[os/sf] a Million Raindrops - NCT's DoJae

ตอนที่ 40 : [SF] Something Wicked I (AU Hogwarts)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 975
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    5 ก.พ. 62

[SF] Something Wicked I

Kim Doyoung x Jung Jaehyun




AU Hogwarts



9,934 words



#SFaMilRaindrops



















Up to the stair, up in the sky

I find the river in your eyes,

Sparkling like a magic spell

Full of power beauty and timeless



In the way eternal spell does.


It's the magical moment when we first met

But both of us didn't realize.








*







          เสียงฉึกฉักของรถไฟ ชวนให้หัวใจสูบฉีดด้วยความตื่นเต้น โดยเฉพาะเด็กที่พึ่งเคยนั่งรถไฟขบวนนี้ รถไฟที่มีจุดมุ่งหมายคือโรงเรียนเวทมนตร์ที่ดีที่สุดในโลก ฮ็อกวอตส์



          เจ้าของผิวสีขาวสว่าง ราวกับหิมะแรก ดวงตากลมโต ริมฝีปากอวบอิ่ม เดินหลังตรง เชิดหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง ไม่ต้องเสียเวลาให้ถ้วยอัคนีค้นหาบ้านให้ ใครๆ ก็แน่ใจว่า จองยุนโอ จะได้ใส่เนกไทสีเขียวอย่างแน่นอน เด็กผู้ชายคนนั้นเดินเคียงคู่มากับเพื่อนสนิทชาวจีน ที่มีใบหน้าสมบูรณ์แบบไม่แพ้กัน เมื่อขึ้นรถไฟมาช้า ที่นั่งก็ยิ่งเหลือน้อย พวกเขาจึงตัดสินใจนั่งในห้องที่มีคนสองคนจับจองไว้แล้ว



          แต่ก็คงไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะคนหนึ่งก็เอาแต่อ่านหนังสือ อีกคนก็นั่งหลับลึกราวกับขบวนรถไฟออกเดินทางได้ครึ่งทางแล้ว ผู้ชายตัวสูงที่มีใบหน้าเอกลักษณ์ เพียงแค่ละสายตาออกจากหนังสือแค่สอ สบตากับเด็กปีหนึ่งสองคนที่ไม่คิดจะทักทายอะไรอยู่แล้ว คนๆ นั้นมองผ่านพวกเขาก่อนจะก้มลงไปสนใจหนังสือในมือต่อ เมื่อเห็นดังนั้นจองยุนโอจึงเริ่มบทสนทนากับเพื่อนสนิทด้วยความเบื่อหน่าย



          “นายว่าพวกเราจะได้อยู่บ้านเดียวกันไหม"


          “อยู่สิ จะเป็นบ้านไหนได้อีก กังวลทำไม"


          “เผื่อหมวกคัดสรรไม่แม่นจริงไง"


          “แต่เคยได้ยินว่าหมวกคัดสรรจะถามเรานะ ว่าอยากอยู่บ้านไหน"


          “บ้าหน่า! ไม่มีหรอกเรื่องแบบนั้น"



          ส่ายหัวไปมาอย่างแรง เมื่อรู้สึกว่าเรื่องที่เพื่อนสนิทพูดออกมามันเหลวไหลทั้งเพ แต่การขยับตัวของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ทำให้ยุนโอหยุดการกระทั้งหมด ผู้ชายที่นั่งหลับอยู่ข้างๆ ค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น นัยน์ตาโตแต่เฉี่ยวขึ้นเหมือนตาของกระต่าย – อาจจะเพราะตาดำที่ดูกลมโตกว่าคนทั่วไปด้วย



          “มีจริงสิ"


          “หา"


          “มีจริงๆ "



          ใบหน้าที่ดูดีนั่นเต็มไปด้วยความหงุดหงิด สิ่งที่สะท้อนในดวงตามีแต่ความง่วงงุน ริมฝีปากที่บีบเม้มเป็นเส้นตรงบ่งบอกเป็นอย่างดี ว่าตอนนี้อดกลั้นความหงุดหงิดไว้ไม่ไหวแล้ว



          “แล้วก็นะ ถ้ารู้แล้วก็ช่วยเงียบๆ หน่อย"


          “ที่นี่ไม่ใช่ห้องของพี่สักหน่อย"



          เบะปากออก นิสัยชอบเถียงไว้ก่อน ถูกใช้กับคนแปลกหน้าเสมอ จนกลายเป็นพฤติกรรมที่คุ้นชินไปเสียแล้ว ด้วยชนชั้นของตระกูลทำให้ทุกคนต้องก้มฟังเขาเสมอ



          “แล้วห้องของนายหรือไง?”


