จินยองจะเป็นมนุษย์ร้ายกาจหลังกล้อง แต่เมื่อก่อนก็ไม่ได้ขี้พาลขนาดนี้

จนกระทั่งมาเป็นแฟนกับพี่มาร์ค

สำหรับพี่จินยองมันไม่ใช่แค่การหึงแบบธรรมดา แต่มันเป็นการหวงก้างปลาวาฬสีน้ำเงินเลยล่ะ

ความหึงหวงนั้นส่งแรงอาฆาตมาถึงผู้หญิงและผู้ชายทุกคนที่เข้าใกล้พี่มาร์ค

ทำไมน่ะเหรอ...

ที่เห็นทั้งคู่จัดฉากหวานใส่กันอย่างอบอุ่นละมุนละไม แม้แต่ผมเองที่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังยังอดฟินแก้มแตกไม่ได้ จริงๆ แล้วความเป็นไปได้ที่พวกพี่ทั้งสองจะลงเอยอย่างคนรักทั่วไปน่ะ แทบจะเป็นศูนย์เลยล่ะ

นั่นเป็นเพราะ...

ทั้งพี่มาร์คและพี่จินยอง...

ต่างเป็น "รุก" ทั้งคู่น่ะสิครับ

นี่มันยิ่งกว่าการมีคนรักเป็นผู้ชายเหมือนกันอีกนะ

ถ้าไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอม ก็จะไม่มีวันครอบครองสิ่งที่ปรารถนาได้ ไอ้พี่จินยองก็เลยยิ่งหวงพี่มาร์ค ไม่ยอมปล่อยหลุดมือให้ใครที่มีโอกาสสานสัมพันธ์กับพี่มาร์คได้ราบรื่นกว่าตนเด็ดขาด

ยังไงก็จะเอาให้ได้

พี่มาร์คเองก็พอกันครับ อ่อยพี่จินยองอยู่บ่อยๆ แต่เอาเข้าจริงก็ทำใจยอมพี่จินยองไม่ได้เหมือนกัน

พอเรื่องจบลงที่เตียงทีไรก็ทะเลาะกันอย่างที่ผมได้ยินผ่านกำแพงห้องทุกที

ทั้งคู่เคยผ่านช่วงเวลาที่ร่ำๆ ว่าจะเลิกกันอยู่หลายครั้ง สุดท้ายก็เลิกไม่สำเร็จ เพราะนิสัยอยากได้อะไรก็ต้องได้ของพี่จินยองนั่นแหละ

จะว่าเศร้าก็เศร้านะครับ สงสารพี่มาร์คผู้แสนดี แต่ก็อดสมน้ำหน้านักแสดงพันหน้าอย่างพี่จินยองไม่ได้

นี่ถ้าพี่จินยองปฏิบัติต่อท่านมักเน่คนนี้ให้ดีๆ หน่อย บางทีผมอาจพิจารณาให้ความร่วมมือในการเกลี้ยกล่อมหรือวางแผนให้พี่มาร์คสมยอมก็ได้นะ

แต่ในเมื่อเผยโฉมหน้าปิศาจต่อหน้าผมบ่อยๆ แบบนี้ ผมก็จะช่วยสงเคราะห์ให้พี่มาร์คได้ตำแหน่งสามี ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตามแล้วกันนะครับพี่จินยอง หึๆๆๆ

แค่คิดขึ้นมาเล่นๆ ว่าพี่จินยองที่เคยยื่นคำขาดอย่างชัดถ้อยชัดคำตอนทะเลาะกับพี่มาร์คว่าตัวเองต้องเป็นรุกเท่านั้น แต่แล้วสุดท้ายกลับได้ตำแหน่งตรงกันข้ามไป โอ๊ยยย มันสาแก่ใจยูคยอมมี่นัก ฮ่าๆๆๆๆ


"เฮ้อ... เลิกซะดีมั้ยนะ" พี่มาร์คถอนหายใจเฮือกใหญ่ขณะที่เราแวะนั่งพักกันที่ร้านกาแฟในเมือง

"พี่เคยพูดคำนั้นมาเป็นร้อยครั้งแล้วนะ" ผมขัดอย่างระอา "แล้วก็กลับมาคืนดีกันทุกที"

"นายก็เห็น จินยองยอมเลิกที่ไหนล่ะ"

"ส่วนพี่ก็ยอมหมอนั่นตลอด"

แค่โดนพี่จินยองลูบแขนเบาๆ ก็อ่อนระทวยจนทิ้งสามัญสำนึกทุกอย่างสิ้นแล้ว

ราวกับต้องมนตร์ของปิศาจจินยอง

"ถ้านายมีความรัก นายจะเข้าใจ" พี่มาร์คหลุบดวงตาคู่สวยลงอย่างเขินอาย

"ไหนๆ พี่ก็ยอมมาตลอดแล้ว ยอมอีกซักเรื่องจะเป็นไรล่ะ" ผมลองเสนอดู ทั้งที่ใจจริงอยากให้ไอ้พี่จินยองเป็นฝ่ายยอมมากกว่า

"ไม่ได้เด็ดขาด!"

พี่มาร์คตบโต๊ะฉาดใหญ่จนแม้แต่ผมยังตกใจ

"มะ... มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอพี่"

"ใช่ สำคัญมาก" เขาพูดเสียงหนักแน่น

"ยังไง"

"นายคิดดูสิ ถ้าลองยอมให้อีกฝ่ายครั้งนึง มันก็ต้องมีครั้งที่สองครั้งที่สามตามมา หลังจากนั้นนายจะไม่มีวันได้กลับไปออนท็อปในฐานะฝ่ายรุกอีกเลย"

"อะ... ออนท็อป..."

ผมใบหน้าร้อนฉ่า

ไม่อยากเชื่อเลยว่าคำพูดเผยหัวข้อสนทนาโจ่งแจ้งจะหลุดออกมาจากปากของเทพบุตรประจำบ้านอย่างพี่มาร์ค

"ตะ... แต่ว่ามันก็น่าจะสลับกันยอมไม่ใช่เหรอพี่ วินวินทั้งคู่"

"นายคิดว่าจินยองจะทำแบบนั้นเหรอ"

ผมถึงกับพูดอะไรไม่ออก เพราะในใจผุดคำว่า "ไม่มีทาง" ออกมาแทบจะทันที

ถ้ามันง่ายขนาดนั้น ผมคงไม่ต้องทนได้ยินคู่นี้ทะเลาะกันกลางดึกอยู่บ่อยๆ แบบทุกวันนี้

กี่ปีแล้วที่ต้องทนถูกคู่รักไม่ลงล็อคนี่ปล้นเวลานอนในยามวิกาล

และผมคงไม่ต้องรับบทศิราณีปรึกษาปัญหาเตียงหักให้กับพี่มาร์คเป็นครั้งคราวแบบนี้เช่นกัน

เด็กน้อยอ่อนต่อโลกอย่างผมนอกจากแค่รับฟัง จะไปช่วยอะไรเรื่องของผู้ใหญ่ได้ล่ะ

อย่างน้อยพี่มาร์คก็ได้พูดอะไรออกมาบ้าง และแน่นอนว่าผมก็เข้าข้างพี่มาร์คมากกว่าปิศาจพี่จินยองอยู่แล้ว

