ปิดรีปริ้นท์(GOT7) Snow Drop Markbam,Bnior,Jackjae

ตอนที่ 4 : Chapter 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,515
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 138 ครั้ง
    25 เม.ย. 59

 








“อเล็กซิสรอนานไหม กลับเถอะเดี๋ยวพ่อเป็นห่วง” ไอรีนจับมือดาฮยอนเดินออกมาจากห้องน้ำ อเล็กซิสสะดุ้งเล็กน้อย หันกลับมามองอาสาวแล้วเดินตามอากลับไปที่เต้นท์

            “ตามไปไหมมึงว่าเด็กคนนั้นพักอยู่ตรงไหน”

            “เอาสิ”

            ชายทั้งสองที่มองอเล็กซิสรอจนกลุ่มสามสาวเดินไปสักครู่ค่อยเดินตามไป

            ชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งที่นั่งแกะตุ๊กตาไม้ตัวเล็กอยู่ไม่ห่างจากสองหนุ่มนิ่งฟังบทสนทนาแต่ทำเสมือนว่าไม่สนใจเรื่องชาวบ้าน ตาเรียวคมมองตามกลุ่มของเด็กสาวและผู้ชายพวกนั้น

            เขาถอนหายใจพลางลุกขึ้นยืน เก็บตุ๊กตาใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินตามทั้งหมดไปเงียบๆ

                       

 

 

 

            “ออสตินหลับแล้วเหรอ” เด็กสาวที่นั่งกอดเข่าอยู่หน้าเต้นท์เพียงลำพังเงยหน้ามองพ่อที่เดินออกมาจากเต้นท์

มาร์คทรุดลงนั่งขัดสมาธิข้างตัวลูกสาว ยื่นของในมือให้เธอ

“อมยิ้ม? เอามาให้หนูทำไม” อเล็กซิสเบ้หน้า มองขนมหวานในมือพ่อที่ยื่นมาให้

“พ่อเจอในเป้ของออสติน เอาไปสิ”

“หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ”

“จะกี่ปีหนูก็ยังเป็นเด็กในสายตาพ่ออยู่ดีนั่นล่ะ ไม่เอาจริงน่ะ?”

สำหรับมาร์ค เขาจำวันที่ลูกสาวอยู่ในอ้อมแขนภรรยาวันแรกคลอดกับตอนเข้าโรงเรียนวันแรกได้ดี

ตอนนี้เสียอีกที่บางครั้งเขากลับรู้สึกว่าลูกสาวโตเกินกว่าจะตามทัน เธอกลายเป็นเด็กสาวแสนสวยเหมือนแม่ไปซะแล้ว ไม่ว่าอเล็กซิสจะเติบโตขึ้นแค่ไหน ภาพที่ซ้อนทับเด็กสาวก็ยังคงเป็นเด็กน้อยวัยอนุบาลที่ชอบวิ่งมาหาพ่อพร้อมตุ๊กตาตัวโปรดอยู่ดี

“ไม่!

มาร์คแกะอมยิ้มกินเอง อย่างน้อยของหวานก็ช่วยลดความตึงเครียดได้บ้าง

“อ้ะ” มาร์คค้นในกระเป๋ากางเกงหยิบช็อกโกแลตชิ้นเล็กให้ลูกสาว อเล็กซิสมองมันแหยงๆ

“ไม่เอาอ่ะ อ้วน”

“ลูกจะอ้วนกว่านี้สักสองสามโลก็ยังหุ่นดีอยู่ดีแหละน่า” มาร์คไม่เข้าใจเลยว่าทำไมวัยรุ่นสมัยนี้กลัวอ้วนจัง กรรมพันธุ์จากพ่อและแม่ไม่ทำให้อเล็กซิสตัวบวมไปได้หรอก

“ทำไมพ่อต้องบังคับให้หนูกินมาตั้งแต่เมื่อกี้ด้วยล่ะ”

ช็อกโกแลตมีแมกนีเซียม”

“หนูต้องรู้ไหมว่ามันมีแมกนีเซียมไปเพื่ออะไร มันก็แค่ของหวาน พ่อเก็บไว้ให้ออสตินเถอะ” อเล็กซิสถอนหายใจ มองไปทางอื่น ค่ำแล้วผู้คนในค่ายนั่งจับกลุ่มคุยบ้าง เดินไปมาบ้าง บางเต้นท์ก็นอนแล้ว

“ของน้องมีอีก แมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นกับรอบประจำเดือน ช่วยลดอาการปวดได้ด้วยนะ”

อเล็กซิสหันมามองหน้าพ่อทันที เลิกคิ้ว คำถามลอยเต็มหน้า

“พ่อรู้?”

“อือ  และรู้ไหมว่าสารต้านอนุมูลอิสระในช็อกโกแลตน่ะช่วยสร้างฮอร์โมนเซโรโทนินที่ทำให้เราอารมณ์ดีด้วยนะ จะได้ลดๆ ซะมั่งไอ้อาการเหวี่ยงวีนน้องน่ะ”

ลูกเป็นอะไรทำไมมาร์คจะไม่รู้ อเล็กซิสดูเหนื่อยล้ามาตั้งแต่เมื่อเช้า แม้แกจะไม่ได้ปวดท้องจนทำอะไรไม่ไหวแต่ช่วงนี้แกจะอ่อนแอกว่าปกติ

“จะว่าก็ว่ามาตรงๆ เถอะค่ะ” อเล็กซิสรับช็อกโกแลตมาแกะกิน

“พ่อคะ ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” อเล็กซิสหันมามองพ่อ มาร์คมองไปข้างหน้า พยักหน้า

“ถามมาสิ”

“พ่อยังรักแม่อยู่หรือเปล่า” อเล็กซิสเบือนสายตาไปข้างหน้าบ้าง มาร์คถอนหายใจ เงยหน้ามองท้องฟ้า

“อืม..พอเมืองไม่มีไฟก็เห็นดาวบนฟ้าชัดขึ้นแล้วเนอะ”

“อย่าเลี่ยงกันสิ” พูดเรื่องแม่ทีไรพ่อชอบเบี่ยงประเด็นทุกทีเลย

“จะรักหรือไม่รักมันสำคัญด้วยเหรอ”

“สำคัญสิคะ”

แม้อเล็กซิสจะเป็นคนที่ดูภายนอกแล้วเข้มแข็งแต่ข้างในเธออ่อนไหวมาก เรื่องของพ่อกับแม่นั้นจนทุกวันนี้เธอก็ยังทำใจรับไม่ได้ แต่เธอต้องแสร้งทำตัวเหมือนว่าสบายดี จะไปอยู่กับพ่อหรือแม่ก็ได้ ทั้งที่ความจริงเธอปรารถนาให้ทุกคนอยู่ร่วมกัน แม้จะอยากพูดแค่ไหนพ่อกับแม่ก็ไม่รับฟัง

“พ่อก็ไม่รู้..

….

“แต่ตอนนี้ที่พ่อพอจะบอกหนูได้ก็คือ..ถ้าพ่อเจอแม่..พ่อจะกอดแม่ไว้ให้แน่นๆ ไม่ให้เขาพลัดหลงไปไหนอีก”

อเล็กซิสนิ่งไป ภายในใจเต็มตื้นที่ได้ยิน เธอเอื้อมมือไปจับมือพ่อไว้ ให้กำลังใจ

 

 

 

 

            “เมื่อเช้าทหารเดินมาบอกว่าให้เราไปช่วยงาน”

ไอรีนบอกกับทุกคนที่นั่งล้อมวงอยู่หน้าเต้นท์ที่พัก ครอบครัวไรอันกลุ่มหนึ่งและครอบครัวพี่ชายอีกกลุ่ม ไอรีนตื่นแต่เช้าออกมาสูดอากาศ ทหารผ่านมาเลยพูดคุยกับเธอ

“เราต้องทำอะไรบ้างคะอา” ดาฮยอนเดินเข่าจากข้างพี่ชายมานั่งข้างอเล็กซิส

“พวกผู้หญิงก็ไปช่วยงานที่ครัว ลานซักล้าง กับเต้นท์พยาบาล พวกผู้ชายไปช่วยงานทหาร เห็นเขาบอกว่าจะให้พลเรือนถืออาวุธช่วยสอดส่องดูแลค่าย แต่ถ้าผู้หญิงจะทำด้วยเขาก็ไม่ว่า แล้วแต่สมัครใจ”

“พี่ก็คิดอยู่แล้วว่าเขาคงไม่ให้เราอยู่ฟรี” มาร์คพยักหน้าเข้าใจ อเล็กซิสหันมามองพ่อ

“หนูไปสมัครถืออาวุธได้ไหม?”

“ไหวเหรอลูก”

“ขี้เกียจไปทำกับข้าว ล้างจาน และหนูก็ไม่อยากอยู่เต้นท์พยาบาล น่าเบื่อ”

ตอนเด็กแม่เคยพาไปรอที่โรงพยาบาล มันช่างเป็นสถานที่ที่แย่ที่สุดและไม่น่าพิศมัยให้ไปบ่อย มีแต่หมอ พยาบาล และเจ้าหน้าที่เดินกันขวักไขว่เพราะต้องทำงานช่วยชีวิตคนแข่งกับเวลา คนป่วยก็ส่งเสียงร้องโอดโอย เธอเกลียดจนบอกแม่ว่าจะไม่เป็นหมอแต่แม่ไม่ค่อยเชื่อเธอนักหรอก แม่บอกว่าเธอเป็นหมอได้สบาย ก็ไม่รู้ว่าแม่เอาความมั่นใจมาจากไหน

“เอาไง ใครจะไปไหนกันบ้าง” ไอรีนมองหน้าทุกคน

“ไม่เห็นอยากไปเลย คนในค่ายตั้งเยอะ ขืนทำหมดทุกคนก็แย่งงานกันตายสิ” จินซองกอดเข่า เปรยอย่างขี้เกียจ

“ถ้ามีคนคิดอย่างนายหมดก็ไม่มีคนทำงานน่ะสิ” อเล็กซิสเหยียดยิ้มเยาะ จินซองฉุนกึกแต่ลงมือไม่ได้ รสหมัดอเล็กซิสไม่ใช่เบาๆ

“เขาไม่ให้ทุกคนในค่ายทำงานพร้อมกันหรอก ต้องมีแบ่งเวร ถ้าจะไปก็อย่าแยกกันนะ ดาฮยอน ไอรีน พี่ฮยอนจิน และออสตินควรไปอยู่ด้วยกัน มีอะไรจะได้คอยดูแลกันได้ หรือถ้าเขาจัดเวรก็ต้องเกาะกันไว้กลุ่มละสองคน” ชางวุคออกความเห็น

ทุกคนเห็นดีด้วย โดยเฉพาะฮยอนจินที่ขี้กลัว มีคนในครอบครัวไปด้วยก็อุ่นใจดี

“แล้วอเล็กซิสล่ะ” มาร์คถามขึ้น เมื่อกี้ชางวุคลืมหลานไปคนหนึ่งรึเปล่า

“อ่าว อเล็กซ์จะไปกับเราไม่ใช่เหรอ แกบอกจะไปสมัครดูแลค่าย” ชางวุคว่าตนฟังไม่ผิดนะ

“แต่พี่ยังไม่ได้อนุญาตสักหน่อย”

“โธ่พ่อคะ หนูไปด้วยจะเป็นไรไป พ่อก็ไป มีอาชางวุคกับลุงไรอันอีก มันจะน่ากลัวตรงไหน”

อเล็กซิสเหมาไปก่อนว่าลุงน่าจะไป

“เอาตามนี้เถอะพี่มาร์ค พี่ฮยอนจินอยากจะทำอะไรล่ะ เราจะได้ไปพร้อมกันเลย” ไอรีนถามพี่สะใภ้คนโต ฮยอนจินนิ่งคิดไปครู่

“ครัวก็ได้ ถ้าต้องจัดเสบียงหรือทำอาหารคงไม่เหนื่อยนักและฉันก็พอมีฝีมือทำอาหารอยู่บ้าง เต้นท์พยาบาลไม่ไหวหรอก ฉันกลัว”

“โอเค เอาตามนี้ เราไปกันเถอะ” ไอรีนได้ข้อสรุปก็ลุกขึ้นเพื่อไปบอกทหารสาวที่คุยด้วยก่อนหน้านี้

“เต้นท์ไม่มีคนเฝ้าจะไม่เป็นไรเหรอ ถ้าของหายล่ะ” ฮยอนจินลุกขึ้นยืน ยังห่วงของ

“ลูกพี่ไม่ไปไม่ใช่เหรอ ก็ให้เขาเฝ้าสิ” ไอรีนพยักหน้าไปทางจินซอง

“ได้ไง ผมก็จะเดินไปดูโน่นนี่ในค่ายบ้างนะ”

“ผลัดกันไปก็ได้ แกพาทุกคนไปหาทหารก่อน พอกลับมาพวกฉันถึงจะไป” ไรอันที่เงียบมานานแก้ปัญหา ชางวุคและอเล็กซิสที่ลุกขึ้นเลยนั่งลงตามเดิม

“อืม” ไอรีนพยักหน้าแล้วเดินนำทุกคนไป ไรอันมองตามน้องสาวไปก่อนจะหันมาหาลูกชาย

“แกก็ไม่ควรอยู่เฉยๆ ขนาดออสตินยังหาอะไรทำ ที่นี่ไม่ใช่บ้านเราอย่าเอาแต่ติดสบาย”

“นี่พ่อจะด่าผมเหรอ”

“ฉันก็กำลังด่าแกอยู่” ไรอันหัวเสีย หยิบบุหรี่ออกมามวนหนึ่งแล้วเดินออกไปสูบไกลจากเต้นท์ จินซองหน้าบึ้ง ไม่พอใจ

มาร์คและชางวุคมองหน้ากัน ตั้งแต่เกิดเรื่องเพิ่งเห็นไรอันทำถูกก็ครั้งนี้แหละ

 

 

 

 

ออสตินขออนุญาตอาไอรีนออกมาเดินเล่นไม่ไกลจากโรงอาหาร เพราะเขายังเด็กเกินไปทหารเลยไม่ให้ทำงาน พี่ดาฮยอน อาไอรีน และป้าฮยอนจินต้องอยู่คุยเรื่องงานกับทหารและคนอื่นๆ

เด็กชายเดินดูโน่นนี่ไปเรื่อย เห็นเด็กวัยเดียวกันสี่คนเล่นฟุตบอลอยู่ตรงลานว่างใกล้โรงยิม อยากเข้าไปเล่นด้วยแต่ก็ไม่กล้า เขาเลยยืนดูอยู่ห่างๆ

ออสตินหันไปทางซ้ายมือเมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งมานั่งใกล้ๆ

ชายแปลกหน้าดูเหม่อลอย ผมเผ้ายุ่งเหยิงปรกหน้าจนเกือบบดบังตาเรียวคม จมูกโด่ง ใบหน้าดูดีเริ่มมีหนวดเคราขึ้นเพราะไม่ได้โกนมาหลายวันแต่นั่นไม่สามารถลดความหล่อของเขาลงไปได้เลย  ร่างสูงกำยำอยู่ภายใต้เสื้อผ้าที่สกปรกมอมแมมเหมือนมีอยู่ชุดเดียว มันเป็นเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแล็คแบบที่พนักงานออฟฟิศทั่วไปใส่กัน แต่รองเท้าที่ใส่กลับเป็นรองเท้าผ้าใบ

ออสตินลังเลว่าควรจะไปหาพ่อดีไหม ท่าทางลุงคนนี้ไม่น่าไว้ใจ

เอาไหม จู่ๆ เสียงทุ้มจากคนนั้นก็ดังขึ้น ออสตินสะดุ้ง ขยับถอยจากลุงแปลกหน้าสามก้าว

ไม่เอาเหรอ เพิ่งแกะเสร็จ ออสตินส่ายหน้า มองตุ๊กตาไม้ตัวเล็กที่ลุงแปลกหน้ายื่นมาให้ ชายหนุ่มร่างสูงวางตุ๊กตาลงข้างตัว นั่งกอดเข่าดูเด็กเล่นบอล

บอกพี่สาวนะว่าให้ระวังตัว อย่าอยู่ห่างจากพ่อแม่

ลุงรู้จักพี่สาวผมเหรอออสตินแปลกใจว่าลุงพูดกับใคร หันไปมาก็ไม่เห็นใครนอกจากตัวเองเลยตัดสินใจคุยด้วย

เปล่า และฉันยังไม่แก่ขนาดเป็นลุงนายได้นะไอ้หนู ออสตินคิ้วขมวด เคราครึ้มแบบนี้ดูแก่จะตายไป แก่กว่าพ่ออีก

 “ลุงอายุเท่าไร?”