          “ก็ไม่ใช่ไง"


          “ก็แค่บอกให้เงียบลงหน่อย ทำไม่ได้หรือไง"


          “แล้วทำไมเราต้องทำตามที่พี่บอกอ่ะ"



          คนเป็นพี่ขมวดคิ้วจนแทบจะติดกัน ดวงตากลมโตมองเด็กตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะทำหน้าเหนื่อยหน่าย ราวกับต้องทำการบ้านวิชาที่ไม่ชอบ



          “ตามสบายแล้วกัน – "



          เมื่อเห็นว่าคงไม่มีทางพูดภาษาเดียวกับเด็กคนนี้แน่ๆ คิมดงยองจึงกลับมานั่งกอดอกหลังตรง เหลือบตาขึ้นมอง ซอยองโฮ เพื่อนสนิทที่นั่งอ่านหนังสือไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาวด้วยความหงุดหงิด


          มันยังอ่านรู้เรื่องได้ไงวะ



          “เด็กอ้วน"



          หันไปพูดด้วยรอยยิ้มกวนตีนใส่คนที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก มองปฏิกิริยาเด็กอ้วนตรงหน้าแล้วก็ตลกดี แก้มกลมๆ พองขึ้นตามระดับความไม่พอใจ ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันจนเห็นลักยิ้ม



          “ไม่ได้อ้วน!”


          “แก้มขนาดนี้แล้วอ่ะนะ แล้วนี่มีขนหมูบนหน้าด้วยอ่ะ สีทองๆ "


          “หยาบคาย!”


          “แล้วใครเริ่มก่อนกัน"


          “พี่บ่นก่อนเองอ่ะ!”


          “ก่อนจะเถียงขึ้นมานี่คิดแล้วใช่ไหม?”



          เมื่อเจอประโยคแรงๆ เข้าตรงๆ นัยน์ตากลมโตที่เคยทอประกายความสดใส ก็คลอเคล้าไปด้วยน้ำตา คุณหนูประจำตระกูลเลือดบริสุทธิ์อันสูงส่ง ไม่เคยเจอใครพูดประโยคแรงๆ ขนาดนี้ใส่มาก่อน มาว่าเขาอ้วนเป็นหมูแล้วยังมาว่ายุนโอไม่มีสมองอีกหรอ



          “ใจร้าย"


          “ก็ – "



          คนที่จะเถียงกลับ ก็ละทิ้งความตั้งใจเมื่อครู่ที่กะจะพูดอะไรแรงๆ เข้าไปอีกหมัด มองเด็กที่ดูยังไงก็ออร่าเด็กสลิธีรีนชัดๆ แต่ดันเบะปากพร้อมจะร้องไห้งอแงด้วยสายตาไม่เข้าใจเท่าไหร่ เมื่อเงยหน้าสบตายองโฮก็พบว่าเพื่อนสนิทส่ายหัวให้ พลางทำมือบอกให้ต่อล้อต่อเถียง



          “อ่า"



          กลายเป็นว่าตอนนี้เขากำลังนั่งมองเด็กประหลาดนั่งนิ่งๆ ปล่อยให้น้ำตาหยดแหมะโดยไม่คิดจะเช็ดน้ำตาเหล่านั้นเลยสักนิด เพื่อนสนิทอีกคนก็ทำแค่ชะโงกหน้ามามองเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไร ขนาดดงยองสบตากับเด็กคนนั้นแล้ว อีกคนก็ยกมือขึ้นเป็นเชิงบอกว่า



          ‘ทำปัญหาอะไรไว้ ก็แก้เอาเองนะครับ’



          เหนื่อยใจ


          ได้แต่คิดในใจ แล้วนั่งเฝ้าเด็กที่ตัวก็โต นั่งสูดหายใจอย่างแรง น้ำมูกน้ำตาไหลร่วงลงมาอย่างกับน้ำตาในป่าลับ



          “ไม่เช็ดน้ำตาหน่อยหรอ"


          “ไม่!”



          ทั้งส่ายหัวทั้งตระโกนตอบกลับมาจนดงยองเองก็เหนื่อยใจ ไม่เช็ดน้ำตา ไม่หยุดร้อง แล้วจะให้ทำยังไงวะ ต้องดึงมาซบไหล่ ลูบหัว ตบตูดให้นอนเหมือนเด็กเลยไหม ทุกอย่างมันประดังประเดเข้ามาทั้งๆ ที่พวกเราพึ่งเจอกันครั้งแรก

          หรือจะได้อยู่บ้านสีเหลืองวะ?



          “ถ้างั้นจะทำยังไง"


          “เราก็ไม่รู้! เราไม่เคยร้องไห้แบบนี้!”


          “ไม่เคยเลยหรอ?”


