Endless SSU | ลำดับ 1 แห่งไร้สิ้นสุด

ตอนที่ 21 : Role.20 - Abstrsct

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    16 พ.ย. 63

Role.20 -Abstrsct

 

ห้องประชุมของหน่วยเซทซีโร่นั้นถูกใช้งานตั้งแต่เช้า มื้อเที่ยงและของว่างยามบ่ายก็ถูกยกเข้าไปในห้องนั้น พนักงานระดับใกล้เคียงได้รับรู้ข้อมูลคดีฆาตกรรมสองคดีซึ่งเกิดในเกาะสร้างแห่งนี้

เรื่องราวที่ไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็ไม่มีสิ่งอื่นมาพิสูจน์

พวกเขารวมตัวกันศึกษารูปคดี ทั้งรายงานจากอุปกรณ์ตรวจจับ กล้องวงจรปิดใกล้เคียง ผลชันสูตรทั้งจากศพและผลวิเคราะห์สถานที่เกิดเหตุ ไม่ว่าจะประวัติคนรอบตัวข้อมูลการศึกษา กระทั่งประวัติการเข้าถึงเว็บไซต์แสดงให้เห็นว่าผู้ต้องหาทั้งสองคดีไม่มีสิ่งใดเกี่ยวกันเลย แต่ศพกลับมีบาดแผลบางจุดเหมือนกันโดยไร้การนัดแนะ

ภาพข่าวและเนื้อหาที่เปิดเผยออกไปนั้นไม่ได้บอกรายละเอียดสิ่งที่เกิดขึ้นบนศพ

“ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่คนสองคน ไม่รู้จักกัน ไม่มีเส้นสายภายในที่จะเข้าถึงสภาพศพที่แท้ จะกระทำการออกมาในลักษณะเดียวกันอย่างคดีฆาตกรรมเลียนแบบ” ซีโร่ทิ้งแฟ้มคดีลงโต๊ะ ทั้งเขาทั้งคนอื่นต่างอับจนหนทางจะไปต่อ

มันสุดแล้วในเมื่อสิ่งที่พวกเขารู้และพอจะนำมาเป็นหลักฐานสนับสนุนรูปคดีนั้นกลับไม่มีอยู่เลย

“ท่านประธานปกติแล้วเวลาแบบนี้ไม่ใช่ว่าพลังของคุณจะตื่นขึ้นจนทำให้อะไร ๆ ง่ายดายหรอกเหรอคะ?” อาซาฮีลูบแก้มตัวเองอย่างสงสัย เวลามีเรื่องใหญ่ทีไรเขาก็มักจะหายไปสักพักและกลับมาพร้อมรอยยิ้มไม่เดือดร้อนเพราะพบเข้ากับทางออกเล็ก ๆ สักสองสามวิธี

“เสียใจด้วยคุณอาซาฮี พลังในการหยั่งรู้ของฉันมันควบคุมไม่ได้ และมักจะผุดขึ้นมาเองเมื่อเกี่ยวข้องกับเรื่องรอบตัว... และในครั้งนี้ไม่มีวี่แววสักนิด... อีกอย่างนะปกติแล้วมันมักจะเกิดขึ้นกับปัญหาที่จบไว...” ดีโลไลน์นวดหัวคิ้วตึงเครียด

“ถ้าท่านประธานพูดแบบนั้นแสดงว่าเรื่องนี้มันจะไม่จบลงง่าย ๆ ในเร็ว ๆ นี้สินะ?” แฟร์ขมวดคิ้ว

“แค่สองคดีอุกอาจก็ทำให้ความน่าเชื่อถือของทั้งเราทั้งรัฐบาลลดฮวบ เมื่อไม่สามารถควบคุมความปลอดภัยของประชาชนในเขตพิเศษได้ นอกจากนี้ความน่าเชื่อถือสำหรับนักท่องเที่ยวต่างดาวเองก็น้อยตามไปด้วย แม้ว่าทั้งสองคดีผู้เสียชีวิตจะมีแต่ชาวพื้นดาวก็ตาม” จาฮาราดันแว่นขึ้นสีหน้าขึงขัง เขาคิดไม่ตกเลยว่าอะไรเป็นฉนวนหรือสาเหตุเรื่องพวกนี้

“เราเช็กอะไรไปแล้วมั่ง?” รินเคาะปลายเล็บกับจะงอยปากสีส้มของตน

“ทุกอย่างแล้ว ทั้งประวัติการโทร การเดินทาง รายงานมิวแทนท์ ปากคำคนรอบข้าง กล้องวงจรปิด ไม่ว่าจะเครื่องจับเท็จ หรือด้วยมิวแทนท์ตรวจสอบก็ตาม” ซีโร่ถอนหายใจ บนโต๊ะกลมตรงหน้าพวกเขามีทั้งแท็บเล็ตและเอกสารโฮโลแกรมฉายอยู่กลางอากาศ

“คดีที่เป็นไปไม่ได้...” แฟร์นอนพาดโต๊ะอย่างเหนื่อยใจ เขาใช้นิ้วเขี่ยปัดหน้าเอกสารในแท็บเล็ตไปมา

“แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วน้าค้า จะบอกว่าเป็นไปไม่ได้ได้ยังไงกันค้า-” รินขมวดคิ้ว

“แล้วข้อมูลการติดต่อที่ไม่ได้ลงประวัติล่ะ?” ลูเซียสโพล่งขึ้นมา

“... ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ข้อมูลแบบนั้นก็ไม่พบเหมือนกัน ผู้ต้องหาทั้งคู่ไม่เคยพบกันมาก่อน ฉันก็คิดนะว่าอาจจะเป็นการจ้างวานหรือนัดแนะด้วยเศษกระดาษขณะที่เดินผ่านกันเหมือนในหนังย้อนยุครึเปล่า แต่ว่าเป็นไปไม่ได้เพราะมันจะขัดกับผลเครื่องจับเท็จที่กล่าวว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย” ซีโร่ทิ้งตัวลงกับพนักเก้าอี้โยกมันไปมาขณะที่ครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้อื่น ๆ อันน้อยนิด

