ปิดรีปริ้นท์(GOT7) Snow Drop Markbam,Bnior,Jackjae

ตอนที่ 3 : Chapter 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,006
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 153 ครั้ง
    25 มี.ค. 59














 

ยูคยอมลุกเดินไปทางประตูที่จะเข้าไปหลังร้าน แบมแบมร้องทัก

“ไปคนเดียวได้เหรอยูคยอม”

“ได้ครับ เงียบขนาดนี้ไม่น่าจะมีอะไรแล้วล่ะ”

“ยังไงก็ระวังตัวด้วยนะ”

“ครับ” ยูคยอมขานรับแล้วหยิบไขควงจากกระเป๋ากางเกงออกมาเตรียมพร้อม ทำใจกล้าแล้วเปิดประตูด้านหลัง แต่ก่อนจะก้าวเข้าไปก็ยืนทำใจก่อนครู่หนึ่ง

“อื้อหือ” เด็กหนุ่มยกคอเสื้อขึ้นปิดจมูกเมื่อกลิ่นสาบสางลอยเอื่อยมาเข้าจมูก

ยูคยอมปลอบใจตัวเองอย่างโง่ๆ ว่ามันอาจจะเป็นแค่หนูตาย..มั้ง

เขาค่อยก้าวเท้าเบาๆ ไปตามทางเดินมืดอย่างระมัดระวัง ยิ่งเดินลึกเข้าไปยิ่งได้กลิ่นเหม็นสาบนั่นแรงขึ้นทุกทีจนแทบอยากจะขย้อนนมขวดเมื่อกี้ออกมา

ด้านหลังร้านเป็นที่เก็บสต็อกเหมือนที่พี่แบมแบมบอกจริงๆ มีกล่องสินค้าและกล่องบรรจุภัณฑ์ต่างๆ วางซ้อนเรียงขึ้นไปสูงเต็มพื้นที่ กล่องเวชภัณฑ์ที่วางบนพื้นเปิดอ้าถูกรื้อค้นกระจายหลายกล่อง ตรงมุมกำแพงมีประตูอีกบานเปิดไว้ครึ่งหนึ่ง มีร่างของผู้ติดเชื้อที่ตายซ้ำอีกครั้งนั่งพิงกำแพงตรงข้ามประตูบานนั้น ซึ่งยูคยอมตัดสินใจไม่เดินไปดูเพราะต้นตอของกลิ่นเหม็นเน่ามาจากทางนั้น 

ยูคยอมเอาปากกัดด้ามไขควงเอาไว้แล้วยกกล่องด้านบนลงเพื่อดูของในกล่องด้านล่างที่เป็นของกินว่าของในกล่องยังเหลืออะไรบ้าง

โครม!

เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือกเมื่อมือลื่นจนทำกล่องพลัดหลุดมือ  แต่พอหายตกใจเขายังยกกล่องต่อโดยไม่ได้ระมัดระวังอะไร

“รกจัง เหมือนมีคนเข้ามาค้นที่นี่ก่อนเลย แต่ก็นั่นล่ะเนาะใครก็ต้องคิดจะมาหาของเหมือนเรานั่นแหละ” ยูคยอมพูดกับตัวเองเพื่อลดความกลัวลง

แฮ่..

เด็กหนุ่มขนลุกไปทั้งตัวเมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคยดังขึ้นด้านหลัง เขารีบปล่อยมือจากกล่องแล้วถือไขควง ผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว

“เฮ้ย!” ยูคยอมถอยกรูดเมื่อเห็นผู้ติดเชื้อคนหนึ่งเดินมาทางตน หรือว่าจะมาจากห้องในมุมนั่น? มาตอนไหนไม่เห็นรู้ตัวเลย!

เสียงครางต่ำดังออกจากปากที่มีแต่เลือดดำคล้ำ แก้มซีกซ้ายขาดวิ่นฉีกไปถึงใบหู นัยน์ตาแดงก่ำ ฟันกรามกระทบกันกึกๆ อยู่ตลอดเวลาฟังแล้วชวนขนพองสยองเกล้า ช่วงตัวนั้นเหวอะหวะไม่มีชิ้นดี  ช่วงแขนและลำคอกระตุกชักเกร็ง

แม้ยูคยอมจะบอกไม่ให้ตัวเองร้องหรือกวาดกลัวแต่เขาก็ขยับขาก้าวไม่ออก

เฮือก!

เด็กหนุ่มผวาสุดตัวเมื่อร่างนั้นวิ่งเข้าใส่ เขาขยับถอยหลังจนไปชนของข้างหลังระเนระนาดจนล้มหงาย หลับตาแน่นเมื่อรู้ว่าหนีไม่พ้นร่างที่โผเข้าหา!

“ยูคยอม!

แบมแบมวิ่งมาตามเสียงข้าวของที่หล่นลงพื้น ใจหายวาบเมื่อมือของผู้ติดเชื้อกำลังจะคว้าถึงตัวยูคยอมแล้วแต่ติดอะไรบางอย่างจึงไม่ถึงตัวยูคยอม

เชือกที่แขนและขา?

“ยูคยอมออกไปจากตรงนี้ก่อนเร็ว”

ยูคยอมลืมตาขึ้นแล้วผงะเพราะผู้ติดเชื้ออยู่ห่างจากตนเพียงนิดเดียว เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายหนืด ใจหายใจคว่ำ ก่อนจะค่อยๆ ขยับเบี่ยงตัวไม่ให้โดนผู้ติดเชื้อแล้วคลานออกมาหาพี่แบมแบม

“ออกไปรอข้างนอกก่อน ในนี้พี่จัดการเอง”

ไม่รอให้สั่งซ้ำเด็กหนุ่มรีบออกจากห้องนั้นทันทีแต่ก่อนไปยังเป็นห่วง

“พี่ระวังตัวด้วยนะครับ”

แบมแบมพยักหน้าแล้วหันไปสนใจผู้ติดเชื้อที่เหมือนถูกใครสักคนจับเอาไว้

น่าสงสารจัง

 

 

 

 

            “ไอ้ยูคนะไอ้ยูค แกนี่มันขี้ขลาดจริงๆ ช่วยอะไรก็ไม่ได้ หาของกินก็ไม่ได้” ยูคยอมบ่นตัวเอง อยากจะร้องไห้ แค่ผู้ติดเชื้อตัวเดียวยังกลัวจนทำอะไรไม่ถูกเลย

            เด็กหนุ่มอยากแก้ตัวใหม่จึงเดินกระเผลกไปส่องดูภายในรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้แต่ละคันว่าพอจะมีของอะไรใช้ได้บ้างหรือเปล่า หรือไม่ก็มีกุญแจทิ้งไว้ให้พอเอารถไปใช้ได้ไหม อย่างน้อยถ้าหาอะไรที่เป็นประโยชน์เจอสักอย่างคงดี หรือไม่ก็รถที่ใช้ได้สักคัน

โอ๊ะ รถคันนี้มีของด้วยล่ะเด็กหนุ่มพึมพำกับตัวเองเมื่อเปิดประตูรถยนต์สีขาวกลางเก่ากลางใหม่แล้วเจอกระเป๋าที่เบาะหลัง

ยูคยอมมองรอยเลือดตรงที่พักเท้าอย่างขยะแขยงนิดหน่อย ตอนแรกคิดว่าอาจจะเป็นของใครที่หลบอยู่แถวนี้ แต่พอเห็นเลือดก็คิดใหม่ว่าอาจจะเป็นของใครสักคนที่โดนกัดไปแล้ว..

ถ้ามีเจ้าของจริงๆ จะมีใครทิ้งของไว้ในรถแบบนี้ล่ะ ต้องเอาติดตัวไปด้วยสิ

ไม่มีใครสั่งสอนหรือไงว่าอย่าเที่ยวเปิดรถคนอื่นตามใจชอบ

ยูคยอมร้องโอ๊ยด้วยความเจ็บปวดเมื่อได้ยินเสียงเยียบเย็นจากผู้ชายคนหนึ่งพร้อมกับที่แขนตนโดนดัดไพล่ไปด้านหลังไม่ทันตั้งตัว เขาถูกกระชากให้ออกมาจากรถแล้วเหวี่ยงตัวขึ้นไปคว่ำหน้ากับฝากระโปรงท้ายรถ

มีอะไรวะพี่ นั่นใครน่ะ!

ขโมยคนที่กดตัวยูคยอมไว้ไม่ให้ขัดขืนเอ่ยเสียงเข้ม

เปล่านะผมไม่ได้ตั้งใจขโมย ผมแค่หารถหรือของที่ใช้ได้เท่านั้นเอง!

ยูคยอมรีบปฎิเสธลิ้นรัว ความกลัวย่างกรายเข้ามาเยือนในจิตใจขณะรู้สึกถึงสัมผัสเย็นๆ จากบางอย่างที่ชวนให้ขนลุกพร้อมเสียงดังกริ๊ก..

โกหก! กูเห็นมึงหยิบกระเป๋าในรถกูอยู่

ยูคยอมร้องด้วยความเจ็บออกมาอีกครั้งเมื่อถูกฟาดหลังด้วยวัตถุหนัก

ผมไม่รู้นี่นาว่ารถมีเจ้าของ

มึงมีกันกี่คน แถวนี้มีพวกมึงอยู่อีกหรือเปล่า

มะ..ไม่มีครับ

ยูคยอมตอบเสียงสั่น ไม่กล้าขยับแม้จะอยากหันไปมองว่าคนที่เขาซวยมาแส่หาเรื่องใส่ตัวมีกันกี่คน

พี่แบมแบมอยู่ไหน มาช่วยผมที

 

 

แบมแบมมองไปรอบๆ พยายามหาเด็กตัวสูงด้วยความร้อนใจ เพิ่งจะเจอผู้ติดเชื้อไปเมื่อกี้ยังกล้าเดินห่างจากหน้าร้านอีกนะ           

ร่างบางเดินหายูคยอมจนสังเกตเห็นรถคนหนึ่งที่มีคนรุมอยู่ ใจกระตุกยามคิดว่าอาจเป็นพวกกัดและยูคยอมอาจโชคร้ายตกอยู่ในอันตราย

ยูคยอม!

แบมแบมรีบวิ่งไปทางรถสีขาวคันนั้นก่อนหยุดกึกห่างจากรถเกือบสองเมตร ไม่ใช่เพราะเจอภาพน่าหวาดเสียวแต่เป็นเพราะวัตถุสีดำสนิทในมือของผู้ชายผิวขาวท่าทางร้ายๆ นั่นต่างหาก

มึงเรียกไอ้เด็กนี่เหรอ แสดงว่ามันโกหก..นอกจากขี้ขโมยมึงยังเป็นเด็กขี้โกหกด้วยสินะ!

คนที่กักตัวยูคยอมไว้เอ่ยกับแบมแบมแล้วต่อด้วยยูคยอม เสียงหวานนั้นกระชากกราดเกรี้ยวจนคนฟังสะดุ้งไปตามๆ กัน

แบมแบมใจหายเมื่อของอันตรายหันเหทิศทางจากตนไปจ่อที่แผ่นหลังกว้างของเด็กมอปลายอีกครั้ง

คุณทำอะไรน่ะ ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้นะ!

ทำไมกูต้องทำตามที่มึงบอกด้วย ไอ้เด็กนี่รนหาเรื่องเองนะ” 

ไม่พูดเปล่าแต่ร่างโปร่งบางใช้มือทุบหลังยูคยอมจนเด็กหนุ่มจะร้องไห้ออกมารอมร่อเพราะโดนไปหลายทีแล้ว แต่เจ็บแค่ไหนยูคยอมยังกัดฟันทน

แบมแบมตกใจที่อีกฝ่ายนั้นใจร้ายผิดกับหน้าตาเหลือเกิน

คุณมีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันก็ได้นี่ครับ เขาไปทำเรื่องให้คุณไม่พอใจอย่างนั้นเหรอ

แบมแบมพูดช้าๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล สองมือยกขึ้นระดับไหล่เพื่อบอกเป็นภาษากายว่าเขาไม่คิดสู้หรือทำอะไรแน่นอน

ไอ้นี่มันมาที่รถของพวกเรา

เด็กหนุ่มร่างสูงเอ่ยตอบแทนลูกพี่ตน แบมแบมหันไปสนใจเขาชั่วครู่ เห็นว่าในมือของเด็กคนนั้นก็มีอาวุธเช่นกัน

คิดไม่ถึงเลยว่าปั๊มเล็กๆ แห่งนี้จะมีคนอันตรายแวะพักด้วย..

แบมแบมกลืนน้ำลาย ตั้งสติ ผลีผลามไปคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ เขาไม่อยากมีเรื่องตอนนี้

เรากำลังหารถคันใหม่สักคันเพื่อเดินทางต่อ ยูคยอมคงไม่รู้ว่านั่นเป็นรถที่มีเจ้าของ ปล่อยเขาเถอะครับ ถ้าพวกคุณยืนยันว่านี่คือรถของพวกคุณเราก็ไม่คิดจะเอาอะไรไปอยู่แล้ว ผมรู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้ข้าวของจำเป็นและรถมันสำคัญมาก ทุกคนต่างต้องเอาตัวรอดกันทั้งนั้น เราจะมาทำร้ายกันเองด้วยเรื่องเข้าใจผิดไปทำไมล่ะครับ

แบมแบมเอ่ยอย่างใจเย็น มองสบตายูคยอม ปรามด้วยสายตาให้อยู่นิ่งเมื่อเจ้าตัวจะส่งเสียงร้องออกมา

มึงมีกันกี่คนคนที่คุมตัวหนุ่มมอปลายเอ่ยกับแบมแบมโดยตรง

สองคนครับ..แค่เราสองคนแม่ลูก

ใบหน้าสวยมีร่องรอยความตกใจ มองคนตรงหน้าและเด็กที่ควบคุมอยู่สลับกันไปมา

ได้โปรดเถอะครับ ต่างคนต่างไปได้ไหม ถ้าเขาทำอะไรให้คุณไม่พอใจผมก็ขอโทษด้วยจริงๆ..ยูคยอมขอโทษคุณเขาสิ เร็วเข้า!

แบมแบมขอความเห็นใจ ในเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ใช้ไม้อ่อนให้น่าสงสารคงดีกว่า

ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะค้นของของคุณ ผมแค่อยากหารถใหม่ให้แม่ เรากำลังจะไปตามหาพ่อกับน้อง..

ยูคยอมรับสมอ้างเล่นละครต่อทำให้คนที่ควบคุมเขาคลายแรงที่ดัดแขนออก ร่างบางกระชากคอเสื้อของเด็กหนุ่มให้ลุกขึ้นแล้วผลักร่างสูงไปหาชายหนุ่มสวมชุดดำ

ยูคยอมเซเกือบล้มทิ่มแต่แบมแบมจับตัวเขาไว้ทัน    

เป็นไงบ้าง เจ็บตรงไหนไหม

จินยองยืนมองคนตัวเล็กที่เอ่ยถามเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงร้อนรนห่วงใย มือเรียวจับไปตามเนื้อตัวและใบหน้าหล่อเหลานั่นสำรวจอาการบาดเจ็บ

เจ็บหลังครับแต่ไม่เป็นไร ผมไม่เป็นไรครับ”  ยูคยอมปากคอสั่น ยังใจหายที่เกือบโดนยิงซะแล้ว

จากนี้ห้ามเดินไปไหนคนเดียวอีกรู้ไหมแบมแบมดุคนที่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง

ผมขอโทษ ผมแค่อยากช่วยยูคยอมก้มหน้ารับคำดุ สำนึกผิดที่ก่อปัญหา

เอาเถอะเราจะพูดเรื่องนี้กันทีหลัง รีบไปที่รถเร็วเข้าแบมแบมดันยูคยอมให้ออกเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของตน

พี่จินยอง! ชยอนูแม่งอาการแย่ลงอีกแล้วอ่ะ ตกลงพี่จะเอาไง

วีวิ่งพรวดพราดจากร้านอาหารเล็กๆ ด้านหลังตรงมาหาจินยอง ร่างบางหันไปมองลูกน้อง สีหน้าไม่สู้ดีที่ได้ยินอย่างนั้น

ตอนนี้เรามีน้ำมันกับเสบียงพอเดินทางต่อแล้วก็คงต้องเข้าเมืองไปหาคลินิกหรือโรงพยาบาลสักที่  อย่างแย่สุดต้องหาร้านขายยาที่มันมียาดีๆ กว่าไอ้ร้านขายของนั่น

แบมแบมหยุดกึก หันไปมองยังทิศที่เพิ่งเดินจากมาได้ไม่กี่ก้าว นอกจากเด็กหนุ่มตัวสูงกับผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตท่าทางน่ากลัวแล้ว ตอนนี้ยังเพิ่มชายหนุ่มหน้าตาดีอีกคนเข้ามาด้วย

เมื่อแบมแบมหยุด คนที่โดนจับแขนไว้อย่างยูคยอมเลยพลอยหยุดไปด้วย

เอาจริงหรือวะพี่..ไม่กลัวโดนแดกหรือไง ในเมืองมันเป็นนรกไปหมดแล้ววีท้วงเสียงอ่อย

แล้วมึงจะปล่อยให้มันตายไปกับแผลเน่าๆ หรือไงล่ะจินยองเครียด เพื่อชวยชีวิตชยอนูยังไงก็ต้องเสี่ยง ถึงไม่ใช่ชยอนูแต่เป็นคนอื่นในกลุ่มเขาก็จะเสี่ยง เขาจะไม่ยอมเสียใครไปอีก

เราไปศูนย์อพยพกันก่อนไหมพี่อีกแค่สองกิโลเอง ไม่เสี่ยงเท่าไหร่หรอกมั้ง ไปหลบชั่วคราวก็ได้ วิทยุมันประกาศว่าค่ายมีหมอนี่นา มียาและน้ำสะอาดด้วย พอชยอนูดีขึ้นเราค่อยเดินทางต่อ ยังไงก็ต้องรีบพาไป ไม่งั้นเลือดหมดตัวมันตายขึ้นมาทำไง

ฮันบินออกความคิดเห็นทางที่เสี่ยงน้อยลงหน่อย พวกเขาไม่ถูกกับพวกตำรวจหรือทหาร แต่มันมีความจำเป็นก็ต้องพึ่งพาพวกนั้นล่ะนะ

มึงคิดหรือว่าไอ้พวกทหารเวรนั่นจะรับเราเข้าค่าย แค่ไอ้พวกนั้นเห็นชยอนูเลือดท่วมมันคงยิงทิ้งก่อนเราจะได้อธิบายว่ามันไปโดนอะไรมาวีค้าน

แบมแบมยืนฟังทั้งหมดสนทนากัน ใจหนึ่งบอกให้ไม่ต้องสนใจเพราะคนกลุ่มนี้ท่าทางไว้ใจไม่ได้ ถ้าเปิดเผยตัวว่าเป็นหมอไม่รู้จะเป็นไงบ้าง ยูคยอมอาจไม่ปลอดภัย แต่อีกใจก็อยากช่วยในฐานะหมอที่ไม่อาจนิ่งดูดายกับคนไข้ได้

ถ้าไม่ไปค่ายแล้วจะเอาไงอ่ะฮันบินเสียงอ่อย แค่อยากช่วยออกความคิด

ถ้าไปค่ายต้องย้อนไปอีกทาง แต่เส้นทางมันถูกปิดตายเพราะไอ้พวกศพเดินได้ไปแล้วนะ

วีเอ่ยถึงอุปสรรคใหญ่  จินยองคิดหนักกับคำพูดของลูกน้องทั้งสอง ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผล  อยู่ที่เขาสินะว่าจะตัดสินใจยังไง

คุณมีคนเจ็บหรือครับ ผม..

