เปิดรีปริ้นท์(GOT7) มายาเกี้ยวรัก Markbam,khunyug,jackjae,bnior

ตอนที่ 6 : Chapter 5 : คุณปู่ & ว่าที่หลานสะใภ้ 100% +เปลี่ยนอิมเมจคุณแม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,069
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 385 ครั้ง
    11 ต.ค. 58

 

 

         



อังศนา & โซมี





 

แบมแบมเป็นจุดสนใจของพนักงานมากมายภายในตัวอาคารสูงตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบริเวณโถงล็อบบี้ของบริษัท

ร่างบางขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยว่าคนเหล่านั้นมองตนทำไม ข่าวลือน่าจะเงียบไปบ้างแล้วสิ

แบมแบมส่งยิ้มให้คนที่ยิ้มให้ตนอย่างงุนงง สายตาดูถูกแกมสมเพชอย่างที่ได้รับเมื่อวานนั้นน้อยลงไปมากเลย เขาเร่งฝีเท้าไปยังสถานที่ที่ตนต้องทำงานเพื่อหลบเลี่ยงสายตาผู้คน ความสงสัยเกาะหัวใจอยากรู้คำตอบด้วย

“น้องแบมแบม!

แบมแบมสะดุ้งเมื่อพี่มินวิ่งเข้ามากอดแขนทันทีที่เขามาถึงแผนก เธอเรียกเขาเสียงดังจนตกใจเลย

“ครับพี่”

“ทำไมไม่ยอมบอกพวกพี่เลยล่ะว่าคบกับท่านแล้ว พี่ก็หลงคิดไปว่าน้องแบมเป็นคู่นอนท่านเหมือนคนอื่น ถ้าน้องแบมแบมบอกพี่จะได้ช่วยแก้ข่าวให้”

“ขี้ประจบเหลือเกินนะยะ” เจียหมั่นไส้เพื่อนรักเหลือเกิน มินค้อนเพื่อน

“หา? ผมนี่นะ พี่เอาอะไรมาพูดครับ” แบมแบมงง หน้าตาเหรอหราด้วยความไม่เข้าใจ มินหัวเราะ

“อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลย หรือว่าแบมแบมตั้งใจจะเก็บไว้เป็นความลับ โถๆ เด็กน้อย ปิดยังไงก็ไม่มิดแล้วจ้ะ”

“มานี่สิแบมแบม” เจียลุกจากเก้าอี้มาดึงแขนแบมแบมไปที่โต๊ะ ส่งโทรศัพท์มือถือให้น้องดู

“จอเล็กจะไปมองเห็นอะไร เอ้านี่” มินยื่นแท็บเลตที่จอใหญ่กว่าโทรศัพท์ของเจียให้แบมแบม ร่างบางรับมาดู

“นี่มัน..

“ข่าวงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดท่านรัฐมนตรี ดูสิว่ามีใครบ้างที่นักข่าวเขาจับมาเป็นประเด็นเด่น”

มินทำเสียงตื่นเต้นขณะที่แบมแบมนิ่งค้างไปแล้วกับสิ่งที่ได้เห็น

“ท่านของเราน่ะเป็นหนุ่มในฝันอันดับต้นๆ ของสาวค่อนเอเชียเลยนะจ๊ะ ขยับตัวไปไหนทีก็เป็นข่าวที ไม่ต่างกับดาราดังๆ หรอก” เจียเสริม

“และท่านก็มักจะควงคุณเลขาชเวคนสวยออกงานอยู่เสมอ เพราะท่านไม่มีคนรักเป็นตัวเป็นตน”

มินกล่าวต่อพร้อมรอยยิ้มกว้าง

“บอกความจริงพวกพี่มาเถอะว่าแบมแบมเป็นคนรักของท่าน คบกันไวจังเลย ทำไมเมื่อวานถึงปฏิเสธเหมือนแบมแบมเป็นแค่คู่ควงเล่นๆ ของท่านเลยล่ะ”

เจียสงสัยข้อนี้ที่สุด เพราะเมื่อวานแบมแบมท่าทางไม่พอใจมากจริงๆ ที่ถูกนินทา

“ใช่ หรือว่าแกล้งเล่นละครหลอกพวกพี่ แหม กลัวว่าถ้าพวกพี่รู้ว่าแบมเป็นคนสำคัญของท่าน พวกพี่จะเกรงใจจนไม่กล้าดุหรือสอนงานแบมสินะ เรื่องนั้นน่ะไม่ต้องกลัวเลย พี่ยินดีสอนทุกอย่างเลยจ้ะ”

มินจับมือแบมแบมไว้ ทำให้เขาต้องละสายตาจากข่าวซุบซิบในแวดวงสังคมที่เผยแพร่ทางสื่อออนไลน์มองหน้าสวยของเธอ  

“เอาหน้าจังเลยวะ รู้สึกว่าคนที่สนใจสอนงานน้องมีแค่ฉันกับไอ้บีไอนะ”

เซฮุนที่เพิ่งมาถึงที่ทำงานร้องขัดเพราะได้ยินคำพูดของมินพอดี มินเบ้ปากใส่เพื่อนร่วมงาน เซฮุนไม่สนใจเธอ ยื่นถุงขนมให้แบมแบม

“อ้ะ ขนมของแบม พี่ซื้อมาฝาก”

“ขอบคุณครับ” แบมแบมฝืนยิ้มให้เซฮุน รับขนมมาวางบนโต๊ะทำงาน ยังงุนงงและสับสนอยู่เลยกับข่าวที่ได้เห็น

นี่มันอะไรกัน แบบนี้มันแย่ยิ่งกว่าเขามีสถานะเป็นแค่คู่นอนท่านอีกไม่ใช่เหรอ

 

 

 

 

ภายในห้องทำงานของผู้บริหาร The Grand Rich โรงแรมหรูระดับหกดาว เจ้าของคนปัจจุบันของ Tuan Property Group กำลังมองจอคอมพิวเตอร์สีขาวแล้วอมยิ้ม

ไฮโซหนุ่มเจ้าของ TB Enterprise ทำให้บรรดานักข่าวที่ไปร่วมงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดท่านรัฐมนตรี ฮวาง ฮยอนจู เมื่อคืนต่างพากันสงสัยว่าใครกันนะที่ ต้วน อี้เอิน พาออกสื่อ เพราะมองกันแล้วมองกันอีก ยังไง้ยังไงก็ไม่ใช่คุณเลขานุการคนสวยที่ไปไหนไปกันตลอด งานนี้เห็นทีคุณ ต้วน ซังวู เจ้าสัวคนดังอาจจะได้หลานสะใภ้เร็วๆ นี้แล้วก็ได้นะคะ

เจ้าสัวคนดังอย่างที่นักข่าวเรียกเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์มือถือมากดโทรหาหลานชายคนโต ขณะมองภาพของหลานชายคนเล็กที่มีใครคนหนึ่งยืนอยู่เคียงข้าง

รอยยิ้มสดใสน่ารักดีจังเลยนะเด็กคนนี้..

“จินเข้าบริษัทหรือยัง”

<ยังครับคุณปู่ ผมกำลังจะไปส่งลูกที่โรงเรียน คุณปู่เห็นข่าวแล้วสินะครับ>

“เห็นแล้ว เมื่อคืนเราก็ไปมานะทำไมไม่เล่าให้ปู่ฟังบ้าง” ซังวูต่อว่าเล็กน้อย

<โธ่! ผมนี่อยากเล่าใจจะขาด แต่เมื่อคืนกลับจากงานเลี้ยงคุณปู่ก็เข้านอนไปแล้วผมเลยไม่อยากรบกวนน่ะครับ ผมได้คุยกับแฟนเจ้ามาร์คด้วยล่ะ ส่งจินฮวานแล้วผมจะเข้าไปหาที่เดอะแกรนด์แล้วกันนะครับ จะไปเล่าให้คุณปู่ฟังทุกอย่างเลยนะ>

“อืม มาเร็วๆ นะปู่จะรอ” เมื่อวางสายจากหลานชายคนโตแล้ว ซังวูก็เรียกเลขานุการคนสนิทให้เข้ามาหา

“จุนเค..ฉันอยากให้หาประวัติคนคนหนึ่ง”

“ท่านจะให้ผมหาใครเหรอครับ” ชายหนุ่มยืนรอรับคำสั่งอย่างนอบน้อม

“มานี่สิ” ชายชราพยักหน้าให้ลูกน้องเดินเข้ามาใกล้ๆ คิมมินจุนเดินไปใกล้เจ้านาย ซังวูชี้ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ชายหนุ่มขยับมายืนมอง

“คนนี้..ฉันอยากรู้เรื่องของเด็กคนนี้ให้มากที่สุด ทำได้ไหม” ซังวูจิ้มนิ้วลงบนภาพของแบมแบม

“ได้ครับ ท่านต้องการด่วนไหมครับ”

“ถ้านายสามารถทำได้ภายในวันนี้จะดีมากเลย”

“รับทราบครับ ผมจะรีบไปจัดการให้เดี๋ยวนี้”

“ขอบใจนะ” จุนเคโค้งให้เจ้านาย ขอตัวไปจัดการในสิ่งที่ท่านต้องการ

ซังวูพินิจมองคนในรูปกรอบเล็ก ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่าน่ารัก ถ้าได้เจอตัวจริงเร็วๆ คงจะดี

 

 

 

 

“พี่ยองแจ”

“อ่าวแบมแบม มาแต่เช้าเชียว เพราะข่าวนั่นสินะ” ยองแจทักทายแบมแบม ยิ้มให้ แต่แบมแบมยิ้มตอบไม่ออกเลย

“ครับ ท่านอยู่ไหมครับ”

“อยู่ครับ” ยองแจรายงานเจ้านายก่อนว่าแบมแบมมาหา พอท่านอนุญาตก็หันมาบอกกับแบมแบม

“เข้าไปได้เลยนะ ท่านรออยู่ละ” ยองแจกำมือให้กำลังใจ ร่างบางพยายามยิ้มให้ยองแจ เคาะประตูห้องทำงานของท่านแล้วเปิดเข้าไป

“ผมคิดอยู่แล้วว่าคุณต้องมา นั่งสิครับ” มาร์คเงยหน้าจากงานมองเด็กฝึกงานที่มายืนหน้าโต๊ะทำงานเขา เอาแต่มองเขานิ่งๆ ไม่ยอมนั่ง

“ไม่ล่ะครับ ผมมาคุยไม่นาน ผมเห็นข่าวเมื่อเช้าแล้ว ทำไมท่านไม่บอกผมล่ะครับว่างานเมื่อคืนมีนักข่าวด้วย” แบมแบมเริ่มลดความกลัวในตัวท่านลงทุกวัน แต่ความไม่พอใจที่สะสมอยู่ในใจไม่มีลดลงเลย

“คุณไม่ได้ถามนี่ครับ” แบมแบมมองเจ้านายที่อมยิ้มน้อยๆ ท่าทางไม่ทุกข์ร้อนอะไร คำพูดที่เหมือนไม่สนใจอะไรสักอย่างนั่นด้วย ทั้งหมดนั้นทำให้เขารู้สึกอยากจะตะโกนใส่หน้าท่านแรงๆ สักที

“ท่านจงใจไม่บอกผมใช่ไหมครับ” แบมแบมยังถามอย่างสุภาพ ถึงท่านจะชอบเขา แต่ไม่ได้หมายความว่าท่านจะไม่ทำอะไรเขานี่

“คนจะได้เลิกนินทาคุณเสียหายแล้วหันมาเกรงใจคุณแทนไง”

แบมแบมพยายามข่มอารมณ์ทั้งหมดทั้งมวลลง ท่านคงหวังดีกับเขามากเลยสินะถึงขนาดยอมทำนอกกฎของตัวเองพาเขาออกงานให้คนพูดถึงกัน ท่านไม่รู้นี่นะว่าเขาเคยพูดอะไรกับพี่ๆ เอาไว้

เมื่อวานตอนเช้าเขาปฏิเสธกับทุกคนว่าไม่ได้เลือกท่าน แต่พอกลางคืนกลับให้ท่านควงออกงานเหมือนกับว่าเราเป็นอะไรกัน ทั้งที่เขาก็แค่ของเล่นรอวันเบื่อไม่ต่างจากคนอื่น

เพราะท่านยังไม่ได้ตัวเขา ท่านเลยทำได้ทุกอย่าง

งานเมื่อคืนก็แค่ทำให้คนอื่นเงียบลง ตัวเขาก็ยังอยู่ในสถานะเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง

“แต่ท่านครับ

“คุณอึดอัดใจอะไรหรือกันต์ มีอะไรพูดกันได้นะครับ” มาร์คไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้วถ้าแบมแบมจะพูดอะไรบ้าง เขายินดีรับฟังทุกอย่าง

“ผม..แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมท่านต้องทำแบบนั้น ท่านทำให้คนอื่นเข้าใจว่า..ว่า” แบมแบมอยากจะพูดออกมา แต่ก็ไม่รู้จะเรียกว่าคนรัก คู่ควง หรืออะไรดี

“คนอื่นเข้าใจว่าคุณเป็นคนพิเศษของผม แตกต่างจากคนอื่นๆ ที่เคยมีข่าวด้วย” มาร์คต่อให้

“คนพิเศษในขั้นไหนครับ ผมไม่ได้รู้จักท่านมาก่อน ไม่เคยรู้เรื่องราวของท่านว่าที่ผ่านมาท่านคบหรือไม่คบใคร และแบบไหนที่เรียกว่าพิเศษ ไม่รู้ด้วยว่าคนอื่นเขาจะคิดกับเรื่องนี้ยังไง แต่ผมคิดว่ามันต้องยิ่งสร้างความยุ่งยากให้ผมมากขึ้นแน่นอน”

แบมแบมแค่อยากให้ท่านพูดออกมาให้ชัดเจนมันยากนักหรือ คนพิเศษ แล้วมันพิเศษแบบไหนล่ะ?

“คนรักไงครับ ตอนนี้ใครๆ ก็คิดว่าคุณเป็นตัวจริงของผม” มาร์คลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน แบมแบมตื่นตัวเตรียมระวัง ตอนที่ท่านนั่งอยู่เขายังรู้สึกปลอดภัย แต่ลุกมาอย่างนี้ไม่รู้ท่านจะทำอะไร

“แต่ความจริงเราไม่ใช่ ท่านแค่สร้างสถานการณ์ให้คนเข้าใจผิดไปเท่านั้น”

“ที่ไม่พอใจเพราะมันไม่ใช่เรื่องจริงหรือครับ?”