          “ใช่สิ"



          นักเรียนปีสามประจำบ้านเรเวนคลอยกมือขึ้นมาเกาหัวแกร่กๆ มองรอบๆ สถานที่ ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงของคนที่น่าจะช่วยให้เขาหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้



          “ทำให้ร้องไห้ แล้วก็ทิ้งไว้แบบนี้เลยนะ"



          สัมผัสอุ่นวาบตรงข้อมือ พร้อมกับเสียงแข็งๆที่ดังขึ้นมาด้วยความน้อยใจ ช้อนตาขึ้นมองราวกับเด็กๆ นัยน์ตาที่ใสซื่อนั้นทำให้ดงยองยิ้มออกมา เวลาอ้อนก็น่ารักดีนี่หว่า ทีเมื่อกี้ล่ะเถียงฉอดๆ เลย



          “เดี๋ยวมา"



          ยกมือที่เด็กคนนั้นจับข้อมือไว้ ขึ้นไปวางแหมะบนกลุ่มผมหนาสีดำสนิท ยิ้มให้บางๆ อย่างใจดี ก่อนจะเดินเปิดประตูออกไปข้างนอก ทั้งห้องมีแต่ความนิ่งเงียบไปชั่วครู่



          “เด็กอ้วน"



          เดินกลับมาพร้อมเสียง หลังจากผ่านไปไม่กี่นาที ในมือถือขนมเข้ามาเยอะมาก แต่ละอย่างดูแหวกไปคนแนว ให้ทายว่าเด็กบ้านเรเวนคลอคงชี้ว่าเอาทั้งแถวนี้อะไรเทือกนั้น ถึงได้ขนมหลากหลายชนิดกลับมาในเวลาสั้นๆ ขนาดนี้


          บ้านรวยแน่ๆ นิสัยแบบนี้



          “ให้"


          “ให้เค้าหรอ"



          สรรพนามที่ใช้เรียกแทนตัวเองเปลี่ยนไปทันทีที่เห็นขนม นัยน์ตาเบิกโพลงขึ้นราวกับเด็กๆ ความดื้อแพ่งเมื่อกี้ มลายหายเป็นสายตาระยิบระยับราวกับเด็กๆ



          “อื้อ"



          พยักหน้าพลางส่งสายตาให้ยองโฮดึงโต๊ะพับลงมาเพื่อวางของกิน เพราะตนเองก็ถือของกินเยอะขนาดนี้ไม่ไหวแล้วเช่นกัน เมื่อเห็นเพื่อนสนิทตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากอย่างงงๆ คุณซอก็รีบกุลีกุจอดึงโต๊ะพับนั้นลงมา ก่อนจะก้าวขาสองก้าวไปช่วยเพื่อนสนิทเอาของวาง



          “บ้านมึงมีเด็กด้วยหรอวะ"


          “ทำไม"


          “รู้วิธีปราบเด็ก"


          “กูอ่านเจอในวิธีเลี้ยง"


          “เลี้ยงเด็ก?”


          “Fantastic Beasts”


          “ฮ่าๆ ให้ตายเถอะ!”


          “พวกพี่กระซิบอะไรกันอ่ะ"



          เด็กบ้านเรเวนคลอทั้งสองคนสะดุ้งโหยง ยกมือขึ้นมาปฏิเสธทั้งยังส่ายหน้าเป็นพัลวัน ใบหน้าที่ดูไม่น่าเชื่อถือของทั้งสองคน ทำให้เด็กที่งอแงเมื่อครู่ทำท่าจะพูดอะไรขึ้นมาอีก



          “พายฟักทองต้องกินตอนร้อนๆ นะ!” 



          จำไม่ได้หรอกว่าพายฟักทองของคุณนายน่ะร้อนหรือเย็น แต่ก็พูดมัวๆ พลางชี้ไปยังกองขนม กวาดตามองก่อนจะหายใจอย่างโล่งอก เมื่อพบว่าในกองขนมที่ซื้อมา มีสิ่งที่เขาพึ่งเอ่ยอ้างไป



          “หึ่ยย"



          ส่งเสียงคำรามออกมาด้วยไม่พอใจสักเท่าไหร่ แต่ก็ยกมือขึ้นบาดน้ำตาแบบเท่ๆ ก่อนจะพับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ เพื่อลงมือรับประทานน้องขนม



          “Welcome back to Hogwarts, folks”



          คิมดงยองหันไปมองเพื่อสนิทที่เอ่ยประโยคกวนตีนนั่นด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ แต่ก็ยังก้มลงไปกระซิบข้างหูเพื่อน ก่อนจะเดินออกมานั่งข้างๆ เด็กอ้วน



          “Such a warm Welcome!”



          โดยที่วินวินที่นั่งข้างซอยองโฮได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ทั้งหมด เหยียดยิ้มออกมาเมื่อเห็นคุณหนูตระกูลจองแผลงฤทธิ์ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ






          เย็นวันนั้นที่ห้องอาหาร หลังจากที่สนุกสนานเพลิดเพลินกับอาหารรสเลิศ ก็ถึงเวลาที่เด็กปีหนึ่งเฝ้ารอมากที่สุด หมวกคัดสรรเข้าบ้าน คนแล้วคนเล่าที่สวมหมวกที่ศักดิ์สิทธิ์นั่น ฟังสิ่งที่มันประกาศออกมา ก่อนจะตระโกนกลบเสียงเจ้าหมวก เมื่อได้ยินคำตอบที่แอบซ่อนไว้ในใจ



