Endless SSU | ลำดับ 1 แห่งไร้สิ้นสุด

ตอนที่ 19 : Role.18 – Harbinger

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    25 ต.ค. 63

Role.18 - Harbinger

 

พักหลังลูเซียสคิดว่ามีคนเข้ามาคุยกับเธอเยอะกว่าปกติ... แต่เธอเองก็ไม่ได้ใส่ใจเบื้องหลังของคนเหล่านั้นก็แค่ทำอย่างทุกที จับจ้องสังเกตจดจำและโต้ตอบบทสนทนาเท่าที่เธออยากจะทำ

แต่เธอจำได้แม่นอยู่เรื่องหนึ่ง ‘คุณลูเซียสชอบคนที่แข็งแกร่งถ้าอย่างนั้นไม่ได้มองอัลบาไว้ในตัวเลือกเหรอคะ?’ เจ้าหน้าที่หน่วยสวัสดิการคนหนึ่งถามเธอ

ถูกต้องแล้วเธอชอบคนแข็งแกร่ง หากจะคบกับใครสักคนและสานต่อความสัมพันธ์ไปจนถึงสร้างครอบครัวก็ต้องเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วชีวิตดีขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเงินหรือสวัสดิการเนื่องจากทุกวันนี้สวัสดิการกับเงินเดือนของเอ็นเลสก็ทำให้เธอสามารถฟุ่มเฟือยได้อยู่แล้ว แต่ต้องเป็นการที่มีใครสักคนอยู่ด้วยแล้วส่วนใหญ่ไม่สร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้มากกว่า

“ที่ไม่ได้มองคุณอัลบาเนี่ยเพราะแบบนี้เองสินะคะ...” เจ้าหน้าที่สวัสดิการคนเดิมยิ้มเจื่อน

วันนี้ในที่สุดเธอล้มอันดับหนึ่งของเอ็นเลสได้แม้จะใช้เวลาหาจุดอ่อนของเขาและพัฒนาศักยภาพตัวเองนานไปสักหน่อยก็ตาม

“มั่นใจในตัวเองก็ดี แต่แบบนี้ต้องเรียกว่าประเมินขาดมากกว่า” เจ้าหน้าที่แผนกต้อนรับอีกคนยิ้มแย้ม การฝึกซ้อมในอาคารฝึกซ้อมมักเป็นแมตช์กล่าวขวัญของคนในองค์กร การที่จะมีคนมากมายรอติดตามผลแพ้ชนะนั้นกลายเป็นเรื่องปกติของที่นี่ไปแล้ว หน่วยปราบปรามหลายคนมีแฟนคลับกันทั้งนั้น และลูเซียสเองก็เริ่มจะมีเพิ่มมากขึ้นทีละน้อย

“คุณลูเซียสรู้ได้ในทันทีเหรอคะว่าจะชนะอัลบาเข้าสักวัน?” เจ้าหน้าที่แผนกสวัสดิการเอ่ยถามเธอ

“... อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน แค่รู้สึกว่าถ้าได้ใช้เวลาสักหน่อยจะหาจุดอ่อนได้น่ะ” ลูเซียสกะพริบตาปริบ ๆ หวนนึกถึงวันแรกที่เธอพบกับอัลบา

ชายคนนี้แข็งแกร่ง ทั้งออร่า การยืนและเดิน กล้ามเนื้อกับสายตาที่ว่องไว พอได้ฝึกซ้อมกันตัวต่อตัวถึงพบว่าระดับความเร็วในการวางแผนเฉพาะหน้าและตัดสินใจเองก็อยู่ในระดับสูง แต่ว่า...

“เพราะว่าฉันเป็นสัตว์ประหลาดยิ่งกว่า ถึงจะไม่เคยเจอคู่ต่อสู้สไตล์อัลบาแต่ว่าถ้าได้ชนกันครั้งสองครั้งน่าจะหาทางเอาชนะได้ เพราะว่าจำนวนการใช้พลังจิตของเขาแน่นอนกว่าของฉันและมีเพียงชนิดเดียว” ลูเซียสไม่เคยคิดว่าการต่อสู้กับพวกมิวแทนท์หรือไฮบริดทั่วไปนั้นเหลือบ่ากว่าแรงอะไร ยังไงพวกเขาก็มีทักษะพิเศษเพียงอย่างหรือสองอย่าง ที่แน่ ๆ หากเป็นมิวแทนท์ก็จะมีพลังจิตชนิดเดียว ไม่เหมือนกับเธอที่มีมากกว่าหนึ่ง นั่นทำให้การใช้งาน ระยะเวลาและการพลิกแพลงมากตามไปด้วย

ถ้าเลือกได้สักวันเธอก็อยากจะสู้กับตัวทดลองอื่นที่รอดออกมาพร้อมเธอ ตัวทดลองที่มีพลังมากกว่าหนึ่งชนิด นั่นจะต้องทำให้เธอที่ผ่านมันไปได้แข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน

ลูเซียสคิดถึงเรื่องนี้โดยไม่ได้รู้ตัวว่าเธอเองนั้นก็เปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน เธอมีความรู้สึกเกลียดเป็นพื้นฐานความมุ่งมั่น ไม่ชอบที่ต้องทนอยู่ในห้องทดลอง ทนอยู่ภายใต้คำสั่งการใช้พลังซ้ำ ๆ และทำเป็นไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดจากการกลายพันธุ์ซ้ำซ้อน แต่ทั้งหมดก็ถูกกดเอาไว้ใต้ปลอกคอสะกดจิต เพียงเพราะไม่มีพลังมากพอจะทำลายและหลบหนีออกไปได้ด้วยตัวเอง และไม่มีจิตใจที่แข็งแกร่งพอจะต่อต้านการสะกดใจของอุปกรณ์ที่ถูกบังคับติดตั้งเอาไว้

ไม่มีทางที่ตัวทดลองใต้ปลอกคอจะสามารถคิดหาหรือแม้แต่นึกถึงความรู้สึกอยากหนีออกไปจากนรกแห่งนั้นได้เลย

และเมื่อหลุดมาจากตรงนั้นได้ เริ่มที่จะกลายเป็นคนผู้หนึ่ง นอกจากความขี้เกียจและรักสบาย ก็ปรากฏความปรารถนาอีกสองสามอย่างห้วงลึกของตัวตนเธอที่แม้แต่เธอเองก็ยังสับสนและพยายามทำความเข้าใจกับมัน

ปรารถนาที่จะถูกรัก ได้รับความเอ็นดู เพราะไม่เคยได้รับและมีครอบครัวที่เป็นห่วงเป็นใยเธอมาก่อน ซึ่งตอนนี้ได้รับมันมาแล้ว

ปรารถนาจะเป็นเจ้าของตัวเองอย่างสมบูรณ์ เพราะไม่เคยทำอะไรตามความต้องการของตัวเอง และแม้ตอนนี้จะได้มันมาเธอก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าความต้องการที่เป็นของเธอที่แท้มีอะไรบ้าง อาจจะเป็นตู้อควาสเคปในห้องที่วางเอาไว้เพราะแค่ชอบก็เลยซื้อมันมา อาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ไร้พิษภัยจอมเอาแต่ใจสองตัวที่มักเข้ามาคลอเคลียเธอเสมอ หรือบางทีอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่อยากทำอะไรเลย เพียงแค่นอนหายใจทิ้งในห้องเคี้ยวขนมไม่หยุดปากก็พอ

และปรารถนาที่จะไม่ปราชัยกับมันผู้ใดทั้งนั้น ไม่เพียงแค่ไม่พ่ายแพ้ แต่ต้องชนะกับทุกสิ่งที่ดาหน้าเข้ามาในชีวิต มากพอแล้วกับการอยู่อย่างอาวุธมีชีวิต เธอเสียเวลาไปสิบแปดปีกับการเป็นหนูทดลอง สำหรับการเป็นมนุษย์ผู้หนึ่งอย่างสมบูรณ์ลูเซียสคิดว่าเธอยังขาดอะไรอีกมากมาย

หญิงสาวทิ้งตัวกับเก้าอี้เม็ดถั่วที่ยวบลงไปตามรูปร่างผู้ใช้งาน เจ้าแมวสองตัวที่อยู่ในห้องด้วยก็รีบเข้ามาออดอ้อนเพราะเธอจะกลับมาที่เซฟรูมแค่ช่วงเย็นอยู่ในนี้จนรุ่งเช้าของวันถัดไป ลูเซียสยกมือลูบสางขนนุ่มนิ่มของพวกมันสองตัว ปล่อยให้ทั้งเลดี้และเจนเทิลเหยียบนวดตัวและนอนทับอย่างถือสิทธิ์

ลูเซียสคิดว่าพวกมันค่อนข้างเอาแต่ใจ กระนั้นจะเรียกว่าพวกมันฉลาดก็คงได้เพราะเธอเป็นฝ่ายยอมให้มันทำแบบนั้นเอง จะสั่งสอนให้รู้ว่าห้ามทำแบบนี้เธอก็ทำได้แต่เธอไม่ได้ทำ

“เป็นแมวนี่สบายจังเลยนะ...” หญิงสาวยกมุมปากใช้นิ้วนวดแก้มยุ้ยของแมวทั้งสองตัว เลดี้ยกอุ้งเท้าตบเสมอทุกครั้งที่ลูเซียสยุ่งกับส่วนหัวของมัน ขณะที่เจนเทิลไม่ได้แสดงท่าทีรำคาญอะไร กลับกันพอลูเซียสผละมือออกจากเจ้าแมนคูนเจนเทิลก็ก้มมุดเพื่อให้มือของเธอไปอยู่บนหัวมันอีกครั้ง

นิสัยของพวกมันต่างกันมาก และเพราะแบบนั้นเจนเทิลที่มักจะอ้อนเช่นนี้พอลูเซียสรวบกอดหรืออุ้มเจ้าแมนคูนขึ้น เลดี้ก็จะโวยวายขัดอย่างไม่คิดทันที ราวกับรับบทนางอิจฉาทั้งที่เลดี้เองนั่นแหละไม่ยอมให้ลูบหัว...

