Endless SSU | ลำดับ 1 แห่งไร้สิ้นสุด

ตอนที่ 22 : Role.21 - Furtherance

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    22 พ.ย. 63

Role.21 -Furtherance

 

ลูเซียสออกภารกิจทั้งที่หัวยังคงเป็นเปียที่รวบเป็นกุหลาบดอกหนึ่งตรงท้ายทอย ภารกิจด่วนในช่วงค่ำอย่างผิดปกติที่เรียกรวมทุกหน่วยซึ่งยังว่างอยู่โดยเฉพาะกลุ่มย้ายซากอาคารและแพทย์เคลื่อนที่ ลูเซียสกับซีโร่ถูกเรียกไปด้วยใบรับรอง ส่วนแฟร์เนื่องด้วยความสามารถของเขาทำให้การช่วยเหลือทำได้ง่ายกว่า

ห้างที่เพิ่งจะสร้างเสร็จนั้นถล่มลงมาด้วยสาเหตุพื้นทรุดเป็นแอ่งแพนเค้กสามชั้นช่วงลานกว้างของทั้งสามชั้น พวกเขาทราบถึงปัญหาในทันทีว่ามีการทุจริตโครงการเดอะวันอีกครั้ง และในครั้งนี้ก็ช่างโชคร้ายเพราะเป็นวันเปิดห้าง ผู้อาศัยใหม่หลายร้อยคนเข้าร่วมอีเว้นท์ในครั้งนี้

“ลู จำตำแหน่งได้ใช่ไหม?” แฟร์หันไปถามน้องสาวข้างตัวเธอพยักหน้าตอบเขาแล้วเริ่มเอ่ยตำแหน่งโครงสร้างเปราะบางที่แผนกวิศวกรชี้จุดให้เป็นพิเศษ แฟร์ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมย่อยครั้งนี้ได้ตัดสินใจให้ลูเซียสลองออกไปช่วยคนดูแทนงานกำจัดและจับกุมอย่างที่ปกติมักจะทำ

“ภารกิจหลักคือการช่วยเหลือและเก็บกู้ แต่ก็ห้ามเอาตัวเองไปเสี่ยงเด็ดขาดเข้าใจไหม?” ซีโร่ที่ขนาบอีกข้างของลูเซียสขมวดคิ้วเน้นย้ำ

“พูดแค่ครั้งเดียวก็จำได้แล้ว” เธอที่อยู่ตรงกลางระหว่างพี่เลี้ยงสองคนย่นคิ้วเริ่มเข้าใจอารมณ์ที่เรียกว่าหงุดหงิดในหนังสือ

“ต้องพูดหลายครั้งเพราะเธอมุทะลุ...” ซีโร่นิ่วหน้าใส่หญิงสาว

“พวกเราต้องช่วยเหลือให้ได้มากที่สุดก่อนวิกฤต 72 ชั่วโมงแรก” แฟร์พูดอีกเรื่องที่พวกเขาต้องจำเอาไว้ “ภายในงานมีทั้งชาวโลกและเพื่อนบ้านห่างไกล แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องช่วยทั้งสองฝ่าย” เขาฉายแผนที่สามมิติขึ้นและบอกพิกัดที่มีผู้บาดเจ็บเยอะที่สุด

“...โครงสร้างตรงนี้ไม่ควรจะพังได้ง่ายไม่ใช่เหรอ” ลูเซียสขมวดคิ้วแล้วชี้ไปยังจุดถล่มซึ่งมีทั้งคานด้านบนและเสารับน้ำหนักแต่กลับพังลงมา

“เท่าที่แผนกวิศวกรผังอาคารของเราวิเคราะห์น่าจะเพราะใช้คอนกรีตกำลังต่ำและเหล็กเสริมด้อยคุณภาพ ไม่แน่ว่าเสาเข็มอาจจะหักด้วยถึงถล่มในจุดที่ไม่ควรถล่ม คิดว่าการที่อาซาไรจัดการรายชื่อนักการเมืองที่แอบยักยอกโครงการสร้างในเดอะวันจะหมดไปเกลี้ยงแล้วแต่ยังมีเหลือนี่น่าเหลือเชื่อจริงๆ...” แฟร์ขมวดคิ้ว เขานวดคางอย่างสงสัย เพราะท่านรัฐมนตรีต่างดาวไม่น่าจะมีสิ่งที่เรียกว่าสะเพร่าในชีวิตของเขา

“คิดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในแผนมากกว่า” ลูเซียสประเมิน

“เอาล่ะ ทีมกู้ภัยจะเข้าไปพร้อมกับพวกเราเพราะว่านี่เป็นงานใหญ่ ห้ามทำลายซากอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่าสร้างแรงสั่นสะเทือนขนาดใหญ่เพราะมีโอกาสที่จะถล่มลงมาเพิ่ม” แฟร์กำชับเรื่องสุดท้าย

“เข้าใจแล้ว ช่วยคนออกมา อย่าทำให้ถล่มเพิ่ม” หญิงสาวพยักหน้าเป็นการบอกว่ารับทราบเนื้อหางานทั้งหมดของวันนี้ ทั้งสามแยกย้ายกันไปกับทีมกู้ภัย ตามหลักสูตรอบรมแล้วพวกเขาและเธอมีใบรับรองผ่านการอบรมกู้ภัยพิบัติ ซึ่งในกรณีของลูเซียสนี่เป็นการออกสนามและเรียกตัวครั้งแรก

“เร่งมือ!” เจ้าหน้าที่กำกับการเคลื่อนย้ายซากอาคารถล่มกับทีมพลังจิตยกย้ายสิ่งของเป็นกลุ่มที่มีคนสับเปลี่ยนมาช่วยกันทำหน้าที่มากที่สุด โดยทั่วไปมันเป็นพลังจิตที่หาง่าย และปริมาณใช้ต่อวันที่พอได้บ่อยก็คือระดับต่ำกว่าเวก้า

ลูเซียสมุดเข้าไปในซากปรักหักพังอาศัยความยืดหยุ่นตัวเองผ่านอุปสรรคเข้าไปยังโพรงด้านใน แน่นอนว่าการกระทำนั้นทำให้มีเสียงด่าตามมา แฟร์กับซีโร่ลูบหน้าตัวเองอย่างพร้อมเพรียงและคิดว่าหลังจากงานนี้คงต้องจับอบรมอีกสักรอบ

มิวแทนท์สาวมุดเข้าไปได้ก็คลานไปยังที่ที่มีแสงลอดและสิ่งเคลื่อนไหว ผู้ประสบภัยทั้งสองนอนขดใกล้กับเคาท์เตอร์ที่ดูแข็งแรงแม้เพดานจะพังลงมามันก็ยังไม่เสียหายนัก จากตรงนี้ไปที่ทางออกเก่าค่อนข้างจะเป็นปัญหาเพราะเหล็กเส้นที่โผล่ออกมาจากคอนกรีตทำให้มันมีลักษณะเหมือนข้องปลา เข้ามาง่ายแต่ออกยาก

ด้วยเหตุนั้นเธอจึงสอดส่ายสายตามองหาทางออกอื่นก็เห็นโพรงและช่องลอดไปยังส่วนอื่น เธอเข้าไปสำรวจผู้ประสบภัย พวกเขาตกใจและมองมาที่เธออย่างมีความหวัง

“คุณเป็นหน่วยกู้ภัยใช่ไหมคะ!”

“พวกเราออกไปได้เลยไหม?!” หญิงสาวทั้งคู่น่าจะเป็นคนรู้จักกัน หนึ่งในนั้นแทบจะร้องไห้ออกมาเมื่อรู้ว่าเริ่มมีการอพยพผู้ประสบภัยแล้ว

“พวกคุณอยู่ตรงนี้ก่อน ฉันจะหาทางออกอื่น” ลูเซียสตัดสินใจพูดไปตามตรง

“เราออกไปทางที่คุณเข้ามาไม่ได้เหรอ?” สาวผมดำขมวดคิ้วข้องใจ ลูเซียสจึงเบี่ยงตัวแล้วชี้ไปยังจุดที่เธอเข้ามาซึ่งมีเหล็กแหลมอยู่มากมายเสี่ยงต่อการออกไปทางนั้น

“เข้าง่ายออกยาก แต่ยังมีช่องกับโพรงอยู่อีกสองทาง ฉันจะไปสำรวจก่อนคุณค่อยตามมาทีหลังเมื่อฉันมาตามอีกครั้ง” มิวแทนท์สาวตรวจสอบผู้ประสบภัยทั้งคู่ว่ามีอาการบาดเจ็บตรงไหนไหม โชคดีที่นอกจากแผลถลอกทั้งคู่ก็ไม่ได้รับความกระทบกระเทือนที่หัวหรือสันหลังให้ต้องกังวลการเคลื่อนย้าย

