[Fic Harry] Whisper in the Rain (SS/HP)

ตอนที่ 6 : 6th Rain

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,408
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 116 ครั้ง
    1 ก.พ. 63

6th Rain

 

ในทีแรกแฮร์รี่ไม่คิดว่าจะมีคนเรียนกับเขาเยอะมากนักหรอก เพราะเขายังคงเป็นคนโกหกเรียกร้องความสนใจตามที่หนังสือพิมพ์เขียน แต่แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจ เมื่อเพื่อนๆ ของเขาสนใจที่จะให้เขาสอนมากกว่าที่คิด ดังนั้นปัญหาต่อมาจึงเกิดนั่นคือห้องที่จะใช้สอน

 

พวกเขาทั้งสามปวดหัวกันอยู่พักใหญ่เมื่อที่ไหนๆ ก็ดูจะไม่ลงตัวเสียที กระทั่งเนวิลไปพบกับห้องต้องประสงค์เข้า เรื่องปวดหัวนี้จึงคลี่คลายได้อย่างคาดไม่ถึง

 

การสอนของแฮร์รี่จึงได้เริ่มขึ้น พร้อมๆ กับอัมบริดจ์ที่เริ่มออกกฎแปลกๆ ขึ้นทุกทีทั้งยังแต่งตั้งคนที่เข้ามาคอยจับผิดพวกเขาเรื่องการแอบชุมนุม แต่ห้องต้องประสงค์ไม่ใช่อะไรที่จะเจอได้โดยง่ายหากไม่รู้วิธี พวกเขาจึงยังไม่เคยถูกจับได้สักครั้ง

 

ทุกอย่างดูเป็นไปอย่างราบรื่นแม้กระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างแฮร์รี่กับโช มันเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายสำหรับแฮร์รี่เมื่อโชเองก็ดูจะมีใจให้เขาเช่นกัน ในวันสอนครั้งสุดท้ายก่อนหยุดคริสต์มาสพวกเขาจึงได้จูบกันใต้ต้นมิสเซิลโท...

 

“แล้วเธอจะบอกเมทเธอไหม?” เฮอไมโอนี่ถามขึ้นหลังจากที่ฟังแฮร์รี่เล่าจนจบ

 

“ฉัน... ฉันไม่รู้ว่าควรบอกไหม โชยังร้องไห้อยู่เลยหลังจากที่เราจูบกัน”

 

“นายจูบแย่ขนาดนั้นเลยเหรอเพื่อน?” เป็นรอนที่ถามแทรกขึ้น ทำแฮร์รี่รู้สึกห่อเหี่ยวไม่น้อยเมื่อคิดไปถึงในแง่นั้น ยังไงนั่นก็จูบแรกเขานี่นา เขาจะไปเก่งได้ยังไงกันล่ะ?

 

“ฉันเชื่อว่าจูบของแฮร์รี่ต้องดีแน่นอน โชน่ะร้องไห้เกือบตลอดเวลาเลยรู้ไหม เธอรู้สึกดีกับแฮร์รี่ แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดกับเซดริก ทั้งยังคิดมากเรื่องที่คนอื่นจะมองยังไงถ้าตัวเองจะไปคบแฮร์รี่ ไหนจะเรื่องที่ช่วงนี้เธอบินได้แย่มากๆ จนอาจจะถูกถอดออกจากทีมควิดดิชอีก” เมื่อได้ฟังเฮอไมโอนี่อธิบายอย่างนั้นแฮร์รี่ก็พอจะเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมโชถึงได้ร้องไห้ตลอดเวลา แฮร์รี่ชอบโชจากตอนที่โชยิ้มและมีชีวิตชีวา โชที่ซึมเศร้าแบบนี้ทำเขารับมือไม่ถูกจริงๆ

 

“งั้นเธอคิดว่าฉันควรเล่าให้เมทฉันฟังไหมเฮอไมโอนี่ ในเมื่อโชเองก็ยังไม่ชัดเจนกับความรู้สึกตัวเองเลยนี่นา?”

 

“แล้วเธอชัดเจนแล้วเหรอแฮร์รี่ ว่าเธอชอบจริงๆ จนจะผูกสัมพันธ์ใหม่กับโชน่ะ?” เฮอไมโอนี่ย้อนถาม

 

“ฉัน... ไม่แน่ใจ” แฮร์รี่ตอบกลับเสียงแผ่วเบาจนคนเป็นเพื่อนต้องลอบถอนหายใจ

 

“ทำตัวเองให้ชัดเจนก่อนแฮร์รี่ เพราะไม่อย่างนั้นคนที่เสียใจที่สุดจะเป็นโชนะ” เด็กสาวย้ำเตือนจนแฮร์รี่ต้องพยักหน้ายอมรับโดยดี

 

 

**********

 

แฮร์รี่ฝันเห็นเรื่องแปลกๆ อีกครั้ง เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเลื้อยไปบนพื้นเย็นเหยียบ เขามองเห็นสิ่งของที่อยู่รอบตัวส่องแสงวาววับดูน่าประหลาด และเขาก็ได้กลิ่นชายคนหนึ่ง แฮร์รี่รู้สึกอยากกัดเขาให้จมเขี้ยว แต่เขามีงานสำคัญกว่าต้องไปทำ แฮร์รี่กำลังจะปล่อยชายคนนั้นผ่านไป แต่อีกฝ่ายกลับชักไม้กายสิทธิ์ออกมา เขาไม่มีทางเลือกจึงยกตัวขึ้นกัดชายคนนั้น เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นห้อง พร้อมๆ กับแฮร์รี่ที่สะดุ้งตัวตื่นขึ้นมา

 

ในทีแรกไม่มีใครเชื่อหรอกว่าสิ่งที่แฮร์รี่เห็นในฝันจะเป็นเรื่องจริง แต่เมื่อเขายืนยันเสียงแข็งมักกอลนากัลจึงต้องพาเขาไปพบดัมเบิลดอร์แม้เป็นเวลายามวิกาลก็ตาม น่าแปลกที่ดัมเบิลดอร์ดูจะเชื่อทุกอย่างที่เขาพูด แต่หลังจากนั้นทุกอย่างรอบตัวแฮร์รี่ดูวุ่นวายเมื่ออาจารย์ใหญ่หันสั่งการกับรูปภาพต่างๆ โดยไม่สนใจจะอธิบายกับเขาสักนิดว่ามันเรื่องอะไรกัน

 

ความรู้สึกโกรธ ชิงชัง แล่นพล่านขึ้นมาในตัวแฮร์รี่จนเกินจะควบคุม เขาเผลอตวาดออกไปเสียงดังอย่างที่ชีวิตนี้เขาไม่เคยคิดจะทำ เมื่อตะโกนออกไปแล้วเขาถึงพึ่งได้สติว่าทำอะไรลงไป เขาอยากจะขอโทษนะแต่ ต้องไม่ใช่เวลาที่เขายังรู้สึกสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองอยู่แบบนี้

 

จนถึงหลังตะโกนออกไปแล้วอาจารย์ใหญ่ก็ยังคงไม่มีคำอธิบายใดๆ อยู่ดี มันยิ่งชวนหงุดหงิดและสับสน แถมยังให้สเนปมาพาตัวเขาออกไปอีก เขาจึงโดนสเนปลากตัวออกมา ถึงจะเป็นคำสั่งดัมเบิลดอร์ให้พาตัวเขาออกมาก็เถอะ แต่การที่อีกฝ่ายกระชากลากพ่อทูนหัวไปตามทางเดินแบบนี้เขาว่าน่าจะมีความแค้นส่วนตัวอยู่ด้วยสัก7ใน10ส่วน

 

แต่ถึงอย่างนั้น ความอบอุ่นจากมือที่กำลังจับแขนเขาอยู่นี่กลับทำให้เขารู้สึกอุ่นวาบในอกอย่างประหลาด ราวกับว่าความรู้สึกโกรธ ชิงชัง สับสนเมื่อสักครู่ถูกปัดเป่าไปจนหมด ทั้งๆ ที่เป็นคนที่เกลียดจนไม่อยากอยู่ใกล้แท้ๆ แฮร์รี่ไม่เข้าใจสักนิดว่าทำไมตนเองถึงรู้สึกเช่นนั้น

 

----------

 

เมื่อพาพอตเตอร์มาที่ห้องทำงานของตนเองแล้วเซเวอรัสจึงเริ่มต้นอธิบายถึงสิ่งที่กำลังเกิดกับตัวเด็กหนุ่ม แม้จะยังดูตื่นตระหนกอยู่บ้างแต่เซเวอรัสก็เห็นได้ว่าเด็กหนุ่มดูจะอารมณ์เย็นลงกว่าตอนที่เขาไปพาลงมามากแล้ว ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องดีที่เขาไม่ต้องมาปวดหัวปะทะคารมกับเด็กนี่ให้หัวเสียมากนัก

 

แต่ก็ต้องผิดคาดอย่างมากเมื่อทันทีที่เขาเริ่มอธิบายเรื่องความเชื่อมโยง เจ้าเด็กพอตเตอร์ก็เริ่มเปิดปากเถียงคำไม่ตกฟากทันที

 

“แล้วทำไมดัมเบิลดอร์ถึงต้องการปิดกั้นมันล่ะครับ... คือผมก็ไม่ได้ชอบเท่าไหร่หรอกแบบนี้ แต่ว่าการที่ผมเห็นงูนั่นทำร้ายคุณวีสลีย์เราก็เลยไปช่วยทันไม่ใช่หรือครับ” เซเวอรัสจ้องมองริมฝีปากสีสดที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ อย่างน่าหงุดหงิดชวนให้เขาคิดวิธีที่ทำให้เจ้าของริมฝีปากนั่นเงียบลง วิธีที่ทำให้เซเวอรัสเผลอลูบริมฝีปากตัวเองไปมาอย่างลืมตัว

 

“อาจารย์ครับ?” เด็กหนุ่มร้องทักเมื่อคนเป็นอาจารย์ดูจะนิ่งใช้ความคิดนานผิดปกติ

 

เสียงเรียกทำให้เซเวอรัสพึ่งรู้สึกตัวว่าตนกำลังคิดเหลวไหล ชายหนุ่มได้แต่ลอบสบถกับตัวเอง ไอ้แรงดึงดูดบัดซบ! โชคดีเหลือเกินที่เด็กนี่ซื่อบื้อเกินกว่าจะเอะใจเรื่องแรงดึงดูด แต่เซเวอรัสก็ได้เรียนรู้ว่าเขาต้องสร้างภูมิคุ้มกันมากกว่านี้ เพราะเขายังต้องสอนเด็กนี่แบบตัวต่อตัวไปอีกสักพักใหญ่ (ได้แต่หวังว่าพอตเตอร์จะไม่หัวทึบจนต้องเรียนนานเกินหมดเทอมนี้)