          “กูว่าฮัฟเฟิลพัฟว่ะ"



          ซอยองโฮ กล่าวเมื่อเห็นว่าใกล้ถึงคิวของเด็กคนนั้นแล้ว ขณะที่คิมดงยองยังคงละเมียดละไมกับของหวานตรงหน้า (ที่จิ๊กเวนดี้มาอีกที)



          “สลิธีรีนดิ ทำไมมึงคิดงั้น"


          “ก็เห็นตอนกินขนม มันฟลั๊ฟฟี่มาก เหมือนก้อนมาร์ชเมลโล่ว"


          “ตอนกินใครก็อ่อนโยนไหม ยกเว้นจองอู"



          คนที่ถูกกล่าวถึงหันมามองด้วยความภูมิใจ ยกมือขึ้นแสดงตัวว่าไม่สนใจกับคำกล่าวว่านั้นเลย



          “มึงเชื่อกู เด็กนั่นก็แค่อ้อนตอนอยากได้อะไรเท่านั้นแหละ เดี๋ยวก็ร้ายเต็มตัว"


          “เกินไปเปล่าวะ”



          ซอยองโฮ หรี่ตามองเด็กผู้ชายที่ขาวสว่าง โดดเด่นท่ามกลางผู้คน เมื่อยืนอยู่คนเดียวนิ่งๆ ไม่พูดกับใครก็ดูเย่อหยิ่งจริงๆ นั่นแหละ บวกกับชื่อเสียงของตระกูลอีกฝ่ายที่ใครๆ ก็รู้จักแล้ว



          “ไม่เกินไป มึงคอยดู ไม่เกินปี แสบจนทุกคนต้องรู้จัก”



          ดงยองละสายตาจากของกิน ก่อนจะวางสายตาไว้กับเด็กที่ยื่นมือไปรับหมวกขึ้นมาสวม นัยน์ตานั้นไม่ฉายแววความตื่นเต้น แต่คนที่เคยได้ยินอีกฝ่ายคุยกับเพื่อนแบบเขาแล้ว


          รู้ดีเลยแหละ ว่ากำลังคิดในใจซ้ำๆ แล้วขอบ้านที่ตัวเองอยากอยู่กับคุณหมวกคัดสรร



          “สลิธีรีน!!”



          เมื่อได้ยินดังนั้น เด็กตัวขาวก็ทำเพียงแค่ยักคิ้วให้เหล่ากองเชียร์ กระตุกยิ้มให้พี่ๆ ในบ้านทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้จักกันหรอก สอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงอย่างวางท่า เดินมาหยุดที่นั่งของบ้านสีเขียว นั่งลงไปพร้อมหัวใจที่เต้นระรัว ยกขาขึ้นมาไขว่ห้าง วางศอกไว้บนโต๊ะก่อนจะประสานมือเข้าด้วยกัน



          “เห็นไหม กูบอกเลยว่าเด็กนั่นน่ะไม่ธรรมดา”



          คำยืนยันจากคนที่เสียเงินเกือบร้อยเกลเลียน ให้เด็กที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก ทำให้ยองโฮพยักหน้าอย่างยินยอม ถ้าคนที่ฉลาดเป็นกรดอย่างดงยองยืนยันคำนั้น ก็คงต้องเชื่อ




          และนั่นคือการพบกันครั้งแรกของพวกเขา






*






          จองยุนโอในชั้นปีที่สอง ก้าวเดินไปตามโถงทางเดินด้วยความสง่า ใบหน้าที่เพอร์เฟกต์นั่น เหมาะเหลือเกินกับการมองเหยียดผู้คน ท่าทางที่ชวนให้มองตาม ทำให้มีแต่คนชื่นชมในใจ ต่อให้จะแสดงความริษยาออกมามากแค่ไหน ต่อให้จะพยายามหาข้อเสียของคนๆ นี้ขึ้นมาป่าวประกาศ


          แต่มันก็ไม่มีเลย ไม่มีจริงๆ จนทุกคนล้มเลิกความตั้งใจไปเอง



          “ไปก่อนนะ"



          “ไม่ไปฮอกมี้ดส์ด้วยกันหรอ"



          อีแทยง เพื่อนสนิทอีกคนเอ่ยถามออกมาด้วยความงุนงง เพิ่งตกลงกันในคลาสศาสตราจารย์ชเวไปแท้ๆ แต่อีกฝ่ายจะเบี้ยวนัดดื้อๆ อย่างงี้หรอ



          “นั่นสิ เมื่อกี้ยังบ่นว่าอยากกินบัตเตอร์เบียร์อยู่เลย"



          มิยาวากิ ซากุระ เอ่ยเสริม มองเพื่อนสนิทที่อยู่ดีๆ ก็ทำท่าทีลุกลี้ลุกลน ท่าทางน่าสงสัยจนไม่อาจปล่อยผ่านไปได้ ทำให้เพื่อนในกลุ่มทุกคนมองด้วยสายตากดดัน



          “เพิ่งนึกได้ว่าพี่ชานยอลเรียกไปคุย"


          “เรื่อง?”