ลูเซียสเคลื่อนตัวไปสำรวจโพรงที่ถูกค้ำเอาไว้ด้วยโครงป้ายโฆษณา เหล็กพิเศษคุณภาพดีสามารถรองรับน้ำหนักได้มากกว่าไวนิลโฆษณา เธอคิดว่าตรงนี้เป็นทางที่สามารถผ่านไปได้ หลังจากประเมินความแข็งแรงของมันเธอจึงเลือกสำรวจเส้นทางนี้ว่าจะเชื่อมไปยังจุดไหน ปรากฏว่าอีกฝั่งเป็นพื้นที่โล่งใกล้กับเสาค้ำยันและผนังที่ไม่มีแม้แต่รอยร้าวหรือการบิดงอ มีพื้นเอียงแคบ ๆ ที่สามารถผ่านไปได้และจะเห็นช่องสว่างโล่งด้านบนให้หน่วยกู้ภัยคนอื่นส่งเชือกลงมารับตัวพวกเธอออกไป

ลูเซียสตัดสินใจให้มันเป็นพื้นที่ส่งตัว แต่ก่อนอื่นเธอจำต้องเช็กความปลอดภัยของพื้นกับโรงสร้างด้านบน น่าเสียดายที่แม้จะเป็นจุดที่ดีแต่เพดานด้านบนดูเปราะบางคล้ายจะถล่มซ้ำลงมาได้ทุกเมื่อ

เสียงเคาะของเบา ๆ ดังอยู่ใกล้ โดยปกติแล้วผู้ประสบภัยที่รอความช่วยเหลือจะเคาะสิ่งของรอบตัวเพื่อส่งสัญญาณให้กู้ภัยได้รู้ตำแหน่ง และใช้การตะโกนเป็นวิธีสุดท้ายเพราะอาจใช้ออกซิเจนอย่างสิ้นเปลืองและบางครั้งการสะท้อนของเสียงอาจทำให้พื้นที่เปราะบางถล่มซ้ำได้

“กรุณารอสักครู่” ลูเซียสพูดออกไปและหาพื้นที่จะสามารถเหยียบเพื่อข้ามไปยังต้นกำเนิดเสียงได้ เจ้าตัวสำรวจความแข็งแรงของซากอาคารและค่อย ๆ ย้ายตัวเองไปอย่างระมัดระวังจนเจอเข้ากับผู้ประสบภัยชายวัยกลางคนผู้หนึ่งซึ่งขาติดอยู่กับเก้าอี้เหล็ก

“คุณพาผมออกไปได้ใช่ไหม?” น้ำเสียงของเขาทั้งร้อนรนและสิ้นหวัง “ขาของผมไม่รู้สึกอะไรแล้ว”

“รอเดี๋ยวนะฉันต้องรู้สถานการณ์ของขาคุณก่อน ก่อนเกิดอาการชารู้สึกอะไรอย่างอื่นไหม?” ลูเซียสเปิดไฟฉายและก้มลงสำรวจขาของเขาที่ติดอยู่ในเก้าอี้ที่พับหัก มีรอยเลือดลึกเข้าไปด้านใน

“คุณมีแผลอาจเพราะเสียเลือด อย่าเพิ่งขยับอะไรฉันจะเอาขาของคุณออกมาก่อน” ลูเซียสพูดจบก็คาบไฟฉายและสำรวจโครงสร้างซากที่ขาของชายผู้นั้นเพื่อหาตำแหน่งขาที่ถูกต้องและจุดที่จะสามารถเคลื่อนย้ายพวกมันให้พ้นทางได้อย่างปลอดภัย นับว่าเขาค่อนข้างโชคร้ายเพราะจากทิศทางของแผ่นคอนกรีตด้านบนถ้าขยับมันอาจจะสไลด์มาทางเขา ลูเซียสไม่มีทั้งพลังบาเรียหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของจึงไม่อาจขยับพวกมันได้ในทันที เธอจะต้องสร้างกำบังก่อนจึงจะขยับพวกมันได้

“เอาล่ะอาจจะเสียงดังน่าตกใจเสียหน่อยแต่อย่าเพิ่งดึงขาของคุณออกมาจนกว่าฉันจะเคลื่อนซากคอนกรีตออกไปโอเคไหม?” เธอหันไปคุยกับเขา ชายวัยกลางคนพยักหน้ากล้า ๆ กลัว ๆ เฝ้ามองการกระทำของเธอที่เริ่มเอาเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่มาคร่อมตัวเขาเอาไว้