สิ่งนี้เกิดขึ้นทุกวันแต่ลูเซียสกลับไม่รู้สึกว่ามันน่าเบื่อเท่ากิจวัตรประจำวันเลย และยิ่งเจ้าบริติชขนสั้นแสดงท่าทีว่าไม่ชอบให้ลูเซียสรักเจ้าแมวร่วมห้องอีกตัวแค่ไหนเธอก็ยิ่งแกล้งแหย่มันบ่อยขึ้นเท่านั้น น่าเสียดายที่ต่อให้ลูเซ๊ยสทำแบบนั้นเลดี้ก็ไม่ชอบให้ลูบหัวอยู่ดี และจะยอมให้อุ้มเฉพาะเวลาที่อยากให้อุ้มเท่านั้น...

“ถ้าเกิดฉันเลี้ยงแร็กดอลที่จะทำตัวเหลวไม่ขัดขืนเวลาถูกอุ้มอีกตัว แกจะยิ่งขี้วีนขึ้นกว่าเดิมไหมเลดี้” ลูเซียสยกนิ้วแตะปลายจมูกบริติชสีขาว แมวขี้วีนย่นคอหนีส่งเสียงคล้ายกำลังเถียง ท่าทีแสนเอาแต่ใจของพวกมันทำให้ลูเซียสรู้สึกสดชื่น ลูเซียสครุ่นคิดว่าอย่างน้อยถ้าเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ไม่ได้แต่ก็น่าจะดูเป็นคนมากที่สุดเวลาอยู่กับสัตว์เลี้ยงสองตัวของเธอ

 

 

 

ข่าวการประกาศรับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงจัดการทรัพยากรระหว่างดวงดาว จากสภาดวงดาวเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งทรัพยากร กลายเป็นข่าวดังไปทุกช่องสถานีและสำนักสื่อออนไลน์

อาซาไรยืนจับมือและรับผ้าคลุมตำแหน่งมาจากท่านรัฐมนตรีคนก่อนเผ่าเดียวกัน แต่ท่านรัฐมนตรีตคนก่อนค่อนข้างมีสีสันที่ออกไปทางอมเทามากกว่าอาซาไร เอเลี่ยนหนุ่มเคยอธิบายกับลูเซียสว่าพอแก่ตัวลงเม็ดสีในร่างกายก็จะน้อยลงตามไปด้วยผลก็คือไม่ได้ดูเหมือนดอกไม้สดใสเช่นแต่ก่อน

มีการแถลงการณ์แนวทางการทำงานต่อจากนี้และโรงการที่สานต่อ รวมไปถึงระยะเวลางานโดยคร่าวหากไม่มีอะไรผิดพลาด ซึ่งก็เป็นการแถลงการณ์ที่เกิดขึ้นทุกสามเดือนเพื่อให้ชาวดาวท้องถิ่นสามารถตรวจสอบการทำงานของพวกเขาได้ ถ้าจะให้เปรียบเทียบแต่ละกระทรวงแล้ว นอกจากตำแหน่งรัฐมนตรีพิเศษนี้ก็คงจะมีเพียงกระทรวงคมนาคมกับการเกษตรที่มีการแถลงการณ์ทุกสามเดือนแบบเดียวกัน ซึ่งมันทำให้ประชาชนที่สนใจติดตามข่าวสารเพื่อตรวจสอบการทำงานหลังจากนั้นอย่างโปร่งใส กล่าวได้ว่าจะมีก็แต่พวกอนุรักษนิยมหัวรุนแรงเก่า ๆ เท่านั้นที่เชื่อว่าตำแหน่งรัฐมนตรีพิเศษมาเพื่อช่วยดูแลจัดการทรัพยากรบนดาวเพื่อนบ้านห่างไกลเหล่านั้นต่างต้องการพวกมันเอาไว้เสียเอง

โครงการเขตปกครองพิเศษเดอะวันรุดหน้าไปมากหลังจากที่สัมปทานการก่อสร้างส่วนต่าง ๆ บนเกาะเป็นกลุ่มนักลงทุนน้ำดี และปราศจากการยักยอกหรือเป็นหนึ่งในท่อน้ำเลี้ยงนักการเมืองบางกลุ่ม แม้จะยังไม่หมดไปเสียทีเดียวแต่ด้วยความที่อาซาไรกับรัฐมนตรีอีกสามกระทรวงให้ความร่วมมือกันกำจัดนักการเมืองที่คอร์รัปชัน เพียงสามเดือนการก่อสร้างเดอะวันก็สามารถเข้าไปอยู่อาศัยเริ่มทำงานได้ส่วนหนึ่ง

เอ็นเลสนั้นประมูลสัมปทานด้วยกันสองเขต หนึ่งคือศูนย์กลางเพื่อสร้างฐานบัญชาการในเขตพิเศษและตั้งใจจะย้ายสาขาหลักไปที่นั่น อีกหนึ่งคือตึกสำหรับอยู่อาศัยในเขตอาศัยถัดออกมา เป็นโครงการที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งพักอาศัยสำหรับผู้ที่ไร้พลังไปจนถึงพลังในการป้องกันตัวเองน้อย ระบบรักษาความปลอดภัยตั้งแต่คนเข้าออกการขนส่งของ พนักงานไปถึงผู้อาศัย เรียกได้ว่าครบวงจรจนได้รับความสนใจอย่างมาก สำหรับประชาชนที่จำเป็นต้องย้ายไปทำงานที่เดอะวันตามองค์กรที่สังกัด