จินยองและพวกหันมาทางแบมแบมพร้อมกันเมื่อคนหน้าหวานเอ่ยแทรกขึ้น แต่พูดไม่จบประโยคเพราะยูคยอมกระตุกแขนให้หันไปสนใจ

อย่าไปยุ่งเรื่องของเขาเลยครับเขามีอาวุธนะ เรารีบไปเถอะ แม่บอกว่าเราต้องรีบไปนี่นา ถ้าคลาดกับทุกคนที่บ้านจะทำยังไง

คำท้วงของยูคยอมมีเหตุผลจนถ่วงใจแบมแบมให้แกว่งตาม

อืม ไปก็ไปแบมแบมตัดใจที่จะยุ่งเรื่องคนอื่นเพราะเขาก็มีธุระ แม้ใจจะรู้สึกผิดที่ต้องทำเป็นไม่สนใจแต่ขอให้คนที่ถูกพูดถึงรอดชีวิตก็แล้วกัน

เดี๋ยวก่อน! เมื่อกี้จะพูดอะไร

จินยองก้าวมากระชากไหล่แบมแบมเพื่อหยุด เมื่อถูกแตะตัวหมัดหนักของคุณหมอก็สวนกลับไปตามสัญชาติญาณ แต่จินยองไวพอที่จะเบี่ยงหน้าหลบหมัดนั้นได้เฉียดฉิว

ถ้าหลบช้ากว่านี้เพียงนิดเดียวหน้าสวยได้มีรอยช้ำแน่

เกิดความเงียบขึ้นเพราะทุกคนต่างตกใจกับปฏิกิริยาที่รวดเร็วของทั้งคู่

จินยองปล่อยมือจากไหล่แบมแบม เริ่มมองอีกฝ่ายใหม่ ไม่คิดว่าจะตอบโต้เขาเร็วขนาดนี้ คงมีฝีมือป้องกันตัวเหมือนกัน

ไม่มีอะไรครับแบมแบมเก็บมือลงข้างตัว ใจหายหมด ถ้าคนตรงหน้าหลบไม่ทันได้เกิดเรื่องแน่

บอกมา!จินยองหงุดหงิด ทำไมกลับกลอกจังวะ เขาได้ยินอยู่ว่าผู้ชายคนนี้ต้องการจะพูดอะไรสักอย่าง

คุณไม่มีสิทธิ์มาตะคอกผมนะแบมแบมตอบกลับเสียงเย็น ไม่ใช้เสียงดังเข้าข่มเหมือนอีกคน

ทีตอนนี้ละอวดเก่งเชียวนะจินยองปรายตามองไปที่ยูคยอม แบมแบมเอาตัวบังเด็กหนุ่มไว้ ระวังภัยทันที

ดูจำนวนคนด้วยก็ดีนะ บอกสิ่งที่จะพูดออกมาซะจินยองข่มขู่กันซึ่งหน้าแต่แบมแบมไม่กลัวสักนิดเดียว

ศัลยแพทย์หนุ่มถอนหายใจ จำนวนคนแค่นี้เขาไม่ยี่หระหรอกแต่เกรงอาวุธที่คนพวกนี้มีต่างหาก ถ้าเผลอเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเล่นงานยูคยอมได้คงไม่ดี

ผมเป็นหมอแบมแบมตัดสินใจบอกตามตรง เด็กหนุ่มที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังตีพี่หมอ พึมพำให้ได้ยินกันสองคนว่าจะบอกทำไม

จินยองตาเบิกกว้างกับสิ่งที่แบมแบมบอก รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหวานทันควัน

จริงเหรอ! ทำไมมาอยู่แถวนี้ ไม่ได้ถูกกวาดต้อนไปอยู่ที่ค่ายหรอกเหรอ

ผมไม่ได้ไปเพราะต้องตามหาสามีกับลูกอีกสองคน

จินยองมองแบมแบมตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง ดูแล้วอายุก็น่าจะห่างกับเขาไม่มากเท่าไรมีลูกสามคนแล้วเหรอ หนึ่งในนั้นก็โตขนาดนี้แล้วนะ มีผัวตั้งแต่อายุ 13 รึไง?

แบมแบมไม่สนใจสายตากังขาของอีกฝ่าย รูดซิปเสื้อคลุมลงเล็กน้อยเพื่อให้คนตรงหน้าเห็นบัตรประจำตัวแพทย์ของตน จากนั้นรูดซิปปิดตามเดิม

ผมจะช่วยดูอาการคนของคุณให้

เพราะอะไรถึงอยากช่วยทั้งที่ฉันเพิ่งเอาปืนจ่อลูกชายนายไปเมื่อกี้จินยองเปลี่ยนคำเรียกเมื่อคนแปลกหน้ามีประโยชน์พอจะช่วยตนได้

เพราะผมเป็นหมอ ถึงไม่พอใจในสิ่งที่คุณทำกับยูคยอมแต่คนที่ชักปืนจ่อหัวเขาไม่ใช่คนเจ็บนี่ พาผมไปดูคนของคุณสิ ผมมีเวลาเหลือไม่มากแล้วต้องไปตามนัดของสามี ไม่อย่างนั้นเราจะคลาดกัน

แบมแบมย้ำถึงภาระที่ตนมี จินยองจึงหมุนกายกลับแล้วเร่งฝีเท้าเดินนำแบมแบมไปทางร้านอาหารเล็กๆ ที่ร้างเหมือนถูกทิ้งมาเป็นเดือนทั้งที่สถานการณ์ไม่สงบผ่านมาแค่ไม่กี่วัน

ภายในร้านมีข้าวของวางเกะกะไปหมด มีรอยเลือดและเศษเนื้อกระจายชวนอ้วกแต่ไม่มีพวกกัดน่ากลัว แบมแบมคิดว่าคนกลุ่มนี้คงกำจัดไปแล้ว

จินยองเดินนำแบมแบมไปทางหลังร้านที่เป็นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของพนักงาน ภายในห้องแคบๆ ที่มีล็อกเกอร์ ร่างสมส่วนของชายหนุ่มคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้น เขานอนหลับตาแต่ท่าทางกระสับกระส่ายเพราะเจ็บปวดมาก เด็กสาวหน้าตาน่ารักนั่งพับเพียบข้างๆ คอยห้ามเลือดให้ ชายเสื้อกล้ามตัวเล็กกับเสื้อยีนแขนยาวที่พันเอวคอดของเธอเปื้อนเลือดของคนเจ็บจนชุ่ม

เขาเป็นอะไร โดนกัดหรือเปล่าแบมแบมถามจินยองพลางกันยูคยอมไว้ไม่ให้เข้ามาในห้องเพื่อระวังภัย

เปล่า มันถูกยิง ช่วยผ่ากระสุนออกให้หน่อยได้ไหมจินยองเล่าสั้นๆ เฉพาะที่จำเป็น

หา? ถูกยิงยูคยอมตกใจ คนพวกนี้ไปทำอะไรมาถึงถูกยิง ตอนแรกแค่คิดว่าคงเป็นคนหวงของเฉยๆ แต่นี่ท่าทางจะเป็นคนไม่ดีกว่าที่คิดนะ

ช่วยได้ไหมจินยองไม่สนใจเสียงของเด็กหนุ่มตัวโตแต่มองหน้าแม่เด็กเขม็ง แบมแบมถอนหายใจ

ได้อยู่หรอก แต่ปัญหาคือเขาจะทนเจ็บไหวไหมแบมแบมทรุดลงนั่งคุกเข่าข้างตัวคนเจ็บ แตะชีพจรที่คอแล้วเปิดเสื้อดูบาดแผลที่บริเวณท้อง

“แผลถากแต่ก็มีเศษกระสุนฝังอยู่” แบมแบมหนักใจ กว่าจะหาเจอครบและเอาออกหมดคนเจ็บได้ทนไม่ไหวก่อนแน่

รักษามันได้หรือเปล่าจินยองไม่สนว่ามันจะเป็นแผลแบบไหน เขาอยากรู้ว่ารักษาได้ไหมเท่านั้น

อืม แต่ผมไม่มีเครื่องมือรักษาหรอก ผมไม่มีมีดที่พอจะใช้ผ่าตัดได้น่ะสิแบมแบมไม่มีมีดผ่าตัดในมือด้วยซ้ำ ของในตู้ยาบ้านมาร์คมันมีอะไรให้ใช้ได้นักหนาเล่า

มีดธรรมดาได้ไหม ไอ้วีมึงเอามีดพกมาให้หมอดูซิจินยองหันไปทางลูกน้องสามคนที่ยืนออกันที่ประตู วีรีบค้นหาของในกระเป๋าให้ทันที

เดี๋ยวก่อน มีดนั่นเคยเอาไปจิ้มผู้ติดเชื้อมาหรือยังแบมแบมไม่รับของจากมือวี จินยองมองหน้าลูกน้อง วีส่ายหน้า

งั้นก็ใช้ได้ ผมอยากได้น้ำร้อนหรือน้ำอุ่น ในร้านนี้พอจะหาทางต้มน้ำได้บ้างหรือเปล่า ผ้าสะอาดด้วย เสื้อผ้าพวกคุณก็ได้แต่ขอสะอาดที่สุด

แบมแบมดูมีดพกสารพัดประโยชน์ในมือ ถึงไม่อยากใช้ก็ต้องใช้ ตอนหนีออกจากโรงพยาบาลเขาน่าจะหยิบเครื่องมือแพทย์สำคัญติดตัวมาบ้าง ทำไมลืมคิดไปซะได้ก็ไม่รู้ สงสัยตอนนั้นจะห่วงลูกจัดจนสติไม่เหลือพอจะคิดถึงอะไร

ถ้าขับรถผ่านคลินิกหรือสถานพยาบาลคงต้องหาเครื่องมือแพทย์ติดกระเป๋าไว้บ้างแล้ว

ฮันบินเดินออกจากห้องไปหาน้ำให้หมอ ยูคยอมแทรกตัวเข้ามาในห้องนั่งข้างๆ พี่หมอ แบมแบมขอแอลกอฮอล์จากยูคยอมมาเตรียมพร้อมความสะอาดของตัวเองบ้างเพราะกระเป๋าอยู่ที่ยูคยอม

จินยองที่นั่งอยู่อีกด้านของคนเจ็บมองหมอแปลกหน้าและลูกชายที่ค้นหาของในกระเป๋ากันอีกทาง

จู่ๆ แบมแบมก็หันมามองหน้าจินยองจนร่างบางสงสัย เลิกคิ้ว

“มีอะไรหมอ”

“ทางคุณมีของอะไรที่พอจะใช้ได้บ้างไหมครับ พวกยา ผ้าก็อซ หรือะไรก็ได้ ของผมมันเหลืออยู่นิดเดียว”

“อ่อ มีๆ ” จินยองลุกไปหยิบกระเป๋าที่มียาและของทำแผลเล็กๆ น้อยๆ มายื่นให้แบมแบม หมอหนุ่มรับไปดูว่ามีอะไรใช้ได้อีกบ้าง

 

 

ที่นี่ไม่มีไฟฟ้าแล้ว ผมทำน้ำให้อุ่นได้แค่นี้อ่ะหมอ ใช้ได้ไหมครับ

ฮันบินที่หายไปพักใหญ่กลับมาพร้อมน้ำชามหนึ่ง แบมแบมพยักหน้าว่าใช้ได้แล้วจัดแจงให้วีและฮันบินจับขาคนเจ็บไว้ ส่วนตัวช่วงบนก็ให้เป็นหน้าที่ของจินยองและเยริน

ผมอยากให้พวกคุณช่วยกันกดตัวเขาไว้ตอนที่ผมผ่ากระสุนออก พยายามให้เขาดิ้นให้น้อยที่สุดนะครับ ส่วนพวกคุณก็หาผ้ามาปิดปากไว้ ห้ามพูดคุยกันเด็ดขาดตลอดเวลาที่ผมทำงาน อ้อ หาผ้ามาให้ชยอนูกัดด้วยนะ

พอทุกคนพร้อม แบมแบมก็ให้ยูคยอมคอยช่วยเป็นลูกมืออยู่ใกล้ๆ

อดทนไว้นะครับ หมอจะทำให้เร็วที่สุดนะแบมแบมบอกคนไข้ที่สติเลือนลาง แต่กระนั้นชยอนูก็ยังพยักหน้าให้

ถึงต้องใช้แรงเฮือกสุดท้ายทนก็ต้องทำล่ะ เขาไม่ยอมตายไปง่ายๆ อย่างนี้หรอก

เพียงแค่แบมแบมลงมีดกรีดเปิดปากแผล ชยอนูก็ร้องอื้ออึงด้วยความเจ็บปวดผ่านผ้าที่กัดไว้ ดิ้นพราดจนเยรินและจินยองแทบเอาไม่อยู่ แบมแบมส่งเสียงผ่านผ้าที่มัดผูกปิดปากให้ยูคยอมไปช่วยจินยองเปลี่ยนกับเยรินให้มาช่วยเขาแทน

แบมแบมพยายามเพ่งสมาธิไว้ที่แผลตรงหน้าแม้จะทุลักทุเลไปสักหน่อยเพราะคนเจ็บไม่อยู่นิ่งเลย

พอไม่มียาสลบนี่ยากจริงๆ  

หมอก็ยังคงเป็นหมอ แม้ในสถานการณ์ที่ไม่พร้อมแต่แบมแบมยังช่วยคนเจ็บเอาไว้ด้วยการผ่าตัดที่ดีที่สุดเท่าที่ทุกสิ่งจะอำนวยให้เป็นไปได้

จินยองมองการทำงานของแบมแบมตลอดเวลา ถึงเขาไม่เคยเห็นหมอผ่าตัดสดๆ นอกจากดูในละคร แต่ท่าทางหมอคนนี้คงเก่งน่าดู ไม่วอกแวกเลยสักนิด

ทุกคนลุ้นและคอยระวังชยอนูไม่ให้ขยับจนไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ มารู้ตัวกันอีกทีก็ตอนแบมแบมช่วยชีวิตชยอนูเสร็จแล้ว

แบมแบมเปลี่ยนท่าจากคุกเข่าเป็นขัดสมาธิ ถอนหายใจโล่งอกที่ครั้งนี้ก็ไม่พลาด ยูคยอมเอาผ้าซับเหงื่อที่ขมับและหน้าผากให้พี่หมอ แบมแบมบอกให้ฮันบินเอาของที่ใช้ผ่าตัดไปจัดการ

“ไม่มีเลือดและน้ำเกลือให้ จากนี้คงขึ้นอยู่กับคนไข้เท่านั้นล่ะครับว่าจะฟื้นตัวเมื่อไร เขาเสียเลือดไปมากเลย อาจจะช็อคได้”

“มันจะตายไหมหมอ” จินยองกังวลเมื่อหมอแจงด้วยสีหน้าไม่สู้ดี

“มันก็.. อ๊ะ! จริงสิ เดี๋ยวผมไปทำน้ำเกลือให้ มีน้ำดื่มสะอาดสักขวดไหม”

แบมแบมดีดนิ้วเปาะเมื่อนึกได้ จินยองพยักหน้า รีบลุกไปหาน้ำดื่มในกระเป๋ามาให้หมอ

ศัลยแพทย์หนุ่มถือขวดน้ำไว้ ลุกออกจากห้อง จินยองเดินตามไปดูว่าหมอจะทำยังไง

จินยองตามหมอไปในครัว แบมแบมวางขวดน้ำไว้บนเคาน์เตอร์แล้วหาเครื่องปรุงที่คิดว่าน่าจะมีเหลืออยู่ หาอยู่ครู่จนเจอว่าอยู่ชั้นบนก็หยิบโหลแก้วที่คิดว่าใช่ออกมาเปิดฝาแล้วจิ้มชิมรสชาติ

“หมอจะทำน้ำเกลือยังไงน่ะ” จินยองสงสัย ยันมือไว้กับเคาน์เตอร์

“ดูไว้นะครับคุณจะได้ทำให้ชยอนูดื่มได้ ใช้น้ำตาลทรายสองช้อนโต๊ะกับเกลือครึ่งช้อนชา ก็ประมาณนี้” แบมแบมใช้ช้อนตักน้ำตาลค่อยๆ เทใส่ขวดน้ำทีละนิดไม่ให้หกและตามด้วยเกลือที่ปาดออกให้ได้ปริมาณ จินยองมองและจำไว้

“ใช้น้ำต้มสุกหรือน้ำสะอาดธรรมดาก็ได้ ที่จริงใช้ 750 ซี.ซีแต่ในสถานการณ์อย่างนี้ใช้น้ำดื่มขวดเล็กก็ได้ จะได้ไม่ต้องมานั่งดูว่า 750 ซี.ซีมันแค่ไหน พอใส่น้ำตาลกับเกลือลงไปก็เขย่าขวดให้มันละลาย เท่านี้ก็ดื่มได้แล้วครับ แต่อย่าผสมทิ้งไว้นะครับเพราะถ้าดื่มไม่หมดภายใน 24 ชั่วโมงต้องเททิ้งแล้วผสมใหม่ ทำง่าย จำได้นะครับ”

“น้ำตาลสองช้อนโต๊ะ เกลือครึ่งช้อนชาใช่ไหม?”