ลูเซียสคิดว่าเธอไม่จำเป็นต้องอธิบายแต่เมื่อเห็นสีหน้าอ่อนแอราวกับสัตว์ตัวเล็กแล้วจึงนึกถึงคำของแฟร์ขึ้นมา เธอเลยคุยกับเขาด้วยน้ำเสียงไม่ตื่นเต้นหรือร้อนรนอะไร

“ฉันจะเอาของพวกนี้มาบังคอนกรีตที่จะสไลด์มาหาคุณตอนเคลื่อนซากที่ทับเท้าของคุณดังนั้นถึงจะมีเสียงดัง เจ้านี่ก็จะไม่พังหรือทับคุณจนแบนมันจะปกป้องคุณจากคอนกรีตที่อันตรายกว่าเอาไว้ พอเราเคลื่อนซากที่ทับขาคุณได้ฉันจะดึงคุณออกมาจากด้านข้าง แล้วพวกเราจะย้ายออกไปตรงจุดที่แข็งแรงกว่านี้เพื่อส่งคุณออกไป”

“เราออกไปด้วยทางลาดตรงนั้นไม่ได้เหรอ?” เขาชี้ไปยังจุดที่ลูเซียสเพิ่งข้ามฝั่งมา

“ถ้าโชคดีก็ทัน ถ้าไม่ก็โดนโครงเหล็กด้านบนถล่มทับ เพดานด้านบนค่อนข้างมีความเสี่ยง ดังนั้นเราจะหาทางออกอื่นที่มั่นคงกว่า” ลูเซียสตอบอีกฝ่ายเขาดูใจเย็นลงแม้คนที่เข้ามาช่วยจะดูอายุน้อยพอเป็นลูกเขาได้ก็ตาม

หลังจากที่ลูเซียสทำตามที่เธอพูดคอนกรีตสไลด์มาหาตัวเขาจริง ๆ แต่น้อยกว่าที่คาดเอาไว้เฟอร์นิเจอร์หลังใหญ่ที่คร่อมเขาปกป้องเขาเอาไว้ได้อย่างที่หล่อนพูดเมื่อเคลียร์สิ่งที่ทับขาเขาอยู่ได้จึงเห็นว่าแข้งของเขามีเหล็กเสียบอยู่ มันเชื่อมกับเสาที่บิดงอหักลงมา

สิ่งที่ลูเซียสพกอยู่ในกระเป๋าคาดเอวและต้นขาสำหรับงานกู้ภัยมีดาบเลเซอร์อยู่เล่มที่ตัดเหล็กได้เธอจึงไม่ลังเลจะใช้มันตวัดโลหะเส้นเพื่อเคลื่อนย้ายชายวัยกลางคนออกจากตรงนั้นได้ สเปรย์ฆ่าเชื้อผสมยาชาถูกฉีดไปที่แผลของเขาก่อนจะตามด้วยสเปรย์ห้ามเลือดอีกชนิด

“ขาของคุณมีเหล็กเสียบอยู่แต่ฉันทำให้เลือดหยุดไหลแล้ว เรามาเคลื่อนย้ายคุณกัน ตรงนี้ไม่มีโพรงและทางต่อให้ไปไหนดังนั้นอาจจะไกลหน่อยแต่เราจะย้ายคุณไปยังฝั่งที่ฉันเพิ่งข้ามมา” ลูเซียสอธิบายและพยุงอีกฝ่ายเรี่ยวแรงของเธอทำให้เขาเบิกตากว้างอย่างตกใจแต่ก็ไม่ได้โวยวายอะไร ซ้ำยังคิดว่าเหมาะสมแล้วที่กู้ภัยจะมีพละกำลังมากกว่ารูปร่างเพื่อเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว เขาจึงเริ่มจินตนาการว่าลูเซียสมีพลังแบบไหนถึงทำให้มีกำลังกายมากกว่ารูปร่างภายนอกที่เป็น

พวกเขาใช้เวลาไม่มากในการข้ามกลับไปอีกฝั่งและลอดช่องแคบเพื่อไปยังโพรงติดเคาท์เตอร์ซึ่งมีสองสาวนั่งรอลูเซียสอยู่

