[Fic Harry] Whisper in the Rain (SS/HP)

ตอนที่ 5 : 5th Rain

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 127 ครั้ง
    1 ก.พ. 63

 

5th Rain


 

‘โจเซฟ... ได้ยินผมไหม? ขอร้องล่ะช่วยได้ยินผมทีเถอะ...’ คำขอร้องแผ่วเบาที่ดังมาผ่านสายฝนทำให้เซเวอรัสที่กำลังประชุมกับคนอื่นๆอยู่ในภาคีต้องผุดลุกขึ้นยืนอย่างลืมตัว แบล็กเป็นคนแรกที่มองเขาด้วยความสงสัยแต่เซเวอรัสทำเป็นไม่สนใจก่อนเดินหลบออกมาจากห้องประชุมเพราะถึงอย่างไรพูดไปเวลานี้ก็คงไม่มีใครได้ยิน เมื่อเดินมาจนคาดว่าพ้นสายตาคนอื่นแล้วมือกร้านจึงยกกระดกยาขึ้นดื่มจากคนโทแก้วที่พกไว้ และรอเวลาจนยาออกฤทธิ์

 

“แฮร์รี่เกิดอะไรขึ้น?” เซเวอรัสพูดตอบกลับด้วยเสียงที่ไม่ใช่ของตน ในทีแรกเขาไม่เคยชินกับการที่ตัวเองต้องพูดด้วยเสียงคนอื่นแบบนี้สักนิด แต่เมื่อต้องใช้บ่อยเข้าเซเวอรัสก็เริ่มจะทำใจให้คุ้นเคยกับมันได้บ้างแล้ว รวมถึงการต้องเรียกเจ้าเด็กพอตเตอร์ว่าแฮร์รี่ด้วย

 

‘เมื่อวานมีพวกผู้คุมวิญญาณมาแถวที่ที่ผมอยู่ มันโจมตีผมกับลูกพี่ลูกน้องของผม ผม...เสกคาถาผู้พิทักษ์ออกไป หลังจากนั้นก็มีจดหมายมาหลายฉบับ โจเซฟผมกลัวตัวเองถูกไล่ออก’ เรื่องราวถูกบอกเล่าด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล เซเวอรัสพอจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับเด็กชายบ้างแล้ว เพราะอย่างนั้นเขาถึงต้องมานั่งประชุมกับพวกคนในภาคีอยู่ที่นี่ แต่เขาก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าจะช่วยคลายความกังวลให้เด็กชายอย่างไร เพราะถ้าเขาแสดงตัวว่ารู้เยอะก็ดูจะน่าสงสัยไปสักหน่อย

 

“ใจเย็นๆก่อน ถ้าเธอมีหลักฐานว่าเธอถูกผู้คุมวิญญาณโจมตีจริง กระทรวงก็ไม่น่าจะสามารถเอาผิดเธอได้ไม่ใช่หรือ?” หรืออีกนัยหนึ่งคือ ที่พวกเขาต้องมาหัวหมุนนั่งประชุมกันนี่ก็เพื่อคิดหาวิธีให้เด็กพอตเตอร์พ้นข้อกล่าวหานั่นล่ะ

 

‘ผมไม่รู้ว่าผมจะมีหลักฐานพอชี้แจงกระทรวงได้ไหม? อันที่จริงผมว่าผมไม่รู้อะไรเลยมากกว่า กระทั่งดัมเบิลดอร์ส่งคนมาคอยเฝ้าผมตั้งนานแล้วผมก็ไม่รู้ หรือข่าวจากโลกเวทมนตร์ผมก็ไม่ได้รับข่าวอะไรเลย เพื่อนๆก็ไม่มีใครส่งอะไรมาเล่าให้ผมฟัง ทางคุณมีข่าวคราวอะไรที่ดูผิดปกติบ้างไหม?’

 

“ไม่แฮร์รี่ ฉันไม่รู้ว่ากระทรวงคอยปิดข่าว หรือคนที่เธอก็รู้ว่าใครกำลังเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบกันแน่” เซเวอรัสโกหก ในความเป็นจริงมันก็มีทั้งสองอย่างถึงทำให้พวกเขาต้องหัวหมุนกันอยู่ตอนนี้ รวมถึงอีกไม่นานตัวเขาเองก็ต้องกลับไปทำหน้าที่สายลับสองหน้าอย่างเดิมเพื่อให้ได้ข่าวกรองที่ดีกว่า เพราะข่าวที่ภาคีได้รับตอนนี้น้อยเสียจนไม่อาจวางแผนรับมืออะไรได้มากนัก “ช่วงนี้ก็ระวังตัวไว้ อยู่แต่ในบ้านอย่าให้มีเหตุบังคับจนเธอต้องใช้เวทมนตร์อีก”

 

‘คุณพูดเหมือนพวกจดหมายที่ส่งมาให้ผมเลย ผมขอไปอยู่กับคุณได้ไหม? ผมไม่ชอบที่นี่เอาซะเลย อย่างน้อยถ้ามีอะไรอีกผมก็มีคุณช่วยดูแลผมอีกทีไง’ คำขอร้องทีเล่นทีจริงที่ถูกส่งมาทำเซเวอรัสสะดุดลมหายใจไปกึกหนึ่ง

 

“ไม่แฮร์รี่ ไม่ได้ ฉันพาเธอมาอยู่ด้วยไม่ได้” ไม่ต้องถามถึงเหตุผลเลยว่าทำไม เอาแค่ว่าให้เด็กนี่รู้ว่าโซลเมทเป็นเขาก็ไม่สมควรแล้ว แต่ดูเหมือนการที่เซเวอรัสปฏิเสธไปโดยไม่เสียเวลาคิดจะไปจี้ใจดำอะไรบางอย่าง

 

‘ทำไม? คุณกลัวเดือดร้อนเพราะผมสินะ อ่า...ใช่สิ ผมมันเป็นเด็กที่โวลเดอมอร์ต้องการตัว ใครเอาผมไปอยู่ด้วยก็คงไม่แคล้วต้องซวยไปด้วยกัน’ เด็กชายตอบกลับด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

 

“ใครพูดกับเธอแบบนั้น” ถึงจะไม่ชอบใจน้ำเสียงที่พอตเตอร์ใช้แต่เซเวอรัสกลับรู้สึกไม่พอใจที่คำพูดเสียมากกว่า คำพูดที่ราวกับตัวเองไร้ค่าไม่มีใครต้องการอย่างนั้นไม่ควรเป็นคำพูดของเด็กจอมหยิ่งผยองนี่สักนิด

 

‘ลุงผมเองล่ะ เขาไล่ผมออกจากบ้านทันทีเลยที่จะพอเข้าใจแล้วว่าผมเป็นตัวซวยจนทำให้ลูกเขาโดนทำร้ายไปด้วย’ เด็กชายยังพูดตอบด้วยน้ำเสียงที่ราวกับยอมรับสิ่งที่โดนตราหน้าว่าเป็นเรื่องจริง ยิ่งทำให้คนฟังรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก

 

“อย่าให้ใครมาทำให้เธอยอมรับสิ่งที่เธอไม่ได้เป็น” เซเวอรัสว่าเสียงดุ

 

‘ผมไม่กล้าพูดด้วยซ้ำว่าผมไม่ได้เป็นตัวซวยจริงๆ’ แต่แฮร์รี่ก็ยังดูจะดื้อแพ่งเถียงเสียงอ่อนจนเซเวอรัสรู้สึกอยากจับไอ้เด็กเวรนี่มาเขย่าสักทีจะได้เลิกพูดด้วยน้ำเสียงซึมกะทื่ออย่างตอนนี้ ทีเวลาปกติที่คุยกับเขาต่อหน้าทำอวดเก่งปากดีได้ ทำไมทีเวลาอย่างนี้ถึงได้หงอนัก