“ไม่มีเบาะแสที่ชวนให้พูดว่าเป็นไปได้เลยนะ... ไม่ใช่ผีจริง ๆ เหรอ?” ลูเซียสไหลตัวไปกับเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน อะไรที่ลองตั้งสมมติฐานได้ก็ลองไปหมดแล้ว

“ไอ้ที่น่าสังเกตก็คืออาการหมดสติก่อนและหลังลงมือนี่แหละ... เป็นช่วงที่ความทรงจำหายไปด้วย” ดีโลไลน์ถอนหายใจ “ถ้าเป็นสมัยยุคเก่า...ไม่ผีก็คงคุณไสยแน่ ๆ แต่ว่า...ด้วยข้อมูลสถิติที่มีในตอนนี้มันไม่มีผีหรือลักษณะคาถาอาคมสายดำที่ตรงเงื่อนไขเลยนี่สิ...” ท่านประธานกอดอกใช้เท้ายันเขาโต๊ะแล้วโยกเก้าอี้ไปมา

ลูเซียสเพิ่งเคยได้ยินคำว่าคุณไสยก็ทำการเข้าถึงตำราเก่าจากแท็บเล็ตที่ต่อตรงถึงหอสมุดโลกเพื่อค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งที่เธอไม่รู้จัก

“เป็นไปได้ชนิดเดียวคือคุณไสยประเภทควบคุม แต่อาการผู้ต้องหาไม่เข้าเค้า...” ลูเซียสขมวดคิ้วแย้งกลับเมื่อบรรจุความรู้ใหม่เข้าสมองแล้ว

“ได้คุณไสยนี่มันยังไงกันน่ะ” ซีโร่เลิกคิ้ว เขาไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน

“พิธีกรรมเพื่อทำร้ายศัตรู หรือการทำร้ายฝ่ายตรงข้ามโดยใช้มนต์ดำ เป็นความเชื่อและพิธีกรรมของทางเอเชีย” ลูเซียสช่วยไขข้อข้องใจให้คนในห้องที่ไม่รู้จักมัน

“ประธานนี่ความรู้กว้างขวางจังนะ” แฟร์หันไปเหลือบผู้อาวุโสหน้าละอ่อนซึ่งกำลังยิ้มได้ใจอยู่พอดี

“เพราะว่าแก่แล้วยังไงล่ะ!” ดีโลไลน์หัวเราะในลำคอเปรยตอบราวกับโอ้อวด “แต่ก็อย่างที่ลูเซียสพูดละนะ เป็นคุณไสยไม่ได้เพราะเงื่อนไขไม่ตรงกับผู้ต้องหา โดยปกติแล้วคนที่โดนไสยดำน่ะจะมีอาการ ฉุนเฉียว โมโหหงุดหงิดง่าย ไร้เหตุผล ควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ อาจจะถึงขั้นกระทบกับร่างกายและจิตใจมีอาการป่วยไปจนถึงหลงผิด... ซึ่งอาการที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในผู้ต้องหาทั้งคู่” ดีโลไลน์เผยมือแล้วยักไหล่

“แล้วก็กลับไปพูดถึงเรื่องผี ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะเป็นไปได้ไหมแต่หลักฐานตอนนี้บอกว่าถึงจะเป็นไปได้ ก็ไม่สามารถพิสูจน์และอธิบายได้อยู่ดีว่าผีตัวนั้นเป็นใครมาจากไหน มีตัวตนอยู่กลางทะเลเหนือผิวน้ำนานจนมีอำนาจมากขนาดนี้ได้ยังไงในเมื่อเกาะแห่งนี้เพิ่งสร้าง ไม่มีประวัติคนงานหรือผู้เกี่ยวข้องตายเพราะการก่อสร้าง และไม่เคยมีประวัติการก่อสร้างอะไรแถวนี้มาก่อน...” ท่านประธานลุกขึ้นแล้วถอนหายใจ เขาประสานมือไพล่หลังแล้วพูดสาวความยาวต่ออีกนิด

“เป็นไปไม่ได้เลยถ้าจะเป็นผีจากเรืออับปาง เพราะเราไม่ได้ค้นพบซากเรือด้านใต้ และถึงจะมีผีและเรืออับปางจริง พวกมิวแทนท์ที่ติดต่อกับวิญญาณได้ก็ให้ข้อมูลกับพวกเรามาว่าวิญญาณอาฆาตที่มีพลังพอจะทำอะไร ๆ ใส่ผู้คนที่ยังมีชีวิตได้ถ้าไม่ติดของก็ต้องติดที่” ดวงตาสีเขียวสดใต้กลุ่มผมไม้แดงของคนใหญ่คนโตที่สุดในองค์กรเหลือบไปรอบห้อง

“แน่นอน ที่นี่ เดอะวัน ไม่ตรงเงื่อนไขมากพอจะสร้างวิญญาณอาฆาตนั่นสักอย่าง กรณีเคลือบแคลงว่าเป็นวิญญาณอาฆาตที่ติดมากับสิ่งของรึเปล่า... มิวแทนท์ที่สื่อสารกับวิญญาณได้หลายคนถูกเชิญให้ขึ้นเกาะมาเพื่อเป็นกลุ่มชันสูตรข้อมูลที่มองไม่เห็น แต่ก็อย่างที่กล่าว ไม่มีสิ่งที่น่าสงสัยบนเกาะแห่งนี้เลย...พวกเขาเพียงสัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกของจิตมุ่งร้ายแต่ไม่พบอะไรมากกว่านั้น” ดีโลไลน์เท้ามือกับโต๊ะกลมในห้องประชุมของหน่วยที่ขึ้นตรงแค่เพียงเขาเท่านั้น

“ดังนั้น คำสั่งของฉันก็คือ จับตาดูชุมชนรอบตึกเดอะวันซะ อย่างน้อยถ้าไม่ทราบถึงสาเหตุ ก็ต้องมีมาตรการป้องกัน! ในเมื่อมันจะไม่จบหรือกระทั่งไม่สามารถแก้ไขและหาต้นเหตุได้ในเร็ววันนี้ ก็ต้องหาทางกอบกู้ความน่าเชื่อถือของเกาะมาให้ได้!” ดีโลไลน์ไม่คิดว่ามันจะง่ายดายเหมือนที่ผ่านมา และไม่คิดเช่นกันว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นคดีที่ปิดไม่ลงไปตลอดกาล เพียงแต่เวลามันยังมาไม่ถึง เขาสังหรณ์แบบนั้น