"ถ้ามีความรัก เราน่าจะปีนผ่านกำแพงทางร่างกายได้ไม่ใช่เหรอ" ผมแสดงความคิดเห็นส่วนตัวขึ้นมาลอยๆ

"ขอบใจนะยูคยอมมี่ ฉันไม่เคยรังเกียจร่างกายของจินยองเลย แต่เรื่องบทบาทมันมีเรื่องของศักดิ์ศรีปะปนอยู่ด้วย"

ผมเข้าใจ พี่ไม่ใช่แค่ไม่รังเกียจ แต่พี่ก็อยากครอบครองพี่จินยองไม่แพ้ที่พี่จินยองอยากครอบครองพี่มาร์คนั่นแหละ

"นี่... ยูคยอมมี่" จู่ๆ พี่มาร์คก็เรียกชื่อผม

เขายกมือขึ้นเท้าคางบนโต๊ะ และส่งรอยยิ้มแปลกๆ ออกมา

"บางทีฉันก็เคยคิดนะ ว่าถ้ามีอีกคนมาเติมช่องว่างระหว่างพวกเรา..."

ผมถึงกับขนลุกซู่ นึกถึงคำพูดยั่วประสาทสุดสยองของปิศาจจินยองก่อนหน้านี้

ไม่ๆๆ พี่มาร์คไม่ใช่คนแบบนั้น พี่มาร์คไม่ใช่คนแบบปิศาจพี่จินยอง

"มะ... หมายความว่ายังไง"

ผมพยายามเก็บอาการ ตีหน้าใสซื่อตอบกลับไป

"ก็อย่างเช่น ถ้ามีใครสักคนมาช่วยเป็นรับให้กับพวกเรา..."

เหวออออ... นั่นไง คำที่ผมไม่อยากได้ยินที่สุด มันหลุดออกมาแล้ว

ออกมาจากปากพี่มาร์ค คนที่ผมไม่เคยแม้แต่จะจินตนาการว่าเขาจะมีความคิดผิดเพี้ยนออกนอกลู่นอกทางได้

ขอทำใจรับความช็อคแป๊บนึง

"หมายความว่าพี่จะหาผู้หญิง...?"

คู่นอนเดียวกับพี่จินยอง...

ผมไม่กล้าพูดออกไปชัดเจน เพราะกระดากปากเกินจะทานทน

พี่มาร์คครับ ช่วยเกรงใจความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของยูคยอมมี่ด้วยเถอะครับ ได้โปรดดดด

"ไม่ล่ะ" พี่มาร์คส่ายหน้า "ผู้หญิงไว้ใจไม่ได้ แต่ถ้าเป็นผู้ชายด้วยกัน..."

ผะ... ผู้ชายด้วยกัน?

"ปะ... แปลว่าจริงๆ พวกพี่ชอบผู้ชายอยู่แล้วงั้นเหรอ?"

ช็อคสิครับ ผมคิดว่าพี่มาร์คเคยมีแฟนเป็นผู้หญิงมาก่อนด้วยซ้ำ

"เปล่า แค่คิดว่าถ้าเป็นเด็กน่ารักๆ อย่างนาย ฉันก็น่าจะพอทำใจได้อยู่นะ" เสียงพี่มาร์คฟังดูทีเล่นทีจริงจนผมหวาดหวั่น

"ไม่!!!" ผมเผลอผุดลุกขึ้น ตะโกนลั่นร้าน

สายตาทุกคู่จับจ้องมายังผม

"ชู่..." พี่มาร์คเอามือแตะปากห้าม ก่อนดึงตัวผมให้นั่งลงอย่างเก่า

"คิดพิเรนทร์อะไรของพี่ รุกรับอะไรผมไม่เอาทั้งนั้น ผมชอบผู้หญิงเชปบ๊ะ อกอึ๋มๆ สะโพกใหญ่ๆ ไซส์ฝรั่งอ่ะ อิคึอิคึอิไตอิไตก็ไม่สน อย่างผมต้องเพนต์เฮาส์เท่านั้น" ผมละล่ำละลักจนเผลอเปิดเผยรสนิยมของตัวเองออกมาโดยไม่จำเป็น

ขอร้องเถอะ อย่าเอาผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับไอ้ปิศาจพี่จินยองมากกว่านี้เลย

พี่มาร์คปล่อยก๊ากออกมา

"ฉันพูดเล่นน่ะ ใครจะไปทำอย่างนั้น จินยองก็คงไม่ยอมแน่ๆ"

นั่นสิ ขนาดทุกวันนี้ใครบังอาจแตะเนื้อต้องตัวพี่มาร์คแค่นิดหน่อย ต่อให้อยู่ห่างกันเป็นร้อยโยชน์ก็ยังส่งจิตสังหารผ่านทางสายตามาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของได้

"หมายความว่าถ้าพี่จินยองยอมแล้วพี่ก็จะยอมเหมือนกันงั้นเหรอ" ผมสวนกลับไปด้วยใบหน้าที่ยังร้อนฉ่า

"อืม... ถ้าคนนั้นถูกสเป็คพอดีก็คงจะยอมมั้ง"

อ๊ากกกก ไอ้พี่มาร์ค ผมไม่คิดเลยว่าพี่จะเป็นคนแบบนี้!!!

บนใบหน้าดุจเทวดา ผมเห็นเขาปิศาจเล็กๆ ค่อยๆ งอกออกมา

"เอ้า ดูทำหน้าเข้าสิ ฉันพูดเล่น ถ้าจินยองยอมจริงๆ ฉันอาละวาดบ้านแตกแน่นอน"

ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก

คุณพี่มาร์คครับ พวกพี่เป็นแฟนกันผมไม่เคยว่า แต่ได้โปรดอย่าโดนปิศาจพี่จินยองครอบงำทางความคิดเลย เดี๋ยวนี้ชักจะร้ายกาจเหมือนพี่จินยองเข้าไปทุกทีแล้ว

"ว่าแต่ ถ้านายรักใครสักคนมากๆ นายจะยอมเป็นรับให้เขารึเปล่า"

"พี่ถามผิดคนแล้ว ผมคงไม่มีวันได้ถามตัวเองแบบนั้นหรอก"

เพราะผมชอบผู้หญิงเท่านั้น!!!

ทันใดนั้น ใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มเจื่อนๆ ของพี่มาร์ค ก็ดูเศร้าสลดลงทันทีจนน่าใจหาย

แย่แล้ว ผมคงพูดอะไรผิดไป

ผมแอบขอโทษเขาในใจ

"ว่าแต่พี่จะเอายังไงต่อ"

เขาส่ายศีรษะ

"ก็คงต้องปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ล่ะมั้ง"

คบกันโดยไม่มีความผูกพันทางกายเนี่ยนะ?