“ครับ”

จินยองหยิบโหลน้ำตาลและเกลือมาถือ เก็บไว้ผสมน้ำเกลือให้ชยอนู แบมแบมถือขวดน้ำเดินกลับไปในห้องแต่งตัวพนักงาน

“ป้อนให้ชอยนูจิบทีละนิดนะครับ ที่จริงควรให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดแต่ในเวลาแบบนี้ผมทำให้ได้เท่านี้” แบมแบมส่งขวดน้ำให้เยรินพร้อมช้อนที่ถือติดมา เยรินพยักหน้าแล้วรับของมาจากหมอ

ผมมียาปฏิชีวนะติดมาแต่มันก็เหลือไม่มาก ผมแบ่งให้พวกคุณได้เท่านี้นะเพราะลูกผมก็บาดเจ็บเหมือนกัน เอายาให้คนเจ็บกินทุกหกชั่วโมง ระวังอย่าให้เขาขยับตัวแรงๆ เดี๋ยวแผลจะฉีก ตอนเดินทางก็ไปช้าๆ หน่อยละกันนะ หรือถ้าคุณผ่านร้านขายยาก็หายาตามนี้นะครับ ผมจะเขียนชื่อยาให้ แล้วก็วิธีทำความสะอาดแผลด้วย

แบมแบมแบ่งยาแล้วยื่นให้จินยองเก็บไว้ส่วนหนึ่งเพราะที่เหลือต้องเก็บไว้ให้ยูคยอมที่บาดเจ็บที่ขาเช่นกัน เขาค้นกระเป๋าหาปากกาและกระดาษออกมาเขียนชื่อยาหลายตัว วิธีกินว่าต้องกินครั้งละกี่เม็ดวันละกี่ครั้ง รวมถึงวิธีดูแลคนป่วยอย่างละเอียด พยายามไม่เขียนหวัดมากจนเกินไป

“ลองอ่านดูครับ ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามมาเลย” แบมแบมฉีกกระดาษออกมายื่นให้จินยอง

จินยองรับกระดาษจากหมอไปอ่านก่อนจะบอกว่าเข้าใจแล้ว จากนั้นส่งต่อให้คนอื่นๆ อ่านเพื่อจะได้ช่วยกันจำว่าต้องดูแลชยอนูยังไงบ้าง

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นแบมแบมจึงหันไปเก็บข้าวของของตนที่มีอยู่น้อยนิด ต้องรักษาตัวตามที่กำลังมีมันก็ได้เท่านี้แหละ จะนัดตัดไหมทำแผลก็คงไม่ได้ จากกันคราวนี้คงไม่ได้เจอกันอีก

ไปกันเถอะยูคยอมแบมแบมจับมือยูคยอมที่ยื่นมาให้เป็นหลักทรงตัวแล้วยันตัวลุกขึ้น ยูคยอมหยิบกระเป๋าแบมแบมมาสะพายไหล่

ขอบคุณนะครับลูกน้องทั้งสามยกเว้นจินยองก้มหัวขอบคุณหมอที่เพิ่งช่วยเพื่อนตนไว้ ต่างซาบซึ้งใจที่ในเหตุการณ์ร้ายๆ ยังมีคนใจดีอยู่ ต่อให้ในสถานการณ์ปกติพวกเขาก็ไม่ค่อยได้เจอนักหรอก

รอก่อนหมอ

แบมแบมที่กำลังจะก้าวออกจากห้องต้องหันกลับมาใหม่เมื่อจินยองเรียกตนไว้

ครับ?”

กระเป๋าหมอมีแค่ใบเดียวแค่นั้นน่ะเหรอ หรือว่ามีอีกในรถ

ใช่ครับมีแค่นี้ ผมเดินทางกันด้วยมอเตอร์ไซค์ มันใช้เก็บของอะไรไม่ได้หรอก

แบมแบมหาของที่พอใช้ได้ในห้องเก็บของด้านหลังร้านขายของแต่ไม่เจออะไรที่ใช้ได้เลย ไม่มีที่เก็บด้วย ได้แครกเกอร์รสชีสมาฝากยูคยอมแค่สองห่อ อย่างน้อยก็พอกินกันหิวได้จนกว่าจะถึงบ้านมาร์ค

จินยองคิ้วขมวด เมื่อกี้เขาเห็นว่าของในกระเป๋ามีแต่ของใช้ มันใบเล็กจนใส่แค่ของใช้นิดหน่อยก็เต็ม มีขนมแค่สองห่อเองและเป็นขนมที่ไม่อิ่มท้องด้วย แสดงว่าหมอและลูกไม่มีแม้กระทั่งเสื้อผ้าและอาหารเหรอ เหมือนหนีกันแบบฉุกละหุกไม่ได้เตรียมตัวออกเดินทางอย่างนั้นแหละ

หมอกับลูกกินข้าวครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

แบมแบมและยูคยอมมองหน้ากัน ก่อนเด็กหนุ่มจะตอบตามตรง

เมื่อกี้เจอนมที่ร้านขายของขวดนึงก็เพิ่งได้กินแค่นั้นในรอบสองวันน่ะครับยูคยอมไม่รู้ว่าพี่หมอได้กินอะไรมาบ้างก่อนเจอเขา แต่เขาเพิ่งได้กินแค่นี้จริงๆ

เป็นฝ่ายจินยองบ้างที่มองหน้ากัน โดยเฉพาะคนขี้สงสารอย่างเยรินที่รู้สึกจุกในอกเมื่อได้ฟังความลำบากของสองแม่ลูก ไม่ได้คิดว่าหมอเป็นแม่ที่ใช้ไม่ได้ปล่อยให้ลูกอด เพราะถ้ามีทางที่จะหาอาหารให้ลูกกินได้ใครจะไม่ทำ

พี่จินยอง..แบ่งอาหารให้เขาหน่อยไหมอ่ะ เขาอุตส่าห์เสียเวลาช่วยพี่ชยอนู

เอาส่วนของผมก็ได้นะวีเสนอตัวช่วย สงสารเด็กตาดำๆ

ฮันบินไปเอากระเป๋ามาซิจินยองใช้ฮันบินที่อยู่ใกล้ประตูที่สุด ร่างสูงเดินออกไปนอกห้อง ไม่นานก็กลับมาพร้อมกระเป๋าเป้และกระเป๋ากีฬาหลายใบ

มึงเอาของออกจากกระเป๋าเป้สีดำไปใส่กระเป๋าใบอื่นให้หมด แล้วเอาของกินสำหรับสองคนใส่กระเป๋าสีดำไป

ฮันบินทำตามที่ลูกพี่บอก จากนั้นก็ยื่นกระเป๋าส่งให้แบมแบมพร้อมรอยยิ้ม แต่หมอหนุ่มยืนเฉย หันไปมองหน้าจินยอง

คุณไม่จำเป็นต้องแบ่งอาหารให้เราเยอะขนาดนี้หรอกเพราะทางคุณมีคนเยอะ คนป่วยก็จำเป็นต้องได้รับอาหารอย่างเพียงพอด้วย เอาแค่นิดหน่อยสำหรับยูคยอมก็พอ

หมอไม่มีกระเพาะหรือไง เอาไปเหอะถือว่าเป็นค่ารักษาไอ้ชยอนู ถ้าไม่ได้หมอพวกเราก็ต้องไปเสี่ยงในเมืองหาหมอมารักษามัน ไอ้อาหารพวกนี้ไปหาใหม่ที่ไหนก็ได้

จินยองอยากให้จริงๆ หมอคนนี้จะไม่บอกพวกเขาว่าตัวเองเป็นหมอก็ได้ ไม่จำเป็นต้องช่วยคนแปลกหน้าที่เอาปืนจ่อหัวลูกตัวเองสักนิด แต่หมอก็ยังช่วย ถือว่าเป็นคนดี การจะช่วยคนดีไม่มีอะไรที่มากเกินไป

แบมแบมชักจะงงว่าตกลงคนชื่อจินยองนิสัยยังไงกันแน่ บางทีก็ดูน่ากลัว บางทีก็ดูใจดี..

ไม่เป็นไรครับผมไม่หิว กว่าจะหิวอีกก็คงถึงที่หมายพอดี ผมรับแค่ส่วนของยูคยอมแล้วกันนะครับ

แบมแบมปฏิเสธด้วยน้ำเสียงจริงจังแล้วหยิบอาหารส่วนหนึ่งในกระเป๋าคืนให้ฮันบินไป ฮันบินหันไปมองลูกพี่ เมื่อจินยองพยักหน้าเขาจึงรับของคืนมา

หมอมีอาวุธอะไรบ้างจินยองถามต่ออีก ไม่สนใจเรื่องหิวไม่หิวนั่น แบมแบมอึกอัก

มีดทำครัวกับไขควงอ่ะครับยูคยอมตอบให้เพราะเขาได้ไขควงจากพี่หมอมาเป็นอาวุธอันนึง

ถ้าทำได้จินยองอยากจะยกมือตบหน้าผากเลยทีเดียว

ฉันมีอาวุธติดตัวไม่มากหรอก ปืนมีกระสุนจำกัดคงให้หมอไม่ได้ แต่ดาบน่ะแบ่งได้อยู่ ใช้ดาบญี่ปุ่นเป็นไหม

แบมแบมพยักหน้า ถ้าเป็นของป้องกันตัวแบมแบมไม่ปฏิเสธหรอก

จินยองพยักหน้าให้ฮันบินหยิบดาบซามูไรแบบคาตะนะในกระเป๋ากีฬาให้หมอไป

ทำไมคุณถึงมีของแบบนี้ล่ะครับแบมแบมแปลกใจ เมื่อได้ถือดาบแล้วสัมผัสที่ได้จากดาบ ทั้งสมดุลและน้ำหนักถือว่าดีทีเดียว

ศัลยแพทย์หนุ่มมองหาตำหนิของดาบในมือก็พบว่านี่คือของดีจริงๆ ฝักไม้ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม เชือกพันฝักและด้ามก็หนาและดี เมื่อลองชักออกดูก็เห็นคอดาบทำจากทอง ใบดาบทำละเอียดขอบคม รูปทรงปลายใบดาบเป็นแบบลับหักมุม

ของเก่าทำฮามอนแท้ แข็งแรง ฟันไอ้ศพเดินได้เป็นร้อยเป็นพันคนได้สบาย

จินยองบรรยายสรรพคุณของอาวุธแทนที่จะตอบคำถามเรื่องที่มาของมัน หมอท่าทางจะมองอาวุธเป็น ดูจากไอ้ท่าทางการพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนนั่น

แบมแบมสบตาจินยองรู้ว่าอีกฝ่ายไม่อยากพูดถึง ดูจากท่าทางของแต่ละคนที่นี่แล้วอาจจะเป็นคนที่มีอาชีพน่ากลัวและอันตรายก็ได้ ประชาชนคนทั่วไปที่ไหนจะมีปืนและดาบญี่ปุ่นติดตัวเป็นกระเป๋า

คงราคาสูงอยู่นะครับ

ไม่เท่าไหร่หรอกแบมแบมอมยิ้ม คุณคนนี้ตอบแบบไม่ใส่ใจซะด้วย

ผมคงรับของราคาสูงไว้ไม่ได้หรอกครับแบมแบมคิดว่าไปคืนดีกว่า

ไม่ต้องหรอกหมอ ฉันมีของติดตัวอีกหลายอย่าง ถือกันคนละสองมือยังถือไม่พอเลย อ้อ นั่นดาบวากิซาชิเอาติดตัวไว้สิยูคยอม เป็นลูกผู้ชายแถมยังโตแล้วยังไงก็ต้องรู้จักดูแลแม่ด้วยเข้าใจไหม ไม่ใช่ให้แม่คอยปกป้องเราอย่างเดียว นั่นน่ะของดีไม่แพ้ดาบที่แม่เราได้ไปหรอก ถือว่าแทนคำขอโทษจากฉันที่ทำร้ายนาย จินยองเอ่ยกับหมอแล้วต่อด้วยลูกหมอ อยากขอโทษจากใจจริงที่เสียมารยาทก่อนหน้านี้

ดาบซามูไรแบบวากิซาชิที่จินยองให้ยูคยอมนั้นตัวดาบสั้นกว่าคาตะนะในมือแบมแบมแต่เป็นดาบที่ทำฮามอนแท้เช่นกัน ฝักดาบทำจากไม้เนื้อแข็งและทำสีดำ ด้ามทำจากไม้เนื้อแข็งอย่างดี ยูคยอมดูแล้วมันก็สวยและคล่องมือดีนะ แต่เสียอย่างเดียว..

ยูคยอมใช้ไม่เป็น

ครับ ขอบคุณครับยูคยอมขอบคุณจินยองแล้วรับของจากฮันบินมาถือ พี่แบมแบมท่าทางจะใช้ดาบเป็นเดี๋ยวค่อยให้พี่แบมแบมสอน

ขอบคุณครับเมื่ออีกฝ่ายยืนยันอยากให้จริงๆ แบมแบมก็จะรับไว้ ยังไงดาบมันก็ต้องดีกว่ามีดทำครัวอยู่แล้ว

มันแค่ของเล็กน้อยเทียบไม่ได้กับชีวิตน้องฉันหรอก เผื่อไม่ได้เจอกันอีกก็ถือว่าตอบแทนไปแล้ว แต่ถ้าไม่มีฝั่งไหนตายไปซะก่อนถือว่าฉันติดหนี้หมอไว้ครั้งนึง ไว้มีโอกาสได้เจอกันอีกและหมอต้องการให้ช่วยก็บอก

แม้น้ำเสียงหวานจะเอ่ยกระด้างแต่แบมแบมสัมผัสได้ถึงความจริงใจ คนเรานี่ดูภายนอกไม่ได้จริงๆ บางทีความรุนแรงที่จินยองแสดงออกมาอาจมีสาเหตุ

คุณเป็นคนดีกว่าที่คิดนะ

แบมแบมเดินนำยูคยอมออกไปก่อน ยูคยอมหันมาขอบคุณจินยองแล้วรีบตามหมอไป

จินยองนั่งอึ้งกับคำชมจากคนแปลกหน้า

ฮันบิน เยริน และวีมองหน้ากันไปมาแล้วตัดสินใจแยกไปหาที่นอนของใครของมัน ต่างมีรอยยิ้มติดหน้าแต่ไม่เอ่ยอะไรต่อกัน

พี่จินยองเนี่ยนะโดนชมว่าเป็นคนดี หมอต้องมาอยู่กับพวกเราสักเดือนถึงจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

 

 

 

ขอโทษด้วยนะยูคยอมแบมแบมเอ่ยกับเด็กนักเรียนเมื่อเดินมาที่รถตัวเองแล้ว ยูคยอมมองหน้าแบมแบม งงว่าอีกฝ่ายขอโทษตนเรื่องอะไร

ครับ?”

ที่อ้างไปว่านายเป็นลูกพี่ไง คงรู้สึกไม่ดีใช่ไหม ขอโทษด้วยนะ

แบมแบมไม่ได้ตั้งใจจะเอ่ยอ้างแบบนั้น แต่ในนาทีนั้นเห็นยูคยอมก็เหมือนเห็นอเล็กซิส ยูคยอมเพิ่งเสียพ่อแม่ไป การที่เขาอ้างแบบนั้นเป็นการเสียมารยาทต่อยูคยอมด้วย

ไม่เป็นไรหรอกครับ พี่ทำเพื่อช่วยผมนี่นายูคยอมเข้าใจดี ไม่คิดอะไรอยู่แล้ว

แต่มันก็อ้างอย่างอื่นได้นะ เป็นน้องก็ได้ แต่ดันพลั้งปากไปแบบนั้นคงเพราะนายอายุพอๆ กับลูกพี่ด้วยล่ะนะเลยเผลอไป

ผมไม่ได้คิดมากหรอกครับ พี่ไม่ต้องขอโทษผมเลย ผมดีใจซะอีกที่พี่ช่วยผมไว้”           

งั้นเหรอ..

พี่ครับ

หืม?”

