Endless SSU | ลำดับ 1 แห่งไร้สิ้นสุด

ตอนที่ 20 : Role.19 - Unknow

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    8 พ.ย. 63

Role.19 - Unknow

 

“หมายความว่ายังไง” ลูเซียสขมวดคิ้วหลังจากที่แฟร์กลับมาเล่าว่าภารกิจล่าสุดที่โรงพยาบาลคนร้ายคือชายที่เป็นลมตรงย่านถนนทางเดิน

“จงใจเป็นลม?” ซีโร่เลิกคิ้ว

“ไม่ใช่... ฉันก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง... แค่ตงิดในใจว่าแปลกแต่ก็ไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยัน” แฟร์นวดกรามขมวดคิ้วตีหน้ายุ่ง เขาถอนหายใจและเริ่มเล่ารายละเอียดที่แปลกให้ฟังใหม่อีกครั้ง

“จากรายงานของรถพยาบาลหมอนั่นหมดสติไปจริง พอตื่นขึ้นมาก็ลงมือทำร้ายพยาบาลถึงตายด้วยอุปกรณ์การแพทย์บนรถเข็นทำการซ่อนศพ แต่หลังจากมีคนไปเจอก็อาละวาดที่โรงพยาบาลเสียยกใหญ่... พอรวบตัวได้ก็ดันหัวเราะจนหมดสติไปอีกรอบ นี่แหละแปลก คนเราจะหัวเราะจนเป็นลมได้หรอก ไหนจะทั้งสีหน้าแววตาหลังจากได้สติใหม่อีก อย่างกับคนสองบุคลิก...แต่...” แฟร์พ่นลมหายใจ...

“ด้วยการตรวจเบื้องต้นเขาไม่ได้ป่วยทางจิต ไม่ใช่ทั้งพวกอารมณ์สองขั้วและคนสองบุคลิก ไม่ได้มีอาการหลงผิดหรือเป็นจิตเวชชนิดใดเลยด้วยซ้ำ...” มิวแทนท์หนุ่มทิ้งตัวลงโซฟา

“ผู้ร้ายประเภทควบคุมจิตใจ?” ลูเซียสเลิกคิ้ว

“ไม่ใช่ ตามรายงานแท็กมิวแทนท์วันนี้ไม่มีรายงานการใช้พลังจิตประเภทนั้นในโดม ถ้ามีก็เป็นการปกปิด แต่...” แฟร์เว้นวรรคไป

“มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการปกปิดรายงานการใช้พลังจิตจากแท็กตามที่ขึ้นทะเบียนไว้ เพราะทันทีที่ใช้ระบบจะแจ้งเตือนและบันทึกสถานที่กับเวลาที่เริ่มใช้ทันทีแถมยังส่งไปที่ไอดีเอของเจ้าของเลขแท็ก...สินะ?” ซีโร่เอ่ยถึงระบบที่รัดกุมและเที่ยงตรงของยุคสมัยนี้

“ใช่ และมันยังมีเหตุผลอื่นอีก...” แฟร์ไม่ชอบสถานการณ์นี้เอาซะเลย นี่เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่คดีจำต้องมีแพะเพื่อคลายความหวาดกลัวของประชาชน แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทั้งหมดเองจะรู้แก่ใจว่าคนที่ถูกจับกุมในคดีฆาตกรรมนี้ไม่ใช่ฆาตกรที่แท้จริง

“โรงพยาบาลเป็นห้ามการใช้พลังจิตหากไม่ใช่บุคลากร หรือไม่ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ...โรงพยาบาลของที่เดอะวันน่ะ มีโครงข่ายระบบตรวจจับพลังจิตนอกเหนือจากที่ลงทะเบียนเป็นคนในเอาไว้บนเพดาน ดังนั้นถ้าเกิดมีการใช้พลังจิตอยู่ในบริเวณก็จะมีเสียงแจ้งเตือนและไฟตรงนั้นจะเปลี่ยนสีไปทันที ซึ่งระบบรักษาความปลอดภัยนี้ไม่ได้ทำงานเลยตลอดเวลาที่หมอนั่นอาละวาด สลบไป กระทั่งฟื้นขึ้นในอีกครั้งในสภาพจำอะไรไม่ได้เลย” แฟร์ที่เจอกับคดีประหลาดอดกลุ้มไม่ได้ว่าเขากำลังเจอกับอะไร

เพราะนอกจากพลังจิตในการควบคุมจิตใจพวกเขาก็ไม่เห็นสาเหตุอื่นอีก...