เมืองใหม่ที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นนั้นจะกลายเป็นศูนย์รวมความคับคั่งทางการค้าและเศรษฐกิจกลางทะเล โดมสำหรับป้องกันภัยพิบัติเสร็จมบูรณ์ในเดือนที่สี่ และในเดือนที่ห้าเขตต่าง ๆ ก็เป็นรูปเป็นร่าง มีอาคารเปล่ารอการตกแต่งหลายแห่ง บางส่วนที่เปิดให้ใช้งานก็เริ่มมีเจ้าของกิจการเข้ามาติดต่อซื้อเช่าและทำการตกแต่ง

ที่เดอะวันการเดินทางมีสองทางคือทางเรือและทางเครื่องบิน สนามบินและท่าเรือไม่ใหญ่นักทำให้เที่ยวเดินทางน้อยตามมาด้วย เดอะวันถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวรับนักท่องเที่ยวต่างดาว และใช้เป็นจุดคัดกรองแรกก่อนจะออกไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของโลกแทนที่โดมจำลองเมืองเก่าหมายเลขหนึ่ง กลับกันจุดจอดยานสำหรับเข้าออกดวงดาวเป็นสถานีที่ใหญ่ที่สุดแทบจะกินพื้นที่ทั้งเขตรอบนอกส่วนหนึ่ง นอกจากนั้นสำหรับยานอวกาศที่สามารถจอดลงบนผิวน้ำได้และผ่านการรับรองโดยสภาดวงดาวว่าระบบการขับเคลื่อนยานจะไม่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมรอบสถานที่ลงจอดสามารถใช้พื้นน้ำผิวสมุทรเป็นพื้นที่ลงจอดก่อนจะเคลื่อนเข้ามาใกล้เกาะเดอะวันทำการเชื่อมสะพานยานได้

ลูเซียสถูกยกเลิกหน้าที่คุ้มกันท่านทูตอาซาไร และปรับตำแหน่งไปเป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองพิเศษของท่านรัฐมนตรีจากสภาดวงดาว ในขณะที่อัลบาผู้รั้งตำแหน่งมือปราบเบอร์หนึ่งของเอ็นเลสถูกลูเซียสเบียดตำแหน่งจนไปอยู่อันดับสองก็ติดตามท่านทูตคนปัจจุบันซึ่งเป็นท่านรัฐมนตรีเก่าไปยังโดมหมายเลขต่าง ๆ เพื่อทำงานการทูตและปรับแก้กฎหมายเพื่อร่วมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างดาวเพื่อให้สอดคล้องกับระบบจัดการเพื่อนบ้านห่างไกลเสียใหม่ เนื่องจากจะไม่มีการลงจอดในสถานที่อื่นนอกจากเขตเดอะวันอีกต่อไป

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องหัวหมุนไปตามกัน แต่มันก็จะทำให้หลังจากนี้งานของพวกเขาง่ายขึ้นเพราะการเข้าออกของเพื่อนบ้านห่างไกลทางเดียวจากเดอะวัน การลงจอดนอกเหนือเดอะวันจากนี้จะถือเป็นการผิดกฎหมาย อาจร้ายแรงถึงขั้นลักลอบลงจอดบนดวงดาวหรืออื่น ๆ

ซีโร่กับแฟร์ช่วยลูเซียสย้ายของเข้าเซฟรูมที่ตึกสาขาในเดอะวัน พนักงานขนของจัดการให้หมดแล้วเหลือก็เพียงของใช้ส่วนตัวและเจ้าแมวทั้งสองของหญิงสาวที่โตแต่ตัวและยังคงชอบพันแข้งพันขาเจ้าของเหมือนเดิม

เลดี้กับเจนเทิลสำรวจบ้านใหม่ก่อนจะพากันซุกตัวอยู่ในคอนโดแมวที่มีกลิ่นของพวกมันอยู่ต่างจากส่วนอื่นของห้อง ตู้อควาสเคปของลูเซียสย้ายไปวางไว้ที่โถงนั่งเล่นในเซฟรูมที่แบ่งสัดส่วนการใช้งาน ห้องที่กว้างขึ้นกว่าเดิมลูเซียสก็มองพื้นที่เหล่านั้น เธอเอียงหัวครุ่นคิดว่าจะเอาอะไรมาแต่งเพิ่มดี

“ฮั่นแน่ ห้องกว้างของเท่าเดิมเลยดูไม่เต็มใช่ไหมล่ะ เอาล่ะ ฉันจะเดินเล่นช่วยหาซื้อของแต่งห้องเป็นเพื่อนให้เอง” แฟร์ตบบ่าน้องสาว แม้ว่าเป้าหมายของเขาคือเอารายการของใช้ใส่เข้าไปในงบของลูเซียสด้วยก็ตาม...