พี่ไม่ส่งผมไว้ที่ศูนย์อพยพได้ไหม ผมขอไปกับพี่ด้วยได้หรือเปล่า

แต่มันลำบากนะ ไปอยู่ที่ศูนย์รอจนกว่าสถานการณ์จะปกติมันปลอดภัยกว่า

ถึงจะปลอดภัยแต่ผมก็ต้องอยู่คนเดียว

“…”

ตอนนี้ผมเหลือตัวคนเดียวแล้ว พี่ทำอย่างที่พูดไปไม่ได้เหรอครับ

อะไรเหรอ

รับผมเป็นลูกอีกสักคนสิครับ..ได้ไหมยูคยอมหน้าเศร้า เขารู้ว่านี่มันเรื่องใหญ่และเป็นการเอาแต่ใจจนเกินไป แต่เขาไม่มีใครแล้วจริงๆ

            แบมแบมคิดหนัก การดูแลใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าวันหนึ่งเขาดูแลเด็กคนนี้ไม่ได้ล่ะจะทำยังไง

            ศัลยแพทย์หนุ่มมองสบสายตาเว้าวอนของอีกฝ่าย

เด็กวัยรุ่นอย่างยูคยอมคงต้องการคนดูแล ถ้าอเล็กซิสและออสตินลำบาก เขาก็อยากให้มีคนใจดีช่วยเหลือลูกเขาเหมือนกัน

เมื่อตัดสินใจได้แบมแบมก็ยิ้มให้อีกฝ่าย

ได้สิ

 

 

 

 

            “ทำไมเราต้องออกมาทำอะไรแบบนี้ด้วยวะ แม่งโคตรน่าเบื่อเลย

            ทหารหนุ่มคนหนึ่งสบถหัวเสียขณะกระโดดลงจากจิ๊บดอจสีเขียว ดึงหน้ากากป้องกันออกอย่างหงุดหงิด ทหารอีกสามนายทยอยลงจากรถสวมเครื่องป้องกันเต็มอัตรา อาวุธครบมือ

            “แกจะบ่นให้ได้เหี้ยอะไรขึ้นมาหัวหน้ากลุ่มปรายตามอง คนบ่นหันหน้าไปทางอื่น ถอนหายใจเฮือก จะมีเรื่องด้วยก็เกรงใจ

            “แถวนี้ไม่น่าจะมีคนเป็นๆ แล้วมั้ง มันเงียบวังเวงซะขนาดนี้ทหารอีกคนเอ่ยออกมาระหว่างมองไปรอบพื้นที่ที่พวกเขามาสำรวจหา ผู้รอดชีวิตที่โดนกัด’ 

            “ฉันจะขึ้นไปค้นบนตึกB กับนัมจุน ส่วน โดอุน ไปกับแบรนดอน ที่ตึกA” หัวหน้าหนุ่มหล่อหยิบซองบุหรี่ออกจากกระเป๋ากางเกง ดึงมวนหนึ่งออกมาคาบที่ปากแล้วยื่นมือออกไปให้คนอื่นมาหยิบไปบ้าง

            นัมจุนควานหาไฟแช็กในกระเป๋าจุดบุหรี่ให้หัวหน้าพลางบ่นพึมพำ

            “พี่คิดว่าจะเจอใครหรือไง คงไม่โชคดีขนาดนั้น ทำไมเราต้องมาทำงานรับใช้ไอ้พวกนั้นด้วย บ้าชะมัด ทุกวันนี้ก็งานล้นมือจนไม่มีเวลาไปหาพ่อแม่แล้วเนี่ย

            “เราหาคนเป็นๆ แล้วโยนลงกลางฝูงพวกกัดไปเลยดีไหม จะได้รู้ไปเลยว่ามีคนที่โดนกัดแล้วไม่ตายหรือเปล่า

แบรนดอนบ่นอย่างเหนื่อยอ่อน เมื่อคืนก็ยืนเวรเฝ้าประจำการที่ค่าย เหนื่อยจะตายห่ายังต้องออกมาตามหาคนอีก

            “แกโยนคนเป็นลงไปในฝูงแกคงได้แต่เศษเนื้อหรอกนะ มันจะเอาไปทดลองอะไรได้วะ นี่แกโง่จริงๆ หรือแกล้งโง่ ถ้าคิดจะทำอย่างนั้นไม่ต้องมาอยู่กับฉัน

            แจ็คสันตบหัวลูกน้องที่คิดน้อยไปอีกทีหลังด่าเสร็จ

สองวันที่ผ่านมา แจ็คสันถูกสั่งให้พาลูกน้องออกลาดตระเวนหาคนที่ถูกกัดแต่ไม่ติดเชื้อเพราะต้องการเอาตัวไปให้พวกนักวิจัยเจาะเลือดแล้วค้นคว้าหาวิธีรักษาโรค มันก็เป็นงานน่าเบื่ออย่างที่ลูกน้องเขาว่าจริงๆ การจะเจอคนที่โชคดีอย่างนั้นมันเกิดขึ้นได้น้อยมากจนแทบไม่น่าเกิดขึ้นได้เลย หลายคนที่เคยเอาตัวไปเพราะเห็นว่าถูกกัดนั้น คนที่อยู่ได้นานสุดก็แค่แปดชั่วโมงแล้วก็กลายเป็นพวกกัด ทุกคนเหนื่อยมากจนไม่คาดหวังอะไรแล้ว

และนอกจากนี้แจ็คสันยังได้ยินจากหน่วยอื่นว่ามี ทหารบางคน เบื่อภารกิจนี้เลยเอาพวกกัดไปขังไว้จากนั้นก็หาคนที่ปกติโยนเข้าไปแล้วรอดูว่าจะติดเชื้อหรือเปล่า ซึ่งร้อยละร้อยผลออกมาล้มเหลว คนที่ดวงซวยโดนกินไส้ซะเอร็ดอร่อย

            ไอ้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่พอเห็นว่ามีทหารมาช่วยก็ดีใจ สุดท้ายตายห่าไปฟรีๆ

            ถ้าไม่เป็นคนมีประโยชน์และไม่ได้เดินไปหาค่ายเอง เลี่ยงทหารได้ก็เลี่ยงแม่งเหอะ บางทีซวยไปเจอทหารเลวๆ นี่ชีวิตบัดซบคูณสิบไปเลย

            บางครั้งแจ็คสันอยากจะป่าวประกาศแบบนี้ล่ะว่าให้ประชาชนระวังตัว แต่เกรงจะไปขัดขาใครเข้า ชีวิตตอนนี้ก็เส็งเคร็งมากพอแล้วเลยไม่อยากมีเรื่องกับพวกเดียวกัน มันหงุดหงิด จุกจิกกวนใจ

            “แหะ ล้อเล่นนิดเดียวเองน่าลูกพี่หนุ่มลูกครึ่งยิ้มเจื่อน 

มึงก็ไปกวนประสาทพี่เขานะ รู้อยู่ว่าลูกพี่เขาหงุดหงิดที่หมอคนสวยไม่ไปค่ายสักทีโดอุนเอ่ยยิ้มๆ

“หมอคนนั้นไปค่ายอื่นรึเปล่า หรือไม่ก็อาจจะเป็นพวกกัดเดินเตร่อยู่ไหนสักแห่งไปแล้วก็ได้ อยากเห็นหน้าเหมือนกันเนอะ” แบรนดอนเอ่ยเสริม

แกสองตัวจะเงียบได้หรือยัง ต้องให้กระทืบสักคนละทีไหม

คอมแบตสีดำยกขึ้นอวดว่าอยากยื่นไปประทับตามตัวคนพูดมาก ลูกน้องรีบส่ายหน้ากันพรืด แยกย้ายไปทำหน้าที่ตัวเอง

           

 

 

 

ตึง!!

เสียงกระแทกประตูจากด้านในห้องนอนพี่ชายทำให้ชายหนุ่มหน้าตาน่ารักขวัญผวา  เขาเอาโต๊ะไปขวางประตู ถอยออกจากหน้าห้องช้าๆ

            “ผมขอโทษครับพี่..ฮึก..ผมตามทำตามที่พี่สั่ง..ไม่ได้ ทำไม่ไหวจริงๆ

            ชายหนุ่มร้องไห้โฮด้วยความเจ็บปวดเหมือนหัวใจจะแตกสลาย

ยองแจ เหลือน้องสาวอีกคนที่ต้องปกป้องแต่เขาก็ไม่อาจฆ่าพี่ชายร่วมสายเลือดได้ เขามันอ่อนแอ การปล่อยให้พี่ติดเชื้ออยู่แบบนี้อาจเป็นการทรมานพี่ทางอ้อม แต่เขาไม่อยากให้พี่ตายไปจริงๆ

ยองแจหวังแม้จะรู้ว่าสิ้นหวัง เขายังเชื่อว่าสักวันอาจมียาที่รักษาคนที่ป่วยโรคนี้ได้ เขาจึงเอาเนื้อสดทั้งหมดที่มีในตู้เย็นและขนมวางไว้ในห้องแล้วขังพี่ชายเอาไว้

ถึงเราจะไม่สามารถพูดคุยหรือกอดกันได้อีก แต่ในเวลานี้ยองแจก็ทำหน้าที่น้องชายดีที่สุดได้เท่านี้เอง แม้ต้องอยู่คนเดียวแต่อย่างน้อยพี่ก็จะมีอะไรกิน

ยองแจร้องไห้จนพอใจแล้วจึงเปิดประตูห้องนอนตัวเองเข้าไป เช็ดน้ำตา พยายามเช็ดมือที่เปื้อนเลือดกับกางเกงยีนที่สวมอยู่แล้วหาเสื้อตัวใหม่ใส่

ยองจี..ยองแจเรียกชื่อน้องสาวเพียงคนเดียวขณะเดินไปยังตู้เสื้อผ้าที่เขาให้น้องเข้าไปหลบตอนจัดการพี่ชาย 

ยองจี..นี่พี่เอง อย่าเพิ่งลืมตานะที่รัก ชายหนุ่มจับร่างน้อยที่นั่งซุกหน้ากับเข่าตัวเอง

เด็กหญิงตัวเล็กหลับตาปี๋ ร่างกายสั่นเหมือนลูกนก มือน้อยเอื้อมคว้ามาข้างหน้าไม่มีทิศทางจนแตะเข้าที่บ่าบางของพี่ชายได้ก็ซุกกอดเขาทันที

ไม่เป็นไรนะ พี่จะดูแลยองจีเองแต่ยองจีอย่าร้องนะ ต้องเงียบไว้รู้ไหม

เสียงจะดึงดูดคนที่เหมือนพี่ให้มาทำร้ายเรา พ่อบอกทุกคนอย่างนั้น

 

ยองแจกลับจากหอพักของมหาวิทยาลัยมาอยู่บ้านในรอบห้าเดือน ทุกอย่างบนโลกนี้ปกติดีจนกระทั่งเมื่อหลายวันก่อน พ่อโทรเรียกเขากลับบ้านเพราะอยากให้อยู่ด้วยกันไว้ พ่อบอกว่าโรคระบาดนั้นร้ายแรงและที่มหาวิทยาลัยก็มีคนจำนวนมากเกินไปจนเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ยองแจควรกลับบ้านและรอจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะซาลง

พ่อไม่พาทุกคนไปศูนย์อพยพ พ่อคิดว่าแค่เราหลบอยู่ในบ้านเดี๋ยวสถานการณ์มันก็จะดีขึ้น ในบ้านปลอดภัย มีทุกอย่างพร้อมโดยไม่ต้องไปแย่งกับใครในศูนย์

พ่อออกไปทำงานและกลับบ้านพร้อมรอยกัดที่ขา ทุกคนกลัวมาก กลัวว่าพ่อจะตายเพราะยังไม่มีทางรักษา  พี่ยองวอน ยืนกรานว่าจะพาพ่อไปโรงพยาบาลแต่แม่ห้ามไว้ เพราะถึงไปโรงพยาบาลก็ต้องถูกกักตัวไว้ ไม่สามารถรักษาได้ และแม่ไม่รู้ว่าหมอจะทำอะไรกับพ่อบ้าง แม่กลัวว่าพ่อจะไม่ได้กลับมาอีก

เวลาผ่านไปห้าชั่วโมงพ่อยังปกติ มีตัวร้อนบ้างนิดหน่อย เราทุกคนใจชื้นและคิดว่าพ่อคงไม่เป็นไร พ่อเป็นคนแข็งแรงอาจมีภูมิคุ้มกัน

และระหว่างที่วางใจว่าทุกอย่างยังปกติ พ่อเปลี่ยนไปและทำร้ายแม่ ยองวอนเข้าไปช่วยเลยโดนกัดไปด้วยกัน

นาทีนั้นเราทุกคนถึงรู้ว่าไม่ว่าจะยังไงทุกคนก็ต้องติดเชื้อ..ถ้าถูกกัดเท่ากับไม่มีความหวัง

แม่อยู่ได้สามชั่วโมง น้อยกว่าที่เราคิดกันไว้ แม่ไม่อยากทำร้ายลูก พอตัวร้อนแม่ก็ตัดสินใจฆ่าพ่อและฆ่าตัวตายตามไป

 

ร่างบางอุ้มน้องสาวลุกขึ้นยืน มองรูปครอบครัวและรูปคู่ของเขากับพี่ชายบนโต๊ะหนังสือทั้งน้ำตา

 

          ‘พี่ช่วยแกเก็บของเสร็จแล้ว ดูแลยองจีด้วยนะ รถพี่ที่แกอยากขับ ตอนนี้มันเป็นของแกแล้ว พาน้องไปศูนย์อพยพ

อาจฟังดูเห็นแก่ตัวแต่พี่ไม่กล้าฆ่าตัวตายว่ะ ถ้าพี่เป็นเหมือนพ่อแม่เมื่อไรแกต้องฆ่าพี่นะ อย่าปล่อยให้พี่ออกไปทำร้ายคนอื่นอีก ตายด้วยมือแกพี่คงตายตาหลับกว่าออกไปเดินเพ่นพ่านแล้วถูกคนอื่นฆ่าตาย

 ‘แปดชั่วโมงแล้ว..ทำไมพี่อยู่ได้นานจัง

พี่รักแกกับยองจีนะ ไม่ต้องเสียใจ อยู่ต่อไปให้ได้นะ รับปากพี่นะยองแจ มีชีวิตแทนพี่ด้วย

 

ผมจะอยู่ต่อไปและต้องหาทางรักษาพี่ให้ได้ ผมสัญญายองแจพึมพำเบาๆ กับตัวเอง

ร่างบางจับมือน้องสาววัย 8 ขวบไปนอกห้องนอน กระเป๋าสองใบถูกจัดไว้เรียบร้อย มีของจำเป็นที่ต้องใช้อยู่เต็มแน่น

ชายหนุ่มเดินไปหยิบรูปครอบครัวห้าคนใส่ในกระเป๋าที่ต้องสะพาย มองไปทางห้องนอนของพ่อแม่อีกครั้ง

ยองแจเดินไปที่ห้องนั้น เปิดประตูมองร่างสองร่างที่นอนเคียงกันบนเตียงเหมือนคนนอนหลับเป็นครั้งสุดท้าย เช็ดน้ำตาแล้วล็อกห้องไว้ตามเดิม

นักศึกษาหนุ่มเดินไปส่องที่ช่องเล็กๆ ตรงประตู ในระยะสายตาเขาเห็นกำแพงที่เต็มไปด้วยเลือด และประตูห้องตรงข้ามเปิดอ้า

ยองแจกลืนน้ำลายหนืดลงคอ สูดลมหายใจเรียกความกล้า หลบอยู่ในบ้านก็อยู่ไปได้ไม่กี่วัน คงรอความช่วยเหลือจากใครไม่ได้แล้ว โทรศัพท์ก็ใช้ไม่ได้ อินเทอร์เน็ตก็ไม่มีสัญญาณ

ถ้าอยากรอดต้องไปที่ศูนย์อพยพ เขาต้องไปที่รถของพี่ที่ลานจอดรถใต้ดิน ลิฟต์คงใช้ไม่ได้แล้วมีแต่ต้องลงบันได และเขาไม่คิดว่าบันไดจะปลอดภัย อาจมีคนติดเชื้ออยู่ก็ได้

ไปทางหนีไฟคงดีที่สุด

เอาล่ะยองจี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต้องเงียบไว้นะ เราจะไปศูนย์อพยพกัน

พ่อกับแม่ไม่ไปเหรอคะ พี่ยองวอนล่ะเด็กน้อยที่อายุห่างจากพี่ชาย 13 ปีถามโดยไม่รู้ความจริง

ชายหนุ่มกล้ำกลืนความโศกเศร้าฝืนทำเสียงให้สดใสที่สุด หยิบที่ปิดตารูปการ์ตูนใส่ให้น้องสาว

พ่อแม่ไปรอที่โรงพยาบาลจ้ะ พ่อกับแม่ไม่สบายจำได้ไหม

ได้ค่ะ ทำไมหนูต้องปิดตาด้วยล่ะคะ ยังไม่ได้จะนอนสักหน่อยเด็กน้อยพยักหน้าหงึก เอ่ยถาม พี่ชายแกะอมยิ้มให้น้องอมไว้

เดี๋ยวพอถึงรถพี่จะเอาออกให้นะ ไปกันเถอะ ขี่หลังพี่นะชายหนุ่มย่อกายลงนั่ง มือน้อยปัดป่ายจนเจอบ่าแล้วโถมตัวเข้าหา กอดคอพี่ชาย

ยองจียังเด็ก ยองแจไม่รู้ว่าน้องจะรับมือกับสถานการณ์ตอนนี้ได้ไหม และไม่รู้ว่านอกบ้านจะเลวร้ายแค่ไหนด้วย จะมีคนที่เหมือนพ่อแม่และพี่ยองวอนเต็มไปหมดหรือเปล่า แต่ยองจีจะต้องไม่เห็นและไม่ส่งเสียงร้อง ถ้ายองจีกลัวเขาคงพาน้องไปถึงศูนย์อพยพไม่ได้แน่

ยองแจอยากอยู่รอที่บ้าน ไม่อยากพายองจีออกไปลำบาก แต่ผ่านไปหลายวันแล้วความช่วยเหลือก็ยังไม่ถูกส่งมาที่เขตนี้  ยองแจจึงตัดสินใจไม่รออีกแล้ว

 

 

ทันทีที่ยองแจก้าวเท้าออกจากบ้านก็ขนลุกไปทั้งตัว ความกลัวแล่นไปถึงไขสันหลัง รู้สึกมวนที่ท้องจนแทบอาเจียนเมื่อทางเดินเต็มไปด้วยเลือดและชิ้นส่วนมนุษย์กระจัดกระจาย..                        

นี่เองสินะต้นตอของเสียงกรีดร้องที่ดังทะลุเข้าไปในบ้านแม้บ้านจะเป็นห้องเก็บเสียง ต้องเจ็บปวดมากขนาดไหนถึงกรีดร้องกันได้ขนาดนั้น ยองแจนึกความรู้สึกนั้นไม่ออกเลย

เหม็นจังเสียงเล็กๆ กระซิบอู้อี้ใกล้หูที่ชาย

ยองแจได้สติหันไปล็อกบ้านก่อนก้าวขาสั่นๆ เดินหลบแอ่งเลือดและกองซากที่เหม็นเน่าของเพื่อนบ้านให้เงียบกริบที่สุด เขากลัวว่าห้องที่เปิดประตูอ้าออกจะมีบางสิ่งบางอย่างโผล่ออกมา..