“ผี?” ลูเซียสนึกขึ้นได้ก็ลองเสนอความเป็นไปได้ขึ้น

“ไม่มีทาง” แฟร์ย่นคอเบะปาก “ไม่ใช่ไม่เชื่อนะแต่ว่าพวกพลังจิตติดต่อวิญญาณเองก็พูดว่าวิญญาณส่วนใหญ่พลังไม่มากพอจะสิงใครต่อใครได้ง่าย ๆ แถมที่มีพลังมากพอจะสิงได้ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกติดที่หรือติดคนมาก ผู้ชายคนนั้นไม่มีประวัติทั้งญาติพี่น้องที่เสียชีวิตโดยมีนิสัยรุนแรง เพื่อนเองก็ไม่มีใครเสียชีวิต ถ้าจะให้พูดถึงวิญญาณแค้นตามสถานที่ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เดอะวันเพิ่งจะสร้างมาได้ไม่ถึงครึ่งปี การก่อสร้างทั้งหมดโปร่งใสตรวจสอบจำนวนคนเข้าออกได้ ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตระหว่างก่อสร้างแม้แต่คนเดียว...” แฟร์มุ่ยหน้า

“ฉันถึงได้บอกว่าแปลกไง ถ้าไม่ใช่ผี ไม่ใช่พลังจิต แล้วอะไร? มันไม่ใช่อาการทางจิตด้วย” ชายหนุ่มถอนหายใจ

เพราะคดีนี้ทำให้สายตาคนในสังคมพุ่งเป้าไปที่ความปลอดภัยของโรงพยาบาลแห่งเดียวในเดอะวัน

“นั่นเป็นโรงพยาบาลพันธมิตรของเอ็นเลสด้วย แต่พอมีเรื่องนี้ขึ้นมารายได้น่าจะตก และอีกไม่นานคงจะมีโรงพยาบาลอีกแห่งเข้ามาตั้งในเขตสักเขตหนึ่งบนเกาะนี้” แฟร์อนุมานสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้

“ไม่เห็นมีเหตุผล... มันต้องมีสาเหตุอะไรสักอย่างสิ แสร้งทำ?” ลูเซียสมุ่นคิ้ว

“ฉันก็คิดแบบนั้น แต่ไม่ว่าจะเทเลพาธี เครื่องจับเท็จ ต่างก็บอกว่าคำพูดของเขาไม่มีส่วนไหนโกหกเลย ความทรงจำของเขามีถึงแค่ตอนเป็นลมด้วยซ้ำไม่มีหลังจากนั้น ราวกับว่าตื่นขึ้นมาก็เป็นฆาตกรไปแล้ว” แฟร์เล่าต่อในส่วนที่ยังไม่ได้พูด

“...นั่นก็ออกจะไร้เหตุผลไปหน่อยนะในเมื่อไม่มีมูลเหตุจะฆ่า ไม่ใช่ทั้งการควบคุมบงการจิตใจระยะไกล อาการทางจิตเองก็ไม่ใช่ ผีก็ไม่ใช่ จะมีอะไรได้อีก?” ซีโร่เลิกคิ้ว “ถ่ายหนังสยองขวัญรึไง?” เขาสัพยอกขึ้นฉุน ๆ กับคดีไร้มูลเหตุของผู้ต้องหาในครั้งนี้ ทว่าความเสียหายกับผู้เสียชีวิตกลับมีอยู่จริง

“...” ลูเซียสไม่ได้พูดอะไรแค่เหล่มองซีโร่อย่างไม่ค่อยเข้าใจมุกตลกร้ายของเขาเท่าไหร่

“โรค?” มิวแทนท์สาววัยรุ่นเลิกคิ้วกล่าวถึงอีกความเป็นไปได้

“ก็บอกแล้วไงลู มันไม่ใช่อาการทางจิต...” แฟร์ยักไหล่

“ไม่ใช่ ฉันหมายถึงโรคจากของนอกร่างกายไม่ใช่จิตใจ” ลูเซียสย้ำคำอีกครั้งพลางอธิบายไปด้วย เมื่อจริงจังขึ้นมาคำแทนตัวด้วยชื่อพยางค์แรกของเธอก็หายไป

“โรค? ฉัน...ไม่คิดอย่างนั้นหรอกนะ” ซีโร่ขมวดคิ้ว “หรือเธอจะบอกว่ามีโรคทางกายชนิดไหนแสดงผลเป็นอาการคลั่งเฉพาะเวลาแบบนี้?” ชายผมแดงไม่เห็นด้วยทันที