“ริน เธอตรวจกล้องวงจรปิดในผังเมืองว่าครอบคลุมพื้นที่ทุกส่วนดีหรือไม่ ถ้าตรงไหนเป็นจุดบอดก็เสริมกล้องวงจรปิดซะ ทำเรื่องยื่นกับรัฐบาลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ฉันคิดว่าเขาเองก็คงจะทำแบบนี้เหมือนกันแต่ทั้งเราทั้งเขาอาจจะละเลยจุดใดจุดหนึ่งไป ทำไปซ้ำคือการยืนยันความถูกต้อง แต่ถ้ามีตรงไหนไม่ตรงกันจะได้เป็นการเสริมระบบการป้องกัน เรียกประชุมหน่วยไอที ใช้งานพวกเขาได้ทั้งหมดที่ไม่มีงานด่วนในการช่วยเหลือคำร้องการคุ้มครองหรืองานสืบเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตผู้ว่าจ้างอื่น ๆ” ประธานหันไปสั่งชาวแองกลาสอัสตินคนเดียวในห้อง เธอยกกรงเล็บเล็ก ๆ ปลายแผ่นครีบปีกแตะหางคิ้วอย่างขึงขังและออกไปจากห้องในทันที

“จาฮารา คงต้องรบกวนให้นายประสานกับรัฐบาลเรื่องการประชุมเพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยของเกาะ พวกเราอาจจะต้องประกาศเคอร์ฟิวบริษัทหากมีคดีที่สามและสี่ขึ้นอีกนำหน้าพวกรัฐบาลถ้าพวกเขายังนิ่งอยู่อีก” รองประธานพยักหน้าและออกไปเดินเอกสารเข้าพบกับตัวแทนรัฐบาลบนเกาะทันที

“อาซาฮี วานเธอรวบรวมกลุ่มเสี่ยงที่จะกลายเป็นเหยื่อเท่าที่จะทำไหวรอบตึกเดอะวันด้วย ครั้งแรกและสองอยู่ในละแวกรอบตึกสัญลักษณ์เขตยี่สิบกิโลเมตร ดังนั้นครั้งต่อไปเป็นไปได้ว่าเกิดซ้ำในระยะรัศมีนี้อีก” ดีโลไลน์ประเมินความเป็นไปได้และสั่งการลำดับถัดไป

“เข้าใจแล้วค่ะ จะเพิ่มระยะเป็นสามสิบกิโลเมตรเพื่อป้องกันการคลาดเคลื่อนเอาไว้นะคะ จากคดีแรกทราบว่าต้นตอมาจากย่านคนเดินแต่ไปเกิดเหตุที่โรงพยาบาล ส่วนครั้งที่สองเป็นห้างใกล้ ๆ บางทีต้นเหตุอาจจะมีบางอย่างที่ทำให้ก่อคดีใกล้ ๆ นี้” อาซาฮียิ้มและลุกขึ้นแยกตัวไปห้องทำงานของเธอเองซึ่งมีหน่วยย่อยใต้การดูแลควบคุมเพื่อดึงและจัดเรียงข้อมูลจำนวนมากมาให้เธอคัดกรอง

“แฟร์ ซีโร่ ช่วงนี้ให้ลงพื้นที่และหาข่าวเล่าข่าวลือมา เผื่อว่ามันจะช่วยอะไรพวกเราได้ ระหว่างนี้ก็คอยสอดส่องและระวังความปลอดภัยให้คนที่อยู่แถวนี้ด้วย พวกนายเป็นสองคนนอกจากอัลบาที่ฉันไว้ใจว่าจะช่วยคนและหลบหนีมาได้หากเกิดเรื่องอะไรขึ้น จัดแบ่งหน่วยคุ้มครองและปราบปรามกระจายกำลังกันไปตามสมควร” ดีโลไลน์เคาะคางตัวเองครุ่นคิด

เป็นครั้งแรกที่ลูเซียสโพล่งค้านขึ้นมาในใจว่าเธอเองก็ควรเป็นหนึ่งในทีมของพวกเขาด้วยเพราะเธอเร็วที่สุดในกลุ่ม

“ลูเซียส ป๊าไม่อยากให้หนูไปอันตรายแต่เรื่องนี้แทนที่หนูจะเป็นอะไร ป๊าว่าคนที่เสี่ยงจะตายน่าจะเป็นคนร้ายมากกว่า เพราะงั้นงานของลูกสาวคือการไปเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอาซาไรซะ...” แน่นอนว่าคำสั่งของท่านประธานทำให้ลูเซียสค่อนข้างผิดหวังเอาการ

เธอไม่ถนัดงานคิดแผนซับซ้อนอย่างอาซาไร แม้จะมีความทรงจำภาพถ่ายแต่การมองไม่เห็นถึงเบื้องหลังคำพูดและข้อความคลาดเคลื่อนในเอกสารนั้นไม่ได้ช่วยให้เธอทำงานอย่างที่อาซาไรทำได้เลย

ลูเซียสขมวดคิ้วเป็นปม แสดงการประท้วงผ่านทางสีหน้าที่ไม่ชอบใจนั่น

แฟร์กับซีโร่เข้าไปประกบซ้ายขวาตบบ่าเล็ก ๆ ที่แน่นกล้ามเนื้อไม่ได้นุ่มเหลวแบบผู้หญิงทั่วไป

“ลูน่ะนะ ช่วยอาซาไรทำงานก็พอ ทางนี้พวกเราจัดการเอง ยังไงก็ไม่ได้ปะทะกับคนร้ายอย่างที่ลูชอบหรอก” แฟร์รีบอธิบาย เธอจะได้ไม่พาลโกรธเขาไปด้วยอีกคน

“ใช่แล้ว งานสำรวจกับช่วยเหลือ อีกอย่างจะทำให้เอิกเกริกจนเป็นที่สังเกตไม่ได้ ใช้พลังในที่สาธารณะให้สะดุดตาก็ไม่ได้ด้วย เธอน่ะไม่ถนัดไม่ใช่เหรอ?” ซีโร่บีบบ่าหญิงสาวอีกข้างแล้วรีบเสริม

ลูเซียสกำลังจะเลื่อนขึ้นมาเป็นมือปราบปรามอันดับหนึ่งแทนอัลบา เหลือแค่ให้ผลงานของเธอเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาคนทั่วโลกก็เท่านั้น มันยังต้องใช้เวลาอีกหน่อยเพราะงานหลักของพวกเขายังไม่เริ่มด้วยซ้ำ การมาตั้งสาขาหลักที่เดอะวันก็เพราะมีเหตุผลบางอย่างอยู่ และมันกำลังจะเริ่มขึ้นแต่ก็ดันเกิดคดีขึ้นเสียก่อน...