แต่ละย่างก้าวเต็มไปด้วยความกังวล เหมื่อเม็ดใหญ่ไหลลงจากขมับไปถึงสันกราม ยองแจแทบหยุดหายใจด้วยความกลัว 

อย่าพูดนะยองแจกระซิบเบาๆ น้องสาวพยักหน้าหงึก

ระยะทางไปบันไดหนีไฟช่างยาวไกลเหลือเกิน ยองแจอยากจะวิ่งรวดเดียวให้ถึง แต่กลัวว่าจะทำให้เกิดเสียงรองเท้ากระทบพื้นจนดังเกินความจำเป็น ค่อยย่องไปช้าๆ คงดีกว่า

กลิ่นเหม็นเน่าโชยมาทุกทิศทางจนยองจีไอค่อกแค่ก เสียงไอของน้องทำให้ยองแจตื่นตัว

เอาวะ วิ่งก็วิ่ง อย่างน้อยต้องวิ่งไปให้พ้นไอ้กลิ่นชวนอ้วกนี่ ไม่งั้นยองจีทนไม่ไหวแน่       

จับพี่ไว้ให้แน่นๆ นะยองแจกระซิบกับน้องสาวแล้ววิ่งทันที

แฮ่

เสียงชวนขนลุกดังขึ้นจากทางขวา ยองแจหันไปมองเสียงนั้น ตัวแข็งทื่อเมื่อสบตาแดงก่ำของชายกลางคนร่างท้วมที่เนื้อตั้งแต่คอถึงอกด้านซ้ายหายไปจนเห็นกระดูกขาวโพลน

ร่างนั้นออกจากห้องเดินมาหายองแจทันที ยองแจสะดุ้งเฮือกถอยไปชนประตูห้องทางซ้าย ยองจีร้องโอ๊ยจนยองแจได้สติ

พี่ขอโทษนะยองจียองแจหันกลับแล้ววิ่งหนีร่างที่น่าสยองไปทางบันไดอย่างรีบร้อนด้วยความกลัว มีหลายครั้งที่เหยียบย่ำลงไปบนกองเลือดและกองสมองจนทำให้เกือบล้ม แต่สัญชาติญาณเอาตัวรอดบอกยองแจว่าถ้าเขาไม่วิ่งเขากับน้องได้ตายอยู่นี่แน่ๆ

มีอะไรคะ พี่วิ่งทำไมยองจีตกใจ

เกาะพี่ไว้แน่นๆ นะ!ยองแจรีบวิ่งลงบันไดไม่มีอารมณ์คิดหาคำตอบดีๆ มาบอกน้อง

เสียงวิ่งลงบันไดของยองแจนั้นสะท้อนก้องไปทั่วชั้นที่วิ่งผ่านเพราะความเงียบสงัด ยองแจไม่กล้าหยุดที่ชั้นไหนเพื่อขอความช่วยเหลือ คิดอย่างเดียวว่าต้องหนีผู้ติดเชื้อน่ากลัวที่ไล่ตามมาให้ได้ และถึงมีคนยังหลงเหลืออยู่ในตึกแต่คงไม่มีใครเปิดประตูออกมาต้อนรับหรอก

มันไม่ได้มีผู้ติดเชื้อคนเดียวที่วิ่งตามยองแจ เสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากกว่าสองที่ตามมายิ่งเร่งให้ยองแจรีบหนีให้ไกลและไวที่สุด

ระหว่างที่วิ่งนั้น เจอข้าวของอะไรที่พอจะขวางทางให้ผู้ติดเชื้อช้าลงได้ยองแจก็ทำหมด

ว้าย!ยองจีผวาเมื่อร่วงจากหลังพี่ชายลงไปกับพื้น ยองแจใจหาย เขารีบเกินไปจนลื่น ร่วงจากบันไดสองขั้นลงไปกองกับที่พักบันไดระหว่างชั้น

โอ๊ย!ยองแจเจ็บแปลบที่ข้อเท้า ในเวลาแบบนี้ดันมาขาเคล็ดซะได้ บ้าจริง!

ยองแจตะเกียกตะกายลุก อุ้มน้องสาวแนบอกแล้วเกาะราวบันไดวิ่งต่อไป

โธ่เอ๊ย!ยองแจสบถเพราะเจ็บจนน้ำตาแทบร่วง ความเร็วลดลงจนน่าใจหาย ร่างบางตัดสินใจดึงที่ปิดตาของน้องออก ขืนให้เขากระเตงน้องไว้กับตัวแบบนี้ ความเจ็บที่ขาจะทำให้เขาพาน้องรอดไปไม่ได้

ยองจีวิ่งลงไปชั้นล่างเร็วเข้า เจอผีน่ากลัววิ่งตามก็อย่าหยุด ถ้าหนีไม่ทันก็หาที่หลบนะ ลงไปเร็ว!

ผะ..ผีเหรอคะเด็กน้อยน่ารักเสียงสั่นด้วยความกลัว

มันเป็นปีศาจกินคน หนูต้องวิ่งไปเดี๋ยวนี้แล้วพี่จะตามไป ไม่ว่าหนูจะไปอยู่ไหนพี่จะหาหนูให้เจอ ไปเร็วสิ!ยองแจผลักน้องให้ออกวิ่ง ยองจีมองหน้าพี่ชาย ลังเลและหวาดกลัวจนไม่อยากห่างพี่

ไป!เมื่อถูกตวาดเด็กน้อยก็สะดุ้งเฮือกแล้ววิ่งลงบันไดไปทันที

ยองแจกัดฟันข่มความเจ็บที่ข้อเท้าแล้วเดินต่อ ตัดสินใจทิ้งกระเป๋าไว้หนึ่งใบเพื่อลดภาระ หยิบมีดเล่มเล็กออกมาถือไว้เผื่อได้ใช้

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน มันเลวร้ายกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้ก่อนออกจากบ้านเสียอีก จากสภาพแวดล้อมที่เห็นมันไม่เหมือนเกิดโรคระบาดเลย เหมือนมีฆาตกรโรคจิตคุ้มคลั่งคอยทำร้ายต่างหาก

ตาลุงตัวเหวอะนั่นยังวิ่งตามเขาได้ทั้งที่สภาพน่าจะตายไปแล้ว ที่สุดของเรื่องเหลือเชื่อเลย โคตรขนลุก

            ถ้าวิ่งไม่รอดสงสัยต้องปักหลักสู้แล้ว แม้จะกลัวจนสั่นไปหมดแล้วก็เหอะ!

 

 

 

 

 

ฮือ..

เสียงร้องไห้ของเด็กที่ดังมาจากชั้นบนทำให้ทหารหนุ่มที่กำลังเดินขึ้นไปชะงักกึก

หยุดทำไมแจ็คสันที่เดินตามมาเอ่ยถามลูกน้องที่จู่ๆ ก็หยุดกะทันหัน

พี่ได้ยินเสียงอะไรไหมนัมจุนกระซิบกระซาบ แจ็คสันดีดขี้บุหรี่ใส่ อารมณ์เสีย

เสียงเด็กร้องไห้

นั่นแหละ ผีรึเปล่า

ขี้ขึ้นสมองนะ แทนที่จะกลัวพวกกัดดันมากลัวผีเนี่ยนะ กลางวันพระอาทิตย์จ้าขนาดนี้ผีที่ไหนจะออก หลบไปไป๊แจ็คสันทิ้งบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้เท้าขยี้ซ้ำ เดินเลี่ยงวิ่งนำขึ้นไปก่อน ลูกน้องเลยต้องวิ่งตาม

กรี๊ด!

แจ็คสันชะงักเมื่อวิ่งขึ้นไปได้สิบกว่าขั้นแล้วเจอเด็กหญิงตัวขาวหน้าตาน่ารักนั่งซุกตัวกับมุมบันไดร้องไห้โฮ พอเจอหน้าเขาก็ร้องกรี๊ด

หล่อขนาดนี้ยังมากรี๊ด เดี๋ยวเถอะ!

ไงหนูน้อย ทำไมมาร้องไห้ตรงนี้คนเดียวครับ พ่อแม่ไปไหน”  แจ็คสันเดินเข้าไปหาช้าๆ ส่งยิ้มให้เด็กไม่กลัว ยองจีสะอื้นฮัก มือน้อยยกขึ้นปาดน้ำตาบนแก้ม

พ่อ..ฮึก แม่..ฮือ ไปโรงบาลค่ะ

อ่าว ทำไมมาอยู่คนเดียวตรงนี้ล่ะ หนูไม่ไปด้วยเหรอเด็กน้อยยังไม่ทันตอบก็ต้องสะดุ้งอีกเพราะมีพี่ชายวิ่งมาอีกคน แจ็คสันนั่งยองตรงหน้าเด็ก

            “ว่าไงครับ

วิ่ง อึก..วิ่งหนีมาค่ะ พี่ชายอยู่ข้างบน ฮึก..ยังไม่ลงมา หนูกลัวยองจีวิ่งลงมาแล้วเห็นเลือดกับภาพน่าสยองระหว่างทางก็กลัวจนวิ่งไปถึงชั้นล่างไม่ได้ เธอเลยหยุดร้องไห้อยู่ตรงชั้นสาม

พี่ชายหนูโดนกัดไหม?” ลูกน้องแจ็คสันถามสอดขึ้น แจ็คสันหันมามองตาดุ

ไอ้นัมจุน!

แหม่ พี่อย่าลืมสิว่าภารกิจเราคืออะไร ผมก็แค่ลองถามดู

            “กัด..กัดอะไรคะ?” ยองจีงง น้ำตาอาบแก้ม ไม่เข้าใจว่าพี่ชายถามเรื่องอะไร

แกดูเด็กอยู่ตรงนี้เดี๋ยวฉันขึ้นไปหาเอง นี่หนูน้อย พี่อยู่ชั้นไหนครับ

น้ำเสียงของแจ็คสันสองมาตรฐานจนลูกน้องแอบเบ้ปากใส่ คนเถื่อนอย่างลูกพี่ทำตัวอ่อนโยนกับเด็กมันไม่ใช่ว่ะ

มะ..ไม่รู้ค่ะยองจีจำไม่ได้ พอพี่ให้วิ่งเธอก็วิ่งมาเลย

แจ็คสันถอนหายใจ เลิกคั้นหาความจากเด็ก เขาลุกขึ้นแล้ววิ่งไปชั้นบน ได้ยินเสียงเอะอะหรือเห็นใครโดนรุมกินก็คงเป็นพี่ชายเด็กนี่นั่นแหละ

พอแจ็คสันวิ่งหายไปแล้วนัมจุนก็ยื่นมือให้เด็กจับ ยองจียื่นมือมาหา กล้าๆ กลัวๆ นัมจุนส่งยิ้มใจดีให้เธอ

แล้วหนูล่ะคะโดนกัดไหม?”

คะ?”

 

 

 

อะออกไปนะยองแจหอบแฮ่กด้วยความเหนื่อยหลังจากพยายามหนีแล้วหนีไม่พ้นจึงหลังชนฝาหันหน้าสู้ผู้ติดเชื้อ

ตอนนี้เขานึกห่วงแต่น้อง ยองจีวิ่งหนีไปคนเดียวถ้าโชคร้ายเจอผู้ป่วยติดเชื้อจะทำยังไง แกยังเด็กคงกลัวมาก และถ้าเขาโดนกัดแต่น้องรอดไปได้ น้องก็จะไม่เหลือใครเลย

เพราะความคิดนั้นเองทำให้ยองแจทนสู้อยู่ตอนนี้

เหลือผู้ติดเชื้ออยู่สองคน และยองแจเกือบโดนกัดไปแล้วหลายรอบ ร่างบางกัดฟันถีบร่างเละออกไปให้ห่างแล้วอาศัยจังหวะที่ผู้ติดเชื้อคนหนึ่งถอยหันไปแทงผู้ติดเชื้ออีกคนและถีบไปไกลๆ

โอ๊ย!ยองแจน้ำตาร่วงเมื่อเจ็บปวดที่ข้อเท้ามากขึ้นเพราะแรงถีบสองครั้งติด จะให้ยกขาที่ไม่เจ็บถีบก็ไม่ได้ ยืนไม่ไหวแน่ๆ อีกไม่กี่นาทีเขาจะปวดมากกว่านี้ ยังไงก็ต้องรีบจัดการ

ไอ้เหี้ย! มึงจะหิวอะไรนักหนาวะ กูเจ็บนะโว้ย!!

ความกดดัน ความกลัวตาย และสภาพร่างกายที่ไม่เอื้อให้ยื้อเวลารอดนานนักทำให้ชายหนุ่มเริ่มสติแตก พะวงห่วงน้องก็ห่วง ห่วงตัวเองก็ห่วง

 

 

 

แจ็คสันหลุดหัวเราะเมื่อได้ยินเสียงหวานตวาดดังใส่ผู้ติดเชื้อ เขาลองมาตามเสียงก็ได้เจออะไรดีๆ เข้าซะแล้ว

ผู้ชายหน้าตาน่ารักอีกคน ตอนโลกสงบสุขนี่ไม่เคยโผล่มาให้เห็นกันบ้างเลยนะ

มึงไม่มีทางได้แดกกูหรอก!

แจ็คสันปรบมือให้ในใจ สู้ยิบตาดีจริงทั้งที่กลัวมากอยู่แท้ๆ

แทงแบบนั้นร้อยครั้งมันก็ไม่ตายหรอก

เสียงของคนแปลกหน้าทำให้คนที่ยุ่งอยู่กับการเอาตัวรอดเสียสมาธิหันมามอง

แจ็คสันยิงผู้ติดเชื้อที่หัวคนละนัดอย่างแม่นยำแม้เล็งจากระยะไกลก่อนที่พวกนั้นจะกัดพลเรือนผู้น่ารัก ยองแจสะดุ้งโหยง หน้าแหยกับเสียงปืนที่ทำเอาหูอื้อ มองร่างผู้ติดเชื้อที่ร่วงลงไปกับพื้น เลือดกระเด็นโดนเขาด้วย

นายเป็นพี่ชายของเด็กผู้หญิงอายุประมาณเจ็ดแปดขวบหรือเปล่า

คุณเจอยองจีเหรอครับ!ยองแจยิ้มกว้าง ดีใจจนแทบหายเหนื่อยที่รู้ว่าน้องเจอทหารเข้า วิ่งขโยกเขยกมาหาแจ็คสันอย่างลืมตัวว่าเจ็บขาอยู่ 

แจ็คสันพยักหน้า มองกวาดร่างขาวๆ กลมๆ ขึ้นลงหัวจดเท้าจนยองแจคิ้วขมวด

มองอะไรนักศึกษาหนุ่มก้มมองตัวเอง ก่อนทำสีหน้าขยะแขยงที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดกลิ่นชวนแหวะ เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองสกปรกขนาดไหน ถ้าเจอยองจีสภาพนี้น้องคงตกใจ

โดนกัดหรือเปล่า

ไม่ แต่เกือบแล้วเหมือนกัน ตอนนี้น้องผมอยู่ไหนครับ ทำไมทหารมาแถวนี้ช้านักเรารอตั้งหลายวัน

แจ็คสันมองหน้าหวานที่ช่างจ้อ แทนที่จะซาบซึ้งที่เขาช่วยแต่เด็กตัวขาวกลับโวยใส่ซะนี่ เดี๋ยวนี้คนสวยไม่ขี้กลัวเจ้าน้ำตากันแล้วสินะ หมอคนนั้นก็เป็นแบบนี้

ทหารงานเยอะนะน้อง พวกกัดมีตั้งเท่าไหร่ แล้วต้องช่วยคนในโรงพยาบาลกับคนใหญ่คนโตนู่นนี่อีกตั้งหลายที่ ประชาชนตาดำๆ ก็ต้องคอยคิวนะ เข้าใจไหม

ยองแจชักสีหน้าไม่พอใจใส่ ใช่สิ ประชาชนตาดำๆ ที่จ่ายภาษีมันไม่มีความสำคัญหรอกใช่ไหม

แจ็คสันกอดอกมองร่างบางยักแย่ยักยันไต่ลงบันไดไป สภาพแย่ขนาดนี้ยังไม่ขอให้ช่วยเลยนะ เป็นคนยังไงกัน 

โอ๊ย!ยองแจร้องพร้อมสะบัดขาไปมา คิดหาทางว่าจะลงบันไดยังไงดีด้วยขาข้างเดียว

แจ็คสันยืนมองอยู่ครู่แล้วนึกเวทนาจึงเข้าไปช่วยโดยอีกคนไม่ได้ขอ

อะไร! ออกไปไกลๆ เลยยองแจหันไปดุใส่คนที่จู่ๆ ก็มาคว้าเอวตนซะแน่นจนตกใจ   

จะช่วยพาลงไป อย่าเรื่องมาก ฉันมีงานต้องทำอีก ที่มานี่เพราะภารกิจนะ

ภารกิจอะไร หน้าที่คุณไม่ใช่การมาช่วยคนที่เหลือรอดเหรอ

มาช่วยคนที่เพิ่งถูกกัดและยังไม่เปลี่ยนร่างต่างหาก ไม่ใช่คนปกติที่ยังไม่ติดโรคอย่างนาย

ห๊ะ ทำไมล่ะยองแจคิ้วขมวดหน้ายุ่ง ทำไมผู้ชายคนนี้พูดแปลก

อย่ารู้มากเดี๋ยวก็ซวยหรอกแจ็คสันตอบปัดแล้วจับแขนเรียวมาโอบบ่าตนเพื่อจะได้พยุงลงไป

ไม่โดนกัดแล้วยังจะเป็นภาระอีกนะเด็กนี่ ขอบคุณสักคำยังไม่มี

รู้ไหมว่าในตึกนี้ยังมีใครเหลืออยู่บ้าง

ไม่รู้ ใครจะไปรู้ล่ะหลบอยู่แต่ในบ้านตัวเอง

ไร้ประโยชน์อย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ

 

 

 

 

            “ถึงแล้วเหรอครับพี่แบม”  ยูคยอมถามอย่างใคร่รู้เมื่อพี่แบมแบมพามาถึงไร่กว้างๆ แห่งหนึ่งเอาตอนค่ำ แบมแบมพยักหน้า ยินดีจนยิ้มกว้างเมื่อมาถึงที่หมายได้สักที

ถึงจะไม่มีแสงไฟแต่ต้องมีใครหลบอยู่ในบ้านแน่ครับ

พี่ก็ขอให้มันเป็นแบบนั้นเหมือนกัน”  แบมแบมมองบ้านที่ไร้แสงไฟ สังหรณ์ใจไม่ดีเลย

รอบบ้านมีพวกคลั่งนั่นเต็มไปหมด

บ้านไม้สองชั้นอยู่ห่างออกไปไม่ไกลแต่แบมแบมไม่ขี่รถเข้าไปเพราะพวกติดเชื้อเดินไปมาอยู่รอบบ้านด้วยจำนวนที่มากพอควร กะด้วยสายตาคร่าวๆ น่าจะเกินสิบคน

รออยู่ตรงนี้และระวังตัวด้วย ได้ยินเสียงผิดปกติมาใกล้ๆ ก็รีบมอง ฟันตามที่สอน เข้าใจหรือเปล่า

แบมแบมลงจากรถ เตรียมตัวเดินไปที่บ้าน ยูคยอมรั้งแขนแบมแบมไว้ เป็นห่วง

พี่จะเข้าไปคนเดียวเหรอ ผมไปด้วยสิ มีอะไรจะได้ช่วยทัน ผู้ติดเชื้อเยอะอยู่นะ

ไม่กลัวหรือไง

กลัวครับ แต่ผมไม่อยากรอตรงนี้ยูคยอมอยากช่วย บอกแล้วว่าจะไม่ทำตัวเป็นภาระ

ระวังตัวแล้วกัน

แบมแบมชักดาบญี่ปุ่นที่ได้จากจินยองออกมา เดินเข้าหาผู้ติดเชื้อที่เดินกระจายตัวกันอยู่

มาถึงที่หมายแล้วยังมีอะไรต้องกลัวอีกเล่า ไม่มีอะไรมาขวางเขาไม่ให้เข้าบ้านไปหาลูกได้หรอก

 

 

 

 

            หมอหนุ่มหอบหายใจด้วยความเหนื่อย โน้มตัวลงยันมือกับเข่า ปักดาบบนพื้นหญ้าพยุงตัว ยูคยอมเข้ามาจับแขนไว้เพื่อช่วยพยุงอีกแรง

ไหวไหมครับพี่หมอยูคยอมรู้สึกผิดที่ช่วยอะไรไม่ค่อยได้ กล้าๆ กลัวๆ จนแทงผู้ติดเชื้อผิดบ้างถูกบ้าง ลำบากพี่แบมแบมต้องมาช่วยอยู่หลายครั้ง

เขากำจัดผู้ติดเชื้อไปได้แค่สองคน  นอกนั้นฝีมือพี่หมอหมดเลย..