 

“แฮร์รี่ฟังฉัน ฉันเอาเธอมาอยู่ด้วยไม่ได้เพราะฉันไม่รู้ว่าเพื่อนบ้านฉันคนไหนจะเป็นผู้เสพความตายหรือเปล่า ฉันไม่ใช่คนที่ปกป้องเธอได้ ช่วยเลิกทำเสียงอย่างนั้นเสียที ไอ้เด็กอวดดีที่ตื๊อจนฉันต้องยอมมานั่งคุยด้วยคนนั้นมันหายไปไหนแล้ว?” เซเวอรัสถอนหายใจยาวหลังพูดจบ มันไม่ใช่เรื่องโกหกทั้งหมดเสียทีเดียวหรอกนะ อย่างน้อยครึ่งหนึ่งก็มีความจริงปะปนอยู่ดังนั้นเขาจะถือเสียว่าเขาไม่ได้โกหกเด็กนี่แล้วกัน

 

‘โจเซฟ ขอบคุณนะ’ ดูเหมือนคำปลอบกึ่งขู่ของเขาจะได้ผลอยู่บ้างเมื่อน้ำเสียงของเด็กชายที่ตอบกลับมาฟังดูดีขึ้นเล็กน้อย ให้เด็กนี่มั่นใจในตัวเองกลับขึ้นมาบ้างก็ดีเพราะหลังจากนี้จะมีอะไรอีกมากมาย

 

“รู้สึกดีขึ้นก็ดีแล้ว” สิ้นคำเสียงสายฝนที่ตกกระทบหลังคาก็ค่อยๆดังขึ้นในโสตประสาทบ่งบอกว่าเวลาใกล้หมดลงแล้ว

 

‘นี่ผมจะรอวันจบสงครามเพื่อจะได้เจอคุณนะ’ เด็กชายทิ้งท้ายไว้อย่างนั้นก่อนเสียงทุกอย่างรอบตัวจะกลับคืนมาดังเดิม เซเวอรัสอยากตอบกลับเหลือเกินว่าถ้าเขาได้อยู่จนถึงจบสงครามนี้ล่ะก็นะ ไม่ใช่ว่าเขาคิดว่าตัวเองตายหรอกนะ แต่สายลับอย่างเขาโอกาสที่จะรอดได้จนจบสงครามช่างน้อยนิดเสียเหลือเกิน คิดแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวให้กับความคิดอัปมงคลของตัวเองแล้วยกยาแก้ขึ้นกระดกดื่มก่อนเดินกลับเข้าห้องประชุมที่คุยกันค้างไว้

 

“ไม่ยักรู้ว่านายจะมีเมทกับเขาด้วย” แบล็กเป็นคนแรกที่ทักทันทีที่เห็นศาสตราจารย์ปรุงยาเดินกลับเข้ามาในห้อง เซเวอรัสต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่แสยะยิ้มเยาะกลับไป อยากรู้เสียเหลือเกินว่าไอ้หมาปากดีนี่จะทำหน้าแบบไหนถ้ารู้ว่าลูกทูนหัวสุดที่รักของมันมีเขาเป็นคู่โชคชะตา แต่เมื่อยังไม่ถึงเวลาที่อีกฝ่ายต้องรู้เซเวอรัสจึงทำเพียงตีหน้านิ่งแล้วตอกกลับ

 

“และฉันก็ไม่เห็นว่าการที่ฉันมีโซลเมทจะเป็นธุระกงการอะไรของแก”

 

“แก!” ดวงตาสีนิลสองคู่ที่มองสบกันราวกับอยากจะเผาอีกฝ่ายทั้งเป็นเสียตรงนี้ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมมาคุอย่างรวดเร็วด้วยการคุยกันแค่สองประโยค จนอาเธอร์ต้องเข้ามาปรามทั้งสองคน

 

“เอาล่ะๆเรื่องส่วนตัวเอาไว้คุยกับทีหลังนะ ตอนนี้เราช่วยกันคิดก่อนว่าพอจะมีหลักฐานอะไรที่จะทำให้แฮร์รี่พ้นมลทินบ้าง” ด้วยคำทักท้วงนั้นทั้งเซเวอรัสและแบล็กจึงยอมนั่งลงและกลับมาคุยธุระสำคัญกันโดยดี

 

**********

 

แฮร์รี่ถูกรับมาอยู่ที่กริมโมลด์เพลสได้สักพักหนึ่งแล้ว วันแรกที่มาเขารู้สึกโมโหไปเสียทุกอย่างเพราะทุกคนดูจะไม่ยอมบอกอะไรกับเขาสักนิด จนเขางงไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และที่โมโหกว่าอาจจะเป็นเพราะหนังสือพิมพ์ตีข่าวหาว่าเขาโกหกเรื่องการกลับมาของโวลเดอมอร์ แฮร์รี่อดน้อยใจไม่ได้ว่าทำไมโจเซฟถึงไม่เคยพูดเรื่องนี้ให้เขาฟัง

 

ปีนี้เขาจะอายุ15แล้ว ถึงเขาจะยังไม่บรรลุนิติภาวะแต่เขาคิดว่าเขาก็โตพอที่ควรจะรู้เรื่องอะไรมากกว่านี้ แต่ทุกคนก็ยังทำราวกับเขาเป็นยังเป็นเด็กเล็กๆที่ดูแลตัวเองไม่ได้ แม้แต่ซีเรียสเองก็เห็นด้วยกับการที่กันไม่ให้แฮร์รี่เข้ายุ่งกับในภาคีมากเกินไป แฮร์รี่อยากถามทุกคนเหลือเกินว่าลืมไปหรือเปล่าว่าเรื่องนี้เขาเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับมันมากที่สุด ทำไมถึงกลายเป็นเขารู้น้อยที่สุดกัน? ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดแต่ไม่อาจทำอะไรได้มากกว่าการเก็บกวาดบ้านคร่ำครึหลังนี้ให้สะอาด

 

ไม่กี่วันต่อมาแฮร์รี่ก็ได้เข้าพิจารณาคดี เขามีเรื่องอยากถามดัมเบิลดอร์มากมาย แต่อาจารย์ใหญ่ก็ดูจะยุ่งเสียจนไม่ว่างคุยกับเขาสักนิด เขารู้ว่าดัมเบิลดอร์เองก็ถูกกล่าวหาเช่นเดียวกับเขาแต่ช่วยแวะพูดคุยอะไรกับเขาหน่อยไม่ได้หรือไงกัน สุดท้ายเด็กหนุ่มจึงต้องกลับกริมโมลด์เพลสโดยยังไม่ได้คุยอะไรกับดัมเบิลดอร์เลยสักคำ

 

หลังจากการพิจารณาคดีเสร็จสิ้น แฮร์รี่ถูกตัดสินให้พ้นความผิดทุกประการ แน่นอนว่าในตอนที่ผลออกมาเป็นเช่นนั้นเด็กหนุ่มรู้สึกดีใจมาก แต่พอทันทีที่โรงเรียนเปิดและเริ่มมีคนพูดถึงเขาไปต่างๆนาๆ แฮร์รี่ก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ายังอยากไปโรงเรียนอยู่

 

เขารู้ตัวว่าช่วงนี้เขาค่อนข้างจะอารมณ์เสียง่ายเป็นพิเศษ แต่เขาไม่คิดเลยว่าจะถึงขั้นพาลรอนและเฮอไมโอนี่ เพื่อนที่ดีที่สุดของเขาทั้งสองคนได้ แฮร์รี่ทำได้แค่ขอโทษทั้งสองคน แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง เขาได้แต่หวังว่าฝนตกคราวหน้าเขาจะสามารถควบคุมอารมณ์ได้มากกว่านี้ก่อนคุยกับโจเซฟ