น้อยกว่าพ่อนายละกัน

รู้จักพ่อด้วยเหรอ

เปล่า

ทำไมรู้ว่าพ่อแก่กว่าออสตินตัดสินใจนั่งยองๆ คุยด้วย ชายหนุ่มแค่ยิ้มให้ ไม่ได้ตอบอะไร

จะมีใครมาทำอะไรพี่เหรอ

คนไม่ดี

ใครอ่ะ ลุงรู้ได้ไง

ฉันเห็นน่ะสิ และบอกแล้วไงว่าอย่าเรียกลุง

ไม่ให้เรียกลุงให้เรียกว่าไง

พี่

โหยออสตินโอด ให้เรียกพี่ได้ไงเล่า

อะไรเล่า ทำเสียงแบบนั้นหมายความว่าไงร่างสูงยิ้มขัน

น้าได้ไหม

น้าก็น้า

น้าชื่อไรอ่ะครับ

ทำไมต้องบอก

ผมชื่อออสติน

ไม่ได้อยากรู้ ออสตินกลอกตามองฟ้ามองอากาศไปเรื่อย ถอนหายใจเฮือก ชายหนุ่มร่างสูงหัวเราะ

น้ามากับใครเหรอ

คนเดียวน่ะ

พ่อแม่ล่ะ

ตายแล้วออสตินนิ่งไป ก้มหน้า ร่างสูงใช้ตุ๊กตาสะกิดไหล่

ตายนานแล้ว ไม่ใช่ตายเพราะเชื้อโรค

อ่อ น้ามีแฟนไหม มีลูกเปล่าอ้ะ

มีแฟนสิ มีลูกด้วย แต่เขาตายแล้ว

นานหรือยังอ่ะ

ไม่นานหรอก เพราะไอ้เชื้อบ้าที่คนเป็นกันทั่วเมืองนี่แหละนัยน์ตาคมเศร้าเมื่อหวนถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านพ้นไม่นาน

ขอโทษฮะ

ไม่เป็นไรหรอก กำลังพยายามทำใจอยู่ร่างสูงยิ้มเอ็นดู มองออสตินแล้วคิดถึงลูกชายวัยสองขวบที่อายุสั้นเหลือเกิ           น

ถ้าน้าเหงา น้าไปหาเราที่เต้นท์ก็ได้นะ

ชวนคนแปลกหน้าไม่กลัวเหรอ

น้าเป็นคนไม่ดีเหรอ?” เด็กน้อยถามตาใส ร่างสูงอมยิ้ม

คนไม่ดีที่ไหนจะบอกว่าไม่ดี แต่ฉันไม่ใช่คนเลวอะไรหรอก

ไหนบอกว่าคนไม่ดีไม่บอกว่าตัวเองไม่ดี งี้น้าก็ไม่ดีอ่ะสิ

เออเว้ย ไอ้หนูนี่ฉลาดจริง คนที่ต้องระวังน่ะไม่ใช่น้าหรอก จำไว้ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วเดินไป

ออสตินยังงงๆ แต่เหลือบไปเห็นตุ๊กตาของเขาก็รีบหยิบขึ้นมาและวิ่งไปหา

ของน้า

ให้

แต่ว่า..

เอาไปเหอะ แกะเล่นๆร่างสูงจับศีรษะออสตินเบาๆ แล้วเดินจากไป 

ออสตินก้มมองตุ๊กตาในมือ กำไว้แล้ววิ่งกลับไปหาอา

 

 

 

 

พี่แบม พี่ไม่ไปตามหาครอบครัวพี่บ้างเหรอ พ่อแม่หรือญาติพี่น้องน่ะ

ยูคยอมถามพลางสะพายเป้ใบใหญ่แล้วดึงสายมารัดตรงเอวจะได้ไม่หลุด แบมแบมทรุดลงนั่งหน้าประตูสวมรองเท้า ไม่ได้ให้พ่อออกมาส่งเพราะกลัวจากกันทั้งน้ำตา

พ่อแม่พี่เสียไปเมื่อสามปีก่อนน่ะ มีพี่ชายอยู่หนึ่งคนแต่อยู่ต่างประเทศ ยังติดต่อกันไม่ได้

แบมแบมห่วงพี่นะแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ถ้าพี่อยู่ที่นี่ก็อยากจะไปหาเหมือนกัน

พี่ชายอยู่ไหนเหรอครับ

อเมริกาน่ะ

ตอนที่หนีออกจากห้องพยาบาลผมได้ยินข่าวจากวิทยุของครู แถบนั้นยังไม่เกิดการระบาดนะครับแค่เฝ้าระวังคนป่วยที่เดินทางจากประเทศที่มีผู้ติดเชื้อ ส่วนทวีปเอเชียเรานี่..ไม่เหลือ

แสดงว่าไม่ได้มีแค่แถวบ้านเราสินะที่เป็นนรกแบบนี้แบมแบมถอนหายใจ ฟังแล้วรู้สึกหนักใจเหลือเกิน ที่อื่นจะควบคุมได้บ้างหรือยังนะ

 

 

 

 

“พี่ครับ เราต้องเข้าไปในนี้ด้วยเหรอ”

ยูคยอมมองทางเข้าย่านการค้าแห่งหนึ่ง บริเวณนี้เป็นชุมชนเล็กๆ ทั่วไปเหมือนหลายแห่งที่ขี่ผ่านมา แต่ทุกอย่างมันเงียบสงัดจนน่าขนลุก ไม่มีพวกกัดเพ่นพ่านให้ขนพองสยองเกล้า

ไม่รู้ว่าแบบไหนที่มันน่ากลัวกว่ากันสิน่า..

“อืม พี่จำได้ว่ามันมีคลินิกอยู่ในนี้ พี่อยากเข้าไปดู คลินิกทุกแห่งมีเครื่องมือช่วยชีวิตและผ่าตัดฉุกเฉินนะ” หมอหนุ่มจอดรถ ยูคยอมเลยต้องลงจากรถก่อน

แบมแบมยอมเสียเวลาไปหาลูกเพราะคิดว่าถ้าเขามีเครื่องมือแพทย์ติดตัวไว้บ้างน่าจะดี เผื่อได้ใช้ในอนาคตอีก และอีกอย่างป่านนี้มาร์คคงพาลูกไปถึงศูนย์อพยพนานแล้ว อยู่กับทหารก็คงปลอดภัย

“พี่ไม่คิดว่ามันแปลกเหรอครับที่ที่นี่ไม่มีพวกกัดเลย”

“นั่นสิ” แบมแบมมองไปรอบตัว มือจับด้ามดาบเตรียมพร้อมตลอดเวลา การที่ไม่เห็นคนตายเดินไปมานี่ล่ะน่ากลัวกว่ายกโขยงมาเสียอีก

แบมแบมสังหรณ์ใจว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติ

หมอหนุ่มเดินนำยูคยอมเข้าไปในถนนกลางตลาด สองข้างทางเป็นร้านค้าต่างๆ ทั้งร้านขายของชำ ร้านทำผม ร้านหนังสือ ร้านเสื้อผ้า และอีกมาก ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไรแบมแบมยิ่งแปลกใจ ทำไมไม่มีใครเลยทั้งคนปกติและผู้ติดเชื้อ

“โอ๊ะ..มีคนมาแหละ ใครกันน้า”

แบมแบมหันมองหาต้นเสียง สะดุ้งเมื่อจู่ๆ ก็มีชายหนุ่มโผล่พรวดออกมาจากร้านเหล้าร้านหนึ่ง และไม่ได้มีคนเดียวด้วย

แค่มองหน้าพวกเขาศัลยแพทย์หนุ่มก็สังหรณ์ไม่ดี เขาค่อยๆ ถอยหลังเพื่อจะกลับไปที่รถ แต่กลุ่มชายฉกรรจ์กลับตีวงล้อมเขาไว้ แบมแบมเริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล

“อ่า..โคตรแจ่มเลยว่ะ” ชายหนุ่มทางซ้ายว่าพลางมองร่างบางขึ้นลงหัวจดเท้า

“กูว่าพี่เขาน่าจะชอบ เห็นบอกว่าเบื่ออีเด็กนั่นแย่แล้ว” แบมแบมหันไปมองหนุ่มทางขวาที่พูดจาอะไรไม่รู้เรื่องแต่สายตาปิดไม่มิดว่าสำรวจเขาอยู่เช่นกัน

“ว่างั้นแหละ เอาตัวไปให้ลูกพี่ดีไหมวะ พวกเราจะได้ไม่ต้องออกไปหาใครมาให้พี่แก”

“เออดี”

“อย่าเข้ามานะ!” แบมแบมตัดสินใจไม่ใช้ดาบเพราะเห็นว่าเป็นมนุษย์ปกติด้วยกัน เขาตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะสู้ถ้าหากใครจะเข้ามาแตะตัว

“หึ..ตัวแค่นี้จะสู้อะไรพวกฉันได้ ตามเราไปดีๆ จะดีกว่านะจะได้ไม่เจ็บตัว”

“ก็ลองดูสิ!

“อยากลองแต่ไม่ว่ะ ถ้าไม่อยากให้ไอ้เด็กนี่โดนเป่าหัวกระจุยก็ตามไปดีๆ เหอะ”

แบมแบมหันกลับไปมองด้านหลังตามเสียงที่บอก ตากลมเบิกกว้างเมื่อเห็นว่ายูคยอมถูกชายในเสื้อคลุมลายพรางสีเขียวล็อกคอและเอาปืนจ่อหัว

“อย่านะ!

“เด็กนี่เป็นอะไรกับแกล่ะ น้องหรือผัว?” คนถามเคี้ยวหมากฝรั่ง ท่าทางกวนประสาท

“ลูกฉัน”

“โอ้โห” ชายแปลกหน้าหันไปหัวเราะกันเกรียว

“แบบนี้ก็เยี่ยมไปเลยสิ แกคงไม่อยากเห็นลูกสมองกระจายใช่ไหมล่ะ” คนแปลกหน้าเอ่ยอย่างเป็นต่อเมื่อรู้จุดอ่อนของฝ่ายตรงข้าม

“พวกแกเป็นใคร ต้องการอะไรจากเรากันแน่ อย่ามาทำร้ายคนด้วยกันเองเลยน่า”

“ตามเราไปสิแล้วแกจะได้รู้ทุกอย่าง”

” แบมแบมมองตายูคยอม เด็กหนุ่มส่ายหน้า

“มึงจะส่งสัญญาณอะไรให้แม่มึงห๊ะ!

“หยุดนะ! ฉันจะไป” แบมแบมร้องบอกให้หยุดเมื่อยูคยอมโดนคนแปลกหน้ารัดคอแน่นขึ้นจนหายใจลำบาก

“ก็แค่นี้! มึงเอาตัวแม่ไป กูจะลากไอ้เด็กนี่ไปเอง” ชายหนุ่มเสื้อเขียวบอกเพื่อน แบมแบมถูกชายสองคนล็อกแขนลากให้ตามไป

แบมแบมหันมามองยูคยอมที่ถูกลากให้เดินตามหลังมาเป็นระยะ เดินมากว่าห้านาทีจนในที่สุดก็ถูกดึงให้หยุด ระหว่างทางแบมแบมเห็นคลินิกที่ตัวเองตั้งใจจะมาด้วย

ศัลยแพทย์หนุ่มมองบ้านสองชั้นที่ไม่ต่างจากหลังอื่นในละแวกนี้ แต่หน้าประตูบ้านมีชายกลางคนสองคนยืนเฝ้าอยู่

“พาใครมาวะไอ้โนแลน”

“คนแปลกหน้าเดินเข้ามาในถิ่นเรา คงจะมาหาของมั้ง เห็นสวยดีเลยพามาหาพี่แฮจินน่ะน้า”

“เออ สวยฉิบหายเลยว่ะ” คนที่ถูกเรียกว่าน้าเดินมาหาแบมแบม จับคางมนหันซ้ายขวาเพื่อดูหน้า แบมแบมเบนหน้าหนี

“หึ..เอาเข้าไปสิ แล้วไอ้เด็กข้างหลังนั่นล่ะ”

“ลูก” ชายหนุ่มพยักหน้าไปทางแบมแบมให้รู้ว่าลูกใคร

“โอ๊ะ หน้าใสๆ ไม่คิดว่าจะมีลูกโตแล้วนะ แฮจินจะเอาเร้อ”

“โหย พูดซะ พี่แฮจินแม่งเห็นใครสวยก็เอาหมดแหละ ลองเอาไปให้แกดูก่อน ถ้าถูกใจฉันอาจได้รางวัลก็ได้นะน้า”

“เออ ขอให้มึงโชคดีละกัน อย่าได้ตีนมาแทนล่ะกูขี้เกียจทำแผล”

“โหย อวยพรหน่อยเฮอะ”

“ฮะฮะฮะ ไม่ว่ะ กูอยากเห็นมึงหน้ายับ”

“แม่ง ไม่พูดด้วยแล้ว เปิดประตูเร็วๆ เลย” ไอ้โนแลนของน้าอารมณ์เสีย พอประตูบ้านถูกเปิดเขาก็ลากแบมแบมให้เดินตามเข้าไปในบ้านหลังใหญ่

แบมแบมลองมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นมีใครอีก คงอยู่กันในบ้าน

“ปล่อยสักที มันเจ็บ!” แบมแบมตวาดใส่คนที่จับแขนเขาไว้แน่น

“แขนนิ่มแบบนี้จับนิดจับหน่อยก็เจ็บน่ะสิ แต่บอบบางขนาดนี้จะทนพี่แฮจินไหวเรอะ..รายนั้นยิ่งซาดิสม์อยู่”

ท้ายประโยคโนแลนเปรยกับตัวเองเบาๆ แต่เพราะอยู่ใกล้แบมแบมเลยได้ยิน ใจหล่นวูบไปอยู่ที่เท้า

ทำไมเขาต้องมาเจอคนไม่ดีด้วย ซวยชะมัด!

