คัดลอกลิงก์เเล้ว

隣BT2 : Roommate's Jealousy [#MarkJin #JinMark #JackBam]

เมื่อพี่มาร์คมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป แจ็คสันต้องทำอะไรซักอย่าง...!!! ปฏิบัติการนี้มีชื่อว่า "ตามพี่มาร์คคืนสู่อ้อมกอดจั๋น" เรื่องสั้นต่อจาก Bedtime Terrorista! ค่ะ

ยอดวิวรวม

1,155

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


1,155

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


37
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 ม.ค. 60 / 18:20 น.
นิยาย 隣BT2 : Roommate's Jealousy [#MarkJin #JinMark #JackBam] 隣BT2 : Roommate's Jealousy [#MarkJin #JinMark #JackBam] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
* บทความนี้เป็นเพียงเรื่องในจินตนาการ ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับบุคคลที่ปรากฏในเรื่องนะคะ

สวัสดีค่ะ

ก่อนไปอ่านเรื่องสั้น ขอเกริ่นนำสักเล็กน้อย

นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องต่อจาก "となりのBedtime Terrorista!" แต่เนื่องจากตอนแต่งเรื่องแรก ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีตอนต่อไป (ตอนที่เราแต่งเรื่องนี้ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะเขียนต่อเช่นกันค่ะ) เลยอัพเป็นเรื่องสั้นไปซะแล้ว เปลี่ยนเป็นเรื่องยาวไม่ได้แล้วด้วย

พอมาเรื่องนี้ เราก็เลยอัพเป็นเรื่องสั้นด้วยเช่นกัน แต่จริงๆ แล้วเป็นเรื่องเดียวกันนะคะ

ใครที่ยังไม่ได้อ่านเรื่องแรก แนะนำให้อ่าน "となりのBedtime Terrorista!" ก่อนค่ะ (แต่ตอนแรกยังไม่มีแจ็คแบม)

ลิงค์อยู่ที่นี่เลยค่ะ

http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1500174

ขอฝากนิยายด้วยนะคะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า และขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์นะคะ



เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 ม.ค. 60 / 18:20


ทั้งที่เป็นต่างชาติเหมือนกัน คุยภาษาเดียวกัน ใช้เวลาด้วยกันมากที่สุด แถมยังนอนห้องเดียวกันมาตลอด

พวกเราน่าจะเข้าอกเข้าใจกันที่สุด สนิทกันที่สุด แต่ทำไมกลับไม่ใช่แบบนั้น


ผมหวัง แจ็คสัน รูมเมทของพี่มาร์ค

พวกเราสนิทกันมาก

ไม่สิ พวกเราเคยสนิทกันมาก

จนกระทั่งหมอนั่นไปสนิทกับจินยอง

สองคนนั่นสนิทกันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

รู้ตัวอีกที พี่มาร์คก็เอาแต่ตามจินยองต้อยๆ คำก็จินยอง สองคำก็จินยอง ยิ่งเป็นคนพูดน้อยอยู่แล้ว เกือบทุกคำที่หมอนั่นพูดเลยมีแต่เรื่องของ...

"จินยอง :) "

"จินยองอา <3 "

"จินยองงี่ <3 <3 <3 "

"จีนย้องงงงงงง~ XD "

เต็มไปหมดราวกับโลกของเขาโคจรรอบตัวจินยอง

ทีเรื่องของผม ถ้าไม่ได้ถูกถามหรือขอให้เล่า พี่มาร์คแทบจะไม่เคยเอ่ยถึงเลย

บางอย่างเขาไม่เคยแม้แต่จะรับรู้

น่าน้อยใจนัก

เฮ้ย ฉันเป็นรูมเมทของพี่นะเว้ย!!!


พูดถึงความพูดน้อยของพี่มาร์ค

ว่ากันว่าคนพูดน้อยมักจะคิดเยอะ บ่อยครั้งผมจึงสงสัยว่าพี่มาร์คมีอะไรอยู่ในใจ

เขาเป็นแร็ปเปอร์เหมือนกับผม แต่งท่อนแร็ปมาก็หลายเพลง ผมจึงเดาว่าในหัวเขาต้องมีไอเดียหลั่งไหลออกมามากมาย วนเวียนจนตกตะกอนและกลั่นกรองออกมาเป็นถ้อยคำตามแบบฉบับของเขา แต่ละท่อนที่ผมร้องต้องมีความหมายลึกซึ้งบางอย่างแทรกอยู่ในช่องว่างระหว่างบรรทัดแน่ๆ

วันหนึ่ง ขณะกำลังท่องจำเนื้อกันอยู่ในห้อง ผมจึงลองถามความในใจที่อยู่ในเนื้อเพลงของพี่มาร์คดู

"พี่มาร์ค ตอนที่พี่แต่งท่อนแร็ปในเพลง Can't พี่ได้แรงบันดาลใจมาจากไหน"

เขานิ่งไปพักใหญ่ แววตาสุขระคนเศร้าเคล้ากันไปราวกับจมดิ่งอยู่ในความทรงจำอันไกลแสนไกลในวันวาน

บางทีเขาอาจเคยมีความหลังอย่างเช่นรักแรก หรืออดีตในวัยเรียนก็เป็นได้

ในที่สุดเขาก็เอื้อนเอ่ยเป็นคำตอบออกมาว่า

"จินยองอา"

เดี๋ยวนะ... พี่เข้าใจคำถามของผมรึเปล่าเนี่ย

ท่อนที่ผมร้อง ทั้งแต่งหน้าอ่อนๆ ใสๆ ริมฝีปากจุ๋มจิ๋มน่ารัก ดวงตาที่ชวนหลงใหล มันน่าจะหมายถึงผู้หญิงไม่ใช่เหรอ?

จริงสิ พี่เคยพูดอยู่บ่อยๆ ว่าจินยองอาเป็นแรงกระตุ้นในการทำงานของพี่นี่หว่า

"ผมไม่ได้หมายถึงสาเหตุที่พี่มาแต่งท่อนแร็ปเพลงนี้ แต่ตอนที่พี่แต่ง พี่คิดถึงใคร"

"จินยองอา" เขาตอบกลับสั้นๆ ทันทีโดยไม่ลังเล

จะไม่คิดซักหน่อยเหรอพี่? 

ช่างเถอะ งั้นลองถามคำถามที่พี่มาร์คพูดยาวๆ บ้างดีกว่า

อะไรดีล่ะ?

ถ้าเป็นผม เรื่องที่พูดได้ยาวแบบน้ำไหลไฟดับก็คงไม่พ้นเรื่องของแบมแบม

สายสัมพันธ์ของอินเตอร์ไลน์อย่างพวกเราสนิทสนมเกลียวกลมกันมาก ดังนั้นถ้าเป็นเรื่องของแบมแบม พี่มาร์คก็ต้องพูดยาวอย่างแน่นอน

"พี่มาร์ค ใกล้จะวันเกิดแบมแบมแล้ว พี่จะให้อะไรเป็นของขวัญน้องอ่ะ"

"ถามทำไม"

"ผมหมดมุขอ่ะพี่ ไม่รู้จะซื้ออะไรให้แบมแบมดี พี่พอจะมีไอเดียมั้ย"

"......"

ห้องเงียบไปหลายนาที

พี่มาร์ค นั่นพี่หลับในอยู่รึเปล่า

"ฮยอง...?" ผมลองเรียกเขาดูอีกครั้งเพื่อเตือนว่าผมยังรอคำตอบอยู่นะ

"อือ ไม่รู้สิ"

"เฮ้ย ได้ไงอ่ะ แบมแบมเป็นถึงน้องรักของพี่เลยนะ" ผมโวยวาย

"ไว้ใกล้ๆ เดี๋ยวไอเดียก็มาเอง" เขาตอบสั้นๆ

แง่ะ ที่ว่ากันว่าคนพูดน้อยมักจะคิดเยอะเนี่ย คงใช้ไม่ได้กับทุกคนสินะ

กรณีพี่มาร์ค ที่พูดน้อยคงเพราะไม่ได้คิดอะไรเลยมากกว่า

"อ๊ะ ได้เวลาจินยองอากลับมาแล้ว จินยองงงง จินยองอาาา..."

จู่ๆ หมอนั่นก็ยิ้มหน้าบานแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ก่อนลุกพรวดวิ่งออกจากห้องไปอย่างร่าเริงราวกับสาวน้อยไฮดีที่ได้กลับคืนสู่ท้องทุ่งและขุนเขาแห่งสวิสเซอร์แลนด์ในฤดูใบไม้ผลิ

ถ้าจะให้พูดล่ะก็...

10% ในหัวของพี่มาร์คคิดเรื่องชีวิตประจำวัน นอกนั้นอีก 90% เป็นเรื่องจินยองอา

ล่ะมั้ง?

ผมไหล่สั่นระริก

อภัยให้ไม่ได้... เดี๋ยวนี้พี่มาร์คอะไรๆ ก็จินยองอา

ไอ้จินยอง นายขโมยพี่มาร์คของฉันไป

ที่แย่สุดๆ เลยก็คือ นายขโมยรูมเมทของฉันไปด้วย

เดี๋ยวนี้พี่มาร์คไปนอนแต่ที่ห้องนายไม่กลับมานอนที่ห้องนี้เลย

ทิ้งฉันให้กลายเป็นเจ้าของห้องคนเดียวเปล่าเปลี่ยวเอกา

พี่มาร์ค... จั๋นทำผิดอะไร จั๋นทำผิดตรงไหน

จั๋นพูดมากเกินไป? จั๋นเข้านอนดึก? จั๋นนอนกรน? จั๋นนอนกัดฟัน? หรือจั๋นรบกวนอะไรพี่รึเปล่า

จั๋นไม่ดีตรงไหนพี่บอกจั๋นมาตรงๆ ก็ได้นี่นา

จั๋นน่ารังเกียจขนาดพี่ต้องย้ายห้องนอนหนีเลยเหรอ

ทั้งที่จั๋นสัญญาว่าจะดูแลพี่เป็นอย่างดี

พวกเราจะเป็นคู่ซี้ที่รักกันสุดๆ

แล้วทำไม!?!?

ไม่ยอมเฟ้ยยยยย!!!

ไอ้จินยอง... คืนพี่มาร์คมาเดี๋ยวนี้!!!




แกรกๆๆ

เสียงเขี่ยบานประตูที่แฝงความเกรงอกเกรงใจดังฝ่าความเงียบสงัด

นั่นเป็นเพราะห้องของผมปิดไฟแล้ว เนื่องจากยูคยอมต้องการรีบหลับให้สนิทที่สุดเท่าที่จะสนิทได้ก่อนคู่ผัวเมียเจ้าปัญหาจะเอะอะโวยวายกลางดึก

หากเสียงแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มนุษย์ที่อ่อนไหวต่อเรื่องสยองขวัญอย่างผมคงได้ร้องโหยหวนตะโกนลั่น แล้วรีบปลุกยูคยอมให้ตื่นขึ้นมาอยู่เป็นเพื่อนกัน หรือไม่ก็เผ่นแน่บเข้าไปเป็นกอขอคอ ขออาศัยห้องพี่จินยองเป็นแน่แท้

แต่โชคดีที่เสียงดังกล่าวเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะระยะหลัง

ชักดังถี่จนคุ้นเคย

ผมเงยหน้าจากคอมพิวเตอร์โน้ตบุคตรงหน้า ลุกจากเตียงเพื่อไปเปิดประตู

ทันใดนั้น

"แบมแบมจ๋า..."