ฟังดูเหมือนจะสวยงาม ประหนึ่งความรักบริสุทธิ์อะไรเทือกนี้

แต่ผมไม่เชื่อว่าจอมหื่นแบบพี่จินยองจะทนได้ คอยดูสิ ไม่เกินสัปดาห์นี้ก็ต้องทะเลาะกันอีกเพราะเรื่องบนเตียง

"พวกพี่จะเป็นพระอิฐพระปูนกันได้ซักกี่น้ำ" ผมเผลอพูดความในใจออกมา "หวังว่าคงไม่จบลงตรงที่แยกย้ายกันไปมีคนใหม่หรอกนะ"

"เพราะอย่างนี้ไง ฉันถึงคิดว่าบางทีรีบจบลงตรงนี้อาจจะดีกว่า"

"พวกพี่อยากเลิกกันจริงๆ เหรอ" ผมตั้งคำถาม "พี่จะทนเห็นพี่จินยองมีคนอื่นต่อหน้าต่อตาได้เหรอ"

อยู่บ้านเดียวกัน เจอหน้ากันทุกวัน เคยนอนเตียงเดียวกัน ไม่สิ ต่อให้ไม่ได้เป็นแฟนกันก็แทบจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา

พี่มาร์คน้ำตารื้อขึ้นที่ขอบตา เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์

"นั่นไงล่ะ แค่คิด พี่ก็แทบทนไม่ไหวแล้ว ถามพี่กี่ครั้ง พี่ก็เป็นอย่างนี้ทุกที แบบนี้ยอมพี่จินยองไปซักครั้งสองครั้งไม่ดีกว่าเหรอ"

"ก็ฉัน... กลัว"

"หือ? กลัวอะไร"

"ถ้าฉันยอมให้หมอนั่น แล้วมันเกิดไม่ดีพอ หมอนั่นก็อาจทิ้งฉันไปจริงๆ ก็ได้"

ในที่สุด เบื้องลึกความในใจของพี่มาร์คก็เปิดเผย

"อย่างนี้นี่เอง"

ผมยกแขนขึ้นมาเท้าคาง มองพี่มาร์คที่ก้มหน้างุด

นี่คงเป็นเกมของพี่มาร์คเช่นกัน ตราบใดที่ยังไม่ยินยอม พี่จินยองก็จะเป็นฝ่ายวิ่งไล่ตามไปเรื่อยๆ

ถึงแม้จะไม่สุขสมอารมณ์หมาย แต่ก็อุ่นใจที่อีกฝ่ายไม่มีวันปล่อยมือแน่ๆ

ไหนๆ ก็รู้ตัวดีว่าไม่สามารถเติมเต็มความสุขให้กันและกันได้ อย่างน้อยก็ขอให้ยังมีกันและกันอยู่ก็ยังดี

นี่คือสิ่งที่พี่มาร์คพยายามปกป้องสินะ

เพราะอย่างนี้ถึงได้ขอเลิกหลายต่อหลายครั้ง เพื่อพิสูจน์ความรู้สึกของอีกฝ่ายว่ายังต้องการกันและกันอยู่หรือไม่

ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน พี่มาร์คคงจะหวั่นใจไม่น้อย

แต่ถ้าลงอีหร็อบนี้ ก็เท่ากับพี่มาร์คเอาแต่วิ่งหนี... เพื่อให้อีกฝ่ายวิ่งไล่ตาม แล้วเมื่อไหร่จะได้แฮปปี้เอ็นดิ้งเสียที

"พี่จินยองรักพี่มาร์คขนาดนี้ ไม่น่าจะทิ้งพี่หรอก ดูสิ ขนาดพี่มาร์คขอเลิกทีไร ก็ตามง้อทุกที"

"เพราะหมอนั่นยังไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการน่ะสิ" พี่มาร์ครำพึงออกมา

ใจผมอยากจะเถียงออกไปเพื่อช่วยค้ำจุนจิตใจพี่มาร์คว่า บางทีพี่จินยองอาจจะต้องการแค่มีพี่มาร์คอยู่เคียงข้างก็ได้ ไม่ได้ต้องการอะไรแบบนั้น แต่ก็พูดออกมาได้ไม่สนิทใจ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ทั้งคู่คงไม่เอาแต่ทะเลาะกัน

ให้ตายเถอะ ขืนปล่อยไว้แบบนี้ สวัสดิภาพในการนอนของผมคงไม่อาจย้อนคืนมาได้อีกชั่วนิรันดร์

ถ้าจะคิดอย่างเห็นแก่ตัวล่ะก็ ผมคงต้องยุให้ทั้งคู่เลิกกันอย่างเด็ดขาด หรือไม่ก็เชียร์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมเป็นรับอย่างเต็มใจ

ไม่ว่าทางไหนก็ยาก

ในฐานะลูกผู้ชายที่ไม่ใช่เกย์ ไม่ใช่ไบ แค่คิดว่าจะต้องเป็นฝ่ายรับก็ฝืนใจเกินจะทานทน

"งั้นพี่ก็จับพี่จินยองมอมเหล้าแล้วรวบหัวรวบหางไปเลยสิ จะได้จบๆ" ผมบ่นออกมาทีเล่นทีจริง

"แต่จินยองไม่เคยล่วงเกินเวลาฉันหมดสติเลยนะ เห็นเจ้าเล่ห์แบบนั้น แต่หมอนั่นก็เคารพเวลาฉันหลับเสมอ"

ผมอ้าปากหวออย่างอึ้งๆ

ไอ้ปิศาจร้ายพี่จินยองมีมุมสุภาพบุรุษแบบไม่แอ๊บด้วยแฮะ จะว่างี่เง่าก็งี่เง่า เพราะลงทุนมอมเหล้าพี่มาร์คตั้งหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ขืนใจอีกฝ่ายไม่ลง

ทั้งที่มีโอกาส แต่หมอนั่นกลับทิ้งไปดื้อๆ เพราะกลัวว่าถ้าลงมือแล้วความสัมพันธ์จะขาดสะบั้น

ผมแอบนับถือระคนหมั่นไส้

รู้ว่าทำไม่สำเร็จแต่ก็ยังอุตส่าห์พยายามอีกหลายครั้ง ด้วยความเป็นปิศาจหมอนี่คงห้ามความคิดชั่วร้ายในใจไม่ไหวจริงๆ แต่เพราะรักมาก เลยล้มเหลวทุกครั้ง

ปิศาจก็มีจุดอ่อนกับเขาเหมือนกันแฮะ


อย่างไรก็ตาม ความพยายามของพี่มาร์คและพี่จินยองก็ยังคงดำเนินต่อไป

"อุ๊บ! ไม่ไหวแล้ว!" เสียงครางโหยหวนดังผ่านกำแพงออกมา ทำเอาผมซึ่งกำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทรา สะดุ้งโหยงจนตาสว่างขึ้นอีกครั้ง

พี่มาร์คเกือบจะพังประตู เผ่นออกมาจากห้องพี่จินยอง แล้ววิ่งตรงไปที่ห้องน้ำ

ขณะที่ภายในห้อง ได้ยินเสียงโอ้กอ้าก ตามด้วยเสียงหอบตัวโยนไม่แพ้กัน

"อะไรของพวกพี่เนี่ย" ผมโงหัวขึ้นจากที่นอน แล้วเดินไปยังห้องซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ

เล่นอะไรแผลงๆ กันอีกแล้วรึเปล่า?