          “ควิดดิช ต้องไปคุยเรื่องซ้อมนิดหน่อย เดี๋ยวเสร็จแล้วจะตามไป"



          เมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวดียืนยันอยากหนักแน่น เพื่อนในกลุ่มก็สบตาและพยักหน้าให้กัน



          “ฮันนี่ดุกส์นะ"



          วินวินหันมาเอ่ยย้ำให้เพื่อนสนิทฟังอีกครั้ง เผื่อว่าคุณหนูตระกูลจองจะเหม่อจนลืมฟังรายละเอียดไปหมด ถ้าเดินเพลินหายไปอีก เขาจะต้องโดนพี่น้องตระกูลจองคาดโทษแน่ๆ



          “โอเคๆ "



          ทั้งตอบรับทั้งพยักหน้ารับ ก่อนจะยกมือขึ้นมาโบกหนึ่งทีอย่างพอเป็นพิธี ก่อนจะเร่งฝีเท้าไปยังเรือนกระจก ที่มีบริเวณให้พักผ่อนเยอะไปหมด แต่ทำไมคนที่อยู่สลิธีรีนอย่างยุนโอถึงรู้เรื่องนี้น่ะหรือ



          “นอนเยอะขนาดนี้ เอาเวลาที่ไหนมาฉลาดอ่ะ"



          ยืนเท้าสะเอวมองรุ่นพี่ที่นอนเหยียดขาบนเก้าอี้นั่งแบบยาว โดยเอาหนังสือปิดหน้าเอาไว้ เสียงอื้ออึงที่ดังออกมา ส่งเสียงก้องนิดหน่อย มือที่มักจะมีเส้นเลือดปูดนูนเสมอ แม้จะไม่ได้ออกแรงทำอะไรมากนัก ค่อยๆ ยกหนังสือขึ้นมา หรี่ตามองเด็กที่ชอบมากวน มาวนเวียนใกล้ๆ



          “ฉลาดตั้งแต่เกิดไง"


          “หลงตัวเอง"


          “พูดอย่างกับตัวเองไม่หลงตัวเองงั้นแหละ"



          ลุกขึ้นมานั่งดีๆ วางหนังสือไว้บนพื้น ก่อนจะยกแขนทั้งสองข้างพาดกับพนักเก้าอี้เอาไว้ เหลือบตามองคนที่ยืนเก๊กท่าไม่เลิกด้วยรอยยิ้มขำขัน



          “น้อยกว่าพี่แล้วกัน"


          “น้อยกว่าเคราเมอร์ลินอีกมั้งถ้าอย่างนั้น"


          “นี่!”


          “พอเถียงไม่ได้ก็ชอบขึ้นเสียงอ่ะ"


          “จะดุกันอีกแล้วใช่ไหม"


          “ไม่ได้ดุ พี่สอน ทำแบบนี้กับคนอื่นมันไม่น่ารักรู้ไหม"


          “เราก็ไม่เคยน่ารักอยู่แล้วนี่!”



          ยิ่งพูดก็ยิ่งจะไปไกลกว่าเดิม เด็กบ้านเรเวนคลอถอนหายใจออกมา กิริยาท่าทางเหล่านั้นทำให้เด็กบ้านสลิธีรีนมองด้วยความน้อยใจ พออยู่ด้วยกันก็ถอนหายใจเก่ง ถอนหายใจให้มันอายุสั้นไปร้อยปีเลยนะ!


          อ่า..ไม่สิ หนึ่งวันก็พอมั้ง


          หรือหนึ่งนาทีดี?


          ไม่แช่งแล้วกัน



          “มานั่งคุยกันดีๆ "



          ตบมือไปที่นั่งข้างๆ มองเด็กตัวเล็กๆ คนนั้นที่โตขึ้นมาเยอะมาก ทั้งๆ ที่เวลาพึ่งผ่านไปแค่สองปีแท้ๆ เบบี้แฟตเริ่มหายไป เหลือแต่เด็กที่มีโครงหน้าแบบที่ใครก็ใฝ่ฝันถึง



          “เมื่อไหร่พี่จะเลิกดุเราอ่ะ"


          “อยากให้เลิกดุจริงๆ หรอ"



          ไม่ตอบแต่ส่ายหน้าแทน กลุ่มผมหน้าสะบัดไปตามแรงส่ายหน้า ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันด้วยความจ๋อย เจ้าเด็กสลิธีรีนที่แสนเย่อหยิ่งในสายตาคนอื่นน่ะ เป็นแค่เด็กขี้แงในสายตาคิมดงยองเท่านั้นแหละ



          “หน้าตาก็น่ารักน่าเอ็นดู ถ้าเราทำตัวน่ารักๆ ให้คนอื่นรัก ก็น่าจะดีกว่าหรือเปล่า พี่แค่แนะนำ"


          “ก็เค้า – "