“เอาใครมาวะ” พอเข้ามาภายในบ้านที่ตกแต่งอย่างหรูหรา คนที่เพิ่งลงบันไดมาพอดีก็เอ่ยถามกลุ่มคนที่ยืนอยู่กลางโถง

“พี่แฮจินอยู่ไหน” แทนที่จะตอบคำถามโนแลนกลับถามหาใครอีกคน

“ไอ้แฮจินอยู่ข้างบน”

“ตามพี่เขามาให้หน่อยสิ”

“คนสวยนี่ใคร?” ชายหนุ่มมองแบมแบมอย่างสนใจ

“เอามาให้พี่เขาแหละ เจอข้างนอก มาหาเสบียงแถวถิ่นเราเลยจับมา”

“เดี๋ยวกูไปตามมาให้”

แบมแบมถูกลากไปรอคนชื่อแฮจินที่ห้องนั่งเล่นพร้อมยูคยอม ทั้งสองถูกมัดมือไพล่หลังกันต่อสู้

ร่างบางมองหาทางหนี ยังสำรวจไม่ครบก็มีคนเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น ร่างสูงประมาณ 185 สวมชุดคลุมสีเทาเดินเข้ามา หน้าตาหล่อเหลาดูไม่สบอารมณ์ที่ถูกกวนใจ

“ไหน ไอ้โนแลนพาใครมา ถ้าไม่ถูกใจกูมันโดนกระทืบแน่”

 เสียงที่ก้องไปทั่วห้องนั่งเล่นทำเอาลูกน้องหัวหดด้วยความกลัว ยูคยอมขยับตัวมาชิดแบมแบม

“นั่นน่ะพี่” โนแลนชี้ไปที่สองคนที่นั่งอยู่กับพื้น แบมแบมนั่งก้มหน้าพลางคิดหาทางเอาตัวรอด ใครจะนึกว่าการเข้ามาหาเครื่องแพทย์จะทำให้มาเจอคนอันตรายอย่างนี้

นี่ไม่เหมือนตอนที่ได้เจอพวกคุณจินยองเลย แบมแบมจะจำไว้ว่าควรระวังกว่านี้

“มันนั่งก้มหน้าแบบนั้นกูจะเห็นได้ไง มันคงไม่ได้หน้าแหกแล้วมึงเอามาหลอกกูหรอกนะ”

คนที่เดินมาใกล้ตะคอกลูกน้อง โนแลนรีบเดินมาหยุดข้างแบมแบมแล้วบังคับให้เงยหน้าขึ้น

” แฮจินชะงักไปเมื่อเห็นหน้าหวานชัดๆ เขายิ้มออกมาทันที พอลูกน้องเห็นลูกพี่ยิ้มก็ใจชื้น

“มึงทำดีมากไอ้โนแลน”

“พี่พอใจใช่ไหมครับ”

“พอใจสิ..พอใจมากด้วย” แฮจินทรุดลงนั่งตรงหน้าแบมแบม จับหน้าหวานเพื่อดูให้ชัดๆ แบมแบมสะบัดหน้าหนี

“หึ พยศซะด้วย ดี! กูกำลังเบื่ออะไรง่ายๆ อยู่พอดี”

“เอ่อ..แต่มันมีผัวแล้วนะพี่” โนแลนเอ่ยเสียงเบา กลัวโดนเตะ แฮจินหันขวับไปมองหน้า

“อะไรนะ?”

“นั่นลูกไอ้คนสวยนี่” โนแลนพยักหน้าไปทางเด็กหนุ่มที่ถูกเพื่อนอีกคนยืมคุมเชิง

“ผัวมันล่ะ”

“ไม่เห็นนะ หลงมาแค่สองคน”

“ดี!” แฮจินดึงแบมแบมให้ลุกตามเขาแต่ร่างบางดิ้นรน ไม่ยอม

“คุณปล่อยเราไปเถอะ”

“ปล่อย? ทำไมฉันต้องทำเรื่องโง่ๆ แบบนั้นด้วยล่ะหืม”

แฮจินหัวเราะกวนประสาทคนฟัง รวบเอวบางเข้าหาตัวก่อนจะก้มลงหมายจะจูบชิมเนื้อนิ่ม แบมแบมเอียงหน้าหนี เหยียบเท้าแฮจินอย่างแรงแล้วอาศัยจังหวะที่แฮจินสะดุ้งคลายแรงที่แขนถอยหนีออกมา

“แสบนักนะ!

“อย่าทำอะไรแม่นะ!” ยูคยอมรีบเอาตัวเข้าไปบังแบมแบมไว้เมื่อพี่หมอจะถูกคนที่ชื่อแฮจินทำร้าย

“หึ..รักกันดีจังเลย น่าซาบซึ้งจริงๆ” แฮจินมองเด็กหนุ่มร่างสูงที่หันหน้าเข้าหาแม่ตัวเอง เอาทั้งตัวปกป้อง เขาตรงไปกระชากคอเสื้อเด็กหนุ่มขึ้นมา ยูคยอมพยายามขัดขืนจึงโดนสันมือทุบจนลงไปนั่งกับพื้น

“ยูคยอม!

“จะยอมดีๆ หรือจะให้ฉันกระทืบไอ้เด็กนี่ให้มันตายตรงนี้!” แฮจินหันไปจ้องหน้าหวาน ข่มขู่

“อย่ายอมมันนะ!” นักเรียนหนุ่มรีบร้องห้ามแบมแบมไม่ให้ตกลง

“ปากดีนักนะ” แฮจินเตะเข้าที่ท้องเด็กหนุ่มอย่างแรงจนยูคบอมตัวงอ แบมแบมรีบเอาตัวมาขวางแฮจิน บังยูคยอมไว้

“อย่าทำเขานะ! คุณมันเลว ทำร้ายได้แม้กระทั่งเด็ก!

“ตะโกนอย่างนั้นก็เจ็บคอแย่สิ เก็บเสียงไว้ครางดีกว่ามั้ง” แฮจินกระชากแขนแบมแบมให้ลุกขึ้นแล้วลากออกมาให้ห่างจากยูคยอม จากนั้นชี้นิ้วสั่งลูกน้อง

“พวกมึงกระทืบมันต่อซิ!

“อย่านะ!

สิ้นคำสั่งแฮจิน ลูกน้องที่อยู่แถวนั้นสามคนก็มารุมซ้อมยูคยอมทันที พวกมันจับเด็กหนุ่มลุกขึ้นนั่งแล้วทั้งต่อยและถีบจนเด็กหนุ่มล้มกลิ้งไป แบมแบมพยายามดิ้นจากแฮจินหนีไปหายูคยอม

เขาน่าจะสู้ตั้งแต่ก่อนถูกพามาที่นี่! ตอนนั้นถ้าเขาสู้ก็อาจจะมีทางชนะและยูคยอมก็ไม่ต้องมาเจ็บตัวเพราะเขาแบบนี้

“ดูให้เต็มตาสิ..ทนได้หรือไง” แฮจินโอบเอวแบมแบมไว้แน่น จับหน้าแบมแบมให้มองดูยูคยอมถูกทำร้าย

 “ถ้าเธอไม่ยอม ลูกเธอก็ตาย” แฮจินเหยียดยิ้ม ก้มลงพูดข้างหูแบมแบม

“อย่า..อย่าทำเขา”

ต่อให้ไม่ใช่ลูกในไส้มันก็สะเทือนใจ ยูคยอมไม่มีทางสู้ ทำไม่ได้กระทั่งจะยกแขนมากันศีรษะไม่ให้บอบช้ำเพราะถูกมัดไพล่หลัง แรงของคนซ้อมมีเท่าไรก็ประเคนใส่เด็กหนุ่มทั้งหมด

“ฮะฮะ ไอ้เด็กนี่แม่งอึดดีว่ะ!

“แม่งไม่ร้องสักคำ”

“ทนมือทนตีนดีจริงๆ”

ยูคยอมโดนทำร้ายจนกระอักเลือดออกมา ใบหน้าแตกยับจนตาปิด บาดแผลตามใบหน้าเริ่มมีเลือดซึม

“ไม่! อย่าทำเขา ได้โปรด ฉันขอร้อง!” แบมแบมกรีดร้องให้หยุดแต่ไม่มีใครฟัง เพราะคนที่สั่งอย่างแฮจินยังไม่ปริปากบอกให้หยุด

 “ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเธอ ไม่ใช่ของฉัน!” แฮจินไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยกับสภาพยูคยอม เขามองดูด้วยแววตาเฉยชา

“ผม..ไม่ อั้ก!..ไม่เป็นไร..”  หนุ่มนักเรียนฝืนตอบขณะถูกเหยียบเข้าที่อก ยูคยอมพยายามพูดออกมาทั้งที่เจ็บช้ำไปทั้งตัว

ถึงตายยูคยอมก็ไม่ยอมให้ผู้มีพระคุณต้องตกเป็นของคนชั่วนั่นหรอก

พอเห็นเลือดสีเข้มออกจากปากเด็กหนุ่มอีกครั้งรวมกับภาพที่ร่างสูงตัวงอด้วยความเจ็บปวด แบมแบมก็ทนไม่ได้อีกต่อไป บอกคนข้างกายทั้งน้ำตา

พอ! พอได้แล้ว ฉันยอม! ฉันยอมแล้ว ปล่อยเขาสักที!! ฮือ”

“เฮ้ยหยุด!!

เมื่อแฮจินบอก คนทั้งหมดที่รุมซ้อมยูคยอมก็หยุดทันที เด็กหนุ่มหายใจรวยริน นอนตะแคงอยู่กับพื้น ไอออกมาแรงๆ เจ็บเสียดหน้าอกจนหายใจลำบาก

แบมแบมบอกให้แฮจินแก้มัดแล้วสะบัดตัวออก วิ่งไปหายูคยอมทันที เขาทรุดตัวนั่งคุกเข่าประคองร่างเด็กหนุ่มไว้ ยูคยอมพยายามเอ่ยออกมาอย่างลำบาก

 “ทำไม..ทำไมพี่ต้องยอมมันด้วย

เด็กหนุ่มเสียใจและผิดหวังที่แบมแบมตัดสินใจอย่างนี้..

“ไม่เป็นไรนะยูคยอม”  

มือเล็กสั่นเทาแตะใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้แตกช้ำจนแทบดูไม่ได้ กอดยูคยอมทั้งน้ำตา สงสารและสะเทือนใจกับสภาพของยูคยอม คนใจร้ายพวกนั้นไม่ปรานีเลย อีกฝ่ายเป็นเด็กแท้ๆ

ยูคยอมมีสีหน้าเจ็บปวดทรมานเมื่อขยับตัว  เขาซบหน้ากับอกพี่หมอด้วยสติเลือนลาง จะพูดอะไรบางคำแต่หมดสติไปเสียก่อน

แบมแบมยอมเพราะต้องการช่วยยูคยอม เขาไม่อยากให้ยูคยอมโดนซ้อมจนตายไปซะก่อน

แบมแบมยอมเพราะต้องการหาทางหนี ถ้าเอาแต่ขัดขืนสถานการณ์ก็จะยิ่งแย่ และเขาก็ไม่อยากเห็นยูคยอมเจ็บตัวไปมากกว่านี้

“อย่าลีลานักเลยจะเป็นจะตายอะไรนักหนา ลูกเธอมันไม่ตายหรอก มานี่ได้แล้ว” แฮจินเดินมาฉุดแขนแบมแบมไว้ แต่ร่างบางขืนตัว มองหน้าของคนใจอำมหิตด้วยสายตาเว้าวอนแม้ในใจจะโกรธเกรี้ยว

คนอย่างนี้แข็งด้วยไม่ได้แน่

“ฉันจะยังไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น ขอฉันดูแลลูกก่อนได้ไหม ขอร้องล่ะ ฉันอยู่ในบ้านคุณแล้วฉันจะหนีไปไหนได้” แบมแบมฝืนใจพูดดีด้วยทั้งที่ไม่อยากทำ

โลกเปลี่ยนไปไม่พอ คนเรายังใจดำกับเพื่อนมนุษย์ได้ขนาดนี้เชียวเหรอ ฉุดคร่าคนอื่นเอาตามใจ จะทำร้ายคนไร้ทางสู้ยังไงก็ได้ บ้านเมืองไร้กฎหมายตั้งแต่เมื่อไหร่

“ฉันไม่ชอบรอใคร”

“ฉันขอร้อง..ขอแค่วันนี้วันเดียวก็ได้ แล้วพรุ่งนี้คุณอยากจะทำอะไรฉันจะตามใจคุณทุกอย่าง”

แบมแบมร้องไห้สะอึกสะอื้นให้น่าสงสารเข้าไว้ ดวงหน้าหวานเปื้อนน้ำตาก็ทำให้นึกสงสารได้อยู่หรอกแต่มันก็ยั่วอารมณ์คนมองได้เช่นกัน

“ถ้าไม่อยากโดนตั้งแต่คืนนี้ก็หยุดร้องไห้ซะ” แฮจินหงุดหงิดที่ต้องยืดเวลาในการได้ครอบครองร่างบางออกไปอีก เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงยอมทั้งที่ข่มขืนซะตอนนี้เลยก็ได้

แบมแบมทำเป็นตัวสั่น พยักหน้าแล้วก้มหน้าซบกับหน้ายูคยอม แต่สายตาที่ไม่มีใครสังเกตเห็นกำลังฉายชัดว่าโกรธมาก

 

 

 

แบมแบมและยูคยอมถูกพามาที่ห้องชั้นล่างห้องหนึ่ง เฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่งเป็นของดีมากทีเดียวและมีห้องน้ำในตัวด้วย

หมอหนุ่มเปิดกระเป๋าค้นหาผ้าเพื่อชุบน้ำมาเช็ดเลือดและเช็ดตัวให้ยูคยอม คนใจร้ายนั่นยอมให้เอากระเป๋าติดตัวไว้ได้ แต่ยึดดาบสองเล่ม มีดทำครัว และไขควงไป กระทั่งกรรไกรที่มีไว้ตัดด้ายเย็บแผลก็เอาไป ดีที่ไม่ยึดเข็มไปด้วย

แบมแบมหนักใจที่ไม่มีอะไรพอป้องกันตัวได้เลย ถ้าต้องถูกคนคนนั้นเรียกไปทำเรื่องบ้าๆ นั่นจะทำยังไง

“พี่แฮจินให้เอาข้าวมาให้” แบมแบมหันไปมองทางประตูที่เปิดออกพร้อมกับหนึ่งในลูกน้องของแฮจินยกถาดข้าวเข้ามา

“นี่ ขอถามอะไรหน่อยสิ”

“อะไร” ชายหนุ่มเคี้ยวหมากฝรั่ง มองหน้าหวานของว่าที่เมียใหม่ลูกพี่

หุ่นดีจริงๆ คงเด็ดน่าดู ลูกพี่คงไม่เบื่อง่ายๆ แน่

คิดแล้วให้แสนเสียดาย ปกติใครที่ลูกพี่เบื่อก็เขี่ยทิ้งให้ลูกน้องเชยชมต่อทั้งนั้น แต่คนนี้สังหรณ์ว่าจะอยู่ยาว สเป็คลูกพี่เลย

“ทำไมแถวนี้ไม่มีผู้ติดเชื้อเลย”

“ไอ้พวกผีดิบอ่ะนะ?”