แบมแบมเม้มปากแน่น ไม่คิดว่าท่านจะถามตรงขนาดนี้

“ใช่ครับ เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องจริงผมถึงไม่พอใจ และไม่ใช่เหตุผลที่ว่าผมอยากเป็นคนพิเศษอะไรนั่นนะ แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมท่านต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่แบบนี้ ผมอยู่เงียบๆ ก็ได้ ตอนนี้เรื่องมันกระจายไปมากกว่าที่ผมคิด..ผมเคยเป็นคนธรรมดามาตลอดชีวิต แต่จู่ๆ ผมก็ได้ลงข่าวอะไรก็ไม่รู้ จากนี้ไปจนกว่าเรื่องของเราจะจบผมจะไม่ได้อยู่เงียบๆ อีกแล้ว ท่านก็รู้ว่าระหว่างเรามันคืออะไร ทำไมต้องสร้างสถานะหลอกลวงนั้นขึ้นมาด้วยล่ะครับ” แบมแบมอดรนทนไม่ไหวระบายออกมา ท่านของแบมแบมกอดอกฟังทุกคำพูด เมื่อแบมแบมพูดจบก็พยักหน้าเข้าใจ

“เมื่อไรที่เรื่องของเราจบในสายตาคนนอกก็คือเราเลิกกันแล้วไงครับ คุณอยู่ในสถานะนี้ไปนั่นล่ะดีแล้ว แม้มันไม่ใช่ความจริงแต่ให้คนอื่นรับรู้ว่าคุณคือคนรักของผม คำพูดนินทาที่จะทำให้คุณเสียหายมันจะได้หายไปไง”

แบมแบมอยากคิดว่านั่นคือการแสดงออกว่าท่านห่วงใยเขา จะพยายามคิดในแง่ดีว่าเป็นอย่างนั้นแล้วกัน

“ท่านลงทุนมากเลยนะครับที่ทำให้คนอื่นเข้าใจไปอย่างนั้น คุณยองแจบอกผมว่าท่านไม่เคยพาใครออกสื่อสักคน”  

            “ไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไรนี่ครับ นับจากที่เราตกลงสัญญากันไปจนจบสัญญา ผมก็มีคุณแค่คนเดียว จะถือว่าเราคบกันก็ไม่แปลกหรอกนะ เพราะในสัญญาคุณขอให้ผมจีบคุณด้วยนี่นา หรือว่าผมต้องขอคุณเป็นแฟนด้วยไหม?”

ทำไมยิ่งฟังแบมแบมยิ่งหงุดหงิดนะ ท่านพูดเรื่องคบกันออกมาได้ไร้อารมณ์ที่สุด เหมือนพูดไปอย่างนั้น 

“เราสองคนเป็นแฟนไม่ได้หรอกครับ เพราะท่านไม่คิดจะรักผม และผมเองก็ไม่คิดจะรักท่าน ถ้าไม่มีความรักมันก็เรียกว่าคนรักไม่ได้หรอก อย่าพูดแบบนั้นออกมาทั้งที่ท่านคิดแค่อยากได้ตัวผม มันทำให้ผมรู้สึกแย่ ผมกับท่านเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องที่มีพันธะสัญญาต่อกัน ไม่ต้องมาตกลงคบกันให้มันยุ่งยากหรอกครับเพราะคนอื่นก็ไม่รู้อยู่ดีว่าแท้จริงแล้วเรื่องระหว่างเราเป็นยังไง ผมเพียงแค่สงสัยว่าท่านพาผมไปงานเลี้ยงทำไม ถ้าท่านบอกแต่แรกว่ามีนักข่าวผมก็คงเดาได้ตั้งนานแล้วว่าท่านอยากทำอะไร ตอนนี้ผมรู้เหตุผลของท่านแล้ว ผมพอใจแล้วล่ะครับ ขอตัวนะครับ”

“เดี๋ยวสิครับ” มาร์คก้าวไปรั้งแขนคนที่จะเดินหนีเอาไว้ แบมแบมหยุดเดินแต่ไม่ยอมหันกลับมามองหน้ามาร์ค

“คุณกำลังไม่พอใจ”

“เปล่าครับ” แบมแบมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องโมโห อาจจะเป็นเพราะตอนนี้ในสายตาคนอื่นเขาคือคนรักของท่าน ทั้งที่เขารู้อยู่แก่ใจว่าเป็นได้แค่ของเล่นล่ะมั้ง

ท่านตัดสินใจทำอะไรไปโดยไม่เคยปรึกษาเขา ทั้งที่เราเป็นคนรับผลนั้นร่วมกัน ท่านไม่ช่วยเขายังจะรู้สึกดีกว่านี้เลย ปล่อยให้เขาเผชิญกับคำนินทาไปก็ได้ ถ้าเขารู้ว่าท่านจะช่วยเขาด้วยวิธีนี้ เมื่อวานเขาจะไม่ขึ้นมาหาท่าน จะไม่โวยวาย จะก้มหน้ารับชะตากรรมไปเงียบๆ จนกว่าเรื่องทุกอย่างจะจบ

เรื่องคบกันมันเรื่องใหญ่นะ ถ้าสร้างขึ้นเพื่อหลอกคนอื่นให้มองเขาในแง่ดีขึ้นเขาก็ไม่อยากได้หรอก

“ผมเห็นอยู่ว่าคุณไม่พอใจ”

แบมแบมสูดลมหายใจลึกๆ หลับตาลง ปรับอารมณ์ให้นิ่งแล้วหันไปมองหน้าท่าน

“ผมหายแล้ว ปล่อยแขนสิครับผมจะไปทำงาน เดี๋ยวคนเขาจะพูดเอาได้ว่าผมใช้อภิสิทธิ์ในการเป็นคนรักของท่านไม่ยอมฝึกงานเหมือนที่เพื่อนนักศึกษาคนอื่นเขาทำกัน” 

            “ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะพอใจ”

“บอกไปท่านก็ให้ผมไม่ได้หรอกครับ”

“คุณนี่เข้าใจยากกว่าทุกคนที่ผมเคยเจอเลย ผมขอโทษที่ไม่ได้ปรึกษาคุณก่อน”

แบมแบมสบตาท่าน รู้ว่าท่านขอโทษจากใจ เขาจะรับเอาไว้ก็ได้..

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมรู้ว่าท่านอยากช่วย ไม่อยากให้ผมคิดมากกับคำพูดของคนอื่น ผมก็คงใส่ใจคนรอบข้างมากไป”

มาร์คมองหน้าหวานครู่หนึ่งก่อนจะรั้งคนตัวเล็กเข้ามากอด แบมแบมตกใจไม่คิดว่าจู่ๆ ท่านจะดึงไปกอดอย่างนี้

“ท่านปล่อยเถอะครับ”

“ไม่ร้องนะ”

” แบมแบมหยุดมือที่พยายามจะดันท่านออก ท่านปลอบเขาอยู่เหรอ? ท่านปลอบเขาทำไม?

“คุณดูเหมือนจะร้องไห้เลยนะ อึดอัดใจเหรอ ไม่พอใจจนอยากร้องไห้เลยหรือครับ” แบมแบมยืนนิ่งกับน้ำเสียงนุ่มนวลที่ดังอยู่ข้างหู

ถ้าท่านแค่อยากได้ตัวผม ท่านไม่ต้องใส่ใจความรู้สึกของผมขนาดนี้ก็ได้

แบมแบมก็อยากพูดออกไปอย่างนี้เหมือนกัน แต่คงกลายเป็นประชดประชันเกินไป

เขาไม่มีสิทธิ์ประชดประชันหรอก ก็แค่คนโง่ที่ตอบตกลงสัญญาบ้าๆ

“ผมแค่อยากทำให้คุณสบายใจ วิธีการของผมไม่ถูกใจคุณสินะ” ไม่เพียงกอดแต่มือสวยกลับยกขึ้นลูบผมนิ่มสีน้ำตาลทองไปมาเบาๆ อย่างอ่อนโยนด้วย

แบมแบมถอนหายใจ น้ำตาซึมขึ้นมาจริงๆ

ท่านต้องการให้ผมชอบท่านเร็วๆ สินะ..ถึงได้ทำอย่างนี้ ตกลงว่าท่านเป็นคนยังไงกันแน่

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเข้าใจแล้ว” แบมแบมเข้าใจว่าตอนนี้ท่านทำได้ทุกอย่างเพื่อเขา เขาเองทำได้แค่ทำใจไม่ว่าจะเจออะไรก็ตาม

เดี๋ยวมันก็ผ่านไปแล้ว เมื่อหวั่นไหวก็คงรู้สึกชอบ ถ้าชอบแล้วก็คงทำใจเป็นของท่านได้ และพอถึงเวลาทำใจได้..ทุกอย่างก็จะจบลงสักที

 

 

 

ไอ้แบมถ้าว่างตอบข้อความด้วย อยากรู้เรื่องข่าวแกกับมิสเตอร์ทีสุดๆ!’

แบมแบมมองข้อความในแอพพลิเคชั่นแชทสุดฮิตแล้วถอนหายใจ เอื้อมมือกดลิฟต์ด้วยท่าทางเนือยๆ เหนื่อยหน่ายไปหมด ระหว่างรอลิฟต์ก็กดจิ้มพิมพ์ข้อความไปหาเพื่อน

ตอนเย็นเลิกงานไปเจอกันที่ร้านนมหลังมอ จะเล่าให้ฟัง

‘OK’

แบมแบมถอนหายใจ ทำใจว่าเย็นนี้คงโดนจีมินซักฟอกจนละเอียดยิบแน่ แต่เอาเถอะ ได้ระบายกับเพื่อนคงดีเหมือนกัน เขาก็อึดอัดอยากเล่าให้ใครสักคนฟัง ถือโอกาสนี้บอกมันเรื่องคอนโดเลยแล้วกัน

 

 

 

 

“เรื่องก็เป็นอย่างนี้แหละ แกคิดว่าไงล่ะ ฉันว่าเขาเห็นแก่ตัวนิดๆ นะ นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ”

แบมแบมเล่าสิ่งที่คุยกับท่านเมื่อเช้าและเรื่องงานเมื่อวานให้เพื่อนฟัง จีมินเอามือรองใต้คาง ตั้งใจฟังแล้วเก็บไปครุ่นคิด

“อืม..ลงทุนขนาดนี้นี่คงอยากซื้อใจแกสุดๆ แต่ถึงจะทำไม่ค่อยถูก ฉันก็คิดว่าเขาทำดีในระดับหนึ่ง”

“เหรอ”

“เออสิ อย่างน้อยแกก็พ้นจากการตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน เป็นคนรักเขามันดูดีกว่าเป็นนางบำเรอเขาเยอะนะ ความรู้สึกของคนอื่นที่มีต่อแกมันจะเปลี่ยนไปไง จะได้ไม่มีคนมาว่าแกขายตัวด้วย นี่แกโทรไปบอกแม่หรือยัง”

จีมินห้ามเพื่อนไม่ได้แต่ก็ยังอยากรู้ความเป็นไป ถ้าเรื่องมันเป็นแบบนี้ก็ดีกับแบมแบม ถึงเรื่องคบกันไม่ใช่เรื่องจริงแต่แบมแบมก็จะพ้นจากการถูกว่าให้เสียชื่อเสียง

“เออฉันลืมไปเลย!” แบมแบมหน้าเสีย เพราะไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน จีมินจิ้มขนมปังเข้าปาก

“อย่าเพิ่งตระหนกตกใจเว้ย แม่อาจยังไม่เห็นข่าว แม่ไม่ชอบดูข่าวซุบซิบอะไรไม่ใช่เหรอ”

“อือ..ไม่ชอบ แต่ถ้าไม่บอกเลยดีกว่าไหมแก แม่ไม่รู้เราก็ไม่ต้องบอกให้แม่รู้ไง”

แบมแบมกังวล ไม่ได้โทรคุยกับแม่มาหลายวันแล้ว พูดแล้วคิดถึงขึ้นมาเลย

“ต้องบอกนะ ให้แม่รู้จากคนอื่นมันไม่ดี แกอย่าลืมว่าคนที่แกมีข่าวด้วยน่ะเขาเป็นใคร ผู้หญิงค่อนประเทศรู้จักและอยากได้เขานะเว้ย โทรไปซะ บอกแม่ว่าแกมีแฟนแล้ว แค่นั้นแหละ แม่รู้แล้วก็คงไม่ติดใจอะไรหรอก”

“อืม กลับบ้านแล้วจะโทรไป ขอบใจนะที่เตือนฉัน”

“ดี มิสเตอร์เขาจริงจังดีเนอะ ดูกระหายอยากจะได้แกมาก แม่งแคร์แกทุกอย่างอ่ะ”

จีมินอดบ่นไม่ได้ แบมแบมถอนหายใจ กลืนขนมไม่ลงเลย

“เป็นธรรมดาของโลก เขายังไม่ได้เขาก็ต้องทำทุกอย่างให้ได้ฉัน แต่พอได้เดี๋ยวอะไรๆ ก็เปลี่ยนไป”

“ไม่เปลี่ยนหรอก ตอนยังไม่ได้เขาก็ทำเพื่อแก พอได้แล้วเขาก็หยุดทำ เรื่องจบแล้วจะเปลี่ยนอะไรกันอีกล่ะ มีแต่ต่างคนต่างแยกย้าย แต่แกเล่นตัวอย่างนี้ก็ดี ได้ยากๆ เขาจะได้รู้สึกซะบ้างว่าถึงรวยก็ไม่สามารถบังคับใจใครได้ อย่างน้อยแกก็มีศักดิ์ศรี”

แบมแบมชาไปเลยทีเดียวกับคำพูดของเพื่อน ถึงแม้จะรู้ว่าเพื่อนพูดความจริงก็เถอะ ถ้าพี่คุณเป็นคนที่มีฝีปากคมกริบฝ่ายชาย จีมินเพื่อนรักก็เป็นคนที่มีฝีปากเทียบเท่าพี่คุณในฝ่ายหญิงเลยล่ะ

“ขอบใจ”

“พูดให้รู้สึก เผื่อแกจะเปลี่ยนใจเก็บร่างกายไว้ให้คนที่เขารักแก” มีช่องให้แทรกจีมินก็ไม่ลืมที่จะพูดให้เพื่อนเปลี่ยนใจ

“ไม่มีหรอกคนคนนั้นน่ะ ฉันน่ะคิดว่าเรียนจบแล้วจะกลับไปอยู่ต่างจังหวัดกับแม่ คิดถึง กลับไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ดีกว่า ช่วยแม่ทำไร่ทำสวน”