พวกเธอตื่นตกใจเมื่อเห็นคนเจ็บเข้ามานั่งพักกับพวกเธอเพิ่ม แสดงว่าทางที่ลูเซียสไปทางนั้นไม่สามารถใช้ได้ สาวผมบรอนซ์หันไปมองช่องเล็ก ๆ ที่ลอดเข้าไปได้ทีละคนอย่างสิ้นหวังเพราะมันดูจะไม่ใช่ทางออกยิ่งกว่าโพรงข้างป้ายโครงโฆษณาเสียอีก

“พวกคุณอยู่ตรงนี้ก่อน” ลูเซียสส่องไฟฉายให้พวกเขามองเพดานซึ่งพังแต่ถูกค้ำด้วยเสาและเคาท์เตอร์บาร์แข็งแรง “ถ้าไม่มีอะไรไปพังพวกมันตรงนี้ค่อนข้างแข็งแรง ฉันจะไปสำรวจอีกทาง ถ้าไม่มีเราคงต้องเสี่ยงไปตรงจุดถล่มก่อนฉันเจอชายคนนี้ มันสามารถออกไปได้”

ทันทีที่ได้ยินว่าออกไปได้สาวผมดำจึงถามขึ้นทันทีด้วยความกลัว “งั้นทำไมเราไม่ออกไปทางนั้นเลยล่ะ! ฉันทนอยู่ตรงนี้จะไม่ไหวแล้วนะ!” เธอกดเสียงตะโกนเพราะก็รู้ดีว่าการส่งเสียงดังสะท้อนไปมาในสถานที่เช่นนี้เสี่ยงเพียงใด

“เพดานจุดนั้นเสี่ยงจะถล่มอีกรอบเลยไม่เหมาะจะเคลื่อนย้ายพวกคุณเท่าไหร่” ลูเซียสสามารถอธิบายโดยไม่รู้สึกหงุดหงิดกับน้ำเสียงและสายตาของอีกฝ่าย เธอเข้าใจดีว่าผู้ประสบภัยต่างกลัวและกังวลต่างกับเธอที่ไม่ได้กลัวตาย แม้แต่ในตอนนี้ก็ไม่ได้กลัว...

“เดี๋ยวฉันกลับมา” ลูเซียสแยกตัวไปสำรวจช่องเล็ก ๆ พอเข้าไปใกล้ก็พบว่ามันมีขนาดให้คลานลอดไปได้อย่างสบาย โครงสร้างที่ค้ำยันกันเองเป็นโพรงแข็งแรงทีเดียวและที่ปลายนั้นเป็นพื้นที่ว่างของห้องไฟฟ้าเล็ก ๆ ที่ไม่มีความเสียหายจากการถล่ม ลูเซียสคิดสะระตะถึงแผนผังอาคารก็ตัดสินใจจะย้ายพวกเขามาที่ห้องนี้ค่อยหาทางต่อ

เมื่อลูเซียสกลับไป พวกเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

“พวกเราจะย้ายไปอีกฟากของช่องลอดนี่กัน พวกคุณคลานกันไหวไหม ทางไม่ไกลมาน่าจะแค่สามเมตรไม่เกินนี้ ถัดไปจะเป็นที่ว่างเล็กน้อยก่อนเป็นห้องไฟฟ้า” ลูเซียสพยุงชายวัยกลางคนขึ้นและพูดกับสองสาว พวกเธอหันไปมองหน้ากันและพยักหน้ายอมรับการตัดสินใจของลูเซียส พวกเธอเป็นสองคนที่คลานเข้าไปก่อนตามด้วยชายวัยกลางคนและลูเซียสปิดท้าย

ห้องไฟฟ้าขนาดเล็กแต่ดูแข็งแรง มันทำให้ทั้งสามคนที่ประสบภัยรู้สึกโล่งใจขึ้นมาก่อนที่จะดำดิ่งเพราะเสียงถล่มที่ปากทางเข้า พวกเขากลับไปทางเดิมไม่ได้แล้ว

“ให้ตายแล้วแบบนี้พวกเราจะออกไปยังไง!” สาวผมดำกรีดร้องออกมาราวเสียสติ เธอได้เพื่อนคอยบอกให้ใจเย็นลงพลางกอดปลอบทั้งที่ก็กลัวขึ้นมาเช่นกัน

“ทางออกอื่น” ลูเซียสเดินไปเคาะผนังห้องแต่ละส่วนอย่างใจเย็น

“แต่นี่มันทางตัน!!” เธอตวาดซ้ำมองลูเซียสที่ดูไม่ร้อนรนอะไรเลยทั้งที่ติดอยู่ที่นี่