“อือ”

“ก็กำจัดไปหมดแล้ว เสียคนไปตั้งเยอะ กว่าจะกวาดทิ้งได้ก็เหลือกันอยู่แค่..” ชายหนุ่มหยุดพูดเมื่อรู้สึกว่าพูดมากเกินไปแล้ว

“หือ?”

“ทำไมต้องอยากรู้ คิดจะหนีรึไง หนีไม่ได้หรอก ขืนหนีพี่แฮจินเอาตายแน่” ชายหนุ่มยืนล้วงกระเป๋า เอ่ยขู่ มองแบมแบมด้วยสายตาลวนลามไม่คิดปิดบัง แบมแบมต้องข่มใจไม่ต่อยหน้าโง่ๆ นั่น

“แค่อยากรู้ ใครจะหนีได้”

“เออ ไม่หนีก็ดีแล้ว กินแล้วเอาถาดไว้หน้าห้องเดี๋ยวมีคนมาเก็บ”

“ที่นี่มีแต่ผู้ชายเหรอ”

“มีผู้หญิงด้วย แม่ครัวกับนางบำเรอลูกพี่ แต่เด็กนั่นก็หมดอายุวันนี้แล้วล่ะ เพราะนายมาแทนไง”

ร่างสูงหัวเราะร่าแล้วเดินออกจากห้องไป แบมแบมหนักใจ

เท่าที่เห็นตอนนี้ก็มี 12 คน แต่เขาว่าคงจะมีมากกว่านี้อีกนิดหน่อย งานหนักเหมือนกันนะ

แบมแบมเช็ดตัวและทำแผลให้ยูคยอมเสร็จแล้วก็ลุกไปนั่งที่เก้าอี้ คอยเฝ้าอาการของเด็กหนุ่มไว้ รอให้ยูคยอมตื่นจะได้กินข้าวกินยา

เด็กคนนี้ก็เป็นเด็กดีเหมือนกันนะ.. ต่อไปเขาจะดีกับยูคยอมให้มากกว่านี้ จะสอนยูคยอมทุกอย่างแบบที่เคยสอนให้อเล็กซิสด้วย

ตื่นขึ้นมาเร็วๆ นะยูคยอม..

 

 

           

 

            จินยองจอดรถซ่อนไว้ไกลจากจุดหมายเกือบหนึ่งกิโลเมตรเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตของใคร เขาให้เยรินคอยดูแลชยอนูอยู่ในรถแล้วตัวเอง วี และฮันบินก็เดินไปดูลาดเลาเพื่อจะเข้าไปถึงที่หมาย

            “พี่! นั่นพวกไอ้มินฮยอกนี่” ฮันบินจับแขนลูกพี่ไว้ ทั้งหมดรีบหลบหลังรถที่จอดทิ้งไว้หน้าอู่ซ่อมรถที่ทิ้งร้างเพื่อซ่อนตัวจากกลุ่มคนที่กำลังมาทางนี้ ได้ยินเสียงพวกนั้นคุยกันดังลั่นไปหมด

“ไอ้โนแลนยังอยู่อีก ตายยากจริงไอ้ห่านี่” ฮันบินเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเมื่อเห็นคนที่ไม่ชอบหน้า

“ยิ่งแช่งยิ่งตายยาก ช่างแม่งเหอะ” จินยองกระซิบบอกเบาๆ ตามองกลุ่มชายหนุ่มห้าคนที่เดินมาใกล้รถของพวกเขาขึ้นเรื่อยๆ  

“กูอยากมีรถสักคันว่ะ ขี้เกียจเดินฉิบหาย พักก่อนเถอะค่อยเข้าบ้าน ขอสูบบุหรี่หน่อย” ชายคนหนึ่งหยุดอยู่ไม่ไกลจากรถนัก เขาหาถังน้ำมันแถวนั้นเป็นเก้าอี้จำเป็น

“ไปสูบที่บ้านก็ได้ไหม หิวข้าว”

“หิวข้าวรึอะไรพูดให้ชัดๆ”

“นั่นสิมึงจะรีบเข้าไปทำไม ไปถึงก็ต้องต่อคิวคนอื่นอยู่ดี กูเบื่อ ทำไมต้องมาเปลี่ยนเวรด้วยวะ”

“เออน่า ช่างเหอะ กูอิจฉาลูกพี่ว่ะแม่ง”

“วันนี้ใช่ไหมที่แม่ม่ายนั่นจะยอมเป็นของลูกพี่อ่ะ”

“ผัวเขายังอยู่รึเปล่า”

“อยู่ไม่อยู่พี่แฮจินแม่งก็เอาอยู่ดี”

แต่จะว่าไปก็สงสารนิดๆ นะ สองแม่ลูกนั่นน่ะ ดันซวยเดินมาเข้าปากเสือซะได้”

“เออ โคตรน่าสงสาร แต่ก็นะอย่าไปคิดอะไรมากเลย รอตกมาถึงเราตอนลูกพี่เบื่อเหอะ คนแม่อย่างสวย โคตรเอ็กซ์อ่ะ ไม่น่าเชื่อว่าเป็นผู้ชายบอกว่าเป็นผู้หญิงห้าวๆ กูยังเชื่อ”

ชายหนุ่มทั้งหลายหัวเราะกันยกใหญ่ จินยองและพวกหันมองหน้ากัน จินยองสังหรณ์ใจแวบขึ้นมา

สองแม่ลูก คนแม่สวยแต่เป็นผู้ชาย..คงไม่ใช่..

“หึ..สเป็คพี่แฮจินเลยล่ะ”

“มึงว่าคล้ายๆ พี่จินยองไหม”

คนถูกเอ่ยถึงโดยบังเอิญมีปฏิกิริยาทันที ฮันบินลูบแขนให้ใจเย็น

“ไม่ สวยคนละแบบ”

“มึงว่าพี่เขาจะรอดไหม”

“รอดมั้ง พวกไอ้วีเก่งจะตาย แต่เฮียใหญ่จะไปอยู่ไหนเหอะปัญหา”

“จะมาตามหาพี่แฮจินป้ะ”

“เฮียใหญ่รู้รังของพี่แฮจินด้วยเหรอ นี่รังลับนะ”

“โอ๊ย เขาผัวเมียกันไหมล่ะ! กูคิดนะว่าถ้าพี่จินยองรอดต้องมานี่แน่ แต่จะมาเมื่อไหร่เท่านั้นเอง”

“หยุดพูดถึงเหอะกูกลัว โชคดีที่เมียใหม่ของพี่แฮจินดูไม่ค่อยดุเท่าไร เห็นว่าเป็นหมอด้วยนี่ ต่อไปเราไม่ต้องลำบากกันแล้วล่ะ”

“ฉิบหาย..” ฮันบินหลุดอุทานเบาๆ หน้าตื่น

“คิดเหมือนกันใช่ไหมว่าอาจจะใช่” วีกระซิบตอบ

“เออ ในโลกแบบนี้มันจะมีหมอเดินเตร็ดเตร่เสี่ยงโดนแดกได้สักกี่คน” จินยองสีหน้าไม่สู้ดี รู้ฤทธิ์เดชของสามีว่าแฮจินเป็นยังไง

“พี่จะช่วยใช่ไหม” ฮันบินสงสารถ้าคนที่ถูกจับเป็นหมอใจดีคนนั้นจริง

“กูมาเพื่อฆ่าไอ้ผัวเลว จัดการมันได้ก็ช่วยสองคนนั้นได้ เราจะรู้กันก็คราวนี้แหละว่าใช่หมอกับลูกจริงรึเปล่า

“ผมออกไปเก็บพวกมันนะ” วีอาสา หมายถึงห้าหนุ่มที่พูดคุยกันอยู่

“เหลือไว้คนนึงด้วย” จินยองพยักหน้าแล้วสั่ง วีเตรียมตัวเงียบๆ เขาแม่นปืนที่สุดในกลุ่มแล้ว

วีก้มตัวหลบไปทางท้ายรถ ยืดหัวออกไปสอดส่องว่ากลุ่มคนนั่นยืนตรงไหน วีเล็งคนหนึ่งไว้แล้วยิงก่อนจะรีบหลบอยู่หลังรถอีกครั้ง

ปัง!

ไม่พลาดเป้า คนที่กำลังหัวเราะร่าขาดใจตายทันทีโดยไม่ทันรู้ตัว เสียงปืนทำให้คนที่เหลือสะดุ้งเฮือก ต่างยกปืนที่สะพายมาพร้อมหาตัวคนยิงทันที

“เสียงมาจากทางรถซีดานนั่น!

วียืดตัวขึ้นยืนแล้วรัวกระสุนใส่อีกสามคนที่ลั่นไกใส่รถพลาดเป้าไปจากเขา คนหนึ่งเข้ากลางหัวใจ อีกคนเจาะเข้าหน้าผาก และอีกคนทะลุคอจนเศษเนื้อเล็กๆ กระจาย แม่นจนอีกหนึ่งคนที่เหลือใจหาย

“ไอ้วี! โนแลนถึงกับถอยหลังไปสองก้าวเมื่อเห็นคนสนิทของพี่จินยอง

“ทิ้งปืนมึงซะถ้ายังไม่อยากตามไอ้พวกนั้นไปลงนรก!

“มึง..มึงมาอยู่นี่ได้ยังไง” ไอ้วีแม่นปืนที่สุดในแก๊งแล้ว และมือยังไวมากอีกด้วย ไม่อย่างนั้นคงไม่จัดการสี่คนได้ในพริบตา

“อย่าให้กูสั่งซ้ำไอ้โนแลน” วีสั่งเสียงเหี้ยม

“เอาสิ! แลกกันคนละนัดก็ได้” โนแลนไม่ยอมจำนนง่ายๆ แต่ขณะที่กำลังจะลั่นไก จินยองก็ลุกขึ้นแล้วยิงไปยังมือที่ถือปืนของโนแลน

“โอ๊ย!!!” ชายหนุ่มกุมมือ เลือดสีเข้มหยดลงพื้นถนนจนแดงฉาน ทรุดตัวลงดิ้นทุรนทุรายกับพื้นด้วยความเจ็บปวด ปืนตกลงสู่พื้น

ฮันบินรีบวิ่งไปเก็บปืนของโนแลนแล้วใช้ปืนกระบอกนั้นยิงศีรษะของคนตายทั้งสี่ป้องกันไม่ให้ลุกขึ้นมากินคน

“พี่พี่จินยอง!” โนแลนตาเหลือกเหมือนเห็นผีที่เห็นว่าใครยิงตน จินยองเหยียดยิ้ม ยกเท้าขึ้นถีบคนที่หยัดกายคุกเข่าให้ลงไปนอนกับพื้นอีกครั้ง จากนั้นเหยียบอกกว้างไว้

“ไม่เจอกันซะนานเชียวไอ้โนแลน  ผัวสุดที่รักของกูยังอยู่ดีไหมล่ะ กูมาเพื่อฆ่ามัน”

 

 

 

 

 

“ดื้อน่าดูเลยสินะ จัดการลูกน้องฉันจนหมอบราบคาบไปได้ตั้งสามคน”

แฮจินย่างเท้าเข้าหาร่างบางที่ถูกมัดมือไว้กันออกฤทธิ์ด้วยความโมโห กว่าจะจับแบมแบมเข้ามาในห้องนอนได้เล่นเอาลูกน้องเขาเหนื่อยไปตามๆ กัน

“ดูภายนอกไม่ออกจริงๆ” ข้างนอกก็สวยหรอกแต่ข้างในพิษเยอะซะจน..เหมือนปาร์คจินยองไม่มีผิด

“ฉันยังไม่พร้อม” แบมแบมมองแฮจินเขม็ง สังเกตท่าที ถ้าลูกน้องผู้ชายคนนี้ไม่ใช้อาวุธทุบเขาจนมึน เขาไม่มีทางแพ้จนถูกจับมัดได้แน่!

“เมื่อวานเธอบอกฉันเองนะว่าจะยอมตามใจฉันทุกอย่าง!” แฮจินเหวี่ยงร่างบางไปบนเตียงหลังใหญ่อย่างแรงจนแบมแบมจุก แต่กระนั้นก็ยังพยายามถดกายหนีคนที่เดินเข้าหาด้วยท่าทีคุกคาม

“พูดดีๆ ไม่ชอบใช่ไหมห๊ะ!” แฮจินขึ้นไปบนเตียงแล้วจับปลายเชือกที่มัดมืออีกคนไปผูกกับหัวเตียง แบมแบมดิ้นรนขัดขืน พยายามถีบแฮจินออกไปแต่ร่างสูงก็คร่อมทับเอาไว้ไม่ให้ทำดังใจได้ถนัด

“ปล่อย! ปล่อยฉันนะ! ปล่อยฉัน!!

“ดิ้นเข้าไปสิ ร้องเข้าไปอีก ฉันชอบ!” เสียงหัวเราะของแฮจินเสียดหูเหลือเกิน แบมแบมคิดไม่ตกว่าจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ยังไงดี

“ฉันมีสามีแล้วนะ”

“ก็ดีไงจะได้ไม่ต้องสอนงานกัน แล้วอย่าลืมบอกด้วยล่ะว่าฉันกับผัวเธอใครเด็ดกว่ากัน”

แฮจินบีบแก้มนิ่มอย่างแรง บังคับให้มองหน้ากัน เสื้อคลุมตัวนอกถูกรูดซิบลงเผยให้เห็นเสื้อตัวใน มือใหญ่สอดเข้าไปภายใต้เสื้อยืดตัวเล็ก

“ไอ้คนชั่ว!” แบมแบมด่าอย่างเหลือทนเมื่อผิวเนียนถูกสัมผัส พยายามขยับตัวหนี ผู้ชายคนนี้มันบ้า

“จะด่าอะไรก็ด่าไปเถอะ ตอนครางก็ครางให้ดังเท่าเสียงด่าด้วยล่ะ ไม่งั้นเจ็บตัวแน่”

แบมแบมโมโหจนน้ำตาคลอ นี่เขาจะต้องตกเป็นของผู้ชายคนนี้จริงๆ น่ะเหรอ

ศัลแพทย์หนุ่มพยายามตั้งสติ เอียงหน้าหนีอย่างขยะแขยงเมื่อคนตรงหน้าเริ่มซุกไซ้ที่คอของตน

“นี่!” แบมแบมเรียกแต่คนด้านบนที่ทาบทับไม่สนใจฟัง แฮจินปลดกางเกงยีนของแบมแบมและทำท่าจะรูดซิบ ร่างบางใจหายวาบ

“คุณคุณแก้มัดให้ฉันก่อนเถอะ” แบมแบมพูดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจก่อน ถ้าปล่อยให้กางเกงถูกถอดออกไปได้มีสิทธ์ไม่รอดแน่

“คิดว่าฉันโง่หรือไง แก้มัดให้เธอมาสู้ฉันเหรอ” แฮจินเงยหน้ามองหน้าหวานอย่างหงุดหงิด จากที่จะเล้าโลมก็จะไม่ทำแล้ว กระแทกให้หายอยากไปเลยดีกว่า

“มัดไว้แบบนี้มันดูเหมือนคุณข่มขืนฉันนะ”

“เร้าใจดี”

ไอ้..