พี่จินยองเดินโซเซออกจากห้องน้ำในห้องตัวเอง แล้วพยายามเอาซีดีออกจากคอมพิวเตอร์ด้วยมือไม้สั่น

"บ้าชะมัด ทำไม่ได้ ทำไม่ได้เด็ดขาด" พูดพลางทำหน้าเหยเกเหมือนจะขย้อนอะไรออกมา ก่อนหลับตาปี๋ สะบัดหัวราวกับไล่ความคิด

ใบหน้าขาวใสดูอ่อนวัยของหมอนั่นแสดงสีหน้าตื่นตระหนก หวาดกลัว ระคนขยะแขยงประหนึ่งเพิ่งเจอกองทัพแมลงสาป กิ้งกือ และตะขาบในเวลาเดียวกัน

โอ๊ะโอ อะไรนะที่ทำให้ปิศาจจินยองจอมเก๊กถึงขั้นเสียจริตแบบนี้ได้

ไม่นาน พี่มาร์คก็กลับเข้ามาอีกครั้ง ดูหมดสภาพและขวัญกระเจิดกระเจิงไม่ต่างกัน

"ขอโทษนะจินยองอา ฉันไม่รู้จริงๆ ว่ามันจะเป็นแบบนี้" พี่มาร์คพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด ก่อนนั่งลงข้างๆ อีกคนที่กำลังง่วนเก็บแผ่นซีดีลงกล่อง

"พี่ไม่ว่าอะไรใช่มั้ย ถ้าพรุ่งนี้ฉันจะเอามันไปทิ้ง" พี่จินยองโยนวัตถุเจ้าปัญหามาทางประตูห้องอย่างรังเกียจ

"นายไม่พูด ฉันก็จะทำแบบนั้นอยู่แล้ว ขอโทษนะ ฉันไม่รู้ว่าเรื่องไหนโอเค เลยถามเพื่อนมา"

พี่มาร์คเบะปาก ทำหน้าสำนึกผิดอย่างน่ารัก

พี่จินยองคว้าตัวมากอดคลอเคลีย จูบปลอบโยนที่แก้ม แล้วลูบหัวลูบหลัง ไม่อายสายตาของน้องเล็กที่ยังยืนงงอยู่ตรงประตู

"โอ๋ ไม่เป็นไรแล้วนะที่รัก" พี่จินยองกล่อมด้วยเสียงละมุน

"จินยองอาก็ไม่เป็นไรแล้วนะ"

ทั้งคู่สลับกันโอ๋ไปมา

หมั่นไส้ก็หมั่นไส้ครับ แต่ก็แอบฟินกับเคมีของทั้งคู่อยู่ลึกๆ ในใจ

ช้าก่อน นี่ไม่ใช่เวลามาเสพสารเคมีระหว่างคู่รักนะ

ผมก้มลงมองกล่องซีดีที่ตกเป็นจำเลยด้วยความอยากรู้อยากเห็น

แล้วก็ต้องเบิกตาโพลง หน้าซีด ตัวสั่น

นะ... หนังเกย์เรทเอ็กซ์!!! กับภาพปกที่ดูโจ๋งครึ่มมาก

หะ... เห็นไปแล้ว เห็นจนได้ เข้ามาในสายตาของมักเน่ผู้บริสุทธิ์ไร้เดียงสาอย่างยูคยอมมี่จนได้

ม่ายยยยยยย...

"คยอมมี่" เสียงเรียกของพี่จินยองแทรกสวนกับเสียงกรีดร้องโหยหวนภายในใจของผม

"นะ... นี่มันอะไรกันพี่! ทำไมถึงได้มีของพรรค์นี้อยู่ในบ้านซึ่งมีแต่ผู้ชายล้วนของพวกเรา" ผมโวยวาย

"จะสะดิ้งไปไหน นายเห็นแค่กล่อง พวกฉันสิ เห็นเนื้อในทั้งภาพทั้งเสียงเต็มสองตาสองหู หึย... หลอนชะมัด ติดตาไม่หาย" ปิศาจจินยองสวนกลับมา

"ไม่ต้องมาดัดจริตเลย อย่างพี่น่าจะเชี่ยวชาญกร้านโลกีย์อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ" ผมเถียงกลับ

"เชี่ยวบ้านนายสิ นี่มันครั้งแรกของพวกฉันกับของพรรค์นี้โว้ย" พี่จินยองถลึงตาใส่

"ฉันผิดเองแหละ ซื้อมาอันแรกก็เจอแบบฮาร์ดคอร์เลย" พี่มาร์คเอ่ยเสียงอ่อย

"ไม่เอาน่า คนเรามันพลาดกันได้" ปิศาจร้ายหันกลับไปกระซิบใส่หูพี่มาร์คด้วยเสียงอ่อนเสียงหวาน ก่อนตบไหล่บางนั้นเบาๆ พลางพรมจูบไปทั่วใบหน้า

โอ๊ย ทีกับผมเสียงข่มเอาขู่เอา

ผมฟุบหน้ากับฝ่ามืออย่างระอาใจ

"ขอโทษยูคยอมมี่ด้วยนะ ตื่นเลยใช่มั้ย"

โอย เสียงจ๋อยของพี่มาร์คค่อยบรรเทาอารมณ์ขึ้นมาหน่อย

"ช่างเถอะ"

ผมมองไปรอบห้องที่แสงสลัว

นอกจากชามขนาดใหญ่ที่ใส่ป็อปคอร์น ยังมีกล่องทิชชูและกล่องคอนดอมวางกระจัดกระจาย

ทั้งคู่คงพยายามหาอะไรใหม่ๆ มาทดลองเพื่อจะได้เล่นจ้ำจี้สำเร็จกันอยู่สินะ

เฮ้อ...

ผมเดินกลับไปที่เตียงตัวเอง แล้วหยิบฮาร์ดไดรฟ์มายื่นให้พี่ชายปิศาจกับพี่ชายเทวดาที่นั่งกอดกันกลมดิ๊กราวกับสติสัมปชัญญะยังชาร์จแบตไม่เต็ม

"เอ้า ของรักของหวงเลยนะพี่ พาสเวิร์ดคือวันเกิดแม่ผม พรุ่งนี้เช้าเอามาคืนด้วยล่ะ"

พี่จินยองมองฮาร์ดไดรฟ์อย่างอึ้งๆ

"ไอ้มักเน่... ตั้ง 10TB เลยเหรอ?"

"10TB บ้าอะไรล่ะ มีอยู่แค่ไม่กี่เรื่องเอง นอกนั้นเซฟเรื่องงานไว้โว้ย"

ทั้งพี่จินยองและพี่มาร์คทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ

ไม่อยากเชื่อว่าหนุ่มน้อยผู้ไร้เดียงสาอย่างผมจะมีหนังแบบนี้ หรือไม่อยากเชื่อว่าผมมีแค่ไม่กี่เรื่องกันแน่เนี่ย?