วงแขนแกร่งเข้าสวมกอดรวบผมไปไว้ในอ้อมอกทั้งตัว

"ชู่... ยูคยอมหลับแล้ว" ผมกระซิบเตือน

"แบมแบมอา ไปนอนเป็นเพื่อนฮยองหน่อยนะ คืนนี้พี่มาร์คไม่อยู่อีกแล้ว" พี่แจ็คสันลดเสียงลงอย่างว่าง่าย

ผมถอนหายใจอย่างระอา

ว่าแล้วเชียว พี่มาร์คมานอนห้องพี่จินยองทีไร เดือดร้อนผมต้องไปนอนกับพี่แจ็คสันทุกที

ไม่อยากเชื่อเลยว่าพี่แจ็คสันจะเป็นมนุษย์ขี้เหงาขนาดนี้

"ผมคุยกับแม่อยู่ พี่รอแป๊บนึงได้มั้ย" ผมชี้ไปยังโน้ตบุคที่อยู่บนเตียง

"เอางี้ นายก็มาคุยที่ห้องฉันสิ เปิดไฟ วิดีโอสไกป์เห็นหน้ากัน ฉันจะได้ทักทายแม่นายด้วย"

ผมนิ่งคิดนิดหนึ่ง

"อืม ก็ได้"

พี่แจ็คสันฉีกยิ้มอย่างดีอกดีใจ ก่อนหอมแก้มผมฟอดใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนหมาเลียหน้าเจ้าของไม่มีผิด

ได้โปรด อย่าทำแบบนี้ พี่กำลังทำให้ผมหัวใจสั่น และไม่รู้ว่าจะต้องปั้นสีหน้าตอบกลับไปยังไง

ยิ่งรู้ว่าทั้งการกอดและการจูบของเขา มันมาจากการไม่คิดอะไรนอกจากเอ็นดูอย่างพี่น้องเท่านั้น ก็ยิ่งทำให้ลำบากใจ

เพราะมีเพียงผม... ที่คิดเกินเลยกับเขาไปเพียงฝ่ายเดียว


เมื่อแสงไฟบนเพดานมืดดับลง วงแขนจากคนข้างตัวก็เกี่ยวกอดรอบเอวผม ตามด้วยศีรษะที่ซุกซบและลมหายใจที่รดอุ่นอยู่ที่ต้นคอ

"ฮยอง ร้อน..." ผมบ่นอุบ

"แต่ฮยองหนาว ขอซบหน่อยน้า... น้า... น้า...นะๆๆๆ" เสียงทุ้มแหบนิดๆ งึมงำด้วยความง่วงอยู่ข้างหู

ผมพลิกกาย หันหลังให้กับเขา ซ่อนไอร้อนที่แผ่ซ่านขึ้นมาบนใบหน้า

วงแขนของเขากระชับมากยิ่งขึ้นราวกับผมเป็นตุ๊กตาตัวโปรดที่ใช้กอดนอนอยู่เสมอ

กี่คืนแล้วนะ ที่ผมต้องทนกับความหวานปนขมอยู่แบบนี้

หลายครั้งผมแอบอิจฉาคู่พี่มาร์คกับพี่จินยองที่แสดงความรักต่อกันอย่างตรงไปตรงมา แม้ชีวิตคู่ของพวกเขาจะสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้พวกเราอยู่เป็นประจำ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ซื่อสัตย์กับหัวใจของตัวเอง

ตอนพวกเราเลือกห้องนอนหลังย้ายเข้ามาที่นี่ใหม่ๆ ผมเคยถามพี่มาร์คว่าทำไมเขาถึงไม่นอนห้องเดียวกับพี่จินยองไปเสียเลย

สิ่งที่พี่มาร์คตอบกลับมาก็คือ

"ฉันอยากมีระยะห่างไว้คิดถึงจินยองอา"

ปกติพี่มาร์คไม่ใช่คนช่างอธิบายมากนัก เขามักใช้เวลาไตร่ตรองสิ่งที่จะพูดนานกว่าคนอื่นเสมอ จนบางครั้งผมอดคิดไม่ได้ว่า เขาอาจเป็นพวกเชื่อใจคนยาก

คนเดียวที่เขาพูดเป็นต่อยหอยใส่อยู่บ่อยๆ ก็คือพี่จินยอง ถึงแม้จะไม่ได้พล่ามหูดับตับไหม้อย่างพี่แจ็คสัน แต่พี่มาร์คดูสบายใจที่จะพูดอะไรก็ได้ให้พี่จินยองฟัง โดยไม่ต้องระวังว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาอย่างไร ส่วนพี่จินยองก็ใส่ใจราวกับรอคอยพิกุลทองร่วงจากปากของพี่มาร์คอยู่เสมอและไม่เคยถือสาหาความกับคำพูดที่บางทีก็หาความหมายไม่ได้ของพี่มาร์ค

กระนั้น พี่มาร์คก็ยังอุตส่าห์อธิบายระยะห่างของพวกเขาให้ผมฟัง

"พวกเราอยู่ด้วยกันเกือบตลอดเวลา ที่ทำงาน ที่บ้าน ฉันไม่เคยเบื่อที่จะได้ใช้เวลาตลอดทั้งวันกับจินยองอาหรอกนะ แต่ฉันก็อยากมีช่วงเวลาที่ได้โหยหากันก่อนเข้านอน แล้วก็ความรู้สึกตื่นเต้นดีใจที่จะได้เจอเขาอีกในตอนเช้า"

คำตอบนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในใจของผมตราบทุกวันนี้

พี่มาร์คเป็นผู้ชายที่โรแมนติกในเรื่องความรักมาก

แต่ว่า... ปัจจุบัน ทำไมความคิดถึงอะไรนั่นของพี่ถึงกลายเป็นแบบนี้ไปซะได้ล่ะ

พอตกกลางคืนก็ย่องเข้าหาคนรัก หนำซ้ำยังส่งเสียงเอะอะโวยวายรบกวนการนอนของคนอื่น

ที่สำคัญ ทำให้ผมต้องย้ายมานอนห้องเดียวกัน... เตียงเดียวกับพี่แจ็คสันอีก

พี่จะรู้รึเปล่าว่า ชีวิตรักของพี่มันเบียดเบียนความสงบสุขในการนอนของคนอื่นขนาดไหน

หัวใจที่เต้นแรง ไอร้อนทั้งที่รับเข้ามาและแผ่ออกไป จนบางครั้งรู้สึกแน่นหน้าอกเหมือนหายใจไม่ออก ความคิดฟุ้งซ่านที่ไม่อาจควบคุมได้หลอกหลอนจนข่มตาหลับไม่ลง

ในอ้อมกอดของพี่แจ็คสัน ผมไม่เคยขัดขืนอะไรได้

ใจหนึ่งผมก็อยากตักตวงความสุขที่ได้จากไออุ่นของอีกฝ่าย ตราบใดที่เขายังไม่รู้ความในใจของผม

ทว่าอีกใจก็เจ็บปวด เพราะรู้ดีว่าอ้อมกอดนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษ

สำหรับเขา ผมก็เป็นเหมือนพี่ๆ น้องๆ คนอื่นๆ ที่เขาเผื่อแผ่ความรักและความเอาใจใส่ให้อยู่เสมอนั่นแหละ

สิ่งเดียวที่ผมต้องควบคุมมันให้ได้ คือหัวใจที่ไม่ให้รู้สึกถลำลึกต่ออีกฝ่ายไปมากกว่านี้




ปฏิบัติการในครั้งนี้มีชื่อว่า "ตามพี่มาร์คคืนสู่อ้อมกอดจั๋น"

นั่นคือการขัดขวางจินยองไม่ให้เข้าใกล้พี่มาร์คทุกวิถีทาง

จินยองมันเป็นพวกรักษาภาพลักษณ์ของงานให้เรียบร้อยอยู่แล้ว แค่ผมตามประกบพี่มาร์ค หมอนั่นก็ทำอะไรไม่ได้ คิดดูสิครับว่าภายใต้ใบหน้านิ่งๆ เหมือนไม่ทุกข์ร้อนอะไร จิตใจจะร้อนรุ่มขนาดไหน ฮ่าๆๆ

และแน่นอนว่าในเวลาส่วนตัวผมก็ไม่พลาด

วันนี้ก็เช่นกัน

"พี่มาร์ค ทางนี้"

ผมฉวยข้อมือพี่มาร์ควิ่งไปยังโซนเสื้อแจ็คเก็ตภายในร้าน

เช้านี้พอพี่มาร์คบอกว่าจะออกมาทำธุระกับจินยอง ผมจึงไม่รอช้า รีบแต่งตัวตามออกมาแบบกัดไม่ปล่อย

"ตัวไหนดีกว่ากันอ่ะพี่ ใส่เสื้อแบบนี้แล้วผมจะดูขาสั้นมั้ย"

ผมถอดเสื้อตัวที่สวมอยู่ แล้วลองแจ็คเก็ตให้พี่มาร์คดูทีละตัว

"ตัวไหนนายก็ดูขาสั้นทั้งนั้นแหละ เพราะความเป็นจริงนายก็ขาสั้นอยู่แล้ว" เสียงกวนประสาทของคนที่เดินตามพวกเรามาอย่างเซ็งๆ ดังขึ้นโดยที่สายตาของเขาเสมองไปทางอื่นเหมือนไม่ได้คุยกับผม

ไอ้จินยอง... หรือจะไฝว้!!!