“อื้อหือ เจอมิสเตอร์เข้าไปคนเดียวแกเบื่อเมืองหลวงกะทันหันงี้เลย?” จีมินไม่คิดว่าเพื่อนจะเปลี่ยนความตั้งใจ มันเคยบอกเธอว่าเรียนจบจะหางานทำที่นี่แล้วส่งเงินไปให้แม่ใช้หนี้ไง

“ฉันเบื่อน่ะ เบื่อไปหมดทุกอย่างอยากกลับไปอยู่บ้าน แต่ไม่เบื่อเพื่อนอย่างแกหรอกนะ”

แบมแบมอมยิ้ม จิมินหัวเราะชอบใจ

“แหมมาทำปากหวาน ขนลุกโว้ย กินๆ เข้าไปอย่าพูดมาก” จีมินเลื่อนจานขนมให้เพื่อนตักกินบ้าง แบมแบมส่ายหน้า

“แกกินไปเถอะ กินส่วนของฉันด้วยก็ได้ มื้อนี้ฉันเลี้ยง”

“จริงอ่ะ ขอบใจนะ”

“อือ ฉันมีเรื่องจะคุยกับแกด้วย” แบมแบมทำท่าจริงจังจนจีมินต้องตั้งใจฟังไปด้วย

“อะไรเหรอ”

“เรื่องหอน่ะ ฉันว่าแกย้ายได้แล้วนะฉันเป็นห่วงว่ะ”

“โอ๊ยเรื่องนี้อีกแล้ว! ไอ้ฉันก็นึกว่าแกจะพูดอะไรรึ มาทำสีหน้าจริงจังซะตกใจ ฉันไม่ย้ายหรอกเลิกพูดเรื่องนี้เถอะ ฉันไม่มีเงินไปทำสัญญาเช่าหอใหม่หรอกแก แค่เงินจะกินจะใช้แต่ละเดือนยังแทบไม่พอ”

จีมินใช้เงินอย่างประหยัดมากๆ เพราะอยากเก็บเงินไปเปิดธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง เงินแต่ละวอนถ้าไม่จำเป็น ไม่มีทางกระโดดออกจากกระเป๋าจีมินหรอก

“ไม่นะ แกต้องฟังเลย ฉันมีที่อยู่ใหม่มาเสนอแก ใกล้ที่ทำงานแกสุดๆ แถมค่าเช่าก็ไม่แพง แกจ่ายเท่าหอพักที่อยู่ตอนนี้ก็ได้”

แบมแบมรีบหยิบข้อมูลของคอนโดที่ได้มาจากเลขาของท่านออกจากกระเป๋า คอนโดนี้เขาเลือกแล้วว่าสะดวกกับเพื่อนที่สุด และไม่หรูมากเกินไปจนจีมินไม่กล้าอยู่

จีมินรับแฟ้มสีขาวจากแบมแบมมาเปิด หยิบกระดาษในแฟ้มออกมาดู

“แกดูรายละเอียดโครงการในนี้ด้วยก็ได้นะ” แบมแบมเข้าอินเทอร์เน็ตในมือถือ เปิดเว็บไซต์ของโครงการคอนโดแล้วส่งให้จีมิน

“โอ้โห! ทำไมมันหรูหราอย่างนี้เนี่ย! แล้วดูราคาขายสิ..หน่วยสิบร้อยพัน..” จีมินตาโต จ้องจอเล็กๆ ของโทรศัพท์มือถือพลางนับหน่วยเงินที่ปรากฏ

“พระเจ้า! สามร้อยล้านวอน!! แกจะให้ฉันไปอยู่ได้ไง แค่ค่าเช่าหอที่เช่าอยู่ตอนนี้ฉันยังอยากร้องไห้แล้วร้องไห้อีก”

จีมินรีบส่งโทรศัพท์คืนเพื่อนอย่างรวดเร็วเหมือนมันเป็นของร้อนลวกมือ ยื่นแฟ้มส่งคืนให้ด้วย

คอนโดนี้ทั้งสวยและหรูมากเลยนะ   

“ก็บอกอยู่ว่าราคาเช่าน่ะเช่าได้เท่าที่แกอยู่ตอนนี้เลย แกจะตกใจราคาจริงมันทำไม”

“จะบ้าเหรอ คอนโดระดับนี้เขาให้คนมีเงินเข้าไปอยู่เท่านั้นแหละ แล้วนี่มันก็โครงการของTuan Property เลยนะเว้ย มันต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว..เอ๊ะ! นี่มิสเตอร์ให้คอนโดแกมาเหรอ? แล้วแกก็เอามาให้ฉันอยู่สินะ ใช่ไหม ฉันไม่อยู่เว้ย ไม่อยู่เด็ดขาดเลย!!

จีมินโวยวายเสียงดังจนคนในร้านมอง แบมแบมรีบยกนิ้วแตะปาก ปรามให้เพื่อนเงียบๆ ตกใจที่อีกฝ่ายฉลาดขึ้นมากะทันหัน

จะโกหกยังไงดีวะเนี่ย

“เปล่า..ไม่ใช่ แกก็รู้ว่าฉันไม่มีทางรับของจากเขาแน่ แกก็รู้นิสัยฉันดี”

“เขาอาจกล่อมจนแกใจอ่อนก็ได้นี่! เขาเป็นหลานเจ้าของต้วนพร็อพเพอร์ตี้นะเว้ย แกอย่ามาดูถูกสติปัญญาของเพื่อนแก ตั้งแต่รู้ว่าเขามายุ่งกับแก ฉันก็ค้นหาประวัติเขาส่องจนพรุน รู้ทุกอย่างที่มันมีในเน็ต  ถ้าไม่ใช่คอนโดเขาใครจะบ้าจี้ให้คนจนๆ อย่างฉันเข้าอยู่แล้วจ่ายค่าเช่าน้อยเท่าตัวมดเหมือนได้อยู่ฟรี”

การมีเพื่อนฉลาดก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีเสมอไป..

แบมแบมถอนหายใจ ท่าทางสงบไม่มีพิรุธทั้งที่ในใจเหงื่อตกกังวล

“นี่คอนโดของพี่แจบอม..

“โกหก! ตาหนูอย่ามาโกหกพี่หมูมินซะให้ยาก สวยและมีสมองเว้ย” จีมินกอดอก ตีหน้ายักษ์ใส่เพื่อน แบมแบมอมยิ้ม

“จริงๆ นะ แกอาจจะยังไม่รู้ว่าภรรยาพี่แจบอมคือคุณจินยอง หลานชายคนโตของคุณซังวูเจ้าของต้วนพร็อพเพอร์ตี้ไง เขาไม่ได้มีหลานคนเดียวนะแก”

“จริงอ่ะ!” จีมินตาโต ตกใจกับข้อมูลใหม่

“แล้วในประวัติของท่านที่แกหาน่ะไม่มีเรื่องของพี่เขยท่านหรือไง”

แบมแบมทำท่าทางอ่อนอกอ่อนใจทั้งที่ในใจอยากร้องไห้

เรื่องนี้แบมแบมก็เพิ่งรู้เมื่อคืนนี่ล่ะ คุ้นชื่อคุณจินยองพี่ชายท่านว่าคลับคล้ายคลับคลาเหมือนพี่สะใภ้ไฮโซที่เคยได้ยินผ่านหูเมื่อนานแสนนานมาแล้ว แต่ยังคิดนะว่าคนเราชื่อซ้ำกันได้ จินยองนี่ก็มีคนใช้เยอะมาก แต่คงเพราะลางสังหรณ์ที่อยู่ในใจพอกลับจากงานเลี้ยงเลยโทรไปหาพี่แจบอมว่าตกลงเมียพี่เขาชื่ออะไร เลยได้รู้ว่าภรรยาพี่แจบอม คือ คุณจินยอง คนเดียวกับที่เจอในงานเลี้ยงท่านรัฐมนตรีนั่นล่ะ

เขากับพี่แจบอมถือว่าสนิทสนมกันไม่น้อย แม่พี่เขาเสียไปแล้ว พ่อก็แต่งงานใหม่ แม่เขาเลยช่วยพ่อพี่แจบอมเลี้ยงพี่เขามา ตอนเด็กๆ เล่นด้วยกันบ่อยมาก โตมาก็แยกย้าย พี่เขาเข้ามาเรียนในโซลแล้วได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ ทำให้ความสัมพันธ์ที่เคยสนิทสนมนั้นห่างเหินไปด้วย แต่นานๆ ก็ยังติดต่อกันที

ตอนแต่งงานพี่ก็ส่งข่าวมาบอกว่าจะแต่งงานนะ สาเหตุที่แต่งก็เพราะความจำเป็นอะไรสักอย่างแต่ไม่ได้บอกละเอียดว่าแต่งกับใคร ลูกเต้าเหล่าใคร เพราะเขา แม่ และพี่คุณไปร่วมงานไม่ได้ ช่วงนั้นพี่คุณประสบอุบัติเหตุนอนโรงพยาบาล แม่เลยต้องคอยดูแลพี่ และเขาเองก็เด็กเกินกว่าแม่จะไว้ใจปล่อยให้เดินทางมาร่วมงานแต่งพี่แจบอมเพียงลำพังได้

ตอนเขายังอยู่ที่บ้าน พี่แจบอมเองก็ไม่เคยกลับไปเยี่ยมบ้านพร้อมภรรยาด้วย พอพี่เขาพาลูกไปเที่ยวบ้าน เขากับพี่คุณก็ย้ายมาอยู่โซลกันแล้ว เขาเลยไม่เคยเจอคุณจินยองกับลูกพี่แจบอมสักที

และไม่เคยคิดเลยด้วยว่าจะมาบังเอิญได้รู้จักกันเพราะงานเลี้ยงเมื่อคืน

“นี่ไม่รู้จริงๆ โลกมันกลมมากอ่ะแบม” จีมินทำสีหน้าเหลือเชื่อ แบมแบมพยักหน้า

“อือ โคตรกลม เรื่องเป็นอย่างนี้ พอดีว่าพี่เขาโทรมาหา ถามไถ่ทุกข์สุขฉัน ฉันก็เลยเล่าให้พี่แจบอมฟังไงว่าเขาจะสามารถหาที่อยู่ดีๆ ให้แกสักที่ได้ไหม เดี๋ยวแกเรียนจบทำงาน แกก็คงพอจะมีเงินเช่าที่อยู่ให้มันดีกว่าเดิมได้บ้างแล้ว พี่เขาก็เอาโครงการนี้มาให้ฉันบอกว่าคิดราคาเท่าที่เดิมแกเลยก็ได้”

แบมแบมแอบไขว้นิ้วไว้ใต้โต๊ะ รู้สึกไม่ดีที่ต้องโกหกจีมินว่ามันไม่ใช่คอนโดของท่าน แต่เขาทำไปเพื่อจีมินนะ มันจะได้อยู่สบายขึ้น แถมความปลอดภัยของคอนโดก็ดีเยี่ยมเพราะตั้งอยู่ในเขตชุมชน การเดินทางจากสถานีรถไฟไปคอนโดก็ไม่เปลี่ยว มันเป็นย่านที่มีอัตราการเกิดอาชกรรมน้อยมากน่ะ

“เมียพี่เขาจะไม่ว่าเอาเหรอวะแก ฉันไม่ค่อยสนิทใจที่จะรับอ่ะ เกรงใจ ไม่ได้สนิทอะไรกับพี่เขามากมายด้วย”

จีมินไม่อยากรับไว้หรอก เธอเคยคุยเคยเจอพี่แจบอมแค่ครั้งเดียวเอง ผ่านมาสองปีแล้วด้วย แต่แบมแบมเล่าเรื่องที่คุยกับพี่เขาให้ฟังอยู่เรื่อยๆ เลยรู้สึกว่ารู้จักกันมากกว่าได้เจอแค่หนึ่งครั้ง

“ไม่ต้องเกรงใจ พี่แจบอมรักแม่ฉันมาก พี่เขายินดีช่วยฉันทุกอย่างแหละ แกเป็นเพื่อนรักฉันนะหมูมิน การที่แกอยู่หอที่ไร้ความปลอดภัยแบบนั้นแกคิดว่าฉันสบายใจและนอนหลับสนิทเหรอทุกวันนี้น่ะ”

“แม่ง..อย่ามาโหมดซึ้งดิ” จีมินรู้ว่าแบมแบมน่ะห่วงตนมากแค่ไหน

“นะ วันนี้เราไปดูคอนโดกันก่อนก็ได้ ไม่ชอบก็ไม่ต้องเอา ถ้าชอบก็ตกลงทำสัญญาเลยไง ดีไหม”

“ไอ้นี่หนิ รีบร้อนจริงโว้ย ฉันยังไม่ได้บอกว่าจะไปเลย”

“ฉันก็แค่อยากช่วย..” แบมแบมก้มหน้าทำเป็นเศร้า

“เออๆ ไปดูก่อนก็ได้ พอใจยัง” ทำไมเธอต้องมารู้สึกผิดด้วยล่ะเนี่ย

“เย่! พอใจแล้ว กินเสร็จเราไปกันเลยนะ”

“เออ ไปก็ไป” จีมินอมยิ้มเมื่อเห็นเพื่อนยิ้มกว้าง เพราะแบมแบมมันเป็นคนดีรักเพื่อนแบบนี้ไง เธอถึงห่วงมันมากเรื่องมิสเตอร์นั่นน่ะ..