“ไว้ทีหลัง ตอนนี้อยากจะเช็กห้องลับของตึกใหม่นี่สักหน่อย” เธอตอบกลับไปในทันที ห้องของเธอของจำเป็นต้องใช้ก็มีพร้อม ของที่ไม่จำเป็นเอาไว้เดอะวันพร้อมเปิดให้ประชาชนเข้ามาท่องเที่ยวเธอคิดว่าเวลานั้นข้าวของจะครบครันให้เลือกสรรมากกว่าตอนนี้ที่แต่ละเขตยังคงเป็นที่โล่งบ้างเป็นหลุมบ้างอยู่

“นั่นก็ต้องทำ แต่อาซาฮียังง่วนกับการเทียบเอกสารเวียนกับไฟล์หนังสือเวียนอยู่เลย อย่างเร็วสุดก็ต้องพรุ่งนี้แหละกว่าจะได้ไปเช็กพร้อมกันทั้งทีม” แฟร์ยกมือประสานหลังท้ายทอยด้วยท่าทีสบาย ๆ

“เอางี้ ห้องเธอมีตู้เย็นละเราไปกว้านซื้อสิ่งจำเป็นที่ควรจะใส่ไว้ในตู้เย็นดีกว่า!” แฟร์ยังคงไม่ละความพยายามที่จะชวนลูเซียสออกไปด้านนอก

“...เอางั้นก็ได้ แล้วก็ใส่ส่วนของแฟร์ลงไปในงบเบิกของลู” เธอรู้อยู่แล้วว่าพี่ชายคนนี้ของเธอต้องการอะไร และเธอก็ไม่คิดว่ามันเป็นการยักยอก เพราะส่วนที่แฟร์ซื้อมาในนามของเธอ เธอจะมีส่วนร่วมกับของพวกนั้นด้วยเสมอไม่ว่าจะขนม ของเล่น หรือแม้แต่ของใช้ที่แบ่งปันกันได้

“พี่ชายไม่ได้งกนะ...” แฟร์รีบขัดคอขึ้น

“แค่เหนียวแบบเขี้ยวลากดิน” ซีโร่เติมประโยคให้จบและแสยะยิ้มมุมปาก

“ไม่พูดก็ไม่มีใครหาว่าเป็นใบ้หรอกนะซีโร่” แฟร์คิ้วกระตุก

“ห้ามทำนิสัยแบบนี้นะลู” แน่นอนว่าชายผมแดงไม่แม้แต่จะสนใจเขาหันไปหาลูเซียสและชี้ตัวอย่างไม่ดีให้เธอจำเอาไว้

“ไม่ทำหรอกก็ลูเบิกกับคุณพ่อได้ทุกอย่าง” ลูเซียสไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องไปฝากงบเบิกกับใครอื่น เพราะเธอทำเรื่องขอเงินพ่อบุญธรรมได้ทุกเมื่อไม่ว่าจะไร้สาระแค่ไหนก็ตาม

“อ่า ความรู้สึกของลูกรักมันเป็นแบบนี้เองสินะ” แฟร์กัดปากข่มความอิจฉาที่แสร้งทำขึ้นแต่คนขำก็มีแค่เขากับซีโร่อยู่ดี ลูเซียสไม่ได้เส้นตื้นขนาดจะขำกับท่าทางของเขาง่าย ๆ

พวกเขาทั้งสามคนพากันเดินออกมาผ่านส่วนกลางของโซนอาศัยก็พบรินที่วุ่นกับการจัดของเข้าห้องใหม่ แม้เธอจะวิ่งแต่มันก็เป็นการวิ่งเตาะแตะแบบที่เห็นกันในสารคดีชีวิตสัตว์โลกของนกบินไม่ได้ชนิดหนึ่งเท่านั้น ยิ่งกับความเร็วตอนนี้เธอเหมือนตุ๊กตาแม่ลูกดกที่ขยับด้วยความเร็วประหลาด ๆ มากกว่า

“ฉันเองก็อยากมีขายาวแบบพวกเธอนะค้า” รินเอ่ยแซะชาวมนุษย์ทั้งสามที่ขนย้ายของเสร็จแล้ว

“จะให้ช่วยไหมล่ะ พนักงานขนส่งสามที่พร้อมแล้วคร้าบ~” ซีโร่ยกยิ้มเอ่ยแซวขำ ๆ แต่เขารู้ดีว่ารินจะปฏิเสธ

“ไม่มีทางค่า! ห้องของฉ้าน ฉันจะจัดเอง! มีอุปกรณ์มากมายที่ละเอียดอ่อนและก็ชิ้นส่วนกับผงพิมพ์เขียวและโมเดลมากมายที่ใช้ความละเอียดอ่อนในการขนย้าย คนที่ชอบโยนของอย่างแฟร์ฉันไม่ยอมให้ช่วยเด็ดขาดค่า!” รินโวยเสียงดังประกาศชัดว่าจะไม่มีใครได้รับอนุญาตให้แตะต้องของของเธอ

“ลูเองก็ห้ามค่า! ซีโร่ก็ไม่เว้นค่า! อย่า-คิด-จา-แตะต้อง-ของ-ของฉ้าน-น้า-ค้า” รินกำชับเสียงแหลม เธอพยายามดุและทำตัวน่ากลัวแต่มันก็ขัดกับนิสัยการพูดลากเสียงท้ายประโยค เลยแค่ ‘ดู’ น่ากลัวเท่านั้น