"นายพูดแบบนี้ เจอกันหลังเซเว่นปิดเลยดีกว่า" ผมชี้หน้าอย่างเคืองๆ

หมอนั่นเบะปาก ยักไหล่ ทำหน้ากวนประสาท

หนอย... ถ้าอยู่หน้ากล้องรับรองว่าจะไม่มีวันได้เห็นสีหน้าแบบนี้เด็ดขาด

"นายก็เลือกตัวที่ชอบสิ" คนถูกถามตัวจริงให้คำตอบสั้นๆ ก่อนเดินไปหยิบเสื้อบนราวอีกตัว

อ๊ะ... ตัวนั้นก็สวย ดูคลาสซี่สุดๆ ตาถึงสมเป็นพี่มาร์คจริงๆ

ทว่า

"ตัวนี้เหมาะกับนายจัง จินยองอา ลองสวมดูสิ" ไม่พูดเปล่า เอาไปทาบเจ้าตัว แล้วยังรบเร้าให้หมอนั่นถอดเสื้อตัวนอกอีก

"แต่สีขาวทั้งตัวแบบนี้ ฉันใส่แล้วจะดูอ้วนรึเปล่า" หมอนั่นอิดออดเล็กน้อยจนน่าหมั่นไส้

หนอย... คิดว่าพี่มาร์คเอาใจแล้วเล่นตัวเยาะเย้ยกันงั้นเรอะ

"จะคิดอะไรมาก คนมันอ้วน ใส่สีอะไรก็ดูอ้วนทั้งนั้นแหละ" ผมจิกกัดกลับไปบ้าง

ช่วงนี้จินยองมันน้ำหนักขึ้น งานยุ่ง กินเยอะ ไม่ค่อยได้เข้ายิม

ทว่าคนหน้าสลดกลับเป็นพี่มาร์คซะงั้น

"ขอโทษนะ ช่วงนี้ฉันชวนนายไปกินแต่ของอ้วนๆ"

อ้าว เฮ้ย พี่มาร์คหักมุมแบบนี้ ตบหน้าจั๋นเลยดีกว่า

ไอ้คนเจ้าเล่ห์ยื่นหน้าผากไปแนบหน้าผากพี่มาร์ค

"ไม่เอาน่า แค่ช่วงนี้เอง อีกอย่างร้านที่พี่พาฉันไปก็อร่อยจริงๆ นี่นา" ทำเสียงเล็กเสียงน้อยท้ายประโยค

หนอย... ใช้เสียงสองคุยกับพี่งั้นเรอะ? ทีกับเพื่อนคนอื่นไม่เห็นจะคุยแบบนี้เลย ไหนจะสายตาอ่อนละมุนนั่นอีก

ทันใดนั้น เหมือนมีดอกไม้ผลิบานรอบตัวพี่มาร์ค หมอนั่นก้มหน้างุด หลบตา ทำหน้าขวยเขินดุจสาวแรกรุ่น

"ยังอีกตั้งสี่ร้าน งั้นวันนี้งดไปก่อนแล้วกัน ไว้คราวหน้าเนอะ"

บรรยากาศหวานเลี่ยนแบบนี้...

"แล้วแต่พี่เถอะ ยังมีเวลาอีกเยอะเนอะ"

มือปลาหมึกข้างหนึ่งเคลื่อนไปประคองใบหน้าพี่มาร์คให้สบสายตา ในขณะอีกข้างค่อยๆ โอบรอบเอวแล้วรั้งร่างที่ผอมบางกว่าเข้าไปแนบชิด

ให้ตายเถอะ เข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวกันอีกแล้ว

ไม่ยอมโว้ยยยย

"พี่มาร์ค สรุปผมควรซื้อตัวไหนดี" ผมรีบทำลายโลกส่วนตัวของสองคนนั่น

ไม่ยอมโดนทิ้งหรอกเฟ้ย

"หืม... ถ้าชอบทั้งคู่ก็ซื้อไปสองตัวเลยสิ" พี่มาร์คตอบสั้นๆ

"ไม่เอาอ่ะ ถ้าอยากได้สองตัวแล้วผมจะถามความเห็นพี่ทำไม"

ทว่าพี่มาร์คดูเหมือนไม่ได้ใส่ใจ

"โอ๊ะ จินยองอา เลือกเนคไทให้ฉันหน่อย" พูดจบก็ดึงมือจินยองไปยังเชลฟ์เนคไททั้งที่ยังถือแจ็คเก็ตสีขาวในมืออยู่

ให้ตายเถอะ เจ้าพวกนี้

มาด้วยกันแท้ๆ สนใจจั๋นบ้างสิโว้ยยย

ถ้าเป็นแบมแบมคงจะช่วยตินั่นตินี่ ดูรายละเอียดเสื้อผ้าให้แท้ๆ

ถึงจะถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง แต่เพราะความเอาใจใส่ของแบมแบม ผมซื้อทุกตัวที่หมอนั่นแนะนำจนได้

ถ้าหมอนั่นได้ค่าคอมมิชชั่นในการขายจากทางร้าน ผมจะไม่แปลกใจเลยจริงๆ

สุดท้าย...

ผมก็ไม่ได้ซื้ออะไร เชอะ เก็บไว้มาเลือกกับแบมแบมอีกทีแล้วกัน

ในขณะที่พี่มาร์คซื้อทุกอย่างที่ตัวเองบอกว่าเข้ากับจินยอง ทั้งที่เจ้าตัวปฏิเสธก็ยังซื้อแหลก ส่วนของตัวเองมีแค่เนคไทที่จินยองเลือกให้เท่านั้น

พี่มาร์คเอาใจจินยองมากเกินไปแล้ว แล้วจั๋นล่ะ? จั๋นก็เป็นน้องของพี่เหมือนกันนะ

จั๋นเป็นรูมเมทของพี่เชียวนะ

น้อยใจ...

"เอ้า"

หลังจากเดินออกจากร้าน จู่ๆ หมวกแก็ปของผมก็ถูกดึงออกจากศีรษะจนผมจับไว้ไม่ทัน

พร้อมกับใบใหม่ที่พี่มาร์คสวมให้

"ใบนี้เหมาะกับนายดี"

ผมหันไปส่องกระจกรถที่จอดอยู่ข้างทาง พลางจัดผมและหมวกให้เข้าที่

โอ๊ะ พี่มาร์คซื้อให้

"ถูกใจมากเลย ขอบคุณนะฮยอง"

ผมกระโดดเข้าไปกอดพี่มาร์ค ยกตัวเขาแล้วหมุนสามรอบกลางทางเท้า

"แทนที่จะหึงฉัน นายควรหึงโคโค่มากกว่านะ" จินยองพูดกลั้วหัวเราะ

"หมายความว่ายังไง" ผมถามอย่างเอาเรื่อง

"ก็นายเหมือนหมาของพี่มาร์ค เวลาดีใจก็กระโจนใส่ กระดิกหางดิ๊กๆ เหมือนโคโค่ไม่มีผิด"

กระดิกหางดิ๊กๆ งั้นเรอะ ฉันมีหางตั้งแต่เมื่อไหร่?

"ฉันคือเจ้าชายหวังผู้พิทักษ์เจ้าชายมาร์คต่างหากเฟ้ย ยูโน้ว?" ผมกระแทกเสียงใส่

"พอเลยพวกนาย" พี่มาร์คห้ามทัพ ก่อนเร่งฝีเท้าเดินนำหน้าไป

"บอกไว้ก่อนนะ พี่มาร์คไม่ได้ซื้อให้นายคนเดียว แต่ซื้อให้แบมแบมอีกใบ อย่าทำเป็นได้ใจไปล่ะ" จินยองทำเสียงเยาะเย้ย ก่อนเดินตามไปโอบเอวพี่มาร์คอย่างประจบ

หนอย... ดูมันทำสิ

"ไม่สนเว้ย" ผมทำเสียงฮึดฮัด

คิดจะทำลายความดีใจของจั๋นเหรอ ไม่มีทาง!

พี่มาร์คก็อีกคน พอหมอนั่นเข้าไปสีข้างๆ ก็วางแขนบนไหล่นั่นทันทีเลยนะ

เมื่อก่อนก็เคยทำแบบนั้นกับจั๋นบ่อยๆ แล้วทำไมตอนนี้แขนของพี่มีแต่จินยองเท่านั้นที่ได้ครอบครองล่ะ

ยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด

ผมรีบวิ่งเข้าไปกอดคอพี่มาร์ค เล่าเรื่องตลกดึงความสนใจ

เรื่องอะไรจะถูกทิ้งไว้แค่คนเดียวล่ะ




ช่วงนี้พี่แจ็คสันสนิทกับพี่มาร์คกับพี่จินยองเป็นพิเศษ

สำหรับผม มันดูทะแม่ งๆ อย่างเห็นได้ชัด

ปกติพี่แจ็คสันเป็นหนุ่มป๊อป เขาแสดงความรักต่อทุกคนที่อยู่รอบตัวเขาอย่างเปิดเผย แถมเพื่อนนอกวงยังเยอะมากจนนอกเหนือเวลางานแทบไม่ค่อยมีเวลามาอี๋อ๋อกับพวกเราสักเท่าไหร่

แต่ระยะนี้หมอนั่นกลับยกเลิกนัดทั้งหมด แล้วเคลียร์เวลาเพื่อให้ได้ไปไหนมาไหนกับพี่มาร์คและพี่จินยองมากขึ้น

ไม่ใช่แค่นั้น หมอนั่นยังเข้าไปติดพี่มาร์คหนึบ ทั้งกอดคอ โอบไหล่ เกี่ยวแขน นั่งเบียด หากสองคนนั่นอยู่ด้วยกันก็จะจงใจเข้าไปแทรกตรงกลางอย่างไม่รีรอ

แน่นอนว่าเวลางานอยู่หน้ากล้องและท่ามกลางทีมงานตลอดเวลา พี่จินยองทำอะไรไม่ได้ จำต้องปล่อยพี่แจ็คสันไปพร้อมกับรังสีอำมหิตภายใต้รอยยิ้มที่คนอย่างพี่แจ็คสันไม่มีวันระคายเคือง ส่วนเวลาส่วนตัว ทั้งคู่จิกกัดกันแสบๆ คันๆ ถึงพี่มาร์คจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ท่าทีเข้าข้างพี่จินยองก็ชัดเจน ยิ่งทำให้พี่แจ็คสันหงุดหงิดและกันท่ามากขึ้น

พี่แจ็คสันเหมือนเด็กมีปัญหาที่ต่อต้านสามีใหม่ของแม่ไม่มีผิด

ตอนนี้พี่มาร์คกับพี่จินยองเหลือเวลาอยู่กันสองต่อสองแค่ตอนนอนเท่านั้น

น่าสงสารชะมัด

ทั้งที่ใจตรงกัน แถมยังใกล้กันแค่คืบ แต่ด้วยปัญหาเรื่องบนเตียงไม่ลงรอยกัน จึงทำได้แค่นอนกอดกันเฉยๆ

หนำซ้ำยังต้องมาเจอก้างปลามหึมานามว่าแจ็คสันคอยกีดกันอีก

พักนี้พี่ๆ ทั้งสองเลยไม่ค่อยได้ทะเลาะกันยามวิกาลเท่าไหร่ คงเพราะเหนื่อยและเสียดายเวลาล่ะมั้ง

พี่แจ็คสันอ่านง่ายจะตายไป

ต่อให้ไม่พูด สีหน้าและท่าทีทุกอย่างก็บอกแทนได้หมดเปลือกว่าคิดและรู้สึกอย่างไร

แถมยังทึ่มอีกต่างหาก

ที่ดูไม่ออกว่าพี่มาร์คกับพี่จินยองเป็นอะไรกัน

ดูไม่ออก หรือไม่กล้าดูออกกันแน่

เห็นภายนอกแข็งแรงแบบนั้น แต่พี่แจ็คสันเป็นคนอ่อนไหวมาก

ผมไม่รู้จริงๆ ว่า ถ้าเขากระจ่างเรื่องความสัมพันธ์ของคนคู่นี้ พี่แจ็คสันจะรู้สึกยังไง

ถึงจะสกินชิปกับเพื่อนฝูงผู้ชายแบบจัดหนัก แต่จริงๆ แล้วพี่แจ็คสันค่อนข้างหัวโบราณในเรื่องของความรักและความสัมพันธ์