          “แต่ถ้าไม่ชอบก็ไม่เป็นไร แค่เป็นตัวของตัวเองนั่นแหละ พี่ไม่อยากสั่งให้เราทำนู่นทำนี่แบบที่พี่อยากให้เป็น"


          “งื่ออ"


          “เพราะยังไงนี่ก็ชีวิตเราถูกไหม พี่ก็ไม่ได้คอยดุเราตลอดนี่นา"



          ริมฝีปากบางเม้มแน่นมากกว่าเดิม เมื่อได้ยินประโยคหลังสุด ทำไมพี่ดงยองถึงจะดุเขาตลอดไปไม่ได้ ก็เป็นพี่น้องที่สนิทกันขนาดนี้แท้ๆ



          “ทำไมถึงดุเราตลอดไม่ได้ล่ะ"


          “เราต่างก็ต้องมีชีวิตของตัวเองไง ตอนนี่พี่ปีสี่แล้ว เดี๋ยวอีกสามปีพี่ก็ต้องไปเริ่มใช้ชีวิตของตัวเอง"


          “แล้วกลับมาเจอกันบ่อยๆ ไม่ได้หรอ"


          “ฮ่าๆ พูดเหมือนพี่มีกุญแจนำทางมาโผล่ที่นี่"


          “ก็พี่ฉลาดจะตาย"


          “ทีแบบนี้มาชมว่าฉลาด"



          หัวเราะออกมาเมื่อพบว่าเด็กน้อยตรงหน้าพยายามสรรหาวิธีต่างๆ มาให้ไม่หยุด เสียงโหวกโหวกดังมาจากกระท่อมด้านหลัง ทำให้หัวเราะออกมาโดยไม่มีเหตุผล เอ..หรืออาจะเป็นเพราะเด็กที่มานั่งเบะปากข้างๆ กันนะ



          “เขียนจดหมายเอาก็ได้"


          “แต่เราไม่ชอบเขียนนี่"


          “งั้นนั่งพูดกับเตาผิงไฟในห้องโถงสลิธีรีนล่ะกัน ว่างๆ จะพยายามส่งกระแสจิตเข้าไปคุยด้วย"


          “พี่ดงยอง!”



          คนเอ่ยแซวมองคุณจองที่ตอนนี้หน้าตาถมึงทึง เหมือนก้อนมาชเมลโล่วที่พองตัวออก แล้วมีรอยสีน้ำตาลนิดๆ



          “ฮ่าๆ "


          “ไม่ต้องหัวเราะเลยนะ"


          “โอเค งั้นไปแล้ว"


          “ทำไมต้องงอนด้วยอ่ะ"


          “ไม่ได้งอน"


          “แล้วจะเดินหนีเราทำไม"


          “พี่นัดชองฮาไว้"


          “เนี่ย ชอบทิ้งน้องไปหาเพื่อนอ่ะ"



          ทำปากมุบมิบอย่างติดนิสัย มองคนที่สูงชะลูด แต่ไม่มีกล้ามเนื้ออะไรเลย เพราะวันๆ เอาแต่คลุกอยู่ในห้อง ไม่ก็ออกมานอนตามใต้ต้นไม้ บางทียุนโอก็สงสัยว่าพี่ดงยองเป็นสัตว์มหัศจรรย์ในตำราหรือเปล่า สัตว์จำพวกที่ต้องนอนจำศีลเยอะๆ อะไรเทือกนั้น



          “ไม่ได้ไปหาเพื่อนสักหน่อย"



          ตอบปฏิเสธกลับมาพร้อมรอยยิ้ม ยกมือขึ้นเกาหัวแกร่กๆ ด้วยความเขินอาย ท่าทางที่เปลี่ยนไปทำให้ยุนโอหัวเราะออกมาเสียงดัง


          ตลกชะมัด




          “ไปหาแฟน"



          “ตั้งแต่เมื่อไหร่?”




          แต่คำตอบที่ได้กลับมา ทำให้สมองงุนงง หยุดทำงานไปชั่วขณะ แฟน? ทำไมเขาถึงไม่รู้ ทั้งๆ ที่สนิทแล้วก็เจอกันบ่อยขนาดนี้ ทำไมยุนโอถึงไม่เคยรู้เลย



          “ก็สักพักแล้วนะ"



          แววตาที่ตอบกลับมาอย่างสดใสนั่นก็ด้วย ทำไมดวงตาคู่นั้นถึงสะท้อนความสุขได้ขนาดนั้นกันนะ? คนที่เอาแต่ถอนหายใจใส่เวลาที่อยู่ด้วยกัน


          ทำไมถึงมีความสุขได้ขนาดนั้น เพียงแค่พูดถึงคนอื่น



          “ทำไมไม่บอกเราเลย"


          “อ้าว ก็นึกว่ารู้อยู่แล้ว"


          “เราไม่สำคัญกับพี่เลยหรอ"



          ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมรู้สึกแบบนี้ เหมือนได้ยินเสียงหัวใจเต้นของตัวเองชัดขึ้น จังหวะหัวใจที่เต้นช้าลง แต่ก็ยังดังก้องอยู่ในหัว



          “เฮ้ๆ อย่าร้องไห้สิ คุณหนูจองน่ะสำคัญกับพี่มากๆ ครับ ไม่เอานะ ไม่ร้องไห้สิ พี่ขอโทษที่ขี้ลืมเอง"


          “หึ่ยยย"



          ความรู้สึกปวดร้าวพวกนี้มันคืออะไรกัน? ทั้งๆ ที่ยุนโอก็แค่นั่งอยู่กับที่เฉยๆ นี่นา ไม่ได้ขยับตัวหรือโดนสิ่งของกระแทกตัวเสียหน่อย ไม่ได้โดนคาถาของใคร ไม่ได้กินสมุนไพรแปลกๆ



          “ไปเลยยยย อย่าปล่อยให้ผู้หญิงรอนานสิ"


          “คร้าบบ ไม่ร้องไห้น้า เดี๋ยวพาไปเหมาขนมที่ฮันนี่ดุกส์เลย"


          “พูดแล้วนะ"


          “สัญญาเลย"


          “ทำปฏิญาณไม่คืนขำเลยไหม"


          “เกินไป เกินไปตลอดกับเรื่องของกินเนี่ย"



          ก็แค่ยืนอยู่ข้างๆ พี่ดงยองเหมือนเดิม ก็แค่นั่งฟังอีกฝ่ายพูดบ่นเช่นทุกวัน ก็แค่มาหาคนที่เอาแต่นอนงีบอยู่ที่เดิมซ้ำๆ ทุกๆ อย่างก็เหมือนเดิมมาตลอดสองปีนี่นา



          “อื้อ"


          “โอเค ไปแล้วนะ"



          ไม่สิ



          “เจอกันฮะ"


          “ไม่เดินกลับด้วยกันหรอ?” 



          มันมีสิ่งท่ีไม่เหมือนเดิม



          “อื้อ"



          พี่ดงยองไม่ใช่ของจองยุนโอคนเดียว ไม่ใช่อีกแล้ว –



          “ง่วงอ่ะ ของีบที่นี่ก่อน"



          แล้วทำไมแค่คิดถึงความจริงข้อนั้น



          “โอเค"



          แค่มองแผ่นหลังกว้างนั้นเดินจากไป

          หัวใจถึงเจ็บราวกับโดนคาถากรีดแทงกันนะ? 



         ทำไมจองยุนโอถึงรู้สึกอ่อนแอขนาดนี้..







TBC



Please comment or tag #SFaMilRaindrops





Talk: ตอนนี้อาจจะไม่ฮ็อกวอตส์จ๋ามากนะคะ แค่จะปูเรื่อง แง อาจจะแปร่งๆบ้าง เพราะไม่เคยเขียน au นี้ แล้วบางทีก็ติภาษาเรื่องน้องลินมา ถ้าเจอตรงไหนแปร่งๆบอกได้เลยนะคะ ยินดีแก้เสมอเลยคับ??’???’?

จริงๆ ตั้งใจจะลงตั้งแต่เมื่อวาน แต่แต่งไม่ทัน แงงง มัวแต่ปั่นต้นฉบับน้องลินส่งให้ที่ร้านพรู๊ฟ;__; เลยกะว่าจะลงทั้งสองตอนวันเกิดน้องแจน แต่ก็เอ๊ะนานไป ;__;



Enjoy reading naka :)


ปล. คุณคิมน่ะอยู่บ้านเรเวนคลอ (กระซิบ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

621 ความคิดเห็น

  1. #594 fxmm_ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 22:26
    เจ้าเด็กอ้วนค้าบ;-;
    #594
    0
  2. #565 beyorx (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 15:21
    ไม่เศร้าน้าคนเก่ง;-;
    #565
    0
  3. #512 - 0409 - (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 01:07
    น่ารักมาก แง
    #512
    0
  4. #495 fxmm_ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 22:14
    ยัยหมูโดนแย่งของเล่นแล้ววว
    #495
    0
  5. #434 ciavaai (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 04:26
    หนูลูกไม่เศร้าน้าาา
    #434
    0
  6. #424 prk♡ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 03:18
    น้องงงงง
    #424
    0
  7. #408 CaffeineAddicted (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 21:19