“เข้าใจแล้วครับรุ่นพี่ขอให้เป็นวันที่ดีกับการจัดห้องใหม่นะครับ” ซีโร่ยกยิ้มการค้า แค่เพียงยิ้มตามมารยาทเท่านั้น

“แต่ถ้าจะออกไปซื้อของฝากส่องหากระดาษไขทีนะค้า” รินทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะเข็นขั้นวางติดล้อหลังหนึ่งเข้าไปในห้องส่วนตัว

“เข้าใจแล้วกระดาษไขนะ ถ้าเจอจะซื้อให้” แฟร์รับปาก ลูเซียสกำลังคิดว่าเขารับปากไปงั้น ๆ เพราะพวกเธอกำลังจะไปหาซื้อขนมและอาหารมาตุนเอาไว้ในตู้เย็นจะไปผ่านร้านที่ขายกระดาษไขได้ยังไง

หลังจากลงลิฟต์มาหลายสิบชั้นพวกเขาก็พากันไปเที่ยวย่านการค้าแห่งแรกที่เริ่มเปิดให้บริการ ถนนยาวหนึ่งเส้นที่สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงต่าง ๆ ตั้งแต่ร้านขายวัตถุดิบทำอาหารไปยังเสื้อผ้าเครื่องประดับ กระทั่งร้านสัตว์เลี้ยงเล็ก ๆ ก็มีอยู่

ยังไม่ทันเดินไปไหนลูเซียสคิดว่าเธอคงต้องซื้อของนอกแผนซะแล้วเมื่อสบตาเข้ากับเจ้าลูกแมวแร็กดอลในตู้กระจกหน้าร้าน...

“ลู... จะเลี้ยงเพิ่มเหรอ?” แฟร์ปาดเหงื่อเมื่อหญิงสาวหยุดมองลูกแมวที่หน้าร้านสัตว์เลี้ยง เขาไม่คิดจะห้ามเพราะยังไงลูเซียสก็มีทั้งเงินและความรับผิดชอบมากพอจะดูแลพวกมันได้ แต่ออกมาทุกครั้งจะพาสัตว์เลี้ยงกลับไปทุกครั้งมันก็...

“ไว้ถ้าเดินกลับมาแล้วมันร้องเรียกค่อยอุ้มกลับไปสักตัวแล้วกัน” ลูเซียสตัดสินใจทำเมินเจ้าลูกแมวในตู้กระจกหน้าร้านพวกนั้นและทอดน่องไปกับสมาชิกหน่วยเชทซีโร่เพื่อซื้ออาหารกับขนมไปยัดใส่ตู้เย็น

ในระหว่างที่เธอเลือกขนมขบเคี้ยวมากมายบนชั้นวางเล็ก ๆ บรรยากาศเย็นยะเยือกก็ผ่านร่างของเธอไปวูบหนึ่ง ลูเซียสตื่นตัวทันทีและไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร เธอมองซ้ายมองขวาแต่ก็ไม่พบออร่าของสิ่งมีชีวิตแถวนั้นหรือกระทั่งจิตมุ่งร้ายใดใดในละแวกนั้น

“เป็นอะไรไปลู?” แฟร์เห็นหญิงสาวชะงักไปและสำรวจรอบด้านก็พลันระวังตัวขึ้นมาด้วย

“ไม่รู้สิ... อยู่ดี ๆ ก็เย็นวูบแล้วหายไปเลย” ลูเซียสขมวดคิ้วเธอไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน แฟร์กับซีโร่มองหน้ากันและกวาดตามองรอบด้าน พวกเขาไม่พบสิ่งผิดปกติ ลูเซียสเองก็ไม่ได้บอกว่ามันเป็นสัมผัสจากเอมพาธีที่คอยระวังจิตมุ่งร้าย 

“ความรู้สึกที่ไวเกินไปของเธอไม่ได้ทำงานงั้นมันอาจจะไม่ใช่อะไรที่พวกเราต้องกังวลก็ได้?” ซีโร่ยักไหล่ พวกเขามองหน้ากันราวกับปรึกษาทางสายตา แต่จนแล้วจนรอดเมื่อลูเซียสจับสัมผัสที่เย็นวูบนั่นไม่ได้อีกพวกเขาก็กลับไปสนใจสิ่งที่ทำอยู่ก่อนหน้า ทอดน่องเลือกขนม...