แบมแบมรักและห่วงเธอมากแค่ไหน เธอก็รักและห่วงแบมแบมมากเท่านั้นแหละ

 

45%

 

Bentley สีขาวแล่นมาจอดหน้าคฤหาสน์ต้วนในเวลาพลบค่ำ ชายหนุ่มก้าวลงจากรถแล้วยื่นกุญแจให้ลูกน้องของคุณปู่เพื่อให้เอารถตนไปเก็บ

เจ้าของทีบีเวลานี้ไม่ได้สวมชุดสูทอย่างเคยแต่อยู่ในชุดลำลองธรรมดา เสื้อยืดคอกว้างแขนยาวสีครีมและกางเกงยีนสีซีด สวมรองเท้าสลิปออนแบบง่ายๆ สีน้ำตาล ผมที่เคยเป็นทรงเนี้ยบตอนนี้ยุ่งเหยิงจนทำให้ใบหน้าหล่อดูอ่อนเยาว์ขึ้นมาก

“คุณน้า! คุณน้ามาหาจินฮวานแล้ววว”

มาร์คหยุดยืนอยู่กลางห้องโถงเพื่อรอให้เด็กชายตัวกลมวัยหกขวบวิ่งมาหา เด็กน้อยหน้าตาน่ารักกอดเอวสอบหมับแล้วเงยหน้ามองน้าชาย ยิ้มให้จนตาเล็กหยี

“สวัสดีจินฮวานคิดถึงจังเลย น้ามีอะไรมาให้ด้วยล่ะ”  ร่างสูงลูบผมนุ่มลื่นของหลานชายตัวน้อยแล้วชูกล่องในมือให้ดู จินฮวานร้องว้าวออกมาดังๆ

“งื้อๆ ของจินฮวานๆ” เด็กชายชูมือสุดแขนพยายามจะคว้าเกมรุ่นใหม่ล่าสุดของทีบี คุณน้าสุดหล่อหัวเราะ ดวงตาคมมองหลานด้วยความเอ็นดู

“อยากได้ต้องทำยังไงก่อนครับ” ร่างสูงย่อกายลงให้ความสูงเสมอกับหลานชายเพียงคนเดียว หอมแก้มยุ้ยอมชมพูแรงๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว จินฮวานจุ๊บแก้มขาวของน้าชายซ้ายขวา กอดคอออดอ้อน

“จุ๊บๆ อย่างเดียวได้ยังไงจินฮวาน หม่าม๊าเคยบอกว่ายังไงครับ”  จินยองเดินตามลูกชายออกมาเพราะรู้ว่าเจ้าตัวเล็กคงอ้อนน้าชายจนเสียเวลากันตรงโถงนี้ไม่ได้ไปไหนแน่

“ขอบคุณฮะ” จินฮวานก้มหัวขอบคุณแล้วรับกล่องของขวัญจากน้ามาถือ พอได้ของเล่นมาไว้ในครอบครองก็วิ่งไปอวดคุณปู่ในห้องนั่งเล่นทันที

“อาบน้ำมาซะเรียบร้อยขนาดนี้คงรู้สินะว่าถ้ามาแล้วกว่าจะได้กลับคงพรุ่งนี้เช้า” จินยองมองหน้าน้องชายยิ้มๆ มาร์คอมยิ้ม ยันมือกับเข่าหยัดกายลุกยืน เดินไปโอบไหล่บาง

“เพราะรู้น่ะสิครับว่าคุณปู่คงชวนค้างที่นี่ ผมเลยเตรียมตัวมาพร้อมนอนเลยน่ะ”

“โดนซักละเอียดแน่” จินยองหัวเราะเบาๆ รู้สึกมีความสุขที่น้องชายมีแฟนเป็นตัวตนกับเขาสักที

“คุณน้าเล่นเกมกับจินฮวานนะ นะๆ” จินฮวานผละจากคุณทวดโผเข้าหามาร์คทันทีที่เขาเข้ามาในห้องนั่งเล่น ร่างสูงเลยอุ้มหลานไปนั่งด้วยกัน

จินยองเดินไปนั่งที่โซฟาตัวเดียวกับซังวู จินฮวานนั่งตักมาร์ค มือน้อยแกะกล่องเกมที่ได้มาใหม่

“จินฮวานไปเล่นกับพี่จุนฮเวก่อนนะ ทวดขอคุยกับน้าแป๊บนึงแล้วเดี๋ยวให้น้าเขาตามไปเล่นเกมด้วยเนอะ”

คุณซังวูเอ่ยกับเจ้าตัวเล็กด้วยรอยยิ้ม จินฮวานพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายแล้วไถลตัวลงจากตักน้าวิ่งไปหาพี่เลี้ยงหนุ่ม

“คุณปู่เรียกผมมาหาคงมีเรื่องสำคัญ..” มาร์คเอ่ยขึ้นก่อน เขาไม่อยากนั่งเงียบให้ปู่จ้องอย่างเดียว สายตาของท่านทำให้เขาทำอะไรไม่ถูก รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

“คิดถึงด้วยและมีเรื่องอยากคุยก็เลยเรียกมา ใจคอจะไม่กลับมาให้ปู่เห็นหน้าบ้างเลยเหรออี้เอิน”

คุณซังวูเอ่ยยิ้มๆ มาร์คพิงหลังกับโซฟา ไขว่ห้าง หยิบหมอนอิงมากอด

“งานยุ่งน่ะครับคุณปู่ แต่คืนนี้ผมจะมาค้างด้วยนะครับ”

“ต้องค้างอยู่แล้ว ถึงไม่เต็มใจปู่ก็จะบังคับแก เข้าเรื่องเลยแล้วกันปู่ใจร้อน เรื่องเด็กที่ชื่อกันต์พิมุกต์น่ะมันยังไงกันแน่ นักข่าวรู้ก่อนปู่มันใช้ได้ที่ไหน”

“ขอโทษครับที่ไม่ได้บอกก่อน พอดีว่ามันไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิดน่ะครับ” มาร์คคาดไว้แล้วว่าคุณปู่ต้องอยากคุยเรื่องนี้ เพราะข่าวมันค่อนข้างถูกพูดถึงเป็นวงกว้างในแวดวงสังคม

“หืม? หมายความว่ายังไง” จินยองถามในสิ่งที่ซังวูกำลังคิดอยู่เลย

“เด็กคนนั้นก็เป็นหนึ่งในคนที่ผมสนใจ สถานะเขาไม่ได้แตกต่างอะไรกับคนอื่นๆ หรอกครับ แต่ตัวเขาเองที่แตกต่างจากคนอื่น”

“หา?..คุณปู่เข้าใจมันไหมครับ” จินยองชี้หน้าน้องขณะหันไปมองปู่ ซังวูส่ายหน้าช้าๆ

“เอาให้เคลียร์หน่อยอี้เอิน”

“เด็กคนนั้นไม่ใช่คนรักของผมครับ แต่ที่ผมพาไปงานด้วยเพราะอยากให้คนเข้าใจเขาเสียใหม่”

“ยิ่งพูดยิ่งไม่เข้าใจน่ะมาร์ค ขอชัดๆ ซิ” จินยองเริ่มหงุดหงิดเมื่อน้องพูดจาให้เข้าใจยาก

“เล่าแต่เริ่มแรกเลยแล้วกันนะครับ กันต์พิมุกต์เป็นเด็กฝึกงานในบริษัทผม ประวัติคร่าวๆ ของเขาคุณปู่คงทราบแล้ว”  มาร์ครู้นิสัยปู่ ท่านคงไม่รอถามเขาอย่างเดียว ท่านเองก็คงรู้จักกันต์พิมุกต์มาบ้างแล้ว

ซังวูพยักหน้ารับ ก่อนเอ่ยให้มาร์คเล่าต่อ

“เดี๋ยวสิ คุณปู่รู้แต่พี่ไม่รู้นะ อย่าเล่าข้ามสิมาร์ค” จินยองโวยวายที่ตนไม่รู้เบื้องหลังของกันต์พิมุกต์อยู่คนเดียว

“เดี๋ยวปู่เล่าให้ฟังทีหลังน่าจิน ตอนนี้ให้อี้เอินเล่าก่อนเถอะ” ซังวูปรามหลานคนโต ใจร้อนอยากรู้เรื่องราวเร็วๆ จินยองเลยต้องสงบปากสงบคำ

“ผมต้องการแค่ตัวเขาน่ะครับ เรียกเขามาคุยเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน ผมเพิ่งรู้จักเขาได้แค่อาทิตย์กว่าๆ เอง”

“อ่าว..” จินยองผิดหวังเพราะเขาเชื่อไปแล้วว่าแบมแบมเป็นคนรักของมาร์ค

 “แต่กันต์พิมุกต์เขาแตกต่างจากคนอื่นอย่างที่บอกไปแล้ว เขาไม่ยอมรับอะไรจากผมเลยครับ ไม่ว่าจะคอนโด รถ เงิน หรือตำแหน่งงานหลังเรียนจบ ผมให้เวลาเขาตัดสินใจนะครับซึ่งเขาปฏิเสธ”

“ว้าว..ไม่น่าเชื่อเลยแฮะ” จินยองประหลาดใจจนต้องร้องออกมา จากที่เริ่มใจเสียเพราะแบมแบมไม่ใช่ว่าที่น้องสะใภ้ก็กลับกลายเป็นตื่นเต้นเมื่อได้รู้ว่าอีกฝ่ายก็ไม่ใช่คู่นอนธรรมดา

“แล้วยังไงต่อล่ะ” ซังวูถามเสียงเรียบแต่มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่แทบมองไม่เห็น

“ผมชอบเขามากและก็รู้สึกเสียหน้าเล็กๆ ที่โดนปฏิเสธ ผมเลยคุยกับเขาอีกรอบ ครั้งที่สองเขาก็ยังปฏิเสธอยู่ ผมให้เขาเสนอข้อแลกเปลี่ยนใหม่อะไรก็ได้ครับ เขาเลยขอข้อแลกเปลี่ยนเพียงข้อเดียวและเป็นสิ่งที่ทำให้ผมนึกสนุกอยากลองเล่นดูด้วยสักครั้ง”

มาร์คหยุดพูดเมื่อคนรับใช้นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ จินยองหันไปถลึงตาใส่สาวใช้จนเธองุนงง รีบออกจากห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว

“อะไรล่ะอะไร เด็กคนนั้นอยากได้อะไรเหรอ” จินยองจิกหมอนอิงลุ้นคำตอบ ซังวูหัวเราะน้อยๆ กับท่าทางของจินยอง มาร์คกลั้นขำพี่ชายก่อนเล่าต่อไป

“เขาต้องการเป็นของผมโดยความยินยอมพร้อมใจ ซึ่งผมต้องทำยังไงก็ได้ให้เขาชอบผม เพราะกันต์พิมุกต์ไม่ต้องการนอนกับคนที่เขาไม่ได้รู้สึกดีๆ ด้วยน่ะครับ สัญญาที่ตกลงกันไว้ไม่มีระยะเวลาหรอกครับเขาชอบผมเมื่อไรก็เมื่อนั้น ผมคิดว่าเขาต้องการซื้อเวลาเท่านั้นเอง ระยะเวลาที่ไม่มีการกำหนดให้ชัดเจนแบบนี้เขาคงคิดว่าผมเบื่อจะรอเมื่อไรก็คงยกเลิกไปเอง และตัวเขาก็ฝึกงานที่ทีบีแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น”

ใช่ว่ามาร์คไม่รู้ว่าแบมแบมคิดอะไรอยู่ แต่เขาแค่เล่นไปตามความต้องการของอีกฝ่ายแก้เบื่อ

“มีแต่เสียกับเสียนะเด็กคนนั้น” คุณซังวูเปรยออกมา จากที่ฟังมากันต์พิมุกต์เสียเปรียบอี้เอินมาก

ตกเป็นของคนที่ชอบอย่างนั้นเหรอ..

“แค่ชอบนายเขาก็จะนอนด้วยโดยไม่เอาอะไรตอบแทนเลยนะเหรอ เงินสักวอนก็ไม่เอา?”

จินยองยังไม่อยากเชื่อว่าเด็กน่ารักคนนั้นต้องการแค่นี้จากน้องชายจริงๆ

“ครับ ผมจะยกคอนโดให้ยังไม่เอา ต้องหว่านล้อมเป็นชั่วโมงโดยอ้างเพื่อนเขาถึงยอม กันต์มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งครับ เขารักเพื่อนมาก ผมเคยไปส่งเธอที่หอพัก ที่อยู่เธอมีความปลอดภัยน้อยมาก ถ้าไม่เพราะเพื่อนคนนี้กันต์คงไม่รับคอนโดเอาไว้ ที่รับไว้นี่ก็ไม่ได้เข้าไปอยู่เองนะครับ เอาไปให้เพื่อนอยู่”

จินยองและซังวูหันมองหน้ากันทันที   

“อย่างนี้ก็เท่ากับแบมแบมเสียตัวให้นายฟรีๆ น่ะสิ คิดอะไรอย่างนั้นนะโง่จริง เป็นคนของมาร์คต้วนทั้งทีก็น่าจะกอบโกยอะไรไปบ้างนะ” จินยองขัดใจกับความแสนดีและหยิ่งในศักดิ์ศรีของเด็กที่ชื่อแบมแบม

“ถ้าแค่คู่นอนทำไมต้องพาเขาไปงานของฮยอนจูด้วย หลอกผู้ใหญ่มันไม่ดีนะอี้เอิน”

ซังวูตำหนิที่มาร์คทำให้คนใกล้ชิดสนิทสนมพลอยเข้าใจผิดไปกันหมด

“ขอโทษครับ ผมแค่เห็นใจเขาน่ะครับคุณปู่”

“เห็นใจอะไร นี่นายจะเล่ามาให้จบไปทีเดียวเลยไม่ได้หรือมาร์ค” จินยองแหวใส่น้องที่เล่าค้างคา

“พี่อย่าเพิ่งใจร้อนสิครับ ผมกำลังจะเล่านี่ไง กันต์เขาเครียดมากน่ะครับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขาและผม พอมีคนรู้เรื่องเลยถูกพูดถึง บางคนนินทาเอาสนุกปากใช้คำพูดไม่ดีเขาเลยไม่สบายใจ กันต์ไม่ได้เต็มใจเป็นคนของผมอยู่แล้ว ติดที่ขัดไม่ได้เขาก็เลยไม่พอใจคนพวกนั้นมาขอให้จัดการให้หน่อย..

“อ๋อ ทีนี้นายก็เลยพาแบมแบมออกงานซะเลย คนอื่นจะได้เข้าใจว่านี่ไม่ใช่แค่คู่นอน คนจะได้เลิกนินทาเขาเสียหายว่างั้น?” จินยองลองเดาใจน้อง

“ถูกครับ”

“จัดฉากซินเดอเรลล่าให้เขากลายเป็นคนรักนาย วิธีนี้มันกลบข่าวเสียได้แต่กลบข่าวใหม่ที่ออกมาไม่ได้หรอกนะ ในเมื่อสถานะของเขาที่ทุกคนรับรู้ตอนนี้คือตัวจริงของมาร์คต้วน แล้วถ้าระหว่างที่รอเขาพร้อมนายดันไปนอนกับคนอื่น ไม่กลัวมีข่าวออกไปว่านอกใจแฟนหรือไง?”

“พี่ก็รู้ว่าผมมีใครก็มีทีละคน ไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนั้นหรอกครับ อีกอย่างผมค้นพบประโยชน์ของกันต์ได้อีกข้อหนึ่งแล้วด้วยล่ะ” มาร์คอวดสรรพคุณของแกะ

“อะไร?”