และเขาก็ชอบผู้หญิงเอามากๆ เสียด้วย

และที่เขาปล่อยเนื้อปล่อยตัวกับทุกคนไปทั่วก็เพราะสนิทใจ

ในขณะที่กับเพศตรงข้ามพี่แจ็คสันจะกลายเป็นสุภาพบุรุษ

นั่นเป็นเหตุผลที่พี่มาร์คไม่เคยบอกอะไรพี่แจ็คสันอย่างชัดเจนเรื่องพี่จินยอง

อย่าว่าแต่พี่แจ็คสันเลย กับคนอื่นพี่มาร์คก็ไม่บอก แต่ทุกคนเขาดูออกกันหมดเพราะบรรยากาศของคนทั้งคู่

มีแต่พี่แจ็คสันนั่นแหละที่ยังคิดเป็นเด็กๆ ว่าตัวเองโดนแย่งเพื่อนสนิท

ปกติพี่แจ็คสันเป็นคนฉลาดหัวไว

ไม่คิดเลยว่าบทจะทึ่มก็ทึ่มยิ่งกว่าคนทั่วไปเสียอีก

แต่ผมก็รักที่เขาทึ่มแบบนี้แหละ

เพราะถ้าเขาเฉียบคมกว่านี้ล่ะก็

ท่าทีที่มีต่อผมต้องเปลี่ยนไปแน่ๆ

เขาจะเอ็นดูผมอย่างเดิมไหม

เขาจะห่างเหินผมรึเปล่า

ต่อให้เขาไม่รังเกียจ แต่เขาก็อาจจะกระอักกระอ่วนใจในความรู้สึกของผมไม่มากก็น้อย

เขาต้องรู้สึกผิดที่ไม่สามารถตอบสนองความรู้สึกของผมได้แน่ๆ

ถึงอย่างนั้น ผมเองก็ไม่ได้ต้องการการตอบสนองใดๆ จากเขาเช่นกัน

แค่เขารักผมอย่างที่เขารักในทุกวันนี้

ผมก็มีความสุขมากเหลือเกิน


"หมอนั่นมันทึ่มจริงๆ แหละ"

"เอ๋!"

จู่ๆ พี่มาร์คก็พูดขึ้นมาขณะที่เราเหลือกันอยู่แค่สองคนในห้องพักของสตูดิโอหลังจากอัดเสียง

"วันก่อนมาถามฉันว่าจะซื้อของขวัญวันเกิดอะไรให้นายดี"

"คะ... ใครเหรอพี่"

"ไม่ใช่ว่าหมอนั่นไม่ใส่ใจนายจนไม่รู้จะซื้ออะไรให้นะ แต่หมอนั่นแค่ทึ่มไปหน่อยกับเรื่องแบบนี้" พี่มาร์คพูดต่อโดยไม่ตอบคำถามผม

แต่ก็พอจะเดาได้ว่าพี่หมายถึงใคร

หัวใจเต้นแรงขึ้นมาเล็กน้อย

"อยากได้อะไรก็ไปบอกเขาตรงๆ หรือช่วยสงเคราะห์บอกใบ้เสียหน่อย"

"ผมไม่อยากได้อะไรหรอก สิ่งที่เขาทำให้ทุกวันนี้ก็รู้สึกขอบคุณมากมายแล้ว"

พี่มาร์คเอาแขนเกี่ยวคอผมดึงเข้าไปกระซิบใกล้ๆ

"ไม่ได้! นายยิ่งเกรงใจ หมอนั่นก็ยิ่งไม่มีความสุข นายก็เห็น เวลาหมอนั่นโม้เรื่องซื้อนั่นซื้อนี่ให้นาย ถึงจะโวยวายแต่ก็ดูภูมิใจสุดๆ เพื่อนายแล้วหมอนั่นขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก อ้อนๆ ไปเถอะ เวลานายอ้อน หมอนั่นโคตรจะแฮปปี้เลย"

"แต่ว่า..."

"พอโตแล้วนายก็เอาแต่เงียบ ง้ออะไรไปก็ไม่หือไม่อือ เวลาอยู่ตามลำพังกับพวกฉันไม่ต้องโตมากก็ได้"

ผมเปลี่ยนไปมากขนาดนั้นเลยเหรอ?

"ผมก็แค่อยากจะเข้มแข็งให้มากกว่านี้"

พี่มาร์คดึงผมเข้าไปกอด แล้วขยี้หัวเบาๆ ได้ยินเสียงจุ๊บตรงกลางกระหม่อมสองสามที

ทันใดนั้น

ประตูห้องก็เปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของพี่แจ็คสัน

"อะไรกันเนี่ย! สองคนนี้แอบมาจู๋จี๋กันเวลาไม่มีจั๋นอีกแล้ว"

พอมาถึงก็ส่งเสียงเอะอะทั้งที่ยังไม่วางกระเป๋า

"แบมแบมอา... ทำไมอ้อนแต่กับพี่มาร์ค ทีกับฮยองคนนี้ไม่มีมาคลอเคลียเหมือนเมื่อก่อนเลย" พูดจบก็โถมตัวใส่ทั้งผมและพี่มาร์ค

เหวอ... ริมฝีปากของเขากำลังขยับเข้ามาใกล้ใบหน้า

"เอ่อ... จริงสิ พวกเราอัดเสียงกันเสร็จแล้ว งั้นกลับบ้านกันเถอะ" ผมเฉไฉพลางรีบถอยออกห่าง

"พอฉันมาแล้วก็กลับเลยได้ไง อยู่ให้กำลังใจพี่แจ็คสันก่อนสิ นะๆๆ"

"นายนั่นแหละ มีสมาธิทำงานไป เดี๋ยวฉันจะพาแบมแบมไปหาอะไรกิน หิวจะแย่อยู่แล้ว ไปกันเถอะแบมแบม" พี่มาร์คดันตัวพี่แจ็คสันออก ก่อนพาผมไปจากห้องแบบมะนาวไม่มีน้ำ




จั๋นไม่เข้าใจ!!!

ทั้งที่จั๋นออกจะน่ารัก เฟรนด์ลี่ มีเสน่ห์ อบอุ่น และแสนดีขนาดนี้ แต่ทำไมดูเหมือนทุกคนพากันทิ้งจั๋นกันไปหมดเลย

นั่นต้องเป็นเพราะไอ้จินยองแน่ๆ

ใช่แล้ว... มันเริ่มมาจากจินยอง

หมอนั่นพรากพี่มาร์ครูมเมทคนเดียวของผมไป

แล้วตอนนี้พี่มาร์คก็ยึดตัวแบมแบมไปจากผมอีก

ตอนนี้ผมรู้สึกเคว้งคว้าง เหมือนเป็นคนบ้าๆ บอๆ ที่ไล่ตามเพื่อนรักกลับมาอยู่ฝ่ายเดียว

ไม่ได้การ ต้องเปลี่ยนแผน

เอาให้พี่มาร์คเป็นฝ่ายหงายเงิบบ้าง


หลังจากนั้น ผมจึงเปลี่ยนมาเกาะติดจินยองแทนพี่มาร์ค

ไม่ว่าจินยองจะไปไหน ผมจะคอยตามเป็นเงา

รายการไหนที่จินยองไปออก ก็ต้องมีแจ็คสันพ่วงไปด้วย

แม้กระทั่งเวลานอน...

"เฮลโลววว" ผมเอ่ยทักทายอย่างอารมณ์ดีบนที่นอนของจินยอง

ทำเอาหมอนั่นที่เปิดประตูเข้ามาถึงกับผงะ เบิกตาโพลงอย่างตกตะลึง

"อะไรของนาย มาทำอะไรในห้องฉัน"

"ก็นอนไง พรุ่งนี้เราออกไปถ่ายรายการด้วยกัน ต้องตื่นตั้งแต่ตีสามแน่ะ ฉันเอาเสื้อที่จะใส่พรุ่งนี้มาเตรียมไว้ด้วยนะ ตอนเช้าจะได้ไม่รบกวนพี่มาร์ค"

"ใครอยากนอนกับนายมิทราบ"

หมอนั่นถลึงตาใส่

"ไม่เอาน่า อย่าเอาแต่ใจนักสิ จินยองอา ฉันบอกพี่มาร์คไว้แล้วว่าคืนนี้จะมานอนห้องนาย เอ้า อาบน้ำเสร็จก็มานอนได้แล้ว ฉันง้วงง่วง มามะ" ผมตบฟูกเรียกหมอนั่นด้วยสีหน้ายียวน

รู้สึกถึงเงาทะมึนและกระแสไฟฟ้าแปลบปลาบที่แผ่ออกมาจากตัวหมอนั่น

แค่นั้นไม่สะทกสะท้านต่อจิตใจที่เข้มแข็งของผมหรอก ตราบใดที่ยังขัดขวางหมอนั่นกับพี่มาร์คได้

สะใจเป็นบ้าเลย

จินยองก้าวเข้ามา ปิดประตูอย่างเงียบเชียบ

เขาย่างสามขุมตรงดิ่งมายังตัวผมอย่างเนิบนาบราวกับวิญญาณ

จู่ๆ ห้องก็เย็นยะเยือกสะท้านสันหลังอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

หมอนั่นมาหยุดตรงหน้า แล้วกระชากคอเสื้อผมขึ้นไปจนหน้าเกือบชิด

"นายอยากมีปัญหากับฉันมากนักใช่มั้ย" เสียงทุ้มต่ำที่ไม่เคยได้ยินจากหมอนั่นมาก่อนเอ่ยถาม

"ไม่เอาน่า จินยองอา ฉันก็แค่จะมานอนห้องนายแค่คืนเดียว ทำไมต้องโกรธขนาดนี้ด้วย"

ผมแกล้งส่งยิ้มหวาน เอามือหยิกแก้มหมอนั่นแล้วส่ายไปมา

"ทีพี่มาร์คมานอนกับนายทุกคืนนายยังไม่เห็นว่าอะไรเลย"

"นายกับพี่มาร์คเหมือนกันซะที่ไหน"

"แล้วฉันกับพี่มาร์คไม่เหมือนกันยังไง พี่มาร์คก็เพื่อนนาย ฉันก็เพื่อนนาย ทำไมนายต้องเลือกปฏิบัติด้วย"

"แล้วนายปฏิบัติต่อฉันเหมือนที่ปฏิบัติต่อแบมแบมรึเปล่าล่ะครับ คุณหวัง แจ็คสัน"

"ไม่เอาน่า จินยองอา น้อยใจพี่แจ็คสันเหรอครับ" ผมยังคงกวนประสาทหมอนั่นต่อ

กลัวซะที่ไหนล่ะ ฉันอายุเท่านายนะเฟ่ย

"ไหน ใครนะ มาหาว่าแจ็คสันปฏิบัติกับน้องนุ่งไม่เท่าเทียมกัน" พูดจบผมก็จ๊วบแก้มใสๆ ของจินยองเข้าให้

มว้วฟฟฟฟฟ <3

"......."