อืมแบมแบมเงยหน้ามองบ้านพ่อสามีที่ไม่ได้มานานมากแล้ว ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย      

ออสตินกับอเล็กซิสหลบอยู่ที่นี่สินะ

แค่คิดถึงหน้าแก้วตาดวงใจทั้งสองหัวใจคนเป็นแม่ก็พองโต ความรู้สึกที่อยากกอดสองพี่น้องให้ชื่นใจทำให้แบมแบมเก็บอาวุธเข้าฝักแล้วรีบเข้าบ้านไม่รอช้า อยากเจอลูกแล้ว

“บ้านล็อกจากข้างใน” แบมแบมลองเปิดประตูหน้าแต่เปิดไม่ได้ เขาลองอ้อมไปทางประตูหลังบ้านก็เปิดไม่ได้เช่นกัน

“เอ๊ะ..” แบมแบมเขม่นมองไปทางโรงรถ ใจปลิวหายเมื่อไม่เห็นว่ามีรถสักคัน ไม่มีรถยนต์ของมาร์คจอดอยู่ด้วย

ถ้ามีคนอยู่ที่นี่ก็ต้องมีรถสิ!

แบมแบมรีบหาเครื่องมือที่พอจะงัดบ้านได้จนไปเจอแชลงอันหนึ่งเข้า เขาใช้มันงัดประตูหน้าบ้านเพื่อจะเข้าไปข้างในให้ได้

แบมแบมอยากดูให้แน่ใจว่าในบ้านไม่มีใครอยู่แล้วจริงๆ

ออสติน! อเล็กซิส! แม่มาแล้วนะเสียงหวานตะโกนเรียกลูกทั้งสองพร้อมควานมือหาสวิตซ์ไฟตามความเคยชิน

ไฟยังเปิดได้อยู่หรือครับเนี่ย เจ๋งอ่ายูคยอมประทับใจ

ที่นี่มีเครื่องปั่นไฟน่ะ”  ในสถานการณ์อย่างนี้ถ้ามีคนอยู่เครื่องปั่นไฟก็ต้องทำงานอยู่แล้ว และนั่นทำให้แบมแบมใจชื้นขึ้นมานิดหนึ่ง ที่ไม่มีรถจอดเพราะมาร์คอาจจะสละรถระหว่างทางก็ได้

แม้จะพยายามทำใจให้เชื่อในทางที่ดีไว้ก่อนแต่แบมแบมยังรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ทำไมบ้านถึงเงียบนัก ถึงมีผู้ติดเชื้ออยู่รอบบ้านก็ไม่น่าจะซ่อนตัวกันได้เงียบแบบนี้เลยนะ

แบมแบมภาวนาว่าอย่าให้ตนมาช้าเกินไป

ออสตินอยู่ไหน อเล็กซิส! อเล็กซิสอยู่รึเปล่าแบมแบมเดินหาทั่วชั้นล่าง เริ่มใจไม่ดีที่ไม่มีเสียงใครตอบกลับมาเลย

มาร์คพาลูกไปจากที่นี่แล้วงั้นเหรอ เขามาช้าไปใช่หรือเปล่า

พี่ครับที่โต๊ะมีนี่ด้วยยูคยอมดึงกระดาษบนโต๊ะกินข้าวชูให้แบมแบมดู ร่างบางคว้ามาอ่านแล้วรีบวิ่งขึ้นไปชั้นสองทันที

 

 

โทมัสสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งขึ้นบันไดตึงตัง เขาหยิบปืนเตรียมระวังตัว เดินไปหยุดที่หน้าประตูห้องนอน

อเล็กซิส! ออสติน! แม่มาแล้วนะ อยู่กันหรือเปล่าตอบแม่หน่อย พ่อครับ พ่อยังอยู่ไหม!

เสียงของลูกสะใภ้ทำให้โทมัสรีบเปิดประตูทันที แบมแบมที่กำลังจะเปิดประตูห้องของมาร์คหันมองไปทางห้องของไอรีน แต่คนที่ก้าวออกมาไม่ใช่น้องสาวสามี

พ่อครับ

แบมแบม..เรายังมีชีวิตอยู่จริงๆ ด้วยโทมัสรู้สึกเต็มตื้นในหัวใจเมื่อรู้ว่าลูกสะใภ้ยังมีชีวิตอยู่ มาร์คและลูกไม่ได้หวังลมๆ แล้งๆ ไปเอง

ทุกคนล่ะครับไปไหนกันหมด แบมได้ข้อความจากลูกเลยรีบตามมา

ร่างบางรีบเดินเข้าไปหาโทมัส ชายกลางคนกอดลูกสะใภ้แน่น กลั้นน้ำตา เขามีหวังว่าแบมแบมจะยังมีชีวิตอยู่แค่ริบหรี่เท่านั้น

ปลอดภัยดีนะแบม

ครับผมสบายดี แต่กว่าจะมาถึงนี่ได้ก็เกือบแย่ พวกติดเชื้อเต็มไปหมด ทุกคนล่ะครับ แบมแบมกอดตอบพ่อสามี

แบมมาช้าไป มาร์คกับทุกคนไปที่ศูนย์อพยพแล้วล่ะ”

คำบอกเล่าของโทมัสสร้างความผิดหวังให้กับหมอหนุ่มจนน้ำตาคลอ เหมือนความหวังถูกดับลงไปในพริบตา ความเหนื่อยล้าที่สู้อุตส่าห์ทนมาตลอดถูกกลั่นออกมาเป็นน้ำตาที่ฝืนกลั้นไว้   

ไม่จริงน่ะ! เขาคลาดกับลูกอีกแล้ว..

ไปกันตั้งแต่เมื่อไรครับแบมแบมพยายามคุมสติและข่มความผิดหวังถามต่อ หวังว่าจะเพิ่งหนีกันไปนะ เขาจะได้ตามทัน

ตั้งแต่เมื่อวานเย็นน่ะ มาร์คฝากพ่อบอกแบมว่าเขาจะไปรอที่ศูนย์อพยพ  แต่ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อเขาจะพาทุกคนไปศูนย์ควบคุมโรคทางใต้

โทมัสดันร่างบางออกจากอ้อมกอด บอกถึงสิ่งที่ลูกชายฝากไว้ แบมแบมคิ้วขมวด

ทำไมเขาไปไกลแบบนั้นล่ะครับสถานที่ที่มาร์คจะไปมันไกลมาก ถ้าตามหากันไม่เจอจะทำยังไง

พ่อก็ไม่รู้ แต่เขาบอกพ่อว่าแบมต้องรู้แน่นอนว่าทำไม

แบมแบมฟังแล้วเหนื่อยเพิ่มอีกสิบเท่าทันที มาร์คเอาความมั่นใจจากไหนมาคิดว่าเขาน่าจะรู้ ถึงจะเป็นเมียก็ใช่ว่าจะอ่านใจมาร์คออกไปซะทุกเรื่องหรอกนะ

 “ความจริงมาร์คอยากรอที่นี่จนกว่าแบมแบมจะมาแต่เพราะแม่โดนกัดน่ะแล้วพวกติดเชื้อก็มาล้อมบ้านเรา พ่อกับแม่เลยให้ทุกคนไปที่ศูนย์กันก่อนเพื่อความปลอดภัย

อะ..แม่ถูกกัดเหรอครับ!? อาการเป็นยังไงบ้าง ให้แบมดูหน่อย

แบมแบมได้รับเรื่องราวน่าตกใจเข้ามาพร้อมกันแบบนี้ก็รับไม่ทันเหมือนกัน แต่เขาต้องไม่แสดงอาการเสียใจออกไป ตอนนี้คนที่ทุกข์ใจที่สุดอีกคนหนึ่งก็คือพ่อ

ลองคิดว่าถ้าลูกโดนกัด เขาคงใจสลายจนไม่อยากอยู่อีกต่อไป พ่อก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน

แม่อยู่ในห้องน่ะ เขาเปลี่ยนแล้วล่ะโทมัสน้ำตารื้นเมื่อเอ่ยถึงภรรยา เดินนำไปที่ห้องนอนตัวเอง

โทมัสเปิดประตูห้องแล้วหลีกทางให้แบมแบมเข้าไป หมอหนุ่มยกมือขึ้นปิดปาก มองสภาพแม่สามีที่เปลี่ยนไปมากด้วยความตกใจ

อลิสถูกมัดข้อมือข้างหนึ่งไว้กับหัวเตียง โซ่ยาวพอให้เธอดิ้นหรือขยับลุกนั่งนอนบนเตียงกว้างได้ ผิวขาวชมพูเปลี่ยนไปเป็นผิวขาวซีดเหมือนกระดาษ เนื้อตัวที่เคยนวลเนียนปรากฏเส้นเลือดปูดนูน ดวงตาสีเข้มสุกใสที่ไม่ฝ้าฟางมาตอนนี้แดงก่ำเหมือนเลือด

เมื่อเห็นว่ามีคนเดินเข้ามาอลิสก็มีปฏิกิริยาทันที จากที่นั่งก้มหน้าก็เงยหน้าขึ้นแล้วลุกขึ้นคุกเข่าโน้มตัวพยายามไขว่คว้ามือข้างขวาที่เป็นอิสระมาทางแบมแบม

เสียงหวานไพเราะหายไปเหลือเพียงเสียงคำรามต่ำอย่างที่แบมแบมได้ยินมาตลอดทาง

ภาพของอลิสทำให้แบมแบมสะเทือนใจ เขาเจอคนป่วยคลั่งมามากมายตลอดเวลาที่เดินทางมาที่นี่นั่นยังแค่รู้สึกผิดที่ต้องทำร้าย แต่ที่ตอนนี้เขารู้สึกอยากร้องไห้เป็นเพราะว่านี่คือคนในครอบครัวอย่างนั้นเหรอ..

แบมแบมทนมองแม่ต่อไปไม่ไหว เขาเดินออกจากห้องไปเกาะที่ราวระเบียงชั้นสอง  ยกมือข้างหนึ่งขึ้นปิดหน้าแล้วทรุดลงนั่งกับพื้น

การที่ได้เห็นคนในครอบครัวเปลี่ยนไป..มันทำให้แบมแบมหวาดกลัวว่าอันตรายไม่ได้อยู่ไกลเลย ทุกคนมีสิทธิ์พ่ายแพ้ให้กับโรคระบาดนี้

เขาต้องหาลูกให้เจอก่อนที่อะไรจะสายเกินไป เขาไม่อยากกลายเป็นแบบแม่ของมาร์คก่อนจะได้เจอลูก

ทำไมพระเจ้าต้องกลั่นแกล้งกันขนาดนี้..ทำไมต้องให้เขามาไม่ทันเจอลูกด้วย

พี่แบม..ยูคยอมเดินมาหยุดที่ขั้นบันไดบนสุด โทมัสหันมองเด็กหนุ่มแปลกหน้า ยูคยอมโค้งให้

เราเป็นใครเหรอ

ผมชื่อคิมยูคยอม พี่แบมช่วยเอาไว้ระหว่างทางมาที่นี่ครับ

ฉันโทมัส เป็นพ่อสามีของแบมแบมโทมัสยิ้มใจดีให้เด็กหนุ่ม

ยูคยอมได้ทันเห็นผู้ป่วยคนหนึ่งในห้องนอนที่เปิดประตูค้างไว้ก่อนโทมัสจะปิดประตูทิ้งให้ภรรยาอยู่ตามลำพัง

ลงไปคุยกันข้างล่างเถอะ พ่อจะชงชาให้

 

 

 

            ยูคยอมซุกตัวอยู่บนเก้าอี้นวมลายดอกไม้สีทึมหน้าเตาผิง จิบชากลิ่นหอมพร้อมกัดคุกกี้ธัญพืชรองท้อง แบมแบมนั่งนิ่งบนโซฟายาว มีถ้วยชาอยู่ในมือเช่นกันแต่ไม่ได้ยกดื่ม ความผิดหวังที่ไม่ได้เจอลูกชายและลูกสาวทำให้ไม่มีกะจิตกะใจจะกินหรือดื่มอะไร

อย่าเพิ่งเดินทางคืนนี้เลย เดินทางกลางคืนอันตราย นอนที่นี่สักคืนค่อยไปกันแต่เช้าเถอะโทมัสนั่งเคียงลูกสะใภ้กล่อมให้อีกฝ่ายพักผ่อนก่อน รู้ว่าแบมแบมซึมไปเพราะห่วงและคิดถึงลูก

เดินทางมาจนถึงบ้านได้แล้วแต่ต้องพบกับความผิดหวังใครจะไปทนรับความจริงกันได้ง่ายๆ

แต่ผมอาจตามมาร์คไปทันระหว่างทางก็ได้นะครับ

เขาไปตั้งแต่เมื่อเย็นวานและยังเป็นรถยนต์ด้วย พ่อว่าน่าจะถึงค่ายกันแล้ว

            แบมแบมนิ่งไปกับความจริงข้อนี้ ไม่สบายใจเลยที่ต้องมานั่งอยู่ตรงนี้โดยที่ลูกเขาอยู่ข้างนอกนั่น แม้รู้ว่าลูกอยู่กับพ่อจะไม่เป็นอันตรายแต่ยังไงเขาก็ยังห่วง

ไอรีนกับชางอุคปลอดภัยดีไหมครับ ได้ไปกับมาร์คหรือเปล่า

อืม สองคนนั้นปลอดภัยดี ไรอันกับเมียและลูกก็ไปด้วยกัน

อะไรนะครับ? พี่ไรอันก็มาที่นี่งั้นเหรอ

อื้อ มาก่อนมาร์คตั้งแต่เกิดเรื่อง

แบมแบมถอนหายใจ คนที่เขาไม่อยากเจอที่สุดก็คือไรอันและเมียนี่แหละ แต่ถ้าเจอกันก็คงต่างคนต่างอยู่ เขาไม่สนหรอก

ยูคยอมประคองถ้วยชาอุ่นด้วยสองมือ มองหน้าพี่แบมแบม เหมือนพี่ไม่ชอบคนชื่อไรอันเลย เขาจะจำเอาไว้

พรุ่งนี้พ่อเดินทางไปกับแบมเลยนะครับ คืนนี้แบมจะช่วยจัดของให้

พ่อไม่ไปหรอกโทมัสปฏิเสธทันที            

ทำไมล่ะครับ หนีไปด้วยกันเถอะ ไปหาทางรักษาแม่กัน

            “พ่อทิ้งแม่เขาไม่ได้ พ่อจะอยู่ดูแลแม่ ถ้าพ่อไปแม่จะอยู่ยังไง ถึงติดเชื้อแต่ถ้าปล่อยไว้คนเดียวไม่ได้กินอะไรจะเป็นอะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้ พ่ออยู่นี่ยังหาของกินให้แม่เขาได้

            ความรักของพ่อที่มีต่อแม่นั้นแบมแบมประทับใจนะแต่ห่วงอันตรายนี่นา พ่อมาร์ครักเขาเหมือนลูกแท้ๆ เขาเองก็รักท่าน จะให้ทิ้งพ่อไว้ที่นี่ได้ยังไง

พ่อครับ คิดดูอีกทีเถอะ ไปกับแบมเถอะนะ ไปหามาร์คด้วยกัน

            “ให้พ่ออยู่ที่นี่เถอะ ถ้าให้ทิ้งแม่ไปแบบนี้พ่อก็ห่วงเขาอยู่ดี ไปไหนก็ไม่มีความสุข สักวันเกิดมีทางรักษาได้จริงพ่อจะดูแลอลิสไว้ไม่ให้มีคนเข้ามาทำร้ายอลิสได้ จะรอจนกว่าโรคนี้จะรักษาได้

            โทมัสยืนยันหนักแน่น ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมทิ้งภรรยาไป แบมแบมสบตาพ่อ เห็นความตั้งใจในนั้นก็ยอมแพ้

            “ก็ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นก่อนไปแบมจะทำที่นี่ให้ปลอดภัยก่อน พ่อจะได้ไม่เป็นอันตราย ถึงแบมจัดการผู้ติดเชื้อรอบบ้านไปหมดแล้วแต่ไม่มีอะไรรับรองได้ว่าจะไม่มีผู้ติดเชื้อที่ไหนเดินมาถึงบ้านเราได้อีก

            “แบมแบม..โทมัสดีใจนะที่ลูกสะใภ้เป็นห่วงเขาเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน แม้ความสัมพันธ์ระหว่างแบมแบมกับลูกชายเขามันจะไม่ค่อยดีนักก็ตาม

พ่อแน่ใจแล้วใช่ไหมครับว่าโซ่เส้นนั้นเอาแม่อยู่

อืม พ่อมั่นใจว่าแม่ไม่มีทางดิ้นหลุดแน่ หัวเตียงก็แน่นหนาไม่มีทางที่อลิสจะกระชากหัวเตียงหลุดออกมาด้วยหรอก

โทมัสเอ่ยติดตลกแต่แบมแบมทำได้แค่ยิ้มฝืน รู้ว่าพ่อร่าเริงเพื่อปลอบใจตัวเอง

มีเวลาแค่คืนเดียวแต่น่าจะทำรั้วเสร็จถ้าเร่งมือหน่อย รั้วข้างนอกนั่นแบมจะทำให้มันสูงและปลอดภัยขึ้น พ่อก็อยู่แต่ในไร่ไม่ต้องออกไปไหนจนกว่าโรคระบาดจะสิ้นสุดลงนะครับ ที่นี่มีอาหารพอใช่ไหม

พอ ผักผลไม้ก็มีปลูก พ่ออยู่ได้ แต่หมายความว่ายังไงที่ว่าจะทำรั้ว จะไม่นอนพักเอาแรงหน่อยเหรอแบมโทมัสเป็นห่วง แบมแบมดูล้ามากเลยนะ

แบมห่วงอเล็กซิสกับออสติน แบมนอนไม่หลับหรอกครับ ออกไปทำรั้วให้พ่อดีกว่าพ่อจะได้อยู่ในไร่กับแม่ได้อย่างปลอดภัย และแบมจะได้ไปต่อได้โดยไม่ต้องห่วงทางนี้