 

“ดูเหมือนจอมมารจะไม่ได้ตระหนักถึงความเกี่ยวโยงระหว่างเธอกับเขา ภาวนาให้เขาไม่รู้เถอะ ภาพนิมิตนั่นแสดงให้เห็นถึงการรุกล้ำที่มีพลังมากต่อความคิดของจอมมาร” เซเวอรัสตอบกลับอย่างเยือกเย็น

 

“แต่มันเป็นไปได้ยังไงครับ ผมเห็นผ่านหัวของงูนะไม่ใช่หัวของโวลเดอมอร์”

 

“อย่าเอ่ยชื่อจอมมาร!!” เซเวอรัสตวาดลั่นทันทีที่ได้ยินชื่อนั้นจนเกิดความเงียบที่น่ากลัวเข้าปกคลุมระหว่างพวกเขา ทำให้บรรยากาศการคุยเริ่มแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

 

“แต่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์เอ่ยชื่อเขา” พอตเตอร์ยังเถียงกลับ ยิ่งสร้างความหงุดหงิดให้เซเวอรัสมากขึ้นไปอีกเมื่อเด็กนี่ไม่เคยเข้าใจอะไรเลย

 

“ดัมเบิลดอร์เป็นพ่อมดที่มีพลังอำนาจมหาศาล ท่านรู้สึกปลอดภัยเพียงพอที่จะเอ่ยชื่อนั้น... ส่วนพวกเราที่เหลือ...” ชายหนุ่มพูดพลางลูบแขนที่มีรอยตรามารอย่างลืมตัว มันเป็นเรื่องน่ากลัวที่เด็กชายไม่เคยรู้และไม่มีวันเข้าใจมัน เด็กนี่คิดแค่การเอ่ยชื่อคือการแสดงออกว่าไม่กลัว แต่ไม่เคยเข้าใจอะไรลึกซึ้งกว่านั้น

 

เซเวอรัสอยากตะโกนถามโชคชะตาเสียเหลือเกินว่าทำไมต้องเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์ เมื่อพวกเขาไม่มีอะไรที่จะไปด้วยกันได้เลย ถ้าเพียงคู่โชคชะตาของลิลี่เป็นเขา มันคงจะดีกว่านี้มากเป็นไหนๆ และเพียงแค่คิดอย่างนั้นก็รู้สึกเจ็บราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงลงกลางอก

 

“อาจารย์ ผมแค่อยากรู้ว่าทำไม ทำไมผมที่เห็นในหัวของงูถึงกลายเป็นไปรุกล้ำความคิดของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร” เด็กชายเริ่มถามต่อด้วยน้ำเสียงที่ยอมเป็นฝ่ายอ่อนลง เซเวอรัสรู้ว่ามันคงดูเด็กมากถ้าเขายังทำตัวโมโหใส่ จึงพยายามควบคุมอารมณ์และตอบกลับไป

 

“เพราะจอมมารครอบงำงูอยู่ในเวลานั้น เธอเลยเห็นภาพผ่านงูตัวนั้นไปด้วย” แม้จะยังมีคำถามอีกมากมายแต่ใบหน้าก็เซเวอรัสก็บ่งบอกแล้วว่าหากเด็กหนุ่มยังคงถามซักไซ้ต่อเขาอาจจะกลายเป็นวัตถุดิบปรุงยาในไม่ช้านี้

 

“เตรียมตัวให้พร้อมพอตเตอร์ เธอจะต้องต่อต้านฉันที่จะเข้าไปในจิตของเธอ” เซเวอรัสกล่าวพร้อมชักไม้กายสิทธิ์ออกมาและเริ่มร่ายคาถาแรก “เลกจิลิเมนส์!”

 

----------

 

วันหยุดคริสต์มาสผ่านพ้นไปแล้ว เซเวอรัสจึงเรียกพอตเตอร์มาหาอีกครั้ง เขาได้สั่งเด็กหนุ่มไว้ว่าให้ไปหัดด้วยตัวเองในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา เขารู้ว่าเด็กนี่คงอยากอยู่กับพ่อทูนหัวสุดที่รักมากกว่าเจอหน้าเขา และตัวเขาเองก็ไม่อยากที่จะเจอหน้าแบล็คด้วย ดังนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดเขาจึงสั่งให้เด็กหนุ่มไปฝึกเอาเอง และเซเวอรัสได้แต่หวังว่าเด็กนี่จะฝึกมาจริงๆ

 

แต่แล้ว...

 

“เธอไม่ได้ฝึกอะไรมาเลยใช่ไหมพอตเตอร์” เด็กนี่ไม่เคยทำให้เขาผิดคาดจริงๆ เพราะพอตเตอร์ไม่ได้ฝึกอะไรมาเลยสักนิดอย่างที่เขาคิดไว้

 

“ผมฝึกแล้ว ให้ผมลองอีกหน” ผลเห็นๆ กันอยู่ก็ยังจะโกหกเถียงคอเป็นเอ็น คนเป็นอาจารย์ได้แต่ถลึงตาใส่อย่างมีน้ำโหไม่น้อย

 

“ตั้งสมาธิพอตเตอร์ ถ้าเธอไม่ได้ฝึกมาเลยเธอต้องทำตอนนี้ให้ดี” เซเวอรัสกล่าวพร้อมเริ่มร่ายคาถาอีกครั้ง

 

ชายหนุ่มยังคงเห็นภาพจากความทรงจำเด็กชาย ภาพเหล่านั้นไหลไปเรื่อยๆ กระทั่งเขาได้เห็น เด็กสาวโชแชงกำลังจูบกับพอตเตอร์... คลื่นอารมณ์สั่นไหวแทรกขึ้นในตัวเซเวอรัสจนทำให้เขาเสียสมาธิไปชั่วขณะและโดนผลักออกมาจากหัวเด็กชาย แต่เขาไม่อยากให้เด็กชายคิดว่าเป็นฝีมือตนเองที่ผลักเขาออกมาได้

 

“เธอเสกคาถาแสบคันหรือพอตเตอร์” เซเวอรัสกล่าวหาไปอย่างนั้นทั้งยังเกามือตนเองให้มันดูแดงจนเด็กหนุ่มมองไม่ออก

 

“เปล่าครับ” พอตเตอร์ตอบตามความจริง เซเวอรัสจึงแสร้งพยักหน้าแล้วใส่คำถากถางอีกหน่อย

 

“ฉันก็คิดว่าอย่างเธอคงทำไม่ได้หรอก เตรียมตัวพอตเตอร์เราจะลองอีกครั้ง เลกจิลิเมนส์!” และก่อนที่เด็กชายจะได้ทันตั้งตัวผู้เป็นอาจารย์ก็เริ่มร่ายคาถาอีกครั้ง หากแต่ครั้งนี้มันพาเขาไปยังความทรงจำที่เลวร้ายที่สุด...

 

ภาพเซดริกใบหน้าซีดขาวนอนนิ่งบนพื้นดิน เสียงหัวเราะจากผู้เสพความตายและจอมมาร เสียงกรีดร้องจากเด็กชายทั้งในความทรงจำและความจริงดังก้องจนเซเวอรัสต้องรีบถอนคาถาออกมา

 

“ยืนขึ้น!” เซเวอรัสสั่งเสียงเฉียบขาดพร้อมทั้งดึงพอตเตอร์ที่นั่งทรุดเข่าซุกใบหน้าไว้อยู่ในอุ้งมือให้ลุกขึ้นยืน

 

“ยืนขึ้นพอตเตอร์! เธอไม่ได้พยายามเลย! เธอปล่อยให้ฉันเข้าไปในความทรงจำที่เธอหวาดกลัวที่สุด ยื่นอาวุธให้ฉันแท้ๆ” ชายหนุ่มพยายามจะเกรี้ยวกราดใส่เพื่อที่จะกลบเกลื่อนอารมณ์ของตัวเอง เขารู้ดีว่าการที่เขาเข้าไปแตะความทรงจำส่วนนี้จะส่งผลอย่างไรต่อเด็กชาย แต่การปลอบไม่ใช่ตัวเขา และมันจะไม่ช่วยอะไรเด็กนี่เลยหากครั้งต่อไปคนที่บุกรุกความทรงจำนี้ไม่ใช่เขา

 

พอตเตอร์ยืนขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าซีดเผือดและเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาที่ทำให้เซเวอรัสใจหล่นวูบทันทีที่เห็น แต่เขาก็ยังคงตีสีหน้าถมึงทึงใส่ เด็กชายเช็ดน้ำตาออกอย่างรวดเร็วแล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา แม้ดวงตายังสั่นไหวกับความทรงจำที่พึ่งถูกรื้อฟื้นเมื่อครู่ แต่ความโกรธและไม่ยอมแพ้ฉายชัดในแววตายิ่งกว่า เซเวอรัสจึงคลายใจลงบ้างว่าเด็กนี่คงไม่แตกหักง่ายดายขนาดนั้น

 

“ผมพยายามแล้วนะ แต่มันยากมากนี่!” เด็กชายเถียงกลับทันทีที่พอเรียกสติกลับมาได้

 

“งั้นเธอก็จะพบว่าตัวเองเป็นเหยื่อที่หวานหมูของจอมมาร! กลับไปซะพอตเตอร์ ไปฝึกจิตใจมาใหม่ แล้วเราจะเจอกันที่นี่เวลาเดิมในวันพุธ” เซเวอรัสตัดบทไล่ทันทีที่พอตเตอร์จะอ้าปากเถียงต่อ แต่ถึงจะปากดีอย่างไรใบหน้าซีดเผือดนั้นก็เป็นข้อที่แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ควรฝืนต่อ ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ใช่การฝึกแต่เป็นการทรมานกันเสียมากกว่า

 

“ครับ” เมื่อโดนตัดบทอย่างนั้นพอตเตอร์จึงได้แค่พยักหน้าและขอตัวกลับออกไป

 

ทันทีที่บานประตูปิดลงเซเวอรัสก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างอ่อนแรง มือกร้านยกขึ้นนวดขมับตนเบาๆ พยายามไล่ภาพใบหน้าซีดเผือดของเด็กชาย คิดเอาไว้ว่าคราวหน้าที่ฝนตกเขาอาจจะพยายามไถ่โทษเด็กนี่ทีหลัง

 

 

**********

 