“ปรสิต...” ลูเซียสตอบคำถามนั่นทันที

“ปรสิตบนโลกไม่มีทางที่จะ...” ชายผมแดงเสียงหายไปก่อนจะตีหน้ายุ่ง

“จากต่างดาว? เป็นไปได้ยากนะพวกเรามีสถานีคัดกรอง นอกจากนี้ตั้งแต่ดาวโลกเป็นดาวท่าทรัพยากรการตรวจตราและวินิจฉัยโรคแฝงของเพื่อนบ้างห่างไกลที่ลงจอดบนดาวดวงนี้ก็มีเจ้าหน้าที่คอยกำกับดูแลใกล้ชิดตลอด... มีคนจากสภาดวงดาวและข้อมูลระบบชุดใหญ่เกี่ยวกับโรคต่างดาวต่างสายพันธุ์และปรสิตเอเลี่ยนด้วย...” แฟร์ขทวดคิ้วเขาเดินไปหยิบแท็บเล็ตของตนขึ้นมาเปิดไฟล์คัดกรองโรคตามภูมิภาคดวงดาว

“สมัยการเปิดดาวแรก ๆ เราก็ประสบปัญหาการคัดกรองโรคและปรสิตรวมไปทั้งสายพันธุ์ที่จะเข้ามาทำลายระบบนิเวศเหมือนกันแต่ตั้งแต่จัดการกับโครงข่ายตรวจสอบและข้อมูลที่สภาดวงดาวมอบมาให้เราก็ไม่มีปัญหาเรื่องโรคอุบัติใหม่หรือปรสิตสายพันธุ์ต่างดาวอีก... ที่จริงมันก็มีกรณีศึกษาเรื่องติดเชื้อแล้วเสียสติอยู่ แต่มันเป็นการอาละวาดและเสียสติถาวร ต่างกับที่เราเจอ เขากลับมามีสติหลังจากเป็นลมไป” แฟร์ส่งแท็บเล็ตให้ลูเซียสเอาไปอ่าน ยังไงมันสมองของเธอก็สุดยอด ยิ่งได้ข้อมูลมากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้นเท่านั้น

“กลายเป็นคดีปริศนาที่ปิดไม่ลงไปซะแล้ว” ซีโร่ถอนหายใจ

“ในยุคสมัยที่วิทยาการเจริญก้าวหน้าแบบนี้ จะมีคดีที่ปิดไม่ลงได้ด้วยเหรอ?” ลูเซียสขมวดคิ้ว

 

 

 

หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์พวกเขาก็ต้องยอมรับจริง ๆ ว่ามันกลายเป็นคดีที่ปิดไม่ลง ทางรัฐบาลทุ่มเททั้งกำลังคนและการใช้อุปกรณ์ตรวจจับมากมายเพื่อไขคดีนี้อยู่เบื้องหลังการประกาศออกไปว่าฆาตกรถูกจับได้แล้ว โดยแถลงออกไปเป็นเรื่องของความแค้นส่วนตัวเพื่อบังหน้าไม่ให้เดอะวันกลายเป็นโครงการที่ถูกปิดลง

“ลุกซ์คะ มีภารกิจด่วนเข้ามา เข้าร่วมกับกองกำลังทางทะเลเพื่อจัดการผู้ลักลอบขนสินค้าเถื่อนเข้ามาในน่านน้ำเดอะวันค่ะ” อาซาฮีคลี่ยิ้มและส่งข้อมูลภารกิจให้หญิงสาวผ่านทางแท็บเล็ต

“ไม่ต้องอยู่คุ้มครองอาซาไรแล้วเหรอ?” ลูเซียสถามขึ้น

“ไม่ต้องแล้วค่ะ ต่อแต่นี้ไปพวกเราจะกลับมาทำงานปกติ ท่านรัฐมนตรีมีคนคุ้มครองมือดีจากสภาดวงดาวแล้ว ทันทีที่ได้ข่าวว่าบุคลากรของสภาดวงดาวถูกเพ่งเล็งโดยกลุ่มอนุรักษนิยมหัวรุนแรงชาวดาวพื้นเมืองก็ส่งคนมาทันทีค่ะ เป็นระบบองค์กรที่ให้ความสำคัญกับสมาชิกดี ว่าไหมคะ?” อาซาฮีแตะนิ้วลงมุมปากตัวเอง

“มันก็ดี จะดีกว่านี้ถ้าลงมาช่วยไกล่เกลี่ยเพิ่ม” ลูเซียสตอบปัดไปพลางอ่านรายละเอียดภารกิจของตน