“โครงสร้างห้องไฟฟ้าแข็งแรงมากในผังพิมพ์เขียวของห้างนี้ อีกอย่าง...” เสียงเคาะผนังที่ลูเซียสหยุดยืนอยู่ต่างออกไปจากเสียงส่วนอื่น

“ตรงนี้เป็นใต้ดินเพราะงั้นจะมีอยู่ช่วงเล็ก ๆ ที่เชื่อมกับพื้นที่โล่งใต้ดินอื่นที่” มิวแทนท์สาวเปิดกระเป๋าหยิบดาบเลเซอร์ขึ้นมาแทงกำแพงเป็นช่องให้ลอดผ่านไปขนาดพอดีคน

พวกเขาอึ้งไปตาม ๆ กันเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเล่นสร้างทางออกนอกเหนือผังอาคารขึ้นมาดื้อ ๆ แถมยังเป็นการทำลายทรัพย์สินของทางห้างอีกต่างหาก

ลูเซียสยักไหล่ “ยังไงก็ต้องซ่อมอาคารถล่มอยู่แล้วซ่อมอีกสักรูไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่หรอก โกงวัสดุก่อสร้างจนเกิดเรื่อง ผลที่ตามมาก็ต้องรับผิดชอบให้สมกับที่ยักยอกไปเป็นเรื่องปกตินี่?” ลูเซียสเก็บดาบเลเซอร์และส่องไฟฉายสำรวจพื้นที่นอกเหนือห้องไฟฟ้า ทางมืดและมีเสียงน้ำไหลไกลออกไป

“น่าจะเชื่อมกับอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดิน อย่างน้อยพวกมันก็แข็งแรงยิ่งกว่าชั้นใต้ดินห้างนี้ พวกคุณพร้อมจะไปกันรึยัง?” ลูเซียสดูพื้นที่ต่างระดับเล็กน้อยแต่ก็ยังสามารถช่วยส่งพวกเขาไปทีละคนได้ไม่เป็นปัญหา

ทั้งสามมองหน้ากันอย่างจนใจและทำตามกู้ภัยอาสาตรงหน้า

[เกิดอะไรขึ้นลู! ฉันได้ยินการถล่มซ้ำ! ตอบด้วย!] แฟร์ติดต่อมาทางไอดีเอส่วนตัวไม่ใช่บลูทูธไร้สายที่หู

“พวกเราเจอถล่มซ้ำนิดหน่อยแต่ช่วยออกมาได้สามคนจากพื้นที่ที่ฉันสำรวจ อยู่ในห้องไฟฟ้าและกำลังจะออกไป” ลูเซียสยกไอดีเอขึ้นมาตอบโต้

[หา!? ห้องไฟฟ้ามันทางตันไม่ใช่เหรอแล้วเธอจะออกไปทางไหนในเมื่อทางเข้ามันโดนปิด!?] แฟร์เหวกลับมาอย่างร้อนรน

“ก็ตรงช่องว่างระหว่างอาคารที่ติดกับใต้ดินส่วนอื่นนอกเขตห้างไง?” ลูเซียสตอบราวกับว่ามันต้องเป็นทางนั้นอยู่แล้ว อันที่จริงแค่รับรู้พิมพ์เขียวของห้างก็นับว่าโชคดีมากแล้วที่เจอจุดโครงสร้างแข็งแรงเป็นพิเศษ แต่การสร้างทางเชื่อมขึ้นมาเองใหม่นี่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยกับกู้ภัยทั่วไป

[มันมีพื้นที่อะไรแบบนั้นด้วยเหรอ?] น้ำเสียงของคนเป็นพี่ชายทั้งสงสัยทั้งกังวล

“มันมีพื้นที่ที่ผนังติดกันแล้วไม่ได้สร้างความหนาเพิ่มเอาไว้บังเอิญว่าเป็นช่วงห้องไฟฟ้ากับทางใต้ดินใกล้ ๆ น่าจะเป็นอุโมงค์ระบายน้ำของอาคารพาณิชย์ติดกัน” ลูเซียสขมวดคิ้ว

[เธอไปเอาข้อมูลนี้มาจากไหน...] น้ำเสียงของปลายสายเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดเพราะมันไม่ใช่ข้อมูลที่จะสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ขอก่อน