“เพราะงั้นช่วงนี้ก็ล้มอัลบาในห้องฝึกให้บ่อยขึ้นหน่อยแทนการออกสนามแล้วกันนะลู~~~” แฟร์กระตุกยิ้มขี้เล่น ก่อนที่ลูเซียสจะมาที่นี่เขาถูกอัลบายอมรับว่าเป็นที่สองรองจากมือปราบอันดับหนึ่ง พลังในการวาร์ปเมื่อประยุกต์เข้ากับการต่อสู้สไตล์ประชิดและรวดเร็วแล้วช่วยส่งเสริมให้เขาจู่โจมและจบเกมได้อย่างว่องไว แต่ก็ยังเป็นรองเรื่องแผนการและการต่อสู้ยืดเยื้ออยู่ดี กระทั่งลูเซียสก้าวเข้ามาและชิงเอาอันดับหนึ่งจากอัลบาไปได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งปี

“เข้าใจแล้ว...” ลูเซียสได้แต่ยอมรับและทำตามคำสั่ง พ่อบุญธรรมของเธอเคยบอกว่าให้คิดก่อนทำตามคำสั่งจะแย้งก็ได้และกล่าวเหตุผลรองรับมาเขาจะไม่ว่าเธอ และในครั้งนี้นอกจากเห็นด้วยลูเซียสก็ไม่คิดถึงแนวทางการทำงานอื่นต่อ

เธอมีเรื่องไม่รู้เยอะเกินไป คลังข้อมูลในหัวของเธอยังไม่เยอะพอ แบบแผนที่จะรับมือก็น้อยเกินไป เล่ห์กลที่จะซุกซ่อนและแอบแฝงเข้าไปในฝูงชนเธอก็ไม่ถนัดดังนั้นนอกจากรับคำสั่งไปช่วยงานอาซาไรและฝึกฝนตัวเองเธอจึงไม่คิดถึงเรื่องอื่นอีก

ลูเซียสออกจากห้องประชุมไปหาเจ้าหน้าที่ประสานงาน เพื่อให้เธอติดต่อเพื่อขอเข้าพบท่านรัฐมนตรีต่างดาวคนดังตามขั้นตอน ซึ่งทันทีที่ชื่อของคนขอเข้าพบปรากฏต่อสายตาของเพื่อนบ้านห่างไกลเขาก็อนุมัติทันที พลางพ่วงข้อความฝากไปให้ถึงเธอที่เขาไม่ได้ขอช่องทางติดต่ออย่างเป็นทางการเอาไว้

อาซาไรคิดว่าสำหรับมนุษย์แล้วการที่จู่ ๆ ส่งข้อความไปหาหรือโทรติดต่อทั้งที่ไม่เคยขอรหัสสำหรับเชื่อมต่อไอดีเอเอาไว้นั่นกับคนกลุ่มใหญ่มันเป็นความน่ากลัวอย่างหนึ่ง ที่แฝงมาในรูปแบบของความไม่ปลอดภัยในข้อมูลส่วนตัวซึ่งไม่รู้หลุดรั่วออกไปทางไหน และไม่ว่าจะเอามาจากใครก็ย่อมได้รับสายตาแง่ลบแน่นอน เอเลี่ยนหนุ่มถึงได้ยังคงอดทนรอให้อีกฝ่ายติดต่อมาเองทางใดทางหนึ่ง เพราะเขาก็ยังคงหัวหมุนกับงานสืบเส้นสายฉ้อโกงการประมูลสัมปทานก่อสร้างเดอะวัน

ข้อความที่เขาฝากส่งไปให้ทำเอาทั้งเจ้าหน้าที่ประสานงานทั้งของรัฐบาลและเอ็นเลสติดสถานะมึนงงไปตามกันกับตัวเลขหนึ่งและศูนย์มากมายที่เว้นวรรคเป็นเซตแปดตัวหลายชุดนับสิบ ๆ บรรทัด

“มีข้อความฝากมาถึงคุณค่ะแต่... มีแต่ตัวเลข” เจ้าหน้าที่ประสานงานส่งต่อชุดข้อความเหล่านั้นให้ไอดีเอของลูเซียสทันทีที่เธอวางมันกับแท่นสแกนบนเคาท์เตอร์

“... อ๋อ รหัสลับไบนารี่น่ะ เขา...คงจะเบื่อนั่นแหละ” ลูเซียสเห็นตัวเลขลายตามากมายก็นิ่งไปครู่ก่อนที่มันสมองอันล้ำเลิศของเธอจะตีความพวกมันได้ในเวลาถัดมา เพราะเธอจำเซตตัวเลขที่แทนอันฟาเบทแต่ละตัวได้และใช้พวกมันเทียบกับภาษากลางอีกที สองเท้าหมุนกกายและก้าวอย่างกระฉับกระเฉงไปที่ครัวหลักเพื่อเบิกผลไม้รสหวานจำนวนมากในอุณหภูมิห้องใส่กล่องถนอมอาหารเต็มกระเป๋าสะพาย

 

 

 

ทางฝ่ายอาซาไรเองก็เฝ้ารอการมาถึงของลูเซียส และหวังให้เธอเดินทางมาได้เร็วกว่านี้อีกแม้สักนิดก็น่าจะดีเพราะเขาเบื่อมาหลายวันแล้ว... ท่ามกลางข้อมูลน่าโมโหซึ่งเป็นบรรดารายชื่อหนอนบ่อนไส้ผู้คอยยักยอกงบประมาณกลางของโลกจากโครงการต่าง ๆ อย่างละเล็กละน้อยจนไม่มีใครสังเกตเห็นถึงเม็ดเงินที่รั่วออกและหายไปอย่างลึกลับ