ถึงแบมแบมจะห่วงลูกแต่เขาก็ห่วงโทมัสด้วย ถ้าให้เดินทางโดยที่ไม่ช่วยเหลือพ่อก่อนเขาคงไม่สบายใจห่วงหน้าพะวงหลัง

แม้จะมีปัญหากับมาร์คแต่แบมแบมไม่ได้มีปัญหากับโทมัสและอลิส พ่อแม่เป็นคนดีและเอ็นดูเขาเหมือนลูกตัวเอง มีอะไรตอบแทนได้ก็อยากจะทำให้

ขอบใจมากนะแบม พ่อจะช่วยด้วยอีกแรง

ผมไปด้วยนะครับยูคยอมอาสา ยังมีแรงเหลือเฟือแม้จะง่วงก็เถอะ

ขอบใจนะยูคยอมโทมัสขอบใจเด็กหนุ่มที่จะช่วยอีกแรง  ถ้าทำสามคนแบบเร่งมือหน่อยยังไงก็ทันแน่

ยินดีครับ

 

 

 

 

รั้วที่สูงและมั่นคงขึ้นถูกสร้างเสร็จอย่างเร่งรีบเอาตอนเกือบเที่ยงของวันต่อมาเพราะทุกคนทำงานกันไม่ได้หยุดมือเลย พักบ้างครั้งละไม่กี่นาทีก็ต้องรีบทำต่อ

พอทำงานเสร็จทุกคนก็หมดแรงมานั่งพักดื่มน้ำและทานอาหารเช้าที่มีอยู่หลังบ้าน ส่วนอลิสได้เนื้อสดเป็นอาหาร

โทมัสไม่อยากให้ภรรยาทานของดิบเท่าไรแต่เธอไม่ยอมสนใจอาหารปรุงสุกแล้ว แบมแบมต้องบอกให้ลองเอาเนื้อดิบมาให้อลิสกินเพราะเขาเห็นคนป่วยกินแต่เนื้อมนุษย์เป็นๆ และอลิสก็กินเนื้อดิบได้จริงๆ ด้วย

ความจริงข้อนี้ทำให้พ่อสามีและลูกสะใภ้เกิดความกลัวขึ้นมา กลัวว่าร่างกายอลิสจะเป็นอะไรไปก่อนจะได้รับการรักษาถ้าเกิดว่าโรคมันรักษาขึ้นมาได้จริงๆ

 

 

มาร์คฝากปืนไว้ให้น่ะหลังมื้ออาหารโทมัสหายไปไม่นานก็กลับมาพร้อมของในมือ แบมแบมมองปืนที่จำได้ว่าเป็นของสามี เขาส่ายหน้า

แบมไม่เอาหรอกครับ พ่อเก็บไว้ป้องกันตัวและดูแลแม่ดีกว่า อย่างน้อยมีอาวุธก็อุ่นใจ

แบมแบมดันปืนคืน โทมัสเลยหันไปหายูคยอมที่ตาปรือจะหลับด้วยความเพลีย

เอาติดตัวไว้ไหมยูคยอม

ไม่เอาครับผมใช้ไม่เป็น อีกอย่างผมมีอาวุธของผมแล้ว คุณปู่เก็บไว้เถอะครับยูคยอมปฏิเสธอย่างสุภาพ เอาปืนให้เขาใช้ก็เสียของเปล่าๆ ตอนนี้เขากำลังหัดใช้ดาบด้วย ทำให้มันดีไปทีละอย่างดีกว่า

เมื่อไม่มีใครต้องการโทมัสจึงจำต้องเก็บปืนเอาไว้เอง

แบมแบม พ่อขอพูดอะไรสักหน่อยได้ไหมโทมัสนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่าง น้ำเสียงจริงจัง แบมแบมสงสัยว่าพ่อสามีต้องการคุยอะไรกับเขา

ได้สิครับ

กลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันเหมือนเดิมได้หรือเปล่า พอมีโรคระบาดนี่เกิดขึ้นมาร์คเขาห่วงแบมแบมมากนะลูก

ร่างบางนิ่งไป มาร์คน่ะหรือห่วงเขา เป็นไปไม่ได้หรอก พ่อแค่พูดให้เขารู้สึกดีกับลูกชายพ่อเท่านั้นล่ะ พ่อคงอยากให้เขาคืนดีกับมาร์ค

เรื่องนั้นแบมคงตอบตอนนี้ไม่ได้หรอกครับ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแบมคนเดียวพ่อก็รู้แบมแบมแบ่งรับแบ่งสู้

ถ้ามาร์คเขาอยากเป็นเหมือนเดิมล่ะแบมจะยอมไหม

ตอนนี้เราก็ทำตัวปกติเหมือนเดิมเพื่อลูกอยู่แล้วนี่ครับ

แบมแบมตอบไปอีกอย่าง เขากับมาร์คตกลงกันว่าจะพยายามไม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก ทำตัวเหมือนเดิมแต่ที่เพิ่มขึ้นคือความห่างเหินระหว่างเราทั้งคู่

ไม่ใช่การทำเพื่อลูก แบมรู้ว่าพ่อหมายถึงเรื่องระหว่างแบมกับมาร์ค ระหว่างที่มานี่แบมเห็นความตายมามากแล้วไม่ใช่เหรอ เราจะอยู่ด้วยกันไปได้นานแค่ไหนเชียว เกิดโรคระบาดที่คนล้มตายค่อนเมืองแบบนี้ มันไม่ทำให้แบมมองเห็นความสำคัญของการมีชีวิตอยู่และการได้อยู่ร่วมกันบ้างเลยเหรอลูก

โทมัสหนักใจที่แบมแบมยังใจแข็งไม่เปลี่ยน ไม่มีทางอะไรจะทำให้ทั้งคู่เป็นเหมือนเดิมเลยหรือไง

มาร์คและแบมแบมนั้นนิสัยใจคอเหมือนกันมากนะ ยังน่าแปลกใจว่าคนที่เหมือนกันสองคนแต่งงานอยู่ร่วมกันมา15 ปีได้ยังไง และถ้าประคองกันมาได้ขนาดนี้ทำไมถึงไม่พยายามกันต่อไปอีกสักหน่อยล่ะ

แม้โลกเปลี่ยนไปแล้วก็ยังจะหันหลังใส่กันอีกอย่างนั้นหรือ

โทมัสรอคำตอบจากลูกสะใภ้ แต่แบมแบมยังเงียบเหมือนไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก โทมัสอ่อนใจ     

เอาเถอะ ไว้เจอกันแล้วค่อยไปคุยกันเองนะ ถึงตอนนั้นพ่อหวังว่าจะมีอะไรมาเปลี่ยนใจแบมได้

โทมัสไม่บังคับ เขาแค่อยากพูดและเขาก็ได้พูดแล้ว แบมแบมคิดเองได้ว่าควรจะทำยังไงกับครอบครัวของตัวเอง

แบมแบมโล่งอกที่พ่อไม่ได้คาดคั้นมากอย่างที่กลัว

ครับพ่อ ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคตเถอะครับ..ยูคยอมจะอยู่ที่นี่กับพ่อไหม อยู่นี่ปลอดภัยกว่าออกไปเสี่ยงข้างนอกนะแบมแบมรับคำพ่อสามีแล้วหันมาถามเด็กหนุ่ม ยูคยอมขยี้ตา ส่ายหน้า

ไม่ครับ ผมอยากไปเป็นเพื่อนพี่แบมแบมมากกว่า

เขาอยากไปก็ให้ไปเถอะ เรื่องจบเมื่อไรถ้าอยากจะมาอยู่ด้วยกันก็ได้นะโทมัสอนุญาต สงสารและเวทนาในชะตากรรมของเด็กหนุ่มที่ต้องสูญเสียพ่อแม่ไปพร้อมกันเพราะโรคระบาด

ขอบคุณมากครับคุณปู่ยูคยอมซาบซึ้งใจ คุณปู่เป็นคนใจดีจังเลย เป็นโชคดีของเขาจริงๆ ที่ได้เจอพี่แบมแบม เลยได้มาเจอคุณปู่ด้วย

คงเหนื่อยกันแย่แล้วไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ พักงีบกันสักหน่อย ทำงานกันมาทั้งคืนแล้ว

แต่ว่า..แบมแบมจะค้านเพราะอยากเดินทางต่อเลย

เอาน่า แค่ชั่วโมงสองชั่วโมงก็ไม่ช้าไปหรอกเดี๋ยวพ่อปลุกเอง ยูคยอมเองก็จะได้พักไปด้วย

โทมัสไม่ยอมให้แบมแบมคัดค้าน พอสั่งให้ไปนอนแล้วตัวเองก็เดินไปที่ครัวเพื่อทำอาหารรอแบมแบมและยูคยอม เวลาตื่นมาจะได้กินได้เลย

แบมแบมเห็นแก่ยูคยอมจึงยอมนอนเอาแรงที่นี่สักพัก

หมอหนุ่มและยูคยอมใช้ห้องของมาร์คเป็นห้องนอนหลังจากแยกย้ายกันไปอาบน้ำแล้ว แบมแบมใส่ชุดเดิมเพราะซักทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวานก่อนออกไปทำรั้ว ส่วนยูคยอมได้เสื้อผ้าของชางอุคที่เหลือติดตู้มาใส่ เป็นกางเกงยีนสีฟ้าและเสื้อแขนยาวสีเหลือง คุณปู่ใจดียกแจ็คเกตแขนยาวสีเทาเข้มให้อีกตัวด้วย

 

 

 

 

ศูนย์ผู้อพยพ X 

 

สถานที่ที่ใช้เป็นที่พักของประชาชน ทหารและเจ้าหน้าที่ต่างๆ ในเขตเดียวกับบ้านของมาร์คคือโรงเรียนขนาดกลางที่ยามปกติมีนักเรียนมาเรียนกันประมาณสามพันคนและอยู่กันได้สบายๆ แต่พอต้องเปลี่ยนและทำให้กลายเป็นค่ายของผู้อพยพชั่วคราว จำนวนประชาชนมากเสียจนโรงเรียนเล็กไปถนัดตา

เราจะอยู่ที่นี่กันจริงๆ เหรอคะ คนเยอะมากเลย

อเล็กซิสเอ่ยกับพ่อ สะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่และหอบหิ้วกระเป๋าอีกใบเพื่อช่วยแบ่งเบาสัมภาระที่พ่อต้องสะพาย แต่เธอก็ถือแค่ของครอบครัวตัวเอง ไม่ช่วยใครทั้งนั้น

มาร์คอุ้มลูกชายที่เหนื่อยล้าจากการเดินเท้ามากว่าห้ากิโลเมตรไว้แขนหนึ่ง อีกมือจับมือลูกสาวไว้ไม่ยอมปล่อย ด้านหลังมีเป้ใบโตสะพายอยู่

มาร์คกับลูกต้องเดินมาจนถึงค่ายเพราะจำนวนรถมหาศาลที่จอดทิ้งไว้ก่อนทางมาค่ายมันทำให้ขับรถเข้ามาไม่ได้ รถจอดต่อกันเรียงรายยาวไปหลายกิโลเมตร แต่มาร์คก็จำเอาไว้แล้วว่ารถตัวเองอยู่แถวไหน

ใช่แล้วล่ะมาร์คตอบลูกสาวทั้งที่ไม่ค่อยสบายใจนัก แค่มองผ่านหน้าประตูโรงเรียนเข้าไปเห็นเต้นท์และผู้คนมากมายที่สนามเขาก็อยากพาลูกเดินย้อนไปทางเก่าแล้ว คนจำนวนมากจนตาลายไปหมด

ถ้าเกิดมีใครในนั้นสักคนป่วยแล้วไม่ยอมบอกใคร กว่าจะมีคนรู้คงแย่แน่ คนเยอะซะขนาดนั้น

มาร์คอาจจะขี้ระแวงเกินไปแต่เขาก็มีสิทธิ์คิดไม่ใช่เหรอ เขาไม่ได้มาคนเดียวนี่นา

พวกคุณมาจากเขตไหน มีใครได้รับบาดเจ็บบ้างหรือเปล่า

ทหารที่ยืนอยู่บริเวณหน้าโรงเรียนภายในเต้นท์สีเขียวของทหารเดินมาถามกลุ่มของมาร์ค ฮยอนจินรีบลากมือจินซองไปหาทหารวัยกลางคนจนเกือบชนอเล็กซิส เด็กสาวเบะปาก ไม่พอใจ

ทุกคนปล่อยให้ฮยอนจินเป็นคนคุยกับทหาร ครู่หนึ่งก็มีทหารหญิงอีกคนวิ่งเหยาะๆ มาทางพวกเขา

ให้เข้าไปได้หรือเปล่าหญิงสาวในเครื่องแบบมวยผมรวบตึงถามนายทหารวัยกลางคน เขาพยักหน้า

อืม

ผู้หญิงเดินตามฉันมาเธอสั่งแล้วจะออกเดินนำไปแต่มาร์คขยับขวาง

ทำไมคุณเรียกแต่ผู้หญิงล่ะ

เราจะตรวจร่างกายชายหญิงแยกกันค่ะ

อะไรนะครับ

หญิงสาวมองใบหน้าหล่อนั้นแล้วไล่ไปยังมือที่กอบกุมมือเล็กของเด็กสาวไว้

            “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คุณกับลูกจะแยกกันแค่ไม่กี่นาทีในเต้นท์พยาบาล เต้นท์นอนของเราถ้าเป็นครอบครัวเราจะไม่แยกชายหญิง ยกเว้นคนที่รอดมาคนเดียว ต้องถูกรวมกับเพศเดียวกันเพื่อความปลอดภัย

            “ฉันจะคอยดูหลานให้เองไอรีนเดินมาบอกพี่ชายที่ยังไม่ยอมปล่อยมือลูก มาร์คมองหน้าน้องสาวอึดใจแล้วยอมให้เธอพาอเล็กซิสและดาฮยอนตามทหารหญิงไปตรวจร่างกาย

มาร์คมองตามลูกสาวที่เดินห่างออกไปก่อนถูกชางอุคดึงไปเข้าแถวต่อจากไรอันและจินซองเพื่อไปตรวจร่างกายบ้าง

 

 

            เต้นท์พยาบาลคือสถานที่ปลอดเชื้อ มีผ้าใบสีขาวที่เอาไว้กักเก็บเชื้อโรคปิดรอบเต้นท์  ผู้ที่เข้ารับการตรวจร่างกายต้องถอดเสื้อผ้าและทิ้งสัมภาระเอาไว้ให้ทหารตรวจด้วยระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ตรวจร่างกาย ซึ่งเมื่อตรวจเสร็จจะได้ของทั้งหมดคืนไป

            และที่มาร์คแปลกใจคือทหารไม่ได้ริบปืนของพวกเขาไปด้วย

มาร์คออกจากเต้นท์พยาบาลพร้อมออสตินเป็นคนสุดท้ายเพราะให้ไรอัน จินซอง และชางอุคได้ตรวจก่อน การตรวจค่อนข้างละเอียดทีเดียว คนที่ตรวจเสร็จและไม่มีปัญหาจะได้ข้อมือพลาสติกสีขาวเป็นสัญลักษณ์ว่าผ่านการตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้ว

พ่อคะอเล็กซิสที่ยืนเตร่รออยู่รีบเดินเข้ามาหาพ่อทันทีที่เห็นพ่อและน้องชายเดินออกจากเต้นท์

ที่พักของพวกคุณอยู่ทางบล็อก G คุณได้อยู่สองเต้นท์เท่านั้นนะครับ ส่วนอาหารและน้ำดื่มกับโต๊ะรับรายชื่ออยู่ที่โรงอาหาร เดินไปทางซ้ายมือนั่น  พวกคุณต้องไปลงทะเบียนก่อนและถ้ามีคนที่อยากตามหาก็เขียนบอกไว้ เราจะติดต่อประสานงานกับศูนย์อพยพที่เขตอื่นให้

พอได้ยินทหารที่เดินตรวจนอกเต้นท์พยาบาลบอกมาอย่างนั้น อเล็กซิสก็รีบดึงมือพ่อไปลงชื่อทันที เธอต้องการตามหาแม่ เผื่อแม่จะหลงไปอยู่ที่เขตอื่น

ฮยอนจินพาลูกชายไปหาอะไรกินก่อนไปลงชื่อ ไรอันเดินตามไปเงียบๆ ดาฮยอนอยู่กับอาสาวและอาเขย

เหมือนดาฮยอนเป็นลูกเราเลยเนอะชางอุคถอนหายใจ ฮยอนจินไม่ดูแลดาฮยอนเลย เหมือนผลักเธอให้เขาและภรรยาดูแลให้กลายๆ เขาไม่ได้ขัดข้องอะไรหรอกแค่เคืองฮยอนจินและไรอันเท่านั้น

เอาเถอะค่ะ อย่าทำให้หลานคิดมากเลยไอรีนบอกสามี เธอยินดีดูแลดาฮยอนเอง ไม่อยากให้ไปอยู่กับแม่ เจอบ่นมากเข้าจะจิตตกจนซึมเศร้าซะเปล่าๆ

 

 

            โต๊ะและเก้าอี้ภายในโรงอาหารของโรงเรียนเกือบทั้งหมดถูกเคลื่อนย้ายไปไว้ที่อื่นเพื่อทำให้สถานที่กว้างขึ้น โดยเหลือโต๊ะไว้ไม่กี่ชุดเพื่อเอาไว้ใช้ประโยชน์ อาหารและน้ำดื่มจัดไว้ในโซนฝั่งขวา ส่วนโต๊ะลงทะเบียนอยู่ทางฝั่งซ้าย ทั้งสองฝั่งมีคนยืนรอต่อแถวเต็มไปหมด

ที่นี่มีหมอที่ชื่อกันต์พิมุกต์ต้วนไหมครับ

มาร์คและลูกรออยู่ครู่ใหญ่กว่าจะได้ลงชื่อ เจ้าหน้าที่ในชุดทหารเงยหน้าจากสมุดเล่มหนาขึ้นมองผู้อพยพที่ยังไม่ทันเขียนชื่อตัวเองก็ถามหาชื่อคนอื่นแล้ว

หมอต้วนหรือคะ นี่รายชื่อหมอ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทุกคนของที่นี่ค่ะหญิงกลางคนเลื่อนสมุดเล่มบางให้มาร์ค