“...อาซาไรให้ดูเอาไว้ เขาบอกว่ายิ่งฉันรู้โครงสร้างของตึกกับผิวเกาะ ใต้ผิวเกาะมากแค่ไหนก็ยิ่งดีกับตัวเองมาเท่านั้น” เธอตอบออกไปและไม่คิดว่ามันจะเป็นความลับ ลูเซียสกวักมือเรียงให้ผู้ประสบภัยทั้งสามรีบออกไปที่ส่วนเชื่อมต่อของอาคารอื่น

พวกเขาได้แต่คิดในใจว่าสิ่งที่ลูเซียสรู้มามันไม่ปกติ แต่ว่าเพราะรู้มากเกินไปถึงทำให้พวกเขารอดชีวิต ซ้ำยังอยู่ในที่ปลอดภัยได้เร็วกว่าการช่วยเหลือของคนอื่น

[นี่มันเป็นข้อมูลลับนะลูเซียส...]

“แต่ถ้าใช้ช่วยคนได้ก็ใช้ไปเหอะ” มิวแทนท์สาวไม่ยี่หระกับการแหกกฎ เมื่อก่อนเธอเคร่งกฎ และทำตามข้อบัญญัติทุกประการ แต่เมื่อเรียนรู้ที่จะเป็นมนุษย์ ลูเซียสกลับคิดว่ากฎนั้นไม่สามารถบังคับใช้ได้ในทุกสถานการณ์

บางครั้งศีลธรรม และความเป็นมนุษยธรรมต้องมาก่อนข้อกำหนดเพื่อความเรียบร้อยของสังคม

ลูเซียสยกมือให้พวกเขาหยุดเดินก่อนเพื่อที่เธอจะออกไปสำรวจพื้นที่ว่าปลอดภัยจริง ๆ จึงเดินกลับมาช่วยพยุงชายวัยกลางคนพร้อมเดินไปด้วยกันกับผู้ประสบภัย ทำให้พวกเขาได้ยินบทสนทนาที่น่าเอ็นดูเหล่านี้

[กลับมาเธอต้องโดนจับอบรมหูชาแน่...] แฟร์ขู่แล้วก็หัวเราะอย่างสบายใจเมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายเข้าเขตปลอดภัยแล้ว

“นั่นขึ้นกับว่าใครเป็นคนอบรม” ลูเซียสตอบไปทันควัน

[คุณจาฮารา ไม่มีทางเป็นคนอื่นไปได้หรอก] คนปลายสายกระตุกยิ้มเพราะว่าเขาเองก็คงจะอบรมเธอไม่ไหวแล้ว ความคิดของลูเซียสที่เต็มไปด้วยข้อมูลเขาคนเดียวรับมือไม่ได้

“ช่วยด้วย....ไม่เอาลุง” ลูเซียสหน้าหมองลงเมื่อได้ยินว่าใครจะเป็นคนอบรมตัวเอง

[เหอะ ฝัน! แล้วอยู่ไหนแล้วจะได้ให้คนไปรับมีคนเจ็บรึเปล่า]

“เหล็กเสียงแข้งหนึ่ง แผลถลอกสอง ปฐมพยาบาลแล้วแต่ส่งต่อให้รถพยาบาลก็ดี” ลูเซียสมีสีหน้าเดิม ๆ ไม่ว่าจะพูดจริงจัง คอยอธิบายพวกเขา กระทั่งพูดเล่นกับคนปลายสายของไอดีเอ

[โอ้ยเสียวขาตัวเอง ไม่ฟังเธอแล้วลู ฉันให้พวกที่เอ็นเลสเช็กตำแหน่งเธอแล้ว ขึ้นมาข้างบนด้วยบันไดแรกที่เห็นเลยมีคนรอรับอยู่แล้ว คนที่เจ็บขาเดี๋ยวเราจะส่งเปลนั่งลงไปในท่อ เสร็จจากตรงนี้แล้วห้ามไปไหน ตอนที่ลอดเข้าไปในซากอาคารรู้ไหมว่ามันอันตรายกับเธอแค่ไหน] แฟร์เริ่มจะมีน้ำเสียงหงุดหงิดขึ้นมาอีกรอบ

“ก็ไม่เห็นเป็นอะไรที่ มันแค่เข้าได้ออกไม่ได้แค่นั้นเอง” ลูเซียสมองไม่เห็นปัญหาเลยเถียงออกไปทันที

‘นั่นแหละปัญหา...’ ผู้ประสบภัยยิ้มเจื่อนไม่คิดว่าอาสากู้ภัยวัยรุ่นคนนี้จะบ้องตื้นได้เพียงนี้