"ไหนนายบอกว่าอย่างนายต้องผู้หญิงเท่านั้นไงล่ะ" พี่มาร์คถามขึ้นมา

ไปกันใหญ่แล้ว

"ไม่ใช่นะพี่ ผมไม่ได้จะให้พี่ดูหนังเกย์ซักหน่อย ผมมีแต่เรื่องผู้หญิงผู้ชาย อ้อ... มีผู้หญิงกับผู้หญิงอยู่เรื่องนึง น่าจะเหมาะกับพวกพี่" ผมได้ทีจิกกัด "ที่ให้ดูเนี่ย เพราะสงสารหรอกนะ เรื่อง XXXX กับเรื่อง OOOO โคตรเด็ดเลย หาโหลดยากแล้วด้วย ส่วน AAAA เพิ่งมาใหม่ ใต้ดินแอบปล่อยออกมาก่อน รวมดาวเด่นนางเอกเอวีลีลาร้ายกาจ แจ่มมาก พวกพี่จะบิวด์อารมณ์อะไรกันก็เอาตามทางที่พี่ถนัดเถอะ ฝืนใจไปก็มีแต่จะแย่ทั้งคู่"

โอ๊ะ ปิศาจพี่จินยองมองผมด้วยสายตาตกตะลึง

ชื่นชมผมอยู่ล่ะซี่ ฮ่าๆๆๆ นั่นน่ะ สมบัติล้ำค่าของผมเลยนะ ซาบซึ้งในน้ำใจของผมซะ แต่บอกไว้ก่อนนะ ผมไม่ได้ทำเพื่อพี่หรอก ทำเพื่อพี่มาร์คต่างหาก

"ผมไปนอนก่อนล่ะ แต่ขอร้องไว้อย่างนึง ถ้ามันไม่เวิร์ค อย่าทะเลาะกันอีก สงสารหูผมบ้างเถอะ อยากนอนอย่างสงบ" พูดจบก็ออกจากห้อง แล้วปิดประตูให้อย่างเรียบร้อย

เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกเหนือกว่าไอ้พี่จินยองอย่างบอกไม่ถูก

ทว่า... เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ผมทำอะไรลงไป

โธ่เว้ย... หมดกัน ภาพลักษณ์บริสุทธิ์ไร้เดียงสาของผม

อีกฝ่ายดันเป็นไอ้ปิศาจพี่จินยองซะด้วย พรุ่งนี้ผมต้องโดนมันแฉงานอดิเรกของผมแน่ๆ

ผมได้แต่ภาวนาให้พี่จินยองมีมนุษยธรรมพอที่จะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ

อากาเซที่รัก จริงๆ แล้วผมไม่ได้ดูทุกเรื่องหรอกนะครับ เพื่อนส่งลิงค์มาให้ก็โหลดเก็บเอาไว้เฉยๆ ไฟล์ที่ยังไม่เคยแตะเลยก็มี

แก้ตัวตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วสินะ

RIP ภาพลักษณ์ใสๆ ของไอ้มักเน่

แต่อย่างน้อยคืนนี้ก็ไม่มีเสียงผัวเมียเจ้าปัญหาทะเลาะกันให้ผวาตื่นตอนกลางดึก


วันต่อมา

ผมเข้าไปทวงฮาร์ดไดรฟ์จากห้องพี่จินยอง

"ฮาร์ดไดรฟ์นายอยู่ที่ห้องพี่แจบอมน่ะ เมื่อคืนเจ้าพวกนั้นดูค้างอยู่ เลยขอเอาไปโหลดก่อน"

หะ... ห้องพี่แจบอมงั้นเหรอ?

ไอ้ปิศาจพี่จินยอง!!! นั่นมันของรักของหวงของท่านยูคยอมมี่เชียวนะ!!!

แต่ช้าก่อน

"หมายความว่ายังไง ที่บอกว่าเจ้าพวกนั้นดูค้างอยู่"

"ก็เมื่อคืนพอนายเข้านอนไปแล้ว คนอื่นๆ ก็แวะมาที่ห้อง เลยได้ดูพร้อมกัน จบเรื่องแรกพี่มาร์คกับฉันก็เข้านอน คนอื่นๆ เลยเอาไปดูที่ห้องต่อ"

"คนอื่นๆ ที่ว่าเนี่ย ใคร?"

"ก็ทุกคน"

"ทุกคน?"

ทันใดนั้นเอง

"พี่จินยอง ผมมาเก็บพื้นให้ เมื่อคืนขอโทษที่ทำป็อปคอร์นหกกระจาย" แบมแบมเปิดประตูเข้ามาในห้องพร้อมเครื่องดูดฝุ่น

หมดกัน ทุกคนรู้คลังสมบัติของผมแล้วจนได้

แม้แต่รูมเมทที่ผมคิดว่าจะไม่ยอมเผยด้านนี้ให้เห็นเด็ดขาด

ผมตัวแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูก

โฮ... ทำไมชะตากรรมของมักเน่ผู้แสนน่ารักอย่างผมถึงได้เป็นแบบนี้

"ว่าแต่ ร้อยวันพันปีไม่เคยมาสุมหัวกันในห้องพี่จินยองแท้ๆ แล้วทำไม..."

"ฉันเองแหละ" เสียงพี่มาร์คดังขึ้นจากประตู "ก็ดูกับจินยองอาแค่สองคนมันไม่สนุก เลยส่งข้อความไปบอกคนอื่นๆ ให้มาดูด้วยกัน"

ผมตกตะลึง ไม่คิดว่าตัวการจะเป็นพี่มาร์ค

"ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกนาย เห็นว่าอยากนอนอย่างสงบ..."

นั่นไม่ใช่ประเด็นครับพี่มาร์ค

"เดี๋ยวก่อนนะพี่ ที่ดูหนังอย่างว่าเนี่ย ไม่ใช่เพราะพวกพี่อยากจะป่ำป๊ำกันหรอกเหรอ มันต้องดูกันแค่สองคนสิ" ผมแย้ง

"นายจะให้พวกฉันดูหนังเอวีผู้หญิงผู้ชายแล้วมีอารมณ์กันเองเนี่ยนะ บ้าไปแล้วรึเปล่า" พี่จินยองเถียงหน้านิ่ง

พี่นั้นแหละบ้า คนเขาช่วยขนาดนี้แล้ว ยังจะแยกเอวีชายเอวีหญิงอีก แบบนี้เชิญรักษาพรหมจรรย์แฟนต่อไปแล้วกันนะไอ้พี่จินยอง

"ที่สำคัญ ได้ของดีมาจากมักเน่ผู้บริสุทธิ์ไร้เดียงสาทั้งที ก็ต้องแบ่งปันพี่ๆ น้องๆ กันให้ถ้วนทั่วสิ"

ตรรกะอะไรของพี่วะครับ? แล้วพี่เป็นคนมีน้ำใจกว้างใหญ่ไพศาลดุจมหาสมุทรแปซิฟิคตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ไอ้พี่จินยอง