การก่อตัวของพายุที่เกิดขึ้นมันยังไม่จบลงตั้งแต่หลายเดือนก่อนที่เขากับทางรัฐบาลร่วมมือกันเคลียร์พวกนักการเมืองคดโกงออกไปจากระบบ มันมีอะไรมากกว่านั้น แม้ตอนนี้จะยังฟันธงไม่ได้ทว่าเปอร์เซ็นต์ที่เงินพวกนั้นจะถูกนำไปใช้อย่างผิดวิธีกลับมีสูงมากเมื่อร่วมเข้ากับคดีคนหายสาบสูญเป็นระยะ

เสียงเคาะประตูดึงให้อาซาไรละสายตาจากตัวหนังสือจำนวนมาก ไม่ต้องให้เขาถามเสียงที่คุ้นเคยก็ทะลุประตูเข้ามา

“เข้าไปได้รึเปล่า?” ลูเซียสเดินทางมาถึงห้องทำงานของท่านรัฐมนตรีในที่สุด

“เชิญเข้ามาเลย” อาซาไรตอบรับด้วยรอยยิ้ม เขาบอกให้เธอเอาอาหารของเขามาด้วย หวังว่ารหัสพื้นฐานไม่ซับซ้อนที่เขาส่งไปอีกฝ่ายจะสามารถแปลมันออก

“ไม่มีเก้าอี้อีกแล้ว...” ลูเซียสกวาดตาไปรอบห้องก็ทักขึ้นมา แม้เธอจะคิดว่าการเข้าไปนั่งตักอาซาไรจะช่วยให้เขาประหยัดเวลาด้วยการทำงานไปกินอาหารไปก็ตาม

“ก็คุณไม่จำเป็นต้องใช้มันนี่นา” ท่านรัฐมนตรีกล่าวด้วยรอยยิ้มในแบบของเขา ประสานมือคู่รองกับตักขณะที่มือคู่หลักกำลังพิมพ์ข้อความเบิกเอกสารบางหมวดเพิ่มส่งไปยังหน่วยประสานงาน

“แต่ว่าคราวนี้มีเบาะรองนั่งมาแทนนะ” หนุ่มต่างดาวชูเบาะรองนั่งใบหนึ่งขึ้นมันถูกเตรียมเอาไว้รอเธออยู่สักพักแล้ว “ผมคงไม่สะดวกออกไปนั่งรับประทานอาหารอย่างเป็นกิจจะลักษณะนัก ยิ่งกวาดล้างกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการยักยอกได้ไวเท่าไหร่ก็ดีกับพวกคุณเท่านั้น” อาซาไรวางเบาะรองนั่งและตบตักตัวเองเล็กน้อยเป็นการชักชวนให้เธอเดินเข้ามาหาเขา

ลูเซียสที่ไม่ได้คิดว่ามันเสียหายอะไรก็เดินเข้าไปนั่งบนตักเขาเหมือนคราวก่อน และเริ่มป้อนมื้ออาหารของท่านรัฐมนตรีเป็นระยะในขณะที่เธอเองก็นั่งกินผลไม้รสเปรี้ยวไปพลางด้วยพร้อมกันเป็นของว่าง

เอกสารรอบตัวพวกเขามีทั้งในรูปแบบของมอนิเตอร์แสดงผล และโฮโลแกรมที่ลอยอยู่จากเครื่องฉายทั้งยังสัมผัสเพื่อย้ายที่และเปลี่ยนหน้าได้

มิวแทนท์สาวกวาดตามองเพื่อดูว่าอีกฝ่ายกำลังรวบรวมอะไรอยู่

“อันนี้คุณดูไปก็ช่วยผมไม่ได้หรอกนะลูเซียส... มันมีแต่รายงานงบประมาณโครงการกับใบเสนอราคา ถึงตัวเลขจะตรงกันแต่เมื่อเทียบกับใบเสร็จจากต้นทางวัสดุบางแห่งกลับมีตัวเลขคลาดเคลื่อนอย่างมีนัย... แล้วก็กลุ่มคนหายที่ยังไม่สามารถหาตัวได้ดูจะประจวบเหมาะกับกลุ่มนักวิจัยบางคนทั้งหายตัวทั้งลาออกจากงานพอดี...” เขาเล่าให้เธอฟังอย่างไม่คิดจะปิดบัง

“โครงการวิจัยผิดกฎหมาย?” เธอประมวลผลได้ในทันทีว่าใครบางคนกำลังทำอะไรบางอย่าง “ที่นี่? ข้างใต้งั้นเหรอ?”

ไม่มีความเป็นไปได้อื่นอีกเพราะโดมจำลองเมืองเก่าไม่มีพื้นที่มากพอจะซ่อนแล็บทดลองเอาไว้ใต้ดินอย่างแน่นอน โครงสร้างดอกเห็ดเหล่านั้นไม่สามารถรับน้ำหนักเพิ่มเติมได้มากนักเพราะถูกสร้างเป็นเมืองท่องเที่ยวและไว้จัดตั้งสำนักงาน

ผังเมืองของโดมทุกโดมนั้นถูกคำนวณและวางแผนการเผื่อน้ำหนักผู้คนและข้าวของมาดีแล้วดังนั้นการสร้างเพิ่มย่อมเป็นความเสี่ยงต่อชีวิตทุกคนบนโดมและอาคารก้านด้านใต้ แถมยังซ่อนจากสายตากลุ่มตำรวจและทีมกฎหมายได้ยาก

ดังนั้นแล็บเถื่อนส่วนใหญ่จึงอยู่ด้านนอกโดมอาศัย ลึกเข้าไปในป่า ในพื้นที่รกร้าง ใต้ซากปรักหักพังของเมืองเก่าที่ได้รับผลกระทบจากสงครามดวงดาว เศษซากอารยธรรมเหล่านั้นในบางพื้นที่ก็มักจะมีคนเถื่อน กระทั่งกลุ่มนอกกฎหมายใช้เป็นสถานที่อาศัยหลบซ่อนสิ่งผิดกฎหมายเอาไว้ แต่นั่นก็หมายถึงเบื้องหลังมีผู้เปี่ยมอำนาจหนุนหลังแน่นอนในการส่งทั้งทรัพยากรและจัดหาสถานที่ที่จะสามารถหลบเลี่ยงสายตาทีมตรวจสอบทั้งนอกและในโลกได้เป็นเวลานาน