“เวลาผมนอนกับเขา แค่นอนเฉยๆ นะครับผมหลับได้นะ พี่ก็รู้ว่าผมพึ่งเซ็กส์เพราะอะไร ถ้ามีทางอื่นให้ลองทำแล้วได้ผลดีเหมือนกันผมจะไปนอนกับคนอื่นทำไมล่ะ”

“ว่าไงนะ! ตลกแล้วมาร์ค” จินยองไม่เชื่อเด็ดขาด มาร์คไม่เคยนอนหลับเองมานานมากแล้วนะ

“ผมก็ไม่ได้บังคับให้พี่เชื่อนี่ครับ”

“ข่าวออกไปอย่างนี้เขาไม่ตกใจแย่หรือ” ซังวูคิดถึงจิตใจแบมแบม เดาว่าอีกฝ่ายก็คงไม่อยากให้เรื่องราวใหญ่โตหรอก ถ้าดูจากนิสัยที่ไม่ยอมเป็นของมาร์คง่ายๆ

“บุกมาหาผมถึงห้องทำงานเลยล่ะครับ เขาไม่อยากให้ผมหลอกใครๆ ว่าเขาเป็นคนรักของผม ทั้งที่เขาก็ไม่อยากให้ใครนินทาว่าเขาเป็นแค่คู่นอนของผมเช่นกัน พูดง่ายๆ ว่าเขาไม่อยากเป็นข่าวกับผมเลยไม่ว่าจะกรณีไหนทั้งนั้น” มาร์คพูดพลางนึกไปถึงตอนที่แกะมาหา

ตอนที่เขากอดปลอบแกะน่ะ เป็นครั้งแรกที่เขากอดใครสักคนโดยไม่มีความรู้สึกพิศวาส ที่กอดกันต์พิมุกต์ก็แค่อยากทำให้อีกฝ่ายไม่ร้องไห้เท่านั้นเอง..

“น่าสงสารเด็กคนนั้นนะ ปล่อยเขาไปสักคนไม่ได้หรือมาร์ค มีคนอื่นที่พร้อมจะยอมเป็นของเราอีกมากไม่ใช่หรือ จะไปบังคับฝืนใจคนที่เขาไม่เต็มใจอยู่กับเราทำไมกัน เราใช่ว่าจะขาดคู่นอนสักหน่อย”

ซังวูเห็นใจคนที่เป็นหัวข้อสนทนามาก  

“ไม่ล่ะครับคุณปู่ คนอื่นก็คือคนอื่น เขาก็คือเขา ในตอนนี้ผมต้องการแค่เด็กคนนี้เท่านั้น”

ซังวูถอนหายใจกับความดื้อรั้นของหลานชายคนเล็ก ไม่ว่าอยากได้อะไรก็ต้องทำให้ได้มาไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนก็ตาม นิสัยนี้เป็นมาตั้งแต่เด็กจนโต ไม่ลดน้อยลงเลย

“ระวังเถอะว่าอาจไม่ใช่เขาชอบเราเพียงฝ่ายเดียว เคยคิดถึงตอนที่เราชอบเขาขึ้นมาบ้างไหมล่ะ”

“ไม่มีทางแน่นอนครับคุณปู่” มาร์คตอบด้วยท่าทางมั่นใจในหัวใจตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม แต่สายตาของชายสูงอายุที่ยังไม่ฝ้าฟางกลับไม่เห็นอย่างนั้น

กับดักที่ขุดไว้รอเหยื่อน่ะ..ถ้าไม่ระวังให้ดีนายพรานจะตกลงไปในหลุมเสียเอง

“แสดงว่ารูปร่างหน้าตาและฐานะของเราไม่มีผลอะไรกับเด็กคนนั้นเลยสินะ”

เรื่องนี้ซังวูค่อนข้างแปลกใจเชียวล่ะ คนที่ไม่มองอี้เอินจากเปลือกนอกที่ความสมบูรณ์แบบไม่ใช่จะมีบ่อยนักหรอก ไม่สิ ไม่เคยเห็นมีมาเลยสักคน

“อ่า..จริงด้วยครับคุณปู่ ผมว่าเด็กแบมแบมน่าสนใจมากเลยนะคุณปู่คิดเหมือนผมไหม?” จินยองหาพวก ซังวูพยักหน้าให้หลานชายคนโตทำนองว่าคิดเหมือนกัน

“ปู่อยากเจอ..ชื่อแบมแบมใช่ไหม?”

“ใช่ครับ คุณปู่อยากเจอเขาเหรอครับ ทำไมล่ะ?”

มาร์คแปลกใจ ที่ผ่านมาปู่ไม่เคยสนใจเรื่องของเขาเลยนะ ไม่ว่าเขาจะใช้ชีวิตโสดอย่างไรท่านไม่เคยถามถึง คงเพราะคู่ควงชั่วคราวพวกนั้นไม่มีความสำคัญอะไรที่ปู่ต้องใส่ใจ เขาเปลี่ยนคนบ่อยจนปู่อยากจะจำก็จำไม่ไหว

“เขาน่ารักดีปู่อยากเจอตัวจริงสักครั้ง วันจันทร์เลิกงานแล้วก็พาเขาไปหาปู่ที่โรงแรมนะ ปู่อยากเลี้ยงข้าวเขาสักมื้อ”

“ได้ครับ” มาร์ครับคำทั้งที่ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่คำสั่งของคุณปู่ยังไงก็ต้องทำตาม

“ในเมื่อคุยกันเสร็จแล้วผมว่าเราไปทานมื้อเย็นกันดีกว่าครับ เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันมานานแล้ว วันนี้ผมให้แม่บ้านทำอาหารไว้เยอะเลย”

จินยองชวนทุกคนไปทานข้าว รู้สึกมีความสุขที่น้องกลับบ้าน นานๆ ทีมาร์คจะกลับมาทานข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา

 

 

 

 

“อ่าวอัง วันนี้รับอะไรดีจ๊ะ” แม่ค้าในตลาดสดตอนเช้าทักทายหญิงกลางคนผู้มีรูปร่างเพรียวบางไม่ต่างจากสาวๆ เจ้าของชื่อยิ้มให้แม่ค้าที่อุดหนุนสินค้ากันเป็นประจำ

“ขอดูก่อนแล้วกันจ้ะ” อังศนาว่าพลางเหลียวมองหาเด็กสาวที่เธอรับมาอุปการะ  พอเห็นร่างสูงเพรียวหยุดคุยกับเจ้าของร้านอาหารทะเลที่เยื้องไปอีกสองร้านก็วางใจ หันกลับมาเลือกปลาเพื่อนำไปทำอาหารเช้าสำหรับครอบครัวเธอและคนสนิทในฟาร์ม

“นี่ๆ เขาว่าหนูแบมได้แฟนเศรษฐีน่ะจริงเหรออัง” คุณอังศนาเงยหน้าจากปลาตัวแน่นในถาดน้ำแข็งขึ้นมองแม่ค้า

“เขาที่ว่านั่นใครกันจ๊ะพี่ เรื่องที่แบมแบมมีแฟนฉันก็รู้แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่ารวยหรือเปล่า แบมแบมก็โทรมาบอกว่ามีแฟนแล้ว ทำงานที่เดียวกันน่ะ”

“เนี่ยๆ หนูแบมได้ลงข่าวด้วยนะ ลูกสาวฉันส่งมาให้ดูคุ้นหน้าคุ้นตาว่าเป็นลูกอัง ข่าวสังคมแบบนี้ถ้าไม่ไฮโซจริงเขาไม่ลงหรอกนะ งานเลี้ยงท่านรัฐมนตรีฮวางด้วยนะจ๊ะ” หญิงกลางคนเปิดโทรศัพท์เข้าแอพพลิเคชั่นที่แชทกับลูกสาว เลื่อนหาข้อความที่คุยกันเมื่อคืนแล้วยื่นให้อังศนาดู

นัยน์ตาสวยจดจ้องที่หน้าจอ อ่านแล้วคิ้วขมวด นี่มันแบมแบมลูกของเธอจริงๆ ด้วยสิ..

ทำไมแบมแบมถึงไปงานเลี้ยงวันเกิดนักการเมืองได้ล่ะแล้วยังไปกับไฮโซอีกด้วย หรือว่าผู้ชายที่ชื่อต้วนอี้เอินจะเป็นแฟนที่แบมแบมเล่าให้ฟัง?

“ใช่หรือเปล่าอัง?” อีกฝ่ายถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

“อาจจะคนหน้าคล้ายก็ได้จ้ะพี่ แบมแบมจะไปรู้จักกับคนรวยๆ ระดับนี้ได้ยังไง”

อังศนาส่งมือถือคืนให้เจ้าของพลางยิ้ม

“อย่างนั้นเหรอ ว้า..นึกว่าใช่หนูแบมจริงๆ ซะอีก ฉันมองยังไงก็คิดว่าใช่นา ถ้ามีแฟนรวยๆ ก็ดีน่ะสิอังจะได้สบายขึ้น ทำไร่ทำฟาร์มคนเดียวน่ะเหนื่อยจะตาย แล้วยังต้องหาเงินใช้หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่ออีก”

“ไม่ลำบากขนาดนั้นหรอกจ้ะ เรื่องหนี้สินมีได้ก็หมดได้ถ้าเราขยันชดใช้เขาให้ตรงตามเวลา ในฟาร์มก็มีคนงานฉันไม่ได้ทำคนเดียวเสียหน่อย คุณกับแบมก็ทำงานส่งเงินมาให้ด้วย ฉันสามคนแม่ลูกคงใช้หนี้หมดได้สักวันหนึ่งล่ะนะ..เอาหมดนี่จ้ะ”

อังศนายื่นถาดใส่ปลาที่เลือกแล้วให้แม่ค้าเพื่อคิดเงิน พอดีกับที่ลูกสาวบุญธรรมเดินมาหา

“แม่ซื้อเสร็จแล้วเหรอคะ”

“เสร็จแล้วจ้ะ” อังศนายื่นเงินให้แม่ค้า เธอรับเงินและส่งปลาที่ใส่ถุงเรียบร้อยมาให้ เด็กสาวยื่นมือไปรับมาถือให้แม่เอง

“เดี๋ยวๆ หนูโซมีหนูเห็นข่าวนี้หรือยัง ช่วยป้าดูหน่อยสิว่าใช่พี่ชายหนูไหม แม่เราบอกว่าไม่ใช่ล่ะ”

แม่ค้ารีบร้องเรียกโซมีเอาไว้ก่อนเธอกับแม่จะเดินพ้นแผงของตน เด็กสาววัย 14 ปีหยุดเท้า ถอยหลังกลับไปที่แผงปลาอีกครั้ง อังศนาหันกลับไปมอง

“ข่าวอะไรอ่ะคะป้า” เด็กสาวคล้องตะกร้าจ่ายตลาดไว้กับแขนเรียวแล้วยื่นมือไปรับโทรศัพท์มือถือของอีกฝ่ายมาดู

“ใช่แบมแบมหรือเปล่า?”

“เฮ้ย!” เมื่อโซมีอ่านข่าวออนไลน์จบก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ

“ใช่จริงๆ สินะ!” ท่าทางตกใจของโซมีทำให้แม่ค้าร้องอย่างยินดีตบเข่าฉาด มีเรื่องเอาไปคุยกับร้านอื่นแล้ว

“ไม่ใช่หรอกโซมี พี่แบมจะมีแฟนรวยขนาดนี้ได้ยังไงรีบไปกันเถอะลูก เราต้องไปซื้อผักกันอีกนะ”

“อ่า..ค่ะๆ” โซมียื่นมือถือส่งคืนแม่ค้าแล้วเดินตามแม่ที่ดึงข้อมือเธอไว้

“แม่ นั่นพี่แบมแบมนี่” เด็กสาวกระตุกมือแม่ เอ่ยสิ่งที่คาใจเมื่อครู่ออกมาเมื่อเดินออกมาห่างจากร้านขายปลาแล้ว

“หนูว่าใช่เหรอ?”

“หนูว่าใช่นะแม่ เดี๋ยวกลับไปบ้านแล้วหนูจะไปหาข่าวดูอีกที”

อังศนาไม่สบายใจ ใช่ว่าเธอจะจำลูกตัวเองไม่ได้แต่คิดยังไงเธอก็ไม่เห็นทางว่าแบมแบมจะไปรู้จักคนรวยๆ อย่างนั้นได้เลย เธอเลยเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

“พี่แบมทำงานที่บริษัททีบีไม่ใช่เหรอคะ ตอนได้ฝึกงานที่นั่นพี่เขาดีใจมากเลยหนูจำได้ คนที่ไปงานด้วยคือเจ้าของทีบีนะแม่..” โซมีเอ่ยความเชื่อมโยงออกมา มารดาคนสวยมองหน้าลูกสาว ตาเบิกกว้างนิดๆ

“หรือว่าจะใช่..

“หนูว่าแม่โทรไปหาพี่แบมดีกว่านะคะ โทรไปถามเลยว่าแฟนพี่เขาชื่ออะไร เป็นใคร ทำงานที่ไหน”

“เอาอย่างนั้นเหรอ..