"พี่จินยองเขาไม่งกเหมือนนายหรอกนะ อยู่ห้องเดียวกันมาตั้งนาน นายไม่เคยชวนฉันดูอะไรพวกนี้เลย"

มะ... แม้แต่แบมแบมเด็กน้อยผู้น่ารักของพวกพี่ๆ... ผมแอบร้องไห้อยู่ในใจ เจ็บปวดเหลือเกิน

"โอ๊ยยย อะไรของพวกพี่เนี่ย ไม่รู้ด้วยแล้ว" ผมขยี้หัวตัวเองแรงๆ กระทืบเท้าแล้วเดินออกจากห้อง

ไม่สนแล้วโว้ยยย ไอ้พี่มาร์ค ไอ้ปิศาจพี่จินยอง ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ พอกันที จากนี้ไปยูคยอมมี่จะไม่ยุ่ง

คำขอร้องทิ้งท้ายของมักเน่ผู้อาภัพ

คนเขียนครับ ได้โปรด... อย่าเขียนต่ออีกเลย ปล่อยให้พี่มาร์คกับพี่จินยองเวอร์จิ้นกันแบบนี้ตลอดปีตลอดชาติเป็นการแก้แค้นให้ผมด้วยเถอะ

"อย่าลืมไปทวงฮาร์ดไดรฟ์คืนจากยองแจด้วยล่ะ" เสียงพี่มาร์คตะโกนไล่หลังมา


จบ.


แถมท้าย

สองสามวันต่อมา พี่แจบอมเดินเข้ามาหาผมถึงในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"ยูคยอม ฉันเคยอายุเท่านายมาก่อน ฉันเข้าใจความอยากรู้อยากเห็นและธรรมชาติของเด็กหนุ่มวัยอย่างนายดี"

หือ? เรื่องอะไรกันครับเนี่ย

"แต่บางอย่าง ฉันก็คิดว่ายังเร็วไปที่นายจะก้าวไปหามัน"

เอ๊ะ?

พี่แจบอมยื่นฮาร์ดไดรฟ์คืนให้ผม

"ขอบใจที่แชร์นะ ฉันให้ยองแจก็อปไว้หมดแล้ว คราวหน้ามีเด็ดๆ ก็แนะนำกันบ้างแล้วกัน"

พี่แจบอมตบไหล่ผมเบาๆ ก่อนยิ้มให้อย่างใจดี

โธ่ ทำมาเป็นสั่งสอน ที่แท้ก็ก็อปไปหมดแล้ว พอกันนั่นแหละครับพี่แจบอม ต่างกันที่พี่บรรลุนิติภาวะก่อนผมเท่านั้นเอง ชิ

"พี่นั่นแหละต้องแชร์ให้ผม น่าจะมีเด็ดๆ ในสต็อคมากกว่าผมอีก"

"ได้สิ แต่ของฉันมีแต่แนวอิคึอิคึอิไตอิไต ไม่รู้นายจะชอบรึเปล่า"

โอ้ พี่แจบอมสมเป็นหัวหน้าครอบครัวของเราจริงๆ ขอผมเรียกพ่อแทนพี่ซักปีได้ไหม

"ผมดูได้หมดแหละ เปลี่ยนบรรยากาศ แก้เซ็งในบางครั้งน่ะ"

ผมรู้สึกผ่อนคลายสบายใจเมื่อเห็นท่าทีเข้าอกเข้าใจของลีดเดอร์

"แต่เปลี่ยนบรรยากาศแบบนี้มันก็เกินวัยของนายไปหน่อยนะ"

พี่แจบอมยื่นกล่องดีวีดีในมืออีกข้างให้

"เฮ้ยยย!!! นี่มัน..."

"โอ๊ะ ของนายจริงๆ ด้วย" พี่แจบอมพูดเหมือนจะบอกว่า นั่นไง จับคนร้ายได้แล้ว

ผมรีบส่ายหน้าปฏิเสธ ทว่าเขาพูดต่อ

"เดิมทีฉันก็พอเข้าใจว่าต่อให้ไร้เดียงสาแค่ไหน แต่เด็กผู้ชายมันก็ต้องมีความสนใจเรื่องพวกนี้บ้าง"

ไม่ใช่นะครับ นี่ไม่ใช่ของผม!!!

"พี่ ฟังก่อน!!!"

"แต่ที่ฉันอึ้งคือไม่คิดว่านายจะมีรสนิยมแบบนี้ เห็นทีฉันต้องมองนายใหม่ซะแล้ว" พูดจบก็เดินออกจากห้องไป

"เดี๋ยวสิพี่แจบอม มันไม่ใช่อย่างนั้น กลับมาฟังผมก่อน ฮืออออ"

นี่มันของพี่มาร์คต่างหากเล่า!!!

แต่ถ้าพูดชื่อพี่มาร์คออกไป คนอื่นจะเชื่อมั้ย

หมดกัน ภาพลักษณ์ใสๆ ของผม ป่นปี้ยับเยินหมดแล้ว

โฮ... มักเน่อย่างผม ทำไมถึงได้รันทดแบบนี้

ไอ้พี่มาร์ค มาช่วยอธิบายให้ผมที ฮือออ

(มาร์ค : จินยองอาบอกฉันว่าทิ้งไปแล้ว ไม่เชื่อถามจินยองอาดูก็ได้

จินยอง : ไม่ได้อยู่ในห้องฉันแล้ว ก็ถือว่าทิ้งไปแล้วไง)


*** 隣BT2: Roommate's Jealousy ***

ผลงานอื่นๆ ของ something to live and die for

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. #9 TurTlexMarkjin (@TurTlexMarkjin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 22:04
    คยอมมี่ ผู้แสนบริสุทธ์ไร้เดียงสาของพี่ เผยไต๋ความลับออกมาหมดเลย😝
    และยังคงเส้นคงวาในเรื่องคู่กัดกับพี่จินยอง และน้องชายที่แสนดีของพี่มาร์คเหลือเกิน
    ส่วนจินยองออดอ้อนออเซาะแฟนเก่งเหลือเกินอ่ะ หมั่นไส้จริงๆ
    #9
    0
  2. วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 19:28
    บรรยายจินยองได้เป็นจินยองมากๆเลยค่า ดื้อๆซนๆ อ้อยเก่ง 55 ชอบคสพ.ของมาร์คกับจินยองจัง แบบต้องแคร์กันมากขนาดไหนเนี่ย จบแบบให้ลุ้นว่าสุดท้ายใครจะได้ หรือไม่มีใครได้ แต่ดูเหมือนมาร์คจะอยากยอม. แต่ก็กลัวถูกทิ้ง
    เจ้าน้องเล็กก็คิดไกลไป 555 เค้าแค่เล่นกัน ไม่ได้ทำไรแบบนั้นสักหน่อย ทุกคนรู้หมดเลยว่าคยอมไม่ใส 55
    #8
    1
    • 24 พฤษภาคม 2560 / 20:49
      ตื่นเต้น ไม่คิดว่ายังมีคนเข้ามาอ่านอยู่ ขอบคุณมากเลยค่ะ
      อย่าลืมอ่านตอนต่อไปนะคะ :)
      #8-1
  3. #7 King Moon (@Onlybest) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 10:07
    อ๊ากกกกกกก
    #7
    0
  4. วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 20:48
    อ่านจบสงสารคยอมมี่มาก ชีวิตช่างอาภัพนัก เกิดเป็นมักเน่ตัวยักษ์แต่ไม่เคยสู้รบปรบมือกับพี่ๆในวงได้เลยสักที โดยเฉพาะกับจินยอง แพ้ทุกทางจริงๆ ถถถถถ