 

**********

 

เปิดเทอมยังไม่ถึงสัปดาห์แฮร์รี่ก็เริ่มพบว่าปีการศึกษานี้มันมีแต่หายนะ เริ่มด้วยที่หลายๆคนมองเขาแปลกๆ ไปจนถึงตอนนี้ที่เขาต้องมานั่งประคบเย็นที่มือเพราะไปมีเรื่องกับยัยคางคกอัมบริดจ์ ทำให้เขาโดนทำโทษจนปวดแสบที่หลังมือไปหมด

 

“แฮร์รี่ มือเธอไปโดนอะไรมา” เฮอไมโอนี่เป็นคนแรกที่สังเกตหลังแฮร์รี่พยายามซ่อนมือไว้ไม่ให้ใครเห็น

 

“เปล่านี่” เขาโกหกพร้อมทั้งยื่นมือข้างที่ไม่เป็นไรให้เธอดู แต่เพื่อนสาวของเขาฉลาดเกินกว่าที่เขาจะทำเล่นลิ้นเมื่อเธอดึงมืออีกข้างของเขาขึ้นมาดูจนเห็นแผลเป็นรอยกรีด ฉันจะไม่โกหก อยู่บนนั้น

 

“แฮร์รี่นี่มันเกินไปนะ เธอต้องบอกดัมเบิลดอร์หรือใครสักคน” แฮร์รี่รู้ว่าเฮอไมโอนี่เป็นห่วงเขา แต่บางทีความจู้จี้จุกจิกของเธอก็ทำให้แฮร์รี่รำคาญอยู่ไม่น้อย

 

“ดัมเบิลดอร์มีเรื่องให้ต้องคิดมากพอแล้ว เรื่องแค่นี้ฉันไม่ควรจะเอาไปบอกเขา”

 

“แต่—“ เฮอไมโอนี่กำลังจะค้านแต่แฮร์รี่ก็ขัดแทรกขึ้น

 

“เธอบอกว่าฉันควรบอกใครสักคน งั้นไว้ฝนตกคราวหน้าฉันบอกเมทฉันแล้วกัน อย่างน้อยเขาก็เป็นผู้ใหญ่นี่ใช่ไหม?” อันที่จริงเด็กหนุ่มไม่ได้คิดหรอกว่าโซลเมทจะช่วยอะไรเขาได้ ในเมื่อแค่เจอกันอีกฝ่ายยังไม่เคยมาเจอเขาเลย เขาแค่พูดตัดรำคาญเฮอไมโอนี่ไปอย่างนั้น

 

“เธอได้เจอเขาแล้วเหรอ?” และดูเหมือนจะได้ผลเมื่อเพื่อนสาวของเขาเริ่มเปลี่ยนความสนใจไปเรื่องอื่นมากกว่า

 

“ไม่ ฉันยังไม่เคยเจอเขาหรอก พวกเราคิดว่ามันง่ายกว่าถ้าอยากจะคงสถานะแค่เพื่อนคุยกันจนกว่าฉันหรือเขาจะแต่งงาน” หรือหลังจัดการโวลเดอมอร์ได้ แฮร์รี่ต่อท้ายในใจ

 

“ถ้าแบบนั้นบอกเขาไปก็ไม่มีความหมายเลยน่ะสิ เหมือนเธอแค่บ่นให้เพื่อนทางจดหมายที่ไม่เคยเจอหน้ากันฟังมากกว่า” เด็กสาวยังคงต่อเรื่องเดิมอย่างไม่ยอมแพ้จนแฮร์รี่ต้องลอบถอนหายใจ

 

“อย่างน้อยเขาก็เป็นผู้ใหญ่น่าจะพอแนะนำได้ว่าฉันควรทำอะไรต่อไง” แฮร์รี่พยายามต่อรอง

 

เฮอไมโอนี่นิ่งคิดไปชั่วครู่ก่อนถามคำถามสุดท้าย “เธอมั่นใจใช่ไหมว่าเขาไว้ใจได้จริงๆน่ะ? อย่าคิดแค่เพราะเธอเป็นโซลเมทเขานะ เท่าที่ฉันรู้มันก็มีคนบางพวกที่ฆ่าเมทของตัวเองได้อย่างไม่แยแสเหมือนกัน”

 

“อย่างน้อยฉันก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเขาไม่ใช่ผู้เสพความตายล่ะนะ เพราะถ้าเขาใช่ฉันคงตายไปหลายรอบแล้วล่ะ” แฮร์รี่ยักไหล่เล็กน้อยตอบกลับพยายามซ่อนความไม่พอใจที่เฮอไมโอนี่ระแวงเมทของตนเงียบๆ ยิ่งสร้างความสงสัยให้เพื่อนทั้งสองคนที่ฟังอยู่

 

“หมายความว่ายังไงน่ะเพื่อน?” เป็นรอนที่ถามแทรกขึ้นมาแทน เด็กหนุ่มจึงยักยิ้มซุกซนเล็กน้อยก่อนตอบคำถามให้

 

“คืองี้ มันมีครั้งนึงที่เมทเคยบ่นว่าฉันน่ะพูดมากเกินไป แบบว่าก่อนหน้านี้ฉันคิดว่าเขาไม่ได้ยินใช่ไหมล่ะฉันก็เลยเล่าอะไรๆไปเยอะ เขาก็บ่นว่าฉันไม่ระวังตัวเอาซะเลยเพราะถ้าเขาเป็นผู้เสพความตายแล้วเขารู้เรื่องจากฉันมากขนาดนี้ฉันคงตายไปแล้ว อะไรทำนองนั้นน่ะ”

 

“เธอพูดอะไรไปแค่ไหนกันน่ะ? คงไม่ใช่ว่าเล่าเรื่องภาคีไปด้วยใช่ไหม?” เฮอไมโอนี่ถามต่อด้วยน้ำเสียงจับผิดที่ทำให้แฮร์รี่เริ่มหงุดหงิดมากขึ้นเมื่อเธอถามด้วยน้ำเสียงแบบนั้น

 

“ถ้าเธอจำได้นะเฮอไมโอนี่ ฉันพึ่งจะรู้เรื่องภาคีมาเมื่อไม่นานนี้และที่ผ่านมานี่ฝนก็ยังไม่ตกเลยสักวัน ฉันจะไปเล่าให้เขาฟังได้ยังไง?” เด็กหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อดประชดประชันไม่ได้ เฮอไมโอนี่จึงได้รู้ตัวว่าเธอถามพลาดเข้าเสียแล้ว แม้จะแปลกใจสักหน่อยที่แฮร์รี่ดูจะฉุนเฉียวง่ายกว่าปกติ แต่เธอคิดว่ามันอาจจะเป็นเพียงอารมณ์วัยรุ่นและเธอก็ไม่อยากที่จะต้องมาทะเลาะกันในเวลาอย่างนี้

 

“ฉันเข้าใจแล้ว ขอโทษที่ถามเธอแบบนั้น จริงสิแล้วตกลงเมทเธอเป็นคนแบบไหนน่ะ เธอไม่ค่อยได้เล่าให้พวกเราฟังเลย” เด็กสาวพยายามเปลี่ยนเรื่องที่จะพูด และดูเหมือนมันจะได้ผลเมื่อแฮร์รี่ที่ทำหน้างอเมื่อครู่ดูจะมีสีหน้าที่ดีขึ้นบ้าง

 