“แหม ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะลุกซ์แค่ส่งคนมาคุ้มครองก็ดูเป็นการเข้าข้างแล้ว ถ้าส่งคนมาไกล่เกลี่ยจะดูปกป้องกันเกินไปหน่อย อีกอย่าง...เรื่องนี้ลำพังพวกเราจัดการกันเองได้สบายอยู่แล้วค่ะ เพียงต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์หน่อยก็เท่านั้น” อาซาฮี

“ร่วมกับทีมระดับกลางสินะ ไม่มีปัญหา” ลูเซียสลุกขึ้นจากโซฟาทันทีด้วยนิสัยชอบใส่บอดี้สูทพร้อมออกภารกิจจึงทำให้แทบไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนชุด

“ถ้าเห็นอะไรผิดปกติกลับมารายงานด้วยนะคะ” เอเลี่ยนสาวย้ำอีกประโยค

“รับทราบ” ลูเซียสยกมือให้ข้างระดับไหล่เป็นท่าทางของการตอบรับ มิวแทนท์สาวมุ่งหน้าไปที่แผนกทีมปฏิบัติงานชั้นล่างทันที

 

 

“คุณลูเซียส? เข้าร่วมการสำรวจเส้นทางใต้ดินด้วยเหรอครับ?” หัวหน้ากลุ่มย่อยที่ห้องเตรียมตัวอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อเจ้าหน้าที่ปราบปรามเลื่องชื่อเองก็อยู่ในการควบคุมของเขาด้วย

“อืม...” ลูเซียสเขย่าไอดีเอให้อีกฝ่ายเช็กคำสั่งจากท่านประธาน

“เข้าใจแล้วครับถ้าอย่างนั้นรบกวนด้วย หวังว่าจะได้เรียนรู้จากคุณนะครับ” หัวหน้าทีมชั่วคราวยิ้มอย่างสุภาพ

หลังจากที่ทุกอย่างพร้อมทีมออกปฏิบัติภารกิจก็ขึ้นรถและมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย ในรถหัวหน้าทีมก็ทบทวนแผนการทำงานระหว่างทางอีกครั้ง หน้าที่ของพวกเขาคือสำรวจเส้นทางใต้ดินที่จะใช้เป็นอุโมงค์ระบายน้ำใต้ห้างสรรพสินค้าที่กำลังก่อสร้าง มีรายงานเกี่ยวกับคนหายและร่องรอยการต่อสู้ขัดขืนในเส้นทางนั้น ผู้อำนวยการสร้างจึงรีบแจ้งเรื่องไปที่รัฐบาลและเอ็นเลสทันที ซึ่งทางรัฐบาลเห็นว่านี่เป็นเขตในดูแลการก่อสร้างของตนเอง การจะลงสำรวจด้วยตนเองอาจทำให้ดูไม่โปร่งใส ภารกิจค้นหาและสำรวจจึงตกไปอยู่ในมือของเอ็นเลสโดยปริยาย

พวกเขาเช็กอุปกรณ์และเปิดอุปกรณ์สื่อสารที่หมวกกันน็อกแยกเป็นกลุ่มย่อยและกระจายกันไปตามเส้นทางในอุโมงค์ระบายน้ำใต้ห้างสรรพสินค้า

ลูเซียสอยู่ทีมแยกกับหัวหน้ากลุ่ม เขาดูจะมั่นใจให้เธอบังคับบัญชาการลูกน้องของเขาสองคนที่ไปกับเธอแม้ว่าลูเซียสจะอายุน้อยที่สุดในกลุ่มก็ตาม

ตลอดทางไม่มีการสนทนาอะไรกันพวกเขาสอดส่ายสายตาสำรวจพื้นที่โดยรอบที่มืดสลัวด้วยไฟจากปลายกระบอกปืน และที่หมวกกันน็อก ในอุโมงค์ทางเดินมีลมพัดจากด้านหลังของพวกเขาเป็นระยะด้วยระบบหมุนเวียนอากาศภายใน สักพักใหญ่พวกเขาจึงเจอกับทางแยกสามแพร่งซึ่งก่อนหน้านี้ระบุว่าพบรองเท้าหนึ่งข้างตกอยู่ คนงานไม่ทันได้เข้าไปสำรวจก็รีบวิ่งหนีออกมารายงานผู้ควบคุมงานก่อนสร้างก่อนจะทดสอบเปิดให้น้ำไหลผ่าน