ช่วงนี้แฮร์รี่อารมณ์ดีขึ้นมามากจากข่าวการแหกคุกหมู่ที่อาซคาบัน มันไม่ใช่ว่าเขาดีใจหรอกนะที่มีนักโทษหลุดออกมา แต่จากข่าวนี้ทำให้พวกเคยที่กล่าวหาเขาว่าเป็นพวกโกหกกลับโดนกังขาจากคนส่วนใหญ่แทน อันที่จริงเขาไม่ค่อยได้คุยกับโชมากนักนอกจากนัดไปเที่ยวที่หมู่บ้านด้วยกัน และกว่าแฮร์รี่จะรู้ตัววาเลนไทน์ก็มาถึงแล้ว แค่เขาคิดว่าเขาอาจจะต้องใช้เวลาทั้งวันกับโชมันก็ทั้งตื่นเต้นทั้งประหม่าไปหมด

 

มันง่ายดายเมื่อเริ่มต้น แฮร์รี่คุยกับโชได้ไม่ยากเย็นเท่าที่คิดเลย เธอชอบควิดดิช มันจึงเป็นไปอย่างธรรมชาติเมื่อพวกเขาคุยกันเรื่องนี้ แต่แล้วเรื่องกลับเริ่มยากขึ้นเมื่อแฮร์รี่พูดถึงนัดที่มีต่อกับเฮอไมโอนี่ แฮร์รี่ไม่ได้รู้ในทันทีหรอกว่าโชไม่พอใจ แต่เขาได้รู้หลังจากที่โชระเบิดอารมณ์ใส่พร้อมร้องไห้แล้วลุกขึ้นเดินออกจากร้านที่พวกเขามานั่งเดทไป โชคร้ายเมื่อทันทีที่เธอออกไปฝนก็เทกระหน่ำลงมา

 

เด็กหนุ่มไม่เข้าใจสักนิดว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น ครึ่งชม.ที่แล้วพวกเขายังดูเข้ากันได้ดี แต่มันกลับพลิกผันภายในเวลาอันรวดเร็ว เขาจึงลุกออกจากร้าน เดินออกมาตามหาเด็กสาวท่ามกลางสายฝนที่ตกจนมองแทบไม่เห็นอะไร

 

“ผู้หญิง!” แฮร์รี่สบถอย่างหงุดหงิด ลืมสิ้นว่าตอนนี้ฝนกำลังตก มันจึงพากระแสเสียงของเขาไปให้ใครอีกคนได้ยิน

 

‘เดทไม่ดีหรือ?’ เสียงจากอีกฟากทำให้เด็กหนุ่มสะดุดลมหายใจ จากการคุยกันรอบก่อนที่เขาเผลออารมณ์เสียใส่อีกฝ่ายไป ให้เขาหงุดหงิดใส่แบบนั้นอีกคงไม่ดีเท่าไหร่นัก แต่การบ่นให้ฟังและขอคำปรึกษาอาจจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า เด็กหนุ่มจึงพยายามสงบใจและเริ่มหาที่กำบังสักที่ก่อนเริ่มบ่นให้อีกฝ่ายฟัง

 

“ไม่ดีเท่าไหร่ เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเรายังคุยเข้ากันได้ดีอยู่เลย แต่จู่ๆ เธอก็พูดถึงเรื่องเซดดริกขึ้นมา แล้วก็มาพาลโมโหที่ผมมีนัดเฮอไมโอนี่ต่อ ผู้หญิงเข้าใจยาก”

 

‘เพราะผู้หญิงใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลเสมอ แต่บางครั้งก็ต้องดูด้วยว่าเธอผิดก่อนหรือเปล่า อย่างกรณีที่ว่าเธอไปนัดผู้หญิงคนอื่นต่อก็คงไม่มีเด็กสาวคนไหนชอบใจทั้งนั้นล่ะ’ ได้ฟังคำตอบกลับมาอย่างนั้นเด็กหนุ่มก็ได้แต่ถอนหายใจ

 

“แต่เฮอไมโอนี่เป็นเพื่อนผมมาตั้งนานแล้วเธอก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอ ไม่เห็นต้องมาโมโหใส่กันเลย”

 

‘เพื่อนที่มีข่าวขึ้นเดลี่พรอเฟ็ตกับเธอเมื่อปีที่แล้วน่ะหรือ? ฉันว่ามันยิ่งทำให้เธอระแวงมากกว่า’

 

“คุณเคยมีเดทที่เลวร้ายไหม?” เมื่อหาทางเถียงกลับไม่ได้แฮร์รี่จึงเริ่มใช้วิธีเปลี่ยนเรื่องแทน

 

‘ฉันไม่เคยออกเดทแฮร์รี่ แต่ฉันเคยผิดใจกับเพื่อนที่ฉันรักมากที่สุดเพราะคำพูดของฉันเอง และเธอก็ไม่เคยให้อภัยฉันอีกเลย’

 

“คำพูดของคุณมันร้ายแรงมากขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”

 

‘เลวร้ายมากอย่างที่เธอนึกไม่ถึงเชียวล่ะ’ น้ำเสียงที่ตอบกลับมาเจือความเศร้าอย่างแจ่มชัด และแฮร์รี่ไม่ชอบมันเอาเสียเลย เขารู้สึกคิดผิดมากที่เริ่มหัวข้อนี้ เด็กหนุ่มจึงรีบเปลี่ยนหัวข้ออีกครั้งก่อนที่เวลาไม่มากนี้จะหมดลง เขาไม่อยากเป็นต้นเหตุที่ทำให้เมทของเขานึกถึงความทรงจำที่ไม่ดีหรอกนะ!

 

“งั้นเอาไว้คราวหน้าเราลองไปเดทกันดูบ้างดีไหม? อาจจะดีกว่าไปเดทกับพวกผู้หญิงก็ได้นะ” แฮร์รี่พูดติดตลก และมันก็ได้ผลเมื่อเขาได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ จากอีกฝ่าย

 

‘ฉันว่าอาจจะเลวร้ายยิ่งกว่า’

 

“ยังไม่เคยลองสักหน่อยจะรู้ได้ยังไงกัน” เด็กหนุ่มเถียงกลับ ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเถียงไปทำไมในเมื่อเป็นแค่มุกตลกแท้ๆ

 

‘ฉันเป็นชายแก่อายุ40คุณพอตเตอร์ ฉันไม่เห็นว่าการเที่ยวกับคนแก่จะสนุกกว่าเที่ยวกับคนวัยเดียวกันตรงไหน’

 

“แต่ผมก็ออกจะชอบที่ได้คุยกับคุณแบบนี้นะ ไม่เห็นเกี่ยวเลยว่าคุณจะอายุเท่าไหร่”

 

‘แปลว่าเธอจะขอฉันเดทจริงๆ ใช่ไหม?’ สิ้นคำถามนั้นแฮร์รี่รู้สึกได้ว่าหน้าของเขาต้องแดงก่ำมากแน่ๆ ในเมื่อมันเห่อร้อนขนาดนี้ แต่ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้วขอเขาหน้าทนอีกสักหน่อยจะเป็นไรไป?

 

“แล้วถ้าผมขอเดทจริงๆ ล่ะ?”

 

คำตอบที่น่าจะเหนือความคาดหมายทำให้อีกฝ่ายนิ่งเงียบไปจนเด็กหนุ่มเริ่มใจเสียเมื่อเสียงฝนค่อยๆดังขึ้น แฮร์รี่คาดว่าเขาคงไม่ได้รับคำตอบแน่แล้วจึงแอบถอนหายใจ

 

‘ไว้ฉันจะลองพิจารณาคำขอนั้นแล้วกัน’ เสียงสุดท้ายตอบกลับมาอย่างแผ่วเบาก่อนถูกแทนที่ด้วยเสียงฝน

 

แฮร์รี่คิดว่าเขาต้องเป็นบ้าแน่ๆ ที่กำลังยิ้มจนหุบไม่ลงแบบนี้

 

**********

 

เรื่องดีๆ มักอยู่ได้ไม่นานนัก ห้องเรียนก.ด.ของเขาถูกเจอเข้า แน่นอนมันเลวร้าย และเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อเขาดันใช้ชื่อกลุ่มว่า กองทัพดัมเบิลดอร์ มันเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟัดจ์มีสิทธิ์จับกุมอาจารย์ใหญ่ของพวกเขาทันที แม้ดัมเบิลดอร์จะหนีไปได้ก่อน แต่โรงเรียนก็ถูกอัมบริดจ์ยึดครองโดยสมบูรณ์

 

แฮร์รี่ไม่อยากจะโทษโชแชงหรอกนะ ไม่เลย แต่เขาคิดว่าจากความบาดหมางเมื่อวาเวนไทน์ที่ผ่านมาประกอบกับการที่เธอถูกขู่เรื่องแม่ มันก็คงจะเป็นอะไรที่ช่วยไม่ได้เมื่อเธอยอมเปิดเผยเรื่องก.ด.กับอัมบริดจ์ แต่ถึงอย่างนั้นแฮร์รี่ก็โมโหเกินกว่าจะฟังคำอธิบายใดๆ จากโชอยู่ดี

 

“ผมไม่ได้อยากให้มันลงเอยแบบนี้โจเซฟ เหมือนตอนนี้ผมจะทำทุกอย่างผิดพลาดไปหมด ผมทำให้ดัมเบิลดอร์เดือดร้อนกว่าเดิม ทำให้คนอื่นๆ ตกที่นั่งลำบากมากกว่าเดิม นี่ผมเป็นตัวซวยแบบไหนกัน” เด็กหนุ่มกำลังบ่นในช่วงคาบว่างวันหนึ่งที่ฝนตก เขาไม่ได้คาดหวังให้เมทช่วยอะไรเขาได้หรอก แต่ไม่รู้ทำไมทุกครั้งที่เขามีเรื่องไม่สบายใจการระบายให้อีกฝ่ายฟังช่วยทำให้เขาใจเย็นลงได้เสมอ

 

‘แล้วเธอคิดจะทำอะไรต่อล่ะเมื่อทุกอย่างมันผิดจากที่คาดไปขนาดนี้แล้ว’ ไม่มีการปลอบประโลมจากคู่สนทนา มีเพียงการสอบถามสิ่งที่เขาต้องคิดต่อ และแฮร์รี่ชอบความเป็นผู้ใหญ่แบบนั้น

 

“ไม่รู้สิ ผมยังคิดอะไรไม่ออกเลย แต่ตอนนี้โรงเรียนน่าเบื่ออย่างกับคุก”

 

‘แล้วการฝึกสกัดใจที่เธอเคยเล่าให้ฉันฟังเป็นอย่างไรบ้างแล้วล่ะ?’ คำถามจี้ใจดำทำแฮร์รี่สะอึกเล็กน้อย

 

“ก็...ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ รู้ไหมผมมีเรื่องนั้นเรื่องนี้เข้ามาตลอดจนไม่สามารถทำจิตใจให้ว่างหรือสงบได้เลย”

 

‘แค่วันล่ะชั่วโมงก่อนนอน ถ้าเธอไม่ขี้เกียจเกินไปฉันว่าก็น่าจะพอมีเวลา จริงไหม?’ เด็กหนุ่มได้แต่อ้าปากพะงาบแต่นึกสิ่งที่จะเถียงไม่ออก

 

“คุณพูดเหมือนอาจารย์ผมเลย” เสียงที่พึ่งแตกหนุ่มบ่นอุบเบาๆ และถ้าเขาฟังไม่ผิดเขาว่าเขาได้ยินอีกฝ่ายหัวเราะหึหึด้วย

 

‘เหมือนอาจารย์คนที่เธอเกลียดนั่นน่ะหรือ? นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีใช่ไหม?’