    จริงๆเราชิปมาร์คจิน แต่อ่านงานของคุณแล้วเรารู้ว่าคุณชิปจินมาร์คแน่ๆ ยังดีที่บอกว่าทั้งพี่มาร์คและจินยองเป็นรุกทั้งคู่ เราเลยอ่านได้ ชอบที่จบแบบนี้นะคะ ให้คิดต่อไปได้ว่าสุดท้ายใครจะชนะในสงครามรุก ใจเราเชียร์พี่มาร์คมากกว่า เพราะเรา#ทีมมาร์ค แม้ในใจลึกๆจะรู้ว่าเดี๋ยวพี่มาร์ค(ในเรื่อง)ก็ต้องยอมเข้าสักวัน เพราะคนเขียนชิปจินมาร์ค

    ชอบการเล่าเรื่องผ่านมุมมองของบุคคลที่สามแบบนี้มากค่ะ เหมือนเราเองก็เป็นผู้สังเกตการณ์ไปด้วย คอยเอาใจช่วย คอยลุ้นว่าจะลงเอยแบบไหน คยอมมี่น่ารักมาก น่าแกล้งมากด้วยเช่นกัน น้องมี่ผู้น่าสงสาร บางทีทั้งมาร์คและจินยองอาจไม่ได้พูดเล่นเรื่องบุคคลที่สามก็ได้นะ ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะลูกนะ หนูยังใสๆไม่อยากให้หนูโตเกินวัยไปมากกว่านี้ 55555+
    #6
    1
    • 23 สิงหาคม 2559 / 21:35
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ค่า เราชิปได้ทั้งจินมัคและมัคจิน แต่ค่อนไปทางจินมัคอ่ะค่ะ ฮ่าๆๆๆ แต่เรื่องนี้เราไม่ได้คิดบทลงเอยแบบจริงจังไว้เลยจริงๆ นะ ตอนนี้พอคิดว่าจะเขียนตอนจบให้ตัวเองฟินดีมัย ก็มีทางแยกแห่งความเสียดายเข้ามา มันอาจหักมุมเป็นมัคจินก็ได้ เราก็มีทางออกแบบสาแก่ใจคยอมมี่ (และอีกหลายตัวละคร) อยู่ เพราะมาร์คในหัวเราออกแนวเสือซ่อนลาย แต่ในเรื่องยังหาโอกาสออกลายไม่ได้ เลยความเคะนำอยู่ หรือจะเป็นจินมัคแบบที่ใครๆ คาดไว้ เราก็มีที่อยู่ในใจเหมือนกัน ก็เลยไม่เขียนตอนจบซะงั้น ๕๕๕ ไว้คิดทบทวนดีแล้วค่อยปล่อย หรืออาจไม่ปล่อยไปเลยตลอดกาลค่ะ แหะๆๆๆ
      #6-1
  5. วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 10:50
    คยอมมี่ผู้น่าสงสาร ฮืออ ภาพลักษณ์มักเน่ที่ไร้เดียงสาหายไปหมดเลย555555555555 จริงๆยังไม่เคยอ่านจินมาร์คเลยค่ะ บางครั้งเราก็คิดว่าสองคนนี้มีความเคะเมะเท่าๆกันเลยค่ะ ไม่รู้ควรให้ใครเป็นเคะเป็นเมะดี55555555555 แต่จริงๆเราชอบมาร์คจินค่ะแต่จินมาร์คก็ดี ขอแค่ให้พวกเขาสองคนคู่กัน คิคิ > <
    จะคอยติดตามนะคะ > <
    #5
    1
    • 21 สิงหาคม 2559 / 15:38
      #จับมือรัวๆ มีความเคะความเมะพอๆ กันจริงๆ ค่ะ ถ้าใครบอกสองคนนี้เบี้ยนกันนี่ เราว่าใช่เลย เพราะตอนแรกก่อนที่เราจะมาชอบสองคนนี้ เราชอบแค่แจ็คสัน ในช่วงเวลาที่คนอื่นยังเป็นหมอกสีเทาๆ อยู่ เรารู้สึกว่าวงนี้จริตเหมือนเกิร์ลกรุ๊ปมากกว่า ไปดูคลิปดูรูปที่เขาชิปๆ กัน ก็รู้สึกเหมือนเพื่อนสาว 555 ตอนนี้ไม่เห็นเป็นกลุ่มหมอกแล้ว แต่มาร์คกับจินยองก็ยังดูเบี้ยนอยู่ดี มันตลกตรงที่ ปกติเราไม่นิยมคู่เบี้ยน แต่คู่นี้เราเทใจให้เต็มๆ เลย
      ปล. เราเสพทั้งมัคจินและจินมัคค่ะ แต่พอมาดูจริตของตัวจริงทีไร เราก็รู้สึกว่าจินยองเป็นเคะปลอมทุกที คือในความมุ้งมิ้ง นางมีความหื่นของเมะฟุ้งกระจายออกมา ดูเป็นเมะขี้อ้อนที่มีเมียแก่กว่า (เข้าทางมาร์คมากๆ) ส่วนมาร์คนี่ตอนอ่านจินมัคไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ไปอ่านฟิคมัคจินทีไร เราเห็นเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่มาร์คตลอดเลย สุดท้ายก็เลยอ่านจินมัคเยอะกว่าซะงั้น (คือหวงจินยองอ่ะ อยากให้ได้กับมาร์คที่เป็นมาร์ค กร๊ากๆๆๆ จิ้นเยอะจนแยกแยะจินตนาการกับเรื่องจริงจะไม่ออกแล้ว #อันตราย)
      #5-1
  6. #4 CSRSH.9 (@rainbowpettyfer) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 19:45
    ยูคย้อมมมมมมมมมมมมม ไม่เป็นไรนะลูก มันเป็นเรื่องธรรมดา อย่าเสียใจไปเลย แต่ก็นะ ทำคุณบูชาโทษแท้ๆเลย แทนที่จะได้ช่วยพี่เขา ตัวเองกลับซวยเอง เห้อมมมม แต่ว่า สนับสนุนให้ยูคยอมทำให้จินยองตกเป็นของมาร์คหมดหน้าตักเลยนะคะ ><

    ในส่วนของมัคจินนั้น ไม่มีใครยอมใคร แต่ต่างคนก็ต่างยอมจริงๆเลยค่ะ ทำแบบนั้นกันไม่ได้แน่ยังอยู่ด้วยกันได้มันคือรักแท้ใช่ไหมคะ อ่านแล้วได้กลิ่นไอความเป็นจินมาร์คมากๆเลยค่ะ แต่จะขอเชียร์ให้เป็นมาร์คจินคงไม่ผิดใช่ไหมคะ +1ให้พี่มาร์คได้แอ้มจินยองเลยค่ะ 55555