อังศนาหนักใจ ไม่ใช่เธอไม่สนใจชีวิตลูกชายทั้งสองว่าพวกเขาจะเป็นยังไงกันบ้าง ยิ่งอยู่ไกลใจยิ่งห่วง แต่แบมแบมโทรมาบอกเธอแค่ว่ามีแฟนแล้วแค่นั้น ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไร เธอเองก็ไม่อยากถามมากเพราะถ้ายังไม่ได้คบจริงจังแบมแบมมักจะบอกเธอแค่นี้ ที่ผ่านมาเคยมีคนที่คบกันเกินเพื่อนได้ไม่นานโดนบอกเลิกทุกที เรื่องความรักเธอให้ลูกชายตัดสินใจเอาเองว่าควรจะทำหรือไม่ทำอะไรกับชีวิตตัวเอง

“ค่ะ เดี๋ยวหนูโทรให้ก็ได้นะ”

“จะโทรไปป่วนพี่เขาล่ะสิ” อังศนาขยี้ผมลูกสาวอย่างเอ็นดู โซมีพิงซบไหล่คล้องแขนแม่

“เปล่าสักหน่อยนะคะ เวลาโทรไปพี่แบมก็บอกคิดถึงหนูตลอดแหละ คนที่จะว่ามีแต่พี่คุณนู่น”

“พี่เขาดุก็เพราะเป็นห่วงเราน่ะสิ” ลูกชายเธอแบ่งเป็นสายดุกับสายตามใจอย่างละคน

การที่มีลูกสาวคนใหม่เพิ่มมาก็ทำให้เธอไม่เหงามีคนอยู่เป็นเพื่อนกัน เพราะนิชคุณและแบมแบมก็ไปเรียนและทำงานที่เมืองหลวงกันหมด โซมีเป็นเด็กดีและน่ารักมากๆ เพิ่งมาอยู่กับครอบครัวเธอได้เพียงสามปีแต่เธอและลูกชายอีกสองคนก็รักและผูกพันกับเด็กคนนี้เหมือนอยู่กันมานาน

 

 

 

 

“กล่องอะไรน่ะแบม..” นิชคุณเดินหัวฟูออกจากห้องนอน งัวเงียยังไม่ตื่นดี เดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหาน้ำเปล่าดื่ม น้องชายนั่งกับพื้นห้องครัว ใช้คัตเตอร์กรีดเทปกาวที่ติดกล่องสีขาวขนาดใหญ่กล่องแรกออก มีอีกสามกล่องวางซ้อนกันอยู่มุมห้อง

“สตรอเบอร์รี่ไง แม่เพิ่งโทรมาเมื่อกี้นี้เอง”

แบมแบมยังอยู่ในชุดนอนอยู่เลย วันนี้วันหยุดเลยตื่นสาย เป็นวันหยุดที่ร้านเค้กด้วย แต่ต้องตื่นก่อนเวลาเพราะคนงานที่ฟาร์มของแม่ผ่านมาทำธุระแถวนี้พอดีแม่เลยให้เอาสตรอเบอร์รี่สดใหม่มาให้ด้วย

“ทำไมแม่ส่งมาให้เยอะแยะเลยล่ะเนี่ย” นิชคุณเดินมานั่งยองมองน้องเปิดกล่อง พอเห็นสตรอเบอร์รี่ลูกอวบใหญ่สีแดงยั่วน้ำลายก็หยิบเข้าปากทันที ทิ้งควั่นลงพื้น พอจะหยิบลูกต่อไปแบมแบมก็ตีมือเพี๊ยะ

“อย่าทิ้งควั่นลงพื้นสิ จะกินก็ไปหาอะไรมาใส่ดีๆ พี่ออกไปทำงานไหมวันนี้”

“ไปสิ” นิชคุณลุกไปเอาชามใบเล็กมาหยิบสตรอเบอร์รี่จนเต็มชาม ถือไปที่อ่างเปิดน้ำล้างรอบหนึ่งแล้วมานั่งกินใกล้ๆ น้อง แบมแบมมองค้อนที่อีกฝ่ายเอาแต่นั่งดูไม่ยอมช่วย

“ขากลับซื้อขวดแก้วกับกล่องพลาสติกสำหรับใส่ขนมมาให้แบมด้วยนะ”

“เอาเยอะไหม?” นิชคุณไม่งงหรอกว่าหน้าตาไอ้ของที่น้องสั่งซื้อเป็นยังไง เพราะเขาซื้ออยู่บ่อยๆ แบมแบมชอบขนมที่ทำเองไปแจกเพื่อนๆ เวลาแม่ส่งผลผลิตที่ฟาร์มมาให้

แบมแบมเป็นลูกมือแม่ทำขนมทำกับข้าวอยู่ตลอดเลยพอมีฝีมือติดตัวอยู่บ้าง ตอนเรียนมหาลัยปีแรกๆ ยังเคยทำขนมไปขายเพื่อนในสาขาเลย พออาจารย์รู้ก็ช่วยซื้อบ้าง สั่งทำในโอกาสพิเศษบ้าง แต่พอปีสูงขึ้นก็เรียนหนักขึ้นแถมยังต้องทำงานพิเศษ แบมแบมเลยไม่มีเวลาทำไปขายอีก

“สักโหลนึงก็พออ่ะ” แบมแบมอ้าปากรับสตรอเบอร์รี่ที่พี่ป้อน

“จะเอาไปแบ่งใครนักหนาเนี่ยซื้อเป็นโหลเชียว”

“ซื้อยกโหลมันถูกกว่านี่ แบมว่าจะทำแยมกับพายน่ะ แม่ส่งมาให้เยอะขนาดนี้ต้องรีบระบายออกไปบ้างเดี๋ยวเน่าแล้วเสียของ”

“ไม่ให้แบบสดๆ ให้เขาเอาไปทำกินกันเองเลยล่ะ” นิชคุณวางชามบนตักลงกับพื้นแล้วลุกไปทำพริกเกลือมาใช้จิ้มสตรอเบอร์รี่

“ก็จะให้ด้วยนั่นแหละ แต่ก็จะทำแยมเก็บไว้กินด้วยไง ถ้าจะทำแล้วก็ทำให้เยอะหน่อยเอาไปฝากเพื่อนด้วย”

“ไม่ทำไปให้พี่ที่บริษัทแกบ้างล่ะ”

“ว่าจะทำเผื่อเหมือนกัน อ่า มันจะเกินสิบสองคนไหมเนี่ย?” แบมแบมลองนับคนในใจ

มีจีมิน พี่แจบอม พี่เซฮุน พี่มิน พี่ฮันบิน พี่เจีย แล้วก็พี่ยองแจเนาะ

“ของแบมมีเจ็ดคนอ่ะ ของพี่ห้าคน พี่จะเอาไปฝากเพื่อนที่บริษัทไหม?”

“ย้ายที่ทำงานใหม่แล้วไม่รู้จะเอาไปฝากใคร พี่เอาแค่กล่องเดียวก็พอ เอาไปให้เด็กหมู”

“ห๊ะ? เด็กหมู?” แบมแบมงง นิชคุณหัวเราะ วางถ้วยกระเบื้องใบเล็กลงข้างชามใส่สตรอเบอร์รี่

“เจ้านายพี่คิมยูคยอมไง”

“แล้วไปเรียกเขาแบบนั้นได้ไง”

“ก็เด็กนั่นอ้วนอ่ะ”

“แบมว่าคุณเล็กเขาก็ไม่ได้อ้วนนะ หุ่นดีออกแค่สูงเฉยๆ พี่นี่เสียมารยาทจัง”

“อย่ามาอวยหมอนั่นน่า แค่คิดถึงขึ้นมาก็รำคาญแล้วว่ะ”

“โอ๊ยใครเริ่มก่อน พี่พูดถึงเขาขึ้นมาก่อนนะ”

“ไม่เอาไปฝากแฟนไฮโซของแกรึไง อ้อ แต่เขาอาจจะไม่กินก็ได้นะสตรอเบอร์รี่จากฟาร์มเล็กๆ ของเราน่ะ” นิชคุณเหน็บมาร์ค แบมแบมไม่ได้พูดอะไรแค่ส่ายหน้าบอกว่าไม่ให้หรอก

ท่านคงไม่อยากกินขนมธรรมดาๆ ฝีมือเขาหรอกน่ะ และเขาก็คงไม่ไปหาท่านอีกแล้วนอกเสียจากว่าท่านจะเรียกไปพบเอง

 

 

พอพี่ชายออกไปทำงานพิเศษ แบมแบมก็ทำความสะอาดบ้านแล้วเริ่มลงมือทำพายสตรอเบอร์รี่ไว้สองถาด กะปริมาณว่าพอตัดแบ่งเป็นชิ้นแล้วพอดีกับทุกคน

“ฮัลโหลพี่แจบอม ว่างคุยไหมครับ” ร่างบางใส่บลูทูธคุยกับพี่ชายขณะลงมือทำแยมสตรอเบอร์รี่

<อ้า..น้องแบมแบม ว่าไงเอ่ยคนสวย โทรมามีอะไรคิดถึงพี่เหรอจ๊ะ?>

แบมแบมหัวเราะคำหวานของอีกฝ่าย ส่วนมือก็ใช้ที่บดมันบดสตรอเบอร์รี่ให้ได้เนื้อชิ้นใหญ่ สตรอเบอร์รี่ลูกไหนแข็งไปก็ใช้ส้อมจิ้มจนพรุนเอาไว้ให้บดง่ายขึ้น

“แม่ส่งสตรอเบอร์รี่มาให้ แบมจะทำแยมกับพายไปให้กิน พี่อยู่ไหนครับ”

<โอ๊ะโชคดีจังเลย พี่ไม่ได้กินฝีมือแบมมานานมาก ทำเสร็จเมื่อไรล่ะเดี๋ยวพี่ไปเอาที่บ้านแบมเอง>

“คงเย็นๆ น่ะครับ พี่จะมาเหรอ เดี๋ยวแบมทำเผื่อไปให้ลูกพี่ด้วยดีไหม”

<ดีจ้ะ ทำอะไรมาพี่เอาหมด สบายดีไหมล่ะเรา>

“ก็เรื่อยๆ พี่ล่ะครับ”

<ไม่ค่อยสบายเท่าไรทะเลาะกับเมีย นี่พี่ก็ย้ายออกจากบ้านเมียมาได้สักพักแล้วล่ะ>

แบมแบมได้ยินเสียงแจบอมหัวเราะมาตามสาย ทั้งที่พี่หัวเราะแต่แบมแบมเชื่อว่าในใจพี่ก็คงเศร้าอยู่บ้างล่ะนะ ถึงพี่จะเป็นคนตลกและมองโลกในแง่ดีมากแค่ไหนก็เถอะ

เป็นเขยที่แต่งเข้าบ้านภรรยาก็ลำบากเหมือนกันนะ

“มีอะไรก็พูดคุยกันก่อนสิทำไมต้องย้ายออกจากบ้าน เมียพี่เขาไม่เสียใจแย่เหรอ”

แบมแบมถามพลางนึกหน้าของพี่ชายท่าน สวยขนาดนั้นพี่แจบอมก็ยังมีเรื่องทะเลาะกับภรรยาได้เนอะ หรือว่านิสัยบางอย่างเข้ากันไม่ได้

<พี่พูดอะไรไปเขาไม่ฟังหรอก คำพูดพี่เหมือนลมน่ะพัดผ่านหูแล้วก็แค่นั้น คนอื่นต้องฟังที่เขาพูดแต่เขาไม่ฟังคนอื่น นี่คิดอยู่นะว่าถ้าหูเขาไม่ใช้งานแล้วก็หาอะไรอุดไปเถอะง่ายดี คนใกล้ตัวจะได้ไม่เสียความรู้สึก>

“โธ่เอ๊ย..ก็อยู่กันมาได้ตั้งนานนี่นา”

<เขาไม่รักพี่ด้วยแหละ พี่จะไปไหนจะตายหรืออยู่เขาก็ไม่สนใจหรอกแบม พี่ชินแล้ว>

ชินอะไรกัน ต้องเจออะไรมาเยอะแค่ไหนนะถึงพูดคำว่าชินได้ ชีวิตครอบครัวนี่ไม่ง่ายเลย

“เรื่องคงไม่ใหญ่โตขนาดหย่ากันหรอกนะครับ ใช่ไหม?” ร่างบางถอนหายใจขณะนำสตรอเบอร์รี่ใส่ในหม้อที่เตรียมไว้แล้วเทน้ำตาลกับน้ำมะนาวที่กะปริมาณให้พอดีกับจำนวนสตรอเบอร์รี่ลงไป

<เขาขอหย่าแต่พี่ไม่หย่าหรอก สงสารลูก>

“เอาเถอะครับเรื่องในบ้านพี่ก็เคลียร์กันเองแล้วกัน แต่มีอะไรก็ระบายกับแบมได้นะจะช่วยรับฟังให้ แบมมีเรื่องอยากรบกวนพี่หน่อยน่ะครับ” แบมแบมตั้งไฟจนเดือดแล้วคนสตรอเบอร์รี่ในหม้อ

<มีอะไรเหรอว่ามาได้เลย>

“พี่จำเพื่อนแบมได้ไหมที่ชื่อปาร์คจีมิน”

<อ้อ น้องจีมิน คนที่หน้าตาน่ารัก ขาวๆ หน่อย ตาโตๆ ตัวติดเป็นแฝดกับแบมน่ะเหรอ จำได้สิ>

“ใช่ครับคนนั้นแหละ แล้วจำเรื่องที่แบมบ่นให้ฟังบ่อยๆ ได้ไหมเรื่องหอมันน่ะครับ”

<จำได้ แบมอยากให้เพื่อนย้ายหอตั้งนานแล้วนี่ ทำไมล่ะ จะย้ายหอแล้วให้พี่ไปช่วยขนของเหรอ?>

“ไม่รบกวนขนาดนั้นหรอกครับ แบมไปได้คอนโดมาที่หนึ่งอยากให้จีมินมันไปอยู่ บอกให้มันจ่ายค่าเช่าเท่าที่เดิม แต่คอนโดมันหรูมากไอ้หมูมินมันเลยไม่อยากย้าย แบมเลยอ้างไปว่าเป็นคอนโดของพี่มันก็เลยยอม ถ้าเกิดเจอกันโดยบังเอิญหรือว่ามันโทรไปขอบคุณพี่ พี่ช่วยรับสมอ้างหน่อยได้ไหมครับ”

ร่างบางลดไฟให้อ่อนลงเมื่อเริ่มเกิดฟองหนาด้านบนแล้ว

<ทำไมล่ะที่รัก นี่ไปได้คอนโดที่ไหนมาเนี่ยมีเสี่ยเขาซื้อให้หรือไง> แจบอมเย้าน้องคนสนิท แบมแบมอยากหัวเราะแต่หัวเราะไม่ออก เลยได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ โดยที่อีกฝ่ายมองไม่เห็น

“ของคนรู้จักกันน่ะครับ เขาให้ไปอยู่เพราะ..เอ่อ”

<มีอะไรจะเล่าให้พี่ฟังรึเปล่า สัญญาว่าจะไม่บอกใคร>

แบมแบมลังเลว่าควรจะบอกความจริงพี่แจบอมดีไหม เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องน่าเล่าเสียด้วยสิ แต่ถ้าเกิดพี่แจบอมได้มีโอกาสคุยกับจีมินจริงๆ พี่คงสงสัยว่าทำไมคอนโดเป็นของต้วนพร็อพเพอร์ตี้

“ก็มันเป็นคอนโดของครอบครัวภรรยาพี่ไงครับ คอนโดแต่ละที่ร้อยล้านวอนขึ้นไปทั้งนั้นจีมินเลยไม่กล้าไปอยู่”

<แล้วแบมไปได้มายังไงน่ะ เล่ามาเดี๋ยวนี้นะ>

“แบม..แบมเป็นแฟนของคุณมาร์คน่ะครับ มาร์คต้วนน้องชายของภรรยาพี่..เขาให้คอนโดมาแต่แบมไม่อยากได้ แบมเลยเอาไปให้จีมินอยู่แต่จีมินไม่ชอบคุณมาร์ค แบมเลยต้องโกหกมันว่าเป็นของพี่..