 

“ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย... แค่วิธีการพูดเหมือน แต่ว่า... อืม...น้ำเสียงที่ใช้มันให้คนละอารมณ์กันเลย ถ้าอาจารย์ผมนะจะต้องพูดแบบดูถูกถากถางทั้งท่าทางและน้ำเสียงเลย แต่ของโจเซฟจะพูดเหมือนตอนศาสตราจารย์ลูปินพูดกับผมเวลาผมทำตัวไม่เข้าท่ามากกว่า” แฮร์รี่รีบแก้ต่างก่อนที่เมทของเขาจะเข้าใจผิดไปไกล พ่อมดหนุ่มคิดไม่ออกเลยว่าถ้าสเนปใช้น้ำเสียงแบบเดียวกับโจเซฟเวลาคุยกับเขามันจะเป็นยังไง? คงพิลึกน่าดู

 

‘อ่า เพื่อนของพ่อเธอสินะ ก็คงอย่างนั้นเพราะฉันก็น่าจะอายุพอๆ กับพวกพ่อของเธอนั่นล่ะ’ แต่ดูเหมือนยิ่งแก้จะยิ่งเข้าใจผิดไปไกล เขาไม่ได้จะบอกว่าอีกฝ่ายเหมือนพ่อเขาหรอกนะ! และยังไม่ทันที่เขาจะแก้ต่างอีกฝ่ายก็พูดแทรกต่อ ‘หมดเวลาแล้วแฮร์รี่ ไว้คุยกันครั้งหน้า ตอนนี้ก็ไปฝึกสกัดใจซะด้วยล่ะ’

 

“ครับ ไว้คุยกันใหม่นะครับ” โดยที่เขายังไม่ทันได้แก้ตัวอะไรเวลาที่มีอย่างจำกัดก็หมดลงเสียแล้ว แฮร์รี่ได้แต่หวังว่าครั้งหน้าเขาจะได้แก้ตัวเรื่องเมื่อครู่ด้วย

 

**********

 

แฮร์รี่เกลียดช่วงเวลาที่เขาต้องไปฝึกกับสเนปที่สุด ถึงจะรู้ว่าบ่นไปก็ไม่ได้อะไรแต่ก็ขอบ่นสักหน่อยเถอะ รู้ว่าเขาแทบไม่ได้ฝึกอะไรมาเลย เขายังคงฝันเห็นประตูนั่นบ่อยครั้ง แม้จะไม่ได้บอกใครเพราะถ้าบอกก็คงไม่พ้นโดนเฮอไมโอนี่บ่นอีก แต่จะให้เขาเอาเวลาไหนฝึกกันล่ะ มีเรื่องเข้ามาไม่หยุดขนาดนี้ แค่ปล่อยหัวให้โล่งก็ยากแล้ว

 

เด็กหนุ่มเดินใจลอยไปจนถึงห้องทำงานของสเนป (ที่ตอนนี้เขาขอเรียกว่าห้องเชือดแทนแล้วกัน) อาจารย์ปรุงยาดูเหมือนจะรอเขาอยู่แล้ว โต๊ะที่อยู่กลางห้องมองๆ ไปก็คล้ายเขียงที่เตรียมไว้สับคอเขาอย่างไรชอบกล

 

“ได้ฝึกมาหรือเปล่าพอตเตอร์” สเนปเป็นคนเริ่มสนทนาเมื่อเห็นเด็กหนุ่มปิดประตูห้องเรียบร้อยแล้ว

 

“ฝึกมาบ้างครับ” แฮร์รี่โกหก จะนับว่าโกหก100%ก็ไม่ใช่ ในเมื่อเขาได้ฝึกมาประมาณ10นาทีก่อนมาถึงนี่นี่นา

 

“แล้วเราจะได้เห็นกัน นั่งลงแล้วเตรียมตัวให้พร้อม” ชายหนุ่มว่าพร้อมทั้งถือไม้กายสิทธิ์ในท่าเตรียมพร้อมรออยู่ก่อนแล้ว แฮร์รี่จึงทำได้แค่กำไม้กายสิทธิ์ให้แน่นและนั่งลงอย่างไม่เต็มใจ

 

“เลกจิลิเมนส์!” เสียงร่ายคาถาดังขึ้นพร้อมภาพความทรงจำต่างๆ ที่ไหลผ่านแฮร์รี่ไป กระทั่งเขาเห็นเหล่าผู้คุมวิญญาณนับร้อยตัวกำลังเข้ามาใกล้ และไม่รู้ทำไมแฮร์รี่รู้สึกเหมือนภาพผู้คุมวิญญาณพวกนั้นจางไปจนเขาเห็นห้องปัจจุบันได้ชัดเจนขึ้น

 

“โพรเทโก้!” เด็กหนุ่มร่ายคาถาทำให้อาจารย์ของเขาเซออกไป แล้วจู่ๆ แฮร์รี่ก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่ใช่ความทรงจำของเขา ภาพของเด็กชายตัวเล็กๆ ที่นั่งขดมุมห้องอย่างหวาดกลัวต่อหน้าพ่อแม่ที่กำลังตะคอกใส่กัน...

 

“พอแล้ว!” เสียงตวาดลั่นพร้อมภาพต่างๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงหายใจหอบของพวกเขาในห้องทำงานของสเนป แฮร์รี่คิดว่าเขาเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นเขาเสียแล้วเขาได้แต่ภาวนาให้สเนปไม่เอาคืนเขาหนักนัก

 

“ดีล่ะพอตเตอร์...นี่เป็นการพัฒนาขึ้นแน่นอน...” สเนปตอบอย่างใจเย็นกว่าที่คาด “ฉันจำไม่ได้ว่าเคยบอกให้เธอใช้คาถาเกราะวิเศษ...แต่แน่นอนมันได้ผลดี...”

 

แฮร์รี่ไม่กล้าตอบอะไรกลับ เขากลัวว่านั่นจะยิ่งเป็นอันตรายมากขึ้น เขาคิดว่าเขาพึ่งได้เห็นวัยเด็กของสเนป เด็กตัวเล็กๆ ที่ร้องไห้ยามพ่อแม่ตะโกนใส่กันวันนั้น กลายเป็นผู้ใหญ่ที่กำลังยืนจ้องหน้าเขานัยน์ตาแข็งกร้าวในตอนนี้

 

“ลองอีกหนนึง” สเนปสั่ง และแฮร์รี่รู้ว่าคราวนี้เขาน่าจะโดนเอาคืนแน่ๆ แต่ก็ทำได้แค่ทำใจให้ว่างป้องกันการบุกรุกของอีกฝ่ายเท่านั้น

 

แต่แล้วเหมือนจะมีมารมาช่วยเขาไว้

 

“ศาสตราจารย์ครับ!” เสียงเคาะประตูดังเพียงครู่ก็มาพร้อมการพุ่งตัวเข้ามาของมัลฟอย แฮร์รี่อยากจะขอบคุณอยู่หรอกที่มาขัดจังหวะ แต่ขอคนอื่นที่ไม่ใช่มัลฟอยไม่ได้หรือไงกัน?

 

“โอ๊ะ ขอโทษครับ แต่ศาสตราจารย์อัมบริดจ์ต้องการความช่วยเหลือจากอาจารย์ด่วนเลยครับ” มัลฟอยพูดต่ออย่างรวดเร็ว และจากคำพูดนั้นดูเหมือนว่าการฝึกวันนี้คงต้องจบลงก่อนเวลา และนั่นทำให้แฮร์รี่โล่งใจไม่น้อย

 

“เข้าใจล่ะ” สเนปพยักหน้ารับก่อนจะหันมาหาแฮร์รี่ “พอตเตอร์เราจะเรียนกันต่อพรุ่งนี้ค่ำ”

 

สเนปสั่งไว้แค่นั้นและรีบก้าวตามมัลฟอยออกไป แฮร์รี่ตั้งใจจะเดินกลับหอนอนแล้วแต่ว่าสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นอ่างเพนซิฟที่ตั้งอยู่ ความอยากรู้อยากเห็นไหลผ่านทั่วร่างมันยากเหลือเกินที่จะต่อสู้ แฮร์รี่อยากรู้นักว่าความทรงจำอะไรที่สเนปไม่อยากให้เขาเห็น มันจะเป็นไปได้ไหมที่จะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับกองปริศนาที่สเนปไม่ต้องการให้เขารู้?