“ไหวพริบดีสมกับเป็นคุณ ถูกต้องแล้ว เกาะลอยน้ำแห่งนี้มีโครงสร้างกลวงที่ซับซ้อนด้านใต้ผิวเกาะเพื่อให้มันลอยอยู่ได้ ทีมวิศวกรจึงออกแบบให้มันคล้ายภูเขาน้ำแข็ง สร้างรากฐานที่มั่นคงและช่องอากาศที่เพียงพอสำหรับเกาะยักษ์ให้ลอยอยู่ โครงสร้างอาคารผิวบนทั้งหมดใช้วัสดุชั้นเยี่ยมที่คงทนและน้ำหนักเบา ถึงจะมีตัวขับเคลื่อนคล้ายเรือและแกนพัดลมเพื่อคอยพยุงช่วย ถึงเมื่อมาเทียบโครงสร้างแล้วโดยรวมจะเหมือนเรือยักษ์มากกว่าเกาะก็ตาม...มันมีพื้นที่หลายส่วนที่สามารถเพิ่มน้ำหนักและใช้งานได้” อาซาไรอธิบายและเปิดพิมพ์เขียวให้ลูเซียสดู พิมพ์เขียวโดยละเอียดมันเป็นข้อมูลลับสุดยอดที่น้อยคนนักจะรู้และได้รับอนุญาตให้เข้าถึง ทว่าอาซาไรกลับลักลอบเปิดมันให้อีกฝ่ายดู เขามั่นใจว่าเธอจะสามารถนำมันไปใช้ได้อย่างถูกต้องแม้เขาจะไม่ได้แนะนำกับปาก

ทีมปราบปรามอย่างเธอยิ่งรู้เส้นทางกับโครงสร้างอาคารและผังเมืองละเอียดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งได้เปรียบโจรผู้ร้ายมากเท่านั้น เขาหวังว่าอย่างน้อยถ้าสู้ไม่ได้เธอก็จะสามารถหลบหนีเอาตัวรอดกลับมาได้อย่างปลอดภัย

มิวแทนท์สาวหมุนและขยายดูรายละเอียดโครงสร้างเกาะด้วยความสนใจ เธอจะจำพวกมันได้ราวกับเป็นภาพถ่ายหนึ่งในหัวอยู่แล้ว การได้รู้ถึงตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงได้ทั้งหมดจะทำให้เธอพัฒนาไปอีกขั้น

“แต่นายก็ยอมให้พวกนั้นยักยอกโครงการและดำเนินการมาจนถึงตอนนี้?” ลูเซียสนึกขึ้นได้ก็ท้วงถามหนุ่มต่างดาว

“ครับ เพื่อให้มารวมกันที่เกาะนี้” เขายิ้มอย่างเลือดเย็น ประกายตาเจ้าเล่ห์ทอดมองตัวอักษรรอบกาย

“ถึงจะกำจัดไปหนึ่งหรือสองคนก็ยังมีคนที่สามและสี่ขึ้นมาแทนตำแหน่งอยู่ดี แสดงให้เห็นว่าผู้ชักใยนั้นมีอำนาจและอยู่ในตำแหน่งที่สูง ผมจึงปล่อยให้พวกเขาโกงผลโครงสร้างเกาะและมารวมตัวกันที่นี่ ใต้แสงไฟ ในอนาคตพวกเราก็จะสามารถรวบรัดล้างบางทั้งหมดได้ ก่อนอื่นถึงรัฐบาลจะมีหนอนบ่อนไส้ก็ปล่อยมันไปแต่กลุ่มองค์กรของคุณจะต้องขาวสะอาดและปลอดภัย เป็นที่เชื่อใจให้คนในเมืองแต่ละโดมและบนเกาะ...” อาซาไรเคาะนิ้วกับโหนกแก้มของตนอย่างครุ่นคิด

“ยังไงก็มีวลีที่ว่าคนของรัฐบาลล้วนเป็นพวกสีเทาไม่ก็ดำอยู่แล้ว การจะทำให้มันขาวสะอาดในครั้งเดียวคงเป็นไปไม่ได้ พวกเราต้องสร้างต้นอ่อนและคนรุ่นใหม่ที่พร้อมซื่อตรงต่อหน้าที่สำหรับทดแทนตำแหน่งของพวกหน้าโง่คดโกงเอาไว้ด้วย มันเป็นการต่อสู้ระยะยาวที่ไม่มีทางทำสำเร็จในเดือนสองเดือน....” เขาถอนหายใจเล็กน้อยแล้วงับองุ่นจากมือของลูเซียส

“แล้วจับได้จะลงโทษยังไง ไม่ใช่ว่าเดี๋ยวก็หาเส้นสายกลับไปทำชั่วเหมือนเดิมหรอกเหรอในเมื่อเส้นสายคนชั่วเยอะขนาดนั้น?” ลูเซียสขมวดคิ้ว

“นั่นเป็นมุมมองของคุณที่ใช้ตัวเองตัดสินใจนะครับลูเซียส สำหรับคนพวกนั้นแล้วผลประโยชน์เท่านั้นที่ทำให้พวกเขาอยู่ร่วมกันได้ ดังนั้นถ้าช่วยแล้วไม่มีประโยชน์ ไม่สามารถผลิดอกออกผลได้ก็ไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยหรอกครับ การลงโทษของคนกลุ่มนี้พวกเราจึงจะใช้การริบทรัพย์สินทั้งหมดและส่งพวกเงินกับทรัพยากรเหล่านั้นไปที่งบส่วนกลางของโลกแทน...” อาซาไรเว้นวรรคไปครู่หนึ่งเพื่อหาการยกตัวอย่างที่เข้าใจง่าย

“ก็เหมือนกลุ่มค้นหาสมบัติโบราณเพื่อเอาไปขาย เวลาได้สมบัติมาแล้วฆ่าพรรคพวกไร้ประโยชน์ที่มาด้วยกันทิ้ง คนที่เหลือรอดก็จะได้ส่วนแบ่งมากขึ้น ด้วยวิธีนี้พวกผู้ชักใยที่เห็นเม็ดเงินและตัวเองสำคัญกว่าคนอื่น เลยไม่ช่วยหมากตัวเล็กตัวน้อยที่ตายแล้วร่างสลายออกมาเป็นเงินเป็นทองหรอกครับ” มือคู่รองของหนุ่มต่างดาวรัดพันรอบเอวเล็ก ๆ เอาไว้ในแขน พลางเกยคางกับศีรษะคนบนตัก