“แต่ฉันเจ็บข้อมือ” แบมแบมพยายามทำเสียงให้น่าสงสาร

“แล้วไง” แฮจินหัวเราะในคอ คนสวยนี่พิษสงเยอะจะตายไป ต่อยเตะคนตัวโตกว่าตัวเองจนสลบได้ยังจะมาเจ็บอะไรกับแค่โดนเชือกบาดผิว

แบมแบมหลับตาแน่น พยายามข่มใจ ยังไงก็ต้องถ่วงเวลาไว้ก่อน เขาไม่ยอมตกเป็นของแฮจินหรอก แม้กำลังจะหย่ากับมาร์คแล้วก็เถอะ

“ต้องทำยังไงคุณถึงจะแก้มัดให้ฉัน”

“รอฉันกระแทกเข้าไปในตัวเธอก่อนสิแล้วจะปล่อยให้จิกจนสาแก่ใจไปเลย”

ปาร์คแฮจิน..ไอ้คนเลวเอ๊ย!

“ฮึก..มาร์ค”

แปลก..ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังอย่างนี้แบมแบมอยากให้มาร์คมาช่วย..อยากให้อีกคนอยู่ตรงนี้เหลือเกิน

 

 

 

 

“ไอ้เหี้ย! ซวยแล้ว นั่นมันเฮียใหญ่ไม่ใช่เหรอ?!” คนเฝ้าประตูที่ยืนอยู่บนที่สูงตาเหลือก ลดกล้องส่องทางไกลลง คนที่ยืนพิงประตูสูบบุหรี่อยู่ข้างล่างชะงัก เงยหน้ามองคนที่ปากคอสั่นด้วยความตกใจ

“มึงว่าไงนะ?”

“เฮียใหญ่มา!

“ไอ้ฉิบหายทำไมมึงเพิ่งบอก รีบเข้าไปบอกแฮจินเร็ว!

“เห็นไกลๆ มีหลายคนนึกว่าพวกไอ้มินฮยอกกลับมาแล้วนี่หว่า! ใครจะนึกว่าเป็นเฮีย” คนที่ส่องกล้องช้าไปรีบไต่บันไดลงจากนั่งร้านที่ต่อขึ้นอย่างหยาบๆ ไว้เพื่อสังเกตการณ์รอบด้าน

ชายกลางคนขยับตัวยืนตรง ทำท่าจะล็อกประตูแต่กลับได้ยินเสียงตะโกนของคนที่เดินมาถึงครึ่งทางเสียก่อน

“น้าอย่าปิดไม่งั้นผมตายแน่!

คนที่ถูกเรียกว่าน้าชะงัก มองผ่านประตูไปยังกลุ่มคนที่เดินมาใกล้ เหงื่อหนาวไหลซึมที่เห็นว่าใครเดินนำหน้าโนแลนตรงมา เขาไม่กล้าขยับตัวหนีไปจากหน้าประตูด้วยซ้ำแม้จะยกปืนขึ้นเตรียมเหนี่ยวไก

“ไงรี้ด”

คนถูกเรียกชื่อถึงกับสั่น หลบตาด้วยมีความผิดติดตัว พวกของเขาฆ่าคนของเฮียใหญ่ไปเยอะมากจนรอบตัวเฮียเหลือแค่คนสนิท

“อ่า..เฮียยังมีชีวิตอยู่หรือครับ” คำถามที่โง่ที่สุดของลูกน้องสามีทำให้จินยองแค่นหัวเราะ

“กูจะตายก่อนแฮจินได้ยังไง เปิดประตูให้กูเดี๋ยวนี้!

รี้ดสะดุ้งโหยงแต่ยังไม่กล้าเปิดประตู เปิดก็ตาย ไม่เปิดก็ตาย สู้ไม่เปิดซะดีกว่า

จินยองมองหน้ารี้ดเขม็ง เขารู้ว่าบ้านหลังนี้มีทางเข้าอีกหลายทาง แต่ก็รู้ด้วยว่าคนอย่างแฮจินมันต้องวางคนไว้ตามจุดอื่นแล้ว เขาเลยเข้าทางด้านหน้ามันตรงๆ นี่ล่ะ จะคิดแผนให้ยุ่งยากซับซ้อนไปทำไมใครขวางก็ยิงแม่ง

จินยองยิงเข้าที่อกรี้ดหนึ่งนัดโดยไม่พูดพร่ำให้มากเรื่องจนร่างสูงเซแล้วล้มลง จากนั้นเงยหน้ามองกล้องวงจรปิดหน้าบ้าน

“ไง” เสียงหวานทักทายเพราะรู้ว่าต้องมีคนคอยตรวจตรากล้องวงจรปิดทุกตัวภายในบ้าน

 

 

 

“ฉิบหายแล้ว! เฮียยังไม่ตายหรือวะ”

คนที่นั่งอยู่หน้าจอหลายจอภายในห้องรักษาความปลอดภัยลุกพรวดจากเก้าอี้เมื่อเห็นดวงหน้าสวยของเมียลูกพี่ เขาดึงปืนที่เหน็บเอวออกมาตรวจกระสุนแล้วรีบวิ่งออกจากห้องเพื่อไปบอกคนอื่น

เขาวิ่งออกมาก็เจอคนที่เฝ้าประตูวิ่งเข้ามาในบ้านเช่นกัน คนที่เพิ่งเข้ามาวิ่งไปถามหาลูกพี่กับคนที่นั่งกินกันเปรมภายในห้องนั่งเล่น

“พี่แฮจินอยู่ไหน เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!

“เรื่องอะไรอีกวะ พี่แฮจินก็อยู่กับหมอคนสวยนั่นไง ข้างบนน่ะ” หนึ่งคนในวงตอบปัดอย่างรำคาญ

“เฮียใหญ่มา ไอ้วีกับบีไอด้วย”

ทุกคนชะงักไปตามกัน ก่อนหนึ่งในนั้นจะกลืนน้ำลายหนืดแล้วเอ่ย

“มึงพูดเหี้ยอะไร ไม่ตลก”

“กูจะล้อเล่นทำเหี้ยอะไร พี่แฮจินอยู่ข้างบนใช่ไหม” ชายหนุ่มรีบวิ่งขึ้นไปชั้นสอง คนที่กำลังกินอย่างมีความสุขไม่สนใจอาหารอีกแล้ว ทุกคนต่างรีบไปหยิบอาวุธของตัวเอง

เพราะชะล่าใจและไม่คาดคิดว่าปาร์คจินยองจะมาทุกคนเลยไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย

 

 

 

“ไม่! อย่านะไอ้บ้า!

“มึงจะขัดขืนอะไรนักหนาห๊ะ!” แฮจินเริ่มโมโหเมื่อแบมแบมสู้สุดตัวจริงๆ ทำให้เขาทำอะไรไม่ถนัดเอาเสียเลย

“พี่แฮจิน! พี่แฮจินเกิดเรื่องแล้ว!” แฮจินชะงักเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของลูกน้องพร้อมกับประตูถูกทุบอย่างแรง

“ใครให้มึงมากวนกู อยากตายนักใช่ไหม!” แฮจินตะโกนกลับไปอย่างหงุดหงิดจนร่างขาวข้างใต้สะดุ้ง

“ขอโทษนะพี่แต่มีเรื่องจริงๆ เฮียใหญ่มา!

“อะไรนะ?” แฮจินหันขวับไปมองประตู ก่อนรีบก้าวลงจากเตียงไปเปิดลิ้นชักโต๊ะหยิบปืนทั้งที่เสื้อเชิ้ตที่สวมอยู่ยังไม่ติดกระดุม

แบมแบมโล่งอกที่รอดจากการถูกขืนใจอย่างหวุดหวิด เขามองไปยังแฮจินที่เดินแทบจะวิ่งไปกระชากประตูเปิดออก

“มากันเยอะไหม!

“สาม”

“แค่นั้นน่ะเหรอ” แฮจินคิ้วขมวดที่ลูกน้องทำให้ตกใจ เขารู้ว่าจินยองมีฝีมือแต่ถ้ามีคนตามมาอีกแค่สองคนมันจะไปคณามืออะไร

“แต่อีกสองที่มาด้วยคือวีกับบีไอนะ” แฮจินเบี่ยงตัวเดินผ่านลูกน้องออกไปทันที

แบมแบมได้ยินเสียงตะโกนเรียกหาคนให้วุ่นวาย

เมื่อแฮจินออกไปจัดการกับคนที่ถูกเรียกว่าเฮีย แบมแบมก็รีบลุกขึ้นนั่งแล้วขยับไปทางหัวเตียง พยายามที่จะแก้เชือกที่ข้อมือออก สังหรณ์ว่าจะต้องเกิดเรื่องใหญ่ เขาต้องรีบลงไปหายูคยอม

แต่เมื่อกี้เหมือนได้ยินชื่อวี..จะใช่วีในกลุ่มเดียวกับที่เจอก่อนหน้านี้ไหมนะ แต่ไม่ว่าจะเป็นใครที่มาก็เถอะ เขารู้สึกขอบคุณจริงๆ ที่มาทันเวลาพอดี

ร่างบางสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงปืนจากรอบทิศทาง จับไม่ได้เลยว่าเสียงปืนมาจากทางไหนแน่

 

 

 

 

“เมียกูอยู่ไหนวะ!” แฮจินถามเสียงดังขณะวิ่งลงจากบันไดมา ถามโดยไม่เจาะจงว่าใครต้องตอบ

“ยังไม่เจอตัวเลยพี่”

“แล้วเสียงปืนมาจากตรงไหนล่ะวะ!” แฮจินถามซ้ำอย่างหัวเสีย

“ฉันว่าจินยองคงแยกไปจัดการไอ้คนที่เฝ้ายามรอบบ้านก่อน” เวอร์นอนเอ่ยขึ้น แฮจินหันมองเพื่อน หนักใจ

ยังไม่ทันคิดจะทำอะไรเสียงระเบิดก็ดังขึ้นทางหลังบ้าน เวอร์นอนและแฮจินมองหน้ากัน

“ฝีมือไอ้เด็กห่าบีไอนั่นชัวร์”

“ไปตามจับตัวจินยองมาให้ได้ มากันแค่สามคนถ้าพวกมึงจัดการไม่ได้กูจะฆ่าพวกมึงแทน ไปสิ!

แฮจินตวาดใส่ลูกน้องที่มารวมกันหน้าสลอน มีคนบุกรุกเข้ามายังไม่รีบไปจัดการอีก

ลูกน้องลนลานแล้วรีบแยกกันไปจัดการกับคนที่บุกเข้ามา

 

 

 

“พี่แบม..”  เด็กหนุ่มที่นอนนิ่งบนเตียงลืมตารู้สึกตัว เขามองหาใครคนหนึ่งไปรอบห้อง เสียงแหบ คอแห้งผากเหมือนกลืนทรายจนกลืนน้ำลายยังเจ็บ

“โอ๊ย..” นักเรียนหนุ่มร้อง สีหน้าเหยเก แค่ขยับนิดเดียวก็ร้าวระบม รู้สึกเคล็ดยอกไปทั้งตัวจนต้องยอมแพ้นอนลงตามเดิม

ยูคยอมอยากลุกไปตามหาพี่หมอที่ตอนนี้ไม่รู้อยู่ไหน ได้แต่ภาวนาว่าอย่าเพิ่งเป็นอะไร

ขอโทษนะที่อ่อนแอและช่วยอะไรพี่ไม่ได้เลย..

 

 

 

 

“บอกมาว่าจินยองกับวีอยู่ไหน” เวอร์นอนถามเสียงเย็น ยืนกอดอกมองฮันบินที่นั่งเฉยไม่มีท่าทีดื้อดึงอะไร มองคนนู้นทีคนนี้ที เด็กหนุ่มอมยิ้มขณะมองแผลที่ไหล่ของเวอร์นอน

ฝีมือเขาเองแหละ

พี่จินยองบอกให้เอาระเบิดที่เขาทำเล่นๆ ไปสร้างความปั่นป่วนหลังบ้านแล้วฆ่าใครก็ตามที่เดินมาติดกับ แต่ยกเว้นเวอร์นอนและพี่แฮจิน ต้องยอมให้ถูกจับแต่โดยดี

ฮันบินทำตามคำสั่งพี่จินยองเป๊ะๆ เลย เก่งใช่ไหมล่ะ

“ยิ้มเหี้ยอะไร! อย่ามากวนตีน สองคนนั้นอยู่ไหน” เวอร์นอนของขึ้น รู้สึกเสียหน้าที่เสียท่าไอ้เด็กนี่

ฮันบินมองคนอื่นๆ ที่เหลืออยู่ในห้องไม่มาก สภาพแต่ละคนดูไม่ได้เลย เขาดูแล้วน่าจะเหลือกันอยู่แค่นี้แหละ แค่เจ็ดคน ส่วนมากก็ตายอยู่ข้างนอกด้วยฝีมือวีกับลูกพี่หมดละ  

“ไม่รู้”

“มึงจะไม่รู้ได้ยังไง อย่ามาพิรี้พิไรเดี๋ยวกูยิงไส้แตกเลยนี่!