“เขาไม่ค่อยยอมบอกรายละเอียดตัวเองกับฉันเท่าไหร่ ส่วนมากก็แค่คุยกันว่าวันๆนึงเจออะไรมาบ้างก็หมดเวลาแล้ว นอกจากเรื่องอาชีพกับอายุที่ฉันเคยเล่าให้พวกนายฟังไป ที่ฉันได้รู้อีกอย่างคือเขาเข้าสังคมได้แย่มากๆ เพราะฉันเคยถามเขาว่าทำไมไม่แต่งงานไปก่อนที่จะเจอฉัน เขาบอกว่าเขาไม่ใช่คนที่มีเพื่อนคบเท่าไหร่ เพื่อนคนเดียวของเขาที่เขาแอบชอบก็แต่งงานกับโซลเมทไปก่อน เขาเลยอยู่คนเดียวมาตลอดเลย”

 

“ถ้าเขาไม่มีเพื่อนเลยขนาดนั้นฉันว่าเขาอาจจะไม่ใช่คนดีก็ได้นะแฮร์รี่” รอนพูดแทรก

 

“ไม่รู้สิ แต่ตลอดเวลาที่คุยด้วยกันมาฉันว่าเขาก็ไม่ได้เลวร้ายนะ อาจจะมีแข็งกระด้างไปบ้างเลยพูดไม่ค่อยเข้าหูคนมากกว่า อย่างบางทีก็มีแซะฉันบ้างถ้าฉันทำอะไรที่เขามองว่าเด็กน่ะนะ แต่โดยรวมเขาก็เป็นคนให้คำปรึกษาที่ดีนะ ดูพึ่งพาได้เลยล่ะ” แฮร์รี่ลูบรอยแผลบนหลังมือเบาๆพลางคิดวิเคราะห์ตามที่เพื่อนสนิทพูด

 

“แฮร์รี่รู้ตัวไหมว่าทุกครั้งที่ฉันฟังเธอพูดมาเธอแก้ตัวแทนเมทตลอดเลยนะ ไม่ใช่ว่าเธอเริ่มชอบเขาแล้วหรือเปล่า?” เฮอไมโอนี่ถาม

 

“อื้อฉันก็ชอบเขานะ เขาเป็นเมทฉันนี่ทำไมฉันจะไม่ชอบเขาล่ะ?” แฮร์รี่เลิกคิ้วถามอย่างไม่ค่อยเข้าใจที่เพื่อนสาวพยายามจะสื่อนัก

 

“ไม่ใช่ชอบแบบนั้น ฉันหมายถึงชอบเชิงชู้สาวน่ะ” คำอธิบายจากเพื่อนสาวทำแฮร์รี่สะดุ้งอ้าปากพะงาบโดยไร้คำตอบอยู่เป็นเวลานานกว่าจะหาเสียงของตนเองเจอ

 

 

“ไม่! ฉันคิดว่าไม่นะ ถึงฉันจะชอบคุยกับเขาก็เถอะ! แต่ว่าฉันไม่คิดว่าฉันจะชอบเขาแบบนั้นนะ เธอคิดดูสิเขาเป็นผู้ชายนะและฉันยังชอบผู้หญิงอยู่ แถมเขาอายุห่างกับฉันตั้งยี่สิบปี มัน...มันจะเป็นแบบนั้นได้เหรอ?” ยิ่งพูดเด็กหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกไม่มั่นใจในคำตอบของตัวเองเสียดื้อๆ จนสุดท้ายกลายเป็นเสียงที่ราวกับจะพึมพำถามตัวเองเสียมากกว่า

 

“ตอนนี้เธออาจจะยังสับสนนะ อย่างที่ฉันเคยบอกแรงดึงดูดระหว่างคู่โชคชะตาน่ะแรงมากจริงๆ เธออาจจะแค่สับสนเพราะแรงดึงดูดของมันก็ได้ อย่างตอนนั้นที่ฉันเศร้าก็เพราะแรงดึงดูดนี่เหมือนกัน แต่พอผ่านมาได้พักเดียวฉันก็ไม่เคยคิดถึงเมทฉันอีกเลยนะ” เฮอไมโอนี่พยายามอธิบายแต่ดูจะทำให้แฮร์รี่กระวนกระวายกว่าเดิม

 

“นายไม่ลองขอโชเดทดูล่ะ? จะได้รู้ว่านายยังสนใจผู้หญิงคนอื่นมากกว่าโซลเมทหรือเปล่า?” รอนแทรกพูดเสนอขึ้นทำให้แฮร์รี่ต้องหันมองเพื่อนซี้อย่างตกใจ

 

“แบบนั้นไม่ผิดต่อโชไปหน่อยเหรอ? ถึงโชจะไม่มีเมทเพราะเซดดริก...จากไปแล้วก็เถอะ” ภายในอกของแฮร์รี่ยังคงบีบรัดทุกครั้งที่พูดถึงเซดดริกน้ำเสียงของเขาจึงแผ่วเบาลงในท้ายประโยค

 

“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่เพื่อน อย่างน้อยโชก็มีนายปลอบด้วย แล้วนายก็ชอบโชอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ถ้านายเดทกับเธอแล้วมันเวิร์กเมทนายก็คงไม่ว่าอะไรหรอก” รอนพูดพร้อมตบบ่าแฮร์รี่เบาๆ

 

“ฉันว่าที่รอนว่าไม่เลวนะแฮร์รี่ เพราะเธอก็ชอบโชอยู่ไม่ใช่เหรอ ตอนแรกอาจจะไม่ต้องถึงขั้นจีบก็ได้แค่ลองคุยๆดูอย่างเพื่อนกันก่อน” เด็กสาวเสริมเพื่อนผมแดงอย่างเห็นด้วยทำให้แฮร์รี่เริ่มลังเล

 

“ก็... ก็คงจริงของพวกนาย” เพราะถึงอย่างไร เท่าที่เขาคุยกับโจเซฟไว้แต่แรกก็คือความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นแค่เพื่อนคุยกันนี่ใช่ไหม?

 

แต่ไม่รู้ทำไมภายใจในลึกๆของแฮร์รี่ถึงได้หวาดกลัวถ้าต้องตัดความสัมพันธ์กับคู่โชคชะตาของเขาเหลือเกิน

 

**********

 

มันเป็นบ่ายวันหนึ่งหลังจากที่พวกแฮร์รี่คุยเรื่องขอโชเดทไม่กี่วัน ในที่สุดฝนก็ตกลงมาหลังจากห่างหายไปนาน แฮร์รี่มีเรื่องที่อยากจะพูดเยอะแยะไปหมดจนเขาไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหนดี เด็กหนุ่มรอจนเสียงรอบข้างเริ่มเงียบหายและกระซิบหาเมทของตน

 

“โจเซฟ ได้ยินผมไหมฮะ?” หลังถามออกไปทิ้งเวลาอยู่ชั่วครู่กว่าเด็กหนุ่มจะได้ยินเสียงตอบรับกลับมา

 

‘แฮร์รี่?’ เสียงคุ้นเคยที่ตอบกลับมาทำให้คนที่รอคอยฟังอยู่อดยิ้มกว้างไม่ได้

 

“ในที่สุดคุณก็ได้ยินผมสักที ผมมีเรื่องจะเล่าเยอะแยะเลย”

 

‘เธอก็มีเรื่องเล่าเยอะตลอดนั่นล่ะ’ ถ้าแฮร์รี่ฟังไม่ผิดเขาว่าเขาได้ยินเสียงถอนหายใจจากอีกฝ่ายด้วย

 