“อยู่บนดาวที่มีทั้งอาหารและทรัพยากรฟุ่มเฟือยมากมาย แต่กลับต้องการจะครอบครองพวกมันเอาไว้คนเดียว ต่อให้ใช้จนแก่เฒ่าก็ไม่มีทางบริโภคอุปโภคพวกมันที่มีได้ทั้งหมดในช่วงอายุขัยของตน รัฐบาลโลกได้ปรับเปลี่ยนระบบให้ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังและต่างมีสวัสดิการเกื้อหนุนคนที่ไม่สามารถทำงานได้อยู่แล้ว ช่างเป็นความคิดที่ความเข้าใจได้ยากจริง ๆ” อาซาไรหมายถึงกลุ่มนักการเมืองและประธานบริษัทบางแห่ง ลำพังด้วยเงินเดือนของพวกเขาแล้วไม่มีทางเลยที่จะมีชีวิตโดยจำเป็นต้องพยายามใช้จ่ายอย่างจำกัดจำเขี่ย พวกเขาฟุ้งเฟ้อได้เพราะวงเงินที่มีมันเอื้ออำนวยอยู่แล้ว

“คงอยากจะกินของอร่อยทุกวันละมั้ง?” ลูเซียสออกความเห็นอย่างขอไปที

“ถ้าแค่นั้นคงไม่ถึงกับเป็นปัญหาที่จะต้องโกงเงินเพื่อเอามาปรนเปรอตัวเองหรอกมั้งครับ? อาหารบนโลกไม่ได้มีน้อยหรือขาดแคลนขอแค่ไม่ได้มีรายได้ขั้นต่ำต่อวันประทังชีวิตก็มีเงินเหลือพอจะกินของอร่อยทุกวันอยู่แล้ว” อาซาไรเลิกคิ้วแล้วงับผลไม้ที่ถูกป้อนมาให้

มิวแทนท์สาวเงยหน้ามองอาซาไรแล้วเสนออีกความเห็น “สำหรับมนุษย์แล้วมีสิ่งที่เรียกว่าหน้าตาทางสังคมด้วยนะ เห็นลุงบอกว่าวัดอย่างหยาบก็ดูกันที่ของใช้ภายนอก” เธอถูกแฟร์และจาฮาราเสี้ยมสอนถึงการอยู่ในสังคมมนุษย์ สายตาที่มองมามักจะเป็นการประเมินอยู่เสมอ กลุ่มน้อยนักที่จะไม่เปรียบเทียบระหว่างคนอื่นกับตนเองว่าใครอยู่ในฐานะที่สูงกว่า ในโลกที่วัตถุนิยมครอบงำผู้คน 

“...นั่นก็คงเป็นปัจจัยหนึ่ง อย่างไรก็ตาม...นอกจากเรื่องพวกนี้แล้วกลุ่มหัวรุนแรงที่เป็นพวกพ่อค้าอาวุธและยาเองก็น่าจะจัดอยู่ในกลุ่มคนทำความเข้าใจยากเช่นกัน... ทั้งที่กฎหมายระบุเอาไว้อย่างชัดเจนแล้วว่ามิอนุญาตให้ทำการทดลองโดยใช้มนุษย์ไม่ว่าจะมาจากสมาชิกกลุ่มไหนก็ตาม และการจับเพื่อนบ้านห่างไกล หรือสายเลือดโบราณมาทดลองก็เป็นสิ่งต้องห้ามเช่นกัน แค่ศีลธรรมง่าย ๆ ยังรักษากันไว้ไม่ได้ ผมก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่ดาวทรัพยากรดวงนี้จำเป็นต้องมีชาวดาวของผมตั้งสองตน... ไม่สิตอนนี้มีสาม ท่านอดีตรัฐมนตรีที่ตอนนี้กำลังสนุกกับการท่องเที่ยวในดาวโลกก็เหมือนจะให้ความร่วมมือกับองค์กรการแพทย์กลางของโลกเหมือนกัน” อาซาไรขยับปลายหนวดคิ้ว

“ที่กลุ่มการแพทย์เองก็มีคนไม่ดี?” ลูเซียสหยั่งเชิงถาม และเมื่อเห็นว่าความเร็วในทางทำงานของอาซาไรลดลงเธอก็ตีแขนคู่รองของเขาหวังให้มันเลิกพันรอบเอวแล้วขยับไปพิมพ์แป้นบนจอสัมผัสเสียที

“ไม่ว่าจะกลุ่มองค์กรไหนลูเซียส ล้วนมีคนไม่ดีปะปนอยู่ โชคร้ายคนคนนั้นก็มีอำนาจสั่งการและขับเคลื่อนตัวองค์กรให้ไม่ดีตามไปด้วย” อาซาไรคลี่ยิ้มและขยับทั้งสี่มือเพื่อพิมพ์รายงานดิจิตอล

“ศีลธรรมในตัวบุคคลช่วยให้ทุกคนในสังคมสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ แต่คนที่เห็นแก่ตัวไม่ได้ถือครองศีลธรรมเหล่านั้นมักจะสร้างความวุ่นวายให้สังคมด้วยความเห็นแก่ตัว เพราะว่าพวกเขาเห็นแค่ตัวเองสำคัญดังนั้นคนที่จะอยู่รอด มีชีวิตสะดวกสบาย นอกจากพวกเขาแล้วคนอื่นจะเป็นยังไงก็ช่าง คนประเภทนี้เป็นผู้นำองค์กรที่ดีไม่ได้ เพราะสุดท้ายหอคอยงาช้างก็จะล่มสลายลงมาในวันที่ทุกสิ่งรอบตัวเขาแร้นแค้นและมีเขาเพียงผู้เดียวที่สุขสบาย” อาซาไรเคาะแป้นพิมพ์เล็กน้อยแล้วก้มลงมามอง ลูเซียสจึงนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้ป้อนผลไม้ต่อ หญิงสาวจึงส่งองุ่นเข้าปากของเขาเพิ่มให้อีกชิ้น