“ไม่รู้ก็คือไม่รู้สิ มึงอยากรู้มึงก็ออกไปตามเองสิวะ”

“มึงจะลองดีกับกูใช่ไหมไอ้บีไอ” เวอร์นอนโมโห เงื้อเท้าจะเตะแต่ฮันบินจ้องหน้าตาใสกวนประสาทคนมอง

“เตะมาเลย ถีบมาสิ กูมีระเบิดนะ อยากตายหมดนี่เลยป้ะล่ะ”

“อย่ามาหลอกกู นึกว่ากูจะเชื่อเด็กอย่างมึงรึไง!” เวอร์นอนจะถีบจริงๆ แต่แฮจินดึงแขนเพื่อนไว้ จากนั้นหันไปพยักหน้าให้ลูกน้องค้นตัวฮันบิน

“ฉิบหาย!” คนค้นตัวเด้งออกจากฮันบินทันทีเมื่อถอดเสื้อคลุมมีฮู้ดของอีกฝ่ายออกแล้วเจอระเบิดผูกติดตัวไว้จริงๆ

“นี่รุ่นใหม่เลยนะ ลองทำเล่นเมื่ออาทิตย์ที่แล้วก่อนที่พวกกัดจะระบาด เคยทดลองแล้วแต่ยังไม่ได้ลองใช้จริงหรอก เสียงมันดังมากๆ กลัวจะดึงพวกกัดมาเป็นฝูง”

ลูกน้องที่เหลือของแฮจินถอยกรูดไปจุกตัวรวมกัน แฮจินมองฮันบินเขม็ง

“มึงมาอยู่กับกูดีกว่าบีไอ”

“ไม่อ่ะ”

“ทำไมพวกมึงจงรักภักดีกับจินยองนัก มันให้อะไรมึงกูจะให้มากกว่า”

“คำว่าลูกพี่อ่ะ มันคือพี่จริงๆ พี่แฮจินทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก” ฮันบินหน้าบึ้ง เกลียดผู้ชายคนนี้ เขาทำให้หนูแฮยองตาย

“ปาร์คแฮจิน”

แฮจินคิ้วขมวดเมื่อได้ยินชื่อตนจากลำโพงเล็กๆ ภายในห้องนั่งเล่น เสียงนี้มันคือเสียงภรรยาเขา

ทุกคนดูตื่นตัวเมื่อได้ยินเสียงของเมียลูกพี่ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“ฉันอยากจะคุยด้วย มาที่ห้องหนังสือ มาคนเดียวนะ ถ้าแกพาเวอร์นอนหรือคนอื่นมาด้วยฉันจะระเบิดบ้านหลังนี้ทิ้งซะ แต่ถ้าอยากรอดก็มาคุยกัน”

“แกจะไปเหรอแฮจิน ถ้าเกิดจินยองอยู่กับวีแกไม่แย่เหรอ” เวอร์นอนจับแขนเพื่อนไว้ไม่ให้ไป แฮจินหยิบปืนกระบอกใหม่มาเช็กความเรียบร้อย

“กูต้องไป ระหว่างกูกับจินยองจะได้จบกันจริงๆ ซะที และถ้ากูไม่ไปจินยองระเบิดที่นี่ทิ้งแน่”

“มึงเชื่อจินยองเหรอว่าจะแค่คุยอย่างเดียว”

“กูรู้จักเมียตัวเองดี..มันไม่คุยอย่างเดียวหรอก”

“งั้นกูไปด้วย”

“มึงอยู่นี่แหละ เผื่อไอ้วีมา”

 

 

 

แบมแบมเงยหน้ามองหาว่าเสียงพูดนั้นมาจากไหน แปลกใจที่เสียงนั้นคุ้นหูเหลือเกิน

คุ้นมากๆ เหมือนคุณจินยองเลยนะ?

ร่างบางแกะเชือกด้านที่มัดกับหัวเตียงได้แล้วแต่แกะที่มัดข้อมือตัวเองไม่ได้ เขาอยากจะอาศัยช่วงที่ข้างนอกวุ่นวายออกไปจากห้องนี้แต่กลัวจะโดนลูกหลงเข้า ได้แต่ภาวนาว่ายูคยอมจะไม่เป็นไร

 

 

 

            แฮจินเดินเข้าไปในห้องหนังสือพร้อมยกปืนเตรียมยิงไว้ด้วย จินยองเปิดประตูห้องอ้าไว้

“ไม่ได้เจอกันหลายวันคิดถึงกันไหมแฮจิน” ร่างโปร่งนั่งไขว่ห้างบนโซฟา จิบวิสกี้ของสามีท่าทางผ่อนคลายขัดกับรอยเลือดมากมายที่เปื้อนตามร่างกายและเสื้อผ้า

เมื่อจินยองไม่มีอาวุธอยู่ในมือแฮจินจึงค่อยๆ ลดปืนลง มองภรรยาเขม็ง ไม่ไว้ใจ

“นึกว่าตายไปแล้ว”

“แช่งกันอย่างนั้นได้ไง ดื่มหน่อยไหม” จินยองถามพลางรินแอลกอฮอลล์ใส่แก้วอีกแก้วที่เตรียมไว้

“ไม่”

“กลัวมียาพิษเหรอ ฉันไม่ฆ่าแกด้วยวิธีนั้นหรอกมันง่ายไป”

“งั้นเธอก็ดื่มจากแก้วนั้นก่อนสิ” แฮจินยืนมองภรรยา จินยองหยิบแก้วของแฮจินมาดื่มแล้ววาง จากนั้นรินให้ใหม่

“มีอะไรก็พูดมา”

“ใจเย็นๆ สิ จะรีบร้อนไปทำไมหรือว่าจะรีบไปหาใคร” จินยองยิ้มมุมปาก มองเหมือนรู้อะไร แฮจินเดินไปนั่งที่โซฟาอีกตัว

“รู้อะไรมา”

“นิดหน่อย” จินยองขยับตัวลุกขึ้นยืนเอื้อมมือไปที่บั้นเอว แฮจินขยับตัวเตรียมระวัง

“ฉันบอกว่าจะคุยก็คือคุยสิ เลิกทำตัวน่ารังเกียจเหมือนฉันเป็นคนเชื่อไม่ได้สักที”

จินยองวางปืนลงบนโต๊ะ ก่อนจะกางแขนออกมองหน้าสามีเหมือนจะให้เขาค้นตัว แฮจินดึงจินยองมาหาแล้วลูบไปตามตัวเพื่อค้นว่ามีอะไรซ่อนอยู่อีกไหม

แฮจินแปลกใจว่าจินยองทำอย่างนี้ทำไม บุกเข้ามาในบ้านฆ่าคนของเขา แต่กลับมาคุยกับเขาดีๆ แบบนี้ต้องมีอะไรแน่

ร่างบางยกขาคร่อมตักกว้างแล้วนั่งลง วางมือลงบนอกกว้าง

“คุยท่านี้จะคุยด้วยร่างกายหรือไงจินยอง”

“สนใจจะคุยไหมล่ะ”

“นี่ท้ากันเหรอ?”

“ใช่ อ๊ะ” ร่างบางถูกพลิกให้ลงนอนไปกับโซฟา จินยองไม่คิดว่าแฮจินจะใจร้อนและขาดความระวังได้ขนาดนี้เลยนะ

อารมณ์ค้างมาจากไหนหรือไง แต่ก็ดีแล้วล่ะ

 

 

 

เมื่อเสียงปืนสงบลงได้สักพักแบมแบมจึงค่อยๆ ย่องออกไปหน้าห้อง ชะโงกหน้าดูความเป็นไปภายนอกว่าสามารถออกไปได้หรือยัง เมื่อเห็นทางชั้นบนว่างก็รีบวิ่งไปตรงราวระเบียงชั้นสองเพื่อดูว่าชั้นล่างเป็นยังไงบ้าง

            มีคนตายเต็มไปหมดเลย..นี่มันอะไรกัน?!

“อื้อ!” หมอหนุ่มสะดุ้งโหยงเมื่อถูกมือใครสักคนปิดปากไว้แน่นแล้วลากตัวเข้ากลับเข้าไปในห้องอีก

“อ่อยอ๊ะ!” แบมแบมพยายามดิ้นรนเพื่อให้คนที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังปล่อยตน

“ใจเย็นๆ หมอ นี่ผมเอง วีลูกน้องพี่จินยอง!” วีกระซิบข้างหูนิ่มก่อนจะปล่อยมือ แบมแบมรีบหันไปมอง ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

“วีจริงๆ ด้วย!

“คิดแล้วว่าต้องเป็นหมอ” วีช่วยแก้มัดให้แบมแบม

“คิดแล้ว? นายรู้เหรอว่าผมถูกจับมา”

“ระหว่างทางมานี่ได้ยินว่าพี่แฮจินได้เมียใหม่มาคนนึง สวย เป็นหมอ และมีลูกด้วย ผมกับคนอื่นเลยเดาว่าน่าจะเป็นหมอเพราะเราเพิ่งลากันไม่นาน”

“พวกนายมีเป้าหมายที่จะมาที่นี่อยู่แล้วเหรอ”

“ใช่ พี่แฮจินคือสามีพี่จินยอง”

“อะไรนะ..” แบมแบมตกใจมากจริงๆ  โลกกลมอะไรขนาดนี้

“พี่จินยองมาตามหาพี่แฮจินเพื่อสะสางกันน่ะ”

“ทำไมเหรอ”

“พี่แฮจินทำให้ลูกสาวคนเดียวของตัวเองกับพี่จินยองตายไงล่ะครับ” วีหน้าเศร้า ในหัวยังมีภาพของหนูแฮยองติดอยู่เลย..

…!

 

 

 

 

“มึง..สารเลว! มึงหลอกกู!

แฮจินตะโกนด่าเมียทั้งที่ขยับตัวไม่ได้เนื่องจากถูกมัดมือและเท้าอย่างแน่นหนาบวกกับอาการอ่อนแรงจากยา จินยองไม่ได้สนใจคำด่านั้น เขายกมือลูบคอและอกที่โผล่พ้นเสื้อเชิ้ตเหมือนจะลบสัมผัสของสามี

“ด่าใคร ด่าตัวเองหรือไง” จินยองเดินไปที่โต๊ะทำงานมุมห้อง หยิบมีดที่ซ่อนไว้ในลิ้นชักออกมา นิ้วเรียวไล้ด้านคมเบาๆ ไม่ให้บาด

“เรามาเล่นอะไรสนุกๆ กันเถอะ เลียนแบบแฮยองเป็นไง อยากรู้ไหมว่าสภาพลูกตอนที่ฉันเจอแกมันเป็นยังไงน่ะ”

จินยองเดินมาหาร่างสูงที่นอนนิ่งอยู่ที่พื้นห้อง ทรุดตัวลงนั่งยอง รอยยิ้มเย็นเยียบเสียจนน่าขนลุก

“อย่านะจินยอง” ความกลัวแล่นจนจับไปถึงขั้วหัวใจ แฮจินร้องห้ามเมียเสียงสั่น

ไม่น่าโง่เลยจริงๆ ใครจะนึกว่าจินยองจะมียาอยู่ที่ตัว!

“ไอ้พวกเหี้ยนั่นมันกินแฮยอง..” จินยองเริ่มเล่า ดวงตาคู่สวยเหม่อลอยยามคิดถึงภาพเลวร้าย แค่คิดถึงยัยหนูเขาก็สั่นไปทั้งตัว

“หน้าตาน่ารักของลูกเหวอะหวะไปหมด ตัวเล็กๆ ของแกก็มีแต่เลือด..ไส้ไหลทะลัก ขาสองข้างก็ถูกกินจนเหลือแค่ถึงเข่า..

หัวใจคนเป็นแม่แหลกสลายลงไม่มีชิ้นดีกับสิ่งที่เจอ จินยองแทบเสียสติที่ได้เห็นสภาพลูกครั้งแรก  เขาเอาแต่ร้องไห้จนน้ำตาแทบจะเป็นสายเลือดและกอดร่างเละของลูกไว้หนึ่งวันเต็มเพราะทำใจไม่ได้

ความเจ็บปวดที่ลูกได้รับ..แฮจินต้องรับมันกลับคืนไป!

“ทำไมมึงถึงไม่พาลูกมาด้วยปาร์คแฮจิน!เสียงหวานตะโกนลั่นห้องด้วยความโกรธแค้น ตาแดงก่ำวาววับ ความคับแค้นใจจุกอกจนล้นปรี่ออกมาเป็นน้ำตา

เป็นความผิดของจินยองที่ไว้ใจปล่อยลูกไว้กับแฮจิน แต่ใครจะคิดว่าแฮจินจะเลวร้ายกว่าที่เขาคิด

“กูนึกว่ามึงจะไปหาลูกนี่!

“ที่กูฝากลูกไว้กับมึงเพราะกูไปไม่ได้! กูคิดว่าจะไว้ใจมึงได้ มึงเป็นพ่อมึงต้องไม่ปล่อยให้ลูกห่างตัวสิ โรคระบาดร้ายแรงขนาดนี้มึงยังทิ้งลูกไว้ เป็นความผิดของมึงลูกกูถึงตาย..และกูจะให้มึงตายตามลูกไป”

จินยองนั่งทับร่างสามีไว้ ก่อนจะเงื้อมีดขึ้น

“หยะอย่านะจินยอง ขอร้องล่ะ อย่า!

แฮจินร้องออกด้วยความเจ็บปวดเมื่ออีกฝ่ายปักมีดลงที่ท้อง จินยองใช้สองมือกดมันลงไปให้ลึกที่สุด

เสียงกรีดร้องทรมานของสามีไม่ได้ทำให้จินยองสงสารสักนิดเดียว..

จินยองเหยียดยิ้มสะใจที่เห็นสีหน้าเจ็บปวดบนหน้าหล่อนั่น เขาไม่ดึงมีดออกตอนนี้เพราะเดี๋ยวแฮจินจะเสียเลือดมากเกินไปจนตายเร็ว เขาไม่อยากให้แฮจินทรมานน้อยกว่าที่ตั้งใจ

รอแปบนะ เวลาสนุกยังมีอีกเยอะ ร่างบางลุกจากตัวแฮจินแล้วออกไปข้างนอก

แฮจินหอบหายใจถี่ ร้องครวญคราง พยายามอย่างที่สุดที่จะขยับตัวแต่ทำไม่ได้

จินยองหายไปไม่นานก็กลับมาพร้อมค้อนปอนด์ในมือ ยกยิ้มมุมปาก

ร่างบางเดินมาหยุดที่ขาของแฮจิน ไม่สนใจเสียงร้องห้ามด้วยความหวาดกลัวสุดขีดของสามี เขาเงื้อค้อนขึ้นแล้วฟาดลงไปที่ท่อนขายาวสุดแรง!

 

 

 

“ไอ้เหี้ย..เสียงนี่มัน”  ฮันบินหน้าแหยกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ดังมาถึงห้องนั่งเล่น เขากำลังนั่งกับพื้นปลดระเบิดฝีมือตัวเอง

“สมควรแล้วนี่” วีนั่งไขว่ห้างบนโซฟา เอนกายเงยหน้าพิงพนักแล้วหลับตาลง

ภายในห้องนั่งเล่นเกลื่อนไปด้วยศพของชายหลายวัย กลิ่นสนิมเหล็กคาวคละคลุ้งชวนผะอืดผะอมจนแทบอาเจียน แต่คนที่เคยชินอย่างฮันบินและวีไม่รู้สึกอะไรแล้ว

“นี่หมอไปไหน”

“ไปหาลูกเขาสิ กูบอกให้มาที่ห้องนั่งเล่นแล้ว เดี๋ยวคงมามั้ง”

“ปลดเสร็จแล้ว กูออกไปรับเยรินกับชยอนูก่อนนะ” ฮันบินลุกขึ้นยืน วีแค่พยักหน้ารับรู้ไม่ได้ลืมตามอง

 

 

 

จินยองยืนมองศพของสามีด้วยท่าทีที่สงบลง ความแค้นในใจค่อยทุเลาลงไปบ้าง

“มึงไปแก้ตัวด้วยการดูแลลูกต่อในโลกหน้าละกัน” ร่างบางทิ้งมีดที่ใช้กรีดหน้าหล่อของสามีลงบนพื้น กลิ่นเลือดคลุ้งอบอวลไปทั้งห้อง

จินยองถอดเสื้อที่เปื้อนเลือดออก ใช้ตรงที่ไม่เปื้อนเช็ดคราบเลือดที่หน้าก่อนจะโยนทิ้งแล้วเดินออกจากห้องหนังสือ ปิดประตู

 

 

 

 

“หมอทำอาหารเป็นไหม” จินยองที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนั่งไขว่ห้างบนโซฟา จิบบรั่นดีท่าทางสบายใจ แบมแบมมองรอยเลือดที่เริ่มแห้งกองใหญ่บนพรมราคาแพงของห้องนั่งเล่น

กลิ่นคาวชวนปวดหัวและคลื่นไส้จนหมอหนุ่มต้องยกมือปิดจมูกไว้ตลอดเวลา ก่อนหน้านี้ต้องมีการนองเลือดแน่ หลายจุดในบ้านมีแต่รอยเลือด และนอกบ้านก็มีร่างคนตายกองเต็มไปหมด

ถึงตอนนี้บ้านจะไม่เหมือนบ้านเพราะมีแต่สิ่งที่ชวนคลื่นเหียนทั้งศพทั้งเลือด แต่คุณจินยองและทุกคนกลับทำท่าเหมือนไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรเลย

ช่างน่ากลัวเหลือเกิน..คุณจินยองกับพวกฆ่าคนไปมากเลยนะ พวกเขาฆ่าคนปกติที่ไม่ติดเชื้อด้วยอย่างนั้นเหรอ ฆ่าไปตั้งขนาดนั้นทำไมถึงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบนี้ ข้างนอกนั่นไม่ใช่ศพหมาแมวนะ นั่นน่ะศพมนุษย์

แบมแบมยืนนิ่งทั้งที่กำลังข่มกลั้นความสั่นกลัวไว้ข้างใน จากครั้งก่อนที่เจอเขารู้ว่าคุณจินยองน่ากลัว แต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นนี้..