ร่างสูงขอบคุณแล้วรีบเปิดสมุดดูทันที มีลูกทั้งสองชะเง้อคออ่านด้วย

เจอชื่อแม่ไหมครับออสตินใช้ความตัวเล็กมุดแทรกเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนพ่อที่โน้มตัวก้มลงอ่านรายชื่อ

ไม่มีเลยลูกหมอที่นี่มีแค่ห้าคนและไม่มีชื่อแบมแบมเลย

ออสตินร้องว้า ผิดหวัง อเล็กซิสหันไปถามเจ้าหน้าที่อีกรอบ

สามารถเช็กชื่อหมอที่ศูนย์อื่นได้ไหมคะ

ไม่ว่าจะหมอหรือใคร ถ้าอยากตามหาก็ต้องลงชื่อเอาไว้ในกลุ่มที่อยากตามหาค่ะแล้วเราจะติดต่อที่อื่นให้ รีบลงชื่อเถอะคนอื่นรอ

อเล็กซิสรับกระดาษที่ใช้เขียนชื่อที่จะตามหามาจากป้าทหารแล้วเขียนชื่อแม่ลงไป จากนั้นก็เขียนชื่อตัวเองต่อจากชื่อพ่อและออสตินในสมุดที่พ่อส่งมาให้

            “เราหาจากรายชื่อคนที่ลงทะเบียนที่นี่ด้วยเถอะ บางทีแม่อาจไม่ได้บอกใครว่าเป็นหมอ”

            มาร์คไม่วางใจ เอ่ยกับลูกทั้งสอง อเล็กซิสพยักหน้าเห็นด้วย มาร์คจึงขอตรวจสอบรายชื่อของคนที่อยู่ที่นี่กับทหาร

เมื่อได้รายชื่อมาแล้วมาร์คกับลูกจึงหลบไปหาเก้าอี้ภายในโรงอาหารนั่งเพื่อหารายชื่อคนที่ลงทะเบียนไว้

 

 

เต้นท์ที่พักของครอบครัวต้วนค่อนข้างไกลจากประตูหน้าโรงเรียนมาก ชางอุคดูเลขเต้นท์ที่ได้มาจนเจอและแน่ใจว่าใช่ที่พักของพวกเขา

เราแยกชายหญิงไปเลยละกัน ส่วนออสตินมาอยู่เต้นท์ผู้หญิง

ถ้าแยกชายหญิงเต้นท์ฉันก็อึดอัดตายน่ะสิ มีแต่คนตัวโตๆ กันทั้งนั้นไรอันโวยขึ้นมาก่อนไม่เห็นด้วยกับการแบ่งของน้องสาว ไอรีนเท้าเอว

ตัวโตแต่ก็มีแค่สี่คน นี่ทางฉันก็เอาออสตินมาอยู่ด้วยแล้วนะ จะเอาไงอีก เรื่องมากจริงๆ

ฉันจะอยู่กับครอบครัวฉันเท่านั้น

แล้วสามีฉันกับพี่มาร์คไม่ใช่ครอบครัวพี่หรือไงไอรีนล่ะอยากจะกรี๊ดนักกับความเอาแต่ใจของพี่ชาย อายุก็เยอะแล้วช่วยทำอะไรให้มันง่ายหน่อยเถอะ!

แต่ฉันไม่ชอบผัวแกกับไอ้มาร์ค ชัดไหม?”

เห็นแก่ตัวไอรีนอดรนทนไม่ได้ขอด่าหน่อยเถอะ      

พอเถอะ! หยุดเถียงกันได้แล้ว นี่มันใช่เวลามาเถียงกันหรือไงถ้าแกอยากอยู่กับลูกเมียแกก็อยู่ไปไรอันแล้วหุบปากซะ และแกอย่ามายุ่งวุ่นวายที่เต้นท์ฉันล่ะ!

มาร์คยืนอยู่ตรงกลางระหวางน้องสาวและพี่ชาย คนอย่างไรอันเถียงไปก็เหนื่อยเปล่า

นี่แกกล้าสั่งฉันเหรอไอ้มาร์ค!

            “เออ! ฉันสั่งแล้วจะทำไม ทำอย่างกับฉันและชางอุคอยากนอนเต้นท์เดียวกับแกนักนี่ ฉันก็อยากนอนกับลูกฉันเหมือนกันนั่นล่ะ เลิกคิดว่าแกไม่ชอบคนอื่นเขาฝ่ายเดียวเหอะ คนอื่นก็ไม่ชอบแกเหมือนกัน

            เมื่อไรอันเสียงดังมามาร์คก็เสียงดังกลับไม่ยอมให้พี่ชายข่มได้อีก

ถ้าไม่ติดที่พ่อแม่สั่งไว้ว่าให้ดูแลทุกคนมาร์คจะว่าไรอันให้เจ็บแสบกว่านี้อีก แต่ไม่อยากจุดชนวนทะเลาะ รำคาญ เบื่อ

ไอ้มาร์ค!

จะเรียกทำไมอยู่ใกล้กันแค่นี้ หยุดเสียงดังสักที รำคาญมาร์คเอ่ยเสียงเย็น

จินซองรีบเขย่าแขนพ่อให้หยุดหาเรื่องเพราะอามาร์คท่าทางไม่พอใจขึ้นมาแล้วจริงๆ ไรอันฮึดฮัดไม่พอใจ

ดาฮยอนกระเป๋าหนูใบไหน

มาร์คไม่สนใจพี่ชายจอมเรื่องมากอีก เขาหันมาถามหลานสาวที่ยืนอยู่กับอเล็กซิส จะช่วยยกกระเป๋าไปไว้ในเต้นท์ให้เพราะพี่ชายเธอไม่ขยับมาช่วยเลย สะบัดตูดเดินเข้าเต้นท์ไปก่อนแล้ว

ไม่เป็นไรค่ะอามาร์ค หนูถือไปเองได้

เมื่อกี้ตอนตรวจร่างกายได้บอกหมอหรือเปล่าว่าล้มมาร์คถามต่อ เป็นห่วงทั้งหลานสาวและเจ้าตัวน้อยในท้อง ดาฮยอนยิ้มแล้วตอบให้อาสบายใจ

บอกค่ะ แต่หมอบอกว่าไม่เป็นไร

อืมดีแล้ว เอากระเป๋าไปเก็บในเต้นท์แล้วออกมานั่งกินข้าวด้วยกันนะ

แค่ต้องทนนอนกับพ่อแม่ก็คงอึดอัดมากพอแล้ว เวลาอื่นที่ไม่ใช่เวลานอนมาร์คก็จะให้หลานมาอยู่ด้วยกันนี่ล่ะ

ดาฮยอนพยักหน้ารับแล้วเดินไปเต้นท์ข้างๆ มาร์คถอนหายใจ ชางอุคบีบบ่าเขา เข้าใจความรู้สึก

การอยู่ร่วมกับไรอันและเมียนี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ

 

 

หนูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะอเล็กซิสบอกพ่อเมื่อทานอาหารกันเสร็จแล้ว

พ่อพาไปมาร์คเป็นห่วง คนเยอะแยะไปหมดใครจะไว้ใจให้ลูกไปคนเดียว

ไม่เป็นไรหนูไปได้ พ่อนอนเหอะ

ไม่ได้ ไปคนเดียวไม่ได้หรอกมาร์คขยับลุกยืน ทุกคนที่นั่งล้อมวงเงยหน้ามอง

อเล็กซิสไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อห่วงไปซะหมดทุกอย่าง ที่นี่มันค่ายทหารนะ พ่อควรทำใจและทำตัวสบายๆ ได้แล้ว เครียดมากไปเดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตกหรอก 

ฉันไปกับหลานเองพี่ อยากเข้าห้องน้ำเหมือนกัน ดาฮยอนจะไปด้วยไหม ออสตินล่ะ

ไอรีนอาสาไปเป็นเพื่อน ยัยหลานตัวแสบกระซิบบอกตอนเอากล่องข้าวไปทิ้งถังขยะว่าประจำเดือนมา จะบอกพ่อตรงๆ ก็ยังไงอยู่

ไปค่ะดาฮยอนก็ปวดเบาเหมือนกัน

“ไม่ฮะ ผมไม่อยากเข้า” ออสตินปฏิเสธ

ไปกันเองได้แน่นะมาร์คถามย้ำ จากห่วงเดียวเพิ่มเป็นสามห่วงแล้วนะตอนนี้ 

โธ่พี่ ใครจะกล้าทำอะไรในค่ายทหาร พวกฉันไปแป๊บเดียวเดี๋ยวมา

ไอรีนต้อนเด็กๆ ให้ลุกเดินไปก่อน ตัวเองปิดท้าย

พี่อย่าห่วงเลยนอนเถอะ ถ้าสามคนนั้นไปนานผิดปกติเดี๋ยวผมไปดูให้เองชางอุคพูดให้พี่ภรรยาคลายกังวล เขาก็ห่วงไอรีนและหลานไม่ต่างจากมาร์ค

            มาร์คพยักหน้า ไว้ใจน้องเขย เดินเข้าไปในเต้นท์เพื่อนอนสักงีบ

 

 

ห้องน้ำของที่ค่ายนี้ คือ ห้องน้ำของอาจารย์และนักเรียนในอาคารเรียนหลังใหม่ที่เปิดให้ใช้แค่ตึกเดียวแต่ใช้ได้ทั้งสี่ชั้นเพื่อความสะดวกในการตรวจตรา

อเล็กซิส พี่ดาฮยอน และอาไอรีนได้ใช้ที่ชั้นหนึ่ง เด็กสาวได้เข้าก่อนเพราะอาบอกว่าเรื่องของเธอจำเป็นกว่า ดังนั้นอเล็กซิสจึงออกจากห้องน้ำคนแรกและต้องยืนรอทั้งสองคน

เด็กสาวหันไปทางซ้ายมือเมื่อรู้สึกว่าถูกจับจ้องแล้วพบว่ามีคนมองเธออยู่จริงๆ เพราะเธอลองหันซ้ายขวาดูแล้วแต่สายตาคู่นั้นไม่ละจากเธอเลย ไม่ได้คิดไปเองจริงๆ นะ

มองทำไม?

 

 

มองใครวะ”  ชายหนุ่มร่างท้วมสวมแจ็คเกตสีฟ้าเดินมาหาเพื่อนที่หลบมาสูบบุหรี่แถวห้องน้ำ ชายหนุ่มร่างสูงผมสีเข้มไถข้างยืนสูบบุหรี่อยู่ใต้ต้นไม้

มองเด็กผู้หญิงคนถูกทักตอบเสียงเรียบ ยังไม่เลิกวางสายตาไว้ที่ร่างเพรียวบางนั่น

ไหน?”

เสื้อกล้ามสีครีม ยีนขายาวสีน้ำเงิน คนที่ผมยาว ตาโต หน้าสวยมากๆ น่ะ

หนุ่มร่างท้วมมองหาคนตามลักษณะที่เพื่อนบอก ไม่นานก็เจอ พอหาเจอก็อ้าปากค้าง

โอ๊ยมึงเอ๊ย..สวยอะไรขนาดนั้นวะ พ่อแม่ทำอีท่าไหนลูกถึงได้ออกมาสวยฉิบหาย หุ่นอย่างกับนางแบบ ตาคมบาดคนได้เลยอ่ะ

เพื่อนของหนุ่มหล่อครางออกมาแผ่วเบาก่อนจะเขย่าแขนเขาแรงๆ ตื่นเต้นที่ได้เจอคนสวย เป็นคนสวยแบบที่เห็นแล้วร้องว้าวออกมาได้เลย

อืมร่างสูงครางตอบเพื่อนในลำคอแล้วคีบบุหรี่ออกจากปาก พ่นควันร้ายสีเทาออกมาเบาๆ

เพิ่งเคยเห็นหน้า คงเพิ่งมาใหม่วันนี้สินะ..

ชายหนุ่มอัดควันเข้าปอด ยิ้มเย็นเมื่อคนที่มองอยู่จ้องกลับมาเขม็งอย่างไม่กลัวคนแปลกหน้า

รู้ตัวซะแล้วสิ..

 

TBC.

**

มีหนุ่มที่ไหนมามองลูกพ่อมาร์คแม่แบมเนี่ย เขาเป็นใคร? จะเป็นคนดีหรือคนร้าย? อิ้_อิ้

จินยองและแบมแบมจะรวมกลุ่มกันในอนาคต #สปอยล์

คุณทหารเขายังคิดถึงคุณหมออยู่เลยนะ 555 นึกภาพพี่แจ็คเป็นทหารแล้วโคตรหล่อเลย #ดิ้น

แต่เดี๋ยวเขาก็ได้รวมตัวกัน ตอนนี้ยังกระจัดกระจายอยู่

(c) Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 153 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,523 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:17
    ไอ่หนุ่ม! เอ็งเป็นใคร!? อย่านะโว้ยยย!!!
    #2,443
    0
  2. #2344 icielfahmb (@icielfahmb) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 01:21
    นัมจุนนนน55555
    #2,344
    0
  3. #2318 Chiracc (@Chiracc) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 22:29
    สนุกมากกกกก ลุ้นทุกตอนเลยยย
    #2,318
    0
  4. #2221 GOT-MarkBam (@Angle-2358) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 12:50
    โอ๊ยยยยคิดแล้วดิ้นตามไรท์ เฮียแกขาวอยู่แล้วจมูกโด่งหน้าคมผมไถข้าง พ่อของลูกก
    #2,221
    0
  5. #2184 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 11:23
    ฮื้ออออ เเล้วจะได้เจอกันมั้ยเนี่ยยยย
    #2,184
    0
  6. #2106 LOOK_WALAK (@N_Nam0802) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 19:20
    ขนาดหนีตายกันขนากก็ยังมีพวกคนจิตใจไม่ดีอะเนอะ
    #2,106
    0
  7. #2030 opoceleste (@opoceleste) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 22:17

    แบมแบมเก่งมาก และที่ชอบคือคู่พ่อแม่มาร์ค แอบเศร้าแต่คือดีน่ารักมาก ฮือออ

    #2,030
    0
  8. #1945 FrontHyuk (@chocolatepie) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 21:35
    อื้อออหืออ -หนุ่มที่แอบมองหลานสาวชั้น นี่คิดอะไรกันอยู่หรือป่าว อย่าคิดทำอะไรแผลงๆนะ ชิชะ
    #1,945
    0
  9. #1912 pounger (@pounger) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 01:39
    อ่านแล้วกลัว ไม่ค่อยมีใครแต่งแนวนี้เท่าไหร่ ไรท์แต่งดีมากเลย มาต่อด้วยนะคะ
    #1,912
    0
  10. #1867 kor_kod1 (@kor_kod1) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 00:00
    อ่ออ ทหารคนนั้นคือแจ็คสัน เค้ามีผัวแล้วนะลูก5555
    #1,867
    0
  11. #1860 ((((d^dek^d)))) (@smart_girl) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 15:46
    อยากให้แบมเจอมาร์คมากๆๆๆเลยค่ะ ฮือออออ
    #1,860
    0
  12. #1776 zzzcc (@zzzcc) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 18:52
    สงสารเขาคนนั้นจับใจระวังพ่อเขาเอารถมาทุบหัวนะไปยุ่งกับลูกเขา
    #1,776
    1
  13. #1629 mew_wwp (@mew_wwp) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 22:33
    ลุ้นตลอดเวลาเลยยย ว่ามันจะโผล่มาตอนไหนนะ แบบพอรอดแล้วก็ เฮ้ออ~
    #1,629
    0
  14. #1556 Only We Know Untill (@369963nq) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 15:49
    อ่านแล้วรู้สึกเรียลมากๆ ใจหายตลอดเวลาที่อ่านเลย สงสารแบม อยากให้เป็นครอบครัวที่แสนสุขเร็วๆ
    #1,556
    0
  15. #1521 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 15:16
    พ่อเขาดุนะแก..อย่าไปยุ่งกับลูกสาวเขา.. อยากให้แบมเจอกับครอบครัวเร็วๆ ฮือ
    #1,521
    0
  16. #1396 wslloogpa (@wslloogpa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 04:23
    รวมกันให้ได้ไวๆน้า ตอนนี้กลัวใจไรท์มาก อย่าให้ใครเป็นอะไรอีกนะ ฮือออออ
    #1,396
    0
  17. #1369 zmgebob (@zmgebob) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 11:05
    โอ้ยยย ในสถานการณ์แบบนี้ยังจะมาเหล่สาวกันอีก โว้ยย อย่าทำอเล็กซิสกันนะ
    #1,369
    0
  18. #1127 EUNHWA_OK (@EUNHWA_OK) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 13:28
    อยากให้เจอกันแล้วววว
    กลัวทุกก้าวยาง ฮืออออ
    #1,127
    0
  19. #1039 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 14:32
    ก็ต้องห่วงดิ คิดว่าสถานการณ์ตอนนี้มันธรรมดาหรือไง 
    เฮ้ออออ ยูครีบ ๆ เก่งจะได้ไม่ลำบากแบม
    #1,039
    0
  20. #1007 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 21:51
    ถถถถถถ พี่แจ็คนี้เองงงง ยองแจน่าเอ็นดูอะ ไม่ยอมตายหรอก~ แบมก็พาตัวเองมาถึงบ้านพ่อพี่มาร์คแล้ววว อยากให้รวมกันไวๆ
    #1,007
    0
  21. #998 Oh Nipaporn Jong (@19940412) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 14:36
    ที่แท้แจ็คคือทหารคนนั้นนี่เอง 555555 เนื้อเรื่องยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆเลย อเล็กซิสหนูสตรองเหมือนแม่เลยลูก ป้าชอบหนูจัง 55555 แต่เกลียดครอบครัวอิไบรอันอ่ะ โค-รตเห็นแก่ตัวเลย ถ้าใครจะโดนกัด ขอให้เป็นพวกมัน ชิร์!!
    #998
    0
  22. #797 mildsmileyim_m (@mildsmileyim_m) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 23:56
    ฮ่านัมจุน ถามเด็กเเบบนั้นได้ไง555. เเจ็คเเจน่าจะพอลดความเครียดให้เรื่องนี้ได้บางนะ555
    #797
    0
  23. #761 Saowaluk0711 (@Saowaluk0711) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 10:27
    ตัวละครเริ่มเยอะขึ้นทุกคนมีบทบาทที่น่าติดตามมม
    #761
    0
  24. #740 pcyijb (@wathanyaaa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 08:53
    ชอบมากกค่ะ
    #740
    0
  25. #510 ktenn (@kik-waranya) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 17:16
    เหมือนดูหนังฝรั่งดีๆนี่เองง ชอบมากก
    #510
    0