    อะแง เศร้าเลยยัยน้อง โดนแย่งพี่ไปแล้ว


    #408
    0
  8. #406 มุ้งมิ้น (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 21:51
    แงงงงง น้องงง เศร้าๆเลยคับ ไม่ล้องน้าาา เดี๋ยวพี่พาไปกินหนมแทนพิดงยอง ;-;
    #406
    0
  9. #404 มออายออ่านว่าบ้า (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:19
    โง้ย เอ็นดูหนูลูก
    #404
    0
  10. #401 ♡♡♡ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:16
    คุณหนูจองแสนน่ารักกก นายคิม!! แกล้งน้องตั้งแต่วันแรก ทำให้น้องร้องไห้เก่ง ;-;
    #401
    0
  11. #399 peachpuffs (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:33
    เอ็นดูคุณหนูจอง พี่อยากเลี้ยงขนมหนูเยอะๆเลย ไม่ร้องนะคับคนเก่ง ;—;
    #399
    0
  12. #386 wijiiiiiii (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:41
    เอ็นดูคนหวงพี่ เจ้าแก้มนุ่มนิ่มยังเด็กนัก คงยังไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรกับพี่เค้าไปแล้ว ฮืออออออ
    #386
    0
  13. #385 teddy.soo (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:04
    ก็คือเจ็บเลยกับตอนท้าย แงงง สงสารน้องยุนอ้วงงง อกหักเฉยเลยเด็กฟัฟฟี่ ฮือออ พี่ดงยองมองไม่เห็นน้องเลยหรอ เนี่ยๆ มีเด็กที่แสนจะเย่อหยิ่งยอมมาหาพี่ดงยองที่เอาแต่นอนรออยู่ที่เดิมทุกวันก่อนเลยนะทั้งๆที่น้องจะสั่งให้พี่มาหาน้องเองก็ได้อะ โถ่ สงสารน้อง
    #385
    0
  14. #384 lleh_k9 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:50

    โอย เปิดเรื่องมาอย่างน่ารัก

    ทำไมปิดตอนได้ซึมขนาดนี้

    อย่าทำน้องร้องไห้ได้มั้ย ใจพี่จะขาดดดดด T T


    ปล. เจอคำผิดนิดนึงนะคะ สรรหา ค่ะ


    #384
    1
    • #384-1 TearsFate(จากตอนที่ 40)
      5 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:08
      ขอบคุณมากเลยนะคะ เราแก้คำผิดแล้วคับบ ;___; ถ้าเจออีกบอกได้เสมอเลยนะคะ ><
      #384-1
  15. #383 miumiunpp (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:30
    ฮือออออออออ แงงงงงงง น้องชอบเค้าแล้วคับ ไม่ร้องนะะะ แต่พี่คนนี้ร้องไปแล้ว ฮืออออออ

    ไม่นะไม่มีภาษาน้องลินติดมา ไม่ต้องห่วง แง ปวดจัย
    #383
    0
  16. #382 SpaceInvaderrr (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:41
    ชอบมากค่ะ คุณหนูจองยุนโอ แงงงงง ไม่เศร้านะหนู หน็อย นายดงยองนายมันคนใจร้าย !
    #382
    0
  17. #379 #AAZ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:34
    เราดีใจมากเลยที่ไรท์มาอัพเรื่องนี้ ตอนแรกคิดไว้ต้องหม่นๆแน่ๆช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเลยไม่ได้อ่านเดกดีเลย รอว่างจริงๆถึงเข้ามาอ่าน น่ารักมากเลยยัยยุนโอน่ารักแบบตีมือกับลมเลย แต่ไม่อยากให้ยัยหนูไปแย่งใครมาเท่าไหร่ พี่ดงยองของคุณหนูจะโดนแย่งไปแล้วด้วย อกหักครั้งแรกของเด็กปี2 ช่วงนี้ฮอกวอร์ตพอดี เราจะรออ่านตอนต่อไปนะคะ ไรท์ก็สู้ๆ
    #379
    0
  18. #377 ยงย้งวิงกี้มิงกี้ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:00
    นายคุณโด!!!!!!!!
    #377
    0
  19. #376 cadeaux (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:16
    ตอนแรกๆก็ตลกดีอยู่ร้อกกก แงงงง้เกิดอาการจ้อยใน ทั้งๆที่ยัยน้องก็ชัดเจนขนาดนี้แล้วนะ หึ่ยยย ไม่รู้อะไรเล่ย!
    #376
    0
  20. #375 นุ้งพยาธิ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:07
    ฮือออออคุณหนูของป้า อย่าร้องนะคะ ร้องเดี๋ยวตาปวมนะ นายคิมดงยองนายมาทำให้คุณหนูจองคนน่ารักร้องไห้ได้ยังไง ใจร้ายมาก!
    #375
    0
  21. #374 fanggy.fuu (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:01
    แงแงเศร้า
    #374
    0
  22. #373 PlaPralita (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:55
    คุณหนูจองน้องงงงงงงงง

    อย่างเพิ่งเศร้าไปเลยนะคะ
    #373
    0
  23. #372 juneye (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:53
    คุณหนูของพี่ฮือออออ
    #372
    0
  24. #371 DONGJAEN (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:31
    น้องยุนโอไม่ร้องนะคับ คิมดงยอง คนใจร้าย!
    #371
    0
  25. #370 Peachismine. (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:02
    จะฉาปๆๆๆๆพี่ดงยอง ครูซืโอ้!!!!!! ทำยัยตัวดีใจแกว่งได้ยังไง หน๊อยๆๆๆ
    #370
    0