<ว่าไงนะ! นี่แบมไปคบกับมาร์คได้ยังไงน่ะ ไปเจอกันที่ไหน เมื่อไหร่ ยังไง!>

แบมแบมหน้าเหยเกเมื่อพี่ชายปลายสายเสียงดังจนแสบหูไปหมด

“เจอกันที่บริษัทครับ แบมได้ไปฝึกงานที่ทีบีบริษัทของคุณมาร์ค”

<คบแบบคนรักเลยน่ะเหรอ ไม่ใช่ว่า..>

แจบอมไม่กล้าพูดต่อ เขารู้มาจากจินยองว่ามาร์คไม่เคยมีคนรักเลยตั้งแต่เลิกกับแฟนคนก่อน และก่อนหน้าจะมีแฟนคนนั้นมาร์คก็ไม่ได้คบใครจริงจังด้วยนะ ที่มีอยู่ตอนนี้ก็เป็นขนมกินเล่นเบื่อก็ทิ้ง

พฤติกรรมส่วนตัวของมาร์คทำให้แจบอมอดเป็นห่วงน้องชายคนนี้ไม่ได้

“ไม่ใช่หรอกครับ พี่ไม่ต้องห่วงหรอก แบมไม่ขายศักดิ์ศรีตัวเองเป็นของเล่นของใครหรอกนะ”

แบมแบมเอ่ยคำโกหกออกมาแล้วก็แอบเจ็บในใจ..เขารู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองก็แค่ของเล่นเจ้านาย แต่ยังมีหน้าไปบอกพี่อย่างนั้นอีก

<อืม พี่รู้จักแบมดี พี่เชื่อแบมแต่ก็อดตกใจไม่ได้นะ เพราะพี่ก็รู้จักมาร์คถึงจะไม่สนิทก็เถอะ>

แต่งงานกับจินยองมาหลายปีแต่เขาไม่สนิทกับน้องเมียเลย นานๆ จะได้เจอกันที พอเจอกันก็รู้สึกเหมือนคนแปลกหน้ามากกว่าจะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน มาร์คเข้าถึงยากมากๆ

“แบมก็รู้สึกว่าคุณมาร์คเขามีกำแพงที่แบมมองไม่เห็นอยู่นะครับ..ในใจแบมก็บอกว่าคงไปไม่รอด เราต่างกันเกินไป”

<พี่ก็อยากปลอบใจแบมล่ะนะว่าอย่าคิดแบบนั้น..แต่เรื่องความแตกต่างมันก็มีผลมากเหมือนกัน พี่เองก็เจอมาแล้ว พยายามปรับแล้วทุกอย่างมันก็ไม่ดีขึ้น ถ้าเขาปรับลงมาหาเราไม่ได้มันลำบากนะแบม>

“เรื่องนั้นผมเข้าใจครับ ถ้าความพยายามที่จะเข้าใจเขามันไม่เป็นผลก็ต้องทำใจ”

<ถ้าแบมเข้าใจเขาได้ก็ดีนะ สู้ๆ ละกัน เรื่องของหัวใจยังไงถ้าเลือกแล้วก็ต้องลองกันสักตั้ง บางทีแบมกับมาร์คอาจจะเกิดมาเพื่อกันและกันก็ได้ใครจะไปรู้เนอะ>

“นั่นสินะครับ..

แบมแบมและแจบอมคุยกันอยู่นานให้หายคิดถึง ระหว่างนั้นร่างบางก็เคี่ยวแยมไปด้วยจนได้ความเหนียวตามต้องการ พอพี่ชายวางสายขอไปทำธุระ เวลาก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว

“เอาแค่นี้แล้วกัน” แบมแบมก็เมื่อยแล้ว เนื้อแยมมันจะเกาะตัวเหนียวขึ้นเมื่อเย็นตัวลง ไม่ควรเคี่ยวนานจนเกินไป

แบมแบมเดินไปหยิบกระปุกแก้วที่แช่ในน้ำร้อนมาเช็ดน้ำก่อนเทแยมใส่ลงไป ถ้าไม่ปรับอุณหภูมิเสียก่อนกระปุกแก้วจะแตกเมื่อเจอแยมร้อนๆ เข้าไป เรื่องนี้แม่สอนแบมแบมมา

คิดถึงแม่เหมือนกันนะ เขาอยากจะกลับไปหาแม่บ้างจังแต่ก็คงต้องรอพี่ว่างก่อน พี่คุณก็ขยันทำงานเหลือเกิน แวบกลับบ้านเอาของที่เขาฝากซื้อมาให้แล้วก็ออกไปทำพาร์ททามอีกที่

ร่างบางเทแยมให้เหลือพื้นที่ก่อนถึงปากกระปุกหนึ่งเซนติเมตรแล้วก็ปิดฝาให้สนิท เอาไปแช่ในตู้เย็น จากนั้นหันไปจัดการขนมต่อรอเวลาไปซุปเปอร์มาร์เกต

วันนี้มีของลดราคาด้วยสิ

 

 

 

แบมแบมเห็นว่าใกล้เลิกงานแล้วก็หยิบถุงกระดาษสีน้ำตาลที่บรรจุกล่องใส่สตรอเบอร์รี่สด กล่องขนมพาย และขวดแยมอย่างละสองชุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ขออนุญาตพี่เลี้ยงขึ้นไปหาเลขานุการของท่านประธาน

แบมแบมตั้งใจว่าจะเอาไปให้ตั้งแต่เที่ยงแล้ว แต่พี่ยองแจออกไปทานมื้อกลางวันกับท่านและลูกค้า ต้องอาศัยเวลาช่วงเย็นนี่ล่ะไปเจอกันสักแป๊บหนึ่งก่อนพี่เลิกงาน น่าจะทัน

แต่แบมแบมยังเดินไม่พ้นโต๊ะโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นเสียก่อน ชายหนุ่มเอื้อมไปหยิบมันติดมือไปด้วย

“ครับพี่ยองแจ ผมกำลังจะขึ้นไปหาพอดี ยังไม่เลิกงานใช่ไหมครับ” แบมแบมอุ้มห่อของไว้ด้วยแขนซ้าย กดปุ่มลิฟต์แล้วคุยสายกับคนที่โทรมา

<ยังจ้า จะมาหาพี่มีธุระอะไรหรือเปล่า ที่พี่โทรหาก็เพราะจะบอกให้แบมแบมขึ้นมาพบท่าน ท่านเรียกน่ะ>

“มีเรื่องอะไรอีกเหรอครับ” แบมแบมคิ้วขมวด

<ไม่รู้จ้ะ จะขึ้นมาแล้วใช่ไหม งั้นพี่วางนะ>

“ครับ” แบมแบมนึกสงสัยว่าท่านมีอะไรกับตนอีก เขายังไม่พร้อมจะเจอหน้าเลย

แบมแบมทำใจให้ไม่ฟุ้งซ่านแล้วรีบก้าวออกจากลิฟต์ตรงไปยังห้องทำงานเจ้าของบริษัท เจอกันแล้วก็ได้รู้เองว่ามีอะไร

“ท่านรออยู่แล้วล่ะ เข้าไปได้เลยนะ” ยองแจยิ้มให้แบมแบมเมื่ออีกฝ่ายก้มหัวทักทาย

“ครับ ผมทำแยมกับพายสตรอเบอร์รี่มาฝากครับ แม่ผมส่งสตรอเบอร์รี่ที่ไร่มาให้” แบมแบมยื่นถุงกระดาษให้ ยองแจรับไปเปิดดูทันที

“ว้าว..น่ากินจังเลย ขอบใจมากนะแบมแบม ทำไมมีตั้งสองชุดเลยล่ะ” ยองแจหยิบกระปุกแยมรูปทรงน่ารักออกมาดูแล้วเงยหน้าถามคนที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะ

“เผื่อพี่จะเอาไปฝากใครไงครับ”

“อ้อ แล้วของท่านไม่มีเหรอ”

“ผมไม่กล้าให้หรอกครับ” ยองแจมองรอยยิ้มเจื่อนจืดของอีกฝ่ายแล้วสงสารขึ้นมาเลย

“ไม่ได้ๆ ยังไงก็ลองเอาไปให้ท่านก่อน ท่านจะกินหรือจะเอาไปทำอะไรก็ช่าง ถือว่าเราได้ให้แล้ว เอามาฝากพี่แล้วจะไม่ฝากท่านได้ยังไงเล่า”

“มันใช่ว่าจะอร่อยอะไรมากมายหรอกครับ อย่าดีกว่า”

“งั้นพี่จะลองชิมดูก่อนแล้วกัน” ยองแจหยิบช้อนพลาสติกคันเล็กที่แบมแบมใส่มาในถุงออกมา เปิดกล่องพายสตรอเบอร์รี่แล้วลองตักคำเล็กๆ ชิมไปหนึ่งคำ

“หืม? นี่แบมทำเองจริงๆ เหรอ?” ยองแจตาโตมองหน้าแบมแบม ร่างบางพยักหน้า

“ครับ สูตรของแม่น่ะแต่ผมทำได้ไม่อร่อยเท่าแม่หรอกนะครับ เทียบท่านไม่ติดฝุ่นเลย”

“โห..ถ้าอย่างนี้เรียกว่าไม่อร่อยก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วนะ พี่อยากลองชิมฝีมือแม่ของแบมแบมขึ้นมาเลย” ยองแจก็เป็นคนชอบกินขนมมากๆ คนหนึ่ง เขาว่าฝีมือแบมแบมทำขายได้เลยนะ

“ขอบคุณนะครับ แยมนี่เก็บในตู้เย็นก็อยู่ได้ 2-3 อาทิตย์นะครับ เดี๋ยวผมขอตัวเข้าไปหาท่านก่อ..

“เดี๋ยวๆ แบม เอานี่เข้าไปด้วยสิ” ยองแจรั้งแบมแบมเอาไว้แล้วเอากล่องสตรอเบอร์รี่สดออกจากถุงกระดาษ ยื่นของที่เหลือส่งให้คนทำ

“แต่ว่า..

“เอาน่า เอาเข้าไปเถอะ” ยองแจคะยั้นคะยอ แบมแบมเลยต้องหยิบของที่ทำมากอดไว้แล้วเปิดประตูห้องทำงานมาร์คเข้าไป

ยองแจอมยิ้ม มองประตูที่เพิ่งปิดลงนิดหนึ่งแล้วหันมาเปิดฝากระปุกแยมเพื่อชิม

“ฮื้อออ อร่อยจัง เดี๋ยวต้องถามสูตรจากแบมแบมสักหน่อยแล้วสิ”

คุณหมอจิตป่วงชอบกินซะด้วยสิไอ้ของหวานๆ แบบนี้น่ะ

 

 

 

“ท่านเรียกผมมามีอะไรหรือครับ”

มาร์คละสายตาจากคอมพิวเตอร์มองคนที่เอ่ยกับตน ส่งยิ้มให้แบมแบมที่ยืนหน้าประตู

“เลิกงานแล้วรอกลับพร้อมผมนะ”

“ทำไมเหรอครับ?” แค่ให้กลับพร้อมกันต้องเรียกขึ้นมาด้วยเหรอ? โทรลงไปก็ได้นี่นา

“คุณปู่ของผมให้ชวนคุณไปทานข้าวเย็นด้วยกันน่ะครับ และเราต้องคุยกันก่อน เวลาเจอท่านคุณจะได้ทำตัวถูกว่าควรจะทำตัวยังไง แล้วนั่นเอาอะไรมาเหรอครับ”

แบมแบมยืนอึ้งกับคำว่าคุณปู่ชวนไปทานข้าว..ปู่ของท่านน่ะเหรอ ทำไมล่ะ!?

“กันต์ครับนั่นอะไร?” มาร์คเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น  แบมแบมสะดุ้ง ก้มมองถุงกระดาษในอ้อมแขน

“เอ่อ..มันคือสตรอเบอร์รี่สด พายสตรอเบอร์รี่แล้วก็แยมสตรอเบอร์รี่น่ะครับ พอดีว่าเมื่อวานแม่ส่งสตรอเบอร์รี่มาให้ ผมเห็นว่ามันมีเยอะก็เลยทำเป็นขนมกับแยมมาให้พี่ๆ ที่แผนกทานกัน ทำมาเผื่อพะ..เอ่อคุณยองแจด้วย..ของชุดนี้ที่จริงเป็นของคุณยองแจแต่ว่าเขาบอกให้ผมเอามาให้ท่านน่ะครับ”

มาร์คมองของที่แบมแบมถือไว้ไม่พูดอะไรจนแบมแบมต้องเป็นฝ่ายเอ่ยออกมาก่อน

“เอ่อ ท่านไม่ต้องรับไว้หรอกนะครับ เดี๋ยวผมเอาไปให้ลุงยามข้างล่างก็ได้”

แบมแบมกลัวว่าอีกฝ่ายจะลำบากใจถ้าต้องรับไว้ เขาเอาขนมไปฝากลุงยามแล้วเมื่อเช้าแต่เอาไปให้อีกชุดคงไม่เป็นไร ลุงใจดีกับเขามากด้วย เขาชอบไปคุยกับลุงบ่อยๆ

 “ขนมที่คุณทำมาไม่ได้ตั้งใจทำมาเผื่อผม พอจะให้ก็เกิดเปลี่ยนใจจะเอาไปให้รปภ.อีก..น่าน้อยใจจังเลยนะครับ”  ท่านพูดว่าน่าน้อยใจแต่กลับไม่มีสีหน้าบ่งบอกว่าน้อยใจเลยนะ

“ก็..” มาร์คลุกจากเก้าอี้ทำงานเดินอ้อมโต๊ะมาหา แบมแบมขยับถอยหลังสองก้าว

“ตกลงจะให้ผมหรือเปล่า” มาร์คพยักพเยิดไปที่ของของแบมแบม นั่งพิงโต๊ะทำงานของตนเอง

แบมแบมยืนที่เดิมยื่นของให้ แต่มาร์คกลับส่ายหน้า แบมแบมเลยต้องเดินไปใกล้อีกนิดแล้วก็ส่งให้โดยมีระยะห่าง

“ทำไมถึงทำท่าทางแบบนั้นล่ะครับ กลัวอะไรผมน่ะ” มาร์คหัวเราะ แบมแบมฉุนนิดๆ เดินไปวางของไว้ให้บนโต๊ะ

“ผมขอกลับไปทำงานต่อนะครับ”

“เดี๋ยวสิครับ กลับไปตอนนี้ก็ทำงานได้อีกแค่ไม่กี่นาทีก็เลิกงานแล้ว คุณไม่ได้รับเงินเดือนผมเสียหน่อยไม่ต้องตั้งใจทำงานขนาดนั้นก็ได้” มาร์ครั้งแขนคนที่จะเดินเลี่ยงเขาไป ออกแรงดึงให้อีกฝ่ายเซเข้าหาอ้อมอกตน วงแขนโอบเอวแกะเอาไว้หมับโดยไม่เปิดโอกาสให้เดินหนีได้อีก

แบมแบมต้องยั้งใจเอาไว้ไม่ให้หลุดถ้อยคำไม่พอใจอะไรออกมา ตกใจที่จู่ๆ ก็ถูกกอด มือที่ไม่ได้ถูกยึดไว้ยันอกกว้าง  

“ถึงไม่ได้เงินเดือนแต่ได้การประเมินนะครับ ผมไม่อยากเสียเวลาหลายเดือนเพื่อแลกกับคำว่าไม่ผ่านหรอกนะ”

“ถ้าคุณมินไม่ให้คุณผ่านเดี๋ยวผมเซ็นให้ก็ได้”

แบมแบมเอียงหน้าหลบจมูกโด่งไม่ให้โดนแก้ม แต่เป็นการตัดสินใจที่พลาดไปหน่อยเพราะใบหน้าหล่อเบี่ยงเป้าหมายไปที่คอขาวแทน

“กลิ่นสตรอเบอร์รี่..” กินแกะแทนสตรอเบอร์รี่ที่เอามาได้ไหมนะ

“ท่านครับนี่ที่ทำงานนะ” แบมแบมไม่สนใจหรอกว่าตัวเขาจะมีกลิ่นอะไร แต่เขาสนมือซนที่กำลังลูบเอวเขาอยู่มากกว่า

“แล้วทำไมเหรอครับ?”