รองเท้าที่ล้มแช่อยู่ในน้ำครึ่งหนึ่งไม่มีรอยเปื้อนอะไรหากมองด้วยตา

“เช็กลูมินอล” ลูเซียสเอ่ยขึ้น พวกเขาทั้งสองและเธอต่างดับไปและเปิดกระบอกไฟฉายพิเศษขึ้นไปที่รองเท้า ทว่าสารเรืองแสงนั่นไม่ได้ปรากฏที่รองเท้า แต่ปรากฏเป็นริ้วอยู่ขอบผิวน้ำและติดเป็นคราบที่ผนังอุโมงค์ ทั้งยังมีร่องรอยคล้ายปากแผลถูกกระแทกกับผนังก่อนจะล้มลงจนเลือดถูกลากเป็นทางลงมาที่พื้น แม้ด้วยตาเปล่าจะไม่มีคราบผิดปกติเลยก็ตาม

“...กลุ่มสามรายงานที่ปากทางสามแพร่งสุดเส้นทางสายรองพบร่องรอยคราบเลือด ยังไม่พบคนหาย” เจ้าหน้าที่รั้งท้ายรีบเปิดวอร์รายงานกลุ่มอื่นทันที

เสียงที่ตอบกลับมาจากกลุ่มหนึ่งก็รายงานสิ่งที่ตนเจอเหมือนกัน “กลุ่มหนึ่งรายงาน พบร่องรอยการงัดตู้อุปกรณ์ฉุกเฉินที่เส้นทางรอง กำลังตรวจเช็กโดยรอบ”

“กลุ่มสองรายงาน เส้นทางหลักไม่พบความผิดปกติ”

พวกเขามองหน้ากันในความมืดและเปิดไฟปกติเพื่อความสว่าง เก็บกระบอกตรวจลูมินอลหลังจากแน่ใจแล้วว่าคราบเลือดไหลไปที่ทางแยกซ้าย

“ระวังตัวด้วย หลังจากพบความผิดปกติคนงานก็แจ้งมาทันที หลังจากพบรองเท้าก็น่าจะไม่เกินสามชั่วโมง ถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นแล้วยังไม่มีคนออกมา คนร้ายอาจจะยังอยู่ในนี้” ลูเซียสกำชับให้เจ้าหน้าที่อีกสองคนตื่นตัว แน่นอนว่าพวกเขาระมัดระวังมากขึ้นโดยไม่อคติเลย

ตอนแรกพวกเขาก็คิดว่าอาจจะเป็นการหลงทางในอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินเพราะถัดจากทางสามแพร่งไปจะเป็นพื้นที่เชื่อมกับอุโมงค์ระบายน้ำอื่นนอกเขตห้าง คนงานที่หายตัวไปอาจจะหลงทางอยู่ก็เป็นได้ รายงานตรวจสอบพยานบุคคลกล่าวอ้างว่าคนที่หายไปเป็นคนขี้เมา เขาดื่มหนักก่อนจะลงมาข้างล่าง การจะหลงวกวนใต้นี้จึงไม่ผิดปกตินัก เพียงแต่เมื่อพบกับรอยเลือด ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่ใช่เหตุปกติหรือคนหายทั่วไป...

“จากพิมพ์เขียวทางน้ำใต้ดินแยกซ้ายนี้เชื่อมไปถึงสวนสาธารณะครับ...” ชายด้านหลังลูเซียสอธิบายเสริม “ถ้าเป็นเส้นทางนี้ หากมีคนร้ายอาจจะหลบหนีไปได้โดยไม่มีใครพบเห็น ตอนนี้สวนสาธารณะยังอยู่ระหว่างปรับปรุงภูมิทัศน์ไม่เปิดให้คนนอกใช้บริการแม้ว่าจะทำงานเสร็จแล้ว ตามกำหนดจะเปิดตัวพร้อมกับย่านพักอาศัยที่ติดกัน”

“ติดต่อไปที่องค์กรทีว่าขอภาพจากกล้องวงจรปิดรอบพื้นที่สวนสาธารณะ” ลูเซียสกวาดไฟฉายไปมาตามทางที่แคบลงมาอีกระดับ พวกเขาเดินเรียงหนึ่ง ย่างก้าวอย่างระมัดระวัง

เมื่อเทียบกับเส้นทางรองก่อนหน้าทางย่อยนี้ค่อนข้างมืดกว่าอย่างเห็นได้ชัด เสียงน้ำชัดขึ้นเหมือนปลายทางเป็นพื้นที่ยกระดับจึงมีเสียงน้ำชัดกว่าทางราบ