[นั่นแหละปัญหายายน้องบื้อ] แฟร์ตีหน้าผากตัวเองแล้วถอนหายใจ

“...” ลูเซียสขมวดคิ้วเป็นปมพลางขบคิดถึงสาเหตุที่ตัวเองถูกปรามาส

[เอาเป็นว่าลุงจาฮาราจะอบรมเธอแน่นอน ล้านเปอร์เซ็นต์] แฟร์พ่นหัวเราะ [แล้วเดี๋ยวฉันจะไปนั่งเป็นเพื่อน]

ได้ยินดังนั้นดวงตาของลูเซียสสก็มีชีวิตชีวาขึ้น “จะช่วยลูแล้วใช่ไหม?” เธอค่อนข้างคาดหวังเพราะปกติแฟร์มักจะเข้าข้างเธอแม้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะถูกพวกผู้ใหญ่จำกัดความว่าซนก็ตาม

[นั่งผสมโรงกับจาฮาราอบรมเธอยายน้องเล็ก...]

นั่นทำให้ลูเซียสเข้าใจอารมณ์ที่กระตุ้นให้อยากเดาะลิ้นขึ้นมาเป็นครั้งแรก “....ชิ”

หลังจากทั้งสามปลอดภัย ลูเซียสก็ถูกบังคับให้ตามแฟร์ไปสถานเดียว แน่นอนว่าเขาไม่ยอมปล่อยให้เธอคลาดสายตาเขาไปทำอะไรเสี่ยง ๆ อีกเด็ดขาด ทว่าลูเซียสก็ยังคงความเป็นตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม

งานนี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ใครหลายคนเริ่มรู้จักกู้ภัยอาสาซึ่งมาจากเอ็นเลส ซ้ำยังเป็นคนที่เซทซีโร่เรียกว่าน้องเล็กอย่างเอ็นดู ยายน้องเล็กที่เหมือนจะลืมไปว่าตัวเองก็บาดเจ็บและตายได้เหมือนกัน

ในค่ำนั้นทันทีที่การกู้ภัยจบลง จาฮาราก็มายืนกอดอกหน้าทางเข้าตึกเอ็นเลสในโรงจอดรถ รอรับใครบางคนทันทีที่ลงจากยานพาหนะ

“รู้ความผิดตัวเองไหมลูเซียส?” จาฮาราลองหยั่งเชิงถาม เขาปรายตาดุ ๆ ผ่านแว่น จ้องเขม็งไปที่มิวแทนท์สาว

“...ไม่ค่ะ” คำตอบอันตรงไปตรงมาทำให้เธอถูกหิ้วไปยังเลาจน์ของหน่วย และได้รับอนุญาตให้ออกมาได้ในสามชั่วโมงให้หลัง...

 

--------------------------

furtherance : ความคืบหน้า, ความก้าวหน้า > น้องลูที่ไม่หุ่นยนต์กับคนแปลกหน้า #มั่ย

ช่วงทอร์ค สองสามวันมานี้วาดอดอปเตรียมขายอีกเซต แล้วก็ทนชอบไม่ไหวจนต้องเก็บขึ้นเป็นออริตัวเองหนึ่งคน(อีกแล้ว)55555 บ้าจริงเชียวค่ะ ก็เลยต้องวาดเพิ่มให้ครบห้าตัวยืนเรียงสวยๆ

ส่วนงานเขียนล่าสุดก็พบอีกจุดอ่อนของตัวเองในเรื่องความมีมิติของตัวร้ายค่ะ เพื่อนบอกภัยสังคมไม่พอก็งี้แหละ/หันไปแบบ หะ อะไรนะ เพื่อนจะสรุปเราด้วยคำนี้จริงๆเหรอ 555555555555 < แล้วก็คือเถียงไม่ออก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #45 zutto (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 20:34
    ยัยน้องน้อยยย
    #45
    0
  2. #30 faza205317 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 02:10
    ยัยน้องงงงงง อย่างงี้ต้องเทศนานๆ ไม่ดูแลตัวเองเลยยย
    #30
    1
    • #30-1 DarkSoul.(จากตอนที่ 22)
      23 พฤศจิกายน 2563 / 14:45
      ยัยน้องบอกน้องทำผิดอะไรเข้าไปช่วยออกมาแล้วไง/ย่นคิ้ว 555555555555555555
      #30-1