“คราวนี้ไม่เหมือนกัน” เด็กหนุ่มตอบพร้อมพ่นลมหายใจออกดังฮึเบาๆที่โดนว่าเหมือนสบประมาทอย่างนั้นแล้วเริ่มพูดต่อ “ก่อนอื่น ทำไมคุณไม่เห็นเคยบอกผมเลยเรื่องข่าวบนเดลี่พรอเฟ็ตนั่นตลอดหน้าร้อนที่ผ่านมา?” แฮร์รี่ไม่อยากเริ่มบทสนทนาด้วยเรื่องนี้เท่าไหร่แต่มันดันเป็นเรื่องที่เขาอยากรู้ที่สุด และดันเป็นเรื่องที่ชวนให้เขาหงุดหงิดมากที่สุดด้วย เด็กหนุ่มได้แต่ภาวนาให้น้ำเสียงของเขาจะไม่แสดงอารมณ์มากเกินไป

 

‘นั่นเพราะฉันเห็นว่าพวกผู้ดูแลเธอคิดว่ายังไม่ควรให้เธอรู้ ฉันเลยไม่อยากบอกเพราะกลัวจะมีปัญหาทีหลัง’ โจเซฟตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดูใจเย็นราวกับคาดไว้อยู่แล้วว่าจะต้องเจอคำถามนี้

 

“คุณรู้ได้ยังไงว่าพวกเขาไม่อยากให้ผมรู้?” แฮร์รี่ถามกลับอย่างไม่ยอมแพ้

 

‘แค่เธอไม่ได้รับข่าวใดๆเลยตลอดทั้งหน้าร้อน แค่นั้นก็ชี้ชัดแล้วว่าพวกเขายังไม่อยากให้เธอรู้ และจะให้เธอมารู้จากคนนอกอย่างฉัน ฉันเกรงว่ามันจะไปทำลายแผนบางอย่างของพวกเขา’ แฮร์รี่นิ่งคิดตามที่อีกฝ่ายว่าและก็ต้องยอมรับว่าคงจริงตามนั้น เพราะภาคียังมีความลับกับเขาอีกมากจริงๆ

 

“งั้นผมยกโทษให้เรื่องนั้นก็ได้ เอ้อแล้วก็ผมได้อาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่แล้วเป็นคนจากกระทรวง แต่ยัยนั่นไม่ได้สอนอะไรพวกเราเลย แถมพอผมถามเรื่องโวล—เรื่องคนที่คุณก็รู้ว่าใครยัยแก่นั่นก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟสั่งกักบริเวณผมเลยล่ะ” เด็กหนุ่มเล่าอย่างใส่อารมณ์เผ็ดร้อน แต่ดูเหมือนโจเซฟจะไม่ค่อยเห็นด้วยนัก

 

‘ต่อให้เธอไม่ชอบอาจารย์ของเธอก็ควรเรียกอย่างสุภาพกว่าคำว่ายัยแก่นั่นนะ’ โจเซฟดุเล็กน้อย

 

“แต่ยัยแก่คางคกนั่นสั่งทำโทษผมด้วยการให้คัดข้อความด้วยปากกาเฮงซวยที่เขียนไปมันก็กรีดหลังมือผมไปด้วยนะ ให้เรียกด้วยความเคารพคงไม่ไหว ถึงสเนปจะคอยหาเรื่องผมแต่ก็ยังไม่เคยถึงขั้นใช้ความรุนแรงแบบนี้เลย” แฮร์รี่เถียงกลับ

 

‘อาจารย์คนนั้นใช้วิธีทรมานทำโทษเด็กหรือ? นั่นมันผิดจรรยาบรรณนะ’ เสียงทุ้มที่ตอบกลับเจือปนด้วยอารมณ์โกรธอย่างไม่ปิดบังทำให้แฮร์รี่ยักยิ้มอย่างพอใจ ที่อีกฝ่ายเห็นด้วยกับเขาจนไม่ว่าเรื่องคำเรียกแล้ว แถมยังให้ความรู้สึกดีว่าโจเซฟเหมือนจะใส่ใจเขา

 

“เพื่อนผมก็บอกแบบนั้นเหมือนกัน เธอบอกให้เอาเรื่องไปบอกอาจารย์ใหญ่ด้วย แต่ผมว่าตอนนี้อาจารย์ใหญ่มีเรื่องให้ต้องจัดการเยอะเกินไป ไม่ควรมาใส่ใจเรื่องเล็กน้อยแค่นี้”

 

‘มันไม่ควรเป็นเรื่องเล็กน้อย อย่างน้อยๆเธอควรบอกผู้ปกครองของเธอให้เขาร้องเรียน’ แฮร์รี่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่ร้องเหอะทันทีที่ได้ยินว่าให้ผู้ปกครองร้องเรียน

 

“พวกเดอร์สลีย์เป็นผู้ปกครองผม และอย่างที่ผมเคยบอกคุณแล้ว พวกเขาไม่มีทางมาสนใจเรื่องนี้หรอก ผมว่าเขาอาจจะสะใจเสียด้วยซ้ำ อีกอย่างผมว่าร้องไปก็คงไม่มีความหมายถ้าฟัดจ์หนุนหลังยัยแก่นั่นอยู่”

 

‘ถ้าอย่างนั้นทางที่ดีเธอก็พยายามอย่าหาเรื่องให้ตัวเองมากนัก ในเมื่อรู้แล้วว่าโดนเพ่งเล็งอยู่แบบนี้’

 

“ผมจะพยายาม” เด็กหนุ่มตอบพร้อมแอบไขว้นิ้วไว้ เพราะเขารู้ว่าเขาไม่มีทางทำได้หรอกในเมื่อเรื่องหลายๆอย่างดูจะวนเวียนรอบตัวเขาตลอดแบบนี้

 

“โจเซฟมีอีกเรื่อง...” แฮร์รี่พูดเสียงเบาอย่างลังเล เขาไม่รู้ว่าควรพูดดีไหม แต่ถ้าไม่พูดตอนนี้เขากลัวว่าจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายโกรธที่มารู้ทีหลังหรือเปล่าถ้าเขากับโชไปได้ดี “ผมว่าผมจะไปขอสาวคนนึงออกเดท...”

 

‘...’ เป็นความเงียบงันเมื่อโจเซฟไม่ได้ตอบอะไร แฮร์รี่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ โกรธ? ตกใจ? หรือเวลาของทางนั้นหมดไปแล้ว? แฮร์รี่เลยรีบแก้ตัว

 

“อาจจะยังไม่ถึงขั้นขอเดทหรอกนะ ผมว่าคงเริ่มคุยๆแบบเพื่อนกันไปก่อน”

 

‘... เราก็เคยคุยกันแต่แรกแล้วนี่ว่าถ้าเธออยากจะเดทสาวฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร ไม่ต้องรีบแก้ตัวแบบนั้นหรอก’ น้ำเสียงที่ตอบกลับมาดูราบเรียบอย่างปกติแฮร์รี่จึงคิดเอาว่าที่เงียบไปเมื่อครู่อีกฝ่ายคงตกใจที่จู่ๆเขาบอกกะทันหัน เด็กหนุ่มอยากจะถามเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาอีกสักหน่อยแต่เสียงสายฝนก็ค่อยๆดังกลับมาแล้ว

 

“ผมแค่อยากบอกไว้ก่อนน่ะ ไว้ฝนตกพร้อมกันครั้งหน้าผมจะเล่าความคืบหน้าให้ฟังนะฮะ”

 

‘แล้วฉันจะรอฟัง’ ทันทีที่โจเซฟพูดจบเสียงรอบตัวแฮร์รี่ก็ดังกลับมาดังปกติพอดี เด็กหนุ่มจึงผ่อนลมหายใจยาว

 

“เมทนายว่าไงบ้างน่ะ?” เป็นรอนที่เริ่มถามทันทีที่เห็นว่าแฮร์รี่ได้ยินพวกตนแล้ว

 

“เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร อาจจะเพราะเราเคยคุยกันตั้งแต่แรกแล้วล่ะมั้งว่าจะไม่ยึดติดเรื่องคู่โชคชะตาอะไรนั่น ถ้าใครเจอคนอื่นที่ถูกใจก็ตัดพันธะไปผูกกับคนคนนั้นแทนได้เลย” แต่ไม่รู้ทำไมแฮร์รี่กลับรู้สึกอยากให้เมทของเขาแสดงออกว่าไม่พอใจมากกว่าดูนิ่งเฉยแบบนี้

 

“เธอบอกว่าเขาอายุมากกว่าประมาณ20ปีเลยนี่ แปลว่าเขาอาจจะแค่ไม่อยากให้เธอมายึดติดกับชายวัยกลางคนแบบเขาก็ได้” เฮอไมโอนี่พูดขึ้นราวกับอ่านใจแฮร์รี่ออก จนเด็กหนุ่มไม่แน่ใจว่าตนเองออกสีหน้าไปมากขนาดที่เพื่อนสาวเดาใจได้ง่ายขนาดนั้นเชียว หรือเฮอไมโอนี่แค่พูดไปตามเนื้อผ้าที่เห็นกันแน่

 

“ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่เอาเป็นว่าฉันสามารถขอโชเดทได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิดกับเมทตัวเองแล้วล่ะนะ”

 

**********

 

ต้องยอมรับว่าช่วงนี้แฮร์รี่ค่อนข้างจะมีความสุขมากเมื่อโชเริ่มเป็นฝ่ายที่เข้ามาคุยและทักทายเขาก่อน ตอนแรกแฮร์รี่กลัวว่าโชอาจจะเกลียดเขาเพราะเขาเป็นคนเดียวที่รอดชีวิตออกมาจากเขาวงกตหรืออาจจะคิดว่าเขาเป็นบ้าอย่างที่ข่าวหนังสือพิมพ์พยายามจะบอก แต่เมื่อโชเป็นคนเริ่มทักความหวาดกลัวเหล่านั้นก็ดูจะปลิวหายไปราวกับไม่เคยมีมันมาก่อน

 

โชคร้ายที่ความสุขของแฮร์รี่อยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อจู่ๆก็มีประกาศให้โดโลเรส อัมบริดจ์ขึ้นมาเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนใหญ่ และมันยิ่งเลวร้ายเมื่อหลังจากนั้นกฎ(งี่เง่า)มากมายก็ถูกประกาศ ทั้งเรื่องการแต่งกาย การห้ามเข้าชมรม การจับกลุ่มกันของนักเรียน และอีกเรื่องที่ดูจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเพื่อนๆเขา คือการที่แฮร์รี่ถูกอัมบริดจ์สั่งกักบริเวณทุกคืน

 

อันที่จริงแฮร์รี่ไม่ได้สนใจเรื่องการโดนกักบริเวณกับอัมบริดจ์เลยต่อให้เขาต้องมานั่งเขียนกรีดมือทุกวัน แต่เฮอไมโอนี่ก็ยังโมโหเป็นฟืนเป็นไฟทุกครั้งที่เขาหาเรื่องอัมบริดจ์ แถมศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็มาหักคะแนนบ้านเพราะเรื่องนั้นด้วยเช่นกัน ถึงอย่างนั้นแฮร์รี่ก็ยังคงพอใจกับชัยชนะเล็กๆเวลาเถียงคืนอยู่ดี คืนนี้จึงเป็นอีกคืนที่เขาโดนกักบริเวณจนเกือบเที่ยงคืน กว่าจะได้ออกมาจากห้องสีชมพูน่าสะอิดสะเอียนนั่น

 

เด็กชายก้าวไปตามทางเดินที่เงียบสงัดเพื่อกลับหอนอน แต่แล้วเขาก็ได้พบกับบุคคลที่เขาไม่อยากพบที่สุด โดยเฉพาะในเวลาแบบนี้

 

“คุณพอตเตอร์ ดูเหมือนคุณจะลืมอีกแล้วสินะว่านี่มันเลยเวลาเคอร์ฟิวไปแล้ว” เสียงแหบทุ้มของชายผู้อยู่ในชุดสีดำพูดจาถากถางเขาอย่างเคย แต่แฮร์รี่ที่พึ่งจะกรีดมือจนเลือดโชกมายังไม่มีอารมณ์จะต่อล้อต่อเถียงด้วยตอนนี้จึงตอบไปอย่างเลี่ยงๆ

 

“ผมพึ่งถูกปล่อยตัวจากการกักบริเวณของศาสตราจารย์อัมบริดจ์ครับ ผมกำลังจะกลับหอนอนแล้ว ขอตัวนะครับ” เด็กหนุ่มพูดรวบเดียวจบและพยายามเดินเลี่ยงออกไป เขารู้ว่าการที่หนีหน้าแบบนี้เดี๋ยวก็ต้องโดนถากถางตามมาอีก แต่ตอนนี้เขาเหนื่อยเกินว่าที่จะเล่นสงครามประสาทตอนนี้

 

“เดี๋ยวพอตเตอร์” สเนปเรียกเขาไว้อย่างที่คาด แฮร์รี่จึงจำต้องหันกลับไปพลางคิดในหัวอย่างรวดเร็วว่าควรจะพูดอะไรเพื่อที่เขาจะได้รีบพ้นๆไปจากตรงนี้เสียที

 

“ครับ?” เด็กหนุ่มขานรับพร้อมมองคนเรียกด้วยสีหน้าที่ไม่เก็บอาการสักนิดว่าอยากจะรีบไป

 

“ตามฉันมา ศาสตราจารย์มักกอนนากัลฝากให้ฉันเอายาให้เธอ” ว่าจบอาจารย์ปรุงยาก็เดินนำหน้าเด็กหนุ่มไปโดยไม่รอการตอบรับ ทิ้งให้แฮร์รี่ลอบถอนหายใจเบาๆก่อนเดินตามอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

 

สเนปเดินนำไปยังห้องเก็บยาก่อนปีนขึ้นไปหยิบยามาขวดหนึ่งแล้วหันกลับมาสั่งแฮร์รี่ที่ยืนรออยู่หน้าห้อง “แกะผ้าพันแผลที่มือของเธอซะ ฉันจะสอนวิธีใช้ยา”

 

แฮร์รี่ไม่แน่ใจว่าสเนปรู้ได้อย่างไรว่ามือของเขามีแผล แต่อาจจะรู้จากการที่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลฝากยาให้เขาก็ได้ ถึงจะไม่ค่อยไว้ใจสเนปนักแต่ก็มั่นใจได้ว่าอีกฝ่ายคงไม่เอายาพิษใส่แผลเขาหรอก เด็กหนุ่มจึงแกะผ้าพันแผลออกอย่างรวดเร็ว

 

ร่างสูงกว่าของคนเป็นอาจารย์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ก่อนจับเอามือข้างที่เป็นแผลขึ้นมาดูอย่างพินิจแล้วค่อยๆหยดยาลงไป ช่วงเวลาหนึ่งที่แฮร์รี่คิดว่าเขาอาจจะตาฝาด ตอนที่สเนปเห็นแผลบนมือเขาครั้งแรก ดวงตาสีนิลคู่นั้นดูจะมีประกายความเป็นห่วงไหลผ่านอยู่ชั่วพริบตาหนึ่ง ซึ่งแฮร์รี่คิดว่านั่นเป็นเรื่องที่ดูเหลวไหลที่สุดเรื่องนึงเลยทีเดียว

 