 

แฮร์รี่เหลียวมองหลัง คิดเข้าข้างตัวเองว่าคงอีกนานกว่าสเนปจะกลับมาที่นี่ ขอดูแค่นิดเดียวเท่านั้น ไม้กายสิทธิ์ถูกจุ่มลงในหม้อ และห้องก็ดูหมุนวนก่อนที่มันจะเปลี่ยนสถานที่ไป

 

เขาคิดผิดมหันต์เมื่อความทรงจำที่เขาดูนี่กลับเป็นความทรงจำของสเนปที่กำลังถูกพ่อเขาแกล้งต่อหน้าผู้คน จากความทรงจำนี้สเนปพูดไม่ผิดเลยเกี่ยวกับพ่อของเขา เป็นคนร้ายกาจและเย่อหยิ่ง

 

ภาพรอบข้างหมุนวนอีกครั้ง แฮร์รี่พบว่าตัวเองกลับมาที่ห้องทำงานของสเนปแล้ว พร้อมกับเจ้าของห้องที่กำลังกำแขนเขาแน่นอย่างโกรธจัด ริมฝีปากของสเนปสั่นระริกจนแฮร์รี่รู้สึกกลัว เขาไม่เคยเห็นสเนปโกรธจัดขนาดนี้มาก่อน

 

สเนปเหวี่ยงแฮร์รี่ลงพื้นให้ห่างจากอ่างเพนซิฟพร้อมกับสั่งห้ามบอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้ และไม่ต้องการให้แฮร์รี่มาที่ห้องทำงานของเขาอีกพร้อมๆ กับโหลแก้วที่ถูกขว้างไล่แฮร์รี่ออกมา แต่สิ่งที่ทำให้แฮร์รี่รู้สึกแย่ไม่ใช่การถูกตะคอกหรือการโดนเขวี้ยงโหลแก้วใส่ แต่เป็นเพราะเขารู้ว่าสเนปรู้สึกอย่างไรที่ถูกพ่อของเขาแกล้งให้อับอายท่ามกลางคนดู และถึงเขาอยากจะขอโทษเขาก็คิดไม่ออกเลยว่าสเนปจะยอมฟังเขาได้อย่างไร

 

----------

 

เซเวอรัสไม่เคยรู้สึกโกรธใครได้เท่านี้มาก่อน เด็กเหลือขอก็ยังคงเป็นเด็กเหลือขออยู่วันยังค่ำ แม้เขาจะรู้สึกดีกับเด็กนี่ขึ้นมาบ้างจากการคุยกันผ่านสายสัมพันธ์ แต่ดูเหมือนเขาจะลืมไปว่าพ่อเป็นอย่างไรลูกก็ยังคงเป็นอย่างนั้น เย่อหยิ่ง อวดดีไม่ต่างกัน

 

ความโมโหที่มาพร้อมกับความเสียใจอยู่ลึกๆ เซเวอรัสไม่อยากจะยอมรับนักว่าเขาเริ่มจะมีความรู้สึกดีๆ ให้เด็กนี่บ้างแล้ว เริ่มจะลองมองมุมอื่นที่เด็กนี่ต่างจากพ่อมันได้บ้างแล้ว แต่การที่ถูกแอบดูความทรงจำนั่นเป็นเหมือนการฉีกกระชากความเชื่อใจว่าเด็กนี่จะแตกต่างอย่างย่อยยับ สุดท้ายแล้วพอตเตอร์ก็คือพอตเตอร์ จะพ่อหรือลูกก็เหมือนกันทั้งนั้น

 

แต่ฟ้ามักเล่นตลกกับเขาเสมอ สองวันหลังจากเหตุการณ์นั้นฝนก็ตกลงมา

 

เซเวอรัสไม่พร้อมคุย และไม่อยากกระทั่งได้ยินเสียงเจ้าเด็กนั่น น่าเสียดายที่พวกเขายังอยู่ที่โรงเรียนเหมือนกัน เซเวอรัสจึงไม่อาจเลี่ยงที่ต้องทนฟังพอตเตอร์พูด และสาบานว่าหนนี้เขาจะไม่ตอบสักคำ

 

‘โจเซฟ ได้ยินผมไหม?’

 

“...” เซเวอรัสนิ่งเงียบไม่ตอบอะไรกลับไป ค่อยอ้างว่าวันนี้ที่ที่เขาอยู่ฝนไม่ตกจึงไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น

 

‘หนนี้ไม่อยู่งั้นเหรอ ผมต้องการคุณมากๆ เลย’ ช่วยบอกเขาทีว่าเด็กนี่ไม่ได้กำลังรู้สึกผิดใช่ไหม เมื่อเสียงที่กระซิบมาดูจะซึมกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด

 

‘ผมทำตัวแย่ๆ ใส่อาจารย์คนที่ผมไม่ชอบมาล่ะ แต่ถึงผมจะไม่ชอบยังไงแต่ผมก็รู้นะว่าที่ทำมันแย่มากๆ ผมอยากขอโทษเขานะแต่ตอนนี้แค่หน้าผมเขายังไม่อยากจะมองเลย’ โฮ่ รู้ตัวเสียด้วยว่าแค่หน้าเขาก็ไม่อยากจะมอง แล้วทั้งที่รู้ว่าไม่ดีแล้วจะทำไปทำไม เซเวอรัสรู้สึกคันปากอยากจะถามนัก

 

‘แล้วผมก็พึ่งรู้ที่เขาบอกว่าพ่อผมเป็นคนยโสอวดดีเป็นจริงอย่างที่เขาว่าทุกอย่างเลย ผมไม่เคยรู้จักพ่อ แต่คนส่วนมากมักจะบอกแต่เรื่องดีๆ ของพ่อให้ฟัง ผมไม่เคยรู้เลยว่าเขาเป็นคนยังไง ผมรู้จักพ่อแค่จากคำบอกเล่าของคนอื่นก็เท่านั้นเอง...’ แล้วก็เลยคิดว่าพ่อตัวเองดีเลิศประเสริฐศรีงั้นสิ? พอเจอความจริงแล้วรับไม่ได้? เซเวอรัสเริ่มมองหายาเปลี่ยนเสียงที่เขามักจะพกไว้

 

‘อีกอย่าง จริงๆ แล้วผมเข้าใจดีเลยนะ ความรู้สึกของอาจารย์คนนั้นที่โดนแกล้งให้อับอายต่อหน้าผู้คนน่ะเป็นยังไง ผมก็เคยโดนมาเหมือนกัน... และผมก็ตั้งใจแค่จะเข้าไปดูเรื่องกองปริศนาเอง... ผมไม่คิดว่าจะกลายเป็นเรื่องแบบนี้นี่นา’

 

เรื่องที่พอตเตอร์ถูกแกล้งให้อับอายเขาพอจะรู้จากการที่เห็นความทรงจำ แต่แล้วยังไง? มันก็ไม่ได้ช่วยให้ความผิดของเด็กนี่ลดลงหรอกนะ ยิ่งมาทำเข้าใจยิ่งทำให้เขาโมโห เขาไม่ได้ต้องการให้ใครมาเวทนา ไม่ได้ต้องการความสงสาร เขาต้องการแค่ฝังความทรงจำเลวร้ายนั่นลงดินไป ความทรงจำอันเป็นต้นเหตุที่ทำให้ลิลี่ตัดขาดจากเขาโดยสิ้นเชิง... เพราะคำพูดเพียงคำเดียว...

 

‘ผมไม่รู้ควรจะไถ่โทษให้เขายังไงดี น่าเสียดายที่หนนี้คุณไม่ได้ยินผม บางทีคุณอาจจะพอช่วยให้คำแนะนำอะไรผมได้บ้าง’ ถ้าให้แนะนำเขาคงจะบอกง่ายๆ เลิกสอดรู้สอดเห็นเสียที แล้วมาตั้งใจเรียนไอ้สิ่งที่ควรรู้เสียบ้าง เซเวอรัสต้องพยายามอย่างมากที่จะไม่ถอนหายใจ

 

ถึงจะตั้งใจว่าเขาจะไม่ยอมให้เด็กนี่เข้าห้องทำงานของเขาอีก แต่ถึงอย่างไรเขาก็คงทิ้งเด็กพอตเตอร์ไปเลยไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเด็กนี่คงได้เป็นบ้าเพราะถูกจอมมารปั่นหัวไปก่อน ที่เขาทำได้ก็คงมีเพียงการใช้ตัวตนในฐานะคู่โชคชะตาของเด็กนี่คอยชี้แนะให้ฝึกเองเท่านั้น และได้แต่หวังว่าเด็กเหลือขอมันจะยอมฝึก

 

เซเวอรัสลอบถอนหายใจกับตนเองแล้วยอมกระดกยาเปลี่ยนเสียงที่กลายเป็นยาที่เขาต้องพกติดตัวจนเคยชิน เขาไม่รู้ว่าทำไมต้องยอมอ่อนลงให้เด็กพอตเตอร์ขนาดนี้ แต่เขาจะโทษเรื่องแรงดึงดูดระหว่างสายสัมพันธ์เส็งเคร็งนั่นแล้วกัน ที่ทำให้เขายอมอ่อนลงกับเด็กเวรนี่มากขนาดนี้

 

“สวัสดีแฮร์รี่” มันกระดากปากทุกครั้งจริงๆ ที่เขาต้องเรียกเด็กนี่ด้วยชื่อต้น

 

โจเซฟ!’ เด็กหนุ่มรีบตอบกลับเขาอย่างเริงร่าผิดกับเมื่อครู่มากจนเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหมั่นไส้ตงิดๆ

 

“ดูเหมือนว่าเธอจะมีเรื่องกับอาจารย์สินะ” เซเวอรัสพยายามอย่างมากที่จะไม่ใช้น้ำเสียงประชดประชัน เขาต้องพึงระลึกไว้ว่าตอนนี้เขาคือโจเซฟ ที่ไม่รู้เรื่องความบาดหมางระหว่างนักเรียนกับอาจารย์

 

‘คือ...ผมขอเล่าย่อๆ เลยนะผมกลัวเวลาหมด’ เซเวอรัสหลุดขำเล็กน้อยพร้อมมองนาฬิกา เหลือเวลาอีกประมาณ2นาที

 

‘ผมไปรุกพื้นที่ส่วนตัวอาจารย์มาจนเขาโกรธมากๆ และไม่ยอมสอนผมต่อ ผมรู้สึกผิดนะไม่ใช่สำนึกผิดเพราะเขาไม่ยอมสอนด้วยแต่สำนึกเพราะผมรู้สึกผิดจริงๆ ผมไม่รู้ด้วยว่าจะไปขอโทษยังไงดี’ เด็กหนุ่มพูดอย่างรวดเร็วเพื่อให้เข้าใจง่ายและกระชับที่สุด

 

“ฉันจะแยกสองเรื่อง เรื่องแรกเรื่องฝึกพิเศษของเธอ ถ้าอาจารย์เธอไม่อยากฝึกให้แล้วเธอต้องพยายามหัดด้วยตัวเอง เรื่องที่สองเรื่องขอโทษนั่น ลืมไปซะเถอะ ถ้าเขาไม่ชอบเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วอย่าหาเรื่องราดมันเข้ากองไฟจะดีกว่า” ใช่ อย่าได้พยายามมาขอโทษให้เขาโมโหกว่าเดิมเลย

 

‘ฝึกด้วยตัวเองยังไงน่ะครับ? แล้วคาถาพินิจใจขนาดเฮอไมโอนี่ยังทำไม่ได้เลย ใครจะมาสอนผมล่ะ?’