แบมแบมเผลอเม้มปากอิ่ม มองหน้าหล่อเหลาที่ห่างเพียงคืบ สบตาสวยคู่นั้นโดยไม่ตั้งใจ อยากจะถอนสายตาไปทางอื่นแต่กลับไม่กล้าพอ ท่านยังต้องถามอีกเหรอว่าทำไม เพราะว่ามันไม่เหมาะที่จะทำเรื่องส่วนตัวที่นี่น่ะสิ ถึงจะเป็นแค่กอดก็เถอะ

“ผมเคยบอกแล้วไงครับว่าอย่ากัด..คุณนี่ไม่จำเลย”

ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อนิ้วเรียวสวยเย็นๆ แตะที่ริมฝีปากเขาให้เลิกกัดเม้ม

แบมแบมรู้สึกแปลกๆ กับสายตาและเสียงหัวเราะเบาๆ ของท่าน ตั้งสติแล้วจะดันตัวออกมาแต่กลับช้าไปเมื่อหน้าท่านเข้ามาชิดเกินกว่าจะหนีทัน

มาร์คประคองหน้าหวานเอาไว้เมื่อประกบจูบลงไป ดูดเม้มที่กลีบปากล่างเบาๆ อย่างไม่รีบเร่ง

อะไรล่ะ..ไม่ให้เขากัดปากตัวเองเพราะท่านจะกัดเสียเองหรือไง

ท่านทำเองท่าทางจะช้ำกว่าเขาทำตัวเองเสียด้วยซ้ำ..

ร่างบางบีบไหล่กว้างแรงๆ เมื่อจูบที่อ่อนโยนในตอนแรกเริ่มเร่าร้อนขึ้นจนไม่มีจังหวะให้หายใจ แต่ท่านดื้อดึงกว่าที่แบมแบมคิด ต้องเปลี่ยนจากบีบเป็นทุบนั่นล่ะถึงจะปล่อย  

ริมฝีปากสวยไล้จูบไปที่ข้างแก้มใส กดจูบเบาๆ แล้วเลื่อนหน้าต่ำลงมาที่ซอกคอหอมละมุน ไม่สนใจว่าคนในอ้อมแขนยังหอบหายใจอยู่เลย

“อื้อ..ท่านครับพอแล้ว มันที่ทำงานนะ” ร่างบางพยายามเบี่ยงหลบและดันตัวอีกฝ่ายเอาไว้

“ในสัญญามีระบุสถานที่ด้วยเหรอครับว่าที่ไหนบ้างที่ทำไม่ได้?”

“แต่ว่า..

“เมื่อไรคุณจะชอบผมสักทีนะ” ท่านเหมือนรำพึงกับตัวเองมากกว่าแบมแบมเลยไม่พูดอะไรออกไป

“รู้ไหมครับว่าตอนนี้ผมรู้สึกยังไง” แบมแบมส่ายหน้า วางสายตาไว้ที่ไหล่ท่านแทนที่จะมองหน้ากันตรงๆ

“เหมือนมีขนมแสนอร่อยมาวางหน้าตรงหน้าแต่กลับหยิบกินไม่ได้..

สำหรับแกะตัวนี้..แค่กอดและจูบท่าทางจะไม่พอจริงๆ

ท่านจะหาซื้อขนมที่อร่อยที่สุดชิ้นอื่นมากินก็ได้นี่ครับ ขนมธรรมดาๆ น่ะโยนทิ้งไปก็ได้..

แบมแบมก็อยากจะพูดกับท่านอย่างนี้แต่พูดไม่ออก คุณค่าเขาก็มีแค่นี้จริงๆ ล่ะมั้ง

ใบหน้าหวานซบลงกับไหล่กว้าง เผลอถอนหายใจออกมา

“ท่านบอกว่าจะคุยกับผมเรื่องคุณซังวู”

แบมแบมเปลี่ยนเรื่องเพื่อขจัดความรู้สึกแย่ๆ ที่เกิดขึ้นในใจตอนนี้ออกไปชั่วคราว

“ครับ คุณปู่รู้เรื่องระหว่างเราแล้วว่าความจริงคืออะไรแต่ยังอยากพบคุณ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่ถ้าได้พบคุณก็ควรทำ..

“ผมเป็นตัวของตัวเองไม่ได้เหรอครับ ถ้าคุณซังวูรู้เรื่องของเราแล้วก็ไม่น่ามีอะไรกังวล”

“คุณไม่กลัวท่านเลยเหรอ”

“ผมไม่รู้จักท่านนี่ครับทำไมต้องกลัวไปล่วงหน้าด้วย ไม่ต้องห่วงหรอกครับผมเข้ากับผู้ใหญ่เก่งนะ ผมรู้ว่าผมอยู่ในสถานะไหนและควรทำตัวยังไง ผมขอตัวไปเก็บของก่อนนะครับแล้วจะไปรอที่ลานจอดรถ”

แบมแบมแกะอ้อมแขนที่โอบตนอยู่ พาตัวเองเดินออกมา

แค่อยู่ด้วยกันไม่กี่ครั้ง เจอกันไม่กี่วัน แบมแบมรู้สึกว่าปัญหาที่ตัวเองต้องเจอเยอะขึ้นทุกวัน และคนรอบตัวท่านก็เข้ามาในชีวิตเขามากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

เขาอยากออกจากสถานการณ์นี้เร็วๆ แต่ก็รู้ว่าการที่จะพ้นออกไปได้คงต้องเผชิญอะไรอีกหลายอย่าง บางทีเขาอาจจะโง่อย่างที่จีมินบอกจริงๆ..โง่ที่ตั้งเงื่อนไขขึ้นมาผูกมัดตัวเอง

เมื่อประตูห้องทำงานปิดลงด้วยฝีมือแบมแบม มาร์คก็พรูลมหายใจยาว

เขาเห็นนะ..แววตาของกันต์พิมุกต์ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

เศร้าเหรอ?

วูบหนึ่งหลังจากเห็นแววตานั้นเขาก็อยากจะยกเลิกแล้วคืนชีวิตอิสระให้อีกฝ่าย..แต่คิดอีกทีเขากลับไม่อยากทำ เขาชอบเด็กคนนั้นมากจนไม่อยากปล่อยไป

เขาไม่คิดจะรั้งกันต์พิมุกต์ไว้นานหรอก ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเด็กคนนั้น สัญญาจบเมื่อไรก็เหมือนหยุดความรู้สึกต่างๆ ที่ไม่ควรเกิดขึ้นไปด้วย

ถ้าเอากันต์พิมุกต์ไว้ใกล้ตัวนาน เขาอาจเผลอเอาเด็กคนนั้นมาแทนที่เธอ ทั้งเธอและกันต์มีความเหมือนกันอยู่หลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือทั้งสองคนต่างก็ไม่อยากเป็นของเขา..

   

 TBC.

**

พระเอกเราก็ไม่ได้หื่นพร่ำเพรื่ออะไรหรอกเนอะ

ทีละนิดทีละหน่อย นี่ก็กลัวหลุดคอนเซปต์มิสเตอร์ทีเหมือนกัน

จะให้นายเอกยอมปล่อยใจไปง่ายๆ ก็จะหลุดคาแรกเตอร์ที่รักนวลสงวนตัวอ่ะเนาะ

บอกให้สบายใจว่าเรื่องนี้ไม่ดราม่าหรอกนะ ปมพระเอกเอาจริงๆ ไม่ใช่เมียเก่าหรอก

                                                                       ชีวิตมิสเตอร์มีอะไรกว่านั้นเยอะ แค่สาวทิ้งไม่ทำให้มีจิตแพทย์ประจำตัวหรอกนะ                                                                                                                                                                                                                                                           





เข้าใจอารมณ์แบมแบมเปล่า แต่งเองก็เริ่มไม่เข้าใจ หรือเพราะเราคิดในแบบของเราไม่รู้ 

คิดแบบซับซ้อน เลยถ่ายทอดออกมาแบบนี้ -_-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 385 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,151 ความคิดเห็น

  1. #6127 oiLL (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 09:13

    คุณปู่น่ารัก น้องน่ารักค่ะปู่



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 31 ตุลาคม 2562 / 09:14
    #6,127
    0
  2. #6088 MayKamon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:31

    อ้าว พี่มาร์คยังไม่รักน้องแบมอีกหรอ

    #6,088
    0
  3. #6054 My love markbam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 15:14
    คนนั้นคือใครนะ ที่มาร์คไม่ลืม
    #6,054
    0
  4. #6038 Go6355Go (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 22:22
    อย่าเอาน้องมาเพื่อแทนใครเชียวนะมาร์ค ไม่งั้นเค้าจะเกลียดเธอ
    #6,038
    0
  5. #6032 R_Jummar (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 21:37

    แค่คนไร้ค่า นอกสายตามันก็เจ็บเพียงพอ ยังจะมาเป็นตัวแทนของใครอีกก็ไม่รู้เจ็บยิ่งกว่า
    #6,032
    0
  6. #6028 Ladavanh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 05:16

    เป็นคนไร้ค่าที่ไม่อยู่ในสายตามันยังเจ็บน้อยกว่าเป็นตัวแทนของใครอีกคนนะพี่มาร์ค

    #6,028
    0
  7. #6009 Painin16 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 15:40
    ไม่นะสงสารน้องอ่ะ
    #6,009
    0
  8. #5989 MarkP_endear. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 15:53
    คือพี่ไม่ควรเอาแบมมาเป็นตัวแทนใครนะเว้ย
    จะเหมือนแค่ไหนก็ช่างเหอะ สงสารแบมอ่ะ


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 สิงหาคม 2561 / 15:54
    #5,989
    0
  9. #5975 tTtT (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 21:11

    ท่านแน่ใจหรอคะว่าถ้าสัญญาจบความรู้สึกจะจบ สงสารน้องจังเลยค่ะ

    #5,975
    0
  10. #5940 ✖ bAzzA✖ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 10:19
    สงสารแบมอ่ะ คือไม่น่าจะต้องมาเจอความรู้​สึกแบบนี้
    #5,940
    0
  11. #5934 PPCh d (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 11:25
    อย่าเอาแบมมาเป็นตัวแทนใครนะ
    #5,934
    0
  12. #5923 wtSunDra (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 12:52
    คือนางมีปมอะไรมากอ่ะ อยากรู้ ฮือออ
    #5,923
    0
  13. #5891 Harukim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 22:58
    ใครคือแฟนเก่าคุณมาร์คนะ
    #5,891
    0
  14. #5867 Tangmo1570 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 17:55
    อยากรู้ว่าเธอคนนั้นเป็นใคร อยากรู้ๆ ฝังใจคุณต้วนจัง!!
    #5,867
    0
  15. #5837 ppploycb (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 15:24
    อยากรู้ว่าแฟนเก่าพี่มาร์คเป็นใคร ดูฝังใจอะ
    #5,837
    0
  16. #5828 msuppaluck (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 01:00
    อย่าเอาแบมมาเป็นตัวแทนของใครนะมาร์ค
    #5,828
    0
  17. #5778 ChayapornSs (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 20:20
    ใคร? ทำไมต้องเอาแบมเป็นตัวแทนใคร คิดว่าแกจะเริ่มชอบแบมจริงๆแล้วนะ ที่แท้ก็ยังหวังให้เป็นเหมือนคนอื่น
    #5,778
    0
  18. #5708 markbammuay (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 15:06
    ใครมันจะไปเหมือนกันแกคิดเองทั้งนั้นแหละ
    #5,708
    0
  19. #5636 ntn.9846 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 10:53
    ใจร้าย หรือ ใจดี กันแน่นะ คุณต้วนเนี่ย
    #5,636
    0
  20. #5574 PaulaPum (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 17:27
    อย่าเอาน้องเป็นตัวแทนใครนะมาร์คคคคค
    #5,574
    0
  21. #5556 hept (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 23:22
    พี่มาร์คอย่านึกถึงคนอื่นสิ อดีตคืออดีตนะ
    #5,556
    0
  22. #5513 FaimyBam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 10:13
    อยากให้มาร์คมีความรู้สึกบ้าง บ้างครั้งก็สงสารแบม
    #5,513
    0
  23. #5505 สามีจุ๋ม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 02:29
    น้องไม่ใช่ตัวแทนใครนะเว้ยยฮึ้ย
    #5,505
    0
  24. #5214 Promson_oy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 13:28
    บาวครั้งเราก็งอนนะ มาร์คเห็นแบมเป็นภาพทับซ้อน?เธอ?รึไงกัน :-(
    #5,214
    0
  25. #5019 blyy2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 13:29
    เขาคือใครร
    #5,019
    0