“ค่อยๆหยดยานี่ลงบนแผลให้ทั่ว พยายามอย่าหยดซ้ำที่เดิม” สเนปส่งยาขวดนั้นให้พร้อมละมือที่จับอยู่เมื่อครู่ออก แฮร์รี่บอกไม่ได้ว่าทำไม แต่เขารู้สึกชอบความอบอุ่นยามมือหยาบคู่นั้นจับมือเขาไว้ มันอุ่นกว่าที่คาดเพราะเด็กหนุ่มเคยคิดมาตลอดว่ามันควรจะเย็นชืดเหมือนความเย็นชาของเจ้าตัว

 

“พอตเตอร์?” และดูเหมือนเขาจะเหม่อลอยเกินไปสเนปจึงต้องเรียกเขาอีกครั้งเมื่อเด็กหนุ่มไม่ยอมรับขวดยาไปเสียที

 

“ครับ ขอบคุณมากครับศาสตราจารย์” แฮร์รี่รีบรับขวดยาทันทีที่ได้สติแล้วโค้งให้อีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนรีบเดินจนแทบจะวิ่งกลับไปที่หอนอน

 

เขารู้ว่านี่มันบ้า แต่ชั่วเวลาหนึ่งแฮร์รี่รู้สึกได้ว่าบรรยากาศของสเนปคล้ายกับบรรยากาศของโจเซฟอย่างน่าประหลาด ผมสีดำยุ่งเหยิงถูกสะบัดไปมาไล่ความคิดฟุ้งซ่านนั้นออกไป มันก็แค่เพราะสเนปน่าจะอายุใกล้ๆกับโจเซฟแค่นั้นเองถึงได้มีบรรยากาศบางอย่างที่คล้ายกัน เด็กหนุ่มบอกกับตัวเองอย่างนั้น

 

**********

 

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วอากาศค่อยๆเย็นลงเรื่อยๆจนฝนที่เคยทิ้งห่างเริ่มกลับมาตกอีกครั้ง แฮร์รี่ยังคงเล่าเรื่องต่างๆในโรงเรียนให้โจเซฟฟังอย่างเคย และคอยฟังเรื่องข้างนอกจากที่โจเซฟเล่าด้วย(แม้ว่าส่วนใหญ่จะมีแค่แฮร์รี่ฝ่ายเดียวที่เล่าก็ตาม) แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับโจเซฟก็ยังดูปกติดี แม้ว่าเขาจะมีเล่าเรื่องความคืบหน้าของเขากับโชบ้าง อีกฝ่ายก็ดูจะไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ ซ้ำยังให้คำปรึกษาเขาอย่างผู้ใหญ่คนนึงอีกต่างหาก

 

“ช่วงนี้ผมรู้สึกตัวเองหงุดหงิดง่ายมากๆ เหมือน...ผมโกรธอยู่ตลอดเวลาเลย ทั้งๆที่ก็ไม่รู้ว่าโกรธด้วยเรื่องอะไร” แฮร์รี่บ่นอุบผ่านสายฝน มันเป็นฝนแรกหลังจากทิ้งห่างไปนานหลายสัปดาห์ และโชคดีที่โจเซฟฝนตกพร้อมเขาด้วย

 

‘อารมณ์วัยรุ่น?’ ชายหนุ่มสันนิษฐาน

 

“ไม่โจเซฟ ผมว่าผมคุ้นเคยกับอารมณ์วัยรุ่นของผมดี แต่ช่วงนี้มันแปลก เหมือนจะมีบางอย่างกระตุ้นให้ผมโกรธและคอยระเบิดใส่คนอื่นตลอดเลย มันไม่ใช่แค่อารมณ์งี่เง่าแบบปกติน่ะ” ใช่ใครว่าเขาไม่รู้ตัวว่าบางทีเขางี่เง่า แต่อารมณ์วัยรุ่นนี่ เขาจะปล่อยอารมณ์ไปบ้างนิดหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไร แต่ช่วงนี้แม้แต่ตัวแฮร์รี่เองก็รู้สึกได้ว่ามันผิดปกติ

 

‘เธอพาลใส่เพื่อนเธออีกแล้วล่ะสิ’

 

“อื้อ... ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แค่พวกเขาเป็นห่วงที่ผมดูจะคอยหาเรื่องอัมบริดจ์ทำให้ตัวเองโดนกักบริเวณ ผมกลับพาลโมโหใส่เสียอย่างนั้น ทั้งๆที่ตอนปีที่แล้วมีแต่คนหมั่นไส้ที่ผมเป็นตัวแทนผมยังไม่เคยพาลใส่เพื่อนแบบนี้เลย” แฮร์รี่บ่นเสียงอ่อนพลางหมุนไม้กายสิทธิ์ในมือไปด้วย

 

‘ไปลองคุยดีๆ อธิบายให้พวกเขาฟังอย่างที่พูดให้ฉันฟังดูถ้าเธอไม่อยากเสียเพื่อนไป’

 

“แต่ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขายังอยากคุยกับผมอยู่ไหม!” เด็กหนุ่มขึ้นเสียงเถียงกลับอย่างลืมตัวก่อนจะชะงักเมื่อคิดได้ว่าตนพึ่งพาลใส่เมทที่ไม่รู้เรื่องไปเสียอีก

 

“โจเซฟ ผมขอโทษ” แฮร์รี่รีบละลักละล่ำขอโทษโดยไว เขาไม่อยากให้เมทเงียบหายไปจากเขาอีกคนหรอกนะ

 

โจเซฟถอนหายใจยาวเหยียดให้กับอาการแบบนั้น ‘ฉันต้องไปแล้วแฮร์รี่ ไปหัดควบคุมอารมณ์ซะ ถ้าเธอยังเป็นอย่างนี้ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากคุยกับเธอ’

 

เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนทิ้งให้แฮร์รี่จมอยู่กับความเงียบ รอจนกว่าเสียงของสายฝนจะกลับมา

 

**********

 

แฮร์รี่ระเบิดอารมณ์ใส่เพื่อนของเขาอีกแล้ว และครั้งนี้ดูจะรุนแรงกว่าครั้งก่อนๆ เมื่อเฮอไมโอนี่ตัวสั่นหลังเขาตวาดออกไป ก่อนหน้านี้พวกเขากำลังพูดถึงเรื่องที่จะให้แฮร์รี่เป็นอาจารย์สอนการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดให้คนที่สนใจ และทั้งเฮอไมโอนี่กับรอนต่างก็พูดถึงวีรกรรมของเขาตั้งแต่ปี1จนถึงปี4ราวกับเขาเป็นวีรบุรุษ ทั้งๆที่เขามีแค่โชคช่วยและตัวช่วยบางอย่างให้เอาตัวรอดได้เฉพาะหน้าเท่านั้น แต่เพื่อนๆก็ยังยกย่องเขาเกินความเป็นจริงอยู่ดีและไม่ยอมฟังที่เขาพูดแม้แต่น้อย สุดท้ายแฮร์รี่จึงระเบิดอารมณ์ออกไป

 

“ร...เรา...เราแค่ต้องการจะสื่อว่าเธอเป็นคนเดียวที่รู้ว่าการเฉียดตายเป็นยังไงนะแฮร์รี่ เป็นคนเดียวที่รู้ว่าการต่อสู้จริงๆไม่ใช่ในห้องเรียนเป็นยังไง” เฮอไมโอนี่เป็นคนเริ่มพูดทำลายความเงียบระหว่างพวกเขาและนั่นทำให้แฮร์รี่เริ่มใจเย็นลง

 

“ฉันขอโทษที่ตวาดใส่ ช่วงนี้...อารมณ์ฉันไม่ค่อยคงที่น่ะ” แฮร์รี่ทรุดนั่งลงข้างๆเพื่อนสาวพร้อมกล่าวขอโทษเสียงเบา

 