หมอนั่นเงียบไปเลย

อึ้งล่ะสิ

ถ้าอยากให้ปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ก็รับจูบจากคุณแจ็คสันมัดจำไปก่อนแล้วกันนะ

ร่างตรงหน้าผมตัวสั่นระริก คราวนี้รู้สึกถึงไอร้อนวูบแผ่เป็นรังสีออกมา

"ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนี้เว้ย... ไอ้แจ็คสัน บังอาจ ฉันจะฆ่านาย!!!!"

ยังไม่ทันได้ตั้งตัว หลังของผมก็กระแทกฟูกนอนอย่างแรง โชคดีที่หัวมีหมอนรองไว้ เลยไม่รู้สึกเจ็บเท่าไหร่ แต่แรงกระแทกมันไม่ใช่ครั้งเดียวนี่สิ หมอนั่นทั้งเขย่า ทั้งกระชากตัวผมไปมาจนหัวคลอน

ไอ้จินยองมันบ้าไปแล้ว

"อุ่ก... แอ่ก... อ่อก... ช่ว... ด้ว..." ผมร้องออกมาไม่เป็นภาษาด้วยความจุก

ไปเอาเรี่ยวแรงมหาศาลมาจากไหน

ถึงหัวจะกระแทกกับหมอน แต่ความเร็ว ความถี่ และความรุนแรงก็มากพอทำให้สมองมึนงง

ทันใดนั้นเอง ได้ยินเสียงเปิดประตู พร้อมกับการเข้ามาของใครอีกคน

"พอได้แล้ว จินยองอา"

เสียงพี่มาร์คดังขึ้น พร้อมกับดึงคอเสื้อด้านหลังของคนที่คร่อมอยู่บนตัวผม

ถูกจับออกไปแล้ว...

ไอ้ปิศาจจินยองถูกพี่มาร์คลากตัวออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วจนผมไม่ทันได้สังเกตเห็นพี่มาร์คด้วยซ้ำ

โอย... รู้สึกเหมือนตัวกำลังลอยเคว้งท่ามกลางห้องที่กำลังหมุนช้าๆ เห็นประกายดวงดาวส่องระยิบระยับ

อะไรกันเนี่ย แค่จุ๊บแก้มนิดเดียว ถึงกับต้องทำร้ายจั๋นขนาดนี้?

ทีกับพี่มาร์ค จุ๊บกันไปจุ๊บกันมา ไม่เห็นจะว่าอะไรเลย แถมหมอนั่นเป็นคนหาเรื่องจุ๊บพี่มาร์คก่อนด้วยซ้ำ

ให้ตายเถอะ... รังสีพิฆาตเมื่อกี้

นึกว่าผมจะถูกฆ่าตายซะแล้ว

ดับอนาถเพราะช้ำในจากการถูกเพื่อนร่วมวงทารุณกรรมโดยการจับกระแทกหลังบนฟูกนอน

ขืนพาดหัวขึ้นหน้าหนึ่งแบบนี้มันก็คงทุเรศเกินไป

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ประจักษ์ในความโหดของจินยอง

มิน่าล่ะ ยูคยอมถึงได้เรียกหมอนั่นว่าปิศาจในคราบออมม่า

เมื่อก่อนทำงานคู่กับหมอนั่นบ่อยๆ เขาไม่ใช่คนแบบนี้เลย จนกระทั่งมาสนิทกับพี่มาร์ค

ทั้งคู่เลยแหละที่พอสนิทกันแล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

ทำไมกันนะ?

ถึงกระนั้น ผมก็ไม่สลด

ต่อจากนี้ต้องระวังตัวมากขึ้น

ปฏิบัติการ "ตามพี่มาร์คคืนสู่อ้อมกอดจั๋น" จะยังคงดำเนินต่อไป

จนกว่าพี่มาร์คจะกลับมาเป็นรูมเมทคนเดิมของผม




ให้ตายเถอะ... พี่แจ็คสันไปแหย่หนวดเสือเข้าจนได้

ช่างไม่ดูตาม้าตาเรือเสียเลย สมกับเป็นตาทึ่มจริงๆ

กะอีแค่จุ๊บแก้ม ปกติพี่จินยองไม่ถือสาเรื่องพวกนี้กับเพื่อนฝูงอยู่แล้ว

แต่วันนี้ ก่อนกลับมาบ้านดูเหมือนพี่จินยองจะมีปัญหากับงานถ่ายละครจนถึงขั้นขอถอนตัวถ้าไม่ยอมเปลี่ยนผู้กำกับ

ผมเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่ถ้าทำมือโปรอย่างพี่จินยองคลุ้มคลั่งได้ขนาดนี้ แสดงว่าร้ายแรงมาก

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ยังมาเจอพี่แจ็คสันป่วนประสาทถึงห้องนอน

จากเดิมที่หงุดหงิดที่ไม่มีช่องว่างให้ได้หวานแหววกับภรรยา (?) เพราะถูกพี่แจ็คสันเอาแต่กันท่า ไอ้ตัวขวากหนามยังมีหน้ารุกล้ำเขตแดนสนธยาในเวลานอนราวกับจงใจกระทืบซ้ำ

เป็นผมก็ระเบิดลงเหมือนพี่จินยองนั่นแหละ

และวันต่อมากรรมรอบสองก็ตามสนองพี่แจ็คสัน

รายการที่หมอนั่นดื้อตามพี่จินยองไปออก ดันต้องโดดบันจี้จัมป์ด้วยกัน

พี่แจ็คสันนะพี่แจ็คสัน... มัวแต่จะกันท่าพี่มาร์ค เลยอาสาไปออกด้วยโดยไม่ได้ตรวจสอบเสียก่อนว่าเขาจะให้ดารารับเชิญไปทำอะไรบ้าง

พอไปถึง ถอนตัวก็ไม่ได้ ต้องลุยถ่ายต่อไปเท่านั้น

กลับมาถึงบ้านเจ้าตัวถึงกับสลบเหมือด ในขณะที่พี่จินยองหัวเราะเยาะด้วยความสะใจ

"แบมแบมอา... มาให้ฮยองกอดหน่อย"

พี่แจ็คสันเดินโซเซ โผเข้าหาผมทันทีที่เห็นหน้า

ท่าทางหมดสภาพของเขาน่าสงสารจริงๆ

"โอ๋... ไม่เป็นไรแล้วนะ เดี๋ยวผมเลี้ยงข้าว" ผมปลอบ

"นายอย่ามาเลี้ยงข้าวในวันที่ฉันกินไม่ลงหน่อยเลย"

รู้ทันอีก

"นายรู้ป่าว ไอ้จินยองมันร้ายกาจมาก ตอนอยู่ในรายการก็ทำเป็นปลอบใจจั๋นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอพ้นรัศมีกล้องเท่านั้นแหละ ผลักจั๋นล้มกองกับพื้นเลย จั๋นตะเตือนไต..."

โถ... พี่แจ็คสัน ทำตัวเองแท้ๆ ยังมีหน้ามาฟ้องอีก

"แล้วตอนกระโดดคนเดียวนะ ยังไม่ทันได้เตรียมใจ ก็ถูกจินยองถีบจนตกแท่น นึกว่าหัวใจจะวายตายกลางอากาศซะแล้ว"

"ก็ทีมงานเขาอยากได้ภาพแบบนั้น" เสียงพี่จินยองตะโกนออกมาจากห้องตัวเองอย่างอารมณ์ดี "นายก็มัวแต่ท่าเยอะ พล่ามน้ำไหลไฟดับอยู่ได้ แสงจะหมดอยู่แล้วก็ยังไม่ยอมกระโดดซักที"

"อย่ามาอ้างทีมงานหน่อยเลย นายแอบไปเสนอกับผู้กำกับมาใช่มั้ย อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ เมื่อคืนยังไม่สาแก่ใจนาย วันนี้เลยจงใจจะฆาตกรรมฉันสินะ"

"ถ้าฉันจะฆ่านายจริงๆ นายคงไม่รอดชีวิตตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว" พี่จินยองสวนกลับทันทีทั้งที่ไม่โผล่หน้าออกมา

ยูคยอมที่อยู่ในห้องเดียวกันพยักหน้าเห็นด้วยเป็นการใหญ่

พี่แจ็คสันซบหน้าลงบนไหล่ผม

หมดกัน... ภาพลักษณ์ของความเป็นพี่ชาย

"เอาน่า ไหนๆ ก็รอดมาได้แล้ว พี่เองก็ถ่ายต่อได้จนจบไม่ใช่เหรอ เก่งมากๆ"

ผมลูบหัวปลอบใจพี่แจ็คสัน

"แบมแบม... มีแต่นายที่เข้าใจฉัน รักนายที่สุดเลย" พูดจบก็พรมจูบไปทั่วไปหน้าผม

อื้อ... พี่แจ็คสัน ทำแบบนี้อีกแล้ว

ทั้งที่อยากจะผลักไส เพราะรู้ว่าพี่ไม่เคยคิดอะไร

แต่เพราะพี่ไม่ได้คิดอะไรนั่นแหละ ที่ทำให้ผมกลัวว่าจะไปทำร้ายจิตใจของพี่

และกลัวจะไปทำลายความสัมพันธ์ที่ดีของพวกเรา

พี่แจ็คสัน พี่จะรู้มั้ยว่าขณะที่ผมกำลังตักตวงความรักความเอ็นดูจากพี่อย่างมีความสุข อีกด้านหนึ่งผมก็กำลังขมขื่นจากความรู้สึกของการเป็นคนทรยศความรู้สึกดีๆ ของพี่ด้วยเช่นกัน




อย่างที่ผมบอกครับ "ปฏิบัติการตามพี่มาร์คคืนสู่อ้อมกอดจั๋น" ยังคงดำเนินต่อไป

และวันว่างอย่างวันนี้พี่มาร์คก็แอบมุบมิบออกไปข้างนอกกับจินยองกันสองต่อสองเช่นเคย

แต่ไม่ไวเท่าสายตาอันแหลมคมของแจ็คสันคนนี้หรอก

หึๆๆ เดี๋ยวก้างตัวใหญ่จะทำเซอร์ไพรส์ให้ดู

ผมสะกดตามรอยของทั้งคู่ไปเรื่อยๆ

จนกระทั่งถึง...

ร้านเบเกอรี่?