เลือกกันอยู่สักพักพอจ่ายเงินและใช้บริการขนส่งให้ไปยังตึกสำนักงานพวกเขาก็เดินตัวปลิวไปดูของใช้อย่างอื่นต่อ ที่ถนนในย่านการค้าก็มีคนมุงล้อมรถพยาบาลอยู่ ชายไฮบริดหมาป่าที่ถูกพาขึ้นไปดูภายนอกน่าจะแข็งแรงดีแท้ ๆ

“อะไรน่ะ ซีโร่นายอยู่นี่ดูลูไว้นะ เดี๋ยวฉันไปสู่รู้แล้วมาเล่าให้ฟัง” แฟร์เผยสีหน้าขี้เล่นระคนสนอกสนใจรีบก้าวยาว ๆ ไปร่วมกับคนมุงที่ถัดออกไปสองสามร้านทันที

“เฮ้อ... ฉันรู้นะว่าเขาเก่งแต่นิสัยนี้เพลา ๆ ลงบ้างน่าจะปลอดภัยกับเขามากกว่า” ซีโร่ออกความเห็น

“อืม... ความอยากรู้อยากเห็นบางครั้งนำเรื่องเดือดร้อนมาให้” ลูเซียสเอ่ยอย่างเห็นไปในทางเดียวกัน

“...” ซีโร่ยืนกลั้นขำอยู่สักพักก่อนจะปรับลมหายใจตัวเองให้เป็นปกติถึงกระแอมออกมา “ลองพูดไปไหมถ้าเธอพูดฉํนว่าแฟร์เขาจะฟังน้องอย่างเธอ” ชายผมแดงเหลือบมองหญิงสาวที่กลอกตาไปมาราวกับตัดสินใจ

“ไว้โดนกับตัวสักเรื่องค่อยพูด พูดไปตอนนี้แฟร์ก็ไม่ฟังหรอก” ลูเซียสประเมินว่าพี่เลี้ยงของเธอค่อนข้างซนทีเดียว ดังนั้นถ้าไม่เจอกับตัวตรง ๆ คงจะไม่เห็นว่ามันร้ายแรงนัก คำตอบของเธอทำให้ซีโร่กลั้นขำอีกรอบ จากนั้นไม่นานแฟร์ก็จ้ำกลับมาแล้วเล่าให้ฟังว่าคนที่โดนหามขึ้นรถพยาบาลเป็นเทรนเนอร์ฟิตเนสที่เพิ่มย้ายมาแถวนี้ไม่นาน ไม่รู้ว่าเจ็ตแล็กเพราะข้ามน้ำข้ามทะเลมาโซนเวลาใหม่หรือเพราะป่วยด้วยโรคแอบแฝงกันแน่ถึงเป็นลมไปดื้อ ๆ

ลูเซียสมองตามรถพยาบาลที่ขับออกไปพร้อมสัญญาณของทาง เธอรู้สึกว่ามันผิดปกติแต่ว่าเอมพาธีของเธอก็ไม่ได้ทำงาน จึงได้แต่เก็บความสงสัยในความรู้สึกตัวเองเอาไว้เพียงในใจและเดินดูย่านการค้าให้คุ้มค่ากับเวลาว่างที่นาน ๆ ครั้งจะมีสักที

ซีโร่ขอแวะเข้าร้านอุปกรณ์ทำขนมหวาน ทั้งแฟร์และลูเซียสหันไปมองเขาคอแทบหักทันทีเมื่อรู้ว่าคนใกล้ตัวมีฝีมือด้านการทำอาหารทั้งคาวหวาน

“เอาเตาอบไหม?” ลูเซียสหันไปถามซีโร่ด้วยสีหน้าจริงจัง

“นั่นสิ เบิกเลย!” แฟร์สนับสนุนเต็มที่

“ฉันซื้อเองได้น่า” ซีโร่ขมวดคิ้วเริ่มคิดแล้วว่าลูเซียสที่ให้ท้ายทุกคนไปทั่วนั้นเป็นแค่อาการเด็กเอาแต่ใจใช้เงินเติบรูปแบบหนึ่ง...

“มาการอง...” ลูเซียสพูดขึ้นแล้วเบนสายตาไปที่โปสเตอร์โฆษณากล่องสำหรับใส่ของหวานจากวัสดุธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็น

“คุกกี้...” แฟร์เองก็เป็นไปกับน้องสาวด้วย

“พวกนาย พอเลย ฉันจะทำอะไรก็เรื่องของฉันแต่เดี๋ยวจะทำเผื่อเอง” ซีโร่ยกมือห้ามปรามและเดินเข้าไปในร้าน แม้จะพูดอย่างนั้นแต่เขาก็เลือกซื้อวัตถุดิบที่ต้องใช้ทำมาการองกับคุกกี้เช่นกัน

“โอมากาเสะขนม?” ลูเซียสจัดหมวดให้ขนมของซีโร่ทันที ขนมหวานแบบตามใช้คนทำว่าจะเสิร์ฟอะไรให้กิน “กินด้วย” ลูเซียสไม่สามารถเก็บซ่อนแววตาเป็นประกายเพราะเห็นแก่กินได้อีกต่อไป

“กินด้วยคน ซื้อไปเยอะหน่อยสิ ยังต้องมีส่วนของรินกับอาซาฮีอีก แล้วก็บอสกับจาฮาราดูเข้ม ๆ แต่ที่จริงก็ติดหวานทั้งคู่แหน่ะ เอาเลย! ซีโร่! ทำขนมเลี้ยงหน่วย!” แฟร์เป็นพวกกินง่ายอยู่ง่าย เขาไม่มีทางปฏิเสธของฟรีหรืออาหารฟรีตราบใดที่มันกินได้และไม่รสประหลาดเกินไป