“สงสัยอะไรถามได้นะ” จินยองวางแก้วลงบนโต๊ะ ยกมือกอดอก แบมแบมสะดุ้ง หันไปมองหน้าสวยของอีกคน

“คือ..ทำไมคุณต้องฆ่าคนมากมายขนาดนี้ล่ะครับ วีบอกว่าคุณมาสะสางกับสามี แต่ทำไมคนอื่น..

จินยองสบตาคนที่ดูมีท่าทีหวาดกลัวตนไม่น้อย เขาไม่แปลกใจเลยเพราะมันเป็นเรื่องปกติที่เขาเห็นมาจนชินชาแล้ว

ทุกคนมักจะหวาดกลัวเขา และทุกครั้งเขาไม่เคยสนใจว่าใครจะมองเขายังไง ยกเว้นครั้งนี้

“คนพวกนี้น่ะเลวทั้งนั้นแหละหมอ ทั้งค้ายาและค้าอาวุธเถื่อน หมดพวกนี้ไปซะบ้างจะได้ลดความเดือดร้อนให้คนอื่นที่ยังอยู่ โลกมันเหี้ยแล้วก็อย่าให้คนเหี้ยๆ อยู่เปลืองน้ำเปลืองอาหารเลย ไม่ได้จะบอกว่าตัวเองดีหรอกนะ ฉันก็เลว แต่ยังไงเทียบกันแล้วฉันก็ดีกว่าผัวละกัน จบไหม”

แบมแบมมองคนที่ทำสีหน้าเหมือนว่า ไม่จบก็มีเรื่องกันได้นะ

เพื่อความปลอดภัยของยูคยอม เขาไม่ควรจะสร้างความไม่พอใจให้จินยองสินะ

“ครับ จบ” จินยองจะฆ่าใครก็เรื่องของเจ้าตัวเถอะ แค่อย่านึกอยากฆ่าเขากับยูคยอมแล้วกัน

แบมแบมไม่สบายใจเลย แต่ไม่อยากคิดว่าอีกฝ่ายคือฆาตกร พยายามจะคิดในแง่ดีว่าอีกฝ่ายก็เหมือนพวกตำรวจที่คอยกำจัดคนชั่ว จะได้หายกังวลใจหน่อยที่ต้องอยู่ร่วมบ้านกัน..  

“เออ ว่าแต่หมอมาแถวนี้ทำไม บ้านผัวหมออยู่แถวนี้เหรอ” จินยองสงสัย แบมแบมส่ายหน้า

“เปล่า ผมไปถึงบ้านสามีแล้วแต่ว่าไม่มีคนอยู่ ผมก็เลยต้องไปตามหาเขาต่อ ที่แวะที่นี่ก็เพราะจำได้ว่ามีคลินิกและอยากหาเครื่องมือแพทย์ติดตัวไว้ใช้ แต่ก็โดนลูกน้องแฮจินจับมา”

“อ๋อ แล้วหาได้ไหม”

“ยังไม่ทันหาเลย”

“พรุ่งนี้จะให้วีพาไป อาการยูคยอมเป็นไงบ้าง”

“แย่ครับ โดนซ้อมซะปางตาย บอบช้ำจนผมกลัวว่าจะมีเลือดคลั่งที่อวัยวะภายในส่วนไหนบ้างหรือเปล่า หรือแย่ที่สุดก็เลือดคลั่งในสมอง เพราะตอนถูกซ้อมแกถูกมัด..ป้องกันหน้าหรือหัวตัวเองไม่ได้เลย ผมกำลังรอดูอาการแกอยู่ว่าจะเป็นไงบ้าง”

 แบมแบมถอนหายใจ กังวลกับอาการของยูคยอม คิดขึ้นมาแล้วให้สงสารจนน้ำตาคลอ เพราะยูคยอมอยากจะปกป้องเขาแท้ๆ เลย เด็กโง่

ทุกคนเงียบลง ไม่รู้จะพูดยังไง สงสารหมอที่ลูกต้องมาเจ็บตัวหนักขนาดนั้น

คุณถามว่าผมทำอาหารเป็นไหมคือจะให้ไปทำให้กินใช่หรือเปล่า

ใช่ เผื่อลูกน้องฉันด้วย

อืม

หนูไปช่วยนะเยรินยกมืออาสา แบมแบมพยักหน้า

“ผมไม่รู้ว่าครัวอยู่ไหน”

“เดี๋ยวพาไป” จินยองลุกขึ้นยืน เดินนำแบมแบมไปที่ห้องครัว

 

 

 

แบมแบมเดินไปเปิดหน้าต่างห้องนอนให้แสงเข้า จากนั้นก็ไปพยุงให้ยูคยอมลุกขึ้นนั่งพิงหมอนกับหัวเตียง

“เป็นไง ปวดหัวหรือคลื่นไส้อยากอาเจียนบ้างไหมยูคยอม”

แบมแบมถามพลางนั่งลงบนเตียง ข้างเตียงมีกล่องใส่ของทำแผลและยาวางบนเก้าอี้ตัวเล็ก แบมแบมได้ของใช้ที่ต้องการจากคลินิกมาเรียบร้อยแล้ว ได้กระเป๋ายามาด้วย

“ไม่ครับ” ยูคยอมตอบเสียงเบาขยับตัวทีก็เจ็บเสียดที แย่ชะมัด ปากนี่ก็เหมือนกัน อ้ากว้างๆ ก็ไม่ได้

“ทำแผลก่อน เดี๋ยวค่อยกินข้าวกินยา”

“ผมยังไม่ได้ถามพี่เลย” ยูคยอมนั่งนิ่งๆ ให้พี่หมอใส่ยาบนแผลภายนอกให้

“มีอะไรเหรอ”

“คนชื่อแฮจินได้ทำอะไรพี่หรือเปล่า” ยูคยอมมองหน้าหวาน ถามด้วยความเป็นห่วง

“เกือบไปน่ะ ดีที่คุณจินยองกับลูกน้องเข้ามาซะก่อนเลยรอดหวุดหวิด”

“จริงนะ แล้วคุณจินยองมาได้ยังไง”

“อื้ม ไม่ต้องห่วงหรอกพี่ไม่ได้โดนทำอะไรไม่ดี คุณจินยองมาหาแฮจิน เขาเป็นสามีภรรยากัน ตอนนี้แฮจินกับทุกคนตายแล้วล่ะ”

 แบมแบมโกหกส่วนหนึ่ง เขาโดนลวนลามแต่ยังไม่ถึงกับตกเป็นของแฮจิน แค่นั้นก็โชคดีมากแล้ว

“ดีแล้วล่ะ” ยูคยอมยิ้มออกมาได้แล้ว ถ้าพี่หมอเป็นอะไรไปเขาจะกล้าไปเจอหน้าสามีกับลูกพี่หมอได้ยังไง พี่หมอถูกจับก็เพราะห่วงเขา

เด็กหนุ่มไม่ได้รู้สึกอะไรกับที่พี่หมอบอกว่าแฮจินตาย หัวใจยูคยอมไม่ได้ด้านชาแต่ก็ไม่ได้นึกสงสารหรือเห็นใจคนใจร้ายพวกนั้น และไม่ถามต่อด้วยว่าตายยังไง ใครทำ เพราะไม่อยากรู้เรื่องของแฮจิน

“ไม่ต้องคิดมากนะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว”

“ครับ..เราจะอยู่ที่นี่กันอีกนานไหม”

“พี่จะอยู่จนกว่ายูคยอมจะหายดี”

“มันอาจจะหลายวันเลยนะครับ” ยูคยอมรู้ว่าสภาพร่างกายเขาตอนนี้เดินทางไม่ไหว มันสะบักสะบอมเกินไป

แบมแบมนิ่งไปก่อนจะเงยหน้ามายิ้มให้

“ช่างมัน หลายวันก็หลายวันสิ”

ยูคยอมมองคนที่ทำแผลให้แล้วจุกในอก เขาเป็นภาระให้พี่หมอสินะ..ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันเขาก็ทำให้พี่หมอลำบากตลอด ไม่เคยช่วยอะไรได้เลยแล้วยังจะเป็นตัวถ่วง

พี่หมอมีครอบครัวที่ต้องไปหาแต่ทุกอย่างมันช้าไปหมดก็เพราะมีเขาเดินทางด้วย ถ้าไม่ช่วยเขาไว้ป่านนี้พี่คงได้เจอครอบครัวที่บ้านปู่โทมัสแล้ว

เด็กหนุ่มเงียบไป ครุ่นคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง แบมแบมเก็บยาและลุกขึ้นเพื่อจะไปเอาข้าวมาให้ยูคยอมกิน

“พี่ครับ”

“อะไรเหรอ”

“พี่ไปต่อคนเดียวก็ได้นะ ผมอยู่ที่นี่คนเดียวก็ได้ ถ้าไปช้าแล้วครอบครัวพี่เดินทางไปศูนย์วิจัยก่อนจะตามหากันลำบาก”

แบมแบมชะงัก หันกลับมามองเด็กหนุ่มที่สภาพยังดูแย่เพราะบาดเจ็บ

“พี่ไม่ทิ้งนายหรอก อย่าพูดเรื่องนี้อีก”

“ถ้าอยู่กับผมที่นี่อีกหลายวันพี่อาจจะตามครอบครัวไม่ทัน ผมไม่อยากเป็นภาระ ไม่อยากให้พี่เสียเวลากับผม”

ยูคยอมก้มหน้า ทำใจที่จะอยู่คนเดียว เขาควรตายตามพ่อแม่ไปนานแล้ว ที่รอดอยู่นี่ก็ถือว่าดีที่สุดแล้วล่ะ

แบมแบมยืนนิ่ง มองเด็กหนุ่มที่คิดอะไรไม่เข้าท่า

“นายไม่ใช่ภาระ ถ้านายไม่ช่วยพี่ พี่ก็คงเป็นของแฮจินไปตั้งแต่คืนแรกแล้ว นายยอมเจ็บตัวช่วยยืดเวลาให้พี่นะ จุดหมายของพี่คือตามหาลูกแต่ตอนนี้นายเองก็เป็นลูกพี่เหมือนกันไม่ใช่เหรอ พี่ทิ้งลูกตัวเองไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นนาย อเล็กซิส หรือออสตินพี่ก็ทิ้งไม่ได้

ไม่ว่าลูกคนไหนแบมแบมก็จะไม่ทิ้งทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเด็กหนุ่มที่เพิ่งเจอกันหรือหัวใจอีกสองดวงที่อยู่กับมาร์คก็ตาม

เด็กหนุ่มร้องไห้ออกมา แบมแบมนั่งลงแล้วดึงยูคยอมมากอด ลูบหลังเขาเบาๆ

“เรารอดมาด้วยกันขนาดนี้แล้วนะยูคยอม ถ้านายไม่คิดมากจะเรียกพี่ว่าแม่ก็ได้แม้พี่จะแทนแม่นายไม่ได้ก็เถอะ พี่จะดูแลนายเอง ถ้านายได้เจอกับอเล็กซิสและออสติน พวกเขาจะต้องชอบนายแน่”

ยูคยอมปล่อยโฮ กอดพี่หมอไว้ ดีใจที่พี่หมอไม่ทิ้งตน

ร่างบางที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่ข้างประตูที่เปิดแง้มนั้นคาบบุหรี่หมิ่นเหม่ไว้ที่ปาก ฟังทุกบทสนทนาของสองแม่ลูก

หมอกับเด็กนั่น..เป็นคนดีกว่าที่คิด พอจะกลบเรื่องที่หลอกว่าเป็นแม่ลูกไปได้อยู่หรอก

ถ้าเป็นเขา เขาไม่ช่วยใครหรอก จะไม่มีวันรับภาระหนักนั้นเหมือนหมอแน่

 

 

 

“นั่งสิ”

จินยองนั่งเอนหลังกับเก้าอี้หวายบุนวมนุ่มริมระเบียง อาบแดดรับลมท่าทางสบายใจเหมือนไม่ได้กลิ่นจากซากศพข้างบ้าน

แบมแบมมองท่าทางชิลของอีกฝ่ายแล้วค่อยๆ นั่งบนเก้าอี้แบบเดียวกันอีกตัว สองมือซุกอยู่ตรงขาเรียว มองไปยังสนามหญ้าที่ฮันบิน เยริน และวีกำลังเล่นแบดมินตันกันโดยมีชยอนูนั่งดู

แบมแบมทำแผลให้ชยอนูใหม่ อีกฝ่ายขอเขาออกมานั่งเล่นข้างนอก แบมแบมเห็นว่าจะให้อุดอู้อยู่แต่ในห้องคงไม่ดีเลยอนุญาต

“คุณเรียกผมมามีอะไรเหรอ”

“พอยูคยอมหายดีหมอจะไปไหนต่อ”

“ไปศูนย์อพยพครับ พ่อสามีบอกว่าสามีผมพาลูกและคนอื่นๆ ไปที่ศูนย์อพยพ แต่ถ้ารอนานแล้วผมไม่ไป เขาจะไปศูนย์วิจัยทางใต้”

“ไปทำไมศูนย์วิจัย”

“ไม่รู้ครับ แต่ถ้าให้เดา มาร์คคงอยากหาที่ปลอดภัย ที่ศูนย์วิจัยต้องมีทางแก้หรือหาสาเหตุของโรคนี้ได้ และน่าจะควบคุมรอบๆ นั้นให้ปลอดเชื้อได้ด้วย”

แบมแบมก็คิดออกเท่านี้แหละ คิดว่ามาร์คน่าจะคิดแบบนั้น

“มาร์คนั่นชื่อผัวเหรอไม่ใช่คนเกาหลีล่ะสิ”

“ครับ อเมริกัน” แบมแบมควรจำใจรับความเถื่อนของจินยองได้แล้ว ทั้งที่สวยมากแท้ๆ น่าจะพูดจาให้มันดีๆ เข้ากับหน้าหน่อย

“รักกันมากเลยสิท่าถึงดั้นด้นตามหานัก”

“ไม่หรอกครับ ผมตามหาเพราะอยากเจอลูก เรากำลังจะหย่ากันแล้วล่ะแต่เกิดโรคระบาดขึ้นก่อน”

“ชีวิตคู่มันยากนะ”

จินยองยอมรับว่ามีความสุขขึ้นนิดหน่อยที่ได้รู้ว่าหมอผู้แสนดีเหมือนแม่พระก็มีชีวิตครอบครัวที่ล้มเหลว ถ้าจะชีวิตดีแบบมีครอบครัวสุขสันต์ด้วยคงเพิ่มความน่าหมั่นไส้ที่เขามีต่อตัวหมอขึ้นอีกร้อยเท่า

คนเรามันจะสมบูรณ์แบบไปทุกด้านได้ยังไง ไม่งั้นก็ไม่ใช่ชีวิตมนุษย์น่ะสิ

“ครับ”

“ฉันอยากไปกับหมอด้วย พวกฉันทุกคนเลย”

“อะ..อะไรนะครับ” แบมแบมตกใจที่จู่ๆ จินยองก็แสดงเจตจำนงออกมา  เขาไม่อยากเดินทางกับคนน่ากลัวอย่างปาร์คจินยองหรอกนะ!