ในตอนแรกที่พบกันลูเซียสมองว่าทั้งอาซาฮีและอาซาไรเหมือนภูตดอกไม้แม้ว่าจะสูงเกินดอกไม้ไปมากก็ตาม

แต่ว่าในตอนนี้ที่เธอนั่งอยู่บนตักใต้กรอบแขนที่คล้ายรังเล็ก ๆ เธอก็นึกขึ้นมาได้ว่าพวกเขาทั้งคู่เหมือนแมงมุมดอกไม้มากกว่า มีสีสันสวยงาม ดูไม่เป็นพิษภัย แต่สุดท้ายด้วยทั้งตัวตนทั้งวิธีคิดของพวกเขา สำหรับมนุษย์ที่ยืนในฝั่งตรงข้ามและเป็นศัตรู ก็ยังคงเป็นชาวต่างดาวที่น่ากลัวเกินกว่าจะให้รูปลักษณ์ภายนอกหลอกตา

ยิ่งกับศัตรูที่คิดว่าตัวเองฉลาดเท่าไหร่ สองพี่น้องชาวดาวห่างไกลก็ยิ่งตามเงาความคิดเหล่านั้นได้ไวราวกับไปยืนอยู่ในสมองของพวกเขา

อาซาไรกดปุ่มอุปกรณ์สื่อสารกับเลขานอกห้องทำงานของเขาแล้วสั่งการลงไป

“แจ้งให้หน่วยปราบปรามของรัฐบาลคอยตรวจตราโดมจำลองเมืองเก่าแต่ละหมายเลขให้ดี บอกไปว่าต่อให้เมืองใหม่ที่กำลังสร้างเกิดเรื่องขึ้นก็ต้องไม่ลืมตรึงกำลังป้องกันการสร้างแล็บเถื่อนในระหว่างที่ทุกความสนใจพุ่งเป้ามาที่เดอะวัน พื้นที่เสี่ยงนอกเขตโดมอาศัยให้เปลี่ยนการตรวจจากทุกหกเดือนเป็นสี่เดือน มุ่งเน้นไปที่พื้นที่สภาพอากาศเลวร้ายแต่มีแหล่งพักพิงจากซากอารยธรรมเก่า ผมส่งรายละเอียดพื้นที่เฝ้าระวังไปให้แล้วแจ้งให้พวกเขาประชุมแล้วแบ่งพื้นที่รับผิดชอบกันตามสบาย”

เมื่อละนิ้วออกจากปุ่มอาซาไรก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ในโดมจำลองเมืองเก่าไม่มีทางที่จะสร้างแล็บเถื่อนได้ โครงสร้างมันอันตรายเกินจะต่อเติมส่วนใต้พื้นผิวดอกเห็ด...” ลูเซียสท้วงขึ้น

“แต่พวกเขาสามารถใช้โกดังเก็บของที่มีหลายชั้นเก็บซ่อนวัตถุดิบและกำลังคนกับอุปกรณ์ได้... มีรายการบริษัทเทรดดิ้งหลายแห่งที่ข้อมูลน้ำหนักกับการขนย้ายสินค้าคลาดเคลื่อน ถ้าไม่ได้ซ่อนเอาอะไรเอาไว้ก็คงกำลังเปลี่ยนถ่ายอะไรบางอย่าง” อาซาไรยิ้ม

“ขอแค่รู้ว่าคนที่ผมกำลังสู้ด้วยเป็นคนฉลาดระดับไหน การจะดักทางหรือค้นหาความเป็นไปได้ของเส้นทางฉ้อโกงก็เป็นเรื่องไม่ยุ่งยากเท่าไหร่” หนุ่มต่างดาวอารมณ์ดีขึ้นหลังจากได้พบลูเซียส

อาซาไรใช้มือเพียงหนึ่งข้างในการอู้งานและม้วนเล่นปลายผมของลูเซียสในขณะที่ความเร็วในการทำงานเท่าเดิม หญิงสาวไม่ได้ว่าอะไรที่เขาจะผ่อนคลายการทำงานด้วยการเล่นผมของเธอ แต่ดูเหมือนหลังจากที่ไม่มีท่าทีต่อต้านในตอนที่เธอออกจากห้องทำงานของเขาได้ผมก็เปลี่ยนทรงไปเป็นเปียเส้นเล็กเส้นน้อยทั้งหัวแล้วรวมตัวกันเป็นดอกกุหลาบที่ท้ายทอย...

 

 

--------------------------

ช่วงทอร์ค

*Abstrsct ใช้ในเชิงความหมายที่หมายถึง ไม่มีตัวตน แต่จริงๆคำมันหมายถึงนามธรรม

เลทแบบข้ามวีค / อัญชลี… วันทา… อภิวาทใส่ทุกคน ของวีคนี้จะพยายามนะคะวันอาทิตย์ กี้ดดดดด

 

ช่วงเสียสติประจำบท(?)

ช่วงนี้เสียเงินให้กับเครื่องเขียนแบบเป็นบ้ามาก ทำไมฉํนถึงไม่พบกับสิ่งนี้สมัยเรียนกันนะไอ้สมุดเปลี่ยนไส้เนี่ย…

มาใช้ตอนนี้ก็ได้ทดทุกพล็อตทุกคาร์แล้วใส่หน้าคั่นสีเอาแยกเรื่องในเล่มเดียว จะเขียนเพิ่มหรือดึงทิ้งก็ทำได้เติมหน้าได้ สมุดเติมไส้นี่มันพระมาโปรดชัดๆ ทำไมตอนเรียนไม่เจออันนี้!! orz < คนที่ซื้อเสร็จแล้วเจออีกเจ้าปกสวยโฮกกว่าแต่สันเต็มเขียนไม่ถนัด อ๊ากกกก บ้าจริง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #44 zutto (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 20:22
    พี่เค้าเป้นคนโรแมนติกก
    #44
    0
  2. #29 faza205317 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 18:03
    เดี๋ยวเรากลับมาอ่านน้าาาา ปักหมุดไว้ก่อน // สมุดเปลี่ยนไส้ดีจริงเราก็ชอบบ
    #29
    0