จริงสิ ระยะหลังที่ผมหยุดรังควาญเพื่อตั้งหลักและเริ่มปล่อยให้สองคนนั่นตายใจ ดูเหมือนพวกเขาจะชอบไปนั่งคุยกันกระหนุงกระหนิงตามร้านเบเกอรี่

ทั้งที่ไอ้จินยองบ่นว่าอ้วน ก็ยังไม่เจียม

ทั้งคู่หายเข้าไปในร้าน

ผมจึงตามเข้าไปติดๆ โดยกะเวลาว่าเจ้าพวกนั้นได้ที่นั่งและสั่งอาหารกันเรียบร้อยแล้ว จะได้หนีผมไปไหนไม่ได้

แต่เมื่อผลักบานประตูเข้าไป

มองซ้าย

มองขวา

ไม่มีวี่แววของสองคนนั่นแม้แต่เงา

"คุณแจ็คสันใช่มั้ยคะ" พนักงานต้อนรับเดินเข้ามาทักทาย

"เอ่อ... ครับ"

"คุณมาร์คกับคุณจูเนียร์อยู่ที่ชั้นบนค่ะ ไม่ทราบว่ามาด้วยกันรึเปล่าคะ"

"มาด้วยกันครับ" ผมรีบตอบรับ

"เชิญทางนี้เลยค่ะ" เธอผายมือนำทางให้ขึ้นไปยังเป้าหมาย

อ้อยเข้าปากช้าง พนักงานให้ความร่วมมือดีจริงๆ

เมื่อเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นบน บริกรก็เปิดประตูห้องให้ผมเดินเข้าไป

เอ๊ะ ร้านนี้มีห้องไพรเวทด้วยเหรอเนี่ย

"ก่อนเข้าห้อง เชิญสวมผ้ากันเปื้อนก่อนค่ะ"

ผมทำตามอย่างว่าง่าย แม้จะรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้างก็ตาม

มากินอาหาร แต่ทำไมต้องสวมผ้ากันเปื้อน

"คอนเซ็ปต์ของร้านเหรอเนี่ย" ผมถาม

"ใช่ค่ะ เป็นคอนเซ็ปต์ของชั้นสองของเรา" พนักงานตอบอย่างยิ้มแย้ม

เมื่อเดินเข้าไปในห้อง ก็พบพี่มาร์คและจินยองกำลังนั่งคุยกับชายหนุ่มที่แต่งตัวเป็นเชฟ

"คนทำมานั่นแล้วครับ" พี่มาร์คหันมามองผมพลางพะยักเพยิดกับคนที่คุยอยู่

อะไรกันเนี่ย ห้องนี้ดูยังไงก็ไม่ใช่ห้องไพรเวท

กลางห้องมีโต๊ะขนาดใหญ่ วางอุปกรณ์ในห้องครัวเตรียมไว้มากมายอย่างเป็นระเบียบ

ตู้แช่เย็น เตาอบ อ่างล้างจาน

นี่มันห้องทำครัวชัดๆ

"รอตั้งนาน นึกว่านายจะหลงทางซะแล้ว แจ็คสัน" จินยองเดินเข้ามาตบไหล่

"รออะไร พวกนายไม่ได้นัดฉันไว้ซักหน่อย"

"แต่ก็ยังอุตส่าห์สะกดรอยตามมาถูกนะ ตอนข้ามถนนเมื่อกี้ฉันลุ้นแทบตายว่านายจะคลาดสายตาจากพวกเรารึเปล่า เลยแกล้งยืนดูของหน้าร้านจนไฟเขียว"

"นี่มันอะไรกันเนี่ย"

ผมงงไปหมดแล้ว

ที่ตามมาเพราะอยากเป็นก้างขวางคอเจ้าพวกนี้ต่างหาก

"ของขวัญแบมแบมไง" พี่มาร์คตอบพลางยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้

บนพื้นหลังสีขาว มีภาพวาดด้วยลายมือเป็นรูปเค้กที่มีเขียนคำว่า "สุขสันต์วันเกิดแบมแบม"

"นายถามฉันเรื่องของขวัญวันเกิดแบมแบม นี่ไง คำตอบ" พูดจบก็ตบไหล่ผมเบาๆ

หือ? ยังไง จั๋นไม่เข้าใจ

"สู้ๆ นะ ไฟติ้ง!" พี่มาร์คชูสองนิ้วพร้อมรอยยิ้มเป็นการทิ้งท้าย

"สูตรเค้กของร้านนี้อร่อยมาก พวกฉันไปตระเวนกินมาหลายร้านแล้ว คิดว่าร้านนี้แบมแบมต้องชอบที่สุด ยังไงก็... ทำเค้กให้สนุกนะ พวกฉันติดต่อครูสอนให้แล้ว"

จินยองผายมือไปยังผู้ชายในชุดปาติซิเยสุดเท่

"ฝากเพื่อนผมด้วยนะครับ"

"เฮ้ย เดี๋ยวก่อนสิ นี่มันอะไรกัน"

ผมเดินตามหลังจินยองที่กำลังก้าวออกจากห้องไป

หมอนั่นหันกลับมาหลังจากก้าวพ้นประตู

"นายต้องเร่งมือหน่อยนะ จะได้ทันเซอร์ไพรส์ปาร์ตี้คืนนี้"

"เซอร์ไพรส์ปาร์ตี้?" ผมอ้าปากค้าง

อีกตั้งสองวันกว่าจะถึงวันเกิดแบมแบม แล้วมาเซอร์ไพรส์อะไรวันนี้

ที่สำคัญ ผมนี่แหละที่เซอร์ไพรส์ยิ่งกว่า

"ถ้าจัดตรงวันก็ไม่เรียกเซอร์ไพรส์ใช่ไหมล่ะ อ้อ จริงสิ ตอนที่ประชุมกันนายมัวแต่นอนเอ๋ออยู่ที่ห้องฉัน เลยไม่รู้สินะว่าเขาแบ่งหน้าที่กันไปเรียบร้อย เหลือแต่นายที่ต้องทำเค้กให้แบมแบม"

"หมายความว่าพวกนายจะไม่ช่วยกันเลยเหรอ นี่ฉันต้องทำคนเดียวเหรอเนี่ย"

จินยองยักไหล่

"พวกฉันก็มีหน้าที่อื่นต้องทำเหมือนกัน เอาน่า อุตส่าห์หาลูกมือระดับพระกาฬให้นายแล้วนะ ทำให้สำเร็จด้วยล่ะ" พูดจบก็ปิดประตูห้องใส่หน้าผม

กะว่าจะมาเซอร์ไพรส์ ดันได้เซอร์ไพรส์เสียเอง

ทำก็ได้ฟระ

นี่ถ้าไม่ใช่แบมแบมน้องชายสุดที่รักของจั๋น จั๋นไม่ยอมจริงๆ ด้วย

ผมเดินคอตกกลับเข้าไปหาครูที่จะช่วยสอน

สูดหายใจเข้าลึกๆ

เพื่อแบมแบม...จะทำให้สุดฝีมือเชียวล่ะ! สู้โว้ย!!!




ผมกลับมาจากถ่ายรายการที่ไปออกแค่คนเดียว

สามทุ่มแล้ว แต่เปิดประตูเข้ามา บ้านกลับมืด

หายไปไหนกันหมดนะ?

แย่แล้ว... เปิดไฟไม่ติดด้วย

ไฟดับงั้นรึ?

แต่เมื่อกี้ตามทางเดินก็ยังสว่างอยู่นี่นา

ผมเปิดประตูโผล่หน้าไปดูด้านนอกอีกทีเพื่อให้แน่ใจ

หรือจะดับเฉพาะในบ้าน?

มีปัญหาอะไรรึเปล่า

ใจไม่ดีเลยแฮะ บ้านเงียบจนไม่อยากก้าวเข้าไปข้างใน

"โคโค่" ผมลองเรียกสุนัขที่เลี้ยงไว้

อย่างน้อยถ้ามันวิ่งออกมาหาก็ยังอุ่นใจว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่ในบ้าน

เอายังไงดี เรียกคนดูแลอาคารมาดูไฟให้ดีไหมนะ

ผมหยิบมือถือออกมา

ทันใดนั้น

"โฮ่งๆๆ"

สุนัขขนปุยสีขาวก็วิ่งออกมาต้อนรับ

โอย ค่อยใจชื้นหน่อย

"ว่าไง โคโค่ ทำไมออกมารับช้าจัง ไม่มีใครอยู่เลยเหรอ" ผมเอ่ยทัก ก่อนอุ้มเจ้าตัวจิ๋วนุ่มนิ่มขึ้นมากอดให้อุ่นใจ

ถึงกระนั้น ความมืดแปลกๆ ภายในบ้านก็ทำให้ผมไม่อยากเดินเข้าไปอยู่ดี

อะไรกัน ความวังเวงแบบนี้

โทรหายูคยอมหน่อยดีกว่า

"ฮัลโหล" เสียงรูมเมทดังลอยมาจากปลายสาย

"พวกนายไปไหนกันหมด ที่บ้านไฟดับล่ะ"

"อ๋อ... พวกฉันตัดไฟเองแหละ ขอโทษนะที่ทำอะไรแปลกๆ พอดีก่อนออกมาข้างนอกมีปัญหานิดหน่อย กำลังจะกลับไปนะ"

"แล้วพวกนายอยู่ที่ไหน" ผมถาม

"ใกล้จะถึงแล้ว ระหว่างนี้ถ้านายอยากใช้ไฟ ไปดึงสวิตช์ขึ้นแล้วกัน"

"สวิตช์อยู่ตรงไหน"

"ห้องนั่งเล่น"

ผมอุ้มโคโค่เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น

แล้วก็ต้องผงะ

ท่ามกลางความมืด มีแสงไฟกลุ่มน้อยๆ ลอยอยู่

เอาแล้วสิ

ถึงกับเข่าอ่อน

รู้สึกไม่ไว้วางใจ

จู่ๆ ก็ขนลุกเกรียว สันหลังวาบขึ้นมาดื้อๆ

ทั้งที่ห้องเงียบ แต่ทำไมเหมือนมีใครบางคนอยู่ในนี้ด้วย

ผมควรจะก้าวเข้าไปดูตรงเปลวเทียนให้ชัดๆ หรือจะถอยออกไปจากห้องดี

ขณะที่ขาเตรียมก้าวไปด้านหลัง

"แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู..." เสียงร้องเพลงดังขึ้น เคล้ากับเสียงกีตาร์โปร่ง

"อ๊ากกกก" ผมตกใจร้องเสียงหลง กอดโคโค่แน่น

เอ๊ะ...?

เมื่อแน่ใจว่าที่ได้ยินเป็นเสียงเพลงวันเกิด ก็ตั้งสติมองไปรอบข้าง

เจ้าของเสียงร้องเพลงคือสมาชิกทุกคนที่อยู่ในบ้าน

เทียนที่ลอยอยู่ในความมืด ที่แท้คือเค้กอวยพรวันเกิด

พี่มาร์คดันหลังผมให้เดินเข้าไปใกล้เค้กก้อนนั้น

นี่มันอะไรกัน ยังไม่ถึงวันเกิดผมเสียหน่อย อีกตั้งสองวัน

แต่บรรยากาศอบอุ่นแบบนี้...

น้ำตาซึมออกมานิดหน่อยแฮะ

"อธิษฐานเลยสิ" พี่จินยองสะกิด หลังจากทุกคนร้องเพลงจบ

พี่มาร์คยื่นหน้ามากระซิบผมที่ข้างหู

"เค้กก้อนนี้ ฝีมือแจ็คสันเชียวนะ"

พี่แจ็คสัน?