ไฟฉายของเธอกระทบเข้ากับอะไรบางอย่าง พวกเขาเลือกมาถูกทางแต่ก็สายเกินไปแล้ว

ร่างของคนงานถูกทุบจนบิดเบี้ยวด้วยอะไรบางอย่างนอนคว่ำหน้าปล่อยให้น้ำไหลผ่านตัวเขาไป

“เรียกหน่วยชันสูตรมา ตำรวจด้วย ปิดการเข้าออกทั้งเขตก่อนสร้างและพื้นที่สวนสาธารณะ เอาภาพจากกล้องพื้นที่ใกล้เคียงทั้งหมดและรายงานการเข้าออกพื้นที่โดยรอบ” ลูเซียสติดต่อไปที่อาซาฮีผ่านไอดีเอทันที

“...กลุ่มสามรายงานพบศพนิรนามคาดว่าเป็นคนงานที่หายตัวไป สภาพการตายไม่ใช่การทำร้ายตัวเองหรืออุบัติเหตุ”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูเซียสเห็นศพที่สภาพไม่น่ามองเท่าไหร่ แต่คงไม่ใช่เรื่องบ่อยนักของทีมสำรวจพวกเขารีบหันหลังและเดินหลบห่างออกไปกล้ำกลืนอาหารมื้อก่อนหน้าที่คล้ายจะดันย้อนขึ้นมาในลำคอ กลิ่นคาวเหล็กลอยขึ้นมาแตะจมูก เลือดของชายผู้เสียชีวิตไหลเอื่อยไปกับกระแสน้ำในทิศทางเดียว

“...” ลูเซียสเดินเข้าไปใกล้และใช้ไฟฉายส่องดูว่าถัดจากนั้นสภาพโดยรอบเป็นยังไง ถัดจากศพนิรนามพื้นต่ำกว่าประมาณครึ่งแข้งเป็นเส้นทางย่อยทอดยาวออกไป โครงสร้างรูปแบบเดียวกันแต่จากสีของปูนที่ใช้ต่างกันเล็กน้อยให้พอทราบว่าสุดเขตสิ่งก่อสร้างด้านบน

“กลุ่มสนับสนุนด้านบนจะใช้โดรนเข้ามาสำรวจต่อเพื่อความปลอดภัยครับ พวกเราสามารถถอยได้เลย” ชายที่มาด้วยบอกกับลูเซียส เธอไม่ได้ติดใจอะไรเพียงพยักหน้าและพากันเปลี่ยนให้ทีมชันสูตรลงมาทำงานอย่างสะดวก

เป็นอีกครั้งที่ลูเซียสรู้สึกถึงบรรยากาศเย็นวาบผ่านตัวเองไป ทว่าเจ้าหน้าที่นำหน้าสองคนกลับไม่แสดงอาการว่าจะรับรู้ถึงมันเหมือนกับเธอเลยแม้แต่น้อย...

ความเย็นที่ทำให้ขนลุกชันทั้งที่อุณหภูมิก็ไม่ได้ลดต่ำอะไรทำให้เธอขมวดคิ้ว

‘ผิดปกติ’

ลูเซียสคิดได้แค่นั้น ร่างกายของเธอสมบูรณ์พร้อมดี ขณะที่ไม่ได้ป่วยไข้ ไม่มีอาการทางโรคชนิดใด และระดับความแข็งแกร่งกับสารอาหารในร่างกายก็ปกติ มิวแทนท์สาวเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ได้ปริปากถามอะไรออกไป เพียงจะเพิ่มเรื่องนี้ลงไปในรายงานส่วนตัวที่ส่งให้หน่วยเซทซีโร่ก็เท่านั้น...

 

หลังจากกลับมาที่องค์กรลูเซียสตรงไปหาซีโร่ทันที สีหน้าเธอเคร่งเครียดแม้ว่าแฟร์จะนอนก่ายโซฟาอยู่ตรงนั้นด้วยก็เปิดประเด็นถามอย่างตรงไปตรงมา

“ซีโร่ บนโลกนี้มีผีที่สามารถสิงใครก็ได้ที่ไหนก็ได้ไหม?” ลูเซียสนิ่วหน้า

ศพที่สองถัดจากคดีแรกเพียงอาทิตย์เดียว และยังความรู้สึกขนลุกเย็นวาบนั่นอีกซึ่งอย่างหลังลูเซียสไม่สามารถหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อื่นมารองรับได้เลย...