    ชอบฟิคเรื่องนี้ค่ะ สนุกและแปลกใหม่ดีด้วย ขอให้มีฟิคเรื่องอื่นๆอีกนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #4
    2
    • #4-1 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 1)
      1 สิงหาคม 2559 / 22:30
      ขอบคุณสำหรับคอมเมน์นะค้าาา

      คนเขียนเชียร์จินมัคค่ะ แต่ด้วยความเอาแน่เอานอนของอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ตอนสุดท้ายอาจกลายเป็นมัคจินได้เหมือนกัน เพราะไม่ได้รังเกียจว่าใครต้องเมะเคะ คือขอให้ได้กันก็พอ 55555 (อยากให้ได้กันในความเป็นจริงด้วยจริงๆ ภาวนาทุกวัน 555)

      จริงๆ เสน่ห์ของคู่มาร์คกับจินยอง (ในชีวิตจริง) ก็คือ ต่อให้เราจิ้นจินมัคขนาดไหน มันจะมีหลายโมเมนต์ที่เป็นมัคจินได้เหมือนกัน ถึงส่วนจะไม่เท่ากัน แต่มันก็ลุ้นดีค่ะ บางทีก็เหมือนคู่เลสเบียน กรี๊ดดดดดสสสสสส
      #4-1
    • #4-2 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 1)
      1 สิงหาคม 2559 / 22:33
      เว็บ dek-d เซ็นเซอร์ได้ตลกมากค่ะ เราพิมพ์คำว่า "สั ดส่วน" ไม่ได้ (และอีกหลายคำในนิยายที่ไม่ได้หยาบคายอะไรเลย แค่พ้องเสียงเฉยๆ) กระซิกๆ
      #4-2
  7. วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 09:48
    โถ่ คยอมมี่5555555 หมดกันภาพลักษณ์อันไร้เดียงสา
    แต่ยังไงก็ยังรู้สึกว่ายูคยอมเป็นเด็กที่ใสมากอยู่ในความเป็นจริง
    ส่วนคู่จินยองกับมาร์คนี่ ถึงจบแบบปลายเปิดให้ไปคิดเอา
    ก็ให้ความรู้สึกเอนเอียงไปทางจินมาร์คอยู่ 
    อาจเป็นเพราะไม่ค่อยได้อ่านด้านของจินยอง
    ขอบคุณนะคะที่แต่งออกมาให้เราได้อ่าน ติดตามอยู่เสมอ อิอิ
    #3
    4
    • 1 สิงหาคม 2559 / 01:19
      นั่นสิคะ คนอื่นแย่งความซนไปหมดแล้ว ออมม่าเลยต้องเป็นผู้ใหญ่แทนซะงั้น เจอแจ็คสันคนเดียว ถ้าเด็กตามจั๋นคงเละเทะมากมาย 555

      แอบเสียดายจินยองตอนเด็กอ่า เสียดายความทะเล้น มันดูมีเสน่ห์มากๆ (นี่ก็ยังนั่งตามงานเก่าๆ แล้วก็พูดกับตัวเองว่าเสียดายอยู่หลายรอบมากทีเดียว)
      เสียดายที่ไม่ค่อยได้มีงานเดี่ยวด้วย ล่าสุดที่ออกไปเต้นกับวงอื่นก็รู้สึกชัดมากเลยว่า ถ้าเป็นจูเนียร์ตอนเจเจต้องเต้นได้แรงกว่านี้อ่า
      กัซ7 เน้นความน่ารัก จุดนั้นของเนียร์เลยตกไปเยอะเลย T___T

      ส่วนพี่ใหญ่ในวง... นับวันก็เคะขึ้นเรื่อยๆ ชอบเวลาจินยองอาดึงแขน โอบเอว โอบไหล่ ลากพี่ใหญ่ให้มาอยู่ใกล้ๆ โอ๊ยยยย ใครพี่ใครน้องกันแน่เนี่ย รัศมีความสามีภรรยาพวยพุ่งชวนชิปแหลกลาญ
      #3-3
    • 9 สิงหาคม 2559 / 21:23
      จินยองดูเป็นตาลุงไปแล้วยังไงไม่รู้ แต่ช่วงนี้ก็ออร่าพุ่งอยู่นะคะ
      ส่วนเอินๆก็เต้นเกิร์ลกรุ๊ปพริ้วเชียว
      #3-4
  8. วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 02:01
    5555555 สงสารยูคยอมมากอะ สรุปก็จิ้นกันไปสินะสองคนนั้น
    #2
    1
    • #2-1 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 1)
      25 กรกฎาคม 2559 / 03:13
      คนเขียนยังสงสารเลยค่า แต่เขียนด้วยความเอ็นดูนะคะ 5555
      #2-1
  9. #1 PinkiePie
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 05:11
    ตลกยูคยอม ทั้งสงสารทั้งขำ ไม่รู้จะอะไรก่อนดีแต่เราชอบเนื้อเรื่องแบบนี้มากคะไรต์ แม้จะเอนเอียงไปจินมาร์คมากกว่าก็เถอะ แต่เหมือนเอาสถานการณ์จริงมาเขียนเลย ยิ้มคนเดียวบนรถบัสจนคนมองทั้งคันคือนึกภาพตามแล้วหัวเราะคิกคักจนคนคิดว่าบ้าแน่ๆ แต่พลอตดีงาม แถมภาษาก็ดีอ่านง่ายลื่นไหลไม่ติดขัดด้วย รอคู่นี้เรื่องต่อไปนะคะ><



    ปล.ติดตามมาตั้งแต่องศาดาวเลยเรื่องนั้นก็สนุก(ไม่ต้องบอกก็รู้เราชิปจินมาร์คแน่นอน555)ขออภัยที่ไม่ได้เม้นให้เรื่องนั้นนะคะตอนที่อ่านเน็ตช้ามากเลยไม่ได้เม้นให้ ToT
    #1
    1
    • 24 กรกฎาคม 2559 / 09:11
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ค่ะ ดีใจฝุดๆ มีคนอ่านแล้วชอบ XD

      เราก็แม่ยกจินมาร์คค่ะ 555 แต่มาร์คจินเราก็นิยม คือได้ทั้งสอง แต่จินมาร์ครู้สึกว่ามันใช่กว่า เพราะจูเนียร์ดูเป็นสามีมาก 555

      สารภาพว่าเรื่องนี้ลำบากใจนิดหน่อยว่าจะให้จบยังไงดี ไม่รู้จะช่วยทั้งคู่ยังไง ถ้าจะให้ถึงไคลแม็กซ์ก็ต้องเขียนฉาก NC ซึ่งเรากลัวมาก เขียนปุ๊บเรื่องอาจเสียทันที เหมือนที่มาร์คกับจินยองกลัวว่าเสีย (ตัว) ปุ๊บทุกอย่างจะจบทันที กลัวไปกลัวมาเลยจบแบบนี้ดีกว่า (คนเขียนแอบเลว)
      #1-1