หัวใจเต้นโครมคราม

ผมมองหน้าคนถูกเอ่ยถึงผ่านแสงเทียนสลัว

เขากำลังรอคอยให้ผมเป่าเทียนด้วยสายตาภาคภูมิใจ

ผมวางโคโค่ลงกับพื้น หลับตา ตั้งจิตอธิษฐาน แล้วเป่าเทียนตรงหน้า

ไฟในห้องเปิดพรึ่บขึ้นมา

ทุกคนยิงพลุกระดาษไปรอบๆ พร้องกับเสียงเฮลั่น

ห้องนั่งเล่นถูกประดับประดาด้วยลูกโป่งหลากสี อาหารมื้อดึก เครื่องดื่ม และของว่าง ทุกอย่างพร้อมสำหรับปาร์ตี้

"เมื่อกี้ใครก็ไม่รู้กรี๊ดลั่น" ยูคยอมเข้ามาชี้หน้าล้อเลียนผม

"ก็มันตกใจนี่นา" ผมแก้ตัวพัลวัน

"เอ้า ตัดเค้กๆ" พี่ยองแจถือมีดพลาสติกและจานใบเล็กๆ แหวกเข้ามากลางวง

"เดี๋ยวก่อนๆๆ อย่าเพิ่งตัด" พี่แจ็คสันรีบเบรคไว้ทันที

"ทำไมล่ะ" ยูคยอมโอดครวญ

"เค้กก้อนนี้ฉันทำเองสุดฝีมือ เป็นเค้กก้อนแรกด้วย ดังนั้น ขอถ่ายรูปเก็บไว้ก่อน และขอความกรุณากินอย่างละมุนละม่อมด้วยนะคร้าบ"

พวกเราผลัดกันถ่ายรูปกับเค้ก

ทันใดนั้น ใครคนหนึ่งก็ใช้มือปาดครีมแล้วเอามาป้ายที่แก้มผมเป็นทาง

"อ๊า..." พี่แจ็คสันร้องเสียงหลงเมื่อเห็นหน้าเค้กถูกทำลาย

ตัวการยักคิ้วหลิ่วตาอย่างขี้เล่น ท้าทายทั้งเจ้าของเค้กและเจ้าของวันเกิด

"ไอ้พี่มาร์ค!" พี่แจ็คสันตะโกนลั่น "เค้กจั๋นอุตส่าห์ทำ กว่าจะเสร็จตั้งหลายชั่วโมงเลยนะ"

ผมเช็ดแก้มที่เลอะก่อนชิมครีมจากมือตัวเอง

โอ๊ะ อร่อยแฮะ อร่อยจริงๆ ด้วย

แต่ขอโทษนะพี่แจ็คสัน เพราะแค้นนี้ต้องชำระ

ผมใช้มือจกเค้กตรงหน้า แล้วเตรียมพุ่งไปหาคนที่ประกาศสงครามก่อน

พี่มาร์ครีบวิ่งไปหลบหลังแฟน

"อ๊ะๆๆ" พี่จินยองกระดิกนิ้วชี้ห้าม ปกป้องพี่มาร์คเต็มที่

ผมก็เลยป้ายเค้กไปบนหน้าพี่จินยองแทนเสียเลย

"ม่ายยยย... เค้กของแจ็คสัน" เสียงคร่ำครวญด้วยความเสียดายของคนทำเค้กด้วยหยาดเหงื่อแรงกายลอยมา

"โห... ฝีมือเลิศมาก สุดยอดเลยพี่" พี่ยองแจใช้มือบิเค้กออกมาชิมบ้าง "ว่าแต่พี่ได้ชิมฝีมือตัวเองรึยัง"

พี่ยองแจยื่นมือไปทำท่าเหมือนจะป้อน แต่จากแววตาแล้วหมายจะป้ายเค้กที่เหลืออยู่ในมือไปบนปากเจ้าของเค้กมากกว่า

ทว่าพี่แจ็คสันหลบทัน ส่วนมือของพี่ยองแจถูกพี่แจบอมคว้าเอาไว้

"ไหน ขอลองชิมบ้างซิ"

พี่แจบอมงับเค้กที่อยู่ในมือของพี่ยองแจ

ยูคยอมไม่น้อยหน้า เอาเค้กมาละเลงบนปากและคางผม แล้วตามด้วยการไปป้ายหน้าของพี่แจบอมต่อ

"หนอย เกรียนเหรอ ไอ้มักเน่" พี่แจบอมจกเค้กขึ้นมาขยี้ไปบนจมูกยูคยอมคืน

พี่แจ็คสันมองภาพชุลมุนตรงหน้าอย่างเคืองๆ

"ไม่มาเป็นคนทำบ้างก็ให้มันรู้ไป"

ผมเข้าไปตบไหล่พี่แจ็คสันเบาๆ เป็นเชิงปลอบ

จริงสิ ยังไม่ทันได้ขอบคุณพี่แจ็คสัน ก็ทำเค้กเละซะแล้วเรา

"พี่แจ็คสัน ขอบคุ..."

ทันใดนั้น แขนแข็งแกร่งคว้าเอวผมไปนั่งบนตัก

ใบหน้าของเขาโน้มเข้ามาใกล้

ภาพที่ผมเห็นครั้งสุดท้ายก่อนหลับตาปี๋ก็คือปลายลิ้นสีชมพูที่กำลังจะลากผ่านริมฝีปากไป ทิ้งสัมผัสชุ่มชื้นอันแสนหวานไว้

รู้สึกร้อนฉ่าไปทั้งร่างกาย

หัวใจเต้นโครมคราม

มะ... เมื่อกี้นับเป็นจูบได้มั้ย?

"อืม... อร่อยจริงๆ ด้วย" พูดพลางเลียริมฝีปากได้รูปของตัวเอง ก่อนขยิบตาโปรยเสน่ห์ตามสไตล์ของพี่แจ็คสัน

ได้โปรด อย่าทำแบบเมื่อกี้อีก

ไม่ว่าจะกับผม... หรือกับใคร

ความปรารถนาภายในใจมันพลุ่งพล่าน

แย่แล้ว ไม่ได้การ จะเผลอใจไปมากกว่านี้ไม่ได้เด็ดขาด

"นี่แน่ะ" ผมป้ายมือที่เลอะครีมไปบนปากของพี่แจ็คสัน "อร่อยก็กินเยอะๆ นะพี่"

เขาจับข้อมือผมไว้ แล้วดูดปลายนิ้วที่ยังเลอะอยู่

อ๊ากกกก อยากลุกจากตักซะตอนนี้เลย

"ไม่อร่อยเท่าคำแรกแฮะ"

โอ๊ย ทนเขินต่อไปไม่ไหวแล้ว

ผมเอื้อมไปหยิบเค้กที่เหลือ ก่อนหลับหูหลับตาละเลงบนใบหน้าของพี่แจ็คสันเป็นการใหญ่

"แบมแบม... ทำไมทำกับพี่แจ็คสันผู้ใจดีแบบนี้ล่ะครับ"

"โอ๋... อย่างอนเลยนะ" ผมแกล้งปลอบระคนหัวเราะ

พี่แจ็คสันทำหน้านิ่งต่อ

แบบนี้คงรอให้ง้อเยอะๆ สินะ

"เค้กอร่อยมากเลย ฝีมือใครทำก็ไม่รู้เนอะ ทำขายได้เลยนะเนี่ย ดูสิ ขนาดเละแล้วก็ยังอร่อย ขอบคุณนะคร้าบ"

ผมปาดครีมบนหน้าเขามาชิมขณะเอ่ยชม

เขาคลี่ยิ้มออกมาในที่สุด

"อ๊ะ จริงสิ ของขวัญวันเกิดนาย"

ผมเบิกตาโพลง

นี่ยังจะมีอีกเหรอ?

พี่แจ็คสันล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง

มันเป็นการ์ดทำเองใบเล็กๆ มีตัวหนังสือเขียนว่า

"บัตรกำนัล เดทกับเจ้าชายแจ็คสันหนึ่งวันเต็มๆ"

ผมมองอย่างตะลึง

"นี่มันอะไร"

"ก็..." พี่แจ็คสันทำหน้าเขินเล็กน้อย "ฉันไม่รู้ว่านายอยากได้อะไร ก็เลยคิดว่าจะพาไปเดทแล้วซื้อของที่นายอยากได้แทนแล้วกัน ฉันให้เวลาหนึ่งวัน นายจะถลุงฉันแค่ไหนก็ได้ แต่บอกไว้ก่อนนะ ฉันไม่มีแบล็คการ์ดแบบพี่มาร์ค ช่วยเวทนากระเป๋าตังฉันด้วย"

โธ่... แบบนี้มันจะต่างจากทุกทีที่ผมออกไปช็อปปิ้งกับพี่ตรงไหน

ช่างเถอะ แค่นี้ผมก็ดีใจจะแย่แล้ว

"ขอบคุณนะ ฮยอง" ผมกอดพี่แจ็คสันแน่น

ดีจริงๆ เท่านี้ก็ดีสุดๆ แล้ว

แค่พี่แจ็คสันเป็นพี่แจ็คสันของผมแบบนี้ ผมก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

ต่อให้พี่จะเห็นผมเป็นน้องชายแบบนี้ตลอดไปก็ตาม

"เอ่อ... ผมขออะไรอย่างนึงเป็นของขวัญวันเกิดแทนการเดทได้มั้ย"

"ไม่ต้องขอแทนหรอก ฉันให้นายได้ฟรีๆ เลย"

"เรื่องพี่มาร์คน่ะ..."

ทันใดนั้นเอง

"จินยองอา... ไม่เอา อย่าเล่นแบบนี้"

พูดยังไม่ทันจบ ก็ได้ยินเสียงโวยวายกลั้วเสียงหัวเราะคิกคักของพี่มาร์คลอยมา

เมื่อหันไปก็พบว่าพี่จินยองกำลังเหนี่ยวคอพี่มาร์คพลางยื่นหน้าเลอะเค้กของตัวเองเข้าไปใกล้หมายจะทำลายใบหน้าที่ยังเกลี้ยงสะอาดอยู่คนเดียวในตอนนี้ ขณะที่พี่มาร์คขืนศีรษะออกห่างเต็มที่

"จินยองอา..."

พี่มาร์คถอยกรูดจนตัวเองหลังชนข้างฝา

"ไม่รอดหรอกพี่"

พี่จินยองเลียริมฝีปากตัวเองอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนฝังใบหน้าลงบนใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างไม่รอช้า

พี่มาร์คดิ้นขืนเล็กน้อย ทว่าในเวลาต่อมา มือที่ดันไหล่หนาของพี่จินยองก็เปลี่ยนมาโอบรอบคอของคนตรงหน้าราวกับพยายามประคองร่างกายอ่อนระทวยของตัวเอง

มือซุกซนของพี่จินยองค่อยๆ สอดเข้าไปใต้ชายเสื้อของพี่มาร์ค

บ้าที่สุด... ฉวยโอกาสพรอดรักกันท่ามกลางความชุลมุนเรอะ

"เดี๋ยวมานะ แบมแบม" พูดจบก็จับผมลงจากตัก

แล้วปรี่เข้าไปจับทั้งคู่แยกออกจากกันทันที

ให้ตายเถอะ

จนบรรทัดเกือบสุดท้าย พี่แจ็คสันจอมทึ่มก็ยังคงรักษาระดับความทึ่มได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายดุจเกลือรักษาความเค็ม

เอาเป็นว่าปัญหาใครก็ปัญหามันแล้วกันนะพี่มาร์ค พี่จินยอง

ผมจะเอาใจช่วยอยู่ห่างๆ


จบ.