“จะตอบกี่ครั้งฉันก็คงพูดได้ว่าไม่มี อย่างที่บอกไปว่าพวกพลังจิตติดต่อกับสิ่งล่วงลับถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภท แต่พวกที่จะสิงสิ่งมีชีวิตนั้นมีเงื่อนไขถึงจะทำเช่นนั้นได้ มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด มีความอาฆาตหรือคะนึงหาอย่างรุนแรง ซึ่งผีที่มีคุณสมบัติแบบนั้นไม่ตรงกับเงื่อนไขคดี” ซีโร่ถอนหายใจแล้วเท้าเอว เขาหันไปมองลูเซียสที่นิ่งคิดอะไรบางอย่าง

“เธอยังดูสงสัยอยู่นะลูเซียส” ทันทีที่ชายผมแดงท้วงหล่อนก็โคลงหัวอย่างลังเล

“มีอะไรทำนองนั้นที่จะใช้บงการคนได้ไหม?” มิวแทนท์สาวกล่าวถึงความเป็นไปได้อื่นนอกจากผี

“...เธอหมายถึงปีศาจตามความเชื่อ?” ซีโร่คิ้วขมวดเป็นปม

“และอื่น ๆ ทุกอย่างเท่าที่เป็นไปได้ ทุกอย่างนอกจากพลังจิตควบคุมจิตใจ” เธอไม่ได้รู้ทุกอย่าง การถามเพื่อแสวงหาคำตอบจึงเป็นสิ่งที่เธอมักจะทำเมื่อเดินมาถึงทางตัน

“...ในสมุทรตำราของพวกมังกรอาจจะมีอะไรก็ได้ แต่ฉันไม่แนะนำหรอกนะ การที่ความรู้แขนงเก่าจะอยู่มาถึงยุคสมัยนี้ ค่อนข้าง... เป็นไปได้ยาก” ซีโร่ลูบคางเขามีสีหน้าไม่มั่นใจ

“มีปัญหาการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น?” ลูเซียสขมวดคิ้วอีกครั้ง

“ใช่ อย่างเรื่องผีวิญญาณนั่นน่ะสมัยเกือบพันปีก่อนยังเป็นเรื่องงมงายอยู่เลย แน่นอนว่ามันก็มีทั้งคนเชื่อและไม่เชื่อ แต่การส่งต่อองค์ความรู้ที่ไม่ค่อยเป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวันแล้วเฉพาะกลุ่มมันก็ทยอยขาดตอนและถูกดัดแปลง จนเพี้ยนและหายไปในที่สุด” ซีโร่ยักไหล่ เขากลอกตาคิดอะไรบางอย่างก่อนจะถอนหายใจออกมา

“เอาเถอะ ถ้าเธอคิดว่ามันอาจจะเป็นเบาะแส หาอ่านใส่ระบบความทรงจำของเธอไว้หน่อยก็คงไม่เป็นปัญหาละมั้ง แต่ว่า การจะเจาะจงวิญญาณสัญชาติในสัญชาติหนึ่งคงเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าในยุคของพวกเรา ประเทศกับสายเลือด รวมไปถึงเชื้อชาติ มันปะปนกับมั่วไปหมดแล้ว...” ซีโร่เดินไปเป็นเพื่อนลูเซียสเพื่อขออนุญาตท่านประธานเกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูลเก่าแก่บางอย่างซึ่งหอสมุดในยุคสมัยนี้ค่อนข้างมีน้อยและไม่ละเอียดพอจะเป็นเบาะแส

แฟร์ที่ฟังทั้งคู่แล้วได้แต่เลิกคิ้ว ก่อนจะทำทีไม่รับรู้ด้วยการเอาหนังสือปิดหน้าแล้วนอนต่อ เขานะไม่ถูกโรคกับอะไรที่มองไม่เห็นที่สุดเพราะฉะนั้นถ้าคิดว่าเขาจะเข้าไปช่วยหรือสืบหาข้อมูลละก็ ไม่มีทาง!

 

 

ในเย็นวันนั้นขณะที่ทั้งหน่วยเซทซีโร่นั่งคุยเล่นหลังมื้อค่ำรายงานชันสูตรก็ถูกส่งมาที่อาซาฮีเธอพึมพำอย่างไม่เข้าใจ

“...คดีฆาตกรรมต่อเนื่อง?”