 

“หัดด้วยตัวเอง เธอแค่ต้องทำจิตใจให้ว่างเปล่าอยู่เสมอ เรื่องคาถานั่นมันเป็นแค่บททดสอบว่าเธอทำได้ดีพอหรือยัง”

 

‘โจเซฟผมขอที่อยู่คุณได้ไหม ผมรอฝนทุกครั้งที่อยากคุยกับคุณไม่ไหวหรอกนะ’ ดูเหมือนว่าเวลาใกล้จะหมดลงและพอตเตอร์ยังมีเรื่องที่จะพูดไม่จบจึงเริ่มอยากเข้าหาตัวเขาที่เป็นโจเซฟมากขึ้น... แต่จดหมายที่จ่าหน้าถึงโจเซฟน่ะ จะไม่มีวันมาถึงเขาหรอกนะ

 

“ฉันไม่ค่อยสะดวกจดหมาย พวกนกมักทำยาของฉันเลอะเทอะ” ถึงจะมีความจริงอยู่แค่ครึ่งเดียวแต่ก็ยังนับว่าเขาพูดความจริงอยู่บ้าง

 

‘ถ้างั้น—’ และน่าเสียดายที่เวลาหมดลงเสียก่อนพอตเตอร์จึงไม่ทันได้ขอช่องทางติดต่ออื่นๆ และเซเวอรัสคิดว่าเขาคงต้องเตรียมโทรศัพท์บ้านไว้สักเครื่องช่วงเด็กนี่ปิดเทอม

 

**********

 

หลังจากเหตุการณ์ที่ห้องสเนปผ่านไปแฮร์รี่ก็ไม่ได้พยายามฝึกสกัดใจอีก เขารู้สึกว่าตัวเองมีเรื่องมากมายเหลือเกินที่รุมกันเข้ามาไม่หยุด รวมถึงการสอบว.พ.ร.ส.นี่ด้วย ไม่ต้องคิดเลยว่าหลังจากที่เขาพึ่งมีเรื่องกับสเนปไปคะแนนในวิชาปรุงยาของเขาจะออกมาย่ำแย่แค่ไหน

 

แต่แล้วในขณะที่แฮร์รี่กำลังนั่งเขียนข้อสอบกลับมีเสียงพลุที่เริ่มดังขึ้น แฮร์รี่แทบไม่ต้องเดาเลยว่าฝีมือใคร ใครที่จะกล้าบ้าบิ่นขนาดจุดพลุป่วนการสอบแบบนี้ เด็กหนุ่มอดยิ้มไม่ได้ที่เห็นตัวการขี่ไม้กวาดบินป่วนไปทั่วโรงเรียน เสียงนักเรียนเฮสนั่นทันทีที่เหล่าระเบียบต่างๆ ร่วงครืนลงมาพร้อมๆ กับการสอบที่พังพินาศไป

 

ในขณะที่รอบๆ ตัววุ่นวายไปด้วยเสียงเชียร์ของสองแฝด แฮร์รี่กลับรู้สึกภาพมันหมุนไปหมดจนเซล้มลง เขาเห็นภาพที่ซีเรียสโดนทรมาน โวลเดอมอร์ใช้คำสาปกรีดแทงกับเขาเพื่อหาคำทำนาย ทันทีที่เขาได้สติเขารู้ว่าสิ่งแรกที่เขาต้องทำคือไปหาซีเรียส แฮร์รี่ตั้งใจจะใช้เตาผิงในห้องของอัมบริดจ์เพื่อพาเขาไปยังกองปริศนา

 

แต่พวกเขากลับถูกจับได้เสียก่อน แฮร์รี่ร้อนใจจนแทบบ้าแต่เขายังมาโดนยัยคางคกสีชมพูนี่จับตัวไว้อีก และในตอนนั้นสเนปก็เดินเข้ามาตามคำสั่งของอัมบริดจ์ แม้ไม่รู้ว่าสเนปเชื่อใจได้หรือไม่ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังเป็นหนึ่งในภาคีหากบอกโค้ดลับไปอาจจะช่วยอะไรได้บ้าง

 

“เขาจับเท้าปุยไป เขาจับเท้าปุยไว้ที่ที่มันถูกซ่อนอยู่” แฮร์รี่โพล่งออกมาขณะที่สเนปกำลังจะเดินออกจากห้องไป นัยน์ตาสีเขียวมองคนเป็นอาจารย์อย่างคาดหวังให้เขาเข้าใจ

 

“เท้าปุยอะไร? ที่ไหนซ่อนอะไรอยู่?” อัมบริดจ์จะถามขึ้นมาอย่างไม่พอใจจนสเนปนิ่งงันไปชั่วครู่

 

“ผมไม่รู้เรื่องเลยสักนิด” สเนปตอบกลับโดยไม่แสดงอารมณ์บนใบหน้า คาดเดาได้ยากเหลือเกินว่าเขาจะเข้าใจที่แฮร์รี่พูดบ้างหรือเปล่า ประตูปิดลงพร้อมๆ กับความหวังสุดท้ายที่จากไป อารมณ์หลากหลายตีพันกันอยู่ในหัว เขาอยากจะรีบหลุดจากยัยคางคกนี่เพื่อไปช่วยพ่อทูนหัวเขาโดยไว!

 

ต้องขอขอบคุณความเฉลียวฉลาดของเฮอไมโอนี่ ที่ออกอุบายพาอัมบริดจ์เข้าป่าต้องห้ามและทำให้ยัยนั่นหายสาบสูญไป (บางทีพวกกระทรวงอาจจะต้องถามหาจากเซนทอร์) ถึงอยากจะหัวเราะแค่ไหนแต่เรื่องซีเรียสทำให้เขาหัวเราะไม่ออก เด็กหนุ่มรีบกลับจากป่าต้องห้ามมุ่งหน้าไปยังกองปริศนาในลอนดอน ถึงตอนแรกเขาต้องการจะไปคนเดียว แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าพวกเพื่อนๆ เขาไม่ยอมและพร้อมจะตามไปด้วยกัน

 

----------

 

เจ้าเด็กพอตเตอร์นั่นกำลังทำเขาปวดหัวเป็นที่สุด เมื่อประมาณสิบห้านาทีที่แล้วเขาได้รับข้อความรหัสลับจากพอตเตอร์ที่โดนโดโรเลสจับขณะใช้เตาผิง แน่นอนเขาแปลรหัสนั่นได้ทันทีแต่สีหน้าเจ้าเด็กนั่นดูจะไม่เชื่อใจเขาสักเท่าไหร่ เซเวอรัสได้แต่หวังว่าเด็กนั่นจะไม่ทำอะไรโง่ๆ ระหว่างที่เขาติดต่อแบล็คอยู่

 

“แกอยู่ที่ไหนแบล็ค” เซเวอรัสรีบถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดผ่านช่องทางการติดต่อลับของภาคีทันทีที่ติดต่ออีกฝ่ายได้

 

“อะไรเนี่ยจู่ๆ ก็มาโมโหใส่ ฉันก็ต้องอยู่ที่บ้านสิ” ปลายทางตอบกลับอย่างงุนงงที่จู่ๆ คนที่ติดต่อมาก็มาใส่อารมณ์กับตนเสียอย่างนั้น แต่เซเวอรัสไม่ได้ใส่ใจ เขาแค่ต้องการเครื่องยืนยันว่าพอตเตอร์โดนจอมมารหลอกเข้าแล้วแค่นั้น

 

“ดีแกอยู่ที่บ้านนั่นล่ะอย่าได้แส่หาเรื่องออกไปไหนเชียว”

 

“มีเรื่องอะไรกันน่ะ” ถึงจะยังงุนงงอยู่แต่แบล็กก็พอจะเริ่มจับเค้าลางได้แล้วว่ามีเรื่องไม่ดีกำลังเกิดขึ้นแน่ๆ จากท่าทีร้อนรนของอีกฝ่าย

 

“ติดต่อภาคีคนอื่นๆ ไว้ ฉันจะไปดูก่อนว่าลูกทูนหัวแกก่อเรื่องอะไรหรือเปล่า”

 

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่? แฮร์รี่ทำไม?”

 

“ทำตามที่บอกไปก่อน เดี๋ยวฉันจะติดต่อกลับอีกที” เซเวอรัสทิ้งท้ายไว้แค่นั้นโดยไม่ฟังเสียงท้วงติงที่ตามมาและรีบเดินกลับไปหาพวกพอตเตอร์จนได้รู้ว่าเด็กหนุ่มพาโดโรเลสเข้าป่าต้องห้ามไป การตามเข้าป่าไปในทันทีอาจจะทำให้คลาดเคลื่อนกันได้ชายหนุ่มจึงตัดสินใจรออยู่ที่โรงเรียน

 

จนเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่เห็นวี่แววของพวกเด็กเจ้าปัญหาที่ควรจะกลับมากันได้แล้ว ชายหนุ่มคาดเดาได้เลยว่าเจ้าเด็กนั่นต้องตรงไปที่กระทรวงแน่ เซเวอรัสจึงรีบติดต่อภาคีให้ไปที่กระทรวงทันที ทั้งยังกำชับแบล็กให้รออัลบัสอยู่ที่บ้านเพื่อเล่าให้อาจารย์ใหญ่ฟังว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

 

แต่ทุกอย่างกลับผิดพลาดไปหมด เซเวอรัสได้ข่าวการเสียชีวิตของซิเรียส แบล็ค หลังทุกคนกลับออกมาจากกระทรวง ไอ้คนรั้นนั่นดื้อที่จะออกไปช่วยพอตเตอร์ด้วยทั้งๆ ที่เขาสั่งให้มันอยู่ที่บ้าน เซเวอรัสบอกไม่ถูกว่าเขาควรรู้สึกอย่างไรกับข่าวนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่อยากจะยอมรับนัก แต่เขาสงสารพอตเตอร์จับใจ เขารู้ว่าเด็กนั่นรักแบล็คขนาดไหน และรู้ด้วยว่ายามฝนตกครั้งต่อไปเขาคงต้องใจดีกับพอตเตอร์ให้มากสักหน่อย

 

**********

 

วันปิดภาคการศึกษามาถึง ภายในอกของแฮร์รี่ยังคงกลวงโบ๋จากการสูญเสียซิเรียส แม้ว่าการคุยกับดัมเบิลดอร์จะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นบ้างจากการทำความเข้าใจ การได้ระบายโทษะ การได้เรียนรู้ แต่การเรียนรู้จากความผิดพลาดครั้งนี้สร้างความเสียหายใหญ่หลวงมากจริงๆ

 

นัยน์ตาสีเขียวทะเลเหม่อมองท้องฟ้าในค่ำคืนก่อนวันกลับบ้าน ฝนกำลังจะตก เขารู้สึกได้ถึงมัน แม้ไม่รู้หนนี้จะได้คุยกันหรือไม่ แต่เพียงแค่ฝนเทลงมาเด็กหนุ่มก็รู้สึกราวกับอุ่นชื้นในอกขึ้นอย่างประหลาด เรียกว่าความมหัศจรรย์ระหว่างคู่พันธะได้ไหมนะ?