*** 隣BT3: Whisper Me Your Dirty Mind ***


ผลงานทั้งหมด ของ something to live and die for

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 21:33
    ตอนนี้นี่มันเรื่องของแจ๊คแบมชัดๆ เรื่องมัคจินคือของแถมมาในเรื่องแน่ๆ

    รักความทึ่มของแจ๊คสันมาก ที่เขียนมาทั้งหมดคือแจ๊คสันมากๆ แจ๊คสันโคตรๆ แจ๊คดูเป็นเด็กขาดความรักชอบให้คนอื่นสนใจตัวเอง ให้ตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของวง(ในความหมายแบบน่ารักๆนะคะ) นางชอบเรียกร้องความสนใจจริงๆ 

    ชอบความสัมพันธ์ของแจ๊คแบมมากค่ะ ฟัดกันนัวเนียไม่ได้ต่างจากคู่มัคจินเลยจริงๆ ตาจั๋นแม่งทึ่มแถมยังซื่อบื้อมากด้วยเราว่าจริงๆแล้วแจ๊คมันรักแบมนะแต่นางแค่ทึ่มเกินกว่าจะรู้ตัว ส่วนน้องแบมก็กลัวเกินกว่าจะบอกออกไป กลัวเสียความสัมพันธ์กับตาจั๋นไปเหมือนกัน เลยลงเอยเหมือนคนรักข้างเดียวอยู่แบบนี้ ทั้งเจ็บและฟินไปเอง โถ ตาหนูของแม่

    เราว่าทั้งวงรู้นะคะว่าตาจั๋นกับแบมเนี่ย รักกันเกินเพื่อนพี่น้อง แต่ทุกคนแค่ไม่พูดออกมาให้ตาจั๋นได้ยิน แต่ก็รู้กันอะ มีแต่จินยองที่คอยบอกว่าแจ๊คปฏิบัติกับตัวเองต่างจากแบมแบม แต่ก็นั่นแหละ แจ๊คทึ่มเกินกว่าจะเข้าใจความแตกต่างนี้ นี่เอาใจช่วยให้คู่แจ๊คแบมลงเอยกันซะยิ่งกว่าลุ้นให้พี่มาร์คกดจินยองได้ซะอีกนะคะเนี่ย สงสารตาหนูไม่อยากให้รู้สึกว่าแอบรักตาจั๋นข้างเดียวอีกต่อไป จริงๆพี่เค้าก็รักหนูนะลูก สักวันพี่เค้าจะหายทึ่มไปเอง 

    จริงเราอ่านรอบที่สองแล้วนะคะ นี่ทยอยอ่านรอบสองขิงทุกเรื่องอยู่ ทยอยเม้นต์ด้วย ตอนอ่านรอบแรกเราอ่านก่อนไปทำงานเลยไม่มีเวลามานั่งพิมเม้นต์เพราะรีบ แต่มันค้างคาอะ ทำงานไปก็คิดวนเวียนไปทั้งวัน ว่าจะพิมเชียร์ยังไงให้เรื่องนี้เป็นมัคจินให้ได้ นี่ลุ้นมากว่าใครจะได้กดก่อนกัน คิดไปถึงฟิคสั้นเรื่องนึงที่เคยอ่านแล้วทั้งคู่เปลี่ยนกันรุก ก็เปิดประสบการณ์ใหม่ในการอ่านฟิคไปอีกแบบ 5555

    เคยเจอคนรู้จักคนนึงที่เป็นเกย์ แล้วเราเห็นนางคบคนนั้นคนนี้เลยลองถามนางดูว่านางเป็นรุกหรือรับ นางบอกได้ทั้งคู่ถ้าเจอแมนกว่านางก็รับได้แต่ถ้าสาวกว่านางก็เป็นรุก ตอนเรารู้จักนางเป็นเมียเขา เจออีกทีอ้าวเป็นสามีไปซะแล้ว ในวงการชายรักชายมันต้องมีคนที่ได้ทั้งสองแบบไม่ได้มีแค่รุกกับรับอย่างใดอย่างหนึ่งสินะ เล่าให้อ่านเฉยๆค่ะ ยังยืนยันว่าอยู่#ทีมพี่มาร์ค ^^
    #4
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • 23 สิงหาคม 2559 / 23:10
      โอ๊ยยย เลิฟคอมเมนต์ อ่านแล้วฟินกว่าเรื่องที่เราเขียนอีกกกกก

      เรื่ององศาดาวเราก็เขียนให้มีทั้งจินมัคและมัคจินสลับกันนะคะ แต่สลับแบบแฝงๆ แอบๆ เบาบาง เลือนลาง ไม่ชัดเจน ๕๕๕๕
      #4-2
  2. #3 ก้นั่นแหละ (@chanakan-11) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 12:23
    งืออออตัวเองแต่งดีมากจริงๆนะเราอยากอ่านต่อเรื่อยๆเลยอะ
    เป็นกำลังใจให้คะ????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????
    #3
    1
    • #3-1 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 1)
      31 กรกฎาคม 2559 / 14:58
      ขอบคุณมากเลยค่ะ จะรีบเขียนต่อนะคะ
      ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยค่าาา Coming soon!!!
      #3-1
  3. #2 PinkiePie
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 04:40
    ก่อนอื่นขอชมเรื่องบทกับภาษาที่ใช้ก่อนนะคะไรต์ คือมันดีมากกกกกก อันนี้ไม่ได้ยกยอปอปั้น แต่มันดีจริงๆ ดูเหมือนเรื่องจริงด้วยอ่ะ ชอบในการใส่ใจรายละเอียด เกลี่ยโมเม้นให้ทั่วถึง ชอบคาแรคเตอร์ของแจ๊คสันนะ คือทุกคนมีบทหมด ยังคงสรุปตำแหน่งกันไม่ได้สินะจินยอง มาร์ค ขณะที่ทูแจโผล่มานิดนึงแต่ดูแล้วรู้เลยว่าเขาคู่กัน #ขี้ชิปสุด 555555ทำเป็นซีรี่ย์มั้ยคะ เราจะกินป็อปคอร์นเฝ้าจอรอเลย
    #2
    1
    • 31 กรกฎาคม 2559 / 14:55
      ขอบคุณค่าาาา ที่เขียนอยู่ตอนนี้กลายเป็นซีรีส์ไปซะแล้วค่ะ งี้ดๆ เดิมทีกะว่าจะเขียนแค่สั้นๆ เลยอยู่หมวดเรื่องสั้นหมดเลย ตอนนี้รู้สึกว่าไม่น่าเซ็ตผิดหมวดเลย 555
      จริงๆ เป็นฟิคสนองตัณหา อุดรูรั้วโมเมนต์ (จริง) ต่างๆ ด้วยการมโนของเราค่ะ มันเลยเบสออนทรูสตอรี่นิดส์นึง ทำการบ้านหน่อยจนจากเดิมชอบแค่จั๋น จิ้นแค่จูเนียร์มาร์ค ตอนนี้ชอบทุกคนในวงไปแล้ว เพราะการเขียนฟิคแท้ๆ เลย ซิกๆ
      คนที่เขียนยากสุดสำหรับเราคือแจบอมกับแบมแบมค่ะ จะพยายาม ไฟติ้ง!
      #2-1
  4. วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 10:12
    โอ๊ยมันดีงามมาก อ่านแล้วนึกภาพออกเลย เสมือนเป็นเรื่องจริง
    เพราะในชีวิตจริงจั๋นก็ค่อนข้างเป็นแบบนี้
    จนถึงตอนนี้คู่จินยองกับมาร์คก็ยังคงนอนจับมือกันต่อไปสินะ😂
    เอาใจช่วยแบมๆให้แจ็คเลิกทึ่มนะ ส่วนคู่แจบอมกับยองแจคืออาจจะไม่มีอะไร
    แต่สัมผัสได้ถึงโมเม้น55555 ขอโทษค่ะที่ขี้ชิป
    ติดตามอยู่น้า
    #1
    4
    • 1 สิงหาคม 2559 / 01:31
      เอร๊ยยย ตอนนี้เราอยู่ในโหมดนั้นเลยค่ะ ชอบทุกคน

      ตอนแรกเราก็คิดว่าในวงเราสนใจแบมแบมน้อยสุดนะคะ แต่เอาเข้าจริง ตอนนั่งเม้าท์กับพี่สาว กลายเป็นเล่าแต่เรื่องแบมแบมไปซะงั้น จนพี่สาวนึกว่าเราเมนแบมแบม งงตัวเองเหมือนกัน 555
      จะเรียกว่าเอ็นดูก็ไม่เชิง แต่คิดว่าเป็นเด็กที่น่านับถือและชื่นชมนะ แล้วก็รู้สึกว่าแบมแบมมีโหมดหน้ากล้องกับหลังกล้อง ทำให้เราเขียนฟิคออกมาค่อนข้างยาก (ทั้งที่จริงๆ แล้วเราจะไม่สนก็ได้นะ เพราะมันเป็นแค่เรื่องที่แต่งขึ้นนี่นา 555 --- ในขณะที่จินยองกับมาร์คนี่เขียนแหลกเลย ศึกษาคาแร็กเตอร์น้อยมาก ไม่สนใจด้วย ยากจิ้นนี่นา ชิปไม่บันยะบันยังอย่างเดียว)

      อ่า... เราเรียกตัวเองว่าติ่งได้รึยังล่ะเนี่ย แต่ไม่คิดจะไปเจอตัวจริงหรอกนะคะ เราเป็นพวกกลัวการเจอตัวจริงของศิลปินอ่ะ กลัวฝูงชนเวลาแฟนคลับทั่วทุกสารทิศมาเจอกัน ไม่รู้ว่ากลัวอะไร ชอบส่องไกลๆ (ทางหน้าจอ) มากกว่า แต่ตั้งใจว่าไว้มีแฟนมีตติ้งที่ญี่ปุ่นค่อยไป... ไปหาโมเมนต์จิ้นวายจินมาร์คค่ะ กร๊ากๆๆๆ
      #1-3
    • 9 สิงหาคม 2559 / 21:26
      ถ้าได้ไปอย่าลืมเก็บโมเม้นมาฝากนะคะ แฟนมีตที่ญี่ปุ่นน่าจะมีโมเม้นเยอะใช้ได้
      เราเป็นติ่งสายไปคอนค่ะ55555 ไม่ค่อยเปย์อะไรนอกจากไปคอน ตามงานก็อยากไปนะคะ
      แต่คนเยอะมากแล้วแต่ละคนก็แบบแหกตามาจองคิวแต่เช้า
      ตอนเราไปคอนนี่มีโมเม้นนะคะ แต่เราไม่ทันได้เห็นเลย คือเสียดาย
      #1-4