“เป็นไปไม่ได้ เธอจะบอกว่าคนร้ายคดีแรกแหกคุกออกไปเชือดคนงานนั่นหรือไง?” จาฮาราดันแว่นขึ้นดั้งจมูกสีหน้าเคร่งเครียด เพราะถ้าเป็นแบบนั้นระบบความปลอดภัยในคุกและความแน่นหนาคงจะต้องรื้อทำกันใหม่ทั้งหมด

อาซีฮีส่ายหน้าเธอสรุปรายงานให้พวกเขาฟัง

“ผลรายงานคดีออกมาเหมือนคดีก่อนไม่มีเพี้ยนเลยค่ะเรื่องผู้ต้องสงสัย หมดสติระหว่างถูกจับกุมและไม่ว่าจะตรวจสอบด้วยพลังจิต เครื่องจับเท็จ พวกเขาไม่ได้โกหกเรื่องที่ตัวเองถูกใส่ร้าย พวกเขาหมดสติไปก่อนหน้านี้รู้สึกตัวอีกทีก็คือในสถานีตำรวจ...”

ได้ยินดังนั้นลูเซียสก็เริ่มคิดแล้วว่าความรู้สึกขนลุกวาบที่สัมผัสได้จะต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

“ราวกับเป็นลมล้มพับไปและตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็กลายเป็นฆาตกรไปเสียแล้ว?” ดีโลไลน์ประสานมือขมวดคิ้วในผมปรกแนวสายตา

“เป็นเช่นนั้นค่ะประธาน” อาซาฮีพยักหน้า

“ดูท่าว่าพวกเราคงมีเรื่องให้จับมือกับรัฐบาลในเขตเดอะวันอีกบานตะไท เอาล่ะทุกคน แยกย้ายกันไปพักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้เราจะมาสุมหัวกันใหม่...” ดีโลไลน์ปรบมือแล้วเด้งตัวจากเก้าอี้เม็ดถั่วเป็นสัญญาณให้ทุกคนปลีกตัวกลับห้องตัวเองไปนอนได้แล้ว

พวกเขาราตรีสวัสดิ์กันตามความเคยชิน ทิ้งให้ปัญหาที่กองอยู่ถูกสะสางในรุ่งเช้าของวันใหม่ที่กำลังจะมาถึงแทน

 

--------------------------

ช่วงทอร์ค

พอจบเรื่องนี้แล้วอาจจะหายยาวค่อยกลับมารีไรท์ค่ะ ทิ้งไว้ให้ลืมค่อยมานั่งไล่อ่านแล้วแก้ทีเดียว U u U จะได้เห็นจุดผิดพลาดมากขึ้น และวีคที่แล้วไม่ได้ลง ฮือออ ;;;;;;;;

ป.ล. ดูเหมือนจะมีเหตุการณ์ขัดแย้งกับจุดในเดอะคอลโทรลเลอร์จากบทที่แล้วไว้จะมาแก้ทีเดียวช่วงรีไรท์ค่ะ *คดีฆาตกรรมเกิดขึ้นที่ต้องเป็นรอบตึกเขตเดอะวัน orz เอแงงงง < หรือไม่ก็จะเปลี่ยนเนื้อหาส่วนนี้ไปเลยขอไปลืมแล้วกลับมาคิดใหม่ก่อนนะคะ (ฮา)

ไม่รู้ทำไมเรื่องนี้ถึงรู้สึกว่าฝืนตัวเองมาก งง… ._.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #43 zutto (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 19:50
    แต่งยากนะเรื่องนี้ เป็นกำลังใจให้ค่า
    #43
    0
  2. #28 faza205317 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 00:55
    ความรักไม่กระเตืองมีแต่งานเข้า สงสารอาซาไรเค้านะคะ 55555 // ช่วงนี้มีอะไรมาขัดฟิลรึป่าวคะ อย่างเราเนี่ยถ้าเปิดเพลงตรงฟิลแต่งอย่างลื่นแต่พอไม่ใช่ปุ๊บ ดองยาว 5555 เศร้าใจในเสียงหัวเราะมีน้ำตาเลือดซ่อนอยู่ ฮือออ
    #28
    1
    • #28-1 DarkSoul.(จากตอนที่ 20)
      11 พฤศจิกายน 2563 / 21:28
      จริงค่ะรักไม่กระเตื้องมีแต่งาน สงส๊านเดี๋ยวเพิ่มช่วงนุ่มนิ่มให้ทีหลังนะอาซาไร ฮาาาาาา/แล้วก็ไว้จะลองไปทำดูนะคะ U u U ขอบคุณค่ะ <3 แต่จริงมาหาเพลงนานกว่าเขียน 55555
      #28-1