 

‘แฮร์รี่?’ หนนี้กลับเป็นอีกฝ่ายที่เริ่มเรียกชื่อเขาก่อน สร้างความประหลาดใจให้แฮร์รี่ไม่น้อยเมื่อที่ผ่านๆ มามีแต่เขาที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อนเสมอ

 

“ผมอยู่นี่” แฮร์รี่ตอบกลับแผ่วเบา แต่เขารู้ว่าอย่างไรเสียงของเขาก็ยังคงส่งไปถึงเสมอ

 

‘เธอโอเคหรือเปล่า ฉันเห็นจากข่าวหนังสือพิมพ์’ จากน้ำเสียงนั้นโจเซฟดูจะเป็นห่วงเขาอยู่ไม่น้อย แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เด็กชายมีน้ำตารื้นอีกครั้ง

 

“ผมไม่กล้าพูดเลยล่ะว่าผมโอเค” แฮร์รี่ตอบตามความจริง การสูญเสียครั้งนี้มากเกินไป สร้างความเสียหายให้เขาเกินไป เพียงแค่คิดถึงยังรู้สึกราวกับเห็นซิเรียสยิ้มให้เขาอยู่เมื่อวานนี้เอง

 

‘ฉันเข้าใจ ความสูญเสียยิ่งสำคัญยิ่งเจ็บปวด’

 

“คุณเคยสูญเสียใครที่ทำให้เจ็บปวดมากไหมครับ?”

 

‘เพื่อนคนสำคัญที่สุดของฉัน’ คำตอบที่ได้รับมาทำให้แฮร์รี่พอจะเดาได้ว่าใคร

 

“ใช่เพื่อนคนที่คุณเคยใช้คำพูดทำร้ายคนนั้นหรือเปล่า?”

 

‘...ใช่ เธอคนนั้นนั่นล่ะ’ เด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงความเศร้าผ่านทางกระแสเสียงที่ส่งมา เขาว่าเขาพอจะรู้แล้วว่าทำไมโจเซฟถึงไม่แต่งงานก่อนจะได้ยินเสียงเขา

 

“เธอคนนั้นคงเป็นคนที่คุณรักมากสินะครับ คุณถึงไม่ยอมแต่งงานกับใครเลย” แฮร์รี่ถามด้วยความจริงใจ เขาเข้าใจดีถึงการสูญเสียคนที่รัก เพราะในเมื่อเขาเองก็พึ่งจะได้รับแผลสดใหม่มาขนาดนี้

 

‘เธอฉลาดกว่าที่ฉันคิดนะ’ แม้จะบ่ายเบี่ยงไม่ได้ตอบโดยตรง แต่แฮร์รี่ก็แปลได้ทันทีว่านั่นคือการยอมรับของอีกฝ่าย แอบรู้สึกดีใจเล็กน้อยที่ได้รู้เรื่องของโจเซฟมากขึ้นจนอดไม่ได้ที่จะยิ้มบางๆ ให้กับตนเอง

 

“เป็นครั้งแรกเลยนะที่คุณชมผม”

 

‘ไม่ใช่ว่าปกติก็มีคนชมเธอเยอะแล้วหรอกหรือ?’

 

“ไม่เหมือนกันสักหน่อย” ชมไม่ทันไรก็แอบกัดเขาอีกแล้ว เด็กหนุ่มได้แต่ถอนหายใจกับความช่างกัดนั้นก่อนจะนึกเรื่องนึงขึ้นมาได้ “จริงสิครั้งที่แล้วคุณบอกจะให้ช่องทางติดต่ออื่นกับผมนี่นา”

 

‘ทีแรกฉันว่าจะให้เบอร์โทรศัพท์ แต่เหมือนว่าการขอโทรศัพท์บ้านของพวกมักเกิ้ลยุ่งยากกว่าที่ฉันคิด’ แฮร์รี่ตาลุกวาวทันทีที่ได้ยินคำว่าโทรศัพท์จากอีกฝ่าย

 

“คุณใช้โทรศัพท์เป็นด้วย!?”

 

‘ฉันคิดว่ามันก็คงไม่ได้ยากเย็นขนาดนั้น’ คำตอบที่ได้ทำแฮร์รี่เกือบหลุดหัวเราะ นั่นแปลว่าเมทเขารู้จักแค่ชื่อกับรู้แค่ว่ามันใช้ติดต่อได้แต่ไม่เคยใช้สินะ ก็สมเป็นพ่อมดล่ะนะ ตอนรอนโทรหาเขาครั้งแรกยังตะกุกตะกักจนโดนลุงเขาด่ากลับไปเลย

 

“เพื่อนผมตอนใช้โทรหาผมครั้งแรกโดนลุงผมด่าเพราะขอสายผมด้วยล่ะนะ...” เสียงฝนเริ่มดังกลับมาแล้ว น่าเสียดายที่เวลาใกล้หมดลง “บางทีโทรศัพท์อาจจะไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ คราวหน้าผมจะลองคิดวิธีอื่นดูนะครับ”

 

‘ได้ ไว้ฉันจะรอฟังความคิดของเธอคราวหน้า’

 

หลังการคุยกันจบลงแฮร์รี่ก็ยังคงนั่งยิ้มให้กับตนเองอยู่สักพัก ความเศร้าถูกเจือจางลงไปจากการคุยกันไม่กี่นาที เด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกอยากที่จะรู้จักคนที่อยู่อีกฝั่งมากกว่านี้ อยากที่จะได้เจอหน้ากันสักหน อยากที่จะเห็นสีหน้ายามอีกฝ่ายพูดคุยกับเขา

 

แต่แล้วความคิดทั้งหมดกลับหยุดชะงักลงเมื่อแฮร์รี่คิดถึงคนที่ต้องตายไปเพราะเขา ทั้งเซดดริกทั้งซิเรียสล้วนแต่ตายเพราะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเขา หากโซลเมทของเขาต้องมาจากไปอีกคนเพราะโวลเดอมอร์รู้เรื่องความสัมพันธ์นี้ แค่คิดความกลัวก็กัดกินร่างจนรู้สึกหนาวสั่น

 

 


 

Talk : สวัสดีค่า และแล้วเราก็ได้กลับมาเจอกันนน ฮิ้วววว จริงๆคนที่ตามเราในทวิตจะรู้ว่าเราอัพในเว็บ Read a Write ก่อนตั้งแต่เมื่อวานเพราะมันโปรแกรมตรวจคำผิดให้เลย ชีวิตง่ายขึ้นนน

ที่หายไปนานเพราะเล่ม5นี่หนามากกกกค่ะ อ่านตาลายเลยทีเดียวแถมเวลาจะอ่านก็น้อยนิด ฮืออ แต่มีหลายๆฉากที่เราอ่านเจอในหนังสือแล้วแบบ เฮ้ยแกรมันต้องใส่!

 

ตัวอย่างเช่นหน้านี้ค่ะ ถ้าอ่านแบบคนปกติก็คงไม่มีอะไร แต่ถ้าอ่านแบบคนบาปอย่างเราแล้ว... มันเลยออกมาเป็นฟิคอย่างด้านบน(กร๊าก)

 

    
   
    
   


 

 

อันนี้เป็นฉากที่ในหนังรวบรัดค่ะ เราเอามาลงเผื่อคนไม่ได้อ่านนิยายไม่รู้ จริงๆสเนปตอนโดนสวนด้วยโพรเทโก้แล้วโดนเห็นอดีตก็ไม่ได้พาลโกรธแฮร์รี่อะไรขนาดนั้น ชมด้วยซ้ำที่น้องทำดีขึ้น

 

 

 


 

อ้าวแล้วฉากจากในหนังมันตอนไหนล่ะ? จริงๆแล้วคือตอนนี้ค่ะ จะเห็นได้ว่าแฮร์รี่ของเราเป็นเด็กผีมาก(...) แอบไปดูความทรงของคนอื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากเจ้าตัว


 


 

เราจะต้องประกาศให้เห็นความผีของน้องโดยทั่วกัน 55555

เอาล่ะขอจบการสนทนากันแต่เพียงเท่านี้ เจอกันใหม่ ไม่ตอน7ก็เรื่องสั้นชดเชยเมษาหน้าโง่นะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 116 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

241 ความคิดเห็น

  1. #235 Rinovel (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 23:12
    เราไม่ได้คิดไปเองคนเดียวสินะคะ ฉากพวกนั้น!!!55555555 จริงมากๆ สเนปไม่ได้โกรธตอนถูกเห็นความทรงจำ แต่เหมือนจะพอใจมากกว่าที่น้องมีพัฒนาการ! เราอ่านวนฉากพวกนี้หลายรอบเลยค่ะ ชอบมาก55555 คิดเหมือนกันหลายฉากเลยค่ะคุน เหมือนยกเอาฉากที่เราอยากเขียนมาบรรยายหมดแล้ว มันดือมากค่ะ (つ≧▽≦)つ
    #235
    0
  2. #223 3sandy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 11:22

    น้องงง
    #223
    1
    • #223-1 raining(จากตอนที่ 6)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:28
      น้องน่ารักทุกตอนค่ะ(รึเปล่านะ)
      #223-1
  3. #133 kbrrcngkeux (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 17:20

    ยังรอยุน้่าาาาา

    #133
    0
  4. #132 Severus Potter (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 00:51
    รอนะคะะะ
    #132
    0
  5. #131 Vivee1230 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 22:20

    สนุกมากๆ สู้ๆนะคะไรท์ ไปดูมาแล้วหนังสือแต่ละเล่มไม่ใช่บางๆเลย55555 อ่านตาแฉะแน่ๆ

    ปล.อยากรู้จังเค้าจะติแต่อกันทางไหนน้าา
    #131
    0
  6. #129 PANDAN12146 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 12:57

    สนุกมากแต่งต่อไปนะที่รัก
    #129
    0
  7. #128 rodjananuna (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 11:36
    สนุกมากกกกก ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ สงสารน้องอยากให้ฝนตกครั้งต่อไปมาไวๆ
    #128
    0
  8. #127 Lily for Lisa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 09:15
    โอ้ย สงสารน้อง คิดมากเรื่องการพลัดพรากสุด
    #127
    0
  9. #126 im.mild (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 05:29