“ไม่ได้รึไง ฉันก็ไม่รู้จะไปไหนเหมือนกัน จะปักหลักกบดานที่นี่ก็น่าเบื่อ”

“ถึงจะน่าเบื่อแต่คุณน่าจะอยู่ที่นี่เพื่อรอให้เรื่องทุกอย่างดีขึ้นหรือทางการควบคุมโรคได้”

“ต้องรอไปถึงชาติไหนล่ะนั่น”

“แต่คนของคุณคงไม่เห็นด้วยที่จะเร่ร่อนเสี่ยงชีวิตข้างนอก”

“เราคุยกันแล้ว พวกมันก็บอกว่าจะไป”

“เอาจริงหรือครับ”

“ก็จริงน่ะสิ แฮจินมีรถบ้าน เราไปกันหมดอยู่แล้ว และอีกอย่างห้องใต้ดินของบ้านนี้ก็มีอาวุธเพียบ ไปกับฉันหมอสบายกว่าเห็นๆ”

แบมแบมหนักใจ ไม่ได้คิดเรื่องความสบาย แต่เขากับจินยองจะอยู่ด้วยกันได้หรือ จินยองกับเขาเหมือนคนละขั้วเลยนะ

“ฉันคิดว่าหมอน่ะฝีมือต่อสู้ใช้ได้เลยล่ะ น่าจะเป็นประโยชน์กับพวกฉัน”

“ผมไม่เป็นลูกน้องคุณหรอก”

“ไม่ได้ให้เป็นลูกน้อง ให้เป็นเพื่อน ฉันไม่ได้เจอคนแบบหมอมานานมาก นานตั้งแต่เจอไอ้พวกนั้น”

จินยองชี้ไปที่เด็กๆ ของตัวเองที่ยังเล่นกีฬาคลายเครียดกันอยู่

“ฉันพูดตรงๆ นะ นิสัยอย่างหมอน่าคบเป็นเพื่อน ฉันอยากมีเพื่อนแบบหมอ สนใจไหม”

ถามเสียงห้วนไร้มิตรไมตรีแบบนี้คือขอเป็นเพื่อนเหรอ? คุณจินยองมีปัญหาด้านการแสดงออกรึเปล่า และเขาต้องตอบตกลงอย่างเดียวเลยใช่ไหม

“อื้ม ก็ได้ครับ” เอาเหอะ เป็นมิตรกันยังดีกว่าเป็นศัตรู

“ดี!

“โอ๊ย” แบมแบมสะดุ้งเมื่อถูกจินยองเอื้อมมือมาตบบ่า ตบอีท่าไหนของเขากันไหล่แทบทรุด..

เอาเถอะคงมีวาสนาต่อกันมั้ง เจอกันสองรอบแล้วนี่ และเขาก็เกือบได้เป็นเมียอีกคนของสามีคุณจินยองไปแล้วด้วย เขากับคุณจินยองนี่ดวงสมพงศ์กันได้แปลกประหลาดดีจริงๆ แต่ละเรื่องที่ทำให้มาเจอกันนี่แบบ..พูดไม่ออกเลย

“โทษๆ” จินยองหัวเราะแล้วลูบหัวแบมแบม ร่างบางหันไปจิกตาใส่

“อย่ามารุ่มร่ามแตะตัวผมนะ คิดอะไรกับผมหรือเปล่า” ไม่ใช่หนีสามีมาเจอภรรยาล่ะ คนแบบไหนที่หาสามีได้เลวร้ายแบบนั้น จะว่าเป็นคนแบบเดียวกันแบมแบมก็ไม่อยากเหมารวมซะทีเดียว

“พูดตรงจริงๆ ฉันชอบมีผัวไม่ได้อยากมีเมียและไม่คิดจะมีด้วย ถ้าหาผัวใหม่ล่ะไม่แน่ จบไหม?”

“โอเค นี่คุณอายุเท่าไร”

“ถามทำไม น่าเกลียด”

“ผมเกิดปี 20xx

“หมอแก่กว่าสามปี”

“โกหก!

“ฮะฮะฮะ ฉันแก่กว่าหมอปีเดียว”

“ผมต้องเรียกคุณว่าพี่ไหม”

“แล้วแต่ ไม่ได้ถืออะไรเราเพื่อนกันนี่ หิวว่ะ”

” แล้วจะบอกทำไม

“ไปทำอะไรมากินหน่อยสิ”

“จะกินอะไร”

“คิดเอาเองสิว่าจะทำอะไร ไปๆ จะนอนแล้ว เสร็จแล้วมาเรียกด้วยนะ”

แบมแบมสงสัยจังว่าคนที่มีท่าทางโอหังและคำพูดชวนต่อยปากแบบนี้รอดมือรอดเท้าคนอื่นมาจนอายุป่านนี้ได้ยังไง..

ร่างบางลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปหาอะไรให้จินยองกินก็อดถามในสิ่งที่สงสัยไม่ได้

“คุณว่าเราจะอยู่ที่นี่กันได้นานแค่ไหน เสียงระเบิดและเสียงปืนคงดังไปไกลอยู่นะ อีกไม่นานต้องมีพวกกัดจากที่อื่นมาถึงนี่บ้างแน่ๆ”

 

TBC.

**

นี่ฟิคซอมบี้หรือฟิคฆาตกรรม ไม่ถนัดฉากบู๊เลย เรารู้ว่าเรากาก;_;

อย่าจิ้นชายปาร์คกับหมอแบม เฮียแกออกตัวว่าอยากมีสามีค่ะ ไม่เบี้ยน

เราชอบพี่แฮจินเลยเอามาเป็นนักแสดงรับเชิญ ตายอนาถด้วย ขอโทษทื่เอาพี่เขามาเป็นตัวร้ายค่ะ 5555

ตอนนี้พักหายใจสบายๆ กันก่อน เดี๋ยวเราจะออกวิ่งกันแล้ว

คิดถึงพี่บี้ไหม เดี๋ยวพี่บี้ฝูงใหญ่จะออกโรงตอนหน้านะ ให้สองคุณแม่เขารวมกลุ่มกันก่อน

กลุ่มนี้คุณแม่สตรองมาก ใครจะต้านทานได้ อ้อ พี่แจบอมคนหล่อออกมาแล้วนะ เห็นเปล่า

รับสมัครตัวละคร จะวงไหนเพศไหนก็ได้ค่ะ ไอดอลหรือนักแสดงได้หมด

แต่บอกไม่ได้นะคะว่าบทเด่นไหม หรือว่าจะถูดกัดหรือเปล่า อาจจะไม่ดวงดีเท่าตัวหลักเนาะ คือมีถูกกัดแน่ๆ



(c) Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 138 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,523 ความคิดเห็น

  1. #2444 nayuwo1423- (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:07
    เจ๊เป็นเมียแบบ 'เถื่อนๆ'​ สินะ5555555 แต่ความเถื่อนของเจ๊มันทำหมอกลัวอ่าาาาา!!!
    #2,444
    0
  2. #2319 Chiracc (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 13:49
    จินยองโหดมากกกก แต่ว่าตอนนั้นำปรักกันอีท่าไหนล่ะ ถึงได้แฮจินมาเป็นผัวววว
    #2,319
    0
  3. #2262 110720 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 06:13
    ชอบความแม่แบมกับลูกคยอม
    #2,262
    0
  4. #2185 igot7ibambam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 11:46
    อ่ยยยยยย
    #2,185
    0
  5. #2173 kanon-596 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 09:06

    ฮืออ สงสารจินยองเสียลูกสาว น้องทรมานมากแน่เลย แฮจินนี่เลวโคตรรรทำไมเลวแบบนี้
    #2,173
    0
  6. #2108 N_Nam0802 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 20:33
    ฟิคตอนนึงยาวมว๊ากกกก

    ดีใจที่หมอได้ไปกับจินยอง จะได้มีคนช่วยสู้ แล้วยูคยอมมาเจ็บแบบนี้คิดว่าคงไม่ได้ไปเจอกับมาร์คง่ายๆละ จินยองผัวใหม่นี่คือลุงผมยาวคนนั้นป้ะ คิคิ
    #2,108
    0
  7. #2031 opoceleste (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 22:31

    อ่านแล้วอ้าปากเงิบเลยจ้า บทจินยองมาฉีกซะเงิบเลย สุดมาก ทีมคุณแม่สุดๆ

    #2,031
    0
  8. #1946 chocolatepie (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 23:06
    โอ้โหหหห พีค ความจินยองนี้ เถื่อนได้ใจพี่มาก พี่ชอบค่ะ 555
    #1,946
    0
  9. #1861 smart_girl (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 16:23
    สนุกมากกกมากกกเบยยยยยยคืะ
    #1,861
    0
  10. #1795 namrin_asw (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 02:14
    นี่ต้องอ่านช้าแค่ไหน อ่านตอนละชม. ละคือวางไม่ได้ไง๊ อยากอ่านนนน พออ่านต่อไป นี่ก็ 3-4 ชม.ละ555555555555 สนุกมากค่าาา พี่แจบอม คนที่คุยกับออสตินแน่ๆ
    #1,795
    0
  11. #1699 0962106015 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 07:45
    โคตรลุ้น ลุ้นทุกตอน
    #1,699
    0
  12. #1638 markbammuay (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 01:34
    ชีวิตคือการต่อสู้ที่แท้จริงโอย คือกว่าจะเจิลูกเจอผัว55555
    #1,638
    0
  13. #1630 mew_wwp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 23:27
    ชอบที่สุด ไรท์บรรยายความรส.ของแบมต่อลูกได้ดีมากๆ เราอินมาก
    #1,630
    0
  14. #1557 369963nq (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 22:39
    ชอบบบบ อ่านแล้วอิน มีความสุขมากๆ ชอบเลือดชอบอะไรแบบนี้ แฮจินสมควรโดน สะใจ พี่จินยองพูดตรงเหลือเกิน ชอบมีผัว 5555 คนแกร่งอยากมีผัว ฮือ แปลกใหม่ //รักทีมนี้ เขารวมกลุ่มกันแล้ววว เราสัมผัสได้ถึงความสตรองเหลือล้น
    #1,557
    0
  15. #1538 PgToT (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 14:32
    ชอบมากเลยค่ะ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้อ่านฟิคดีแบบนี้
    #1,538
    0
  16. #1522 yukiko12 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 16:40
    ชอบจินยองอะ5555 พูดตรงๆว่าอยากมีผัว แซ่บเวอร์
    #1,522
    0
  17. #1423 Cake__Cake (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 19:32
    เอาจริงๆนี่ว่าไม่มีอะไรน่ากลัวกว่าไรท์ล่ะ 5555
    #1,423
    0
  18. #1397 wslloogpa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 05:06
    โฮ้ยยยยย ออกมาแค่สามตอนตัวละครเยอะจนตาลายแล้ว ตอนแรกไม่คิดว่าแจฮยอนจะเป็นสามีที่จินยองจะมาฆ่าเว้ยเฮ้ย เป็นเรื่องที่มีอะไรให้ลุ้นทุกบรรทัดอะ หัวใจแทบจะวาย คุณน้าแกะตุ๊กตาไม้นั้นใช่หมายพี่แจบอมอะ ใช่แน่ๆ
    #1,397
    0
  19. #1370 zmgebob (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 14:07
    เหยดดด แสดงว่าคนที่คุยกับออสตินนี่พี่บีอ่ะดิ สองคุณแม่สตรอฃมากๆอยากให้รอดไปด้วยกันนนน
    #1,370
    0
  20. #1129 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 15:27
    โคตรตื่นเต้น กลัว ลุ้นมากกกกก ขอให้เป็นมิตรภาพที่สวยงามตลอดไป

    ตอนแรกนึกว่าแฮจินเป็นคนดี และหลงกับจินยอง แต่พลิกเลย

    แสดงว่าคนที่คุยกับลูกชายแบมเป็นเจบีใช่ไหมมม แล้วเขาจะเจอกับจินยองที่ค่ายใช่ไหมมม

    อ๊ากกกก แค่คิดก็ฟินแล้ว งืมๆ
    #1,129
    0
  21. #1040 withmbky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 14:57
    ตัวละครเยอะมากงะ แต่ชอบคนแบบจินยอง 555555 เด็ดขาดดี
    แต่สงสารลูกจินยองอะ เฮ้อออ
    ยูคก็ถือว่าเป็นลูกของแบมแล้ว แบมนี้แบบเก่งงะ งื้อ
    #1,040
    0
  22. #1008 nudaeng (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 22:21
    โอ๊ยยยยย แฮจินมาเป็นนักแสดงรับเชิญ บทแบบโหดดี ทำให้โลกกลมไปอีกกกก จินยองโหดมากอะ และก็ได้ตกลงเป็นเพื่อนกันแล้ว~
    #1,008
    0
  23. #1000 19940412 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 17:31
    ตอนที่พี่บีไปคุยกับออาตินก็นึกว่าจะเป็นคนเดียวกับสามีจินยอง แต่พลิกล็อกจ้าาา เป็นแฮจินแทน 55555 ปวดใจคนหล่อมาตาย นี่ไม่กล้าเสนอวงเมนตัวเองเลยค่ะ กลัวเซฮุนโดนกัดตาย เราคงจิตใจบอบช้ำ 555555 แต่ว่าสองคุณแม่สตรองจริงไรจริง นับถือใจ ขอให้แบมเจอมาร์คกะลูกเร็วๆน่าาา
    #1,000
    0
  24. #927 ritjang-zizi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 18:54
    เอาตรงๆนี่คิดมาตั้งแต่ตอนแรกคิดว่าจบมเป็นพ่อที่ทิ้งให้ลูกตายเนี่ย แฮจินหักมุมสุด ตายอย่างอนาถ555555
    #927
    0
  25. #891 Pommimie (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 01:42
    โอ้ยชอบเรื่องนี้ ลุ้นตลอดเลย สนุกมากชอบสองคุณแม่อะ ตอนหน้าไปสู้กะพี่บี้เนอะ5555
    #891
    0