“นั่นไม่เป็นไรเลยเพื่อน ฉันรู้ว่านายมีช่วงเวลาที่ลำบาก” รอนเป็นคนพูดพร้อมบีบบ่าแฮร์รี่เบาๆ จนเด็กหนุ่มพอจะยิ้มออกได้บ้างเมื่อสถาณการณ์ระหว่างพวกเขาคลี่คลายลงบ้าง

 

“แล้วใครจะยอมให้คนบ้าอย่างฉันสอนกันล่ะ?” แฮร์รี่เริ่มตั้งคำถามที่ดูจะเป็นเรื่องยากที่สุดก่อน

 

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเลย” เฮอไมโอนี่ส่งยิ้มละไม

 

แฮร์รี่เริ่มไม่แน่ใจนักกว่าเขาคิดถูกหรือเปล่าที่ตอบตกลงไป

 

 

Talk: สวัสดีค่ายังจำกันได้ใช่ไหม แฮร่ ขอโทษที่หายไปนานเลยนะคะ แอบไปเปิดไหดองใหม่อีกเรื่องมา—(หลบหม้อไหกระทะ) แต่ก็มาชดเชยให้ด้วยการอัพตอนนี้ยาวหน่อยนะคะ จริงๆคือภาค5หนังสือมันยาวมากๆด้วยเราพยายามย่อแล้วได้เท่านี้แลครึ่งเล่มแรก 5555

สังเกตได้ว่าตอนนี้จะเริ่มมีโมเม้นคุยกันมากขึ้นเนอะ และมันจะมากขึ้นเรื่อยๆค่ะเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ของคู่นี้ เราไม่แน่ใจว่าเราใส่คาร์สเนปอ่อนไปหรือเปล่า แต่เราชอบที่ป๋าดูอบอุ่นแบบนี้มากกว่าเลยแต่งมาเป็นแนวนี้ ยังไงก็มาคุยกับเราในทวิตได้นะคะที่ @The_rain_22 เราหวีดคนเดียวเราเหงามากแง้

 

สุดท้ายนี้ฝากฟิคอีกเรื่องด้วยน้า Don’t call me Dad ถึงจะไม่วายแต่อบอุ่นหัวใจสุดๆเลยล่ะค่ะ~

ปล.จริงๆคนพรูฟ พรูฟเสร็จตั้งแต่วันเสาร์ละค่ะ แต่เราดันลืมเอาโน้ตบุ๊คกลับบ้านด้วย พออัพด้วยมือถือแล้วฟอนต์เฟินหายหมด นี่เลยพึ่งได้อัพ ฟฟฟ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 127 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

242 ความคิดเห็น

  1. #116 GOTFAFA (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 09:31

    กลับมาอ่านอีกรอบบบ

    รออ่านตอนต่อไปนะคะไรท์ มาต่อไวๆนะคะ
    #116
    0
  2. #109 BBM07 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 17:40
    ฮือออ ไม่เป็นไรนะน้องรี่ มันไม่ใช่ความผิดหนู เป็นเพราะตาแก่หน้างูบางคนต่างหากที่ทำให้หนูหงุดหงิดง่าย โอ๋ๆนะ
    ขอโมเมนต์เพิ่มค่ะ สาดโมเมนต์ใส่เราทีค่ะ!
    ป๋า เขาไปขอหญิงเดทแล้วน่ะ รุกหน่อยเซ่!
    #109
    0
  3. #102 Secr3t-Key (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 01:32
    แฮร์รี่เป็นอะไร... ดูแปลกๆ อารมณ์ขึ้นง่ายเกินไป ฮืออออ น้องจะโอเคใช่มั้ย
    #102
    0
  4. #94 WHO AM I ?! (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 22:55
    มีความทำแผลให้กันนะคะ.. ///////
    #94
    0
  5. #93 JomKwan2882 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 22:14
    อยากจะบอกให้แฮร์รี่รู้ว่า...

    ช่วงนี้ระวังหน่อย แอบขอเดทสาวบ่อยๆ ช่วงนี้ระวังหน่อย ระวังป๋าเนปเอาคืน

    //ร้องแบบเสียงแนนโน๊ะ 5555
    #93
    0
  6. #92 im.mild (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 04:00

    คุยกันเยอะขึ้นแล้ว ตอนนี้เห็นการพัฒนาหลายอย่างเลยค่ะ ป๋านี่รู้สึกกับน้องมากขึ้นแล้วใช่มั้ยล่า เป็นห่วงชัดขึ้นเลย มีความเรียกมาทายาให้ด้วยยย อยากรู้ว่าหึงน้องบ้างมั้ยน้อ ตอนหน้าขอฝั่งป๋าอีกนะคะ อิอิ

    ส่วนรี่ ตอนนี้คงสับสนมาก กับทุกสิ่งทุกอย่าง กว่าจะรู้ตัวว่าชอบป๋าแล้วคงอีกสักพักแหละ อิอิ

    รอต่อนะคะไรท์ สู้ๆค่า~
    #92
    1
    • #92-1 im.mild(จากตอนที่ 5)
      26 มีนาคม 2562 / 04:00
      ปล. ถ้าตอนจบป๋าตายเค้าโกรธนะ แงงง ไม่เอาน้าาา
      #92-1
  7. #91 wan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 02:11

    หวังว่าป๋าเนปตะรอดคอนจบนะคะ T^T

    #91
    0
  8. #90 Tomaiey (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 23:26
    ห้าม! ห้ามจบแบบเซฟตายเด็ดขาด! ไม่งั้น มะไม่งั้น

    เค้าจะเสียใจมากๆๆๆ ฮือ สัญญานะ!!

    //เอาปืนจ่อ 5555555

    ป.ล.เราคิดว่าคงคาร์ป๋าดีมากเลยนะ แบบที่อ่อนอกอ่อนใจกับแฮร์รี่แค่คนเดียว55555
    ป.ล.2 รี่เดทโชนี่ ป๋าหึงรึเปล่านะ //ยิ้มอรุ่ม
    #90
    0
  9. #89 Tidvita (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 22:50
    ปู่เซฟกับมาคุยกับน้องก่อนนนน
    #89
    0
  10. #88 nmtkrwn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 22:41
    เฝ้ารอนะคะ พล็อตเรื่องดีมากกกกกกกก สเนปน่ารักมากค่ะ
    #88
    0
  11. #86 GOTFAFA (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 19:55

    ตอนนี้เหมือนสะใจยังไงไม่รู้ ที่น้องบอกป๋าว่าจะเดทกับโชอ่ะ 555 เราเชื่อว่าในใจป๋าตอนนี้ก้ยังคงบอกตัวเองว่ารักลิลลี่อยู่

    แต่ชอบที่ป๋าเปิดใจคุยกับน้องเเล้วอ่ะ

    เดี๋ยวเค้าก้จะรักกันเองอ่ะเน๊อะ

    สักหน่อยโวดี้คงมาโผล่ในหัวน้องแล้ว

    รออ่านตอนต่อไปนะคะไรท์
    รออีกเรื่องด้วย
    #86
    0
  12. #85 Lily for Lisa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 19:54
    กลับมาแน้ววว รส.ดีขึ้นเลยอ่ะหลังจากที่สเนปทายาให้ เค้าไม่เย็นชาแล้วแม่;^;
    #85
    0
  13. #84 TewadaCat (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 18:45

    ปัญหาคือ ตอนนี้รอทั้ง 2 เรื่องค่ะ ฮาาาา

    อีกเรื่องไรท์บอกไม่วาย. แต่เราอยากให้วายนะ//ชูป้ายไฟ วายเถอะ 555+

    เพราะฉะนั้น รีบอัพนะคะ รอทั้ง 2 เรื่องเลย
    #84
    0