    ฮือออ ดีใจจจ ไรท์กลับมาแล้ววว เรารอเรื่องนี้อยู่ตลอดเลยนะคะ
    แถมมายาวได้ใจเลยด้วย ขอบคุณมากๆเลยค่ะ

    ตอนนี้ยาวมากจนไม่รู้จะเม้นเรื่องไหนก่อนเลยค่ะ อันดับแรก ดีใจนะคะที่รี่สลัดโชออกไปได้แล้ว เย้ แล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็พัฒนาไปพอสมควรเลยด้วย ดียยย์ค่ะ ถึงตัวจริงจะยังติดลบกันอยู่ก็เถอะนะ แต่ป๋าก็คืออ่อนให้น้องเยอะขึ้นมากแล้ววว ทั้งที่จริงๆ คือถ้าไม่ได้คุยกันทางพันธะ คงโกรธน้องไปอีกนานแหงๆ แถมในฐานะโจเซฟยังยอมรับปากจะติดต่อด้วยอีกจะหาก ฮือออ ดีใจ รอดูพัฒนาการต่อนะคะ ตอนหน้าจะเข้าช่วงเล่ม 6 แล้วสินะคะ เรารู้ว่าไรท์ไม่ใจร้ายกับรี่และคนอ่านหรอกเนอะ ป๋าจะต้องได้อยู่เฉลยความจริงกับน้องนะคะ ไม่ให้ไปไหนนะ พลีสสส

    สุดท้าย ปากำลังใจให้ไรท์นะคะ รอนะคะ สู้ๆค่ะ
    #126
    2
    • #126-1 raining(จากตอนที่ 6)
      7 กันยายน 2562 / 19:21
      นะ..นี่ไม่ใช่การกดดันหรอกเนอะะ 5555
      ได้รับกำลังใจมากแล้ว ขอบคุณนะคะ~
      #126-1
  10. #125 ป่าสีน้ำเงิน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 02:00
    เราอ่านใน read a write ไปเรียบร้อยแล้ว แต่แวะมาให้กำลังใจในนี้ด้วยค่ะ รอเสมอนะคะ >_< สู่ๆ
    #125
    0
  11. #124 DB2B (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 21:43
    หวังว่าตอนจบเซฟจะไม่ตายนะ
    #124
    0
  12. #123 Tomaiey (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 10:38

    ปิดปากด้วยปากไปเลยยยย อุกี๊ดด
    #123
    0
  13. #122 Secr3t-Key (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 02:05
    ตอนนี้หลากอารมณ์มากๆเลยค่ะ ฮือ แงงงง
    สนุกมากๆๆๆๆๆ ขอบคุณนะคะ
    #122
    0
  14. #121 GOTFAFA (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 23:34

    ไรท์กลับมาแล้ววว คิดถึงมาก
    ตอนนี้มีหลายอารมณ์มากกก
    สนุกมากกกกกกกกกกค่ะ
    รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #121
    0
  15. #120 BobbyD.SS (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 23:01
    ตามมาเม้นท์ค่า ชอบเรื่องนี้มากในที่ก็มาอัพดีใจสุดๆ ป๋าเนปหึงหนูรี่น่ารักมากค่ะ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ รัก
    #120
    0
  16. #119 TewadaCat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 22:45

    ขอเป็น Dad ตอนต่อได้ไหม ไม่งั้นก็ตอน 7 นะๆๆ
    #119
    3
    • #119-1 raining(จากตอนที่ 6)
      5 กันยายน 2562 / 22:58


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 กันยายน 2562 / 23:00
      #119-1
    • #119-3 raining(จากตอนที่ 6)
      5 กันยายน 2562 / 23:04
      ไม่ดังค่ะไม่ เราไม่ได้ยิ๊นนนน 555
      #119-3
  17. #118 Save1903 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 22:43

    ลงดึกกกกกกก แต่เนื้อเรื่องสนุกมากค่ะ
    #118
    0
  18. #115 ป่าสีน้ำเงิน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 01:50

    ฮืออออ ฟิคของคุณมันดีมากๆเลยค่ะ รออ่านตอนต่อไปนะคะ

    #115
    0
  19. #114 GOTFAFA (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 23:00
    I MISS YOU
    #114
    0
  20. #112 jjassZ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 23:24
    รออยู่น้าาา ติดตามแต่วดีมีกๆ
    #112
    0
  21. #110 Deep00 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 04:11

    สู้ๆนะคะไรท์จะรออ่านตอนต่อไปน้า
    #110
    0
  22. #108 ลักยิ้ม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 22:53

    (O^O)ตามอ่านต่อไปจ้า รวมทั้งเรื่องแด๊ดดี้ด้วยน๊าา สู้ๆนะไรท์

    #108
    0
  23. #107 Argento dea (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 21:58
    เราตามเรื่องของป๋าทั้งสองเรื่องเลย รอต่อไป~~~~
    #107
    0
  24. #106 supernei46 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 17:29
    ชิร์ จะงอนไรท์แล้วนะ
    #106
    0
  25. #105 Jackalope3305 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 09:10
    อ้าว มาเปิดเจอเช้าวันที่สอง นึกว่าอัพจริง เราดีเลย์อีกแล้วววว แงงงงง555555

    รอตอนต่อไปนะคะ ชอบมากเลยเรื่องนี้ คนแต่งคู่นี้ก็ไม่ค่อยจะมี อยากอ่านคู่นี้ขึ้นมาก็แห้งแล้งฟิคเหลือเกิน(╥_╥)
    #105
    0
  26. #104 im.mild (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 02:35

    โดนอีกแล้ววว งอนไรท์ มาลงง้อเลยนะคะ
    #104
    0
  27. #103 Tomaiey (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 01:36
    ฮืมมมฮืมมมม!! ชั้นเกลียดมุกนี้ //ลากมาตีก้น!
    #103
    0
  28. #101 Secr3t-Key (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 00:52
    เราเตรียมสองเข้ามหาวิทยาลัยค่ะ ไม่ค่อยได้เข้าเท่าไหร่ คาดว่าเดี๋ยวก็กลับมากัน
    #101
    0
  29. #100 TewadaCat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:53
    จะทิ้งก็เพราะ April fool day นิละ เจอทั้งวัน (เราไม่โกรธ ไม่เคืองเล๊ยยย)
    #100
    2
    • #100-1 raining(จากตอนที่ 6)
      1 เมษายน 2562 / 23:27
      ม่ายยยยย อย่าทิ้งเราเลยยย เดี๋ยวจะลงเนื้อเรื่องจริงๆง้อนะคะ
      #100-1
  30. #99 hoshijung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:24
    หึหึ มุกเดิมๆเจอมาทั้งวันติดกับแค่ 2 เรื่องกับอีก 1 คน...
    #99
    2
    • #99-1 raining(จากตอนที่ 6)
      1 เมษายน 2562 / 22:27
      โอ๋ๆนะคะ เขาว่าหลอกตอนเย็นจะเป็นเรื่องจริงนะ
      เนี้ยเดี๋ยวของไรต์เองก็มาลงตอนพิเศษ(จริงๆ)ให้นะ
      #99-1
  31. #98 GOTFAFA (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:17

    แจ้งปุ๊บ กดปั๊บ

    วันนี้โดนมาทั้งวัน 55555

    ไรท์อย่าคิดมากนะคะ คือช่วงนี้บางคนก็อาจจะไม่ว่างเข้ามาอ่านกัน(อย่างคุณ Tonhommmmmบอกไว้อ่ะค่ะ) เเต่เดี๋ยวก็มีมาเรื่อยๆค่ะ ไรท์อย่ากังวล!!

    เราสัญญา!! เราไม่ทิ้งไรท์แน่นอน ต่อให้ไล่ เราก็ไม่ไป

    -หน้าด้าน หน้ามึนเน๊าะ-55555

    รออ่านยุ่น้าาาา สู้ๆนะคะ
    #98
    4
    • #98-2 raining(จากตอนที่ 6)
      1 เมษายน 2562 / 22:33
      ทำไมเราแก้ไขข้อความไม่ขึ้นนน ร้องแล้ววว
      เราจะบอกว่า ดีใจที่มีคนโดนค่ะ นึกว่าจะแป๊กแล้ว 55+
      แล้วก็สัญญาว่าจะมาต่อให้จบเช่นกัน ต่อให้ไม่มีคนอ่านก็จะหน้าด้านมาต่อให้จบค่ะ >_<
      #98-2
    • #98-4 raining(จากตอนที่ 6)
      1 เมษายน 2562 / 22:37

      กอดแน่นๆเลยค่ะ
      #98-4
  32. #97 mentaldisaster (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:01
    ว่าแล้วว่าต้องมาเมษาหน้าโง่ ไหวตัวทันพอดี 555
    #97
    1
    • #97-1 raining(จากตอนที่ 6)
      1 เมษายน 2562 / 22:06
      โหยเส้าเลอ หลอกไม่สำเร็จ
      #97-1
  33. #96 Tonhommmmm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:01
    ไรท์อย่าคิดมากนะ ช่วงนี้อาจจะเพิ่งพ้นช่วงสอบของเด็ก ม.6 กับอาจจะกำลังเข้าช่วงไฟนอลของเด็กมหาลัย หลายๆคนอาจจะไม่ว่างเท่านั้นเองค่ะ ☺️💖
    #96
    1
    • #96-1 raining(จากตอนที่ 6)
      1 เมษายน 2562 / 22:05
      ใกล้เข้าไฟนอลไรต์เช่นกันค่า ดีว่าของไรต์สอบหลังสงกรานต์ ไปอ่านเอาช่วงสงกรานต์ได้(?)
      #96-1
  34. #95 Lily for Lisa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:00
    ไรท์มีแพลนจะเขียนตอนพิเศษมั้ยคะ
    #95
    3
    • #95-1 raining(จากตอนที่ 6)
      1 เมษายน 2562 / 22:04
      มีค่ะๆ ตอนพิเศษเอฟริลฟูลนี่ล่ะค่ะ แต่พอดีแต่งไม่ทันเลยยังไม่ได้ลงเรื่องให้แค่นั้นเอง
      แต่เรากลัวไม่ทันเทศกาล เลยมาแกล้งคนอ่านเล่นก่อน แฮ่
      #95-1
    • #95-3 raining(จากตอนที่ 6)
      1 เมษายน 2562 / 22:10
      ขอบคุณมากค่า <3
      #95-3