“พวกนายนี่นะ” ซีโร่ไม่รู้จะขำก่อนหรือระอาก่อน กระนั้นก็หยิบของเข้ารถเข็นมากขึ้น

กระดาษไขของรินที่ฝากซื้อก็มีอยู่ในร้านเบอเกอรี่แต่เป็นแบบฟู้ดเกรด ไม่รู้ว่ารินจะเอาไปทำอะไรแต่มันก็เป็นกระดาษไขเหมือนกันและถึงหล่อนจะใช้ไม่ได้ซีโร่ก็เอามารองถาดอบได้

ในตอนที่พวกเขาสามคนเดินผ่านร้านสัตว์เลี้ยงอีกครั้งเจ้าลูกแมวก็เริ่มแบตอ่อนนอนทับกองกัน ลูเซียสมองพวกมันนอนอย่างไร้การระมัดระวังตัว คิดว่ามันช่างอ่อนแอ ทว่าก็ยังชอบความอ่อนแอนุ่มนิ่มพวกนั้น เธอจึงไม่ได้แมวตัวที่สามไปเป็นของตัวเองแต่อย่างใด

พ่อบุญธรรมเคยพูดกับเธอ อะไรที่เป็นของของเรามันจะมาหาเราในสักวัน อาจจะรอให้ไปซื้อหรือได้มาจากคนอื่นสืบทอดต่อกันมาอย่างบังเอิญ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนกับทุกอย่าง แล้วเวลาจะพามันมาในที่สุด ลูเซียสนึกถึงประโยคนี้ของดีโลไลน์หลังจากที่เจ้าลูกแมวไม่ได้ร้องเรียกแขกเหมือนตอนแรกที่เดินผ่านร้าน มิวแทนท์สาวไม่ได้ผิดหวังหรือคาดหวังกับพวกมันมากนักจึงกลับฐานบัญชาการอย่างไม่มีอะไรค้างคาใจ

แต่ยังไม่ทันได้กลับเข้าฐานรถออกภารกิจคันหนึ่งก็หยุดลงตรงหน้าพวกเขา

“คุณแฟร์รบกวนขึ้นรถมาด้วยครับมีเหตุชุลมุนที่โรงพยาบาล! คนร้ายอาละวาดตอนนี้ฆ่าพยาบาลไปคนหนึ่งแล้วครับ!” คนที่ถูกเรียกตัวขึ้นรถไปในทันทีโดยไม่แม้แต่จะลังเลตัดสินใจ

“ซีโร่ พาลูกลับฐานแล้วฉันจะตามไปทีหลังระวังตัวด้วย” สีหน้าจริงจังและแววตาคมกริบของแฟร์ยามออกคำสั่งไม่มีทางเลือกให้เพื่อนร่วมทีมปฏิเสธ

แฟร์แยกตัวไปกับทีมปราบปรามฉุกเฉิน เสียงรถตำรวจดังผ่านพวกเขาไปก่อนจะตามมาด้วยสัญญาณขอทางของรถจากเอ็นเลสที่พุ่งตามไปติด ๆ

พวกเขาย้ายมาเดอะวัน สมาชิกก็เจอเข้ากับภารกิจฉุกเฉินเข้าแล้วหนึ่งคน สำหรับซีโร่แล้วมันเป็นการเริ่มต้นในบ้านใหม่ที่ค่อนข้างไม่ดีและเป็นลางเอามาก...

--------------------------

ช่วงทอร์ค วีคหน้าเป็นวีคสุดท้ายของเดือนตุลาแล๊วววว จะหมดสิ้นเวรกรรมที่ก่อขึ้นเองโดยตารางวาดรูปสักที5555555 แต่เพราะวาดติดต่อกันทุกวัน รู้สึกว่ามีจุดที่พัฒนาขึ้นด้วยแล้วก็เห็นข้อด้อยงานวาดตัวเอง ถึงจะเหนื่อยตาแตก แต่ปีหน้าก็คงจะเล่นอีกอย่างแน่นอน(ฮา)

Harbinger = ผู้นำ, ผู้เบิกทาง, ผู้นำมา, ผู้ไปล่วงหน้า, ผู้สืบข่าวที่ไปล่วงหน้าก่อน, สมาชิกของกองหน้า, ผู้คาดการณ์ล่วงหน้า, ผู้รุกไปข้างหน้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #42 zutto (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 19:37
    เจ้าลูน้อยยย
    #42
    0
  2. #27 faza205317 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 19:02
    หรือที่ลูรู้สึกจะเป็นพ่อพระเอกในอีกเรื่องกันน้าาาาาาา // กลางเดือนบิลนู้น บิลนี้มาเต็มค่าาา เฮ้อออ
    #27
    2
    • #27-1 DarkSoul.(จากตอนที่ 19)
      25 ตุลาคม 2563 / 19:40
      ไทม์ไลน์ยังไม่ใช่พระเอกอีกเรื่องค่ะ แฮะ~~~~~ /เคลียร์บิลลำบากหน่อยนะคะ ตอนหาได้ทีละนิดแต่ตอนใช้หายใจก็ปลิวไปแล้ว แงงงงงงงงงงงงงง ค่าใช้จ่ายชอบเพิ่มแต่รายรับเท่าเดิม orz
      #27-1